<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2021 07:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2021 07:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พ่อเมืองตาก&#039; วางแนวป้องกัน &#039;โรงเรียน-โรงงาน&#039; เข้มป้องกันโควิดระบาด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค. 2564 นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ ครั้งที่ 30/2564 เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และพิจารณามาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด&amp;ndash;19 ของโรงเรียน และโรงงานในพื้นที่อำเภอแม่สอด รวมถึงการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเพื่อการทำงานข้ามเขตพื้นที่จังหวัดตาก โดยประชุมที่ห้องประชุมทีลอซู ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดตาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมี นายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา ปลัดจังหวัดตาก และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ส่วนนายชัยพฤกติ์ เชียรธานรักษ์ นายอำเภอแม่สอด จ.ตาก พร้อมคณะกรรมการฯ ฝั่งตะวันตก เข้าร่วมประชุม ณ ที่ว่าการอำเภอแม่สอด ขณะที่คณะกรรมการฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของจังหวัดตาก ข้อมูล ณ วันที่ 3 กรกฎาคม 2564 พบผู้ป่วยรายใหม่ 39 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสมระลอกใหม่ (1 เม.ย. &amp;ndash; 3 ก.ค. 64) จำนวน 1,131 ราย ผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการรักษา 731 ราย เสียชีวิตสะสมระลอกใหม่ 7 ราย ขณะที่ในห้วงระหว่างวันที่ 26 มิ.ย. &amp;ndash; 2 ก.ค. 64 พบผู้ติดเชื้อกระจายไปในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่สอด 695 ราย , พบพระ 2 ราย , อุ้มผาง 1 ราย , วังเจ้า 1 ราย , เมืองตาก 2 ราย และบ้านตาก 7 ราย โดยแบ่งเป็นคลัสเตอร์โรงงาน ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ 571 ราย คนไทย 19 ราย , ชุมชนแรงงานต่างด้าวตลาดแม่ตาวกลาง เป็นชาวต่างชาติ 20 ราย , ชุมชนแรงงานต่างด้าววังตะเคียน 19 ราย &amp;nbsp;
ส่วนผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจาก กทม. พบที่อำเภอบ้านตาก 6 ราย อำเภอเมืองตาก 2 ราย ,พบพระ 2 ราย ,อุ้มผาง 1 ราย และอำเภอแม่สอด 3 ราย , คลัสเตอร์ผาผึ้ง 1 ราย , คลัสเตอร์พบพระ 1 ราย , พนักงานขับรถข้ามแดน 3 ราย , ลักลอบข้ามแดน 4 ราย เป็นคนไทย 3 ราย คนจีน 1 ราย , ติดเชื้อในครอบครัว 9 ราย , หมอนวด 2 ราย และไม่ทราบแหล่งติดเชื้ออีก 3 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณามาตรการป้องกัน ควบคุมโรคโควิด-19 ในโรงเรียนพื้นที่อำเภอแม่สอด โดยกำหนดให้ปิดโรงเรียนทุกสังกัดในอำเภอแม่สอด ออกไปอีก 1 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 5 &amp;ndash; 11 กรกฎาคม 2564 เนื่องจากยังพบการระบาดของโรคเป็นวงกว้างในพื้นที่ โดยให้เรียนแบบออนไลน์แทน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนโรงงานในอำเภอแม่สอด ที่เกี่ยวข้องกับคลัสเตอร์แม่ตาว ให้มีมาตรการป้องกันควบคุมโรค ตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนด ขณะที่โรงงาน CC&amp;amp;C และโรงงาน TK ให้เป็นโรงงานที่เข้าสู่ระบบ Bubble and Seal (การจัดหาที่พักพนักงานให้อยู่ในสถานที่ที่กำหนด ที่สามารถควบคุมได้) และ Factory Quarantine เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ โดยให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก เข้าไปประเมิน ก่อนที่จะเปิดดำเนินการตามมาตรการที่กำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว เพื่อการทำงานข้ามเขตพื้นที่จังหวัดตาก เบื้องต้นมีมติให้บริษัทกรีนทัมบ์ จำกัด สามารถเคลื่อนย้ายแรงงานสัญชาติลาว จำนวน 4 คน ที่เข้ามาทำงานปรับปรุงภูมิทัศน์สนามบินแม่สอด ให้เดินทางกลับบริษัทฯ ที่จังหวัดชลบุรีได้ และให้ นางบุญมา สนธิงาม เคลื่อนย้ายแรงงานสัญชาติกัมพูชา ที่ทำงานภาคเกษตรในอำเภอวังเจ้า จำนวน 7 คน พร้อมผู้ติดตาม 1 คน เดินทางไปทำงานเก็บลำไยที่อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน โดยให้ปฏิบัติตามคำสั่งจังหวัดตาก ที่กำหนดไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับมาตรการยกระดับการป้องกันโควิด-19 กรณีการปฏิบัติศาสนกิจของศาสนาต่าง ๆ ที่มีการรวมคนจำนวนมาก การพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมในพื้นที่อำเภอแม่สอด และการเข้มงวดจับกุมผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมือง รวมทั้งการดำเนินการต่าง ๆ ก่อนการผลักดันผู้กระทำผิด กลับออกนอกประเทศ ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108531</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตาก, พงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์, แม่สอด, โควิด, โรงงาน, โรงเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210704/image_big_60e103ffe1590.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75328</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 09:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนถล่มน้ำป่าหลาก น่าน-สุโขทัยอ่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหนือ อีสานระทม ฝนถล่มหนักก่ออุทกภัยใน 8 จังหวัด มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ น่านเกิดน้ำป่าหลากหนักสุดใน อ.เวียงสา 700 ครอบครัวเดือดร้อนหนัก บ้านบางหลังจมน้ำกว่า 2 เมตร ส่วนที่สุโขทัย น้ำเหนือทะลักลงแม่น้ำยมเซาะพนังขาด เร่งช่วย 200 ครัวเรือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยเรื่อง &amp;quot;ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทยตอนบน&amp;quot; ฉบับที่ 9 ลงวันที่ 23 สิงหาคม 2563 ความว่า ร่องมรสุมกำลังแรงที่พาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีกำลังอ่อนลง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน และประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนัก มีดังนี้ ในวันที่ 23 สิงหาคม 2563 ภาคเหนือ :&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร ชัยภูมิ และขอนแก่น ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี และราชบุรี ภาคตะวันออก : จังหวัดสระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีพื้นที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ 8 จังหวัด รวม 25 อำเภอ 88 ตำบล 382 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,858 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ได้แก่ จ.น่าน เกิดน้ำไหลหลาก ในพื้นที่ 6 อำเภอ คือ อ.เมือง เฉลิมพระเกียรติ เวียงสา ภูเพียง สันติสุข และนาน้อย ประชาชนได้รับผลกระทบ 960 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 1 ราย, จ.แพร่ เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง ร้องกวาง สูงเม่น สอง ลอง หนองม่วงไข่ วังชิ้น และเด่นชัย ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,585 ครัวเรือน, จ.เชียงใหม่ เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ อ.แม่ออน ประชาชนได้รับผลกระทบ 10 ครัวเรือน, จ.ลำปาง เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ อ.เมืองปาน, จ.พะเยา เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ อ.เชียงม่วน ประชาชนได้รับผลกระทบ 124 ครัวเรือน, จ.อุตรดิตถ์ เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง ท่าปลา และพิชัย ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,179 ครัวเรือน, จ.ลำพูน เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ อ.บ้านธิ, จ.แม่ฮ่องสอน เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง ปางมะผ้า แม่ลาน้อย และขุนยวม ขณะที่เกิดดินสไลด์ใน จ.แม่ฮ่องสอน ในพื้นที่ อ.เมือง ทั้งนี้ ปภ.และหลายหน่วย
งานได้เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานการณ์ในพื้นที่เมื่อวันอาทิตย์ เกิดดินสไลด์ทับเส้นทางถนนบ้านดงสามหมื่น-บ้านแม่แดดน้อย อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ ผู้ใช้รถใช้ถนนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เจ้าหน้าที่เร่งแก้ไขจนเปิดใช้งานได้ตามปกติ นอกจากนี้ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผวจ.เชียงใหม่ พร้อมด้วย นางสุดาภรณ์ สงวนสัตย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ ต.ทาเหนือ อ.แม่ออน ตรวจสอบเหตุฝนตกหนักจนทำให้ลำน้ำทาเกิดน้ำเซาะเป็นสาเหตุให้สะพานขาด โดย ผบต.ทาเหนือ ได้เร่งซ่อมแซมเบื้องต้น เพื่อให้ประชาชนกว่า 30 ครัวเรือน สามารถสัญจรเข้า-ออกหมู่บ้านได้ตามปกติก่อน จากนั้นจะได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างสะพานคอนกรีตถาวรต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลำพูน นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผวจ.ลำพูน ประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ติดตามสถานการณ์และการช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์วาตภัยและดินโคลนถล่ม โดยนายพงศ์รัตน์เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าในหลายพื้นที่ได้เกิดอุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ตลอดจนทรัพย์สินของประชาชนเป็นอย่างมาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ จึงกำชับให้ทุกจังหวัดดำเนินการตามแนวทางแผนเผชิญเหตุ ตั้งแต่การแจ้งเตือนภัย การตรวจสอบและเสริมความมั่นคงแข็งแรงเชิงโครงสร้างให้กับคันกั้นน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนพื้นที่เขตเศรษฐกิจสำคัญ การให้ความช่วยเหลือประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตาก ฝนตกหนักตลอดคืนวันเสาร์ ทำให้ระดับน้ำลำห้วยแม่สอดเพิ่มสูงขึ้น น้ำกัดเซาะริมตลิ่งพังและยุบตัวลง ลึกกว่า 5 เมตร ยาวกว่า 100 เมตร จนทำให้บ้านของนางพัชณี พรมรัตน์ อายุ 63 ปี เลขที่ 208/1 ถนนอินทรคีรี ต.แม่สอด อ.แม่สอด หลังวัดมณีไพรสณฑ์ ได้รับความเสียหาย เสาบ้านด้านหลังบ้านดินเกิดทรุดตัวเหลือแต่เสา ก่อนที่บ้านจะพังทลายไปทั้งหลัง แต่นางพัชณีไม่ได้รับอันตราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.ประสาน เห็นประเสริฐ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 แม่สอด สั่งการให้ ร.อ.ศาศวัต สัตยพงษ์ ผู้บังคับกองร้อยเครื่องยิงหนัก ฉก.ร.4 นำกำลังทหารเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนในพื้นที่หมู่ 6 บ้านแม่กุใต้ ต.แม่กุ อ.แม่สอด พร้อมเฝ้าระวังเหตุการณ์ ก่อนที่ฝ่ายปกครองจะเร่งสำรวจความเสียหายต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น่าน สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเวียงสา หลายหมู่บ้านยังไม่คลี่คลาย ระดับน้ำยังคงสูง 1-2 เมตร ทั้งหมู่บ้านต้นหนุน หมู่ 5 บ้านดอนแท่น หมู่ 2 และ 14 บ้านหนอง หมู่ 9 ต.กลางเวียง และบ้านน้ำหลง หมู่ 3 ต.เวียงสา ซึ่งหลายหน่วยงานยังต้องใช้เรือท้องแบนในการลำเลียงอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค ขณะที่ พันโทบัณฑิต ชาวกัณหา ผู้บังคับหน่วยกองพันทหารม้าที่ 15 กรมทหารม้าที่ 2 นำกำลังพล พร้อมประสานรถบรรทุกน้ำจากเทศบาลตำบลกลางเวียง เร่งช่วยเหลือชาวบ้านปงสนุก หมู่ 1 ต.ปงสนุก อ.เวียงสา ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ถูกน้ำป่าไหลหลาก มีเศษซากต้นไม้และวัชพืช รวมทั้งดินโคลนดินเลนทับถมตามบ้านเรือนและถนนในหมู่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พล.ต.ต.สัณห์ โพธิ์รักษา ผบก.ภ.จว.น่าน และคณะ ลงเรือท้องแบนสำรวจพื้นที่ประสบอุทกภัยบ้านดอนแท่น หมู่ 2 และหมู่ 14 ซึ่งน้ำจากลำน้ำสา และลำน้ำน่าน ได้เอ่อล้นท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่เกษตรเป็นบริเวณกว้าง มีประชาชนเดือดร้อนกว่า 700 ครัวเรือน บางหลังน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร ประชาชนที่มีบ้าน 2 ชั้น ต้องอาศัยอยู่ชั้น 2 ส่วนบ้านชั้นเดียวประชาชนต้องอพยพออกไปอาศัยชั่วคราวที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้อพยพอำเภอเวียงสา ตั้งอยู่ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอเวียงสา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ อ.เวียงสา ประสบปัญหาน้ำท่วมมากที่สุดในครั้งนี้ ทั้งอำเภอมีผู้ประสบภัยกว่าพันครัวเรือน ประชากรกว่า 3,000 คน ได้รับความเดือดร้อน ครอบคลุมพื้นที่ 13 หมู่บ้าน 4 ตำบล ประกอบด้วย ต.ไหล่น่าน กลางเวียง ปงสนุก และขึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุโขทัย มีรายงานว่า ปริมาณน้ำเหนือที่ไหลบ่าเข้าสู่แม่น้ำยมจาก อ.วังชิ้น จ.แพร่ ได้ไหลมาถึงจังหวัดสุโขทัยอย่างรวดเร็วหลังฝนตกติดต่อกันหลายวัน ทั้ง จ.แพร่ น่าน และสุโขทัย มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ล่าสุดตั้งแต่ อ.ศรีสัชนาลัย อ.สวรรคโลก สู่ อ.เมือง กระแสน้ำในน้ำแม่ยมมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกัดเซาะถนนริมแม่น้ำยมที่เป็นคันดิน ซึ่งเป็นพื้นที่กำลังก่อสร้างพนังกั้นแม่น้ำยม ระยะทางประมาณ 1,500 เมตร บางจุดเกิดพังเสียหาย น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่หมู่ 1 บ้านวังหิน และพื้นที่หมู่ 7 บ้านบางสงค์ ต.ปากแคว อ.ศรีสัชนาลัย ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อกัน บ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายกว่า 200 หลังคาเรือน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนไม่ต่ำกว่า 400 คน พื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมเบื้องต้นเสียหาย 1,500 ไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผวจ.สุโขทัย นำคณะตรวจสอบจุดที่ถูกน้ำกัดเซาะถนนริมแม่น้ำยม และเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน พบว่าน้ำกัดเซาะถนนบริเวณนี้รวม 3 จุด พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน ขณะที่โยธาธิการผังเมือง ปภ. และส่วนท้องถิ่น เร่งแก้ไขจุดที่เสียหายขนย้ายประชาชนในที่เสี่ยงออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิษณุโลก นายชำนาญ ชูเที่ยง ผอ.โครงการชลประทานพิษณุโลก เปิดเผยว่า เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ลุ่มน้ำยม จ.แพร่ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำยมเพิ่มสูงขึ้น โดยที่สถานี Y.1C บริเวณสะพานบ้านน้ำโค้ง อ.เมืองแพร่ วัดปริมาณน้ำไหลผ่านได้ สูงสุด 1,252 ลูกบาศก์เมตร/วินาที (23 ส.ค.63 เวลา 02.00 น.) กรมชลประทานคาดการณ์ว่าน้ำจะเดินทางถึงสถานีวัดน้ำ Y.14A อ.ศรีสัชนาลัย สุโขทัย ในเกณฑ์สูงสุดวันที่ 23 ส.ค.63 ในช่วงเวลาประมาณ 08.00-10.00 น. ที่ระดับ 9.30-9.35 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่านสูงสุด 1,050-1,060 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ปัจจุบันปริมาณน้ำไหลผ่าน Y.14A เมื่อเวลา 05.00 น. วัดได้ 973.60 ลบ.ม/วินาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อเป็นการลดผลกระทบต่อการเกิดอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย และจังหวัดพิษณุโลก กรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำยมบริเวณเหนือประตูระบายน้ำ (ปตร.) หาดสะพานจันทร์ ด้วยการผันน้ำส่วนหนึ่งเข้าสู่คลองหกบาท พร้อมกับควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์ และควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านตัวเมืองสุโขทัย ควบคุมปริมาณน้ำในแม่น้ำยมไม่ให้เกิดผลกระทบจากภาวะน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ได้แก่ ปตร.วังสะตือ, คลองผันน้ำแม่น้ำยม-แม่น้ำน่าน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา จ.แม่ฮ่องสอน ประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวเป็นการชั่วคราว เนื่องจากมีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ เกรงว่าจะก่อให้เกิดอันตรายต่อนักท่องเที่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักชลประทานที่ 5 อุดรธานี นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75328</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล ธิติศักดิ์, พ.อ.ประสาน เห็นประเสริฐ, พงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์, พล.ต.ต.สัณห์ โพธิ์รักษา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไมตรี ไตรติลานันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200823/image_big_5f42651194f6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44661</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2019 21:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพดุลกระหนํ่า59จังหวัด นายกฯสั่ง&#039;เหล่าทัพ&#039;ดูแล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุฯ แจ้งพายุดีเปรสชัน &amp;quot;โพดุล&amp;quot; เข้าอ.โนนสัง จ.หนองบังลำภูแล้ว คาดเคลื่อนปกคลุม จ.เลย ก่อนอ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ส่งผล 59 จังหวัดทั่ว ปท.ฝนตกหนัก &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; สั่ง ผบ.เหล่าทัพดูแล ปชช. &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; ปลุกจิตสำนึกจิตอาสาไม่ทิ้งขยะในลำคลอง &amp;quot;ปภ.&amp;quot; เผย &amp;quot;อำนาจเจริญ-ปราจีนฯ-หนองคาย&amp;quot; น้ำท่วมยังไม่คลี่คลาย &amp;quot;แพร่&amp;quot; ลมแรงพัดต้นสักทองขนาดใหญ่ล้มขวางถนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 ส.ค. กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 13 เรื่อง พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) &amp;ldquo;โพดุล&amp;rdquo; มีผลกระทบจนถึงวันที่ 1 ก.ย.2562 ระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) &amp;ldquo;โพดุล&amp;rdquo; ได้เคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณอำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู หรือที่ละติจูด 17.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 102.5 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณจังหวัดเลย แล้วจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำในระยะต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จะทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากและลมกระโชกแรงบางแห่ง ในทุกภาคของประเทศไทย ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยงภัย ที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหล และขอให้ระวังอันตรายจากลมกระโชกแรงที่อาจทำให้สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงได้รับความเสียได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่าพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี, ภาคกลาง : จังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด, ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้สั่งการลงมาแล้ว โดยท่านจะมีไลน์ผู้บังคับบัญชาระดับผู้บัญชาการเหล่าทัพอยู่แล้ว ซึ่งทางนายกฯ รู้ล่วงหน้ามาก่อนแล้ว เพราะมีทางผู้ที่เกี่ยวข้องได้ส่งข้อมูลและแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศให้ว่าจะมีพายุเข้ามาเมื่อไหร่ วันไหน ซึ่งได้สั่งการมาก่อนล่วงหน้านี้แล้ว 2-3 วัน และล่าสุดตนได้ลงพื้นที่ไปดูพื้นที่รับน้ำต่างๆ ซึ่งกองทัพบกได้ประสานงานไปทางผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่รับน้ำที่ต้องไปขุดลอกคูคลอง ให้เป็นที่รับน้ำและทางน้ำได้สะดวกมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คูคลองที่ระบายน้ำไม่สะดวกหรือมีพื้นที่รับน้ำได้น้อย เพราะเราขาดความรับผิดชอบ ที่ยังจะทิ้งขยะลงไปในลำน้ำอีก ซึ่งวันก่อนผมได้ลงพื้นที่ไปตรวจพื้นที่ลำตะคอง ได้เห็นสภาพความเป็นจริง ถ้าประชาชนทุกคนยังไม่ร่วมมือกัน และไม่มีจิตอาสา อย่างโครงการจิตอาสาที่ในหลวงท่านพระราชทานให้ ยังทิ้งขยะลงไปในลำคลอง มีแม้กระทั่งที่นอนและโถส้วมในลำคลองและแม่น้ำ ตรงนี้เราก็ต้องปลุกจิตสำนึกให้ช่วยกันดูแลลำน้ำลำคลอง&amp;rdquo; ผบ.ทบ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้สั่งไปยังโครงการชลประทานทุกแห่งทั่วประเทศ ให้สำรวจและคาดการณ์พื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ รวมทั้งบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อน ติดตามปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำต่างๆ อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งวิเคราะห์สถานการณ์น้ำเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม หากจำเป็นต้องระบายน้ำ ขอให้ประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อลดความเสียหายต่อประชาชนให้มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า อิทธิพลพายุโพดุลทำให้ทั่วทุกภาคของประเทศไทยมีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 30 ส.ค.-1 ก.ย.นี้ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลาก โดยอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรง พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้เกิดน้ำไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัยในพื้นที่ 10 จังหวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปัจจุบันสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายแล้ว 7 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ใน 3 จังหวัด ได้แก่ อำนาจเจริญ ปราจีนบุรี และหนองคาย โดย ปภ.ได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมจัดเตรียมเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้เผชิญเหตุ และช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที&amp;quot; อธิบดี ปภ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ จ.อำนาจเจริญ ได้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้ลำเซบายกัดเซาะพนังกั้นน้ำในพื้นที่ อ.หัวตะพาน ต.หัวตะพาน บริเวณจุดบ้านดอนว่านได้รับความเสียหาย 2 จุด เอ่อล้น 4 จุด ไม่มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ ปัจจุบันอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการเสริมพนังกั้นน้ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญสั่งให้เจ้าหน้าที่จัดชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่ พร้อมยุทโธปกรณ์เข้าสำรวจความเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ปราจีนบุรี เกิดฝนตกหนักน้ำไหลหลาก อ.กบินทร์บุรี ต.เขาไม้แก้ว บนถนนหลวงหมายเลข 359 ระหว่าง กม.44-45 บริเวณสี่แยกเพชรกระจ่าง บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 4 หลัง ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.หนองคาย เกิดเหตุฝนตกน้ำไหลหลากในพื้นที่ อ.โพธิ์ตาก ส่งผลให้เส้นทางระหว่างบ้านสาวแล-บ้านศูนย์กลางไม่สามารถสัญจรได้ตามปกติ แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในส่วนจังหวัดอื่นๆ ก็ยังคงได้รับผลกระทบจากพายุโพดุล ทำให้เกิดฝนตกต่อเนื่อง เช่น จ.ร้อยเอ็ด ฝนตกหนักมาตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา และลมพัดแรง ส่งผลให้หลายพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดน้ำระบายไม่ทัน น้ำท่วมถนน 50-120 ซม. โดยเฉพาะถนนรัฐกิจไคลคลา จากสี่แยกสหกรณ์จังหวัดร้อยเอ็ดไปถึงสามแยกเรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด ระยะทางกว่า 1,000 เมตร ระดับน้ำ 80-120 ซม. รถเล็กผ่านไม่ได้ ต้องปิดการสัญจรชั่วคราว ส่วนถนนข้าวหอมมะลิติดกับบึงพลาญชัย ตั้งแต่ประตูสาเกตนครเป็นต้นไป น้ำสูงกว่า 50 ซม. และท่วมทางวิ่งออกกำลังกายของประชาชนรอบบึงพลาญชัยสูงกว่า 1 เมตร ถนนเพลินจิตมีน้ำท่วมด้านข้างไปรษณีย์จังหวัดร้อยเอ็ด ถนนสุริยเดชบำรุง หน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองร้อยเอ็ด รวมทั้งตรอกซอกซอยมีน้ำท่วมสูง ทำให้ประชาชนและนักเรียนเดินทางไม่สะดวก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.แพร่ ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เกิดฝนตกและลมแรง ทำให้ในหลายพื้นที่ได้รับความเสียหาย ถนนหนทางถูกตัดขาด ที่บ้านน้ำชำ หมู่ที่ 4 ต.น้ำชำ อ.สูงเม่น จ.แพร่ ได้เกิดต้นมะยมหิน ต้นไม้ประจำจังหวัดแพร่ ล้มคลืนลงมาทับสายไฟฟ้าแรงสูง ทำให้เสาไฟฟ้าล้มถึง 5 ต้น ไฟดับใน 2 ตำบล มีตำบลน้ำชำและปงป่าหลาย โดยที่บ้านหมู่ที่ 7 ต.น้ำชำ ต้นไม้ใหญ่ล้มทับถนนสายน้ำชำบวกโป่งใช้การไม่ได้ การสัญจรต้องไปใช้เส้นทางอื่น ที่บ้านพระหลวง หมู่ที่ 5 ต.พระหลวง เกิดต้นไม้สักทองขนาดใหญ่ล้มทับขวางถนนสายสูงเม่นไปปงท่าข้าม รถไม่สามารถวิ่งได้ นอกจากนั้นยังมีบ้านเรือนหลายหลังในหมู่ที่ 7 ต.น้ำชำ ถูกพายุพัดเอาหลังคาปลิวไปหลายหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าฯ แพร่ ได้ประชุมนายอำเภอทุกอำเภออย่างเร่งด่วน พร้อมสั่งการให้เฝ้าเตือนประชาชน และให้เตรียมความพร้อมให้การช่วยเหลือ เพราะเชื่อว่าใน 2 วันนี้จังหวัดแพร่ต้องได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนโพดุลอย่างแน่นอน ในส่วนบ้านเรือนที่อาศัยตามเขาตามลำน้ำทุกสาขาที่สร้างบ้านติดแม่น้ำ ต้องวางแผนในการอพยพชาวบ้านออกมาก่อนเพื่อความปลอดภัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44661</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล ธิติศักดิ์, ทองเปลว กองจันทร์, พงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190830/image_big_5d6927f205321.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
