<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถึงคราว &#039;ก็พลาดตายเอง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;คดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงไม่ไต่สวน ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๕๘ &amp;nbsp;วรรคหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑๓.๐๐ น. พฤหัสที่ ๗ มี.ค.๖๒&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลฯ นัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑๕.๐๐ น. .....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่านคำวินิจฉัย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ เป็นไปตามนั้น ชอบด้วยกฎหมายและชอบด้วยกาล!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ &amp;quot;ตัดสินก่อนเลือกตั้ง&amp;quot; เป็นคุณกับทุกฝ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งไทยรักษาชาติ ทั้งผู้สมัคร ส.ส. ทั้งประชาชนผู้เลือก และทั้งกระบวนการเลือกตั้ง ๒๔ มีนา ทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าศาลวินิจฉัย ว่า.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์เสนอเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเมื่อ ๘ ก.พ.๖๒&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ขัด&amp;quot; ตามประกาศประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อ ๒๘ ธ.ค.๖๑ ข้อที่ ๑๗ ที่ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใด นำสถาบันพระมหากษัตริย์ มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคไทยรักษาชาติจะได้สิ้นปัญหาและครหา หาเสียง หาคะแนนกันได้เต็มสูบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถ้าวินิจฉัยว่า &amp;quot;ขัด&amp;quot; ศาลฯ มีคำสั่งอย่างใด ไทยรักษาชาติ ก็จะได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปว่า &amp;quot;เป็นคุณกับทุกฝ่าย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอาเป็นว่า เรื่อง &amp;quot;ผลคดี&amp;quot; ไม่ต้องพูด ไว้รอฟังคำวินิจฉัยของศาลฯ ในวันที่ ๗ มีนาทีเดียวเลย ซึ่งไม่นานเกินรอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พูดกันได้ และควรรู้ คือ ใครบ้างในพรรคไทยรักษาชาติ ที่ต้องผูกพันกับคดีนี้ตามกฎหมาย?&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช&amp;quot; ในฐานะหัวหน้าพรรค หนีไม่พ้น และคณะผู้บริหาร อีก ๑๓ คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฤภพ ชินวัตร รองฯ ที่ ๑&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร รองฯ ที่ ๒
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ รองฯ ที่ ๓&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล รองฯ ที่ ๔&amp;nbsp;
.&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาฯ พรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายต้น ณ ระนอง รองเลขาฯ ที่ ๑&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองฯ ที่ ๒&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ &amp;nbsp;รองฯ ที่ ๓&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรุ่งเรือง พิทยศิริ กก.บห.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุลพงศ์ โนนศรีชัย กก.บห.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ เหรัญญิกพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมมุติว่า ไทยรักษาชาติถูกยุบพรรค ตามท้ายมาตรา ๙๒ กฎหมายพรรคการเมือง บอกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการไต่สวนแล้ว มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า พรรคการเมืองกระทำการตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา ๙๔ บอกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งให้ยุบพรรคการเมืองใดแล้ว ให้นายทะเบียน ประกาศคําสั่งยุบพรรคการเมืองนั้นในราชกิจจานุเบกษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และห้ามมิให้บุคคลใดใช้ชื่อ ชื่อย่อ หรือภาพเครื่องหมาย ของพรรคการเมืองซ้ำ หรือพ้องกับชื่อ ชื่อย่อ หรือภาพเครื่องหมายของพรรคการเมืองที่ถูกยุบนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ห้ามมิให้ผู้ซึ่งเคยดํารงตําแหน่งกรรมการบริหารของพรรคการเมืองที่ถูกยุบและถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเพราะเหตุดังกล่าวไปจดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่อีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายในกําหนดสิบปี นับแต่วันที่พรรคการเมืองนั้นถูกยุบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรงนี้ มีผู้สงสัย........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตกลงเพิกถอนสิทธิรับสมัครรับเลือกตั้ง &amp;quot;สิบปี&amp;quot; หรือตลอดชีวิตกันแน่ เพราะเห็นพูดกันหลายนัย?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมว่า ๑๐ ปี ตามมาตรา ๙๔ กฎหมายพรรคการเมืองนี้แหละ ไม่ใช่ตลอดชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บางคนว่า &amp;quot;ถูกเพิกถอนสิทธิตลอดชีวิต&amp;quot; นั้น เป็นความเข้าใจสับสนมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๕ ที่ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ใดถูกเพิกถอนสิทธิรับเลือกตั้งไม่ว่ากรณีใด ผู้นั้นไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตลอดไป และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ&amp;quot; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีนี้.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช้สำหรับผู้กระทำผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช.และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าง &amp;quot;ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ-บุญทรง&amp;quot; โทษอาญา จะถูกตัดสิทธิ์ตลอดชีวิต!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ๑๔ กรรมการบริหารไทยรักษาชาติ ถ้าถูกยุบพรรค ก็จะถูกตัดสิทธิ์แค่ ๑๐ ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็อย่างที่ทักษิณบอก &amp;quot;เอาเด็กรุ่นใหม่ๆ เข้ามาบ้าง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รุ่นใหม่ &amp;quot;ไทยรักษาชาติ&amp;quot; ของทักษิณ อายุเฉลี่ย อย่างเก่งก็ ๓๐ ปลายๆ แก่ที่สุดก็น่า ๔๐ ต้นๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว้นวรรคไป ๑๐ ปี แป๊บเดียวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๕๐-๖๐ ขวบ กลับมารับคำสั่งทักษิณตั้งพรรคกันใหม่ ยังไม่สายหรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพียงแต่ว่า อีก ๑๐ ปี ทักษิณยังจะหายใจอยู่ถึงหรือไม่เท่านั้นแหละ!?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็มีคำถามต่อ แล้วผู้สมัคร ส.ส.เขตและ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคล่ะ จะถูกตัดสิทธิ์ด้วยมั้ย?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ถูกตัดสิทธิ์!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่สมัครลงแข่งทั้ง ส.ส.เขตและปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคไทยรักษาชาติคราวนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลอย &amp;quot;หมดสิทธิ์&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคถูกยุบ เท่ากับไม่มี &amp;quot;พรรคไทยรักษาชาติ&amp;quot; อยู่ในสนามเลือกตั้ง กากบาทเบอร์ในบัตรเลือกตั้ง ก็เป็นโมฆะ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ใครบ้างล่ะ ที่ต้องตกน้ำป๋อมแป๋มไปกับการยุบพรรค ที่คุ้นชื่อ-คุ้นหน้า ก็อย่างเช่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-นายจาตุรนต์ ฉายแสง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวขัตติยา สวัสดิผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเจริญ จรรย์โกมล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิคม ไวยรัชพานิช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชิต ชื่นบาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประภัสร์ จงสงวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุธรรม แสงประทุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายก่อแก้ว พิกุลทอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเหวง โตจิราการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลตรี ศรชัย มนตริวัต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางระพิพรรณ พงศ์เรืองรอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพายัพ ปั้นเกตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลตำรวจตรี สุรสิทธิ์ สังขพงศ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวชญาภา สินธุไพร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนี่ย...พวกปาร์ตี้ลิสต์ &amp;quot;แดงทั้งแผ่นดิน&amp;quot; ตัวเอ้ทั้งนั้น พลอยหกตกใต้ถุนไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่นี่จุ๋มจิ๋มมาก สมมุติถูกยุบพรรค ผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุดกลับเป็น &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะทักษิณ &amp;quot;เจ้าเล่ห์-โลภมาก&amp;quot; แตกพรรค นึกว่าเจ๋ง ที่ไหนได้ เจ๊งเลย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลือกตั้ง ๓๕๐ เขต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจตนาส่อ &amp;quot;ฮั้วกัน&amp;quot; เพื่อไทย ส่งสมัครแค่ ๒๕๐ เขต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ไทยรักษาชาติ ส่ง ๑๕๐ เขต!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่ ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย อนาคตใหม่ เสรีรวมไทย เขาส่งครบ ๓๕๐ เขต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเป็นอย่างนี้ ถ้าไทยรักษาชาติถูกยุบ เท่ากับ &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; ทำนาแค่ ๒๕๐ ไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่คู่แข่ง ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย ทำนากัน คนละ ๓๕๐ ไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลผลิตรวมที่ได้ ยังไงๆ นา ๓๕๐ ไร่ ต้องได้ข้าวมากกว่า นา ๒๕๐ ไร่อยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อไทย เสียพื้นที่คะแนนไป ๑๕๐ เขต เฉลี่ยความ &amp;quot;น่าจะได้&amp;quot; แต่ละเขต ตีซะว่า ๓ หมื่นคะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓๐,๐๐๐ X ๑๕๐ = ๔,๕๐๐,๐๐๐ คะแนนที่หายไป แตกเป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ขี้หมู-ขี้หมา จะได้ ๔๐-๕๐ คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ตกน้ำป๋อมแป๋มไปต่อหน้า ด้วยโลภและเจ้าเล่ห์ของมันแท้ๆ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่แหละหนอ &amp;quot;ลิขิตฟ้า-ชะตาคน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เล่ห์เหนือขนาดไหน เมื่อถึงคราว &amp;quot;เจ้าก็พลาด&amp;quot; ถึงตายเอง!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30128</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณาพจน์ โจมฤทธิ์, คำวินิจฉัย, จุลพงศ์ โนนศรีชัย, ชยิกา วงศ์นภาจันทร์, นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล, นายต้น ณ ระนอง, พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ, พฤฒิชัย วิริยะโรจน์, มิตติ ติยะไพรัช, รุ่งเรือง พิทยศิริ, ฤภพ ชินวัตร, วรรษมล เพ็งดิษฐ์, วิม รุ่งวัฒนจินดา, สุณีย์ เหลืองวิจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หยุดมัน&#039; หรือให้มัน &#039;หยุดเรา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือว่า กกต.ทำงานเร็ว!&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชุมเมื่อวาน (๑๑ ก.พ.๖๒)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนุมัติ &amp;quot;๖๙ รายชื่อ&amp;quot; จาก &amp;quot;๔๕ พรรค&amp;quot; ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ให้เป็น &amp;quot;ว่าที่นายกฯ&amp;quot; ของแต่ละพรรคไปแล้ว เช่น........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอกประยุทธ์ ว่าที่นายกฯ พรรคพลังประชารัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ ว่าที่นายกฯ พรรคประชาธิปัตย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์-นายชัชชาติ-นายชัยเกษม ว่าที่นายกฯ พรรคเพื่อไทย เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ไม่มีชื่อ &amp;quot;พรรคไทยรักษาชาติ&amp;quot; รวมอยู่ในจำนวนที่ให้ความเห็นชอบ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็หมายความว่า.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีพรรคไทยรักษาชาติ ที่เสนอพระนามสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์เป็นนายกฯ ของพรรค นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังอยู่ในการพิจารณา กกต.ประชุมกันต่อวันนี้ (๑๒ ก.พ.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ต้องว้าวุ่นกันไปหรอก เมื่อมี &amp;quot;พระราชโองการ&amp;quot; ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์ไปเกี่ยวข้องการเมือง เป็นการกระทำขัดต่อโบราณราชประเพณี ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของชาติ ถือเป็นการกระทำที่มิบังควร ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ตัดทิ้งได้เลย ในประเด็น &amp;quot;เห็นชอบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหลือประเด็นเดียว ที่ต้องพิจารณา และต้องชี้ขาด คือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผิดนี้ ถึงขั้นยุบหรือไม่ยุบพรรค?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเมื่อมี &amp;quot;พระราชโองการ&amp;quot; ถึงขั้นนั้น ที่ กกต.จะเพิกเฉย ละเลย หรือถ่วงดึงให้เนิ่นนาน ไม่ต้องห่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายใน ๑๕ กุมภา ทุกอย่างชัดเจน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัดเจนในที่นี้ หมายถึงจะถึงขั้นต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย &amp;quot;ยุบพรรค&amp;quot; หรือไม่ นั่นแหละ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประเด็น &amp;quot;นายกฯ ของพรรค&amp;quot; ไม่มีอะไรให้ต้องสงสัยอีก!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกท่านคงทราบ ถึงตอนนี้ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค รวมถึงคณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลบไปทางไหนกันก็ไม่ทราบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เย็นวาน เห็นนัดประชุมที่พรรค ก็ล่ม...นัยว่า มากันไม่ครบองค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีแต่ &amp;quot;นายรุ่งเรือง พิทยศิริ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งในคณะกรรมการบริหารพรรค ฉีกตัวไปยืนยัน กกต.ว่าได้ลาออกจากสมาชิกและกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติไปแล้ว ตั้งแต่ ๔ ก.พ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น เขาไม่เกี่ยว กรณี กก.บห.พรรค มีมติเสนอชื่อสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์ เป็นว่าที่นายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมยื่นลาออกเอง ไม่ใช่ชิงลาออก เพราะทราบว่า ในวันที่ ๔ ก.พ.จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อมีมติส่งแคนดิเดตนายกฯ ผมทราบว่าจะมีการประชุม แต่ไม่ทราบจะมีการพิจารณาเรื่องอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อตัดสินใจลาออก ก็ไปยื่นหนังสือกับหัวหน้าพรรคในตอนเช้า จากนั้นก็ออกจากพรรคไปทำภารกิจส่วนตัว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีต &amp;quot;ลูกพรรคบิ๊กจิ๋ว&amp;quot; ที่มาเป็น กก.บห.ไทยรักษาชาติว่างั้น!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เออ แล้วใครบ้างล่ะ......&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เป็นคณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ ดูหน้ากันหน่อยซิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามที่ยื่นต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองไว้ ก็มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค, นายฤภพ ชินวัตร รองฯ ที่ ๑, น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร &amp;nbsp;รองฯ ที่ ๒, นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ รองฯ ที่ ๓, นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล รองฯ ที่ ๔&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรุ่งเรือง พิทยศิริ, นายจุลพงศ์ โนนศรีชัย กก.บห. นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาฯ พรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายต้น ณ ระนอง รองเลขาฯ ที่ ๑, นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองฯ ที่ ๒, นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ &amp;nbsp;รองฯ ที่ ๓&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรค, น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนสมาชิกพรรค, &amp;nbsp;นางวรรษมล &amp;nbsp;เพ็งดิษฐ์ (ภรรยานายธาริต) เหรัญญิกพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็สอดคล้องกับที่หนังสือพิมพ์ข่าวสด รายงานถึงคำแถลง ร.ท.ปรีชาพล ขณะไปยื่น กกต.เช้า ๘ &amp;nbsp;ก.พ.ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ แกนนำพรรคได้มายื่นรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคซึ่งคือ &amp;#39;ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี&amp;#39; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคณะกรรมการบริหารได้ประชุมและเสนอชื่อบุคคลที่มีความเหมาะสมเข้าที่ประชุม กก.บห.เมื่อวันที่ ๔ ก.พ. โดย กก.บห.เห็นพ้องว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ เป็นชื่อที่มีความเหมาะสมที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงมีมติเห็นชอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เราได้ติดต่อประสาน ซึ่งท่านเองก็มีพระเมตตา ตอบรับ และยินยอมให้ ทษช.เสนอชื่อ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบ เป็นนายกฯ ในนามของ ทษช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ ผมถือว่าเป็นพระเมตตาที่ท่านได้เสียสละ และลงมาทำงานให้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านให้เกียรติตอบรับเป็นบัญชีนายกฯ ของ ทษช.&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เป็น &amp;quot;หลักฐาน&amp;quot; ชัดเจน......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามรายชื่อทั้งหมดนั่นแหละ ในฐานะ กก.บห.ที่ &amp;quot;มีมติเห็นชอบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้อง &amp;quot;รับผิด-รับชอบ&amp;quot; ในด้านกฎหมายที่จะตามมาทุกกรณี!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหมือนกรณียุบพรรค &amp;quot;ไทยรักไทย&amp;quot; เมื่อ พฤษภา ๕๐ ที่ กก.บห. ๑๑๑ คน ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองคนละ ๕ ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคนที่ลาออกก่อนหรือไม่ได้ร่วมลงมติ เมื่อมีหลักฐานยืนยันชัดเจน ก็รอด!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นว่า สมมุติโทษถึงขั้นยุบพรรค และมีทางอาญาตามมาอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะ &amp;quot;ฆ่าตัดตอน&amp;quot; จบ แค่ ร.ท.ปรีชาพลและคณะกรรมการบริหาร ๑๔-๑๕ คนเท่านั้นหรือ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็อยู่ที่จะเอากันเฉพาะหน้าดิน หรือขุดราก-ขุดหัวใต้ดิน ไม่ให้มันแทงหน่อขึ้นมาตำมือ-ตำตีน ได้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทำกันครึ่งๆ กลางๆ อย่างที่เห็นในรอบ ๑๐ ปี อย่างนั้นแหละ มันจึงได้ใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันเข้าใจในคำ &amp;quot;สื่อสารครองโลก&amp;quot; ใครยึดสื่อได้ เท่ากับยึดโลกได้ ในยุค &amp;quot;โลกาภิวัตน์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันโกงชาติเอาเงินไปเยอะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันก็ใช้เงิน จ้างสื่อนอก-สื่อใน, จ้างองค์กรรับจ้างเคลื่อนไหว ทั้งนอก-ทั้งใน จ้างนักวิชาการ และใครต่อใครที่ยอมให้เงินแลกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สร้างข่าว สร้างวาทะ สร้างสถานการณ์กดดัน สร้างบรรยากาศโลกล้อมประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีแล้ว-ปีเล่า ให้คนเหล่านั้น ปั้นข่าวเท็จ-เรื่องเท็จ หลอกให้ชาวโลกเข้าใจผิด ต่อสภาพเศรษฐกิจ-สังคม-การเมือง และสถาบันกองทัพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท็จบ่อยๆ และช่วยกันย้ำบ่อยๆ นานเข้า คนก็หลงว่าจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อมันสร้างเรื่องเท็จ จนสังคมส่วนหนึ่งทึกทักเป็น &amp;quot;ฐานสังคมจริง&amp;quot; ของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันก็โจมตี &amp;quot;จุดแข็ง&amp;quot; ด่านสุดท้าย คือ &amp;quot;สถาบันพระมหากษัตริย์&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันรู้ ว่าแผนนี้ &amp;quot;ไม่สำเร็จ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่...มันเป็นความไม่สำเร็จของพวกหน้าโง่ที่มันหลอกให้ไปตาย-ไปติดคุกแทนมัน อย่างแก๊งตระกูลเพื่อนี่แหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่สำหรับมัน &amp;quot;สำเร็จแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเศษเงินจ้างไทย-จ้างฝรั่ง สร้างข่าวจริงในเท็จ-เท็จในจริง ประโคมโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทำให้ &amp;quot;สถาบันแปดเปื้อน&amp;quot; ประหนึ่งเจาะเป็นรอยตำหนิให้สังคมเห็นได้ นำไปสู่ &amp;quot;สังคมวิพากษ์&amp;quot; ต่างๆ นานา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาแก่ใจมันนักแล้ว!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่นับ ที่ตัวมันสร้างข่าวเท็จ แล้วเที่ยวพล่อยไปปาก-ต่อปาก นับวัน มันยิ่ง &amp;quot;ยึดพื้นที่ข่าว&amp;quot; ในฐานเท็จ ที่สังคมทึกทักว่าเป็น &amp;quot;ฐานจริง&amp;quot; ลุกลามไปเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันไม่หยุดหรอก.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันจงใจสร้างเหตุนี้ ให้เป็นเงื่อนไขใช้อ้างเพื่อ &amp;quot;สร้างสถานการณ์&amp;quot; เหมือนปี ๕๒-๕๓&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือยั่วให้ยุบพรรค เมื่อยุบ ก็เป็นเงื่อนไขให้ก่อจลาจล สู่เผาบ้าน-เผาเมืองได้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าไม่ยุบ ก็ไม่เสียอะไร ได้ด้วยซ้ำ ได้ส่งสมุนเข้าไปป่วนในรัฐสภา!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันประเมินแล้ว ไม่กล้าเอาจริงกะมันหรอก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น เมื่อมี &amp;quot;พระราชโองการ&amp;quot; ประกาศ วันต่อมา เดี๋ยวปั้นข่าวรัฐประหารซ้อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวนายกฯ ใช้ ม.๔๔ ไม่ให้รายการทูบีนัมเบอร์วันออกอากาศ ข่าวนายกฯ ปลด ผบ.ทบ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าพูดแค่ใช้สื่อโซเชียลปล่อยข่าวเท็จทำลายความมั่นคง ปลุกปั่นสถานการณ์เป็นรายวันเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันบังอาจถึงขั้น &amp;quot;ปลอม&amp;quot; ราชกิจจานุเบกษาแล้ว!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่นับ ที่เห็นพวกกูพลาดท่า....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ออกมาสะบัดเหนียง...ต้องให้มีรัฐบาลเฉพาะกาลบ้าง รัฐบาลแห่งชาติบ้าง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่ขนาด ยังไม่ได้ทำอะไร ในขณะที่พวกมัน &amp;quot;ทำลายสถาบัน&amp;quot; ดังเห็น มันก็ส่งสัญญาณท้าทาย ชนิดไม่เกรงอะไรเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางนักกฎหมายระดับ &amp;quot;ทนายแผ่นดิน&amp;quot; ว่าความผิดยังไม่เกิด ฉะนั้น โทษไม่ถึงขั้นยุบพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความผิด&amp;quot; ที่ว่ายังไม่เกิดของคุณนั้น คืออะไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวไทย-ข่าวเทศ แพร่ไปทั้งโลก ซูฮกว่าไอ้เลวตัวนั้นมันเจ๋ง ดึงเอาสถาบันมาเป็นเครื่องมืออำนาจมันได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขั้นนี้แล้ว ผู้ชำนาญกฎหมายยังมองว่า &amp;quot;ความผิดยังไม่เกิด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วต้องรอถึงขั้นไหน....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงจะเป็น &amp;quot;ความผิดที่เกิดแล้ว&amp;quot; ตามตัวหนังสือที่คุณไปจำมา?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุที่เกิดครั้งนี้ ไม่เพียง กกต.รู้ รัฐบาลรู้ กองทัพรู้ ทุกคนก็รู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รู้ว่า เมื่อมัน &amp;quot;ดึงสถาบัน&amp;quot; ไปสู่จุดหมายของมันไม่ได้แน่แล้ว มันต้องจ้างคนมาตายเพื่อมันอีกแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น ให้ตัวการกระอักเลือด &amp;quot;ตายคนเดียว&amp;quot; ก่อนก็พอ!&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28878</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุลพงศ์ โนนศรีชัย, พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ, พรรคประชาธิปัตย์, พลังประชารัฐ, มิตติ ติยะไพรัช, รุ่งเรือง พิทยศิริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2019 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2019 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทษช.โดดป้องกลุ่มอยากเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทษช.&amp;quot;ป้อง กลุ่มอยากเลือกตั้งเคลื่อนไหว จ้องป่วน งานพระราชพิธี ชี้ เลื่อนเลือกตั้งทำลายความหวังปชช. ขอรัฐบาล รีบประกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ออกมาให้สัมภาษณ์ในเชิงตำหนิกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ต้องการสร้างเงื่อนไขให้เกิดความวุ่นวาย ไม่คำนึงถึงงานพระราชพิธีที่กำลังจะเกิดขึ้นว่า เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่าในช่วงนี้ประเทศไทยกำลังจะมีพระราชพิธีสำคัญ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก แน่นอนคนไทยทุกคนล้วนให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก แต่สิ่งที่ทาง ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์ตำหนิกลุ่มคนอยากเลือกตั้งว่า คิดแต่อยากจะเลือกตั้ง และพยายามสร้างเงื่อนไขให้เกิดความวุ่นวายนั้น ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ถ้าไปดูสิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่เรียกร้อง คงไม่ใช่เพียงแค่อย่าเลื่อนการเลือกตั้ง ขอให้มองและเข้าใจความต้องการของประชาชน ที่ผ่านมารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ ประชาชนจะมีสิทธิเสรีภาพภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ นักลงทุนมีความเชื่อมั่น ไม่ต้องกังวลว่าจะมีการใช้อำนาจตามมาตรา 44 มากำหนดทิศทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงษ์เกษมกล่าวว่า ดังนั้นความชัดเจนของรัฐบาล คสช.ในการกำหนดวันเลือกตั้งจะช่วยคลายความกังวลของทุกฝ่าย แต่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา กลับไม่มีความชัดเจนในเรื่องของวันเลือกตั้งแม้แต่น้อย เกิดการโยนกันไปมา ระหว่างรัฐบาล คสช. และ กกต.จนประชาชนเกิดความสับสน ดังนั้น สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดก็คือความชัดเจน ที่ผ่านมา พรรคไทยรักษาชาติได้พบปะกับพี่น้องประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งประชาชนทุกคนมีความหวังว่า รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะได้เข้ามาบริหารประเทศโดยเร็ว ที่สำคัญการเลือกตั้งคือการสร้างโอกาสให้กับประเทศ เป็นการเรียกความเชื่อมั่นทั้งจากประชาชนในประเทศและนานาชาติให้กลับคืนมา เกือบ 5 ปีแล้ว กลับหาข้ออ้างในการเลื่อนออกไปเรื่อยๆด้วยเหตุผลนับไม่ถ้วน แม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้สัญญากับนานาประเทศว่าจะจัดการเลือกตั้งตั้งแต่หลายปีที่แล้ว จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจน และมีแนวโน้มว่าอาจจะเลื่อนออกไปอีก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ประชาชนต้องการให้จัดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุดจึงอยากเรียกร้องให้ทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแสดงความชัดเจนออกมาเสียที หยุดย่ำยีประเทศ อย่าเพิกเฉยต่อความหวังของประชาชน และหยุดขวางโอกาสที่จะทำให้ประเทศไทยรอดพ้นจากความเสียหายไปมากกว่านี้อีกเลย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26440</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มอยากเลือกตั้ง, งานพระราชพิธี, พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ, พรรคไทยรักษาชาติ, อย่าเลื่อนการเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181219/image_big_5c1a18223a192.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24377</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขายฝันคนกรุงเทพ &#039;อนค.-ภท.&#039;แห่ชู&#039;นโยบาย&#039; โพลหนุนบัตรติดชื่อ-โลโก้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สวนดุสิตโพลระบุ ปชช.ส่วนใหญ่อยากได้บัตรเลือกตั้งที่มีชื่อโลโก้และชื่อพรรคครบถ้วน ชี้ถ้ามีแต่เบอร์ทำให้สับสน อาจเกิดการทุจริตโกงเลือกตั้งได้ง่าย เลขาธิการ กกต.เผยทุกพรรคตอบรับหารือ 19 ธ.ค.นี้ ปชป.ข้องใจทำไมไม่ให้ใช้ภาพผู้สมัครบัญชีรายชื่อหาเสียง ซัด 4 รมต.ไม่ลาออกไม่ต่างคนหนีคดี &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; หนุนแก้ กม.ให้ผู้สมัครจากพรรคเดียวใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศ &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; โวยลงพื้นที่โดนขวางไม่ให้พบชาวบ้าน ภท.ยก &amp;quot;บุรีรัมย์โมเดล&amp;quot; ขายฝันคนกรุง &amp;quot;อนค.&amp;quot; คึกชูนโยบาย 12 วาระ ลั่นลดขนาดกองทัพให้เล็กลงพร้อมเช็กบิล คสช. แต่ไม่แก้ ม.112
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ สวนดุสิตโพลเปิดเผยผลสำรวจเรื่อง &amp;quot;บัตรเลือกตั้งแบบไหนที่ผู้ใช้สิทธิ์ต้องการ&amp;quot; โดยสำรวจความคิดเห็นของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ จำนวน 1,139 คน ระหว่างวันที่ 12-15 ธันวาคม 256 สรุปผลได้ดังนี้ 1.ปัญหาที่ประชาชนพบจาก &amp;ldquo;การไปเลือกตั้ง&amp;rdquo; ครั้งที่ผ่านมาคือ อันดับ 1 ไม่ทราบขั้นตอนวิธีการใช้สิทธิเลือกตั้ง ต้องค้นหารายชื่อ คิวยาว 32.55%, อันดับ 2 หน่วยเลือกตั้งอยู่ไกล ไปผิดหน่วย เสียเวลา 30.35%, อันดับ 3 ต้องกลับไปเลือกที่บ้านเกิด เดินทางลำบาก ต้องเสียค่าใช้จ่าย 24.11%, อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กาผิด ลืมชื่อ ลืมเบอร์ จำรายชื่อผู้สมัครไม่ได้ 21.59%, อันดับ 5 พบเห็นการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ถูกบังคับ ถูกสวมสิทธิ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;10.29% &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ปัญหาที่ประชาชนพบจาก &amp;ldquo;บัตรเลือกตั้ง&amp;rdquo; ที่ผ่านมาคือ อันดับ 1 ตัวหนังสือแน่น รายละเอียดเยอะ ลายตา 38.79%, อันดับ 2 ชื่อพรรคและโลโก้พรรคไม่ชัด ทำให้ดูลำบาก 34.54%, อันดับ 3 มีบัตรหลายใบ จำไม่ได้ว่าต้องกาใบไหนแบบไหน 19.09%, อันดับ 4กาผิด ไม่รู้ว่าต้องแก้ไขอย่างไร ทำให้บัตรเสีย 14.85%, อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัตรเลือกตั้งปลอม 6.90%
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.ประชาชนคิดอย่างไร? กับ &amp;ldquo;บัตรเลือกตั้ง&amp;rdquo; ที่เป็นแบบมีแต่เบอร์เท่านั้น (ไม่มีโลโก้และชื่อพรรค)อันดับ 1 ทำให้สับสน จำชื่อและหมายเลขพรรคไม่ได้ 40.55%, อันดับ 2 อาจเกิดการทุจริต โกงเลือกตั้งได้ง่าย 24.62%, อันดับ 3 ไม่เป็นมาตรฐาน ไม่เป็นสากล 20.74%, อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.ควรพิจารณาให้เหมาะสม เป็นธรรมกับทุกฝ่าย 14.61%, อันดับ 5 อาจช่วยให้ตอบง่าย โล่ง สบายตา 12.97%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ประชาชนอยากให้บัตรเลือกตั้ง ในวันที่ 24 ก.พ.62 นี้เป็นอย่างไร? อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีชื่อผู้สมัคร โลโก้ ชื่อพรรคครบถ้วน ชัดเจน 48.13%, อันดับ 2 กระดาษดี สีสด ตัวหนังสือชัด 22.70%, อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีช่องให้กากบาทสะดวก ตัวเลือกไม่สับสน เข้าใจง่าย 21.11%, อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นสากล มีมาตรฐานเหมือนกับต่างประเทศ 11.92%, อันดับ 5 มีการชี้แจงบอกวิธีการเลือก และรายละเอียดครบถ้วน 7.72%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวถึงผลสำรวจ &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo;ว่า อยากฝากเรื่องนี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งกำกับดูแลเรื่องบัตรเลือกตั้งโดยตรง ให้รับฟังความต้องการของประชาชนที่สะท้อนออกมาตามโพลต่างๆ เพราะการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือการเลือกตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่แทนพี่น้องประชาชน จึงต้องสร้างวิธีการให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย นอกจากนี้ นานาประเทศกำลังจับตามองเกี่ยวกับการเลือกตั้งในบ้านเรา พร้อมแสดงความกังวลเรื่องปัญหาการทุจริต โดยการทำบัตรเลือกตั้งให้มีความชัดเจน จึงถือเป็นแนวทางหนึ่งในการแสดงความบริสุทธิ์ใจที่จะจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ให้มีความโปร่งใสและยุติธรรมมากที่สุด อีกทั้งยังช่วยลบข้อครหาต่างๆ อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า ทุกพรรคการเมืองตอบรับที่จะมารับฟังการชี้แจง และหารือรายละเอียดเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ระหว่าง กกต.และพรรคการเมือง ในวันที่ 19 ธันวาคมนี้ โดย กกต.จะรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกพรรคการเมือง ขณะเดียวกัน กกต.จะชี้แจงเรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งหาเสียงว่าจะสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง ที่ผ่านมาได้พิจารณาเรื่องการทำป้ายหาเสียงที่อยู่ในระหว่างการรับฟังความเห็นจากแต่ละพรรคการเมือง และทางโซเชียลฯ ด้วย คาดว่าจะได้ข้อสรุปในวันที่ 19 ธันวาคมนี้ ก่อนที่ กกต.จะออกระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ในส่วนของ กกต.จะช่วยพรรคการเมืองจัดทำป้ายหาเสียงไวนิลให้ทุกพรรคการเมือง เพื่อความเท่าเทียมกันและเป็นการลดค่าใช้จ่ายให้พรรคการเมืองด้วย อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ปฏิเสธให้ความเห็นกรณีการขึ้นป้ายผู้สมัครคู่กับบุคคลทางการเมือง เช่น นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยระบุเพียงว่า ต้องรอตัวแทนจากพรรคการเมืองในวันที่ 19 ธันวาคมนี้&amp;nbsp;
หนุนบัตรเดียวเบอร์เดียวทั้ง ปท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กกต.กำหนด 3 ประเด็น ในการประชุมร่วมระหว่างพรรคการเมืองและ กกต.ในวันที่ 19 ธ.ค.นี้ ประกอบด้วย เรื่องค่าใช้จ่ายของผู้สมัครและพรรคการเมืองในการหาเสียงเลือกตั้ง การหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ และการสนับสนุนการโฆษณาหาเสียง เพื่อที่จะนำความเห็นของพรรคการเมืองไปพิจารณาปรับปรุงร่างระเบียบ กกต. เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ส.ส.และร่างระเบียบ กกต.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสนับสนุนการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. ก่อนเสนอที่ประชุม กกต. ให้ความเห็นชอบและบังคับใช้ เมื่อ พ.ร.ฎ.การเลือกตั้ง ส.ส.มีผลใช้บังคับแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ระเบียบ กกต.ในเรื่องการจัดทำแผ่นป้ายที่ กกต.กำหนดบางเรื่องไม่มีความชัดเจน อาทิ สาระหรือภาพในป้ายที่มีข่าวว่าจะกำหนดให้มีรูปเฉพาะผู้สมัคร ส.ส.เขต หัวหน้าพรรค และว่าที่นายกรัฐมนตรี ตามที่พรรคการเมืองเสนอเท่านั้น แต่ห้ามใช้รูปบุคคลอื่นจึงมีคำถามว่า ทำไมไม่อนุญาตให้ใส่ภาพผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อทั้ง 150 คน ของแต่ละพรรคด้วย เพราะคะแนนที่ประชาชนเลือกจะนำไปสู่การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคด้วย การที่พรรคใดจะใช้ภาพใครนั้น เป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรค ไม่ใช่ย้อนยุคที่ปิดบังบัญชีรายชื่อ เป็นระบบอีแอบ ประชาชนไม่รู้ว่ามีใครแอบอยู่ในบัญชีรายชื่อแต่ละพรรคบ้าง และตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการเลือก 1 ใบ 2 ระบบ ประชาชนจึงควรทราบข้อมูลทุกด้านอย่างครบถ้วน เช่นเดียวกับใบลงคะแนนที่ควรมีชื่อ ผู้สมัครเขต โลโก้พรรค และชื่อพรรค เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงกรณี กกต.ห้ามใช้รูปนายทักษิณ ชินวัตร, น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ปชป. ขึ้นป้ายหาเสียง ว่า กกต.จะนัดหารือกับพรรคการเมืองต่างๆ ในวันที่ 19 ธ.ค.นี้ เพื่อพูดคุยถึงกฎกติกาและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงว่าจะทำอะไรได้บ้าง คาดว่าจะมีความชัดเจนได้ในวันดังกล่าว แต่กรณีของนายชวนนั้น ถือเป็นผู้สมัคร ส.ส.และเป็นสมาชิกพรรค ปชป.ด้วย คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา กกต.ควรต้องไปดูว่าภาพของบุคคลที่จะเอามาใช้ในป้ายหาเสียงนั้น เขาเป็นผู้สมัครส.ส. เป็นสมาชิกพรรคนั้นๆ ด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ เราต้องการให้การปฏิบัติมีความง่ายและชัดเจน รวมถึงทำอย่างไรให้ประชาชนมีความตื่นตัว และได้รับรู้ รับทราบเกี่ยวกับการเลือกตั้งให้ได้มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ขณะนี้พรรครอให้ กกต.พิจารณาว่าจะใส่โลโก้และชื่อพรรคในบัตรเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งบัตรเลือกตั้งเช่นนี้ กกต.ก็เคยทำมา ครั้งนี้ก็ควรทำเช่นเดิม เพื่อให้ผู้ไปเลือกตั้งมีข้อมูลเลือกคนและพรรคถูกต้องตรงใจ ไม่สับสน ในการเลือกตั้งครั้งหน้าในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้านี้ ผู้สมัครจากพรรคเดียวกันในแต่ละเขตจะมีเบอร์แตกต่างกันไป ซึ่งเห็นว่าควรแก้กฎหมายให้ผู้สมัครจากพรรคเดียวกันในทุกเขตเลือกตั้งใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศ จะทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการใช้สิทธิ เลือกพรรคถูกต้องตรงใจ จำง่าย ไม่สับสน ลดบัตรเสีย และทุกพรรคไม่ได้เปรียบเสียเปรียบ ทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยเฉพาะการเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนจะกาบัตรเพียงใบเดียว ไม่ใช่สองใบเช่นที่ผ่านมา ดังนั้นคนจะเลือกทั้งคนทั้งพรรค จึงควรให้พรรคเดียวกันใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศ เมื่อเกือบ 20 ปีก่อนเราเคยเขียนกฎหมายให้พรรคเดียวใช้เบอร์เดียวกัน ซึ่งมีเหตุผล และสังคมขานรับ ไม่มีปัญหาใดๆ ประชาชนคุ้นเคยกับวิธีการ จึงเสนอให้ทุกภาคส่วนได้พิจารณาและช่วยกันผลักดัน เพราะทุกฝ่ายได้ประโยชน์ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่จะออกไปใช้สิทธิ์&amp;quot; นายนพดลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรค พท. กล่าวภึงกรณี กกต.ออกระเบียบกำหนดให้ใช้เฉพาะรูปผู้สมัคร ส.ส.เขตแต่ละเขต หัวหน้าพรรค และว่าที่นายกฯ ตามที่พรรคการเมืองเสนอ โดยไม่สามารถใช้รูปบุคคลอื่นหรือผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อในการหาเสียงได้ ซึ่งจะส่งผลให้พรรคเพื่อไทยและพรรคไทยรักษาชาติไม่สามารถใช้ภาพนายทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในการหาเสียงได้ ว่าผลงานที่นายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ทำไว้อยู่ในใจคนไทยตลอด จะลบอย่างไรก็ไม่ออก ดังนั้นระเบียบของ กกต.ในเรื่องนี้จึงไม่ส่งผลกระทบต่อพรรค พท. ที่สำคัญทั้งสองท่านไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบริหารงานของพรรคอยู่แล้ว ทุกวันนี้กระแสความนิยมและเชื่อมั่นในผลงานของอดีตนายกฯ ทักษิณยิ่งเพิ่มมากขึ้น เพราะรัฐบาล คสช. แม้จะบริหารประเทศมานานถึง 4 ปีแล้ว แต่เศรษฐกิจยังตกต่ำ ผู้คนอดอยากปากแห้ง หันไปทางไหนมีแต่ความทุกข์ ไม่เหมือนสมัยรัฐบาลอดีตนายกฯ ทักษิณ หันไปทางไหนมีแต่คนยิ้ม มีความสุขเพราะเศรษฐกิจดี
จี้รัฐบาลหยุดเอาเปรียบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากขอร้องให้ กกต.เข้มงวดเรื่องการใช้อำนาจรัฐหาเสียงหรือเอื้อประโยชน์ทางการเมืองให้พรรคใดพรรคหนึ่ง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงจะไม่มีอำนาจพิเศษมากดดัน แทรกแซงจนทำให้ กกต.สูญเสียความเป็นกลางในการทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม กกต.ต้องอำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิ์ของประชาชน และไม่ให้เกิดความสับสน ความผิดพลาดในการกาบัตรเลือกตั้ง ซึ่งควรใส่โลโก้พรรคและชื่อพรรคในบัตรเลือกตั้ง และทุกพรรคควรใช้เบอร์เดียวกันทั่วประเทศ&amp;quot; นางลดาวัลลิ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ได้โพสต์ข้อความว่า เพื่อให้การเลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม ผมได้รวบรวมปัญหาที่หลายคนวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ และขอเสนอดังนี้ 1.ยุติการแจกจ่ายงบประมาณในโครงการต่างๆ และในพื้นที่ต่างๆ ยกเว้นกรณีฉุกเฉินจำเป็นจริงๆ 2.ไม่อนุมัติงบประมาณผูกพันข้ามปี 3.การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการต้องได้รับการเห็นชอบจาก กกต.เสียก่อน 4.ยกเลิกคำสั่งที่ให้ทหารจับกุมตรวจค้นโดยไม่ต้องขออนุญาตศาล 5.หยุดใช้อำนาจตามมาตรา 44 ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทุกกรณี 6.อนุญาตและสนับสนุนให้ตัวแทนรัฐบาลนานาชาติและองค์กรระหว่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้งตามมาตรฐานสากลที่ใช้กับประเทศที่กำลังคืนอำนาจให้ประชาชน &amp;nbsp;7.หยุดจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน หยุดการเซ็นเซอร์รายการต่างๆ เพื่อประโยชน์ทางการเมืองทั้งโดยรัฐบาล คสช.และ กสทช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า เมื่อรวบรวมข้อเสนอได้แล้ว ถ้าจะให้เป็นตามนี้ คงหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรีหรือหัวหน้า คสช. หรือทั้งสองตำแหน่ง&amp;quot; นายจาตุรนต์ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล รองโฆษกพรรค ทษช.กล่าวว่า ที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่ง ตั้งแต่ทราบว่าจะถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดต ยิ่งตอนนี้ พล.อ.ประยุทธ์ก็ยอมรับแล้วว่าเป็นนักการเมืองเต็มตัว ทั้งนี้ การลงพื้นที่แต่ละครั้งทำให้ทุกคนคิดได้ว่ามีวัตถุประสงค์แอบแฝงในการสร้างคะแนนนิยมให้กับพรรคการเมืองที่มีชื่อเดียวกันกับโครงการของรัฐ แบบนี้การเลือกตั้งจะเกิดความเป็นธรรมหรือไม่ ด้วยสภาวะที่รัฐบาลยังออกมาตรการต่างๆ โดยใช้งบประมาณของรัฐแก้ปัญหาปากท้องที่ปลายเหตุเช่นนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้อาจเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ซื่อสัตย์และไม่จริงใจต่อประชาชน เราจึงต้องร่วมกันป้องกันตรวจสอบไม่ให้มีกลโกงเกิดขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรพรหม พรหมชาติ รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงกรณีเพจทีมลุงตู่โพสต์ผังรวมของขวัญปีใหม่ 2562 ว่า กรณีดังกล่าวถือว่าผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 มาตรา 73 ข้อ 1 หรือไม่ ตามที่มีผลบังคับใช้ 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2561 โดยในมาตรา 73 ได้ระบุไว้ว่า ไม่ให้กระทำการสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่จูงใจผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไปลงคะแนนให้ตนเองหรือผู้อื่นด้วยวิธีการต่อไปนี้ ในข้อหนึ่งระบุว่า การจัดทำเสนอสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นได้อันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด เป็นการกระทำผิดกฎหมายฉบับนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การโพสต์ผังรวมของขวัญปีใหม่ 2562 จากภาครัฐของเพจทีมลุงตู่น่าจะเข้าข่ายเสนอจะให้ผลประโยชน์อันอาจคำนวณเป็นเงินได้ ขอถามว่ากรณีนี้ลุงตู่ที่จัดเป็นผู้รักษากฎหมายเอง ควรกำชับทีมไม่ให้ทำอะไรที่เข้าข่ายต่อการผิดกฎหมายหรือไม่&amp;quot; น.ส.พรพรหมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุฤทธิ์กล่าวถึงกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ชี้แจงว่ารัฐบาลจะทำอะไรก็ได้ระหว่างการเลือกตั้งที่จะถึง ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์และรัฐมนตรี 4 คน ยังทำงานได้ปกติว่า อยากให้นายวิษณุกลับไปดูคำแนะนำที่ตัวเองพูดไว้เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2561 ว่าเมื่อรัฐมนตรีสังกัดพรรคการเมืองแล้ว ถ้าจะทำงานการเมือง ก็ให้ลาออกไป และห้ามทำ 3 ข้อ 1.ใช้เวลาราชการ 2.ใช้ของราชการ 3.ใช้คนของราชการ แต่วันนี้กลับมาพูดใหม่ว่าคนของรัฐบาลมีโอกาสได้เปรียบยังสามารถทำทุกเรื่องได้ตามปกติ ทำไมมาตรฐานในการปฏิบัติตามกฎหมายจึงกลับไปกลับมาได้ ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับรัฐบาลนี้ ถ้าต้องการลดเสียงครหา จะต้องประกาศที่จะปฏิบัติตัวให้เหมือนกับรัฐบาลรักษาการในภาวะการเมืองปกติ ซึ่งมีตัวอย่างที่ปรากฏอยู่ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ
โวยโดนขวางไม่ให้พบ ปชช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงการเดินสาย ครม.สัญจรของรัฐบาลว่า ทราบว่า กำลังจะมีรัฐมนตรีในรัฐบาล คสช.มาเดินสายที่ จ.ระยอง ก็อยากให้พรรคการเมืองบางพรรคมีสำนึกถึงการแก้ปัญหาประเทศในระยะยาว โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของชาวบ้านที่ลำบาก ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำบอบช้ำมามาก ร้านอาหารรายใหม่ต้องปิดตัวลงเพราะขาดทุน คนแก้ปัญหาต้องเป็นรัฐบาล แต่กลับไม่แก้ปัญหาระยะยาว และมีพฤติกรรมที่มองเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตน ใช้วิธีอะไรก็ได้เพื่อให้มีคะเเนนชนะเลือกตั้งหวังกลับมามีอำนาจอีกครั้ง เป็นแนวคิดหว่านงบซ้ำเติมสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศตกต่ำหนักกว่าเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยังไม่นับรวมถึงพฤติกรรมที่รัฐมนตรีไม่ยอมลาออกจากตำแหน่งนั้น ไม่มีจริยธรรม ธรรมาภิบาล ซึ่งคนที่ไม่มีคุณสมบัติดังกล่าว ที่ใช้อำนาจเพื่อตัวเอง พิสูจน์แล้วว่าไม่มีความเหมาะสมจะเข้ามาบริหารประเทศ พฤติกรรมเเทบไม่เเตกต่างกับบุคคลที่เคยถูกศาลพิพากษาแล้วหนีคดีไปกบดานอยู่ต่างประเทศเลย จึงอยากฝากให้สงสารประเทศและประชาชนเถิด อย่านึกถึงแต่ประโยชน์ส่วนตนเลย&amp;quot; นายสาธิตกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่รับสมัครสมาชิกพรรค และรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่คลองจั่น เขตบางกะปิ และละแวกใกล้เคียง บรรยากาศโดยรวมเป็นไปอย่างคึกคัก โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ยังพบการปิดกั้นไม่ให้ประชาชนมาพูดคุย โดยข้าราชการคนมีสีได้ข่มขู่ว่าจะตัดงบประมาณในส่วนต่างๆ รวมถึงการลงพื้นที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก มีทหาร ตำรวจติดตามอยู่ แม้จะปลดล็อกให้พรรคทำกิจกรรมแล้วก็ตาม ยังมีการพยายามขัดขวางไม่ให้ชาวบ้านมาพบปะกับพรรค และไม่ให้พรรคไปพบปะรับฟังปัญหาของชาวบ้าน แต่ไม่เป็นไร แม้จะถูกใช้อำนาจมากกว่าคนอื่น แต่ต้องอดทนและเดินหน้าทำงานต่อไปอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพท. กล่าวถึงกรณีนายภิรมย์ พลวิเศษ เลขานุการนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรค พปชร. ระบุว่านายสมศักดิ์จองซื้อเฮลิคอปเตอร์เพื่อตรวจงานในตำแหน่ง รมว.เกษตรและสหกรณ์ ว่าฝีมือการเป็นรัฐมนตรีในอดีตของนายสมศักดิ์ คนไทยต่างรู้ดีว่าเป็นคนอย่างไร นายสมศักดิ์ ไม่เคยเป็นฝ่ายค้าน ยืนข้างผู้ชนะตลอด ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีนักการเมืองคนไหนกระสันอยากเป็นรัฐมนตรีจนตัวสั่นถึงขั้นออกมาประกาศว่าเตรียมซื้อเฮลิคอปเตอร์ใช้ในการทำหน้าที่ล่วงหน้าเช่นนี้ และ รมว.เกษตรฯ ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครใช้เฮลิคอปเตอร์ตรวจราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การประกาศเช่นนี้ ท่านมีการตกลงแบ่งตำแหน่งรัฐมนตรีในกลุ่มของท่านทั้งที่การเลือกตั้งยังไม่เกิดขึ้นใช่หรือไม่ และรู้ได้อย่างไรว่าประชาชนจะเลือกพรรคพลังประชารัฐมาบริหารประเทศต่อ หรือท่านเตรียมทำอะไรไว้ระหว่างการเลือกตั้งจนมั่นใจว่าชนะการเลือกตั้งแน่นอนใช่หรือไม่&amp;quot; นายวรชัยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงเรื่องเดียวกันนี้ว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถามว่าจะได้เป็นรัฐบาลหรือเปล่า จองไว้แล้วหรือ จองกับใครล่ะ อย่าลืมว่าประชาชนเป็นผู้เลือก&amp;rdquo; เมื่อถามว่าการพูดเช่นนี้จะทำให้เกิดกระแสตีกลับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ทราบ อาจจะได้เป็นรัฐมนตรีเงาก็ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงเรียนลานข่อย ต.ลานข่อย อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง &amp;nbsp;นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกพรรค พปชร., นายทวี สุระบาล อดีต ส.ส.ตรัง และคณะ เดินทางไปเยี่ยมชมกลุ่มทอผ้าลานข่อย และขึ้นเวทีปราศรัยบนเวทีที่ผู้สมัคร ส.ส.พัทลุง จัดเตรียมไว้ พบปะประชาชนประมาณ 300 คนที่เดินทางไปรอรับและแนะนำตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค พปชร. จ.พัทลุง 3 คน เขตที่ 1 นายสมคิด โสมณะ อดีตข้าราชการครู, เขตที่ 2 ดร.พลกฤษณ์ &amp;nbsp;คล้ายวิตภัทร และเขตที่ 3 นายปรัชชา นวลเปียน หลานชายของนายสมคิด นวลเปียน อดีต ส.ส.พัทลุง
พปชร.ลั่นเจาะพัทลุง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกอบศักดิ์กล่าวว่า ใช้เวลาช่วงวันหยุดเดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ใน จ.สงขลา พัทลุง และตรัง เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ และจะได้นำข้อเสนอของประชาชนที่แต่ละพื้นที่ ไปดูในรายละเอียด &amp;nbsp;เพื่อจะได้กำหนดเป็นนโยบายของพรรคต่อไป อย่างไรก็ตาม เขตเลือกตั้งที่ 2 จ.พัทลุง มีรองหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่ เป็นอดีต ส.ส. แต่พรรค พปชร.ก็จะส่ง แจ็กมาฆ่ายักษ์ให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพปชร. นำคณะทำงานของพรรคเดินทางไปพบประชาชนในพื้นที่ จ.สงขลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตลาดประปา ตลาดหัวรถไฟ และตลาดแม่กิมเฮง เขตเทศบาลนครนครราชสีมา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) และคณะ เดินคารวะแผ่นดินเพื่อหาเสียงกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้า โดยมีประชาชนมาขอถ่ายภาพและถ่ายเซลฟีคู่กับนายสุเทพเป็นที่ระลึกคึกคัก ในโอกาสนี้ นายสุเทพได้แนะนำว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 1 คือ นายสมชาย พงษ์พินิจกุล นักธุรกิจ เจ้าของ บจก.โคราช ฟูดส์ โปรดักศ์ ให้กับประชาชนได้รับทราบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างที่นายสุเทพเดินมาถึงแผงขายผัก มะนาว มะเขือ ของนายคณิศ จริยะประพร อายุ 63 ปี นายสุเทพได้ยกมือไหว้ทักทาย แต่นายคณิศได้โบกมือไม่ยอมรับไหว้ และกล่าวสวนออกไปว่า ประเทศชาติยังพังไม่พออีกเหรอ ที่ผ่านมาพวกคุณบอกว่าทำเพื่อประชาชนและประเทศชาตินั้นไม่จริง มีแต่ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองทั้งนั้น หยุดได้แล้ว ในขณะที่นายสุเทพไม่ได้ตอบโต้อะไร พูดแต่เพียง ครับ ครับ แล้วก็เดินต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายสุเทพและคณะได้เดินทางไปที่ตลาดหัวรถไฟ ถนนมุขมนตรี เขตเทศบาลนครราชสีมา มีประชาชนมาขอถ่ายรูปด้วยจำนวนมาก และบางคนก็วิ่งเข้ามากอดหอมแก้มอย่างชื่นมื่น นางอรุณรัตน์ กุยกระโทก หมอเพลงโคราชหลานสาวของ &amp;quot;กำปั่น บ้านแท่น&amp;quot; ศิลปินเพลงโคราชชื่อดัง ได้เข้ามาร้องเพลงโคราชอวยพรให้กับนายสุเทพโชคดี มีสุขภาพแข็งแรงและมีความสุข ทำเอานายสุเทพยิ้มแก้มปริด้วยความพึงพอใจ และควักเงินใบละ 1,000 บาท เป็นน้ำใจตอบแทนแก่นางอรุณรัตน์อีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรค รปช.จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่ออีกสมัยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ได้ยึดที่ตัวบุคคล ยึดหลักการมากกว่าว่า 1.คนที่จะให้สนับสนุนในการขึ้นเป็นนายกฯ จะต้องเอาจริงเอาจังในเรื่องของการปฏิรูป 2.ต้องเอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของชาวบ้าน และที่สำคัญ จะต้องเข้ากันได้กับอุดมการณ์ของพรรค รปช.คือ จงรักภักดีเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ส่วนบุคคลที่จะมาเป็นนายกฯ จะต้องลงสมัคร ส.ส.ใช่หรือไม่นั้น ต้องว่าไปตามกฎหมาย ใครอยากเสนอตัวเป็นนายกฯ ก็ให้พรรคการเมืองเสนอเข้ามา หรือถ้าไม่อยากจะเสนอตัว ก็ต้องรอรอบสอง รอบสาม ซึ่งถ้าปฏิบัติตามกฎหมาย พรรคเราก็ไม่ขัดข้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า การเลือกตั้งในพื้นที่ กทม.ครั้งนี้มีเซอร์ไพรส์แน่ จะเป็นครั้งแรกที่พรรค ภท.ได้ ส.ส.เขตใน กทม. เพราะทันทีที่มีการประกาศแนวคิด &amp;ldquo;กรุงเทพ สะดวก สบาย&amp;rdquo; ก็มีเสียงตอบรับที่ดีประชาชนให้ความสนใจในแนวคิดของพรรคเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนรุ่นใหม่และผู้บริหารองค์กร พรรคขอประกาศตัวเป็นทางเลือกของประชาชนใน กทม. เราได้ศึกษาเชิงลึก และมองเห็นปัญหาของคน กทม.ที่พรรคการเมืองอื่นไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง และไม่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตคน กทม. ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมาเราแก้ปัญหาให้กับ จ.บุรีรัมย์ จนมีความเจริญรุ่งเรือง เกิดเป็นบุรีรัมย์โมเดล และเมื่อเราได้หันมามองปัญหาของ กทม. ซึ่งเป็นปัญหาที่เหมือนเส้นผมบังภูเขา ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีความมั่นใจอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาให้คน กทม.ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;quot; โฆษกพรรค ภท.กล่าว
อนค.ขู่เช็กบิล คสช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นำทีมงานประกาศนโยบาย 12 วาระ ในงาน &amp;ldquo;เปิดวิสัยทัศน์ เปลี่ยนอนาคต&amp;rdquo; ได้แก่ 1.ยุติระบบราชการรวมศูนย์ กระจายอำนาจ กระจายคน กระจายงบ 2.ไทยเท่าเทียมสวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจร 3.ปฏิวัติการศึกษา ลงทุนให้ถูกจุด ลดความเหลื่อมล้ำ 4.ทลายเศรษฐกิจผูกขาด ล้างระบบเส้นสาย หยุดทุนใหญ่กินรวบประเทศ 5.ขนส่งสาธารณะเพื่อทุกคน เดินทางได้โดยไม่ต้องซื้อรถ สร้างเศรษฐกิจด้วยอุตสาหกรรมรถไฟ &amp;nbsp;6.เกษตรก้าวหน้า ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากด้วยเทคโนโลยี แก้ปัญหาเอกสารสิทธิ ปลดหนี้เกษตรกร 7.เศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อประชาชน พัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยเทคโนโลยี ส่งเสริมธุรกิจยุคใหม่ 8.เปิดข้อมูลรัฐกำจัดการทุจริต สร้างรัฐโปร่งใส ให้อำนาจตรวจสอบในมือประชาชน 9.โอบรับความหลากหลาย เคารพความแตกต่าง ศักดิ์ศรีคนต้องเท่าเทียม 10.สิ่งแวดล้อมยั่งยืน ลดใช้พลาสติก สร้างเศรษฐกิจจากขยะ &amp;nbsp;11.ปฏิรูปกองทัพ ลดนายพล ละอาวุธ เลิกเกณฑ์ทหาร 12.ปักธงประชาธิปไตย ล้างมรดกรัฐประหาร สร้างการเมืองแบบใหม่ เจ้านายคือประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีนโยบายที่น่าสนใจ อาทิ ปฏิวัติการศึกษา โดยนางสาวกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ รองหัวหน้าพรรคอนค. ระบุว่า ขอเสนอ 4 ภารกิจเพื่อยกระดับการศึกษา ภายใต้งบประมาณ 100,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค กล่าวว่า พรรคขอเสนอ 4 แนวทางทำลายการผูกขาด คือ 1.การผูกขาดสัปทานของรัฐต่างๆ ถ้าพรรคได้เข้าไปมีอำนาจจะจัดการประมูลให้โปร่งใส เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่ได้เข้ามา เช่น ดิวตี้ฟรีในสนามบิน พรรคจะแบ่งพื้นที่โดยให้บริษัทเล็กเข้ามามีส่วนร่วม 2.กลุ่มทุนผูกขาดความมั่งคั่งจากกฎหมายบางฉบับที่เอื้อกีดกันการแข่งขันทางการค้า เช่น การผลิตเหล้าและเบียร์ ที่กำหนดให้ผลิต 10 ล้านลิตรต่อปี 3.การเข้าถึงแหล่งทุนต้องถูกปลดปล่อย คนจำนวนมากเข้าไม่ถึงแหล่งทุน และ 4.การบังคับใช้กฎหมายการค้าอย่างจริงจัง ป้องกันการฮั้วราคา กีดกันผู้แข่งรายใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวยืนยันหลักการกองทัพต้องอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน เปลี่ยนมาใช้ระบบเสนาธิการร่วม ลดขนาดกองทัพให้เล็กลง และทันสมัยขึ้น โดยลดกำลังพลลง 40% ลดอัตรานายพลเหลือ 1 ใน 4 เปิดเผยงบประมาณของกองทัพ อย่างการซื้ออาวุธ ที่ให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการซื้ออาวุธ ยกเลิกการเกณฑ์ทหารเปลี่ยนเป็นระบบสมัครใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนค. กล่าวว่า พรรคมีนโยบายปักธงประชาธิปไตย ล้างมรดกรัฐบาล 3 เรื่อง 1.ล้างมรดกบาปที่คณะรัฐประหารสร้าง จะนำคำสั่ง คสช.มาทบทวนทั้งหมด 2.ทวงสิทธิเสรีภาพของประชาชนคืนมา จะทบทวนกฎหมายที่มีผลกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นใหม่ 3.ป้องกันไม่ให้มีการรัฐประหารซ้ำอีก พรรคอนาคตใหม่อาสาเป็นกองหน้าประชาธิปไตยตัวจริง เพื่อยุติวงจรรัฐประหาร ไม่ให้เกิดขึ้นอีกในประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเข้าสู่ช่วงถาม-ตอบของสื่อมวลชน ได้ถามว่า ทางพรรคมีแนวทางอย่างไรกับประมวลกฎหมายอาญา ม.112 น.ส.พรรณิการ์ตอบว่า แม้เราจะพยายามแก้ไขเกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นประมาทอื่นๆ แต่สำหรับ ม.112 ยังไม่ใช่แนวนโยบายของพรรคในการดำเนินการต่อข้อกฎหมายดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า การลบล้างผลพวงรัฐประหาร จะพยายามดำเนินคดีกับ คสช.หรือไม่ ข้อหาอะไร นายปิยบุตรกล่าวว่า คสช.ได้รับผลประโยชน์จากนิรโทษกรรม ในรัฐธรรมนูญปี 2557 โดยวิธีการแก้ปัญหาคือ ทำให้กฎหมายนิรโทษดังกล่าวเป็นโมฆะก่อนเป็นอันดับแรก จึงสามารถดำเนินคดีกับทาง คสช.ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากมีโอกาสจะร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่พร้อมร่วมมือกับทุกพรรคที่มีจุดยืนหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. และแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์ประจำศูนย์วิจัยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ซึ่งเคยสนับสนุนพรรค อนค. ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า ปัญหาของอนาคตใหม่คือ คนพวกนี้คือ debutants ทางการเมือง มือใหม่ ไม่มีประสบการณ์ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ถ้ารู้จักเรียนรู้จากความผิดพลาด แต่ดังที่ปรากฏ คนในอนาคตใหม่มีความโอหัง คิดว่ารู้ดีทุกเรื่อง เมื่อผิดแล้วไม่ยอมรับ แต่แถไปเรื่อย บางคนใช้ยุทธศาสตร์ลอยตัว อันนี้เป็นทั้งธนาธรและปิยบุตร ที่น่าเศร้าก็คือ ผมเคยเชื่อว่าพรรคนี้มีอุดมการณ์ แต่คนในพรรคนี้กลายเป็น &amp;quot;นักการเมือง&amp;quot; เต็มตัว ฟังแล้วอาจดูตลก อ้าวก็เค้าเป็นนักการเมืองนิ ที่ผมหมายถึงก็คือ เค้าคำนึงถึงผลลัพธ์มากกว่าอุดมการณ์ที่เค้าหลอกขายแฟนคลับเค้า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24377</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัตติยา สวัสดิผล, จาตุรนต์ ฉายแสง, จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์, น.ส.พรพรหม พรหมชาติ, นพดล ปัทมะ, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181216/image_big_5c1659f46c72a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24107</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหลิมสนองนายชูรื้อรธน.หาเสียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เฉลิม&amp;quot; อัด คสช. ปลดล็อกแบบกำกวมไม่ชัดเจน แฉ 2 หน่วยงานรัฐจ้องโกงเลือกตั้ง ลั่นมีอำนาจรื้อ รธน.-ยุทธศาสตร์ชาติแน่ ฟุ้งฝ่ายประชาธิปไตย 4 พรรคได้ 300 เสียงพร้อมตั้งรัฐบาลแข่ง พร้อมหนุน &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; นั่งนายกฯ เครือข่ายคนอยากเลือกตั้งผนึก 7 พรรคยื่น กกต.แก้ กม.ให้ใช้เบอร์เดียวต่อพรรค-มีชื่อและโลโก้-รัฐบาลต้องมีสถานะเป็นรักษาการ &amp;quot;สมชัย&amp;quot; หวั่น กกต.ยื่นเงื่อนไขหากเอาบัตรมีชื่อพรรค-โลโก้ แต่ต้องเลื่อนเลือกตั้ง &amp;quot;มาร์ค&amp;quot; ย้อน &amp;quot;แม้ว&amp;quot; ควรแก้ รธน.ให้เป็น ปชต. อย่าฉวยโอกาสสร้างความขัดแย้งเผชิญหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่พรรคเพื่อไทย วันที่ 12 ธันวาคม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการรณรงค์การเลือกตั้ง หรือทีมปราศรัยหาเสียงพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้ว่า ขอแถลงในนามส่วนตัว ไม่ผูกพันกับพรรค การปลดล็อกของ คสช.เป็นการพูดแบบกำกวม ไม่ชัดเจน ทั้งๆ ที่ระบอบประชาธิปไตยเป็นสมบัติของประชาชน มีประเทศไหนบ้างที่บัตรเลือกตั้งไม่มีโลโก้พรรค คิดแบบนี้มันถอยหลัง ใครคิดขอสาปแช่งว่าอย่าได้มีความเจริญรุ่งเรือง ถือเป็นเรื่องวิปริตทางความคิด ส่วนที่จะห้ามปราศรัยโดยให้ใช้เวทีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้น บอกเลยไม่มีคนไปฟัง มีแต่สุนัขเท่านั้นที่ไปฟังการเลือกตั้งเป็นของ กกต. รัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ทราบว่ามี 2 หน่วยงานรัฐที่กำลังคิดอุบาทว์จะโกงการเลือกตั้งให้พรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งฟันธงว่าพรรคนั้นไม่มีวันชนะ ผมได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิเศษดูแลการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม เรียกว่าทีมตาสับปะรด หูทิพย์ จะคอยตรวจสอบ ได้ตั้งทีมเล็กไว้ต่างหากมีนายตำรวจระดับ พล.ต.อ., พล.ต.ท. และ นายทหาร เข้าร่วม แต่ไม่ขอบอกว่าเป็นหน่วยงานไหนที่จ้องจะโกง แต่ขอให้ระวังไว้ เพราะคนในคณะทำงานของผมเคยเป็นนายของคนสองหน่วยงานนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า รัฐบาลนี้สร้างมรดกบาปไว้ 2 เรื่อง คือรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน 279 มาตรา ถือเป็นรัฐธรรมนูญอัปยศที่สุด เอารัฐธรรมนูญปี 2522 เป็นต้นแบบ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ใช้สมองส่วนไหนมาคิด เอา ส.ว.มามีส่วนในการเลือกนายกฯ จึงจำเป็นต้องแก้รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 272 ในบทเฉพาะกาลที่ให้ ส.ว.มีส่วนในการเลือกนายกฯ ส่วนเรื่องที่ 2 คือ ร่างยุทธศาสตร์ชาติ 71 หน้า ไร้สาระ ไม่มีแผนแก้ปัญหายาเสพติด ตรงนี้ควรยกเลิกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า วันนี้ขอฟันธงว่าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ไม่มีทางชนะการเลือกตั้ง แม้มี ส.ว. 250 เสียง ได้ตั้งรัฐบาล แต่ก็อยู่บริหารไม่ได้ ได้ข่าววันนี้ เขาขอตำแหน่งกันแล้ว นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็น รมว.พาณิชย์, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็น รมว.คมนาคม, นายสุชาติ ตันเจริญ เป็น รมว.พลังงาน รู้แบบนี้แล้วประชาชนไหวหรือไม่ และ 4 รัฐมนตรีที่เข้าร่วมพรรค พปชร. เคยบอกไว้แล้วว่าเขาไม่มีวันลาออก เพราะมามือเปล่า อาศัย คสช.ได้เป็นรัฐมนตรี ไม่อย่างนั้นชาตินี้ก็ไม่ได้เข้าทำเนียบฯ วันไหนเป็นรัฐบาลแล้วมีฝ่ายค้านจะรู้ว่านรกมีจริง ดีลเรียบร้อยหรือยังไม่รู้ แต่รู้ว่ามีการยื่นข้อเสนอกันแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เฉลิมโพลมั่นใจ พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย พรรคเพื่อไทย ไทยรักษาชาติ ประชาชาติ และอนาคตใหม่ จะได้ ส.ส.รวมกันแล้วเกือบ 300 เสียง เมื่อเปิดสภาต้องเลือกประธานสภาฯ ก่อน ซึ่งจะเป็นคนของฝ่ายประชาธิปไตยแน่นอน วันรุ่งขึ้นถึงจะเลือกนายกฯ ถามว่าเสียง ส.ส.ส่วนใหญ่อยู่ปีกนี้ ส่วนคุณอยู่อีกปีกมีเสียงไม่เกินครึ่ง ถ้า ส.ว.ไปยกมือหนุนฝ่ายเสียงข้างน้อย ไม่คิดถึงความเสียหายของบ้านเมืองหรือ เพราะรู้อยู่แล้วว่าบริหารประเทศไม่ได้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมปราศรัยพรรค พท.บอกว่า พื้นที่ที่จะไปปราศรัยที่แรกจะไปที่ จ.เลย เพื่อไปเยี่ยมสมาชิกพรรค แม้อดีต ส.ส.จะย้ายออกไป แต่เรายังมีสมาชิกอยู่ และถือเป็นสิทธิที่ใครจะย้ายออกจากพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงรายชื่อที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอเป็นนายกฯ คือใคร ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า เป็นเรื่องของพรรค แต่เชื่อว่าแม้ไม่พูด ผู้สื่อข่าวก็น่าจะรู้ว่าเป็นใคร เมื่อซักว่าชื่อคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เหมาะสมหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า &amp;quot;ทำไมจะไม่เหมาะ หน้าตาก็สวย ขยันก็ขยัน ถ้าพรรคเลือก ผมก็พร้อมสนับสนุน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;quot;เต้น&amp;quot;นั่งประธานหาเสียง ทษช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรค พท. กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวผู้ใหญ่ในพรรค พปชร.เปลี่ยนยุทธศาสตร์ใหม่ โดยไม่ให้ 4รัฐมนตรีลาออก เพราะไม่มีกฎหมายบังคับว่า ก่อนหน้านี้คนไทยจำได้ว่า 4 รัฐมนตรีบอกว่าจะลาออกเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม แต่กลับตระบัดสัตย์ไม่ออกแล้วหรือไม่ และยังจะอยู่ต่อเพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลที่เป็นประโยชน์กับพรรค พปชร.ให้มากที่สุดอีกด้วย เวลาลาออกที่เหมาะสมคือเวลาที่กุมความได้เปรียบเอาไว้ให้ได้มากที่สุดหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่บอกว่าผู้ใหญ่ในพรรคไม่ให้ลาออกนั้น นายอุตตมเป็นหัวหน้าพรรค ยังจะมีใครใหญ่เกินหัวหน้าพรรคอีกหรือ ผู้ใหญ่ที่ว่านั้นหมายถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ที่จะถูกพรรคพลังประชารัฐ เสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เพราะมีการวิเคราะห์กันในลักษณะว่า 4 รัฐมนตรีต้องไม่ลาออก ต้องอยู่เป็นกันชน เพื่อไม่ให้กระแสกดดันให้ลาออกลามถึงตัว พล.อ.ประยุทธ์ มาตรา 29 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมืองเขียนไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการใดอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมือง จึงขอร้องเรียน กกต.ช่วยตรวจสอบประเด็นนี้ รวมถึงการลงพื้นที่ของรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ ถือเป็นการหาเสียงหรือไม่ เพื่อให้เป็นบรรทัดฐาน และนำไปสู่การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพชร นริพทะพันธุ์ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า แม้รัฐบาลจะปลดล็อกการเมืองให้พรรคการเมือง แต่หากมองย้อนหลังจะพบว่า รัฐบาลและ คสช.พยายามเอาเปรียบทุกด้าน การออกนโยบายลด แลก แจก แถม โดยใช้เงินงบประมาณ ทั้งแจกเงิน หักภาษี คืนแวต แจกซิม ลดค่าปุ๋ย ฯลฯ โดยที่ 4 ปีกว่า ไม่เคยทำอะไรให้ประชาชนมีความสุข อีกทั้ง 4 รมต.ที่ออกนโยบายนี้เข้าร่วมพรรคการเมืองโดยไม่ลาออกจากตำแหน่ง และล่าสุดบัตรเลือกตั้งสุดพิสดารไม่ใส่ชื่อผู้สมัคร และไม่มีโลโก้พรรค ทั้งนี้ ห่วงว่าหากในสายตาของนักลงทุนไทย และนักลงทุนต่างประเทศมองว่าการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นนี้ ไม่เสรี และไม่เป็นธรรม เศรษฐกิจของไทยที่ย่ำแย่อยู่แล้วจะยิ่งย่ำแย่ขึ้นไปอีก จึงอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงสปิริต หากตอบรับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ของพรรคการเมืองก็ขอให้ลาออกจากนายกฯเพื่อแสดงความโปร่งใสและไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรค ทษช.กล่าวหลังจากกรณี คสช.มีคำสั่งปลดล็อกการทำกิจกรรมของพรรคการเมือง โดยคณะกรรมการบริหารพรรค ทษช. มีมติให้แต่งตั้งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นประธานคณะทำงานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เพื่อประสานกับว่าที่ผู้สมัครและกำหนดกิจกรรมเพื่อสื่อสารกับพี่น้องประชาชน ซึ่งหลังจากนี้พรรค ทษช.จะเดินหน้าลงพื้นที่ในการทำกิจกรรมทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการรับสมัครสมาชิกพรรค การตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัด ที่จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงกรณี คสช.ปลดล็อกพรรคการเมือง ว่าทำไมปลดล็อกช่วงนี้ ทำไมไม่ปลดก่อนหน้านี้ คุณประยุทธ์ควรปล่อยให้พรรคการเมืองต่างๆ ทำกิจกรรมการเมืองตั้งนานแล้ว อย่างตนลงพื้นที่ มีโอกาสพบพ่อค้าแม่ค้า หาบเร่ แผงลอย คนทั่วไป ว่ามีปัญหาอะไร ก็สามารถเก็บข้อมูลวางดำเนินการนโยบายของพรรคไม่เหมือนคุณเป็นอีแอบ นายวิษณุ &amp;nbsp;เครืองาม รองนายกฯ เองก็อีแอบ กฎหมายต่างๆ มาจากเขาทั้งนั้น พวกนี้ไม่ใช่ลูกผู้ชาย เดี๋ยวนี้ไม่มีใครเชื่อว่าประยุทธ ประวิตร จบ จปร. เพราะคนที่เรียนเตรียมทหาร เตรียมตำรวจ เขาเป็นลูกผู้ชาย ไม่เอารัดเอาเปรียบใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก่อนปีใหม่ผมจะให้ของขวัญจะแจ้งความดำเนินคดีกับพรรคพลังประชารัฐ จะไปแจ้งดำเนินคดีกับ 4 กุมาร มาเป็นผู้บริหารพรรค จะไปแจ้งคนที่ดูดๆ ใครเขามา จะแจ้งความข้อหาค้ามนุษย์และฟอกเงิน และกระทำความผิด พ.ร.บ.เลือกตั้ง&amp;quot; พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว &amp;nbsp;
ย้ำ 4 รมต.ต้องลาออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงคำสั่งปลดล็อกว่า เป็นเรื่องดี เพราะเมื่อจะเข้าสู่การเลือกตั้งควรให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้ตามปกติ ซึ่งขณะนี้อาจมีความสับสนและไม่เข้าใจอยู่บ้างว่ากิจกรรมใดบ้างที่ทำได้ช่วงก่อนมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง แต่ก็ได้ซักซ้อมกับสมาชิกพรรคเรียบร้อยแล้วว่าการทำกิจกรรมทางการเมืองทำได้ตามปกติ เช่นเดียวกับหลายคนจะใช้จังหวะนี้ในการแนะนำตัวเองและประชาสัมพันธ์ได้อย่างเต็มที่ ส่วนหากประกาศกฤษฎีกาเลือกตั้งก็จะต้องดูอีกครั้งว่ากิจกรรมใดทำได้-ทำไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการที่ 4 รัฐมนตรียังไม่ลาออกจากตำแหน่ง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องแบบนี้ไม่ได้อยู่ในกฎหมาย แต่ต้องอธิบายให้ชัดถึงความแตกต่างระหว่างรัฐบาลชุดนี้กับรัฐบาลชุดอื่นๆ คือรัฐบาลชุดนี้มีอำนาจมากกว่ารัฐบาลในอดีตและในอนาคต เพราะตามกฎหมายห้ามไม่ได้โยกย้าย แต่งตั้ง หรือทำโครงการที่กระทบต่องบประมาณ ยกเว้นได้รับการอนุมัติจาก กกต. &amp;nbsp;เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญชัดเจนว่าใครที่มีส่วนได้เสียกับการเลือกตั้งไม่ควรใช้อำนาจเต็มที่ได้ แต่ถ้าอ่านตามตัวอักษรกฎหมายไม่ได้บังคับให้ลาออก ดังนั้น จึงขึ้นอยู่ที่ว่าต้องการจะยกระดับการเมืองไทย และอยากมีหลักธรรมาภิบาลหรือไม่เท่านั้นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับถ่วงความเจริญว่า พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าหลายมาตราควรแก้ไขให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ควรหยิบประเด็นดังกล่าวมาสร้างความขัดแย้ง หรือทำให้เกิดการเผชิญหน้ากับฝ่ายต่างๆ การแก้รัฐธรรมนูญควรจะได้รับความเห็นชอบและฉันทามติจากคนทั่วไป ต้องตกผลึกว่าต้องแก้อะไรบ้าง ถ้ารื้อโดยไม่บอกว่าจะแก้ไขอย่างไร เราก็ไม่ทราบว่าจะดีขึ้นจริงหรือไม่ ทั้งนี้ต้องยอมรับด้วยว่า หากจะแก้รัฐธรรมนูญนั้น วุฒิสภาต้องเห็นด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงกรณี 4 รัฐมนตรีจะไม่ลาออกว่า หากไม่ลาออก เป็นการไม่ปฏิบัติตามคำสัญญาที่ตนเองได้ประกาศออกไปก่อนหน้า ซึ่งอาจมีคำถามตามมาว่า แล้วต่อไปในอนาคต หากพูดอะไรออกไปสังคมยังจะเชื่อถือได้หรือไม่เท่านั้น สำหรับคำสั่งการปลดล็อกที่ประกาศออกมา ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะนับตั้งแต่วันที่ 11 ธันวา. 61 เป็นต้นไป ก็ต้องเดินหน้าเข้าสู่โหมด 150 วันของการที่จะต้องจัดการเลือกตั้งให้เสร็จสิ้นตามรัฐธรรมนูญแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.กัญจนา ศิลปาอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงกรณี 4 รัฐมนตรีจะไม่ลาออกว่า ขณะนี้สถานการณ์การเมืองอยู่ในสถานะไม่ปกติ อะไรก็จะดูแปลกๆ ไป ส่วนตัวไม่ขอก้าวก่ายหรือวิจารณ์อะไร เพราะทุกคนคงมีวิจารณญาณหรือศักดิ์ศรีของตัวเองในการพิจารณาความเหมาะควร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนที่หลายพรรคการเมืองชูนโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน น.ส.กัญจนากล่าวว่า รัฐธรรมนูญของประเทศไทยเป็นอะไรไม่รู้ เพราะว่ามีจำนวนมาก ใครเข้ามาทีก็เปลี่ยนที แต่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเหมาะสำหรับช่วงเวลาหนึ่งหรือบริบทหนึ่งเท่านั้น เมื่อมีผู้บริหารประเทศเข้ามาใหม่ ก็คงจะทบทวนว่าจะต้องมีรัฐธรรมนูญที่สะท้อนจากประชาชนจริงอีกหรือไม่&amp;nbsp;
กำชับสมาชิกอย่าทำผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนพรรคพปชร. กล่าวว่า หลังจาก คสช.มีคำสั่งปลดล็อกทางการเมือง ดร.อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค ก็ได้ออกคำสั่งเรื่องการปฏิบัติตัวของสมาชิกพรรคตาม พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. สรุปว่ามิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น เช่น การเสนอ สัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่น การโฆษณาด้วยการจัดมหรสพหรืองานรื่นเริง การเลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด การหลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หากมีสมาชิกพรรคนใดกระทำการฝ่าฝืนให้ถือว่าเป็นการกระทำส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับพรรค และจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย รวมทั้งพรรคจะต้องดำเนินการตามข้อบังคับของพรรคต่อไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. เครือข่ายประชาชนที่ต้องการการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม (เฟร์) นำโดยนายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยา ม.ธรรมศาสตร์, น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง พร้อมตัวแทนจากพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็น พรรคไทยรักษาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ และพรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ และพรรคสามัญชน เข้ายื่นหนังสือถึง กกต. เพื่อแสดงจุดยืนให้ กกต.จัดการเลือกตั้งที่โปร่งใสเป็นธรรม และคัดค้านการกำหนดหมายเลขผู้สมัครและบัตรเลือกตั้งที่ขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอนุสรณ์อ่านแถลงการณ์เรียกร้องถึง กกต. ดังนี้ 1.ให้ กกต.ผลักดันให้แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้เบอร์เดียวต่อพรรค เพื่อความสะดวกต่อการลงคะแนนเสียง และลดความสับสนของประชาชน &amp;nbsp;2.กำหนดให้บัตรมีข้อมูลที่เพียงพอต่อการลงคะแนน โดยชื่อและสัญลักษณ์ของพรรคต้องถูกกำหนดไว้ในบัตรเลือกตั้ง 3.ให้ กกต.เสนอและผลักดันให้รัฐบาลมีสถานะเป็นรัฐบาลรักษาการ และให้ คสช.หยุดการแทรกแซงกติกาการเลือกตั้งของ กกต.ทั้งทางตรงและทางอ้อม การเลือกตั้งต้องยืนอยู่บนหลักความเสรีและเป็นธรรม ซึ่ง กกต.ในฐานะองค์กรอิสระ ต้องจัดการให้เกิดขึ้นให้ได้ เพราะจะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดอนาคตของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของกลุ่มเฟร์ เพื่อให้การเลือกตั้งเสรี และเป็นธรรม ให้ผู้มีสิทธิได้แสดงออกว่าเราต้องการอำนาจคืนจาก คสช.ในวันที่ 24 ก.พ.62 ประเด็นพรรคเดียวเบอร์เดียว กกต.ไม่ต้องรอวันที่ 19 ธ.ค. สามารถตัดสินใจได้เลย เพราะทุกพรรคความต้องการตรงกัน แต่ถ้ากฎหมายระบุว่าจำเป็นต้องมีข้อตกลงร่วมของพรรคการเมือง พรรคเพื่อไทยก็พร้อมหารือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ถ้าการเลือกตั้งไม่เสรีและเป็นธรรม กลุ่มอียูจะไม่เจรจาทางการค้า ดังนั้นจึงเรียกร้องให้ กกต.จัดการเลือกตั้งที่เป็นธรรม และเปิดโอกาสให้องค์กรนานาชาติส่งผู้แทนเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ตัวแทนพรรคเสรีรวมไทยแสดงความเห็นว่า นอกจากบัตรเลือกตั้ง ควรมีชื่อและโลโก้พรรคแล้ว ต้องมีชื่อนายกรัฐมนตรีเสนอลำดับที่ 1 ในบัตรเลือกตั้งด้วย เนื่องจากผลสำรวจความเห็นของประชาชนที่ผ่านมาพบว่า 58 เปอร์เซ็นต์ ตัดสินใจลงคะแนนเลือกตั้งครั้งนี้จากชื่อนายกฯ ที่พรรคเสนอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ณัฏฐา กล่าวถึง กกต.มีข้อเสนอแนะให้พรรคการเมืองตกลงกันเองในเรื่องการให้ได้พรรคเดียวเบอร์เดียวทั่วประเทศว่า เป็นคำแนะนำที่แย่มาก เพราะพรรคการเมืองมีเป็นร้อย พรรคจะตกลงได้อย่างไร กกต.ควรดำเนินการเรื่องการแก้ข้อกฎหมาย
หวั่นแก้ กม.ยื้อเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.และสมาชิกพรรค ปชป. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กหัวข้อ &amp;quot;จากป่าแหว่ง ถึงบัตรแหว่ง&amp;quot; ว่าเหตุการณ์ป่าแหว่ง คือ เหตุการณ์ที่ชาวเชียงใหม่รวมตัวกันประท้วงไม่พอใจการสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการของศาลอุทธรณ์ภาค 5 บริเวณเชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ส่วนเหตุการณ์บัตรแหว่ง คือเหตุการณ์ที่ กกต.ได้เตรียมการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งโดยมีแค่หมายเลข ไม่มีชื่อพรรค ไม่มีโลโก้พรรค ซึ่งได้รับเสียงคัดค้านว่าจะเป็นบัตรเลือกตั้งที่ไม่สมบูรณ์ ขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และอาจนำไปสู่การทุจริตการเลือกตั้ง เชื่อไหมว่าเมื่อถึงเวลา กกต.จะตัดสินใจแบบ &amp;ldquo;เอาง่าย&amp;rdquo; คือใช้บัตรแหว่งแทนบัตรเต็ม โดยอ้างความชอบธรรมตามกฎหมายและข้อจำกัดทางด้านเวลา ด้วยคำตอบที่บอกว่า &amp;ldquo;จะเอาบัตรแหว่งหรือจะเอาบัตรเต็ม แต่ต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไป&amp;rdquo; ซึ่งทุกคนที่คัดค้านคงตกอยู่ในสภาวะจำยอมแบบภาษิตไทยที่ว่า &amp;ldquo;กำอุจจาระดีกว่ากำลมที่ออกมาจากก้น&amp;rdquo; ถึงวันนั้น การเลือกตั้งทั่วไปของไทยจะเต็มไปด้วยความวุ่นวาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีที่รองเลขาธิการ กกต.ให้พรรคการเมืองคุยกันเอง หากต้องการให้ผู้สมัครของพรรคนั้นๆ มีหมายเลขประจำตัวเดียวกันว่า เป็นเรื่องยาก เพราะบางพรรคไม่ได้ส่งทุกเขต แต่หากทำได้ก็ดี ถ้าทำได้ก็สะดวก แต่ประเด็นคือ เราเปลี่ยนบัตรเลือกตั้งเป็นใบเดียวเลือกทั้งพรรคทั้งคน และแต่ละเขตคนละเบอร์ ดังนั้น กกต.จึงต้องอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน เพื่อป้องกันความสับสน ไม่เห็นว่าจะมีข้อเสียอะไรทำง่ายๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า การใส่ชื่อพรรคในบัตรเลือกตั้งเป็นเรื่องจำเป็น เพราะการลงคะแนนนี้ประชาชนสามารถลงคะแนนได้เพียงคะแนนเดียวไม่ใช่ 2 คะแนนเหมือนในอดีตที่ให้เลือกตัวบุคคล 1 คะแนน และเลือกพรรคอีก 1 คะแนน แต่ครั้งนี้รัฐธรรมนูญกำหนดให้เลือกทั้งคนและพรรครวมกันเป็นหนึ่งคะแนน จึงจำเป็นที่จะต้องให้บัตรเลือกตั้งมีทั้งหมายเลข ชื่อผู้สมัครและชื่อพรรคการเมืองอยู่ในบัตร ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นเสมือนการจงใจปกปิดข้อมูลที่ผู้ไปลงคะแนนควรรู้ก่อนลงคะแนน ส่วนโลโก้จะช่วยให้ผู้ลงคะแนนที่อาจอ่านหนังสือไม่ได้แต่จำโลโก้พรรคได้ สามารถลงคะแนนให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองที่ต้องการเลือกได้ตรงตามที่ประสงค์ ซึ่งหวังว่า กกต.จะรับไปพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า เรื่องบัตรเลือกตั้งที่กำลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์นั้น ถ้ายังยืนยันว่าเป็นรูปแบบนี้อยู่ เราจะเรียกว่า &amp;ldquo;บัตรโกงเลือกตั้ง&amp;rdquo; เพราะเป็นบัตรที่ทำให้ประชาชนสับสน และเอื้อประโยชน์ให้กับบางพรรคการเมือง นี่สะท้อนให้เห็นอะไรหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความต้องการจะเอาชนะของผู้มีอำนาจรัฐ ทำทุกวิถีทางไม่ให้เกิดการ &amp;#39;เสียของ&amp;#39; เหมือนเมื่อครั้งรัฐประหาร วันที่ 19 กันยายน 2549 ที่พอกลับมาเลือกตั้งแล้วก็ยังพ่ายแพ้ พรรคอนาคตใหม่ มีความกังวลว่านี่อาจเป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์ กกต.ซึ่งควรจะวางตัวเป็นกลาง ถึงตอนนี้ไม่แน่ใจว่ามีความเป็นอิสระในฐานะที่เป็นองค์กรอิสระหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในการเลือกตั้งครั้งนี้ 4 รัฐมนตรีที่เป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐก็ยังคงไม่ลาออก ยังมีอำนาจรัฐอยู่ และช่วงที่ผ่านมารัฐบาลก็มีการใช้งบประมาณผ่านโครงการต่างๆ ที่มองว่าเป็นการซื้อเสียงล่วงหน้ามากมายด้วย อย่างนี้แล้วจะมองว่าเป็นการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรมได้อย่างไร&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายธนาธรได้เชิญชวนผู้รักประชาธิปไตย ทุกท่านถ่ายรูปกับปากกา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ถึงความพร้อมที่จะเดิหน้าเข้าคูหาไปเลือกตั้ง จากนั้นโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย และติดแฮชแท็ก #หยุดบัตรโกงเลือกตั้ง ในทุกช่องทางการสื่อสาร เพื่อรณรงค์ไม่เห็นด้วยที่บัตรเลือกตั้งไม่ระบุโลโก้พรรคและชื่อพรรคการเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24107</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญจนา ศิลปาอาชา, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ทักษิณ ชินวัตร, พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ, พชร นริพทะพันธุ์, พรรคเพื่อไทย, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง, ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, วิเชียร ชวลิต, สมชัย ศรีสุทธิยากร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181212/image_big_5c111ed8e0698.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2018 17:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2018 17:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งานนี้ไม่มีหนาว&#039;ทษช.&#039;ตั้ง&#039;ณัฐวุฒิ&#039;ประธานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเดินสายทั่วไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ธ.ค.61 - นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) กล่าวหลังจากกรณีที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งปลดล็อกการทำกิจกรรมของพรรคการเมือง ซึ่งทำให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆได้ในระดับหนึ่ง โดยคณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ มีมติให้แต่งตั้งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นประธานคณะทำงานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เพื่อประสานกับว่าที่ผู้สมัครและกำหนดกิจกรรมเพื่อสื่อสารกับพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลังจากนี้พรรคไทยรักษาชาติ จะเดินหน้าลงพื้นที่ในการทำกิจกรรมทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการรับสมัครสมาชิกพรรค การตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัด ที่จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เนื่องจากจะมีความชัดเจนในเรื่องของผู้สมัคร ส.ส.เขต อีกทั้งการรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนในปัญหาต่างๆเพื่อที่พรรคจะได้นำเสียงสะท้อนเหล่านี้ มากำหนดเป็นนโยบาย เพื่อแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดต่อไป&amp;quot;โฆษกพรรคไทยรักษาชาติ ระบุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24082</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ทษช., พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ, ไทยรักษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181124/image_big_5bf9043513d87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2018 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2018 14:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แม้ว-ปู&#039;สั่งสอนมา!ลูกหลานตระกูลชินฯลั่นนำ &#039;ทษช.&#039;  รับใช้ประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;10 พ.ย. 61 - ที่สยามพารากอน น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวถึงการร่วมกิจกรรมอยากเห็นคนเมืองไทยดีกว่านี้ในวันนี้ว่า ถือเป็นช่วงเวลาที่พรรคทษช.จะได้นำเสนอแนวคิดและนโยบายของพรรคว่าเป็นอย่างไร ซึ่งนโยบายของพรรคนั้นเน้นชูเทคโนโลยีเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;เมื่อถามว่า งานวันนี้เหมือนเป็นการขึ้นเวทีครั้งแรกร่วมกับคนรุ่นใหม่ของพรรคเพื่อไทยนั้น น.ส.ชยิกา กล่าวว่า ไม่เป็นไร เพราะถือเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์เดียวกัน ยืนยันว่าแม้จะเคยเป็นคนรุ่นใหม่ของพรรคเพือไทย และทำงานอยู่ในพรรคมานาน ไม่ได้ลำบากใจที่จะมาเป็นคู่แข่งกันในวันนี้ เพราะจุดยืนของพรรค ทษช. มุ่งเน้นการทำงานของคนรุ่นใหม่ แม้คนรุ่นใหม่หลายคนจะลาออกจากพรรคพท. มาอยู่พรรค ทษช. ส่วนการที่สมาชิกพรรคเพื่อไทย ย้ายมายังพรรค ทษช.นั้น ตนไม่ทราบ เป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล ไม่ได้เป็นการเเย่งฐานเสียง ทั้งนี้พรรค ทษช.ไม่ใช่เป็นเพียงพรรคของคนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่เป็นพรรคที่มีความคิดทันสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;เมื่อถามถึงความแตกต่างระหว่างพรรค ทษช.กับพรรคอนาคตใหม่นั้น น.ส.ชยิกา กล่าวว่า แม้พรรคจะมีสโลแกนที่คล้ายคลึงกัน แต่พรรคอนาคตใหม่จะเน้นเรื่องของประชาธิปไตยเป็นหลัก ส่วนพรรคจะเน้นเรื่องเทคโนโลยี&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นลูกหลานตระกูล &amp;quot;ชินวัตร&amp;quot; จะมีการชี้แจงสังคมอย่างไรในการแยกตัวจากพรรรคเพื่อไทย&amp;nbsp; น.ส.ชยิกา กล่าวว่า คนเขียนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันตั้งใจให้การเมืองไทยมีพรรคการเมืองขนาดเล็ก คนที่อยากทำหน้าที่เพื่อประชาชนจึงต้องหาช่องทาง ซึ่งในส่วนตัวได้สะสมประสบการณ์การสั่งสอน จากนายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ด้านนายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรคทษช. กล่าวว่า พรรคทษช.กับพท. มีนโยบายที่ต่างกันแล้ว ซึ่งทางพรรคเตรียมที่จะเร่งจัดการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่สนามการเลือกตั้ง&amp;nbsp; รวมไปถึงเร่งหาสมาชิกพรรค ซึ่งมีหลายคนที่สนใจร่วมงานกับเรา พร้อมระบุว่าไม่กังวลว่านโยบายจะซับซ้อนกับพรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp; การเดินไปสู่ถนนสายประชาธิปไตย ในเรื่องของนโยบายเป็นหน้าที่ของประชาชนที่เป็นคนเลือก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21702</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทษช., น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์, พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ, พรรคไทยรักษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181110/image_big_5be687bc14683.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
