<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32576</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2019 11:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2019 11:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสั่งยกระดับแก้ฝุ่นภาคเหนือ หลังพบค่ามลภาวะติด1ใน5ของโลก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค. 62 - พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เป็นห่วงประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือหลังได้รับรายงานว่า มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐานในระดับสูงโดยเฉพาะที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีค่ามลภาวะในอากาศติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลกหลายวันต่อเนื่อง นายกฯ สั่งการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และ จ.เชียงใหม่ รวมถึงจังหวัดที่วิกฤตอื่น ๆ ไปพิจารณาหาแนวทางยกระดับการแก้ไขปัญหาร่วมกันโดยด่วน ส่วนประชาชนก็จะต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.อธิสิทธิ์ เปิดเผยอีกว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สาเหตุสำคัญของปัญหา หมอกควันและฝุ่นในภาคเหนือมาจากไฟป่า ซึ่งเกิดขึ้นได้เองทุกปีตามธรรมชาติเนื่องจากอากาศแห้ง รวมทั้งเกิดจากการเผาวัชพืชของประชาชน โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ทำงานกันอย่างหนัก มีการแจ้งเตือน การบังคับใช้กฎหมาย และการลดปริมาณฝุ่นและหมอกควัน ซึ่งทราบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการเข้าไปร่วมดับไฟด้วย สำหรับมาตรการที่ จ.เชียงใหม่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้คือ การควบคุมไฟป่าซึ่งมีพื้นที่กว้างอย่างต่อเนื่อง การฉีดพ่นละอองน้ำรอบคูเมืองเชียงใหม่ และกระจายออกสู่ถนนวงแหวนรอบนอก การจัดพื้นที่เซฟตี้โซน ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ และในทุกอำเภอ เพื่อให้ประชาชนใช้พักผ่อน หลีกเลี่ยงปัญหาฝุ่นจากภายนอก เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32576</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝุ่นพิษ, ฝุ่นละออง, พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190312/image_big_5c878498db482.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32476</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วีนคะแนนป่วนแผนตั้งรบ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กกต.&amp;rdquo; เปิดตัวเลขผลเลือกตั้ง 100%อย่างไม่เป็นทางการแล้ว ยันมีตัวเลขเขย่งบ้างไม่ใช่เรื่องแปลก พปชร.กวาด 8,433,137 คะแนน ส่วนเพื่อไทย 7,920,630 คะแนน &amp;ldquo;สนธิรัตน์&amp;rdquo; แถลงทันทีมั่นใจจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล &amp;ldquo;ภูมิธรรม&amp;rdquo; หัวร้อนอัดผลสุดเลอะเทอะ เปลี่ยนแปลงรายวันทำแผนยึดทำเนียบฯ ป่วน &amp;ldquo;ช่อ ส้มหวาน&amp;rdquo; สบช่องตีกิน บอก &amp;ldquo;เสี่ยหนู&amp;rdquo; เคยลั่นวาจาไม่ต่อเวลา คสช. ซึ่งประชาชนจับตาดูอยู่ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; แนะประชาชนอย่าหมกมุ่นเรื่องจับขั้วมากนัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม นายกฤช เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ แถลงผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการว่า กกต.มีมติที่ 33/2562 ลงวันที่ 25 มี.ค.62 ให้เปิดเผยผลคะแนนการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ภายหลังได้รับการรายงานผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการ 100% จากสำนักงาน กกต.จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการรายงานเฉพาะ ส.ส.แบบแบ่งเขต และคะแนนรวมของแต่ละพรรคการเมือง ซึ่ง ส.ส.แบบแบ่งเขตมีผู้สมัครทั้งสิ้น 11,181 คน แต่ถูกตัดสิทธิ์สมัครไป 572 คน คงเหลือผู้สมัคร 10,609 คน และผลคะแนนของพรรคการเมือง 81 พรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤชแถลงว่า จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งนี้มีทั้งสิ้น 51,239,638 คน มีผู้มาใช้สิทธิ์ 38,268,375 คน หรือคิดเป็น 74.69% ผู้ไม่มาใช้สิทธิ 12,971,263 คน หรือ 25.31% ซึ่งตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากการแถลงของนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ในวันที่ 24 มี.ค. เนื่องจากขณะนั้นเป็นการนับคะแนนที่ 94% ส่วนจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ไปมีทั้งสิ้น 38,268,366 ใบ แยกเป็นบัตรดี 35,532,647 คิดเป็น 92.85% บัตรเสีย 2,130,327 ใบ หรือคิดเป็นร้อยละ 5.57 บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 605,392 ใบ หรือคิดเป็นร้อยละ 1.58
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคะแนนของพรรคการเมือง 100% โดยพรรคที่มีคะแนนซึ่งนำมาคำนวณเป็นเก้าอี้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) มีประมาณ 30 พรรค อาทิ 1.พรรคพลังประชารัฐ 8,433,137 คะแนน 2.พรรคเพื่อไทย 7,920,630 คะแนน 3.พรรคอนาคตใหม่ 6,265,950 คะแนน 4.พรรคประชาธิปัตย์ 3,947,726 คะแนน 5.พรรคภูมิใจไทย 3,732,883 คะแนน 6.พรรคเสรีรวมไทย 826,530 คะแนน 7.พรรคชาติไทยพัฒนา 782,031 คะแนน 8.พรรคเศรษฐกิจใหม่ 485,664 คะแนน 9.พรรคประชาชาติ 485,436 คะแนน 10.พรรคเพื่อชาติ 419,393 คะแนน 11.พรรคพลังประชาชาติไทย 416,324 คะแนน 12.พรรคชาติพัฒนา 252,044 คะแนน 13.พรรคพลังท้องถิ่นไท 213,129 คะแนน 14.พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 136,597 คะแนน และ 15.พรรคพลังปวงชนไทย 81,733 คะแนน พลังชาติไทย 73,869 คะแนน (อ่านรายละเอียดหน้า 4)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤชยังอธิบายถึงกรณีจำนวนผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกับยอดบัตรที่ใช้ 9 ใบ ว่าอาจเกิดการเขย่งในจำนวนผู้มาใช้สิทธิกับบัตรที่ใช้ ซึ่งมีสาเหตุกรณีผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปแสดงตนใช้สิทธิ แต่ไม่รับบัตรเลือกตั้ง แล้วเดินออกจากหน่วยเลือกตั้งไป เพราะมีหน่วยเลือกตั้งกว่า 92,000 หน่วย ส่วนกรณีบัตรดีไม่ตรงกับการคำนวณคะแนนรวมของทุกพรรคการเมืองนั้น ก็อาจมีสาเหตุมาจากนับบัตรที่หน่วยเลือกตั้งที่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น แต่ยืนยันว่าไม่ส่งผลกระทบกับคะแนนรวม เพราะคะแนนมีการนับและเขียนไว้อย่างชัดเจนที่กระดานในหน่วยเลือกตั้งของทุกหน่วย ซึ่งความผิดพลาดไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก ที่ผ่านมาพบการเขย่งของบัตรเช่นนี้เหมือนกัน
&amp;ldquo;พปชร.&amp;rdquo;มั่นใจกวาดชัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทันทีที่ กกต.แถลงตัวเลขคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ 100% นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ถือเป็นความชัดเจนครั้งที่ 1 ที่ทำให้รู้ว่าเราจะมีจำนวน ส.ส.เท่าไร แต่ยังไม่ขอเปิดเผย รวมถึงได้ประเมินจำนวน ส.ส.ในส่วนของพรรคการเมืองอื่นๆ ที่คิดว่าจะจับมือกับพรรคจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเคยพูดคุยกันแล้ว สำหรับคะแนนของพรรคที่ได้อันดับหนึ่งนั้น ทำให้พรรคมั่นใจว่าจะรวมเสียงและเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ ส่วนกระบวนการเจรจาแล้วรวบรวมเสียงนั้น ก็จะเดินหน้าไปเรื่อยๆ ไม่เร่งรีบ เนื่องจากยังต้องรอการประกาศตัวเลขอย่างเป็นทางการจาก กกต. เพราะอาจมีข้อร้องเรียนจนนำไปสู่การให้ใบเหลือง-ใบแดงได้
นายสนธิรัตน์ยังปฏิเสธไม่ทราบข่าวว่าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ต่อรองตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงเกรดเออีก 3 กระทรวง ว่าไม่ทราบ และพรรคก็ยังไม่มีการประสานพูดคุยกับ 6 พรรคการเมืองที่ไปจับมือกับพรรคเพื่อไทย (พท.) ก่อนหน้านี้ ซึ่งไม่ทราบว่า 6 พรรคดังกล่าวจะเปลี่ยนใจหรือไม่
&amp;ldquo;ในวันที่ 29 มี.ค. เวลา 11.00 น. พรรคจะประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อประเมินสถานการณ์หลัง กกต.ประกาศผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ 100%&amp;rdquo; นายสนธิรัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรค พปชร. กล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาลว่า เร็วไปที่จะพูดถึง ต้องรอ กกต.รับรองผลอย่างเป็นทางการ อาจต้องใช้เวลาอีก 1 เดือนตามกรอบรัฐธรรมนูญ ส่วนที่พรรค พท.ลงนามสัตยาบันกับอีก 5 พรรคก็เป็นการช่วงชิงกระแส ถือเป็นสีสัน แต่ดูเหมือนว่ายังไม่สมบูรณ์เพียงพอ เพราะเสียงค่อนข้างจะปริ่มๆ 250 เสียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคอีสาน พรรค พปชร. กล่าวในประเด็นนี้เช่นกันว่า พรรคการเมืองที่ไปพูดคุยกับพรรค พท.มีการรวบรวม ส.ส.ได้ 253 เสียง แต่ถ้าไปดูตัวเลขจริงๆ จากหน้าหนังสือพิมพ์ ก็เห็นชัดเจนว่าคะแนนไม่ถึง เพราะฉะนั้นไม่ทราบว่าอีกฝ่ายหนึ่งพยายามทำเพื่อให้เกิดความชอบธรรม โดยทำให้ตัวเลขเกิน ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วตัวเลขไม่ถึง
อัดตัวเลขกกต.เลอะเทอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ตั้งข้อสังเกตว่า ตัวเลขที่ประธาน กกต.แถลงเมื่อวันที่ 24 มี.ค. กับการที่ กกต.แถลงวันที่ 28 มี.ค.ไม่ตรงกัน ล่าสุดพบว่ามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพิ่มมากว่า 3 หมื่นคน ถือเป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้น และตัวเลขผู้มาใช้สิทธิก็เพิ่มขึ้น 4.4 ล้านเสียง ถือเป็นเรื่องที่แปลกมาก กกต.ต้องทำตัวเลขออกมาให้ชัด ไม่ใช่เปลี่ยนไปตามอำเภอใจในแต่ละวัน เพราะมีผลไปถึงผลการเปลี่ยน ส.ส.ของแต่ละพรรค การที่องค์กรระดับชาติเปลี่ยนตัวเลขเช่นนี้ ถือเป็นความเลอะเทอะ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;กกต.เป็นผู้จัดการเลือกตั้งทั้งระบบ แล้วยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นได้ นานาประเทศจะเชื่อมั่นได้อย่างไร แล้วจะไปพูดอะไรไปถึงการตั้งรัฐบาล เพราะจะกลายเป็นว่าเป็นรัฐบาลที่ล้มเหลวไม่มีความน่าเชื่อถือ เป็นรัฐบาลที่ล้มละลายไปแล้วกับกระบวนการจัดการเลือกตั้ง&amp;rdquo; นายภูมิธรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค อนค. แถลงภายหลังการประกาศผลคะแนนเลือกตั้ง 100% อย่างไม่เป็นทางการของ กกต.เช่นกันว่า ต้องขอขอบคุณประชาชนทั่วประเทศที่มอบคะแนนเสียงมากกว่า 6.2 ล้านเสียงให้พรรค ส่งผลให้ อนค.มี ส.ส.เขตที่ 30 เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จากการคำนวณไม่ต่ำกว่า 50 คน หรือจะมี ส.ส. 80 คนขึ้นไป แต่ต้องรอดู กกต.ว่าจะเคาะคะแนนเสียงต่อ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 1 คนเท่าไร และจะมีใบเหลือง-ใบแดงให้ ส.ส.ของพรรคและพรรคฝ่ายประชาธิปไตยเท่าไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรายืนยันว่าพรรคไม่มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง หรือทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งมีโอกาสยากมากที่จะได้ใบเหลืองหรือใบแดง แต่หากได้รับจริง เราพร้อมเลือกตั้งซ่อม และเชื่อว่าประชาชนจะเทคะแนนให้เรามากกว่าเดิม มีแต่จะเพิ่มขึ้น และเผลอๆ นอกจากจะได้จำนวน ส.ส.เขตเพิ่มขึ้นแล้ว จำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของเราอาจเพิ่มขึ้นอีกด้วย เรายินดีจะพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในสนามเลือกตั้ง&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ยังกล่าวถึงการลงนามสัตยาบัน 6 พรรคว่า มี ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 255 ที่นั่ง ซึ่งยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด พรรคขอเชิญชวนทุกพรรคการเมืองที่เคยให้สัญญากับประชาชนไว้ว่าพร้อมต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ และต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. มาร่วมกับ 6 พรรคการเมือง ซึ่งประชาชนเฝ้าดูท่านอยู่ว่าใครจะยืนอยู่ฝั่งประชาธิปไตย หรืออยู่ฝั่งสืบทอดอำนาจของ คสช. นี่คือเวลาประวัติศาสตร์ที่ท่านต้องตัดสินใจ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;#39;ช่อ&amp;#39;ตีกินบีบ&amp;#39;อนุทิน&amp;#39;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ระบุว่าเป็นคนรักษาคำพูดว่าจะอยู่กับประชาธิปไตย ก็จะเชื่อมั่นในตัวนายมิ่งขวัญ รวมถึงพรรคภูมิใจไทย ที่ระบุจะไม่เอาการสืบทอดอำนาจของ คสช. ก็มั่นใจว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะทำตามคำที่เคยสัญญาไว้&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์กล่าว และว่า ส่วนกระแสเรื่องงูเห่าของพรรค อนค.นั้น เชื่อมั่นในตัวว่าที่ ส.ส.ทุกคน เพราะไม่เคยมีการซื้อหรือดูดตัว แต่ยอมรับว่าอาจเป็นไปได้ และมีความพยายามดูดตัว ซึ่งเชื่อมั่นว่าสมาชิกพรรคยึดโยงด้วยอุดมการณ์ ยากที่จะมีใครถูกดึงตัวไป ซึ่งในสุดสัปดาห์นี้ พรรคจะจัดอบรมว่าที่ ส.ส. เพราะทุกคนล้วนเป็นหน้าใหม่ และมีการลงนามอุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกัน เช่น การทำให้เกิดรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน ซึ่งไม่ใช่การบังคับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยงยุทธ ติยะไพรัช ผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติ โพสต์เฟซบุ๊กกรณีหลายฝ่ายพยายามจัดตั้งรัฐบาลในขณะนี้ว่า รัฐบาลแห่งชาติ ภาคประชาชนฝั่งหนึ่งตั้งรัฐบาลได้ แต่บริหารไม่ได้ ฝั่งหนึ่งบริหารได้ แต่ตั้งรัฐบาลไม่ได้ อย่ายอมรับกติกาที่บิดเบี้ยว ส.ส.ถูกซื้อเป็นงูเห่า ต้องช่วยกันปลดล็อกด่วนก่อนมีการยึดอำนาจ ทั้งนี้ ภาคประชาชนเท่านั้นที่ต้องร่วมกันเยียวยาเสรีภาพ ถ้า ส.ส.ท่านใดที่เห็นด้วยออกมายืนด้วยกันตรงนี้ หลังจากนั้นลงมติหาประธานสภาฯ หานายกฯ ตั้ง ครม.ฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกัน ช่วงนี้เลิกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย พร้อมติดติดแฮชแท็ก #อย่าอยู่แบบเลือกข้าง #ขอให้อยู่เพื่อประเทศของเรา #เอามีชัยไปลอยกระทงกันเถอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายถาวร เสนเนียม ว่าที่ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ระบุว่า พรรคควรไปร่วมงานกับพรรค พปชร. เพราะได้คะแนนเสียงจากประชาชนมากที่สุด แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับมติพรรค ซึ่งยืนยันว่ามีวินัยพรรค และเชื่อว่ากรรมการบริหารพรรคมีมารยาทในการตัดสินใจ โดยขณะนี้ยังไม่มีใครทาบทามหรือพูดคุยให้ร่วมรัฐบาล รวมถึงยังไม่มีการเสนอตำแหน่งรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเชาว์ มีขวด รองโฆษกพรรค ปชป. โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีกระแสบีบให้พรรค ปชป.ต้องเลือกข้างสนับสนุนพรรคใดระหว่างพรรค พท.กับพรรค พปชร.เพื่อตั้งรัฐบาล ว่าทุกคนไม่ควรดิ้นรนหรือดันทุรังให้มากนัก ดังนั้นกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลจึงยังไม่ต้องเร่งรีบ เพราะยังมีตัวแปรอีกหลายอย่างที่จะทำให้ตัวเลข ส.ส.ไม่นิ่ง เช่น เรื่องใบเหลือง ใบแดง ใบส้ม ที่อาจเกิดขึ้นก่อนประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสำราญ รอดเพชร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า การจัดตั้งรัฐบาลยังอีกยาวไกล ต้องหลังวันที่ 9 พ.ค.ทุกอย่างจึงจะเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งถ้าไม่มีอะไรเป็นอุปสรรค หรือเกิดภาวะเดดล็อก เราจะได้รัฐบาลชุดใหม่ในเดือน มิ.ย. ซึ่งการแถลงข่าวลงสัตยาบันของ 6 พรรคการเมืองโดยอ้างว่ามีพรรคที่ 7คือพรรคเศรษฐกิจใหม่ด้วยรวม 255 เสียง เมื่อวันที่ 27 มี.ค. จึงเป็นแค่เกมการเมืองธรรมดาๆ ที่ไม่มีอะไรในกอไผ่มากไปกว่าการประกาศรวมกลุ่มโดยอวดอ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย เป็นการตีกินทางการเมือง จะได้โวยวายในภายหลังหากตัวเลขลดลง&amp;nbsp;
ปล่อยภาพอ้อนแม่ยก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากจะให้คาดหมายการจัดตั้งรัฐบาล ผมยังเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง และจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่จะมีเสถียรภาพแค่ไหนอย่างไรนั้น ขอดูกันฉากต่อฉากดีกว่า น่าเสียวไส้อยู่ไม่น้อย&amp;rdquo; นายสำราญระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์นั้น พบว่าเฟซบุ๊ก Gen.Prayut Chan-o-cha ทีมงานได้โพสต์ภาพแอบถ่าย พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งกำลังนั่งทำงานภายในห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยมีสายน้ำเกลือห้อยอยู่ที่มือด้านซ้ายด้วย พร้อมข้อความว่า &amp;ldquo;แอบถ่าย...อุ้ย!!! ....เติมพลัง...แข็งแรงๆครับเจ้านาย&amp;rdquo;
พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ ชี้แจงถึงภาพดังกล่าวว่า นายกฯ ได้ฝากขอบคุณสื่อมวลชน และพี่น้องประชาชนทุกคนที่ห่วงใยสุขภาพ ซึ่งขณะนี้มีความสุขแข็งแรงดี เป็นธรรมดาที่คนมีอายุทำงานหนักก็ต้องเติมพลังบ้าง ยืนยันยังแข็งแรง 100% ตาก็หายเป็นปกติแล้ว สุขภาพใจก็ดีมีความสุข ที่การเลือกตั้งเสร็จสิ้นไปเรียบร้อยด้วยดีตามรัฐธรรมนูญ และได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ คือนำพาสู่การเลือกตั้งตามกระบวนการประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ ขอขอบคุณคนไทยทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกฯ มีอาการอ่อนเพลียธรรมดา แต่เพื่อป้องกันไม่ให้ป่วยหนัก จึงให้แพทย์จากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ามาให้น้ำเกลือบนห้องทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า 1 กระปุก ซึ่งก่อนหน้านี้นายกฯ เคยทำเช่นนี้ในช่วงเดินทางไปต่างประเทศบ่อยและติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะพักผ่อนน้อย จึงป้องกันไม่ให้ป่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินออกมาจากห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้า ภายหลังบันทึกเทปรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดย พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะทำงานได้ออกมายืนอยู่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อดูการทำงานของคนสวนที่กำลังตัดแต่งกิ่งไม้ที่สนามหญ้า และตอบคำถามถึงกรณีภาพให้น้ำเกลือว่า เป็นธรรมดาของคนแก่ ขอบคุณที่เป็นห่วง ตอนนี้ก็เติมน้ำมันหน่อย เป็นธรรมดา มันตันหมดแล้ว ต้องเติมน้ำมัน แต่แข็งแรงดีแล้ว&amp;nbsp;
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ยกมือทำท่าชกมวย เพื่อแสดงความกระฉับกระเฉง พร้อมกล่าวว่า &amp;ldquo;ขอขอบคุณอีกครั้ง ขอไปทำงานต่อแล้ว&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo;แนะเพลาการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.อธิสิทธิ์ยังกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นห่วงสภาพจิตใจของพี่น้องประชาชนที่เฝ้าติดตามข่าวการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคการเมือง ในขณะที่ กกต.ยังไม่ได้ประกาศผลอย่างเป็นทางการ โดยขอความร่วมมือสื่อมวลชนนำเสนอข่าวในระดับที่เหมาะสม เพื่อลดความเครียดหรือความวิตกกังวลของประชาชน เนื่องจากขณะนี้ใกล้เข้าสู่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ อยากให้ช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่คนไทยมีความสุข ความสามัคคี ประเทศชาติมีความสงบ ส่วนรัฐบาลยังคงต้องทำหน้าที่ต่อไปเพื่อดูแลแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากของประชาชน โดยไม่อยากให้นำปัญหาทางการเมืองซึ่งยังเป็นเรื่องของอนาคตมาถกเถียงกันให้เกิดความสับสนหรือขัดแย้งไม่สิ้นสุด และควรเคารพความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย และรู้จักแยกแยะได้ว่าสิ่งที่ฝ่ายการเมืองทำอยู่ในขณะนี้มีวัตถุประสงค์ที่แท้จริงอย่างไร&amp;rdquo; พ.อ.อธิสิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีการจับขั้วการเมืองว่า การนับคะแนนยังไม่เรียบร้อย จะไปจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างไร ต้องรอให้ กกต.นับคะแนนให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งหลังวันที่ 9 พ.ค. ค่อยว่ากัน ส่วนกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการที่ กกต.ไม่เปิดเผยผลคะแนนการเลือกตั้ง 100% เรื่องนี้ต้องไปถาม กกต.
&amp;ldquo;จะฝากเรื่องอะไร ทุกอย่างขอให้รอวันที่ 9 พ.ค. ขณะนี้ก็มีความปรองดองกันอยู่แล้ว ถือเป็นเรื่องธรรมดาของการเลือกตั้ง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ กล่าวถึงวาทกรรมเรื่องประชาธิปไตยและเผด็จการว่า ถ้าเราลดเรื่องวาทกรรมเหล่านี้ลงบ้างก็คงจะดี น่าจะเป็นประโยชน์กับประเทศ อยากให้ทุกคนมองผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ถ้าไปใช้วาทกรรมให้เกิดความเกลียดชัง เกิดการแบ่งแยก แตกแยกกัน ก็ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประพันธ์ คูณมี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง อดีตแนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โพสต์เฟซบุ๊กในเรื่องนี้ว่า วาทกรรมฝ่ายประชาธิปไตย กับฝ่ายเผด็จการเป็นทั้งการหลอกลวงและบิดเบือนข้อเท็จจริงที่ไร้ยางอาย เป็นการไม่เคารพสิทธิของประชาชน เป็นการใช้ตรรกะและปรัชญาแห่งความชั่วร้ายต่ำทรามทางการเมือง เป็นการเมืองที่สามานย์และเป็นการแบ่งแยก สร้างความเกลียดชังในหมู่ประชาชน อันเป็นพฤติการณ์ที่ถนัดของสมุนระบอบทักษิณ ที่เคยสร้างปัญหาป่วนเมือง สร้างความแตกแยกในสังคม เผาประเทศตนเองมาแล้วนั่นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากจะกล่าวกันอย่างตรงไปตรงมาในรอบกว่า 10 ปีมานี้ คงไม่มีระบอบการเมืองใดที่ชั่วร้ายเลวทรามยิ่งไปกว่าระบอบทักษิณ เพราะเนื้อแท้ของการเมืองระบอบนี้ เป็นทั้งเผด็จการ+เผด็จโกง ซึ่งระบอบเช่นนี้ต่างหากอันตรายน่ากลัว มิใช่การเมืองอย่างที่เห็นและเป็นอยู่ขณะนี้ ผมจะไม่ยอมรับพวกอ้างประชาธิปไตยบังหน้า แต่ต้องการฟื้นการเมืองสามานย์ของระบอบทักษิณให้กลับมาอีกครั้ง&amp;rdquo; นายประพันธ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32476</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤช เอื้อวงศ์, ถาวร เสนเนียม, ประพันธ์ คูณมี, พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ภูมิธรรม เวชยชัย, มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์, ยงยุทธ ติยะไพรัช, สมศักดิ์ เทพสุทิน, สำราญ รอดเพชร, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เชาว์ มีขวด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190328/image_big_5c9cdb09928bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2019 22:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แม้ว&#039;ไม่รู้จักที่ตํ่าที่สูง ผบ.ทสส.เผยเหตุคืนจักรดาว ยํ้า&#039;คสช.&#039;ยุติไปตามโรดแมป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.เหล่าทัพหน้ากระดานเรียงหนึ่งแถลงข่าว! ผบ.ทสส.เผยเหตุเรียกคืนรางวัลเกียรติยศจักรดาวเพราะ &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; จาบจ้วง ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ลั่นคนไทยต้องคิดบวกไม่มีรัฐประหาร ไม่สืบทอดอำนาจ คสช.ไปตามโรดแมป ย้ำพระบรมราโชวาท ร.9 ให้คนดีมาปกครองบ้านเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่กรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) ภายหลังการประชุมผู้บัญชาการทางทหาร ซึ่งมี ผบ.เหล่าทัพและ ผบ.ตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมประชุม พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) กล่าวถึงจุดยืนของกองทัพต่อบทบาทและหน้าที่ในการปกป้องสถาบันหลักของชาติว่า จุดยืนของทหารตำรวจไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม คือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และความอยู่ดีมีสุขของประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบทบาทความเป็น คสช.และความเป็นแม่น้ำ 5 สาย จะมีโรดแมปตามระยะเวลา ก็ไม่มีเรื่องใดที่ต้องกังวล การบริหารงานของรัฐบาลในเวลาต่อไปเป็นไปตามตัวบทกฎหมายและรัฐธรรมนูญที่กำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สถานการณ์การเมืองในขณะนี้ ผบ. เหล่าทัพวิเคราะห์อย่างไรบ้างหลังเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้ว พล.อ.พรพิพัฒน์ตอบว่า ช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมาต้องขอขอบคุณทุกพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องที่ได้ทำให้เกิดความเรียบร้อย ทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาฯ คสช. ได้คลายความกังวล เพราะทุกอย่างเป็นไปตามโรดแมป ผลของการเลือกตั้งเท่าที่ได้ติดตามในฐานะประชาชน ทุกอย่างก็เป็นไปด้วยความปกติ ส่วนความพยายามที่จะรวมเป็นรัฐบาลโดยคะแนนข้างไหนนั้น ขอให้เป็นเรื่องของฝ่ายการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทหารตำรวจจะปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความสงบและป้องกันเอกราชอธิปไตยของประเทศชาติต่อไปปกติ ทั้งนี้ ทหารตำรวจเป็นส่วนราชการ เป็นกลไกทางราชการที่ต้องปฏิบัติงานตามคำสั่งของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใดก็ตาม เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองใดที่จะมาทำหน้าที่ในการเป็นรัฐบาล &amp;nbsp; ทหารและตำรวจต้องปฏิบัติตามนโยบายและแนวทางที่รัฐบาลดำเนินการไว้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในฐานะที่กองทัพเป็นส่วนหนึ่งของคสช. แค่ 7 พรรคการเมืองลงสัตยาบันหยุดสืบทอดอำนาจ คสช.และปฏิรูปกองทัพ ผบ.ทสส.ตอบว่า คสช.ต้องยุติไปตามโรดแมปอยู่แล้ว เมื่อเลือกตั้งและตั้งรัฐบาลความเป็น คสช.ก็พ้นไปโดยธรรมชาติ ตนไม่เห็นว่าจะมีโอกาสที่จะเป็นการสืบทอดอำนาจตามวาทะที่ได้พูดในระยะนี้ ไม่มีอะไรที่จะเป็นเรื่องน่ากังวล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนที่ถามเกี่ยวกับการปรับปรุงพัฒนากองทัพ ถ้าคำสั่ง แนวทาง นโยบายแห่งรัฐ เป็นเรื่องที่คิดใคร่ครวญอย่างเหมาะสมแล้วที่ทำให้ประเทศชาติมีความมั่นคง เสถียรภาพ ไม่ถูกรุกรานจากประเทศภายนอก ทุกอย่างจะปรับได้ตามที่รัฐบาลกำหนดนโยบายให้กับกองทัพและตำรวจปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าจะสามารถทำตามพระบรมราโชวาท คือให้คนดีมาปกครองบ้านเมืองได้หรือไม่ พล.อ.พรพิพัฒน์ระบุว่า นี่คือสิ่งที่เป็นความเร่งด่วนที่สุด ที่กองทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พยายามจะพูดในทุกครั้งและทุกโอกาส การดำเนินการทุกประการตามแนวพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ถือว่ามีความลึกซึ้งและเป็นปรัชญาสูงสุด เราไม่สามารถทําให้ทุกคนเป็นคนดี แต่เราเลือกคนดีเข้ามาบริหาร มีอำนาจได้ แล้วเราทุกคนในสังคมต่างๆทหารตำรวจพยายามยึดมั่นในแนวปฏิบัติอันนี้ คือพยายามให้ทุกคนก็ตามที่เป็นคนดีขึ้นมาเป็นผู้ปกครองบังคับบัญชา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าหาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก กองทัพมีจุดยืนอย่างไร ผบ.ทสส.ตอบว่า กองทัพและ สตช.อยู่ภายใต้รัฐบาลมาเป็นร้อยปี อยู่ภายใต้การนำของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยมาทุกแบบ เพราะฉะนั้นไม่มีปัญหาว่ากองทัพจะปฏิบัติงานภายใต้รัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีท่านใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากการเลือกตั้งไม่ได้ข้อสรุปที่ดี จะเกิดการรัฐประหารหรือไม่ พล.อ.พรพิพัฒน์แย้งว่า &amp;nbsp; อย่าไปตั้งเป้าว่าจบไม่ดี คนไทยต้องคิดบวก เราอุตส่าห์เดินทางตามโรดแมปมาถึงขั้นนี้แล้ว จนมีการเลือกตั้งคะแนนก็ได้ผลการเลือกตั้ง ขอให้ กกต.ประกาศยืนยันผลเป็นทางการทุกอย่างก็จะมีการฟอร์มรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ซึ่งในที่สุดก็จะสามารถมีรัฐบาลที่ได้เสียงข้างมากจนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.พรพิพัฒน์ยังกล่าวในฐานะประธานมูลนิธิศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหาร (รร.ตท.) ถึงกรณีคณะกรรมการมูลนิธิศิษย์เก่าโรงเตรียมทหารมีมติถอดชื่อนายทักษิณ ชินวิตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากการเป็นศิษย์เก่าดีเด่น และเรียกคืนรางวัลเกียรติยศจักรดาวที่ได้รับเมื่อปี 2534 ว่า ถือเป็นมติที่ประชุมคณะกรรมการศิษย์เก่า รร.เตรียมทหาร มีผู้แทนจากรุ่นต่างๆ เป็นองค์ประกอบของคณะกรรมการ ถือเป็นเรื่องภายใน ซึ่งรางวัลนี้เป็นรางวัลเกียรติยศ ผู้รับก็ต้องรักษาเกียรตินั้นไว้ ถ้ามีข้อมูลในทางใดที่ผู้รับไม่สามารถรักษาเกียรติไว้ได้ก็ต้องเรียกคืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงสาเหตุในการเรียกคืนรางวัล ผบ.ทสส.ชี้แจงว่า สื่อมวลชนและคนไทยอาจทราบข้อมูลตรงนั้นอยู่จากเว็บไซต์และโลกโซเชียลในหลายแห่ง แต่สิ่งที่รบกวนจรรยาบรรณและหลักนิยมของทหาร คือการใดก็ตามที่เป็นการจาบจ้วง ไม่รู้ที่สูงที่ต่ำ ตรงนั้นก็ถึงเวลาที่จะต้องตัดสินใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเหตุใดจะต้องมาถอดชื่อในช่วงนี้นั้น พล.อ.พรพิพัฒน์ระบุว่า ก็มีช้ามีเร็วได้ ก็เป็นเรื่องปกติ อยู่ที่ว่าช่วงใดที่เราจะดำเนินการ ก็ต้องดำเนินการให้จบกระบวนการขั้นตอนไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ฮ่องกงหรือไม่ &amp;nbsp;ผบ.ทสส.ยืนยันว่า &amp;ldquo;ไม่ครับ เป็นเรื่องทั่วๆ ไป เมื่อข้อมูลมาถึงจุดจุดหนึ่งที่ต้องดำเนินการอย่างไร เราก็เลือกระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่อยากให้ส่งผลกระทบเรื่องในการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ากรณีของนายทักษิณ เป็นครั้งแรกหรือไม่ พล.อ.พรพิพัฒน์ตอบว่า ส่วนใหญ่ผู้ได้รับรางวัลเขาก็รักษาเกียรติแห่งรางวัลนั้นไว้ได้ทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศิษย์เก่าเตรียมทหารก็เป็นทหารและตำรวจ ซึ่งเช่นเดียวกับคนไทยทุกคน ที่มีมาตรฐานทางจริยธรรม โดยเฉพาะมาตรฐานในความจงรักภักดี ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติที่เรายึดถือ จะรู้และระมัดระวัง ไม่ล่วงเกินทางใดทางหนึ่ง ผู้ใดล่วงละเมิดล่วงเกิน อย่างที่ผมบอกไปแล้วว่า ไม่รู้ว่าอะไรสูงอะไรต่ำ มาตรการทางใดทางหนึ่ง อันนี้ก็จะเป็นมาตรฐานที่คนไทยทุกคนพึงปฏิบัติ&amp;quot; ผบ.ทสส.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของคณะกรรมการฯ ส่วนกรณีนี้จะทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ขึ้นหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ขอให้สถาบันทางสังคม ทั้งครอบครัว สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน ร่วมกันพัฒนาการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย ปลูกฝังศีลธรรมตามคำสอนของศาสนาที่ทุกคนเคารพนับถือ เพื่อสร้างสังคมที่สงบสุข ปลอดภัยอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ เน้นย้ำว่าคนไทยทุกช่วงวัยทุกอาชีพ ทั้งเด็ก เยาวชน คนทำงาน ผู้สูงอายุ ต้องมีความรักสามัคคีกัน ศรัทธาในสิ่งที่ถูกต้อง ด้วยความรู้และคุณธรรม โดยพิทักษ์ รักษาสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งของเราต่อไป เพราะวันนี้ยังมีคลื่นใต้น้ำที่นับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อบ้านเมือง ซึ่งอาจเกิดจากความไม่รู้หรือไม่เจตนา&amp;rdquo;พ.อ.อธิสิทธิ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32475</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี, ร.11 รอ., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190328/image_big_5c9cdab681de0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2019 15:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2019 15:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯเตือนสติคนไทยศรัทธาในสิ่งที่ถูกต้อง ชี้ยังมีคลื่นใต้น้ำเป็นอันตรายต่อบ้านเมือง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค.62 - พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ขอให้สถาบันทางสังคม ทั้งครอบครัว สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน ร่วมกันพัฒนาการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย ปลูกฝังศีลธรรมตามคำสอนของศาสนาที่ทุกคนเคารพนับถือ เพื่อสร้างสังคมที่สงบสุขปลอดภัยอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯเน้นย้ำว่าคนไทยทุกช่วงวัยทุกอาชีพ ทั้งเด็ก เยาวชน คนทำงาน ผู้สูงอายุ ต้องมีความรักสามัคคีกัน ศรัทธาในสิ่งที่ถูกต้อง ด้วยความรู้ และคุณธรรม โดยพิทักษ์ รักษาสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งของเราต่อไป เพื่อดำรงไว้ซึ่งประวัติศาสตร์ชาติไทย ซึ่งมีมาอย่างยาวนานกว่า 1,400 ปี ทำให้ประเทศไทยมีภูมิคุ้มกันเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างเหมาะสม เพราะวันนี้ยังมีคลื่นใต้น้ำที่นับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อบ้านเมือง ซึ่งอาจเกิดจากความไม่รู้หรือไม่เจตนา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.อธิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังกล่าวอีกว่า ประเทศไทยมีศักยภาพอีกมากที่สามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างก้าวกระโดด เพียงทุกคนมีสติ ตั้งมั่นรักษาความดีงาม ใช้ความเป็นไทยและความพร้อมที่มีอยู่นำพาประเทศชาติและความหวังของพี่น้องคนไทย ให้มุ่งไปข้างหน้าอย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และเกิดประโยชน์สูงสุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32440</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนดี, พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ, พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190311/image_big_5c86435778216.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พปชร.-ลุงตู่&#039;ชนะ! คะแนนแซงหน้าเพื่อไทย มาร์คไขก๊อกรับพลาดเป้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พปชร.&amp;quot; ผงาด! กวาด 7,503,898 คะแนน เฉือน &amp;quot;พท.&amp;quot; ที่ได้ 7,045,494 คน &amp;quot;อนาคตใหม่&amp;quot; แรง 5,164,595 คะแนน คว้าอันดับ 3 เขี่ย &amp;quot;ปชป.&amp;quot; ตกไปที่ 4 &amp;quot;อภิสิทธิ์&amp;quot; ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรค ลั่นต้องรักษาสัจจะนักการเมือง &amp;quot;กกต.&amp;quot; แ ถลงยอดใช้สิทธิทั่วประเทศ &amp;nbsp;65.96% &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ขอบคุณประชาชนคนไทย ย้ำอยู่ปฏิบัติหน้าที่จนได้รัฐบาลใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 มี.ค.62 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทั่วประเทศ ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดขึ้น โดยมีเขตเลือกตั้งทั้งหมด 92,320 หน่วย ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 50,459,477 คน เริ่มเปิดหีบเลือกตั้งเวลา 08.00 น. และปิดหีบเวลา 17.00 น.นั้น ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทั้งบุคคลสำคัญต่างๆ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ ดารานักแสดง ผู้เฒ่าผู้แก่ ประชาชนทั่วไป รวมทั้งผู้มีสิทธิเลือกตั้งหน้าใหม่ที่มีประมาณกว่า 7 ล้านคน ได้ทยอยออกมาใช้สิทธิกันอย่างคึกคักทั่วทุกพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา 08.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางมาลงคะแนนใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่เขตเลือกตั้งที่ 6 กรุงเทพมหานคร หน่วยเลือกตั้งที่ 10 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ บริเวณใต้ทางด่วน ประดิพัทธ์ 5 ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาเพียงคนเดียว ไม่ได้มาพร้อมกับครอบครัว แต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตแขนสั้น สีฟ้าขาวลายพราง กางเกงสแล็กสีดำ ทันทีที่มาถึง ก็ได้เข้าไปตรวจสอบลำดับรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งของตัวเอง ก่อนยืนต่อแถวรอใช้สิทธิ์ตามขั้นตอน อย่างอารมณ์ดีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส โดย พล.อ. ประยุทธ์เป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในลำดับที่ 165&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางมาที่เขตเลือกตั้งที่ 6 กรุงเทพมหานคร หน่วยเลือกตั้งที่ 10 ซึ่งเป็นเขตเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ แต่มาในเวลา 11.30 น. โดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม เดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 10 เขตเลือกตั้งที่ 8 แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง ที่สวนสาธารณะวังทอง 1 ซ.ลาดพร้าว 71 ในเวลา 08.00 น. ตรวจสอบบัญชีรายชื่อของตนเองอยู่ลำดับที่ 726 และต่อคิวเข้าแถวร่วมกับประชาชนที่เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มาใช้สิทธิเลือกตั้งหน่วยเลือกตั้งที่ 48 เขตเลือกตั้งที่ 7 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ บริเวณเต็นท์ใต้ทางด่วน ซ.ประชาชื่น 30 ในเวลา 10.00 น. โดยนายวิษณุกล่าวว่า ประเทศไทยได้ละเว้นจากการเลือกตั้งมานาน วันนี้ถึงเวลาอันเหมาะสม กกต.จึงได้จัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป ขอเชิญชวนประชาชนทุกคนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นการทำหน้าที่ใหญ่ตามกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ. ) พร้อม รศ.ดร.กฤติกา คงสมพงษ์ และ ร.อ. แพทย์หญิงอมรัชต์ คงสมพงษ์ บุตรสาว มาลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งที่ 18 บริเวณเต็นท์หน้าอาคารสวัสดิการกองบัญชาการกองทัพไทย แยกประชานุกูล ในเวลา 08.05 น. ซึ่งทั้งสามคนได้ต่อคิวเพื่อตรวจสอบรายชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณเต็นท์ลานจอดรถฟิตเนส แฮปปี้ ฮับ (ซอยสุคนธสวัสดิ์ 25-27) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อม น.ส.สุพรียา รังสิตพราหมณกุล บุตรสาว เดินทางมาเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้ง 91-93 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว ของเขตเลือกตั้งที่ 8 กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรคการเมืองต่างๆ นั้น นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ใช้ฤกษ์เวลา 09.09 น. เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 5 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา ของเขตเลือกตั้งที่ 4 กทม. สถานที่เลือกตั้ง ใต้อาคารจอดรถโรงเรียนนานาชาติบางกอกเพรพ สุขุมวิท 53 โดยนายอุตตมมีรายชื่อของผู้มีสิทธิเลือกตั้งอยู่ในหน่วยเลือกตั้งที่ 5 ลำดับที่ 222 &amp;nbsp;
แห่ลงคะแนนคึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 09.20 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เดินทางมายังหน่วยเลือกตั้งโรงเรียนสวัสดีวิทยา ซอยสุขุมวิท 31เพื่อใช้สิทธิ์เลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี เวลา 08.45 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) พร้อมด้วย น.ส.แขแสง เทือกสุบรรณ บุตรสาว ไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ที่เขตเลือกตั้งที่ 4 &amp;nbsp;หน่วยเลือกตั้งที่ 2 บริเวณศาลาอเนกประสงค์ โรงเรียนบ้านบ่อกรัง ต.ท่าสะท้อน อ.พุนพิน โดยนายสุเทพมีรายชื่ออยู่ในลำดับที่ 4 &amp;nbsp;และ น.ส.แขแสงอยู่ลำดับที่ 6
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เต็นท์บริเวณมหาวิทยาลัยรามคำแหง 2 ถนนรามคำแหง 2 หน่วยเลือกตั้ง 33 แขวงดอกไม้ เขตเลือกตั้งที่ 20 ประเวศ บางนา กทม. เวลา 07.45 น. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่(อคน.) พร้อมด้วยนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยา โดยนายธนาธรเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งลำดับที่ 484&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) เดินทางมาใช้สิทธิ์ออกเสียงด้วยรถสกูตเตอร์ ในเวลา 09.00 น. ที่หน่วยเลือกตั้ง 26-27 เขตเลือกตั้งที่ 4 โรงเรียนแจ่มจันทร์ ย่านทองหล่อ เขตวัฒนา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 31 แขวงจอมพล เขตจตุจักร เขตเลือกตั้งที่ 6 กทม. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้ง และแคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. เดินทางมาใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง โดยคุณหญิงได้เดินทางมาพร้อมสามีและบุตรทั้ง 3 คน โดยครอบครัวเพียงเดินทางมาให้กำลังใจคุณหญิงสุดารัตน์ เพราะไม่ได้มีชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งอยู่ในเขตดังกล่าวนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ภริยานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาใช้สิทธิเลือกตั้งที่ลานกีฬา 1 หมู่บ้านเคหะธานี 3 หน่วยที่ 15 แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว เขตเลือกตั้งที่ 14 กรุงเทพมหานคร มีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย ร่วมติดตามมาด้วย ก่อนที่จะเดินทางไปลงคะแนนเลือกตั้งในเขตตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดกระบี่ ที่ศาลาอเนกประสงค์ หน่วยเลือกตั้งที่ 8 &amp;nbsp;เขตเลือกตั้งที่ 1 หมู่ที่ 3 ตำบลเขาครามอำเภอเมือง คุณปู่วัย 91 ปี ชื่อนายเล้หมัน กุลหลัง อายุ 91 ปี ซึ่งเป็นคนที่มีอายุมากที่สุดของหมู่บ้าน ได้เดินทางมาที่หน่วยเลือกตั้งที่ 8 เพื่อทำการใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้อำนวย โดยไม่ต้องเข้าคิว โดยคุณปู่บอกว่าหลังเลือกตั้งอยากเห็นบ้านเมืองสงบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 17.00 น. ภายหลังการปิดหีบเลือกตั้ง พรรคการเมืองต่างๆ ได้เปิดแถลงข่าวขอบคุณประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำพรรค แถลงขอบคุณพี่น้องคนไทยทุกคนที่ได้ออกมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในครั้งนี้ ถือเป็นวันสำคัญสำหรับประเทศไทยในการที่มาลงคะแนน เพื่ออนาคตของประเทศ พร้อมขอบพระคุณทุกเสียงทุกคะแนนที่ได้เป็นกำลังใจ และให้ความไว้วางใจกับพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ พร้อมด้วยแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ สักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม และแถลงภายหลังปิดหีบเลือกตั้งว่า ตนและพรรคประชาธิปัตย์ขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เพราะการใช้สิทธิตามระบอบประชาธิปไตยถือเป็นหน้าที่ และการที่ทุกคนสละเวลาไปใช้สิทธิก็เพื่อกำหนดอนาคตของประเทศร่วมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคเพื่อไทย (พท.) พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค, คุณหญิงสุดารัตน์, นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค และนายโภคิน พลกุล แกนนำพรรค ร่วมแถลงข่าวหลังปิดหีบเลือกตั้ง โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ในนามพรรคเพื่อไทย ขอบคุณทุกคะแนนที่ได้ให้ความไว้วางใจที่มอบให้กับพรรคทุกคะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นายธนาธรแถลงขอบคุณประชาชนว่า ขอบคุณคนไทยทุกคนที่ออกมาเลือกตั้ง ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ ที่จะกำหนดอนาคตประเทศไทยไปอีกนาน ทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ ขอบคุณทุกเสียงที่มอบให้อนาคตใหม่
ยอดผู้มาใช้สิทธิ 65.96% &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. เวลา 18.00 น. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. แถลงหลังปิดหีบลงคะแนนทั่วประเทศว่า กกต.ได้รับรายงานว่าบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักร จากประเทศนิวซีแลนด์ ประมาณ 1,500 ใบ ถูกส่งมาไม่ทันเวลา ตามกฎหมายต้องถือว่าเป็นบัตรเสีย แต่ต้องมีกระบวนการสั่งการ โดยในวันที่ 25 มี.ค. ทางสำนักงานจะเสนอ กกต.ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาวินิจฉัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สาเหตุล่าช้าเบื้องต้นทราบว่าเป็นการขนส่งโดยสายการบิน 3 สายการบิน ซึ่งเครื่องบินต้องต่อเครื่องและมีปัญหาเครื่องบินดีเลย์ โดยบัตรถูกจัดส่งออกมาพร้อมกับประเทศอื่นๆ ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. ปกติต้องมาถึง 23 มี.ค. แต่ปรากฏว่าบัตรเพิ่งถูกส่งมาถึงวันนี้ (24 มี.ค.) ทำให้ไม่สามารถจัดส่งไปยัง 350 เขตเลือกตั้งได้&amp;quot; พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า กกต.จะรับผิดชอบอย่างไรกับสิทธิของ 1,500 คนที่เสียไป เลขาฯ กกต.กล่าวว่า ก็รับผิดชอบตามกฎหมาย โดยการวินิจฉัยของ กกต. ซึ่งการพิจารณาของ กกต.ในวันที่ 24 มี.ค.นี้ ก็จะได้พิจารณาข้อเท็จจริงเพื่อหาสาเหตุและผู้รับผิดชอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในอดีตก็เคยเกิดเหตุบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักรส่งมาไม่ทันเวลา แต่ยืนยันว่า กกต.พยายามติดตามการขนส่งบัตรนอกราชอาณาจักรอยู่ตลอดเวลา โดยในส่วนของบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากประเทศอื่นๆ ก็ถูกส่งมาตามกำหนดและส่งไปยังเขตเลือกตั้งทุกเขตทันเวลา และมีการนำไปรวมนับพร้อมกับบัตรเลือกตั้งในวันนี้&amp;quot; เลขาฯ กกต.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวถึงการเลือกตั้งใหม่กรณีที่คะแนนโหวตโนชนะผู้ที่มีคะแนนสูงสุดว่า ทางสำนักงานได้เตรียมแผนรองรับเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งต้องเปิดรับผู้สมัครชุดใหม่ทั้งหมดตามกฎหมาย จึงต้องมีระยะเวลาในการเตรียมการ โดยวางแผนให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 28 เม.ย. แต่ถ้าหากเป็นกรณีที่ กกต.เพิกถอนสิทธิสมัครชั่วคราว (ใบส้ม) หรือสั่งเลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง) ที่ผู้สมัครยังเป็นชุดเดิมก็จะมีการเลือกตั้งก่อนเวลาดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 21.30 น. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. แถลงสรุปภาพรวมการเลือกตั้งเบื้องต้น ภาพรวมจัดเลือกตั้งตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการร้อยละ 90 พบว่า มีผู้มาใช้สิทธิ 65.96% &amp;nbsp;บัตรเสีย 5.6% โหวตโน 1.5% จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 51,205,624 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพรกล่าวว่า ส่วนการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักร มีผู้มาใช้สิ้น 101,004 คน คิดเป็น 84.7% มีกรณีคัดแยกซองใส่บัตรเลือกตั้ง ซึ่งซองบรรจุบัตรจากสถานกงสุลกรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ส่งมาไม่ทัน ประสบปัญหาตามลำดับเวลาดังนี้ วันที่ 18 มี.ค. สถานกงสุลเวลลิงตันส่งบัตรเลือกตั้งให้คาร์โกของสายการบินนิวซีแลนด์ ต่อมาวันที่ 21 &amp;nbsp;มี.ค. แอร์นิวซีแลนด์ส่งถุงเมล์บรรจุบัตรเลือกตั้งให้การบินไทย และวันที่ 22 มี.ค. ตรวจสอบพบว่าถุงเมล์ตกค้างนครโอ๊กแลนด์ แต่ได้นำส่งการบินไทยในวันเดียวกัน และในวันที่ 23 มี.ค. ถุงเมล์ถูกส่งถึงบริษัท การบินไทยฯ ในช่วงค่ำ ขณะนี้ถุงเมล์บรรจุบัตรเลือกตั้งยังเก็บอยู่ที่คลังสินค้าของการบินไทย
อันดับ1พปชร.7.5ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การนับคะแนนรวมอย่างไม่เป็นทางการ (92%) อันดับ 1 พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp; 7,503,898 คะแนน, อันดับ 2 พรรคเพื่อไทย 7,045,494 คน, อันดับ 3 พรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;5,164,595 คะแนน, อันดับ 4 พรรคประชาธิปัตย์ 3,194,394 คะแนน, อันดับ 5 พรรคภูมิใจไทย 3,175,624 คะแนน, อันดับ 6 พรรคชาติไทยพัฒนา &amp;nbsp;700,313 คะแนน, อันดับ 7 พรรคเสรีรวมไทย 697,510 คะแนน, อันดับ 8 พรรคเศรษฐกิจใหม่ 426,223 คะแนน, อันดับ 9 พรรคเพื่อชาติ 366,394 คะแนน, อันดับ 10 พรรครวมพลังประชาชาติไทย 288,180 คะแนน, อันดับ 11 พรรคชาติพัฒนา 223,554 คะแนน, อันดับ 12 พรรคพลังท้องถิ่นไท 158,636 คะแนน, อันดับ 13 พรรคประชาชาติ 121,711 คะแนน, อันดับ 14 พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 116,952 คะแนน และอันดับ 15 พรรคพลังปวงชนไทย 74,069 คะแนน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 21.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.พรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ แจ้งยกเลิกกำหนดการแถลงข่าวเดิมในเวลา 22.00 น. เนื่องจากการนับคะแนนยังไม่แล้วเสร็จ และคาดว่าจะใช้เวลานานเกินไปกว่าจะมีการแถลงข่าว จึงขอเลื่อนไปแถลงในวันที่ 25 มี.ค. ณ ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ อาคารไทยซัมมิท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 21.50 น. นายอภิสิทธิ์ พร้อมแกนนำพรรค ปชป. แถลงข่าวประกาศลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค โดยระบุว่า เนื่องจากผลการเลือกไม่ได้เป็นอย่างที่ตั้งใจไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเป็นพรรคอันดับหนึ่ง หรือจำนวนที่นั่ง ส.ส. ตนขอโทษคนที่สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนที่ไม่สามารผลักดันแนวคิดของเราให้ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งนี้ และขออภัยเพื่อนๆ ร่วมอุดมการณ์หลายคน ซึ่งเป็นผู้ที่ตั้งใจมุ่งมั่นที่จะเป็นนักการเมืองคุณภาพ ทั้งที่เป็นอดีต ส.ส.และคนที่มาสมัครครั้งแรก และคนรุ่นใหม่ที่ตั้งใจมาสืบสวนอุดมการณ์ของพรรค ที่เขาเหล่านั้นไม่สามารถประสบความสำเร็จในการเข้าสู่สภาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผมต้องแสดงความรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าองค์กร เพราะฉะนั้นผมขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคตั้งแต่บัดนี้ และตามข้อบังคับพรรค คณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยู่ก็จะเป็นผู้รักษาการแทน และกรรมการชุดนี้จะเป็นผู้อยู่ร่วมกับ ส.ส.ของพรรคที่ได้รับเลือกตั้ง จะเป็นผู้พิจารณาแนวทางของพรรคที่เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล หรือการทำงานในสภาตามข้อบังคับพรรคต่อไป&amp;quot; นายอภิสิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจและให้การสนับสนุนตลอดเวลา ขอเรียนว่าความตั้งใจของตนในการทำงานให้ประชาชนให้กับพรรคจะไม่มีวันเสื่อมคลาย แต่ต้องรักษาคำพูด เพราะจะต้องรักษาสัจจะที่เป็นสัจจะของนักการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เสริมว่า สำหรับขั้นตอนการเลือกหัวหน้าพรรค ปชป.คนใหม่ แทนนายอภิสิทธิ์ที่ประกาศลาออก ทางพรรคจะรอรับทราบจำนวน ส.ส.ทั้งในระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อเสียก่อน จึงจะเรียกประชุมและดำเนินการเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ต.สุธรรม ระหงษ์ ผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กก.บห.น่าจะเรียกประชุมภายในไม่กี่วันนับจากนี้ เพื่อดำเนินการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ว่าจะใช้ระบบเดิมหรือไม่ อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ขอบคุณประชาชนคนไทยทุกคน ทุกพื้นที่ ที่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก และเมื่อมีการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็จะเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนของนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. จะยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่โดยสมบูรณ์ ด้วยความรักและปรารถนาดีต่อทุกคน เพื่อแก้ไขปัญหาและวางรากฐานที่มั่นคง มั่งคั่งให้กับประเทศและพี่น้องประชาชนคนไทยตลอดไป&amp;quot; ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32141</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์, ทักษิณ ชินวัตร, น.ต.สุธรรม ระหงษ์, พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, วิษณุ เครืองาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190324/image_big_5c97b5cc21bdd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2019 21:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2019 21:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;บิ๊กตู่&quot;อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 21.00 น. พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขอบคุณทุกฝ่ายในนามของรัฐบาลสำหรับการจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันนี้ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งเจ้าหน้าที่พลเรือน ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทุกคนที่ทำงานอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมาจนถึงวันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ขอบคุณประชาชนคนไทยทุกคน ทุกพื้นที่ ที่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก และเมื่อมีการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว พรรคการเมืองต่าง ๆ ก็จะเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลต่อไป ในส่วนของนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. จะยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่โดยสมบูรณ์ ด้วยความรักและปรารถนาดีต่อทุกคน เพื่อแก้ไขปัญหาและวางรากฐานที่มั่นคงมั่งคั่งให้กับประเทศและพี่น้องประชาชนคนไทยตลอดไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32125</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190322/image_big_5c94e64485934.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.รุดถกตัวแทนชาวนา รุมจี้สนช.ชะลอพรบ.ข้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ฮึ่มข่าว พ.ร.บ.ข้าวถูกปั่นสร้างความเกลียดชัง ชี้เป็นกฎหมายของ สนช.มุ่งหวังดูแลเกษตรกรไม่ให้ถูกเอาเปรียบ บี้รัฐมนตรีเร่งแจงข้อเท็จจริงก่อนข่าวถูกกระพือไปไกล กมธ.รุดหารือตัวแทนเกษตรกรร่อนเอกสารแจงยิบ &amp;ldquo;ชาวนา-เอ็นจีโอ-อัยการ-ปชป.&amp;rdquo; ประสานเสียงชะลอนำเข้าที่ประชุม 20 ก.พ.นี้ ระบุหากดื้ออาจเห็นม็อบชาวนาลุกฮือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ &amp;nbsp;(คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงร่างพระราชบัญญัติข้าว พ.ศ. ... ที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ว่าเป็นกฎหมายของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่เสนอมายังรัฐบาล เนื่องจากเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งได้พิจารณาส่งกลับไปแล้วและให้ปรับประเด็นต่างๆ ที่มีปัญหา แต่สิ่งที่เอามาเผยแพร่กันเป็นการนำสิ่งที่ไม่ใช่กฎหมายตัวจริงมาเผยแพร่ ทำให้เกิดความเกลียดชังกันทั่วไปหมด ทั้งที่เจตนารมณ์ของ สนช.และรัฐบาลมุ่งหวังดูแลเกษตรกรให้มากขึ้น ไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบไม่ว่าใคร ซึ่งไม่ได้มีผลกระทบกับเกษตรกร ทั้งการเก็บเมล็ดพันธุ์ การแลกเปลี่ยน และการขายเมล็ดพันธุ์ &amp;nbsp;เพียงแต่ดูส่วนภาคเอกชนว่าจะทำอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยืนยันรัฐบาลมุ่งหวังที่จะดูแลเกษตรกร แต่จำเป็นต้องมีกระบวนการ โดยที่กติกาต้องไม่มากหรือน้อยเกินไป ส่วนของ สนช.เองก็ไม่ได้มุ่งหวังเอาเป็นเอาตายกับใคร วัตถุประสงค์สำคัญคือดูแลพี่น้องเกษตรกรไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ เราต้องไว้ใจกันตรงนี้ ถ้าไม่ไว้ใจกันเลยก็ทำอะไรไม่ได้ซักอย่าง 4-5 &amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา ถ้าไม่ออกกฎหมายอะไรก็ทำอะไรกันไม่ได้อีก&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวออกโดย สนช. ไม่ใช่ร่างของรัฐบาล โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้ส่งอธิบดีกรมการข้าวไปเป็นกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณากฎหมายในวาระที่ 2 ซึ่งยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้เสนอความเห็นใน 2 ประเด็น &amp;nbsp;คือ 1.ยังไม่ควรกำหนดให้มีการลงทะเบียนผู้ประกอบการค้าพันธุ์ข้าว และ 2.การรับรองพันธุ์ข้าว เพราะเห็นว่ามีผลกระทบต่อวิถีชีวิตชาวนาในการผสมพันธุ์และขยายพันธุ์ข้าว โดยทราบว่า กมธ.ได้ปรับแก้ถ้อยคำเรียบร้อยแล้ว ส่วนรายละเอียดเป็นอย่างไรนั้นต้องรอดูอีกครั้ง ขอย้ำอีกครั้งว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ออกโดยกระทรวงเกษตรฯ หรือรัฐบาล แต่ออกโดย สนช. แต่ก็ได้รับฟังเสียงประชาชนมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) &amp;nbsp;ว่า พล.อ.ประยุทธ์ปรารภในที่ประชุม ครม.เน้นย้ำให้รัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ตรวจสอบประเด็นข่าวที่มีการเผยแพร่ทั้งในสื่อหลักและโซเชียลมีเดีย หากพบข้อมูลอะไรที่บิดเบือนให้รีบชี้แจง ไม่ให้กระจายในวงกว้างแล้วต้องมาแก้ไขในภายหลัง และต้องมาถามที่นายกฯ เพียงคนเดียว รวมถึงอยากให้ประชาชนรับฟังการสื่อสารในช่องทางของรัฐบาลจะได้เชื่อมั่นว่าเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง เช่นกรณีร่าง พ.ร.บ.ข้าวที่พูดกันออกมาว่าประชาชนจะได้รับผลกระทบ เรื่องนี้อยากให้ฟัง สนช.ซึ่งเป็นผู้เสนอร่างดังกล่าว ดีกว่าไปรับฟังข้อมูลที่อาจไม่ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน คณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ข้าวได้เชิญตัวแทนเกษตรกรมาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายดังกล่าว ก่อนที่ประชุม สนช.จะพิจารณาให้ความเห็นชอบในวันที่ &amp;nbsp;20 ก.พ. โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.กล่าวว่า ข้อวิจารณ์ต่างๆ เกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้ &amp;nbsp;สนช.กำลังพิจารณา ส่วนถ้อยคำที่เกิดการตีความคลุมเครือนั้น สนช.จะแก้ไขให้เกิดความชัดเจนต่อไป &amp;nbsp;และเมื่อร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาแล้ว สมาชิก สนช.จะตรวจสอบให้รอบคอบอีกครั้ง โดยเอาความคิดเห็นของเกษตรกรมาเป็นตัวตั้ง เชื่อได้ว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเพราะเป็นครั้งแรกที่เขียนลงลึกไปถึงวิถีชีวิตของชาวนา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ภาพรวมของการประชุม กลุ่มเกษตรกรได้สลับกันสอบถามถึงความชัดเจนเกี่ยวกับการซื้อขายแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวด้วยกันเอง ว่ากระทำได้หรือไม่โดยไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย ซึ่งคณะ กมธ.ชี้แจงว่าร่างกฎหมายยังเปิดโอกาสให้ชาวนาที่มีเมล็ดพันธุ์ข้าวสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนได้อย่างอิสระ และหลังร่วมประชุมกว่า 2 ชั่วโมง คณะ กมธ.ได้จัดทำเอกสารชี้แจงในสาระสำคัญหลายประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ คือ 1.ประเด็นที่มีการระบุว่าชาวนาต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ หากเก็บเมล็ดพันธุ์เองต้องโทษจำคุกและปรับ 1 แสนบาทนั้น กฎหมายได้เขียนยกเว้นในกรณีชาวที่เก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้ใช้กันเองแล้วอย่างชัดเจน และไม่มีการลงโทษจำคุกหรือปรับใดๆ เว้นแต่ชาวนาไปทำในลักษณะเป็นผู้ประกอบการเพื่อค้ากำไรเสียเอง เช่นนี้ก็ต้องขอรับรองพันธุ์ข้าวก่อนเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ประเด็นที่ว่าร่าง พ.ร.บ.ข้าวจัดทำขึ้นและเสนออย่างเร่งรีบและไม่รอบคอบนั้น ร่างกฎหมายเสนอโดยกลุ่ม สนช.ตั้งแต่ ส.ค.61 แต่เนื่องจากเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงินจึงต้องให้รัฐบาลรับรอง ก่อนเสนอกลับมายัง สนช.เมื่อเดือน พ.ย.61 ดังนั้นขั้นตอนการดำเนินการจึงเป็นไปตามกลไกปกติ 3.ประเด็นการกำหนดให้ขึ้นทะเบียนชาวนาทุกคน และให้ผู้ประกอบการโรงสีต้องออกใบรับรองข้าวเปลือกนั้นไม่เป็นความจริง เพราะการขึ้นทะเบียนชาวนาไม่มีการระบุเอาไว้ในกฎหมาย และ 4.ที่มีการรายงานว่ามีการให้อำนาจเจ้าหน้าที่จากกระทรวงเกษตรฯ เข้าไปตรวจสอบโรงสีโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เรื่องนี้เข้าใจกันคลาดเคลื่อน เพราะไม่ใช่เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯ มาตรวจใบรับซื้อ แต่เป็นเจ้าพนักงานที่ถูกตั้งขึ้นโดยรัฐมนตรีตาม พ.ร.บ.ข้าว มีหน้าที่ดูแลกำกับเรื่องเมล็ดพันธุ์พืชเท่านั้น ไม่ใช่การไปตรวจใบรับซื้อ เพราะร่าง พ.ร.บ.ไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการค้าข้าว&amp;nbsp;
ขณะเดียวกันในหลายพื้นที่ก็มีการแสดงพลังคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ข้าว โดยที่จังหวัดพิจิตร กลุ่มชาวนาจาก 12 อำเภอ กว่า 100 รายได้เข้าพบนายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ จ.พิจิตร เพื่อร้องทุกข์และยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ขอให้ถอนร่างกฎหมายดังกล่าวออกจาก สนช. โดยนายวรพันธุ์ยืนยันว่าจะรีบส่งหนังสือไปยังนายกฯ และผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งชาวนาที่รวมตัวกันระบุว่าจะมาติดตามความคืบหน้าทุกๆ &amp;nbsp;7 วันหลังจากนี้ แต่ถ้าสิ้นเดือน ก.พ.นี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ก็จะประสานกลุ่มเครือข่ายชาวนาทั่วประเทศเคลื่อนไหวในช่วง มี.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ (พอช.) ด้านหน้าศาลากลาง จ.ขอนแก่น มีเกษตรกรและกลุ่มองค์กรเอกชน (เอ็นจีโอ) มาอ่านแถลงการณ์คัดค้านร่าง พ.ร.บ.ข้าวเช่นกัน โดยนายชูชาติ ผิวสว่าง ประธานที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนระดับชาติอ่านแถลงการณ์ยืนยันว่า ให้ &amp;nbsp;สนช.ยุติการเสนอกฎหมาย และให้ยกเลิก พ.ร.บ.ข้าวฉบับนี้โดยทันที ซึ่งสภาองค์กรชุมชนตำบลทั้ง 77 &amp;nbsp;จังหวัด และองค์กรภาคีทั่วประเทศจะร่วมกันคัดค้านจนถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;ความจริงเรื่อง พ.ร.บ.ข้าว&amp;rdquo; โดยได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเป็นข้อๆ ก่อนสรุปว่าบทบัญญัติตามร่าง พ.ร.บ.ข้าวอาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตการทำนาปลูกข้าวของชาวนาไทยและการพัฒนาพันธุ์ข้าวในหลายๆ กรณี อีกทั้งยังอาจมีความไม่ชัดเจนของความผิดทางอาญาในกรณีของการขายหรือการจำหน่าย ซึ่งมีประเด็นปัญหาเรื่อง &amp;ldquo;เพื่อประโยชน์ทางการค้า&amp;rdquo; จึงควรที่ สนช.จะได้พิจารณาและรับฟังความคิดเห็นจากผู้คนที่เกี่ยวข้องในวงการต่างๆ ให้รอบด้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แม้แต่ร่าง พ.ร.บ.ข้าว ที่เสนอโดยสมาชิก สนช. เองก็ยังถูกคณะกรรมาธิการฯ ปรับแก้ไขเพิ่มเติมร่างเป็นจำนวนมากแทบตลอดทั้งร่างในชั่วเวลาแค่เดือนครึ่ง หาก สนช.จะรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ย่อมมีข้อเสนอแนะที่ดีและเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ.ข้าวให้มีความถูกต้องเหมาะสมและเป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น ดังนั้น ถึงแม้ในขณะนี้คณะกรรมาธิการฯ จะได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ข้าวในวาระ 2 เสร็จสิ้นแล้ว สนช.ก็ยังไม่ควรที่รีบเร่งนำ พ.ร.บ.ข้าวเข้าสู่การพิจารณาของ สนช.ในวาระ 3 โดยทันที และควรที่จะชะลอการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ข้าวนี้ไว้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ถี่ถ้วน รอบคอบ และให้ได้ความครบถ้วนเสียก่อน&amp;rdquo; ดร.ธนกฤตระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายศุภชัย ศรีหล้า ในฐานะกรรมการนโยบายของพรรค ปชป. แถลงภายหลังนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิก สนช.ซึ่งเป็นผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.ข้าว พ.ศ. ...ได้เข้าชี้แจงเนื้อหาสาระของร่างกฎหมายดังกล่าวต่อคณะกรรมการนโยบายของพรรค ว่าพรรคกังวลใจเพราะในร่างไม่ปรากฏว่ามีเนื้อหาสาระใดบ่งบอกว่าจะก่อประโยชน์ให้ชาวนา โดยเฉพาะการทำสหกรณ์ชาวนา, สมาร์ตฟาร์เมอร์ และการสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ได้อย่างไร โดยเฉพาะมาตรา 20 ที่กำหนดให้โรงสีข้าว เมื่อรับซื้อพันธุ์ข้าวต้องออกใบรับซื้อข้าวเปลือกและส่งไปยังกรมการข้าว ซึ่งหมายความว่าข้าวที่โรงสีจะรับซื้อต้องได้รับการอนุมัติจากกรมการข้าวเสียก่อน ส่งผลทำให้ระบบการค้าข้าวถูกควบคุมตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ข้าว เท่ากับเป็นการควบคุมของระบบพันธุ์ข้าวโดยรวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าเมื่อใดพันธุ์ข้าวอยู่ในมือของคนไม่กี่กลุ่มในประเทศ เท่ากับพันธุ์ข้าวถูกควบคุมหมดแล้ว คุณทำไปเถอะ ถ้าโรงสีไม่ซื้อก็จบ น่าเป็นห่วงมาก ถ้าเมื่อใดออก พ.ร.บ.ฉบับนี้มา คนที่จะรับรองว่าเป็นพันธุ์ข้าวที่ได้รับการรับรองหรือไม่คือราชการ แต่ชาวนาเข้าไม่ถึง&amp;quot; นายศุภชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัยกล่าวอีกว่า ดังนั้นการที่ สนช.จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวในวาระ 2 และ 3 วันที่ 20 &amp;nbsp;ก.พ.นี้ พรรคขอวิงวอนให้ สนช.หยุดเรื่องนี้ไว้ แล้วรอให้มีสภาที่มาจากการเลือกตั้งพิจารณาแทน แต่หาก สนช.ผ่านกฎหมายดังกล่าวจริง และพรรคได้เป็นรัฐบาลจะแก้ไขแน่นอน เพราะร่างดังกล่าวไม่ใช่แค่ไม่ปลดแอก แต่เป็นการเพิ่มโซ่ตรวนให้ชาวนาอีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29438</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎา บุญราช, ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล, พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศุภชัย ศรีหล้า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c6ac2a04a20f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
