<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11273</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2018 13:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2018 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ร้องกองปราบเอาผิด&#039;พงศ์พร&#039;ฐานห้ามพระจับเงิน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย. 61 - ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายวรากร พงศ์ธนากุล ประธานเครือข่ายทนายและประชาชนปกป้องพระพุทธศาสนา พร้อมด้วยพระครูปลัดธีรธนัชณฤทธา เมตตธมโม ประธานสงฆ์สำนักปฏิบัติธรรมพุทธชยันตี 2600 ปี และเป็นพระลูกวัดโพธิ์ทะเล จ.พิจิตร เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ รองผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) เพื่อยื่นหนังสือร้องให้กองปราบฯดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในคดีการทุจริตเงินทอนวัด ในความผิดฐานตามมาตรา 157 &amp;quot;ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายวรากร กล่าวว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ พศ. ได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ให้เอาผิดกับพระสงฆ์ในคดีเงินทอนวัดจนมีการจับกุมพระสงฆ์จำนวนหลายรูป แต่กลับไม่มีการดำเนินคดีเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ พศ. ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ที่ผ่านมายังคงมีข้าราชการของ พศ. ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด แต่ยังไม่ถูกดำเนินคดีหลายราย จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ให้ตำรวจกองปราบปราม สืบสวนขยายผลและดำเนินคดีให้ครบทุกคนที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นอกจากนี้อยากให้มีการดำเนินคดีกับพ.ต.ท.พงศ์พร ตามความผิดตามมาตรา157 ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วย ซึ่งเป็นผลมาจากกรณีที่มีการออกหนังสือคำสั่งที่0001/06036 ฉบับลงวันที่ 8 มิ.ย. 2561 ที่มีการขอให้ทำการตรวจสอบบัญชีวัด และชี้แจงการใช้จ่ายเงิน ซึ่งตนและประชาชนคนอื่นๆนั้นไม่เห็นด้วย&amp;nbsp; เพราะถือว่า พศ. เป็นเพียงผู้สนับสนุนพระ ไม่ใช้ผู้ปกครองพระ&amp;nbsp; และการกระทำแบบนี้ จึงเป็นการกระทำเกินหน้าที่ ส่วนการห้ามพระสงฆ์ถือครองเงิน ที่ พศ. อ้างว่าต้องเป็นไปตามพระธรรมวินัยนั้น มองว่าควรเป็นอำนาจของมหาเถรสมาคมเป็นผู้ดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพระครูปลัดธีรธนัชณฤทธา กล่าวว่า พระเองก็มีความจำเป็นในการใช้เงินในการดำรงชีวิต เหมือนกับคนทั่วไป เพราะพระต้องใช้เงินเพื่อใช้จ่ายในการเดินทาง ใช้จ่ายในเรื่องการเรียนการสอน ซึ่งเป็นกฎกติกาของสังคมในปัจจุบัน ส่วนการถือครองเงินควรเป็นรูปแบบบัญชีของวัดหรือไม่นั้น วัดแต่ละแห่งมีรูปแบบการจัดการระบบเงินแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับแต่ละวัดจะนำมาใช้จ่ายแบบใด อีกทั้งพระสงฆ์บางรูปมีทรัพย์สินบางส่วนติดตัวมาตั้งแต่ก่อนบวช ในรูปแบบของมรดก จึงอยากให้แยกบัญชี เพราะพระบางรูป ช่วงเวลาการบวชแตกต่างกัน เมื่อสึกออกไป จึงมีความจำเป็นที่จะต้องนำเงินดังกล่าวออกไปใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา พร้อมกับทำการสอบปากรายละเอียดของเรื่องดังกล่าว ก่อนจะรวบรวมเรื่องทั้งหมดส่งให้กับทางผู้บังคับบัญชาเป็นผู้พิจารณาดำเนินการสั่งการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับพระครูปลัดธีรธนัชณฤทธา จากการตรวจสอบประวัติพบว่าเคยปีนเสาส่งสัญญาณวิทยุย่านพุทธมณฑลสาย 3 เพื่อประท้วงกรณีที่ดินของสำนักสงฆ์ฯถูกยึด เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11273</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองปราบ, พงศ์พร, มาตรา 157, ห้ามพระจับเงิน, เครือข่ายปกปอ้งพุทธศาสนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b20b59f7ed73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตามส.หารือวาระร้อน หึ่ง!DSIเล็งค้น‘ธรรมกาย’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;พงศ์พร&amp;quot; สั่ง พศ.ทุกจังหวัดสำรวจบัญชีการเงินวัดทั่วประเทศ ย้ำเก็บข้อมูล-บันทึกวิดีโอรายงานอย่างละเอียดทุกขั้นตอน จับตาวงประชุม มส. 11 มิ.ย.นี้ ซัก &amp;quot;ผอ.พศ.&amp;quot; ถึงเหตุผลหนังสือคำสั่ง &amp;quot;กองปราบฯ&amp;quot; เรียก &amp;quot;จนท.ดีเอสไอ&amp;quot; สอบ หลังโพสต์ข่าวเตรียมจับเจ้าอาวาส 3 วัดใหญ่ &amp;quot;ไพสิฐ&amp;quot; ควันออกหูสั่งลูกน้องชี้แจง หวั่นทำสังคมสับสน &amp;quot;มโน&amp;quot; ปูด &amp;quot;ธัมมชโย&amp;quot; ยังซุกอยู่ในวัดพระธรรมกาย สะพัด! DSI จ่อบุกค้นจานบินอีกรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการเผยแพร่เอกสารบันทึกข้อความด่วนที่สุด ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ที่ 0001/06036 ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2561 ลงนามโดย พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการ พศ. &amp;nbsp;เรื่องขอข้อมูลวัดที่มีการวางระบบเกี่ยวกับการจัดการด้านการเงินและบัญชีของวัด ส่งถึงผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดทุกจังหวัด (พศจ.)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาระบุว่า ด้วยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีความประสงค์ที่จะขอข้อมูลจากวัดทั่วประเทศที่มีการวางระบบเกี่ยวกับการจัดการด้านการเงินและบัญชีของวัด กรณีที่พระภิกษุสงฆ์ มิต้องถือเงินสด แต่จะนำเงินเข้าบัญชีส่วนกลางของวัดทันทีเมื่อได้รับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงขอให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจังหวัด ดำเนินการสำรวจข้อมูลโดยด่วน หากพบว่าวัดใดในพื้นที่ของแต่ละจังหวัดมีการดำเนินการดังกล่าวข้างต้น ขอให้ทำการสัมภาษณ์เกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการดำเนินการ โดยให้บันทึกเป็นวิดีโอ พร้อมสรุปข้อมูลขั้นตอนและวิธีการดำเนินการ และส่งให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผ่านโทรสารหมายเลข 0-2441-7902 หรือทาง E-mail:onabboss60@gmail.com ภายในวันที่ 11 มิถุนายน 2561 ทั้งนี้ หากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจังหวัดใดได้ดำเนินการสำรวจทั้งพื้นที่แล้ว ไม่ปรากฏว่ามีวัดที่ดำเนินการดังกล่าว ขอให้มีหนังสือแจ้งให้ทราบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานแจ้งว่า ในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ เวลา 14.00 น. ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม จะมีการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ซึ่งคาดว่าในที่ประชุม มส.น่าจะมีการสอบถามถึงที่มาที่ไปกับ พ.ต.ท.พงศ์พร ในฐานะเลขาธิการ มส. ถึงกรณีหนังสือบันทึกข้อความที่ &amp;nbsp;0001/06036 เรื่องขอข้อมูลวัดที่มีการวางระบบเกี่ยวกับการจัดการด้านการเงินและบัญชีของวัด ที่แจ้งไปยังผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประชุม มส.อาจมีการสอบถาม พ.ต.ท.พงศ์พรถึงความคืบหน้าคดีเงินทอนวัด โดยเฉพาะในกรณีล่าสุดที่นายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ กองคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกมาโพสต์ข้อความว่าจะมีการดำเนินการกับวัดดังในกรุงเทพมหานครถึง 3 วัดในคดีเงินทอนวัดล็อต 4&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ความคืบหน้ากรณีการติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงินการทุจริตเงินทอนวัด ซึ่งหลบหนีไปอยู่ที่ประเทศเยอรมนี และยื่นเรื่องขอลี้ภัยนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า จนถึงขณะนี้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามเจ้าของสำนวนการสอบสวนยังไม่ได้รับการประสานงานอย่างเป็นทางการมาจากคณะของพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่เดินทางไปยังประเทศเยอรมนี เพื่อเจรจานำตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทยว่าจะนำตัวมาดำเนินคดีได้เมื่อไหร่ อย่างไร
เรียก จนท.ดีเอสไอสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีเพียงเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งคณะตำรวจที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากเยอรมนี ได้ประสานมายังนายตำรวจระดับสูงของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ระบุทางการเยอรมนียังไม่ส่งตัวผู้ต้องหาให้ได้ในเร็ววันนี้ จึงยังไม่ได้กำหนดวันส่งตัวกลับไทยที่แน่นอน ต้องขึ้นอยู่กับทางการเยอรมนีจะเป็นผู้พิจารณา เพราะทางอดีตพระพรหมเมธีได้ยื่นเรื่องขอลี้ภัยในประเทศเยอรมนี ซึ่งอยู่ระหว่างทางการเยอรมนีกำลังพิจารณาขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารและสถานะที่แท้จริงของอดีตพระพรหมเมธีที่ทางการไทยนำไปส่งให้&amp;quot; แหล่งข่าวกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนกองปราบฯ ได้เดินทางไปยื่นเอกสารเพิ่มเติมที่สถานทูตเยอรมนีประจำประเทศไทยแล้ว เพื่อยืนยันให้แน่ชัดว่าอดีตพระพรหมเมธีเป็นผู้ต้องหาหลักในคดีร่วมกันฟอกเงินฯ ซึ่งไม่ได้เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนภายในประเทศแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีนายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับคดีเงินทอนวัด 2 ครั้ง คือ เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.61 โดยครั้งแรกโพสต์เมื่อเวลา 17.38 น.ของวันที่ 8 มิ.ย.ระบุ &amp;quot;ข่าวเตรียมจับเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ วัดพิชัยญาติฯ อีกวัดคาดว่าวัดบวรฯ ครับ&amp;quot; จากนั้นเวลา 21.41 น. โพสต์ข้อความครั้งที่ 2 ว่า &amp;quot;ข่าวทำคดีเงินทอน เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ วัดพิชัยญาติฯ อีกวัดราชสิทธิครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้เชิญนายพิสิฐชัยมาให้ปากคำแล้ว เพราะประเด็นดังกล่าวมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในกลุ่มพระสงฆ์ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ และรายชื่อวัดดังกล่าวจะอยู่ในคดีเงินทอนวัดล็อตที่ 4 หรือไม่ เนื่องจากนายพิสิฐชัยถือเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่มีความใกล้ชิดกับคณะสงฆ์ ทั้งยังได้รับความไว้วางใจจากมหาเถรสมาคม (มส.) ให้เป็นคณะอนุกรรมการรวบรวมข้อมูลข่าวสาร ของคณะกรรมการติดตามข้อมูลข่าวสารของ มส.ด้วย ซึ่งคณะกรรมการชุดดังกล่าวมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปัญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรรมการ มส.เป็นประธาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ คณะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยแพร่เอกสารข่าวกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เรื่อง ดีเอสไอสอบข้อเท็จจริง กรณีเจ้าหน้าที่ให้ข่าวเกี่ยวกับการดำเนินคดีเงินทอนวัด ระบุว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อต่างๆ กรณีนายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ลงข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่าจะมีการจับกุมดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสวัดต่างๆ เกี่ยวกับคดีเงินทอนวัด ซึ่งการดำเนินคดีอาญาในเรื่องดังกล่าว เป็นอำนาจของพนักงานสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ (วันที่ 10 มิถุนายน 2561) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการกองคดีภาษีอากร ซึ่งเป็นต้นสังกัดของนายพิสิฐชัย รายงานข้อเท็จจริงมาเพื่อพิจารณาดำเนินการแล้ว เนื่องจากคดีดังกล่าวกรมสอบสวนคดีพิเศษมิได้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง แม้จะเป็นการเขียนในเฟซบุ๊กส่วนตัว แต่นายพิสิฐชัยเป็นข้าราชการระดับสูงของกรมสอบสวนคดีพิเศษ อาจทำให้สังคมสับสนและเกิดความเสียหายต่อผู้เกี่ยวข้องได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายเอกสารดังกล่าวระบุว่า อนึ่ง ในส่วนที่มีข่าวว่านายพิสิฐฯ ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะอนุกรรมการของ มส.นั้น ได้มอบหมายให้กองคดีภาษีอากรสอบถามในประเด็นดังกล่าวไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาด้วยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า กรณีนายพิสิฐชัย เป็นการแสดงความเห็นส่วนตัวของนายพิสิฐชัย ไม่เกี่ยวข้องกับดีเอสไอ ถึงแม้ภาพในรูปโปรไฟล์เฟซบุ๊กของนายพิสิฐชัยจะใส่เครื่องแบบเจ้าหน้าที่ดีเอสไอก็ตาม
&amp;#39;ธัมมี่&amp;#39;ยังอยู่ธรรมกาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ และโฆษกดีเอสไอ กล่าวว่า จากการดำเนินคดีอาญาในเรื่องเงินทอนวัด เป็นอำนาจของพนักงานสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดีเอสไอไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง แม้จะเป็นการเขียนข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว แต่นายพิสิฐชัยถือเป็นข้าราชการระดับสูงของดีเอสไอ อาจทำให้สังคมสับสนและเกิดความเสียหายต่อผู้เกี่ยวข้องได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่มีข่าวว่านายพิสิฐชัยได้รับแต่งตั้งเป็นคณะอนุกรรมการของ มส.นั้น ได้มอบหมายให้กองคดีภาษีอากรสอบถามในประเด็นดังกล่าวไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาด้วย&amp;quot; โฆษกดีเอสไอกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายพิสิฐชัย เป็นพนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ กองสำนักคดีภาษีอากร ขณะที่มีการสอบสวนคดียักยอกทรัพย์ ฉ้อโกง และฟอกเงินจากการทุจริตในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ซึ่งมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงถึงวัดพระธรรมกาย รวมทั้งนายพิสิฐชัยยังได้รับมอบหมายให้เป็นหนึ่งในชุดเจรจากับพระวัดพระธรรมกาย ในปฏิบัติการจับตัวพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย รวมทั้งในช่วงที่ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ (พศ.) ถูกย้ายออกจากตำแหน่งไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และมีกระแสข่าวการแต่งตั้ง ผอ.พศ.คนใหม่ ก็ปรากฏชื่อนายพิสิฐชัยเป็นหนึ่งในแดนดิเดต ผอ.พศ.ด้วย ก่อนที่ พ.ต.ท.พงศ์พรจะได้ย้ายกลับมาเป็น ผอ.พศ.ในปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นพ.มโน เลาหวณิช อดีตลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย กล่าวถึงกรณีการหลบหนีของพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ว่า ล่าสุดได้ข้อมูลมาจากคนในวัดระบุธัมมชโยและทัตตชีโวอดีตรองเจ้าอาวาสยังอยู่ในวัดแถวๆ อาคารพุทธศิลป์ ไม่ได้ออกไปไหน มีการคุ้มกันแน่นหนาจากกองกำลังของเขา โดยเฉพาะธัมมชโย นับแต่ถูกถอดสมณศักดิ์เมื่อ 5 มี.ค.60 ถึงขั้นล้มป่วยเป็นโรค Post Traumatic Syndrome หรือการได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรง เพราะยึดติดทางสมณศักดิ์มาก ถึงขนาดมือไม้อ่อนแรง ไม่มีแรงแม้แต่จะหยิบช้อนตักอาหารมาใส่ปากตัวเอง ทำให้ศิษย์และพระที่ใกล้ชิดในวัดเป็นห่วง จนหมุนเวียนสวดมนต์ให้ตลอด 24 ชม. จากนั้นค่อยๆ ฟื้นมาพูดจารู้เรื่องเมื่อไม่นานมานี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มั่นใจว่าธัมมชโยยังอยู่ในวัด แม้แต่ทัตตชีโวก็อยู่ไม่ไปไหน แต่รู้สึกแปลกใจ ไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงน่าจะทราบเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ที่รู้มาตอนนี้มีการถอนกำลังแถววัดออกกลับไปเป็นจำนวนมากจริงหรือไม่ และถ้าทางการข่าวทราบมาจริง เหตุใดทำไมถึงไม่มีการเข้าไปตรวจค้นอีกครั้ง&amp;quot; นพ.มโนกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ภายในสัปดาห์นี้ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ชุดติดตามจับกุมพระธัมมชโยจะเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานีอีกครั้ง เนื่องจากมีข้อมูลเกี่ยวการหลบซ่อนตัวของพระธัมมชโยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.) กล่าวว่า เรื่องในวงการสงฆ์เราต้องกล้าท้วงติง เพื่อให้พระอยู่ในธรรมวินัย หน้าที่รักษาพระพุทธศาสนาเป็นหน้าที่อุบาสก อุบาสิกาทั้งหลาย การจับกุมดำเนินคดีพระภิกษุระดับกรรมการมหาเถรสมาคม เป็นผลจากการที่พวกเราเรียกร้องให้มีการต่อสู้ เรียกร้องให้มีการปฏิรูปวงการสงฆ์ เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐเอาจริงเรื่องทุจริตเงินทอนวัด ต้องให้เครดิตรัฐบาลประยุทธ์ ที่กล้าทำในเรื่องนี้ หากเป็นรัฐบาลก่อนหน้านี้กล้าทำหรือไม่ บอกได้เลยว่าไม่มีทาง เพราะห่วงเรื่องคะแนนเสียง ยอมปล่อยให้พระพุทธศาสนาถูกละเมิด เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เพราะอลัชชีพวกนี้เป็นหัวคะแนนให้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่พูดไม่ได้หมายถึงทุกพรรค แต่เป็นเฉพาะบางพรรคการเมือง จึงนำมาสู่การออกนโยบายของพรรคเรา สิ่งที่ผมเคยเรียกร้องให้มีการปฏิรูปวงการสงฆ์ จะโดนด่าบ้างก็ตาม แต่ไม่หวั่นไหว จะเดินหน้าต่อไป เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ให้พระพุทธศาสนาบริสุทธิ์ให้ได้&amp;quot; นายไพบูลย์กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11093</URL_LINK>
                <HASHTAG>พงศ์พร, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์, เงินทอนวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180610/image_big_5b1d285ced16c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2018 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2018 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนาวแน่!&#039;พงศ์พร&#039;จ่อฟ้องแก๊งปูดใช้งบพศ.ส่งเมียไปเนปาล-อินเดีย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค.61- พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้แถลงข่าวกรณีร้องเรียน ว่าให้นางกนิษฐา พราหมณ์เสน่ห์ ภรรยาไปอินเดีย - เนปาล โดยใช้งบราชการอันเป็นผิดวินัย และกฎหมาย ป.ป.ช. ว่า ข้อเท็จจริง ปี 2561 พศ. ได้รับจัดสรรงบเงินอุดหนุนเจ้าคณะปกครองสงฆ์ พระภิกษุ สามเณร และบุคลากรผู้สนับสนุนงานด้านพระพุทธศาสนา ศึกษา ดูงานสักการะสังเวชนียสถาน 4 ตำบาล ณ อินเดีย และเนปาล จำนวน 5 ล้านบาท จากสำนักงบประมาณ และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 พศ.จึงได้มีประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการคัดเลือกบุคคลที่จะไป ประกอบด้วย พระสงฆ์ สามเณร บุคลากรผู้สนับสนุนงานด้านพระพุทธศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.พงศ์พร ระบุว่า ทั้งนี้ พระสงฆ์ สามเณร บุคลากรผู้สนับสนุนงานด้านพระพุทธศาสนา เป็นบุคคลที่ระบุไว้ในวัตถุประสงค์ของการจัดสรรงบประมาณทุกประการ ขณะที่นางกนิษฐา เป็นบุคคลหนึ่งซึ่งสนับสนุนและทำประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา จึงมีคุณสมบัติตามประกาศและวัตถุประสงค์ของการจัดสรรงบประมาณดังกล่าว และในการประชุมคณะกรรมการคัดเลือก ฝ่ายเลขานุการได้เสนอชื่อนางกนิษฐา และที่ประชุมได้มีมติให้ไปศึกษาดูงานสักการะสังเวชนียสถานได้ อีกทั้งในอดีตเคยมีการจัดสรรงบประมาณในลักษณะนี้เป็นประจำทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ฉะนั้น เมื่อการไปข้างต้นเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดสรรงบประมาณ กรณีจึงชอบด้วยวิธีการงบประมาณและกฏหมาย อีกทั้งมีการกำหนดกระบวนการคัดเลือด โดยประกาศล่วงหน้า และมีคณะกรรมการคัดเลือก การคัดเลือกจึงมิได้กระทำตามอำเภอใจ การร้องเรียนแพร่ข่าวข้างต้น อาจเป็นการละเมิดสิทธิบุคคลอื่น และอาจถูกดำเนินคดีอาญาฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตลอดจนมีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีโทษจำคุกได้&amp;quot; พ.ต.ท.พงศ์พร ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8435</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนิษฐา พราหมณ์เสน่ห์, ทุจริตเงินทอนวัด, ผอ.พศ., พงศ์พร, พศ., มหาเถรสมาคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180423/image_big_5add754fcde15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 12:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 12:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินแจ้นร้อง&#039;ปปป.&#039;เอาผิดผอ.พศ.หาพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูปโกงเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย.61 - &amp;nbsp;ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นายจรูญ วรรณกสิณานนท์ พร้อมด้วย น.อ. วินัย เสวกวิ และตัวแทนกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน เดินทางยื่นเอกสารต่อ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. เพื่อเอาผิด พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.) ในความผิดฐาน ม.157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีได้เข้าร้องทุกข์กล่าวหาพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูปมีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตเงินทอนวัด ล็อต 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจรูญ กล่าวว่า วันนี้มาร้องเรียนต่อ ปปป. กรณี พ.ต.ท.พงศ์พร หลังจากปฏิบัติหน้าที่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ในตำแหน่ง ผอ.พศ. ซึ่งกฎหมายมิได้มอบอำนาจไว้ มีเจตนาทำให้วงการคณะสงฆ์เกิดความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง เป็นที่ดูหมิ่นเหยียดหยามจากประชาชนทั่วไป เป็นเหตุให้เกิดวิกฤติศรัทธาขึ้นต่อพระสงฆ์ และอันตรายต่อความมั่นคงต่อสถาบันศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจรูญ กล่าวอีกว่า การตรวจสอบทุจริตนั้นมี สตง. ดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งคณะสงฆ์มีธรรมวินัยเพื่อดำเนินการตรวจสอบพระสงฆ์ด้วยกันเอง และ ฆราวาส ไม่มีสิทธิกล่าวโทษหรือวินิจฉัยแทน โดยทาง พศ. เป็นหน่วยงานสนองงานเพื่อพระพุทธศาสนาไม่ใช่มาตรวจสอบว่าถูกหรือผิดเสียเอง ทั้งนี้ หาก ผอ.พศ. จะร้องทุกข์กล่าวโทษก็ควรถอดเครื่องแบบราชการออกและมาในฐานะประชาชนธรรมดาจะดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.อ.วินัย เปิดเผยว่า ศาสนาเป็น 1 ใน 3 สถาบันหลักของชาติ และเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ โดยเรื่องเงินทอนนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำเงินมาถวายพระและนำเงินกลับไป แต่สุดท้ายมาโยนความผิดให้พระสงฆ์ ซึ่งเรื่องดังกล่าว ผอ.พศ. และ พระสงฆ์ ควรเป็นโจทย์ยื่นฟ้องหาผู้กระทำความผิดมากกว่า ไม่ใช่มาดำเนินคดีกับพระสงฆ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนทาง พล.ต.ต.กมล เผยว่า เบื้องต้นรับเรื่องไว้ตรวจสอบและให้พนักงานสอบสวน ปปป. ดำเนินการสอบคำให้การผู้ร้องทุกข์ ก่อนพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7735</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวพุทธพลังแผ่นดิน, ทุจริตเงินทอนวัด, ปปป., ผอ.พศ., พ.ต.ท.พงศพร พราหมณ์เสน่ห์, พงศ์พร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adeb95bbdf87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7279</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2018 18:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2018 17:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พุทธะอิสระ’แรงสส์ อัดบิ๊ก มส.กิน 3 เด้ง บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย.2561 - พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือหลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐมได้โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;ธรรมะ วันละคำ&amp;rdquo; ระบุว่า พฤติกรรมกรรมการมหาเถระบางรูป พัวพันคดีทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาของคณะสงฆ์และเยาวชน มันทำให้นึกถึง พุทธธรรมคำสอนขององค์พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ประโยคหนึ่งว่า &amp;ldquo;คนสะอาด ย่อมไม่ยินดีในความชั่วทั้งปวง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขยายความคำว่า ความชั่วทั้งปวง หมายความว่า ชั่วทางกาย อันได้แก่ ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกามคุณ
ชั่วทางวาจา อันได้แก่ พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ พูดคำหยาบ ชั่วทางใจ อันได้แก่ โลภ อยากได้ของเขา พยาบาทปองร้ายเขา และเห็นผิดจากทำนองคลองธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติกรรมของกรรมการมหาเถรสมาคมบางรูปและพวก หากจักพิเคราะห์ด้วยหลักการ &amp;ldquo;คนสะอาด ย่อมไม่ยินดีในความชั่วทั้งปวง&amp;rdquo; นี่แสดงว่าพวกเขายังไม่สะอาด ไม่สะอาดทางกายคือ การลักทรัพย์ ไม่สะอาดทางวาจา คือ พูดโกหก ไม่สะอาดทางใจ คือ โลภ อยากได้ของเขา เป็นถึงกรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ล้วนแต่เป็นยศตำแหน่งที่มีเงินเดือนกินกันทุกเดือน ทุกคน ในคนๆ เดียวกันนอกจากเป็นเจ้าอาวาสได้เงินเดือน 3,800 บาท ยังเป็นเจ้าคณะจังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้เงินเดือนๆ ละ 17,100 บาท แถมยังเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม ยังได้เงินเดือนอีก 23,900 บาท รวมแล้วคนๆ เดียวกินเงิน 3 เด้งตกเดือนละ 44,800 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อ ไปไหนมีตำแหน่งยิ่งใหญ่ครอบไว้บนหัว มีแต่คนประจบเอาใจพะเน้าพะนอถวายนู่น นี่ นั่น สารพัด รายได้จริงๆ ได้มากกว่าเงินเดือนทั้งหมดรวมกันเสียอีก ยิ่งเป็นระดับรองสมเด็จ รับกิจนิมนต์แต่ละครั้งเจ้าภาพถวายครั้งละ 5,000 ถึงหมื่นขึ้นทั้งนั้น หากไม่มีรายจ่ายเลี้ยงดูใครๆ เงินทองเหลือกินเหลือใช้ คุณพงศ์พร คงต้องตามไปตรวจสอบดูกันหน่อยว่า แกเอาเงินไปจ่ายให้ใครบ้าง จ่ายเพื่ออะไร ทำไมถึงได้หิวเงินกันนัก มันอดอยากถึงกับต้องมาฉ้อโกงเงินอุดหนุนการศึกษาของคณะสงฆ์ทีเดียวหรือ นี่แค่หนังตัวอย่างเท่านั้น เรื่องจริงมันน้ำเน่า ยาวกว่านี้อีกพี่น้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7279</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรรมะวันละคำ, พงศ์พร, พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม, มหาเถรสมาคม, หลวงปู่พุทธะอิสระ, เงินเดือน, เฟซบุ๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180417/image_big_5ad5ccd637fb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2018 22:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมกโครงการโกง70ล. ชงป.ป.ช.ลงดาบ5พระเถระ จับตาประชุมมส.20เม.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กมล&amp;rdquo; ยืนยัน &amp;ldquo;พงศ์พร&amp;rdquo; แจ้งความพระเถระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูปจริง พร้อมส่งเรื่องทันควันไปยัง ป.ป.ช.ให้ลงดาบแล้ว มั่นใจเอาผิดได้แน่เพราะหลักฐานชัด &amp;ldquo;รอง ผบก.ปปป.&amp;rdquo; ลั่นไม่หวั่นแม้มีชื่อพระดังพัวพัน &amp;ldquo;ป.ป.ช.&amp;rdquo; ยันพร้อมไต่สวน &amp;ldquo;มโน&amp;rdquo; ชี้เป็นกรณีฉ้อราษฎร์บังหลวงที่รุนแรงที่สุดในรอบ 56 ปีในวงการผ้าเหลือง แนะจับตาประชุมใหญ่ มส. 20 เม.ย. สมเด็จพระสังฆราชอาจมีพระบัญชาอย่างใดอย่างหนึ่ง &amp;ldquo;พุทธะอิสระ&amp;rdquo; เชียร์ฟันอลัชชี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 เม.ย. พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ปปป.ให้ดำเนินคดีทุจริตเงินทอนวัดในพื้นที่กรุงเทพมหานครจำนวน 3 แห่ง 4 สำนวน โดยมีพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูปเกี่ยวข้อง คือ 1.พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยาวรวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร 2.พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร กรรมการ มส. และเจ้าคณะภาค 4-7 3.พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรรมการ มส. และเจ้าคณะภาค 10 4.พระเมธีสุทธิกร (สังคม ญาณวฑฺฒโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และ 5.พระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ว่ากระทำความผิดอาญาคดีทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติ แผนกสามัญศึกษา แผนกธรรม และแผนกบาลี และงบเผยแผ่ศาสนา มีความเสียหายทั้งสิ้น 70 ล้านบาท เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า หลังจากที่ พ.ต.ท.พงศ์พรได้เข้าร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนทั้งหมดไปที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) &amp;nbsp;ในวันนั้นเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนที่เหลืออีก 7 วัดที่ยังต้องสอบต่อจะเชิญ พ.ต.ท.พงศ์พรมาให้ปากคำก่อนในวันที่ 19 เม.ย.นี้เพื่อดูแนวทางปฏิบัติ หลังจากนั้นจะได้เรียนผู้บังคับบัญชาทราบอีกครั้ง ซึ่งเรื่องนี้ ป.ป.ช.เขารับเรื่องไปแล้ว ผมไม่อยากให้ข่าวอะไรมาก ไม่อยากเข้าไปก้าวก่าย ถ้าให้สัมภาษณ์มากจะทำให้เนื้อหาทางคดีของ ป.ป.ช.เขาเสียหาย อะไรที่อยู่ในส่วนของเราเดี๋ยวค่อยว่ากัน&amp;rdquo; พล.ต.ต.กมลระบุ
พล.ต.ต.กมลกล่าวต่อว่า ส่วนคดีฟอกเงินกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) น่าจะทำเอง &amp;nbsp;ส่วนความผิดที่พนักงานสอบสวน ปปป.ส่งเรื่องไปสามารถเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องได้แน่นอน เรามีข้อมูลหลักฐาน และไม่ใช่เฉพาะคดีของ 3 วัดล่าสุดที่ส่ง ป.ป.ช.ไป วัดอื่นเราก็มีหลักฐานถึงสามารถสรุปส่ง ป.ป.ช.ได้ ยืนยันว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ไม่มีอุปสรรคใดๆ ทำงานกันได้ตามปกติ
พร้อมสอบพระชั้นผู้ใหญ่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.จักษ์ เพ็งสาธร รองผู้บังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ( รอง ผบก.ปปป.) ที่ควบคุมดูแลคดีเงินทอนวัดดังกล่าวเผยว่า หลังจาก พ.ต.ท.พงศ์พรได้เข้าแจ้งความเสร็จ พนักงานสอบสวนได้นำสำนวน 3 วัด 4 คดี ประมาณกว่า 2,000 หน้าส่งไปที่ ป.ป.ช.เลยในวันเดียวกัน หลังจากนี้ ป.ป.ช.อาจตั้งคณะไต่สวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเข้าใจว่า ป.ป.ช.จะส่งเรื่องมาให้ ปปป.ทำการสอบสวนในคดีนี้ แล้วเราก็จะสอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด และมีความเห็นทางคดีสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องในคดีนี้ต่อไป ส่วนที่ ป.ป.ช.จะส่งเรื่อกลับมาเร็วหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับว่า ป.ป.ช.จะนำเรื่องเข้าบอร์ดเพื่อพิจารณาในเรื่องนี้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับบอร์ดว่าเขาจะส่งมาให้เราเมื่อไหร่ หรือท่านจะไปดำเนินการไต่สวนเองก็ได้ ถ้า ป.ป.ช.ส่งเรื่องกลับมาให้ ปปป.ดำเนินการก็จะมีด้วยกัน 2 ส่วน มีทั้งที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางไปสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องเองที่วัด เพื่อความรวดเร็ว หรือบางปากอาจเชิญมาให้ปากคำก็ได้ พนักงานสอบสวนของเราพร้อมอยู่แล้ว&amp;quot; พ.ต.อ.จักษ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จักษ์กล่าวถึงการฟอกเงินว่า บช.ก.น่าจะตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนเพื่อดำเนินคดีผู้กระทำความผิดฐานฟอกเงิน ยืนยันว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานครบถ้วนในการดำเนินคดีผู้กระทำความผิด ทุกอย่างเราดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน ส่วนการดำเนินการผู้ที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้ถึงแม้จะเป็นพระมหาเถระชั้นผู้ใหญ่ก็ไม่รู้สึกหวั่นใจ เพราะคดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชน เราทำอย่างตรงไปตรงมาไม่ได้ไปมีอคติกับใคร ทำเพื่อให้ศาสนาดีขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการ ป.ป.ช.กล่าวเรื่องนี้ว่า ถือเป็นขั้นตอนปกติ ถ้ามีเจ้าหน้าที่รัฐที่อยู่ในอำนาจ ป.ป.ช. โดย ปปป.จะส่งให้ และที่ผ่านมาคดีเงินทอนวัด ปปป.ได้ทยอยส่งมาเรื่อยๆ แต่ครั้งนี้ยังไม่ทราบว่ามีการส่งมาให้แล้วหรือยัง ส่วนที่มีรายงานข่าวว่าในชุด 3 นี้มีพระชั้นผู้ใหญ่ใน มส.ด้วยนั้น ต้องเรียนว่าคดีเงินทอนวัดมีเจ้าหน้าที่ใน พศ.เป็นตัวการ ถ้ามีพระภิกษุ ประชาชน หรือเอกชน ที่แม้ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ แต่ถ้ากระทำผิดด้วย ป.ป.ช.สามารถตรวจสอบได้เช่นกันในฐานะผู้สนับสนุนการกระทำผิดดังกล่าว ดังนั้นถ้าเกี่ยวข้องจะต้องถูกไต่สวน
ชี้มหากาพย์ทุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องปัญหาว่าพระอยู่ในอำนาจตรวจสอบของ ป.ป.ช.หรือไม่ เคยมีการถกเถียงกันและแปลความกันว่าไม่ได้อยู่ในอำนาจ เว้นแต่ว่าเข้าข่ายเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาในกรณีที่เกี่ยวกับการบริหารทรัพย์สินของวัด หาประโยชน์จากทรัพย์สินหรือเบียดบังทรัพย์สินของวัด กรณีจะถูกไต่สวนได้คือ มีตัวการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้คดีเงินทอนวัดที่เกิดขึ้นไม่ได้มีความสลับซับซ้อนอะไร การทุจริตแต่ละแห่งมีลักษณะคล้ายกัน เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีการทยอยชี้มูลออกมาเรื่อยๆ เพราะคดีเงินทอนวัดมีจำนวนมากในการไต่สวนของ ป.ป.ช.&amp;rdquo; นายสุรศักดิ์ระบุ
นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป &amp;nbsp;(ปชช.) ระบุว่าการร้องทุกข์กล่าวโทษของ พ.ต.ท.พงศ์พรในการทุจริตเงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรมใน 3 วัดนั้น มีบางแห่งไม่มีแม้แต่โรงเรียนปริยัติธรรม แต่กลับไปเบิกงบการศึกษาพระปริยัติธรรมอย่างหน้าตาเฉย แสดงให้เห็นว่าวงการสงฆ์ของไทยต้องสังคายนาครั้งใหญ่ ทั้งปัญหาการขาดกลไกตรวจสอบใดๆ ในคณะสงฆ์ อีกทั้งพระบางรูปที่มีส่วนเกี่ยวข้องยังเป็นถึงหนึ่งในกรรมการ มส. แสดงให้เห็นว่าอดีตที่ผ่านมา มส.เองสามารถครอบงำ พศ.เพื่อหาประโยชน์เข้าสู่คณะสงฆ์ทั้งที่เป็นเรื่องผิดพระธรรมวินัย ขณะที่พระผู้ใหญ่บางรูปหลงทางโลก จึงเอื้อให้การทุจริตเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
&amp;ldquo;กรณีดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของมหากาพย์การทุจริตที่ปรากฏขึ้นเท่านั้น ยังมีเงินที่มาจากรายได้จากศาสนสมบัติของทางวัด ทั้งการปล่อยให้เช่าที่หรืออาคารต่างๆ รวมทั้งเงินทำบุญจากพี่น้องประชาชน ผมเชื่อว่าหากมีการลงไปตรวจสอบสองกรณีดังกล่าวให้ถี่ถ้วน เชื่อว่าการทุจริตปรากฏขึ้นมาอีกเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเรื่องเหล่านี้ไม่เคยมีกระบวนการตรวจสอบอย่างโปร่งใสเลยตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา&amp;rdquo; นายไพบูลย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.มโน เมตตานันโท เลาหวณิช เลขาธิการพรรคประชาชนปฏิรูป วิเคราะห์ถึงการร้องทุกข์กล่าวโทษพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป ซึ่งเป็นกรรมการ มส.ถึง 3 รูปว่า จะมีผลกระทบต่อ มส.แน่นอน และถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะตั้งแต่มี พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 เป็นต้นมาถือว่าสะเทือนที่สุด ที่ยุคนี้มีพระถูกร้องทุกข์กล่าวโทษถึง 5 รูป ทั้งเจ้าอาวาสอย่างเจ้าคุณธงชัย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสอีก 3 รูปเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ที่รู้จักในวงการสงฆ์มากมาย&amp;nbsp;
แนะจับตาประชุม มส. 20 เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ชาวพุทธฟังแล้วตกใจนึกไม่ถึงว่า พ.ต.ท.พงศ์พรจะไปฟ้อง แต่เชื่อว่าคงมีหลักฐานชัดแจ้งแล้ว &amp;nbsp;และคาดว่าในวันศุกร์ที่ 20 เม.ย.นี้ที่มีการประชุมคณะกรรมการ มส.คงมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้น สมเด็จพระสังฆราชอาจมีพระบัญชาอย่างใดอย่างหนึ่ง&amp;rdquo; นพ.มโนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.มโนกล่าวต่อไปว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ชาวพุทธตื่นรู้ว่าต้องแก้ปัญหาแล้ว ไม่ควรเป็นอย่างนี้ &amp;nbsp;ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 อำนาจอยู่กับเจ้าอาวาสแบบเด็ดขาดเหมือนเป็นราชาในอาณาจักรเล็กๆ บัญชีเงินวัดกับบัญชีเงินเจ้าอาวาสแยกกันไม่ออก ใช้อำนาจได้ทุกอย่างตามใจ การแต่งตั้งไวยาวัจกรก็ขึ้นอยู่กับเจ้าอาวาส จึงจำเป็นต้องปฏิรูปสงฆ์ ซึ่งยากกว่าการปฏิรูปตำรวจเสียอีก เนื่องจากพระสงฆ์เป็นที่ศรัทธาและมีอำนาจทางสังคมในวัฒนธรรมไทย เชื่อว่าคดีแบบนี้จะมีอีกเป็นระลอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.มโนยังกล่าวถึงกรรมการ มส.ว่า การแต่งตั้งกรรมการ มส.เองก็มีการเล่นพวกกันเยอะ มีกรรมการจากวัดปากน้ำถึง 3 คน ใครเป็นใหญ่ก็ตั้งคนของตัวเอง ไม่คำนึงถึงความรู้สึกประชาชน ตัว พ.ร.บ.คณะสงฆ์ก็ไม่เคารพพระธรรมวินัย พระสงฆ์ไม่ควรจับเงิน แต่กลับให้มีเงินมีอำนาจมากมาย สำหรับคดีที่เกิดนี้ถือเป็นการฉ้อราษฎร์บังหลวงแตกต่างจากคดีเงินทอนวัด เพราะเอาเงินไปใช้ในงานที่ไม่มีจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันในช่วงเย็น พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือหลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ได้โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;แม้นึกว่าคดีทุจริตเงินทอนจะเจอตอทำให้สะดุดหยุดลงเสียอีก&amp;rdquo; โดยระบุว่าข่าว พ.ต.ท.พงศ์พรเดินทางไปพบ พล.ต.ต.กมล เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกรรมการมหาเถรสมาคมบางรูป ที่มีส่วนเข้าไปพัวพันการทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม &amp;nbsp;แผนกสามัญศึกษา แผนกธรรมและบาลี รวมทั้งงบเผยแผ่ มูลค่าความเสียหาย 70 ล้านบาท การกระทำเข้าข่ายผิดทางคดีอาญา และยังเข้าข่ายปาราชิก ข้อว่ายักยอกทรัพย์เกิน 5 มาสกอีกต่างหาก ที่น่าสนใจ คือ มีนักบวชระดับเจ้าคุณชั้นพรหมเป็นเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง และเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะภาค ทั้งยังมีกรรมการ มส.อีกด้วย
หลวงปู่เชียร์สุดลิ่ม
หลวงปู่พุทธะอิสระโพสต์อีกว่า พอได้เห็นข่าวนี้ทำให้รู้สึกโล่งใจ เพราะนี่คือการพิสูจน์ว่าสิ่งที่พูดและสู้มาตลอดหลายปีนั้นสามารถพิสูจน์ได้ทุกเมื่อ จะช้าหรือเร็วเท่านั้น ทีนี้พวกบรรดากองเชียร์ของพวกกรรมการ มส.เหล่านี้คงจะตาสว่างกันขึ้นมาบ้าง หากยังมีจิตสำนึก มีปัญญาแยกแยะถูกผิดดีชั่ว คงจะคิดได้ว่าจะมัวเอาแต่ปกป้องคนผิด คนชั่ว หรือจะปกป้องความบริสุทธิ์บริบูรณ์ของพระธรรมวินัย ลองถามใจตัวเองดูกันบ้าง มันถึงเวลาแล้วหรือยังที่คนดีๆ พระดีๆ จะช่วยกันลุยล้างบาง พวกนักบวชอลัชชีที่เข้ามาอาศัยผ้าเหลืองหากินกันอยู่ ทำไมถึงปล่อยให้พุทธะอิสระสู้อยู่คนเดียว ทั้งที่สิ่งที่ได้มาจากการสู้มันก็คือประโยชน์ของพุทธบริษัททุกคน นี่แค่หนังตัวอย่าง ยังมีอีกเพียบ หากจะช่วยกันล้างบาง
&amp;ldquo;ยังไงงานนี้ต้องให้เครดิต พ.ต.ท.พงศ์พร ที่กล้าหาญเลือกความถูกต้องมากกว่าเลือกความถูกใจ &amp;nbsp;และช่วยชำระล้างความสกปรกในวงการผ้าเหลืองแทนพระภิกษุผู้ปกครอง ผู้มีหน้าที่โดยตรงแต่กลับไม่ทำอะไรเลย ขออนุโมทนาที่ท่าน ผอ.สำนักพุทธและ ปปป. คสช.ช่วยกันทำให้พระธรรมวินัยกลับมาเป็นที่มุ่งหวังได้ โดยไร้ข้อกังขาใดๆ จากผู้ศรัทธา คนชั่วต้องถูกกำจัด คนดีพระดีต้องได้รับการกราบไหว้บูชา ซึ่งมันควรจะเป็นเช่นนี้มานานแล้ว&amp;rdquo; หลวงปู่พุทธะอิสระโพสต์ทิ้งท้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7229</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมล, จำนงค์ ธมฺมจารี, ธงชัย สุขญาโณ, ป.ป.ช., พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, พ.ต.อ.จักษ์ เพ็งสาธร, พงศ์พร, พระวิจิตรธรรมาภรณ์, พระเถระชั้นผู้ใหญ่, พศ., มส., มโน, รอง ผบก.ปปป., สังคม ญาณวฑฺฒโน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอื้อน หาสธมฺโม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180416/image_big_5ad4b5e227259.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7210</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2018 19:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2018 19:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หลวงปู่พุทธอิสระ&#039;ออกโรงหนุนล้างบางอลัชชีห่มเหลืองหากิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;16 เม.ย. 61 - เมื่อช่วงเย็น พระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) ในหัวข้อ &amp;quot;แม้นึกว่าคดีทุจริตเงินทอน จะเจอตอทำให้สะดุดหยุดลงเสียอีก&amp;quot; ว่า ข่าว พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ เดินทางไปพบ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ ให้ดำเนินคดีกับกรรมการมหาเถรสมาคมบางคน ที่มีส่วนเข้าไปพัวพันการทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา แผนกธรรมและบาลี รวมทั้งงบเผยแผ่ มูลค่าความเสียหาย 70 ล้านบาท การกระทำเข้าข่ายผิดทางคดีอาญา และยังเข้าข่ายปาราชิก ข้อว่ายักยอกทรัพย์เกิน 5 มาสก อีกต่างหาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจ คือ มีนักบวชระดับเจ้าคุณชั้นพรหมเป็นเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง และเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะภาค ทั้งยังมีกรรมการมหาเถรสมาคมอีกด้วย ซึ่งก็คือ 1.พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร 2.พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม กรรมการ มส. และเจ้าคณะภาค 4-7 3.พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าคณะภาค 10 4.พระเมธีสุทธิกร (สังคม ญาณวฑฺฒโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ 5.พระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พอได้เห็นข่าวนี้ ทำให้รู้สึกโล่งใจ เพราะนี่คือการพิสูจน์ว่าสิ่งที่พุทธะอิสระพูด พุทธะอิสระสู้ มาตลอดหลายปีนั้น สามารถพิสูจน์ได้ทุกเมื่อ จะช้าหรือเร็วเท่านั้น ทีนี้พวกบรรดากองเชียร์ของพวกกรรมการมหาเถรสมาคมเหล่านี้ คงจะตาสว่างกันขึ้นมาบ้าง หากยังมีจิตสำนึก มีปัญญาแยกแยะถูกผิดดีชั่ว คงจะคิดได้ว่า จะมัวเอาแต่ปกป้องคนผิด คนชั่ว หรือจะปกป้องความบริสุทธิ์ บริบูรณ์ของพระธรรมวินัย ลองถามใจตัวเองดูกันบ้าง มันถึงเวลาแล้วหรือยังที่คนดีๆ พระดีๆ จะช่วยกันลุยล้างบาง พวกนักบวชอลัชชีที่เข้ามาอาศัยผ้าเหลืองหากินกันอยู่ ทำไมถึงปล่อยให้พุทธะอิสระ สู้อยู่คนเดียว ทั้งที่สิ่งที่ได้มาจากการสู้มันก็คือ ประโยชน์ของพุทธบริษัททุกคน นี่แค่หนังตัวอย่าง ยังมีอีกเพียบ หากจะช่วยกันล้างบาง&amp;quot; หลวงปู่พุทธะอิสระ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระพุทธะอิสระ กล่าวในตอนท้ายว่า ยังไงงานนี้ ต้องให้เครดิต พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ&amp;nbsp; ที่กล้าหาญเลือกความถูกต้อง มากกว่าเลือกความถูกใจ และช่วยชำระล้างความสกปรกในวงการผ้าเหลืองแทนพระภิกษุผู้ปกครอง ผู้มีหน้าที่โดยตรงแต่กลับไม่ทำอะไรเลย ขออนุโมทนาที่ ผอ.สำนักพุทธฯ กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ช่วยกันทำให้พระธรรมวินัยกลับมาเป็นที่มุ่งหวังได้ โดยไร้ข้อกังขาใดๆจากผู้ศรัทธา คนชั่วต้องถูกกำจัด คนดีพระดี ต้องได้รับการกราบไหว้บูชา ซึ่งควรจะเป็นเช่นนี้มานานแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7210</URL_LINK>
                <HASHTAG>พงศ์พร, พระพุทธะอิสระ, มหาเถรสมาคม, หลวงปู่พุทธะอิสระ, อลัชชีห่มเหลือง, เงินทอนวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180127/image_big_5a6c1e9a8d473.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
