<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103400</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปตท.สผ. เฮค้นพบก๊าซธรรมชาติแหล่งใหม่อีกครั้งในมาเลเซีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค. 2564 นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท.สผ. เปิดเผยว่า บริษัท พีทีทีอีพี เอชเค ออฟชอร์ จำกัด (PTTEP HK Offshore Limited) หรือ พีทีทีอีพี เอชเคโอ ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้เริ่มการขุดเจาะหลุมสำรวจ กุลินตัง-1 ซึ่งเป็นหลุมสำรวจแรกของโครงการซาราวัก เอสเค 438 เมื่อเดือนมีนาคม 2564 ที่ระดับความลึก 2,238 เมตร โดยได้ค้นพบชั้นหินกักเก็บก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ มีความหนากว่า 100 เมตร &amp;nbsp;ซึ่ง ปตท.สผ. มีแผนจะขุดเจาะหลุมสำรวจอีกหนึ่งหลุมในโครงการนี้ในไตรมาสที่ 2 ปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการซาราวัก เอสเค 438 &amp;nbsp;ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับโครงการซาราวัก เอสเค 405, เอสเค 309 และเอสเค 311, และเอสเค 314เอ ซึ่ง ปตท.สผ. เป็นผู้ดำเนินการ (Operator) เองทั้งหมด โดยในอนาคต จะสามารถพัฒนาโครงการดังกล่าวในรูปแบบกลุ่มโครงการ (Cluster development) รวมทั้ง ใช้อุปกรณ์การผลิตและสิ่งอำนวยความสะดวกร่วมกัน &amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติแหล่งใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องในมาเลเซีย รวมทั้ง จากหลุมกุลินตัง-1 ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการสำรวจปิโตรเลียม และความร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งระหว่าง ปตท.สผ. และปิโตรนาส ซึ่งได้ร่วมกันนำวิธีการและแนวทางใหม่ ๆ มาใช้ในการค้นหาแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เพื่อตอบสนองความต้องการใช้พลังงานในอนาคต&amp;rdquo; นายพงศธรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการซาราวัก เอสเค 438 ตั้งอยู่บริเวณน้ำตื้น นอกชายฝั่งรัฐซาราวัก (เมืองบินตูลู) ประมาณ 108 กิโลเมตร ดำเนินการโดย พีทีทีอีพี เอชเคโอ ซึ่งถือสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 80 และบริษัท ปิโตรนาส ชาริกาลี จำกัด ถือสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 20&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากโครงการซาราวัก เอสเค 438 ซึ่งอยู่ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิตแล้ว ปตท.สผ. ยังมีการลงทุนในประเทศมาเลเซียอีกหลายโครงการ ได้แก่ แปลงเอสเค 405บี, 410บี, &amp;nbsp;เอสเค 314เอ, เอสเค 417, พีเอ็ม 407 และพีเอ็ม 415 ซึ่งอยู่ในระยะสำรวจ แปลงเค, เอสเค 309 และ เอสเค 311, แหล่งโรตัน-บูลอร์ ในแปลงเอช และโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย ซึ่งมีการผลิตก๊าซธรรมชาติอยู่ในขณะนี้ นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังมีการลงทุนในบริษัท พีทีที โกลบอล แอลเอ็นจี จำกัด ร่วมกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในโครงการ MLNG Train 9 ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปก๊าซธรรมชาติเป็นก๊าซธรรมชาติเหลวในรัฐซาราวักอีกด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103400</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปตท.สผ., พงศธร ทวีสิน, พบก๊าซธรรมชาติแหล่งใหม่, มาเลเชีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a4874a7d7df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 21:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 21:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราคาน้ำมันตลาดโลกฟื้นตัวหนุนกำไร&#039;ปตท.สผ.&#039; โต 364%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เมษายน 2564 นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ในไตรมาส 1 ปี 2564 ปตท.สผ. มีรายได้รวม 54,034 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับรายได้ของไตรมาสที่ 4 ปี 63 ที่ทำได้ 40,494 &amp;nbsp;ล้านบาท โดยหลักมาจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นเป็น 42,136 &amp;nbsp;ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยที่สูงขึ้น 10% มาอยู่ที่ 40.38 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เนื่องมาจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับในไตรมาสแรกนี้ บริษัทมีกำไรจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ เพิ่มขึ้น จากการซื้อสัดส่วนการลงทุน 20% ในโครงการโอมาน แปลง 61 ในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม จำนวน 10,772 &amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้ ปตท.สผ. มีกำไรสุทธิในไตรมาสที่ 1 จำนวน 11,534 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 364% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปี 63 &amp;nbsp;ที่ทำได้ 2,433 ล้านบาท และมีอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา(อีบิทดา) ที่ 74% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ อีกทั้งยังสามารถลดต้นทุนต่อหน่วย ลงมาอยู่ที่ 27.96 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในไตรมาส 1 นี้ บริษัทมีปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ย 382,877 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสที่แล้วซึ่งมีปริมาณ 381,285 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน สำหรับค่าใช้จ่ายรวมในไตรมาส 1 อยู่ที่ 36,764 ล้านบาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าในไตรมาสนี้ บริษัทจะมีรายจ่ายดำเนินงาน และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง แต่บริษัทมีการบันทึกรายจ่ายที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานปกติจากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์โครงการสำรวจในประเทศบราซิล จำนวน 145 ล้านเหรียญสหรัฐ และผลขาดทุนจากสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันที่ 107 ล้านเหรียญสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผลการดำเนินงานของ ปตท.สผ. ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากราคาขายที่เริ่มฟื้นตัวตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก และยังมีความสำเร็จหลายประการที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้ ทั้งการซื้อสัดส่วนการลงทุนในแปลง 61 ประเทศโอมานที่เสร็จสมบูรณ์ และการเริ่มผลิตก๊าซธรรมชาติในโครงการมาเลเซีย - แปลงเอช เร็วกว่าที่ตั้งเป้าไว้ ทำให้สามารถเพิ่มปริมาณการขายได้ทันที และส่งผลให้สามารถปรับเพิ่มเป้าหมายการขายในปีนี้ขึ้นเป็น 405,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ในด้านการสำรวจปิโตรเลียม เราค้นพบแหล่งปิโตรเลียมใหม่ ๆ จากการเจาะหลุมสำรวจในมาเลเซียหลายแปลง เช่น หลุมโดกง-1 ในโครงการซาราวัก เอสเค 417 และหลุมซีรุง-1 ในโครงการซาราวัก เอสเค 405บี โดยยังมีแผนการเจาะสำรวจเพื่อค้นหาแหล่งน้ำมันและก๊าซฯ ในแปลงอื่น ๆ ด้วย&amp;quot;นายพงศธร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101096</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน), ปตท.สผ., ผลกำไรไตรมาส 1, พงศธร ทวีสิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6089758b7383b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 11:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.สผ. ค้นพบแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอีกครั้ง นอกชายฝั่งมาเลเซีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค. 2564 นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท.สผ. เปิดเผยว่า บริษัท พีทีทีอีพี ซาราวัก ออยล์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. ในมาเลเซีย ได้เริ่มการขุดเจาะหลุมสำรวจ ซีรุง-1 ซึ่งเป็นหลุมสำรวจแรกของโครงการซาราวัก เอสเค 405บี เมื่อเดือนมกราคม 2564 ที่ระดับความลึก 2,538 เมตร โดยได้ค้นพบชั้นหินกักเก็บน้ำมันและก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ มีความหนากว่า 100 เมตร&amp;nbsp; ซึ่งมีปริมาณเป็นที่น่าพอใจ โดย ปตท.สผ. มีแผนจะขุดเจาะหลุมประเมินผลในอนาคตอันใกล้ เพื่อยืนยันศักยภาพทางปิโตรเลียมต่อไป

&amp;ldquo;การค้นพบแหล่งน้ำมันดิบในโครงการซาราวัก เอสเค 405บี ครั้งนี้ นับเป็นการค้นพบปิโตรเลียมแหล่งใหม่นอกชายฝั่งครั้งที่ 3 ของ ปตท.สผ. ในมาเลเซีย หลังจากที่เราได้ค้นพบก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่แหล่งลัง เลอบาห์ ในโครงการซาราวัก เอสเค 410บี และแหล่งโดกง ในโครงการซาราวัก เอสเค 417 ซึ่งเรามีแผนจะสำรวจพื้นที่อื่นในบริเวณใกล้เคียงของโครงการซาราวัก เอสเค 405บี ในปีหน้าอีกด้วย สามารถกล่าวได้ว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้น เป็นผลมาจากองค์ความรู้และประสบการณ์การสำรวจปิโตรเลียมที่ผ่านมาของเราในอ่าวไทย และการค้นพบครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างฐานการลงทุนของ ปตท.สผ. ในมาเลเซียให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น &amp;rdquo; นายพงศธรกล่าว

โครงการซาราวัก เอสเค 405บี ตั้งอยู่นอกชายฝั่งรัฐซาราวัก (เมืองบินตูลู) ประมาณ 137 กิโลเมตร โดยมี บริษัท พีทีทีอีพี ซาราวัก ออยล์ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการและถือสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 59.5 มีผู้ร่วมทุนประกอบด้วย บริษัท มิตซุย ออยล์ เอ็กซพลอเรชั่น จำกัด และบริษัท ปิโตรนาส ชาริกาลี จำกัด ถือสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 25.5 และ 15 ตามลำดับ

นอกจากโครงการซาราวัก เอสเค 405บี ซึ่งอยู่ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิตแล้ว ปตท.สผ. ยังมีการลงทุนในประเทศมาเลเซียอีกหลายโครงการ ได้แก่ แปลง เอสเค 410บี,&amp;nbsp; เอสเค 314เอ, เอสเค 438, เอสเค 417, พีเอ็ม 407 และพีเอ็ม 415 ซึ่งอยู่ในระยะสำรวจ แปลงเค, เอสเค 309, เอสเค 311, แหล่งโรตัน-บูลอร์ ในแปลงเอช และโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย ซึ่งมีการผลิตก๊าซธรรมชาติอยู่ในขณะนี้ นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังมีการลงทุนในบริษัท พีทีที โกลบอล แอลเอ็นจี จำกัด ร่วมกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในโครงการ MLNG Train 9 ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปก๊าซธรรมชาติเป็นก๊าซธรรมชาติเหลวในรัฐซาราวักอีกด้วย
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97747</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปตท.สผ., พงศธร ทวีสิน, มาเลเชีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_6062a41797b1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 12:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 12:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.สผ.ปลื้มพบก๊าซธรรมชาติแหล่งใหม่นอกชายฝั่งมาเลเซีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ. 2564 &amp;ndash; นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า บริษัท พีทีทีอีพี เอชเค ออฟชอร์ จำกัด หรือ พีทีทีอีพี เอชเคโอ ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้เริ่มดำเนินการขุดเจาะหลุมสำรวจโดกง-1 (Dokong-1) ซึ่งเป็นหลุมสำรวจแรกในโครงการซาราวัก เอสเค 417 ในเดือนพ.ย. 2563 ที่ระดับความลึก 3,810 เมตร โดยได้ค้นพบชั้นหินกักเก็บก๊าซธรรมชาติความหนากว่า 80 เมตร ซึ่ง ปตท.สผ. มีแผนจะขุดเจาะหลุมสำรวจที่ 2 ในโครงการดังกล่าว ประมาณกลางปี 2564 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยโครงการซาราวัก เอสเค 417 ตั้งอยู่บริเวณน้ำตื้น ห่างจากชายฝั่งรัฐซาราวัก ประมาณ 90 กิโลเมตร &amp;nbsp;ดำเนินการโดยพีทีทีอีพี เอชเคโอ ซึ่งถือสัดส่วนการลงทุน 80% และบริษัท ปิโตรนาส ชาริกาลี จำกัด ถือสัดส่วนการลงทุน 20%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การค้นพบก๊าซธรรมชาติที่มีคุณภาพสูงจากการเจาะหลุมสำรวจโดกง-1 ถือเป็นความสำเร็จของ ปตท.สผ. อีกครั้งในมาเลเซีย หลังจากที่เราได้เริ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติจากแปลงเอช และค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่จากการเจาะหลุมประเมินผลลัง เลอบาห์-2 ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งในอนาคต เราสามารถพัฒนาและผลิตก๊าซฯ จากโครงการซาราวัก เอสเค 417 ร่วมกับพื้นที่บริเวณใกล้เคียงได้ในรูปแบบกลุ่มโครงการ ซึ่งจะทำให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&amp;rdquo;นายพงศธร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากโครงการซาราวัก เอสเค 417 ซึ่งอยู่ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิตแล้ว ปตท.สผ. ยังมีการลงทุนในประเทศมาเลเซียอีกหลายโครงการ ได้แก่ แปลงเอช, แปลงเค, เอสเค 309 และ เอสเค 311, และโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย ซึ่งมีการผลิตก๊าซธรรมชาติอยู่ในขณะนี้, แปลง เอสเค 410 บี, เอสเค 314เอ, เอสเค 438, เอสเค 405บี, พีเอ็ม 407 และพีเอ็ม 415 ซึ่งอยู่ในระยะสำรวจ นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังมีการลงทุนในบริษัท พีทีที โกลบอล แอลเอ็นจี จำกัด ร่วมกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในโครงการ MLNG Train 9 ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปก๊าซธรรมชาติเป็นก๊าซธรรมชาติเหลวอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94086</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขุดเจาะหลุมสำรวจโดกง-1, ปตท.สผ., พงศธร ทวีสิน, พบก๊าซธรรมชาติ, โครงการซาราวัก เอสเค 417</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6035e3174d7c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92639</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2021 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 18:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.สผ.เฮพบแหล่งก๊าซธรรมชาติครั้งใหญ่ที่สุดนอกชายฝั่งมาเลเซีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.พ.2564 นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท.สผ. เปิดเผยว่าบริษัท พีทีทีอีพี เอชเค ออฟชอร์ จำกัด หรือ พีทีทีอีพี เอชเคโอ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. ได้ขุดเจาะหลุมประเมินผล ลัง เลอบาห์-2 (Lang Lebah-2) เสร็จสิ้นไปเมื่อกลางเดือนมกราคม 2564 ที่ระดับความลึก 4,320 เมตร และค้นพบชั้นหินที่มีก๊าซธรรมชาติหนาสุทธิถึง 600 เมตร ชี้ให้เห็นว่าแหล่งกักเก็บดังกล่าวมีขนาดใหญ่กว่าที่ได้เคยคาดการณ์ไว้จากการเจาะหลุมสำรวจหลุมแรก ลัง เลอบาห์-1อาร์ดีอาร์2 (Lang Lebah-1RDR2) เมื่อปี 2562 และจากการทดสอบหลุมประเมินผล ลัง เลอบาห์-2 &amp;nbsp;พบว่ามีอัตราการไหลของก๊าซฯ ประมาณ 50 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การค้นพบครั้งนี้เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นแหล่งที่มีปริมาณก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ ปตท.สผ. เคยค้นพบ ซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ด้านการสำรวจครั้งสำคัญให้กับบริษัทแล้ว ยังทำให้เรามั่นใจยิ่งขึ้นว่ามาเลเซียจะเป็นฐานการลงทุนที่สำคัญของ ปตท.สผ. ต่อไปในอนาคต ความสำเร็จครั้งนี้ ยังแสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์ Execute ที่เราดำเนินการอยู่ขณะนี้ ได้ช่วยผลักดันให้บริษัทสามารถเพิ่มปริมาณสำรองปิโตรเลียมได้มากขึ้น เพื่อสร้างการเติบโตของบริษัทในระยะยาว&amp;rdquo; นายพงศธร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการซาราวัก เอสเค 410บี ตั้งอยู่นอกชายฝั่งรัฐซาราวักประมาณ 90 กิโลเมตร พีทีทีอีพี เอชเคโอ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการ ถือสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 42.5 บริษัท คูเวต ปิโตรเลียมฯ มาเลเซีย (เอสเค-410 บี) จำกัด (KUFPEC) ร้อยละ 42.5 และบริษัท ปิโตรนาส ชาริกาลี จำกัด ร้อยละ 15&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากโครงการซาราวัก เอสเค 410บี แล้ว ปตท.สผ. ยังมีการลงทุนในประเทศมาเลเซียอีกหลายโครงการ ได้แก่ แปลงเค, เอสเค 309 และ เอสเค 311, และโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย ซึ่งมีการผลิตก๊าซธรรมชาติอยู่ในขณะนี้, แปลงเอช ซึ่งอยู่ในระยะพัฒนา รวมทั้งแปลง เอสเค 417, เอสเค 314เอ, เอสเค 438, เอสเค 405บี, พีเอ็ม 407 และพีเอ็ม 415 ซึ่งอยู่ในระยะสำรวจ นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังมีการลงทุนในบริษัท พีทีที โกลบอล แอลเอ็นจี จำกัด ร่วมกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในโครงการ MLNG Train 9 ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปก๊าซธรรมชาติเป็นก๊าซธรรมชาติเหลวอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92639</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปตท.สผ., พงศธร ทวีสิน, พีทีทีอีพี เอชเคโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_6023c111d966f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2021 19:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2021 19:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.สผ.โอดปี 63 รายได้ลด 16% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า บริษัทมีรายได้รวมในปี 2563 ที่ 167,418 &amp;nbsp;ล้านบาท ลดลง 16% จากปี 2562 ซึ่งมีรายได้รวม 198,822 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยลดลง 18% มาอยู่ที่ 38.92 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เมื่อเทียบกับ 47.24 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบในปี 62 ซึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ลดลงมากในปี 63 สืบเนื่องจากความต้องการใช้พลังงานที่ลดลงจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ประกอบกับในปี 63 บริษัทมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในปี 2563 บริษัทมีปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 354,052 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เมื่อเทียบกับ 350,651 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันในปี 62 อย่างไรก็ตามจากปัจจัยทั้งหมด ส่งผลให้ ปตท.สผ. มีกำไรสุทธิในปี 2563 ที่ 22,664 ล้านบาท ลดลง 54% จากปี 62 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 48,803 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทยังคงสามารถรักษาระดับต้นทุนต่อหน่วย (Unit cost) ที่ 30.5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ และมีอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา(อีบิทดา) ที่ 68% ซึ่งเป็นไปตามที่บริษัทได้คาดการณ์ไว้ และยังมีสถานะการเงินที่แข็งแกร่งด้วยเงินสดในมือ 114,261 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91309</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน), ปตท.สผ., พงศธร ทวีสิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190114/image_big_5c3c0a4a643ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88446</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2020 08:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2020 08:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.สผ. คว้าสิทธิ์เดินหน้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติในเมียนมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ธ.ค. 2563 นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท.สผ. เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามในหนังสืออนุญาตให้เริ่มดำเนินงาน (Notice to Proceed) ของโครงการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติในเมียนมา กับนายตัน ซอ ปลัดกระทรวงไฟฟ้าและพลังงาน ประเทศเมียนมา เพื่อนำก๊าซธรรมชาติจากโครงการผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวเมาะตะมะ ซึ่ง ปตท.สผ. เป็นผู้ดำเนินการ &amp;nbsp;มาใช้ในการผลิตไฟฟ้าในราคาที่เหมาะสมให้กับประเทศเมียนมา โดยเริ่มแรกจะนำก๊าซฯ จากโครงการซอติก้า และโครงการเมียนมา เอ็ม3 มาใช้ในการผลิตไฟฟ้าในโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การได้รับสิทธิ์ให้ดำเนินการในโครงการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติในเมียนมา ถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัทในการเข้าไปลงทุนธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในเมียนมา ตามแผนกลยุทธ์ &amp;ldquo;Execute &amp;amp; Expand&amp;rdquo; ซึ่งจะสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงให้กับ ปตท.สผ. ในระยะยาว โครงการนี้ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับเมียนมาตามแผนการพัฒนาอย่างยั่งยืนและแผนแม่บทด้านพลังงานของรัฐบาลเมียนมาที่ต้องการให้ทุกครัวเรือนสามารถเข้าถึงไฟฟ้าได้ภายในปี 2573&amp;rdquo; นายพงศธร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติในเมียนมา เป็นการลงทุนด้านพลังงานแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงการผลิตไฟฟ้า โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติ &amp;nbsp;การก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม ขนาดกำลังการผลิต 600 เมกะวัตต์ ในเขตไจลัท ภูมิภาคอิรวดี การก่อสร้างระบบท่อขนส่งก๊าซฯ ทั้งในทะเลและบนบก จากเมืองกันบก-เมืองดอร์เนียน-เมืองไจลัท รวมระยะทางประมาณ 370 กิโลเมตร และการวางระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงจากเขตไจลัทไปยังเขตลานทายาในภูมิภาคย่างกุ้ง โดย ปตท.สผ. คาดว่าจะสามารถตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (Final Investment Decision) ในช่วงต้นปี 2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าดังกล่าว คิดเป็นประมาณร้อยละ 10 ของกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมในประเทศเมียนมาในปัจจุบัน โดยกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้ จะจำหน่ายให้กับหน่วยงานด้านไฟฟ้าของประเทศเมียนมา (Electric Power Generation Enterprise) โดยมีระยะเวลาสัญญา 20 ปี และสามารถต่ออายุสัญญาได้ 5 ปี นับจากวันเริ่มขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88446</URL_LINK>
                <HASHTAG>พงศธร ทวีสิน, ลงทุนธุรกิจก๊าซธรรมชาติ, เมียนมา, โครงการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201231/image_big_5fed2dcb116fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
