<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.ตั้งโต๊ะแถลงผลงาน1ปี โชว์สกัดแรงงานผิดกม. ปฏิรูปกองทัพยังย่ำอยู่กับที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค. 64 - ที่กองบัญชาการกองทัพบก (ทบ.) พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก พร้อมทีมงานโฆษกได้แถลงผลงานกองทัพบกในรอบ 1 ปี เช่นสรุปผลการช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่างๆ รวมทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด&amp;nbsp; การช่วยเหลือผู้ยากไร้ และ นโยบายในเรื่องทหารกองประจำการ ที่สำคัญคือ มาตรการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ในพื้นที่ชายแดนเนื่องเพราะเกี่ยวโยงกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก&amp;nbsp; ระบุว่า&amp;nbsp; กองทัพบกเพิ่มความถี่ ในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจตลอด 24 ชม. ส่งเครื่องกีดขวาง ลวดหนาม เพิ่มเติมให้ กกล.ชายแดน นำไปวางปิดกั้นช่องทางที่สามารถใช้เป็นเส้นทางลักลอบเข้ามา&amp;nbsp; เช่น กกล.นเรศวร จังหวัดตาก วางเครื่องกีดขวางใน 5 พื้นที่รวมระยะ 2,700 เมตร และ จังหวัดแม่ฮ่องสอน 6 พื้นที่ ระยะ 1,500 เมตร รวมถึงใช้เครื่องมือเฝ้าตรวจ และยุทโธปกรณ์พิเศษ เช่น กล้อง CCTV, โดรน ลาดตระเวนทางอากาศ ,กล้องตรวจจับความเคลื่อนไหว,ติดต้ังเครื่องให้แสงสว่าง&amp;nbsp; โซลาเซล ในช่องทางสำคัญ&amp;nbsp; อีกทั้งจัดชุดลาดตระเวน เฝ้าตรวจชายแดนทางบกและทางน้ำ เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ทบ. ได้เสริมกำลังเฝ้าตรวจชายแดนเพิ่มเติมอีก 5 กองร้อย ในช่วงเดือนธันวาคม 2563 จนปัจจุบัน ให้กับกองกำลังชายแดน ได้แก่ ผาเมือง นเรศวร สุรสีห์ เทพสตรี บูรพา เสริมการเฝ้าตรวจและสกัดการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและไม่ผ่านการคัดกรองโควิด-19&amp;nbsp; ทั้งนี้ในช่วงที่ประเทศไทยเปิดลงทะเบียนแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ช่วง15 มค.-13 กพ.64 นี้ อาจจะเกิดความพยายามในการลักลอบข้ามแดนเพื่อมาลงทะเบียนจำนวนมาก กองกำลังชายแดนก็จะเข้มงวด ตรวจสอบ ในพื้นที่ชายแดนและถัดมา ป้องกันไม่ให้มีแรงงานแอบลักลอบเข้าประเทศ โดยได้ดำเนินการควบคู่ไปทั้งเรื่องการสกัดกั้น และการติดตามตรวจสอบดำเนินการตามกฏหมายต่อกลุ่มขบวนการนำพาคนต่างด้าวเข้าเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่ มกราคม -ธันวาคม 2563 การสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายสามารถจับกุมได้ 7,390 คน แยกเป็นกัมพูชา 2,723 คน ลาว 197 คน เมียนม่า 4,352 คน ชาติอื่นๆ9 คน และผู้นำพาชาวไทย 109 คน&amp;nbsp; ซึ่งได้ถูกส่งไปดำเนินคดีตามกฎหมายและผลักดันกลับประเทศต้นทาง ส่วนสถิติในห้วงเดือน มกราคม-ธันวาคม2563 กองทัพบกตรวจพบคนไทยเดินทางเข้าประเทศผ่านแนวชายแดนในห้วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 จำนวน 32,766 คน แยกเป็น ลงทะเบียนขอเข้าราชอาณาจักรผ่านช่องทางการต่างประเทศ 28,897 คน และไม่ลงทะเบียน 3,869 คน แยกเป็นพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 จำนวน 1,885 คน กองทัพภาคที่สอง 2,838 คน กองทัพภาคที่สาม 2,330 คน และกองทัพภาคที่สี่ 25,713 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย และการขับเคลื่อนอย่างตรงเป้าหมาย รวมถึงความร่วมมือของประชาชน ทำให้การสกัดกั้นปราบปรามยาเสพติด ตามนโยบายของรัฐ เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยตลอดปี 2563 กองกำลังชายแดนกองทัพบกสามารถตรวจพบและจับกุมผู้กระทำผิดพระราชบัญญัติยาเสพติดได้จำนวน 3,041 ครั้ง ผู้ต้องหา 3,319 คน ยึดยาเสพติดของกลางได้เป็นจำนวนมาก ประกอบด้วย ยาบ้า 146,403,512 เม็ด ไอซ์ 5,512 กิโลกรัม เฮโรอีน 405 กิโลกรัม กัญชา 12,446 กิโลกรัม พืชกระท่อม 28,676 กิโลกรัม เป็นต้น พร้อมส่งต่อให้หน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมีการติดตามความคืบหน้าทางคดี และขยายผลสู่ต้นตอของขบวนการลักลอบยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สันติพงศ์&amp;nbsp; กล่าวว่า ภารกิจที่ ผบ.ทบ.เน้นย้ำคือการดูแลประชาชน โดยกำลังพลทุกภูมิภาคต่างๆ ทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทย เช่น หน่วยพิทักษ์พื้นที่ทั้ง 35 มณฑลทหารบก เป็นกำลังที่เข้าหาประชาชนได้ทันที&amp;nbsp; เจตนารมณ์ของ ผบ.ทบ.มอบให้กำลังพลยึดถือคือ พิทักษ์ราชันย์ ปกป้องประชา รักษาแผ่นดิน&amp;nbsp; เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส ให้เกิดความมั่นคงต่อประเทศชาติและให้ประชาชนผาสุก ปลอดภัย และมั่นคงในการเทิดทูนสถานพระกษัตริย์อย่างสูงสุด กองทัพบกจะยึดมั่น พิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์&amp;nbsp; และประชาชนตลอดไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ได้มีการติดตามขยายผลดำเนินการ190 คนไทยที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยให้คนเดินทางเข้าไปเล่นการพนันในฝั่งเมียนมาหรือไม่ พล.ท.สันติพงศ์ กล่าวว่า กองทัพบกมีหน้าที่ป้องกันชายแดน&amp;nbsp; จะมีกระบวนการในการทำงานทุกวิถีทางในการดูแลความมั่นคง ป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องลุกล้ำอธิปไตยของชาติไทยในทุกเรื่องและดูแลชายแดนให้ปลอดภัย&amp;nbsp; สำหรับสถานการณ์ที่ผ่านมาการที่มีบุคคลลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ทบ.ดูแลชายแดนและพื้นที่ที่ลึกเข้ามาในส่วนที่เป็นอำเภอติดชายแดน สิ่งที่เกิดขึ้นเราพยายามใช้กลไกในการทำงานอย่างเต็มขีดความสามารถทั้ง ทบ.เอง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อปฏิบัติงานให้เต็มขีดความสามารถสูงสุด แต่พื้นที่ที่ยาวไกลนั้นจากการที่เราจับกุมได้ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ที่ลึกเข้ามา แสดงว่าอาจจะมีการปฏิบัติเพิ่มเติมมากยิ่งขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดการลักลอบเข้ามาได้&amp;nbsp; แต่จากมาตรการที่เข้มขึ้นนั้น การจับแรงงานต่างด้าวที่หลุดรอดเข้ามาน้อยลง นอกจากนั้นได้มีการประสานกับ คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น หรือ ทีบีซี ก็จะพูดคุยเรื่องชายแดน และการไปมาหาสู่ระหว่างสองประเทศ จะประสานในเรื่องในภาพรวม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกองทัพบก ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการทวงถามความคืบหน้าในการปฏิรูปกองทัพหลังครบเหตุการณ์กราดยิงโคราชว่า ทบ.มีคณะทำงานด้านต่างๆ ซึ่งผบ.ทบ.ได้มอบหมายให้คณะทำงานไปศึกษา จึงอยู่ระหว่างดำเนินการ&amp;nbsp; และได้เยียวยาเรียบร้อยหมดแล้วเมื่อปีที่แล้ว ทุกคนได้รับการดูแลเป็นอย่างดี&amp;nbsp; ในส่วนของ ทบ.ได้รับการดูแลจากกองทัพอย่างชัดเจน รวมถึงส่วนงานอื่นๆ ด้วย&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสวัสดิการที่พักอาศัยซึ่งเป็นปมเหตุสำคัญในวันนั้น&amp;nbsp; พล.ท.สันติพงศ์ กล่าวว่า&amp;nbsp; เรามีคณะทำงาน ดูแลในภาพรวมอยู่แล้ว เนื่องจากว่า ทบ.มีงานหลายด้านและงานเยอะมาก งานใดที่เกี่ยวข้องกับ กรมฝ่ายเสนาธิการบางเรื่องเกี่ยวกับ สิทธิกำลังพล หรือบ้านพัก ทบ.ก็ฌจะตั้งคณะทำงานขึ้นมาเฉพาะเรื่องและดูแลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อนำเรียนผู้บังคับบัญชา&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อออกมาเป็นแนวทางว่าจะเป็นอย่างไร&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนโยบายการแปรรูปธุรกิจเงินนอกงบประมาณของกองทัพบกนอกจากกรณีของสวนสนประดิพัทธ์นั้น ได้ดำเนินการไปแล้วตามขั้นตอน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ไม่ได้นานนัก ต้องดูว่า ผลประกอบการ&amp;nbsp; 6 เดือน ถึง 1 ปีผลประกอบการเป็นอย่างไร หลังจากที่มีการเซ็นเอ็มโอยูไปแล้ว ต้องรอดูอีกเล็กน้อย และตอนนี้อาจจะมีข้อจำกัดในช่วงสถานการณ์โควิด ทำให้หลายเรื่องชะงักลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า ผ่านมา 1 ปี มีสิ่งใดที่เป็นรูปธรรมในการปฏิรูปกองทัพบ้างหรือไม่ พล.ท.สันติพงศ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของคณะทำงานที่ทำตามขั้นตอนอยู่.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90188</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, ผลงาน1ปี, พ.อ.หญิงศิริจันทร์, พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_6005229257e86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33823</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2019 12:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2019 12:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คสช.เข้ม!จับแล้ว223,173รายยึดรถ6,435คัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
17 เม.ย. 62 - พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ หลังเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนใช้เส้นทางได้ค่อนข้างสะดวก จราจรติดขัดน้อยลงกว่าเทศกาลที่ผ่านมา เนื่องจากเจ้าหน้าที่วางรูปแบบการอำนวยจราจรและปฎิบัติงานร่วมกันไว้ทุกส่วน รวมทั้งอาจเป็นเพราะมีวันหยุดมากกว่าทุกปี ประชาชนจึงวางแผนเดินทางล่วงหน้าและเดินทางกลับกันก่อน ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้เรียบร้อยขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในวันนี้ เจ้าหน้าที่เน้นการอำนวยความสะดวกประชาชนตามสถานีขนส่ง อำนวยการเดินทางกลับ การต่อรถ การใช้บริการรถรับจ้าง แท็กซี่ จักรยานยนต์ และป้องปรามมิจฉาชีพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการ &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo;พบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ในวันที่ 16 เมษายน 2562 มีดังนี้ รถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 38,993&amp;nbsp; ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถไว้ 845 คัน และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 27,395 คน ส่วนรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 32,503 ครั้ง ยึดใบอนุญาตขับขี่ไว้ 2,038 ใบ ยึดรถยนต์ 272 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 18,360 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยตลอด 6 วันที่ผ่านมา (11 &amp;ndash; 16 เมษายน 2562) เจ้าหน้าที่ตรวจพบการกระทำความผิดในส่วนรถจักรยานยนต์ 177,134 ครั้ง รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ 146,017 ครั้ง&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการ ดื่มไม่ขับไว้ 6,435 คัน (รถจักรยานยนต์ 4,752 คัน และรถยนต์ 1,683 คัน ) และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด รถจักรยานยนต์ 131,674 คน&amp;nbsp; รถโดยสารสาธารณะ/&amp;nbsp; รถยนต์ส่วนบุคล 91,499 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และจิตอาสา ยังคงต้องดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกประชาชนต่อไป เนื่องจากในบางพื้นที่ยังคงมีการจัดงานสงกรานต์ ตลอดช่วงสัปดาห์นี้,&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33823</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ดำเนินคดี, พ.อ.หญิงศิริจันทร์, สงกรานต์, เมาขับจับยึดรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190408/image_big_5caaeeddf1409.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2019 14:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2019 14:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแดง&#039;ห่วงสงกรานต์ตั้ง444จุดบริการ ยังคุมเข้มดื่มไม่ขับจับยึดรถ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย. 62 - พันเอกหญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ​ในวันหยุดต่อเนื่องช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่าง 11&amp;ndash; 17เมษายน 2562 นี้ พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก มอบหมายให้หน่วยทหารของกองทัพบก บูรณาการร่วมทุกภาคส่วน อำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางสัญจรและท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างๆ อย่างเต็มที่ โดยจัดตั้งจุดบริการประชาชน 444 จุดทั่วประเทศ ตามเส้นทางคมนาคม สถานที่ที่มีประชาชนไปใช้บริการเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;หน้าค่ายทหาร &amp;nbsp;เส้นทางที่มีการจราจรหนาแน่น พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยจุดบริการดังกล่าวอยู่ในบริเวณที่ประชาชนพบเห็น เข้าถึงได้ง่ายและไม่กีดขวางการสัญจร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมจัดสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น เครื่องดื่ม ห้องน้ำ อุปกรณ์ชาร์จไฟฟ้า นวดไทย ตรวจซ่อมรถเบื้องต้น การปฐมพยาบาล แนะนำเส้นทาง รับแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายควบคู่ไปกับการรณรงค์วินัยจราจร การมีน้ำใจในการใช้รถใช้ถนน สำหรับจุดบริการจะมีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน ทั้ง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และจิตอาสา ทั้งนี้ ผู้ใช้เส้นทางขอให้เตรียมความพร้อมทั้งสภาพร่างกายรวมถึงยานพาหนะ หากมีปัญหาข้อขัดข้องในขณะเดินทางสามารถใช้จุดบริการดังกล่าวได้ตลอด 24ชั่วโมง
​​
ส่วนการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากการขับขี่ยานพาหนะด้วยมาตรการ &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo; ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติและรัฐบาล ดำเนินมาตลอดช่วงวันหยุดต่อเนื่อง มุ่งเน้นการลดอุบัติเหตุ สร้างความปลอดภัยในการสัญจรนั้น เจ้าหน้าที่ยังคงร่วมกันเข้มงวดในมาตรการดังกล่าว ทั้งถนนสายหลัก สายรอง การคมนาคม สถานีขนส่ง โดยจะดำเนินมาตรการจากเบาไปหนัก ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้าใจให้เห็นถึงอันตรายจากการดื่มแล้วขับ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะเก็บรักษารถที่ฝ่าฝืนมาตรการไว้และสามารถติดต่อรับคืนได้หลังเทศกาล
​​
สำหรับพื้นที่ที่มีการจัดกิจกรรมสงกรานต์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจะร่วมกับผู้ประกอบการ อำนวยความสะดวก ป้องปรามมิจฉาชีพและดูแลความเรียบร้อยของสถานที่จัดงานโดยรวม เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมสืบสานประเพณีอย่างมีความสุขและปลอดภัย นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์ ศูนย์การเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวในเขตทหารของกองทัพบกจะเปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมศึกษาหาความรู้เชิงประวัติศาสตร์ อนุรักษ์ทรัพยากร และแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพักผ่อนจากการขับขี่ยานพาหนะในการเดินทางไกล และสร้างการรับรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อครอบครัวด้วย. &amp;nbsp;ทั้งนี้ กองทัพบกขอส่งความปรารถนาดีให้กับประชาชน ขอให้ใช้เวลาในช่วงเทศกาลสงกรานต์กับครอบครัวอย่างมีความสุข.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33360</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดื่มไม่ขับจับยึดรถ, ตั้ง444จุดบริการ, ทบ., บิ๊กแดง, พ.อ.หญิงศิริจันทร์, สงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190408/image_big_5caaeeddf1409.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2018 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2018 09:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2วันเมาไม่ขับ ยึดรถแล้ว752คัน ดำเนินคดี2.1หมื่นคดี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ธ.ค. 61 - พันเอกหญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เปิดเผยว่า​​ สถิติการตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ในวันที่ 28 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา มีดังนี้ในส่วน รถจักรยานยนต์, รถโดยสารสาธารณะ และรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิดรวม 27,019 ครั้ง ดำเนินคดี 21,383 ราย เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องนำรถจักรยานยนต์ไปเก็บรักษาไว้ 451คัน รถยนต์ 213 คัน ยึดใบขับขีรถจักรยานยนต์ 942 คน และยึดใบอนุญาตขับขี่รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ 732 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;โดยตลอด 2 วัน ที่ผ่านมา ( 27 &amp;ndash; 28 ธ.ค.61) เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการ ดื่มไม่ขับไว้แล้ว 752 คัน (แยกเป็นรถจักรยานยนต์ 514 คัน และรถยนต์ 238 คัน) และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด 25,826 คน แยกเป็นรถจักรยานยนต์ 14,446 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 11,380 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;​​ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พันเอกหญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า ​ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงอำนวยความสะดวกประชาชนเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งประชาชนจำนวนมากใช้เส้นทางอย่างหนาแน่นทั้งถนนสายหลักและสายรอง ขณะเดียวกันคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ตำรวจและฝ่ายปกครอง ยังคงร่วมกันตั้งจุดตรวจและจุดอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในทุกพื้นที่ พร้อมเข้มงวดในมาตรการป้องกันอุบัติเหตุ &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo; เพื่อความปลอดภัยในการสัญจรอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ฝากให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกส่วนให้ปฏิบัติงานด้วยความเข้มแข็ง ดูแลให้ประชาชนปลอดภัย ภายใต้บรรยากาศของความเป็นห่วงเป็นใย มีไมตรีต่อกัน โดยเจ้าหน้าที่จะใช้การชี้แจง และขอความร่วมมือเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยในการสัญจร ขอความร่วมมือผู้ใช้เส้นทางปฏิบัติตามกฎจราจร มีวินัย มีน้ำใจต่อเพื่อร่วมทาง ทั้งนี้ หากมีปัญหาในระหว่างการเดินทาง สามารถขอรับการช่วยเหลือได้จากเจ้าหน้าที่ที่จุดบริการประชาชนตามเส้นทางต่างๆ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25348</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ดำเนินคดี2.1หมื่นคดี, พ.อ.หญิงศิริจันทร์, ยึดรถ752คัน, เมาไม่ขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181229/image_big_5c26ddc8f334e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24419</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2018 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2018 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแดง&#039;ประชุมทางไกลสั่งคุมเข้มสินค้าเกษตรลอบเข้าไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17&amp;nbsp;ธ.ค.61- พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะนักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)​​ กล่าวว่า เมื่อเช้าวันนี้&amp;nbsp;พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช.&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ในระหว่างการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานการประชุม สำนักเลขาธิการคสช.ด้วยระบบทางไกลผ่านจอภาพ มายังกองบัญชาการกองทัพบก&amp;nbsp;กทม. โดยได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่พร้อมใจเข้าร่วมกิจกรรม &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; อย่างมีความสุข &amp;nbsp;รวมทั้งการประชาสัมพันธ์เชิญชวนกำลังพล ครอบครัว และประชาชน ร่วมชมงาน &amp;ldquo;อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์&amp;rdquo; ณ พระลานพระราชวังดุสิตและสนามเสือป่า ที่ยังมีการจัดงานจนถึงวันที่ 19 ม.ค.62 เพื่อสัมผัสความงดงามของวิถีแห่งความเป็นไทยในอดีต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.หญิงศิริจันทร์ ระบุว่า การประชุมในวันนี้ ให้ความสำคัญกับความห่วงใยของนายกรัฐมนตรี ในนโยบายสกัดกั้นการลักลอบนำสินค้าเกษตรเข้ามาในประเทศอย่างผิดกฎหมาย อาทิ หอม กระเทียม ข้าวโพด ข้าว มะพร้าว น้ำมันปาล์ม เป็นต้น ซึ่งเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้กำชับให้หน่วยงานในพื้นที่ชายแดนบูรณาการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะการประสานงานระหว่าง กองกำลังชายแดน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากร ทั้งในเรื่องการข่าว ระบบการผ่านเข้า-ออก ของสินค้าบริเวณด่านชายแดน การตั้งจุดตรวจในพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าเกษตรผิดกฎหมายเข้ามาสร้างผลกระทบต่อพืชผลทางการเกษตรของไทย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ยังได้กล่าวยืนยันในเจตนารมณ์เรื่องการหยุดยั้งยาเสพติดไว้ที่แนวชายแดน ด้วยมาตรการสกัดกั้นปราบปรามอย่างเข้มข้นภายใน 3 เดือน ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้ฝากขอบคุณทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ที่สามารถจับและยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ กำชับให้เจ้าหน้าที่คงความต่อเนื่องในการติดตามผลการดำเนินคดีกับผู้ต้องหา รวมทั้งการขยายผลไปสู่ผู้อยู่เบื้องหลังการกระทำผิดกฎหมายด้วย
​​&amp;nbsp;
เธอระบุด้วยว่า สำหรับในห้วงเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึง เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มอบหมายให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยบูรณาการกับทุกภาคส่วน เตรียมความพร้อม ในมาตรการรักษาความปลอดภัย &amp;nbsp;อำนวยความสะดวกประชาชน รวมถึงการสัญจรในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตเมือง และสถานที่มีประชาชนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนเฉลิมฉลองปีใหม่อย่างมีความสุขและปลอดภัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24419</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด่านชายแดน, บิ๊กแดง, พ.อ.หญิงศิริจันทร์, ลักลอบนำสินค้าเกษตร, หอม กระเทียม, เลขาธิการคสช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181217/image_big_5c173eb960b56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5248</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2018 12:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2018 12:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คสช.ตื่นโชว์ตัวเลขแก้โกง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.หญิง &amp;nbsp;ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) &amp;nbsp;กล่าวถึงกรณี คสช.ได้จัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อเป็นช่องทางในการรับแจ้งข้อมูลข่าวสารและความเดือดร้อนของประชาชนที่เกี่ยวกับการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ มาตั้งแต่ ก.ค.2560 &amp;nbsp;ผ่าน 3 ช่องทางหลัก คือ สายด่วน 1299 , ตู้ ปณ.444 และแจ้งด้วยตนเองผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ ณ หน่วยทหารนั้น ในเวลา 9 เดือนตั้งแต่ 14 ก.ค.2560 &amp;ndash; 12 มี.ค.2561 มีประชาชนร้องเรียนทั้งสิ้น 3,664 เรื่อง แยกเป็น เรื่องความเดือดร้อนทั่วไป 1,758 เรื่อง , การทุจริตประพฤติมิชอบ 594 เรื่อง , ยาเสพติด 442 เรื่อง และเป็นเรื่องที่มีข้อมูลไม่ชัดเจน 856 เรื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​สำหรับเรื่องร้องเรียนที่ได้รับในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาได้ถูกดำเนินการดังนี้ &amp;nbsp; 1.ส่งเรื่องร้องเรียนเจ้าหน้าที่ของรัฐมีพฤติกรรมเข้าข่ายประพฤติมิชอบให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติดำเนินการตามกรรมวิธี จำนวน 594 เรื่อง ในจำนวนนี้มีผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรียบร้อยแล้ว 157 เรื่อง พร้อมกับได้นำเรื่องเข้าสู่การดำเนินคดีตามกฎหมายตามความผิดในกรณีต่างๆ 2.เรื่องที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน โดยไม่เกี่ยวกับการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ ได้ส่งเรื่องไปให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 1,758 เรื่อง เพื่อเข้าสู่กระบวนการแก้ไขบรรเทาความเดือดร้อนตามช่องทางที่รัฐบาลมีอยู่ 3.เรื่องร้องเรียนเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงและยาเสพติด 442 เรื่อง ได้ส่งให้ต้นสังกัดดำเนินการสอบสวน และมีผลการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว 79 เรื่อง และ 4.เรื่องร้องเรียนที่ไม่มีรายละเอียดเพียงพอที่ดำเนินการได้ 586เรื่อง อยู่ระหว่างการติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ร้องเรียน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5248</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, คสช., คอร์รัปชัน, ตู้ ปณ.444, ทุจริต, พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, พ.อ.หญิงศิริจันทร์, ยาเสพติด, รองโฆษก คสช., สายด่วน 1299</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180318/image_big_5aadf98a869e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
