<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านจัดเต็มเลย บิ๊กตู่ให้อภิปรายร่างกม.5ฉบับเต็มที่/เพื่อไทยลั่นผ่านปุ๊บแก้ทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ-16 รมต.เตรียมข้อมูลร่างกฎหมาย 5 ฉบับชี้แจงสภา ให้ความกระจ่างการใช้เงินกู้ &amp;nbsp;เผย &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เปิดให้อภิปรายเต็มที่พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะ &amp;quot;พปชร.&amp;quot; เชิญคลัง-สำนักงบฯ ติวเข้ม ส.ส.แบ่งทีมอภิปรายรับมือฝ่ายค้าน มั่นใจเงินกู้ไม่รั่วไหลโปร่งใส 100% เพราะมี กก.กลั่นกรอง &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; &amp;nbsp;กังขาเงินกู้ 1.9 ล้านล้านจะถึงมือประชาชนหรือไม่อย่างไร ลั่นหลัง พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับผ่านสภาเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.ทันที เพิ่มเนื้อหาให้ถูกตรวจสอบได้ ดัน ส.ส.นั่งในบอร์ดอนุมัติและรายงานสภาทุก 3 เดือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล 26 พฤษภาคม น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในวันที่ 27-31 พ.ค.นี้ สภาผู้แทนราษฎรจะมีการพิจารณาร่างกฎหมาย 5 ฉบับ คือ 1.พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ปัญหาเยียวยาจากโควิด-19 2.พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่วิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 3.พ.ร.ก.รักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ.2563 &amp;nbsp;4.พ.ร.ก.ว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563 และ 5.ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ.2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะเปิดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีการอภิปรายกันอย่างเต็มที่ โดยรัฐบาลรู้สึกดีใจที่จะได้รับฟังข้อเสนอแนะต่างๆ จาก ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ซึ่งรัฐมนตรีที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการใช้งบประมาณและกฎหมายทั้ง 5 ฉบับ ปัจจุบันมีจำนวน 16 ท่าน รวมนายกรัฐมนตรีเป็น 17 ท่าน ยังได้เตรียมให้ข้อมูลเพื่อให้ความกระจ่างแก่ฝ่ายนิติบัญญัติและประชาชนที่จะได้ติดตามการอภิปรายในครั้งนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รัชดากล่าวอีกว่า กรมประชาสัมพันธ์ได้เตรียมความพร้อมเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายทั้ง 5 ฉบับนี้ โดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับการเงินว่ารัฐบาลจะนำไปใช้อย่างไรบ้าง &amp;nbsp;เพราะเราอยากให้ประชาชนได้รับฟังข้อเสนอแนะต่างๆ จากผู้แทนราษฎรด้วย โดยกรมประชาสัมพันธ์ได้จัดเวลาในการนี้โดยเฉพาะ ผ่านการยกประเด็นและข้อมูลสำคัญของทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านมานำเสนอให้ประชาชนรับทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แห่งใหม่ ย่านรัชดาฯ ตรงข้ามศาลอาญา มีการประชุม ส.ส.พรรคครั้งแรก หลังเปิดประชุมสภาสมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 1 เพื่อเตรียมความพร้อมในการพิจารณา &amp;nbsp;พ.ร.ก.กู้เงิน จำนวน 3 ฉบับ โดยมีนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม &amp;nbsp; โดยมีเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ พ.ร.ก.กู้เงิน มี ส.ส.และสมาชิกพรรคเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายวิรัชได้ชี้แจงถึงกรอบเวลาในการอภิปรายว่า การประชุมทั้งหมด 5 วัน รวม 48 ชั่วโมง แบ่งเป็นฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลฝั่งละ 24 ชั่วโมง โดยในส่วนของรัฐบาลแบ่งเป็นคณะรัฐมนตรี 11 &amp;nbsp; ชั่วโมง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล 11 ชั่วโมง ส่วน 2 ชั่วโมงให้เป็นการชี้แจงประเด็นที่ฝ่ายค้านสงสัย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
พปชร.มั่นใจเงินกู้ไม่รั่วไหล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสันติ​ พร้อมพัฒน์​ รมช.การคลัง​และกรรมการบริหารพรรค​ พปชร. ​กล่าวว่า​ มีการเชิญเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการคลัง​ เจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณ​มาให้ความรู้แก่ ​ส.ส.ของพรรคถึงวาระสำคัญของ​ พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว ​เพื่อให้สามารถนำไปอภิปรายในสภาและอธิบายประชาชนได้ว่า มาตรการเยียวยาประชาชนต่างๆ เป็นอย่างไร​ นอกจากนี้​ยังมีการซักซ้อมทำความเข้าใจและแบ่งทีมอภิปราย คิดว่า ​พ.ร.ก.ดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในภาวะวิกฤติเช่นนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่า ส.ส.ของฝ่ายค้านเองซึ่งเป็นผู้แทนราษฎรเข้าใจว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวจำเป็นในการแก้ปัญหาอย่างไร​ และยังมั่นใจว่าฝ่ายค้านจะให้ความร่วมมือฟันฝ่าวิกฤติครั้งนี้​ ส่วนที่บางฝ่ายกังวลว่าจะมีการรั่วไหลของงบประมาณนั้น ในส่วนของการเยียวยา 5,000 บาท มีการโอนเข้าบัญชีของประชาชนโดยตรง &amp;nbsp;กระทรวงการคลังดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดแตะต้องเงินในส่วนนี้ ขณะที่งบประมาณในส่วนโครงสร้างพื้นฐานที่จะลงไปในพื้นที่ต่างๆ นั้น ต้องมีรายละเอียดตรวจสอบได้ โดยเรามีคณะกรรมการกลั่นกรอง มั่นใจโปร่งใสและตรวจสอบได้ 100%&amp;quot; นายสันติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ แกนนำพรรค พปชร. กล่าวถึงกระแสข่าวมีกลุ่ม ส.ส.ของ พปชร.บางส่วนในปีกของ ร.อ.ธรรมนัส เดินทางไปร่วมประชุมรับฟังการติวข้อมูล พ.ร.ก.เงินกู้ 3 ฉบับ ที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เพื่อเตรียมรับมือการอภิปราย จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการแสดงพลังของ ส.ส.ที่สนับสนุนกลุ่มนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลังและหัวหน้าพรรค พปชร.ว่า เป็นเพียงการไปขอข้อมูลและรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับ พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับที่กำลังจะเข้าสภา เพราะ ส.ส.ทุกคนมีความตั้งใจอยากสร้างมาตรฐานให้การอภิปรายในสภามีสาระและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะเรื่องข้อมูลรายละเอียดซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก นอกจากเพื่อนำข้อมูลไปอภิปรายในสภาแล้ว ยังมีภารกิจต้องนำข้อมูลไปสื่อสารให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ ยิ่งเป็นช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ประชาชนย่อมต้องการทราบข้อมูลว่ารัฐบาลเตรียมช่วยเหลืออย่างไรผ่าน พ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 3 ฉบับนี้ การเข้าหารือครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการแสดงพลังในเรื่องการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา, นายวัฒนา เมืองสุข, นายโภคิน พลกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าวหลังประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ถึงความพร้อมการอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 3 ฉบับ วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท โดยนายโภคินกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเห็นด้วยกับการดำเนินการเยียวยาประชาชนและเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่การดำเนินการของรัฐบาลจะต้องเป็นไปอย่างจริงใจ ไม่มีนัยใดๆ แอบแฝง โดยเฉพาะการใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) เพื่อควบคุมการทำกิจกรรมของประชาชน จะต้องไม่มีนัยทางการเมือง พรรคเพื่อไทยจะดำเนินการตรวจสอบรัฐบาลเต็มที่ในเรื่องนี้ เริ่มตั้งแต่ในแง่ของวิสัยทัศน์ของรัฐบาล จะเห็นได้ว่ารัฐบาลขาดการรับฟังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลายด้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยเฉพาะการให้สภาความมั่นคงแห่งชาติพิจารณาการขยายพระราชกำหนด แทนที่ควรจะนำเรื่องมาหารือกันในสภา ซึ่งมีวิสัยทัศน์แบบอำนาจนิยม ในด้านการบริหารและการทำงาน แม้รัฐบาลจะพยายามนำระบบดิจิทัลมาใช้ แต่จะเห็นได้ว่าไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการจะนำระบบดิจิทัลมาบริหารประเทศได้นั้น ประเทศต้องมีประชาธิปไตยและขจัดอุปสรรคทางกฎหมายออกไป แต่ความเป็นจริงยังไม่มีการดำเนินการให้เป็นเช่นนั้น จนทำให้คนรากหญ้าและผู้ประกอบการระดับกลางดำเนินชีวิตด้วยความยากลำบาก&amp;quot;
ชงร่าง พรบ.แก้ไข พรก. 3 ฉบับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโภคินกล่าวว่า สำหรับการอภิปรายของพรรคเพื่อไทยในการประชุมสภาระหว่างวันที่ 27-31 &amp;nbsp;พ.ค.จะนำเสนอให้เห็นถึงปัญหาของรัฐบาลตั้งแต่ก่อนเกิดการระบาดหนักของโควิด-19 จนเกิดการขาดดุลงบประมาณต่อเนื่องมาตั้งแต่ยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พรรคเพื่อไทยกังวลต่อการบริหารจัดการเงินกู้จำนวน 1.9 ล้านล้านบาท ว่าเงินเหล่านี้จะถึงมือของประชาชนหรือไม่อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัฒนากล่าวว่า พรรคเพื่อไทยห่วงความเปราะบางของเศรษฐกิจไทย มีการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยจะติดลบ 5.3-6.7% การส่งออกติดลบ การบริโภคภายใน การลงทุนจะหดตัว และเมื่อคนไม่มีเงิน &amp;nbsp;กำลังซื้อหดตัวลงมาก คำถามที่ต้องถามคือจะเอากำลังซื้อจากไหน รัฐบาลจะดูแลคนตกงาน 7-10 ล้านคนอย่างไร ซึ่งรัฐบาลยังไม่มีแผนงานเลย เศรษฐกิจไทยเวลานี้ยืนอยู่ได้เพราะการลงทุนภาครัฐที่มาจากเงินกู้เป็นหลัก ดังนั้นรัฐบาลต้องสร้างความชัดเจนและสร้างความเชื่อมั่น เพื่อให้ประชาชนคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดอะไรกับประชาชนบ้าง การคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปเรื่อยๆ โดยไม่มีความชัดเจนว่าจะบังคับใช้ไปอีกนานแค่ไหน จะทำให้เศรษฐกิจของประชาชนเดินหน้าต่อไปไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงศ์เทพกล่าวว่า สาระสำคัญของ พ.ร.ก.กู้เงินมีความบกพร่องหลายประการ เช่น การควบคุมการใช้เงินที่มีความหละหลวม และเงื่อนไขของกฎหมายทำให้เอสเอ็มอีที่เข้าถึงเงินกู้นี้ได้เพียงประมาณแสนราย จากเอสเอ็มอีที่มีทั้งหมดประมาณ 3 ล้านราย ด้วยเหตุนี้ภายหลังสภาเห็นชอบกับ พ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 3 ฉบับเมื่อไหร่ พรรคเพื่อไทยจะเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.ทั้งสามฉบับทันที เพื่อให้เนื้อหาสาระสำคัญที่สามารถช่วยเหลือประชาชนและตรวจสอบการใช้เงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยรายละเอียดที่จะมีการแก้ไขนั้น มีทั้งในส่วนคณะกรรมการกลั่นกรองที่นายกฯ ตั้งขึ้น ควรต้องเพิ่มสัดส่วนจาก ส.ส.เข้าไป และควรต้องเพิ่มการรายงานเงินกู้จากเดิมปีละครั้ง ต้องรายงานให้ถี่ขึ้นเป็น 3 เดือนครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67017</URL_LINK>
                <HASHTAG>พงศ์เทพ เทพกาญจนา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า, รัชดา ธนาดิเรก, วัฒนา เมืองสุข, สันติ​ พร้อมพัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โภคิน พลกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5ecd17db1720d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย ซึ่งทั้ง 3 รายพักอยู่ในสถานกักตัวของรัฐ แม้จะไม่มีผู้ติดเชื้อจากคนภายในประเทศ แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ โดยในวันที่ 26 พ.ค. จะมีคนไทยเดินทางกลับประเทศ 4 เที่ยวบิน จำนวน 386 ราย และวันที่ 27 พ.ค. 4 เที่ยวบิน จำนวน 401 ราย นั่นหมายความว่า หากคนเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในสถานกักตัวของรัฐ ตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศไทยอาจเพิ่มขึ้นมากกว่า 3,045 ราย และที่ประชุม ครม.ได้เห็นชอบขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีก 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1-30 มิ.ย.นี้ เพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดที่เกิดขึ้นในประเทศ &amp;hellip;0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบรรดานักการเมืองฝ่ายค้าน นักวิชาการ และเอ็นจีโอก็ยังคัดค้านการขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยเฉพาะ นพ.เรวัต วิศรุตเวช อดีตอธิบดีกรมการแพทย์ สมาชิกพรรคเสรีรวมไทย กล่าวหารุนแรงว่า &amp;quot;หมอถูกใช้เป็นเครื่องมือให้อ้างโควิดเพื่อยืดอายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไปอีก 1 เดือน ทั้งที่หมอเองก็รู้แก่ใจว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ได้ช่วยสกัดโควิด แต่ช่วยสกัดม็อบ หมอยอมขายกันจนหมดตัว ทั้งวิชาความรู้ และจรรยาบรรณ&amp;rdquo; ขณะที่ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค. ชี้แจงว่า &amp;ldquo;ตอนเราใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่ออย่างเดียว ต้องมีการทำงานข้ามกระทรวง ซึ่งการสั่งการทำได้ แต่มีปัญหาเกี่ยวกับการทำงานข้ามกระทรวง แตกต่างจากตอนมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่เป็นการนำเอากฎหมายกว่า 40 ฉบับ รวมถึง พ.ร.บ.โรคติดต่อมาอยู่ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้มีการบูรณาการทำงานกัน &amp;hellip;ความสำเร็จในการควบคุมโรคส่วนหนึ่งก็มาจากการบริหารจัดกฎหมายตรงนี้&amp;rdquo; หมอทวีศิลป์ อธิบายเห็นภาพชัดเจนแล้ว ใครยังไม่เข้าใจต้องไปถามหมอส่วนใหญ่ดูว่าใช่หรือไม่ &amp;hellip;o&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรี แฉว่ามีกลุ่มบุคคลไม่ทราบหน่วยงานติดต่อโรงแรมขนาดใหญ่หลายแห่งในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยอ้างว่าจะพิจารณาคัดเลือกโรงแรมให้เป็นสถานที่กักตัวของคนไทยที่กลับจากต่างแดน หรือ State Quarantine แลกกับการหักหัวคิว 30-40% จากเงินที่รัฐบาลจ่ายให้ 1,000 บาท ต่อรายต่อวัน ซึ่งมีการระบุชื่ออักษร &amp;quot;พ&amp;quot; ในเมื่อทั้งกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงกลาโหมยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการ แต่เป็นความผิดเฉพาะตัวบุคคล ดังนั้นต้องดำเนินการอย่างเฉียบขาด เอาตัวมาดำเนินคดีให้ได้ มิเช่นนั้นหน่วยงานราชการจะไม่พ้นข้อครหา! &amp;hellip;o&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เปิดสภาสมัยสามัญแล้ว บรรดา ส.ส.คงได้ใช้เวทีสภาอย่างเต็มที่ 27-31 พ.ค.นี้ จะมีการพิจารณาร่างกฎหมาย 5 ฉบับ โดยเฉพาะ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ปัญหาเยียวยาจากโควิด-19, พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19, พ.ร.ก.รักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ. 2563 นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา, นายวัฒนา เมืองสุข, นายโภคิน พลกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กังวลต่อการบริหารจัดการเงินกู้ 1.9 ล้านล้าน จะถึงมือของประชาชนหรือไม่อย่างไร ภายหลัง พ.ร.ก. 3 ฉบับผ่านสภา จะเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.ทั้ง 3ฉบับทันที เพิ่มเนื้อหาให้ตรวจสอบการใช้เงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มสัดส่วนจาก ส.ส.เข้าไปใน กก.กลั่นกรองและให้รายงาน 3 เดือนครั้ง เป็นข้อเสนอที่จะเป็นประโยชน์ต่อการใช้งบประมาณ ต้องวัดใจฝ่ายรัฐบาลว่าจะเอาด้วยหรือไม่ &amp;hellip;o&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 4 ลำปาง เมื่อ 26 พ.ค. ซึ่งเปิดรับสมัครเลือกตั้งเป็นวันสุดท้าย เดิม นายพินิจ จันทรสุรินทร์ อดีต ส.ส.หลายสมัย บิดา นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ อดีต ส.ส.ลำปาง เขต 4 พรรคเพื่อไทย (พท.) ที่เสียชีวิต ซึ่ง พท.มีมติส่งลงสมัครเพื่อรักษาเก้าอี้ของพรรคไว้ แต่ได้กลับใจไม่ลงสมัครกะทันหัน อ้างเหตุผลยังเสียใจเรื่องลูกชาย ทำให้ พท.ส่งผู้สมัครไม่ทัน ท่ามกลางกระแสข่าว นายพินิจ จะลงสมัครรับเลือกตั้งนายกฯ อบจ.ลำปาง ที่จะมีขึ้นในไม่กี่เดือนข้างหน้า และอาจมีปัจจัยสำคัญบางอย่างกับขั้วตรงข้ามทางการเมือง รวมทั้งก่อนการเลือกตั้งเมื่อปี 62 เคยมีข่าวว่านายพินิจจะไปร่วมงานกับพรรคที่อยู่ตรงข้าม พท.มาแล้ว ศึกเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ นายวัฒนา สิทธิวัง ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ จึงมีโอกาสเจาะพื้นที่ลำปางได้ การเลือกตั้งในสถานการณ์ไม่ปกติแบบนี้ใครอยู่ฝ่ายอำนาจรัฐย่อมได้เปรียบเสมอ การกลับใจของ ส.ส. 11 สมัย-ผู้นำกลุ่มบ้านดอยเงิน คงอ่านสถานการณ์ทะลุหมดแล้ว โดยเฉพาะอนาคต พท.ที่เริ่มระส่ำ แกนนำบางส่วนเตรียมตั้งพรรคใหม่ นายใหญ่ดูไบ ก็ไร้อนาคต! &amp;hellip;o&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67006</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, บันทึกหน้า4, พงศ์เทพ เทพกาญจนา, พินิจ จันทรสุรินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 14:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2020 14:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดร.เหลิมว่าอย่างไรพท.กวักเรียก&#039;หญิงหน่อย&#039;ติวส.ส.ก่อนวันอภิปราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.2563 - &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่จะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. ว่าจำนวนผู้อภิปรายในส่วนของพรรคเพื่อไทยจะมีประมาณ 14 คน หรือถ้ามีเพิ่มขึ้นก็จะไม่เกิน 1-2 คน ขณะที่พรรคอนาคตใหม่มี 16 คน ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ จะมีประมาณพรรคละ 1-3 คน รวมทั้งหมดจะมีผู้อภิปราย 35-40 คน ทั้งนี้คณะทำงานร่วมได้ตรวจสอบเนื้อหาการอภิปรายของแต่ละคนแล้ว ปรากฏว่าไม่มีความซ้ำซ้อน และมีข้อมูลหลักฐานครบถ้วนทุกมิติ ดังนั้นผู้อภิปรายทุกท่านจึงต้องใช้เวลาอภิปรายพอสมควร จึงคาดว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ คงต้องใช้เวลากันอย่างเต็มที่ โดยการอภิปรายของฝ่ายค้านและการชี้แจงของรัฐบาลคงใช้เวลาดำเนินการแต่ละวันไม่ต่ำกว่าวันละ 15 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ยกเว้นวันแรกที่จะใช้เวลา 9-10 ชั่วโมง ดังนั้นภาพรวมการอภิปรายครั้งนี้คงใช้เวลา 4 วันเต็ม โดยมีชั่วโมงการอภิปรายและชี้แจงไม่ต่ำกว่า 54 ชั่วโมงอย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกิจกรรมสำคัญของพรรคเพื่อไทยที่จะมีขึ้น วันที่ 20 ก.พ. เวลา 13.00น. ที่รัฐสภาฯ ตนและนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน จะเชิญคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย และคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคอาทิ นายโภคิน พลกุล นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา มาร่วมประชุมกับผู้อภิปรายของพรรคทุกคน รวมถึง ส.ส. ที่จะทำหน้าที่ควบคุมบรรยากาศการประชุม เพื่อซักซ้อมให้การอภิปรายครั้งนี้มีความสมบูรณ์มากที่สุด โดยเฉพาะแนวทางการนำเสนอข้อมูล และสาระสำคัญของกฎหมายที่ใช้ประกอบการอภิปราย ให้ผู้อภิปรายสามารถอภิปรายอยู่บนเนื้อหาของญัตติและถูกต้องตามข้อบังคับและข้อกฎหมายที่กำหนด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57625</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย, พงศ์เทพ เทพกาญจนา, พท., พรรคเพื่อไทย, โภคิน พลกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5bba7d040e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้รอลุ้นโปรดเกล้าฯ บิ๊กป้อมแบ่งรับแบ่งสู้เก้าอี้รมต./โผปชป.ยังอลเวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; ยังอุบไต๋นั่งหัวหน้า พปชร. ได้แต่ส่งยิ้มให้นักข่าว แกนนำ พปชร.เรียงหน้าปฏิเสธ แต่ &amp;quot;สนธิรัตน์&amp;quot; รับเป็นไปได้ที่จะสมัครสมาชิกพรรคเพื่อให้การทำงานสอดรับกัน ทำให้พรรคเกิดความเข้มแข็ง &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ปัดรับ ปธ.ที่ปรึกษา พปชร. ให้รอโปรดเกล้าฯ ชี้ขาดเก้าอี้ รมต. ออกตัวยังไงก็ได้ ตอนนี้ครึ่งๆกลางๆ &amp;quot;ภท.&amp;quot; ส่งรายชื่อ 8 รมต.ให้นายกฯ แล้ว มอบสิทธิ์เคาะ &amp;quot;เจ้าพ่อชาดา&amp;quot; เป็น รมช.เกษตรฯ หรือไม่ &amp;nbsp;ขณะที่ ปชป.ฟัดกันไม่เลิก กก.บห.ซัก &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; หาเหตุผลเสนอชื่อเป็นแพ็กลงคะแนนลับ &amp;quot;ถาวร&amp;quot; ได้เก้าอี้รมต.สะพัดเกี๊ยะเซียะเพื่อลดแรงกระเพื่อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ มีรายงานความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลังจากมีกระแสข่าวว่าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวหน้าพรรค และการจัดโผ ครม.บางส่วนที่ยังไม่ลงตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ตามปกติ และตลอดทั้งวันนายกฯ ไม่มีกำหนดการประชุมหรือหมายเข้าพบเป็นทางการ ก่อนที่เวลา 16.25 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทางกลับบ้านพัก โดยก่อนกลับผู้สื่อข่าวถามว่าได้รายชื่อโผ ครม.เรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ ไม่ตอบคำถามดังกล่าว ได้แต่เพียงส่งยิ้ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ช่วงบ่ายเวลา 14.10 น. นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา ผู้อำนวยการพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ซึ่งเป็นคนสนิทของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรค ชพน. ได้เดินทางมายังตึกไทยคู่ฟ้าทางประตูด้านหลัง พร้อมกับถือซองเอกสารขึ้นไป ก่อนจะเดินทางกลับในเวลา 14.25 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์จะไปเป็นหัวหน้าพรรค พปชร. และ พล.อ.ประวิตรจะไปเป็นประธานคณะที่ปรึกษาพรรคว่า ยังไม่มีการพูดคุย แล้วหลุดไปได้อย่างไร ใครเป็นคนพูด ตนไม่รู้ และไม่รู้จริงๆ เมื่อถามว่าหากเชิญไปเป็นประธานคณะที่ปรึกษาพรรค พปชร. จะรับหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่รับ และยังไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่มีการปิดห้องเพื่อคุยกัน 3 คนที่สโมสรทหารบกวิภาวดี ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์, พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีอะไร ซึ่งเป็นเพียงการดื่มกาแฟกันเฉยๆ ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องอะไรทั้งสิ้น และไม่ได้พูดคุยเรื่องการสรุปผลงานของคสช.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าใช่หรือไม่ใช่ แต่หากเกิดขึ้นจริง จะไม่มีปัญหาในทางกฎหมาย เพราะไม่มีอะไรห้าม เป็นธรรมดา แต่ในทางการเมืองนั้นตนไม่ทราบ คงต้องให้เกจิทั้งหลายในทางการเมืองเป็นคนให้ความเห็น ส่วนในแง่ของจริยธรรมนั้น ก็มีคนบอกว่าจะต้องเป็น ซึ่งตนตอบไม่ได้ อย่างการเลือกนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาก็มีชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์กับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ หากนายธนาธรชนะ ก็เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองเหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคใหม่ ว่าเป็นเพียงกระแสข่าว ซึ่งไม่ทราบข้อเท็จจริง แต่หาก พล.อ.ประยุทธ์จะมาเป็นหัวหน้าพรรค ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะถือเป็นผู้นำเข้มแข็ง ซึ่งจะทำให้พรรคเกิดความเข้มแข็งและเดินหน้าไปได้ ทั้งนี้ยังไม่ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์จะมาดำรงตำแหน่งจริงหรือไม่ และประเด็นนี้ทางพรรคยังไม่เคยมีการพูดคุยหรือวางตัวมาก่อน และหาก พล.อ.ประยุทธ์มาเป็นหัวหน้าพรรคจริง ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนตัวกรรมการบริหารพรรคใหม่หรือไม่ ซึ่งรวมถึงตำแหน่งเลขาธิการพรรคด้วย
&amp;quot;ลุงตู่&amp;quot;สมัครสมาชิก พปชร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้พรรคยังไม่มีการเทียบเชิญ พล.อ.ประยุทธ์มาเป็นหัวหน้าพรรค และยังเร็วไปที่จะพูดเรื่องนี้ ต้องรอความชัดเจน และส่วนตัวเห็นว่าเป็นไปได้ที่ พล.อ.ประยุทธ์อาจจะสมัครเป็นสมาชิกพรรค เพื่อให้การทำงานของพรรคและของนายกฯ เป็นไปในทิศทางที่สอดรับกัน ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องของอนาคต&amp;rdquo; นายสนธิรัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค พปชร. เพื่อเตรียมก้าวสู่ตำแหน่งการเป็นหัวหน้าพรรคและมีชื่อของตนเองขยับมาเป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ ว่าไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนว่าจะมีแคนดิเดตเป็นเลขาธิการพรรค และที่ผ่านมาไม่ได้มีการพูดคุยว่าจะมีการวางตัวให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวหน้าพรรค เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค พปชร. กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ทราบ และไม่มีการพูดถึงว่าจะให้พล.อ.ประยุทธ์มาเป็นหัวหน้าพรรค ตนก็เพิ่งรู้จากข่าวพร้อมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรค พปชร. กล่าวถึงกระแสดังกล่าวว่า ไม่เคยทราบมาก่อน แต่ถ้าจริง เชื่อทุกคนในพรรคคงไม่มีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าการจัดโผ ครม.นั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงความชัดเจนเกี่ยวกับตำแหน่ง รมว.กลาโหมในรัฐบาลชุดหน้าว่า ตนยังไม่ได้พูดคุยกับพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นเรื่องของ พล.อ.ประยุทธ์ที่จะต้องทำหน้าที่จัดตั้งรัฐบาล ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าจะขอหยุดพักและไม่รับตำแหน่งอะไรเลยนั้น ตนไม่ทราบ ขอให้ดูไปแล้วกัน ถ้ามีคำสั่งโปรดเกล้าฯ ลงมาก็ทำ แต่ถ้าไม่มีคำสั่งโปรดเกล้าฯ ลงมาก็ไม่ทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ พล.อ.ประวิตรจะรับตำแหน่ง รมว.กลาโหม และให้ รมช.กลาโหมทำหน้าที่แทน &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;ldquo;แบบนี้ก็เอาเปรียบเขาสิ&amp;rdquo; เมื่อถามย้ำว่าหรือว่าจะเหลือเพียงตำแหน่งรองนายกฯ เพียงตำแหน่งเดียว พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;ldquo;ก็ไม่รู้ ยังไงก็ได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งหมดอยู่ที่นายกรัฐมนตรีคนเดียว ซึ่งขณะนี้พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังไม่ได้มาคุยกับผม เพราะมัวแต่จัดการปัญหาภายในพรรคอยู่ ตอนนี้ยังพอมีเวลาอยู่ อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องการประชุมผู้นำอาเซียนที่ไทยเป็นเจ้าภาพ เนื่องจากเรายังคงใช้คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดเก่าอยู่&amp;quot; พล.อ.ประวิตรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายอยากให้อยู่ในตำแหน่งต่อไป เพื่อรับผิดชอบงานการแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมาย หรือไอยูยู ว่า &amp;quot;คนมีเยอะแยะ ดูร่างกายผมสิ มันไม่ค่อยดีแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีคนมองว่าควรอยู่รับใช้ชาติต่อไปอีกนั้น &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็อยู่มา 50 กว่าปีแล้ว เมื่อถามต่อว่าอยู่ต่ออีก 4 ปีก็ไม่เห็นเป็นไรเลย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;โอ๊ย ...ตายก่อน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวพยายามซักให้ชัดเจนว่าจะคงอยู่ในตำแหน่งรองนายกฯ ตำแหน่งเดียวเลย หรือควบตำแหน่ง รมว.กลาโหมด้วย แต่ พล.อ.ประวิตรปฏิเสธจะตอบคำถาม โดยระบุว่าขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีตอนนี้บอกไม่ได้ ยังครึ่งๆ กลางๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ชงรายชื่อ ครม.ให้นายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายสนธิรัตน์กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลว่า ขณะนี้รายชื่อในส่วนของพรรค พปชร.ถึงมือ พล.อ.ประยุทธ์เรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับพรรคร่วมรัฐบาลที่ทยอยส่งรายชื่อให้กับนายกรัฐมนตรีพิจารณาในขั้นสุดท้าย ยอมรับว่าบางตำแหน่งทางพรรคได้ส่งรายชื่อให้นายกฯ พิจารณามากกว่า 1 รายชื่อ พร้อมข้อเสนอแนะ แต่ไม่ได้เจาะจงว่าต้องเป็นบุคคลใด โดยขึ้นอยู่กับนายกฯ จะพิจารณาเลือกบุคคลใด อย่างไรก็ตาม คาดว่าเดือน ก.ค.จะได้เห็นโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกระแสความขัดแย้งในการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีภายในพรรค พปชร. นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ทุกพรรคมีปัญหาเกี่ยวกับความเห็นที่แตกต่างกัน พรรค พปชร.เป็นพรรคขนาดใหญ่ มี ส.ส.กว่า 100 คน จึงเป็นเรื่องปกติ ที่สำคัญพรรคเปิดโอกาสให้ทุกคน และเคารพความเห็นของทุกคน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีความเห็นต่าง แต่สุดท้ายก็ต้องจบด้วยการพูดคุยทำความเข้าใจกัน ซึ่งการตั้ง ครม. มีทั้งคนพอใจและไม่พอใจ เป็นเรื่องปกติ เราไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้หมด ส่วนตัวไม่อยากเห็นการโจมตีกัน เพราะเรากำลังเดินหน้าประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เลขาธิการพรรค พปชร.กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำนโยบายรัฐบาลว่า ขณะนี้กรอบนโยบายพรรคเสร็จสมบูรณ์แล้ว จากนั้นในสัปดาห์หน้าจะเช็กความพร้อมของพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อนัดหารือร่วมกัน เพื่อนำนโยบายของแต่ละพรรคร่วมมาร้อยเรียงให้เป็นนโยบายรัฐบาล ก่อนส่งให้นายกฯ พิจารณาและแถลงต่อรัฐสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะ ซึ่งอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าจะหลุดจากโผ ครม.ไม่ได้ตำแหน่ง รมว.พลังงาน ว่าไม่ทราบ เป็นเรื่องของ พล.อ.ประยุทธ์ที่จะพิจารณา ทั้งนี้เคารพในการตัดสินใจ รับได้และไม่คิดลาออกจากพรรค ส่วนกรณีเคยประกาศไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น ขอถอนคำพูด และถ้า พล.อ.ประยุทธ์เห็นว่าเหมาะสมในการเป็นรัฐมนตรี ก็พร้อมจะรับตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ กล่าวถึงกระแสข่าวว่ายังมีความขัดแย้งภายในพรรคจากการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีว่า ยืนยันว่าพรรคยังคงมีเอกภาพและปกติที่มีการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ซึ่งเชื่อว่าสุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นผู้ตัดสินใจเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดล เหตระกูล เลขาธิการพรรคชาติพัฒนา(ชพน.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่าพรรค ชพน.ได้รับตำแหน่ง รมช.อุตสาหกรรม หรือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ยืนยัน 3 เสียงของพรรค ชพน. มีความเป็นปึกแผ่นและมีเอกภาพ เพื่อให้เกิดเสถียรภาพของรัฐบาล แม้ว่าเสียงของรัฐบาลจะปริ่มน้ำ แต่เชื่อมั่นว่า พล.อ.ประยุทธ์จะสามารถนำพารัฐบาลนี้บริหารประเทศไปได้อย่างเรียบร้อย หลังจากวันเลือกตั้ง ผู้ใหญ่และแกนนำของทั้ง 2 พรรคได้มีการพูดคุยและหารือกันมาตลอด ในหลักการเบื้องต้นของนโยบายการทำงานร่วมกันรวมทั้ง 1 ตำแหน่ง รัฐมนตรีที่จะมอบให้พรรคชาติพัฒนา ซึ่งพรรคไม่ได้ตั้งเงื่อนไขว่าจะต้องได้ตำแหน่งรัฐมนตรีที่กระทรวงใด เนื่องจากให้เป็นการพิจารณาของนายกฯ ตามความเหมาะสม ทั้งกระทรวงที่จะมอบหมายและตัวบุคคลของพรรค โดยขณะนี้พรรครอการนัดหมายอย่างเป็นทางการเพื่อหารือร่วมกันกับพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;
ปชป.ยังฟัดกันไม่เลิก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ส่งรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย &amp;nbsp;8 ตำแหน่ง ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ &amp;nbsp;เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในส่วนรายชื่อนายชาดา ไทยเศรษฐ์ &amp;nbsp;ส.ส.อุทัยธานี ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นผู้มีอิทธิพลนั้น ซึ่งทางพรรคยังยืนยันจะส่งไปรับตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์เช่นเดิม และให้สิทธิ์ นายกฯ เป็นผู้พิจารณาตัดสินขั้นสุดท้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอีก 7 ตำแหน่งยังเป็นเช่นเดิมคือ นายอนุทิน ดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ สามีนางนาที รัชกิจประการ แม่ทัพภาคใต้ ตำแหน่ง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ประกอบด้วย นายทรงศักดิ์ ทองศรี ส.ส.บัญชีรายชื่อ ดำรงตำแหน่ง รมช.มหาดไทย, &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ และนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.บัญชีรายชื่อ รมช.พาณิชย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนจะมีประชุมกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) เวลา 14.00 น. เพื่อพิจารณาบุคคลที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ใน 5 ตำแหน่ง คือ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, รมช.คมนาคม, รมช.ศึกษาธิการ, รมช.สาธารณสุข และ รมช.มหาดไทย ส่วนตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ แน่นอนแล้วคือ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ส่วนรมว.เกษตรฯ ได้แก่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีกระแสข่าวสะพัดว่า ส.ส.กลุ่ม กปปส.ในพรรค ปชป. เตรียมใช้เวทีประชุมร่วมวัดกำลังในพรรค โดยจะเสนอให้ทบทวนรายชื่อ หากกลุ่มของตัวเองไม่ได้รับการสนับสนุนจากที่ประชุม กก.บห. โดยจะใช้เสียง ส.ส.ในกลุ่ม 27 คน ซึ่งถือว่าเกินครึ่งหนึ่งของ ส.ส.ทั้งหมด 53 คน เป็นตัวบีบให้ผู้บริหารชุดปัจจุบันต้องยอมเปลี่ยนแปลงรายชื่อใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์เปิดเผยก่อนการประชุมว่า ที่ประชุมจะพิจารณาตัวบุคคลที่เหมาะสมดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคให้ได้ข้อยุติในวันนี้ จากนั้นจะส่งรายชื่อให้นายกฯ การพิจารณาจะเป็นไปตามข้อบังคับพรรค เช่น ความรู้ความสามารถ ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และความเสียสละเพื่อพรรค &amp;nbsp;รวมถึงจะนำข้อเสนอของทุกฝ่ายมาประกอบ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบข้อบังคับพรรค ส่วนตำแหน่งอื่นๆ รวมทั้งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องรอให้นายกฯ แจ้งมาก่อนว่ามีตำแหน่งใดบ้างจึงจะพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่ประชุม กก.บห.พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในโควตาของ ปชป. 8 ตำแหน่ง 7 คน ประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรี, รมว.พาณิชย์, &amp;nbsp;รมว.เกษตรฯ, รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, รมช.มหาดไทย, รมช.คมนาคม, รมช.สาธารณสุข และ รมช.ศึกษาธิการ โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค เป็นผู้นำเสนอประเด็นการประชุม&amp;nbsp;
ลงคะแนนลับ&amp;quot;ถาวร&amp;quot;คั่ว รมต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยได้ให้เจ้าหน้าที่แจกรายชื่อบุคคลที่มีความเหมาะสมเป็นรัฐมนตรี เพราะมีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อบังคับพรรค ประกอบด้วย 1.นายจุรินทร์ 2.นายเฉลิมชัย 3.นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค 4.นายจุติ ไกรฤกษ์ รองหัวหน้าภารกิจ 5.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าภารกิจ 6.นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าภาคกลาง และ 7.นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา จากนั้นเปิดให้มีการอภิปราย โดยนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคภาคใต้ ตั้งข้อสังเกตถึงรายชื่อที่ส่งให้ กก.บห.พิจารณาว่า เหตุใดจึงกระจุกตัวอยู่ที่จังหวัดสงขลาถึง 2 คน คือนายนิพนธ์กับนายถาวร และเหตุใดโควตาภาคใต้จึงเหลือแค่ 2 คน ทั้งที่ตามสัดส่วนต้องได้ 3 &amp;nbsp;ตำแหน่ง จากการที่ได้ ส.ส.มา 22 คน และได้เสนอชื่อตัวเองเข้าชิงตำแหน่งรัฐมนตรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิรัช ร่มเย็น กก.บห. สอบถามถึงหลักเกณฑ์ว่าจะใช้หลักใดในการพิจารณา เพราะหากคำนึงถึงความอาวุโส ตนเองอยู่พรรคมา 22 ปี เป็น ส.ส. 8 สมัย ทำงานให้พรรคมาตลอด พร้อมกับเสนอชื่อตัวเองชิงตำแหน่งรัฐมนตรีด้วย ทำให้ในส่วนของรายชื่อที่ 7 มีผู้เสนอตัว 3 คน นายจุรินทร์จึงให้มีการลงคะแนนลับ ผลปรากฏว่านายถาวรได้รับการสนับสนุนให้เป็นรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม ในการประชุมครั้งนี้ยังไม่ได้ระบุว่าใครจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงใด กำหนดเพียงแต่ตัวบุคคลที่จะไปเป็นรัฐมนตรีเท่านั้น โดยมอบหมายให้หัวหน้าพรรคไปพิจารณาตามความเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการประชุม นายวิรัชยังตั้งคำถามให้ผู้บริหารพรรคแจกแจงที่มาของการเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมเป็นรัฐมนตรีในลักษณะเป็นแพ็กเกจพร้อมกัน 7 คนว่าเกิดจากอะไร เนื่องจากในแต่ละภาคมีหลายคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม แต่กลับไม่ปรากฏชื่อ ซึ่งผู้บริหารพรรคไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ โดยให้เหตุผลเพียงว่าได้พิจารณาอย่างเหมาะสมแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากมีการประชุม กก.บห.นานกว่า 3 ชั่วโมงก็ได้เชิญ ส.ส.เข้าร่วมประชุมด้วยในเวลา 17.40 น. รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนการประชุมครั้งนี้ นายจุรินทร์ ได้มีการตกลงกับนายถาวรว่าจะให้ตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อมจาก ส.ส.กลุ่ม กปปส.ในพรรค โดยให้เหตุผลกับ กก.บห.ให้สนับสนุนนายถาวรว่าเพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพภายในพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) คณะรัฐศาสตร์ จัดงาน70 ปี สถาปนาคณะรัฐศาสตร์ โดยมีการจัดเสวนาหัวข้อ &amp;ldquo;ทิศทางการเมืองไทยภายใต้รัฐบาลใหม่ การเมืองของความหวัง หรือ จุดเริ่มต้นของวิกฤติครั้งต่อไป&amp;rdquo; โดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า สิ่งที่เราเป็นอยู่ไม่ใช่วิกฤติครั้งใหม่ แต่เป็นวิกฤติเดิม ที่มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ 19 ก.ย.49 นี่เป็นวิกฤติเดียวกันตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ ใจกลางปัญหาอยู่ที่อำนาจในประเทศนี้เป็นของใคร มีฝั่งหนึ่งยืนยันหนักแน่นว่าอำนาจของประเทศนี้เป็นของประชาชน ขณะที่อีกฝั่งมีผู้สนับสนุนน้อยกว่า แต่เชื่อว่าอำนาจเป็นของอภิสิทธิ์ชน เพียงไม่กี่คน แต่คนกลุ่มนี้มีอำนาจปืน มีรถถัง ถือตาชั่งทางกฎหมาย นี่คือปัญหาที่ยังแก้ไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรบอกว่า &amp;nbsp;เหตุการณ์ข่มขู่เรื่องพานไหว้ครูไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มันใช้ไม่ได้แล้ว เช่นเดียวกับงานแปรอักษร หรือการตรวจตรวจสอบทุจริตอุทยานราชภักดิ์ ที่ถูกไล่ล่าดำเนินคดี วันนั้นไม่มีฝ่ายค้าน แต่วันนี้มี ซึ่งหน้าที่ของเราคือการปกป้องสิทธิและเสรีภาพของประชาชน พรรคเรามี ส.ส.มากกว่า 20 คน ซึ่งสามารถเสนอกฎหมายเข้าไปในสภาได้ ซึ่งเรื่องแรกที่เราจะทำคือการปรับแก้ รธน.มาตรา 272 และ 279 ในเรื่องอำนาจของ ส.ว. และคำสั่ง คสช.มีอำนาจชั่วกาลปาวสาน ต่อไปเราจะรณรงค์การปฏิรูปกองทัพ ยุติการเกณฑ์ทหาร ยุติระบบราชการรวมศูนย์ และการกระจายอำนาจ &amp;nbsp;และอำนาจที่ใช้กดทับเรามาตลอด 5 ปี จะใช้ไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้นตอของความขัดแย้งคือคนที่ขโมยอำนาจไปแล้วไม่คืน เรื่องนี้ง่ายมาก อำนาจควรเป็นของคนไทยทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน คนที่ขโมยอำนาจมาแล้วเขียนรัฐธรรมนูญ ให้อำนาจอยู่กับเขาไปตราบนานแสนนาน จะปล่อยให้คนพวกนี้ตีกินเรื่องความขัดแย้งไม่ได้นี้ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคน หากเกิดรัฐประหารอีกครั้ง ขอให้ลุกขึ้นมาต่อสู้ต่อต้านการรัฐประหารไปด้วยกัน&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา แกนนำพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;กล่าวว่า เมื่อจัดตั้งคณะรัฐมนตรีแล้วเสร็จ ม.44 ที่ปิดปากสื่อมา 5 ปี การตรวจสอบไม่ได้จะหมดไป แม้คสช.จะหมดไปแล้ว แต่ร่างทรงและวิญญาณของคสช.ยังอยู่ ในชื่อเดิม พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร พล.อ.อนุพงษ์ อยู่ใน ครม. เดิมถ้าอยู่กับ สนช.จะถูกประคบประหงมยิ่งกว่าไข่ในหิน แต่ในสภาผู้แทนฯ นั้น พรรคเพื่อไทย อนาคตใหม่ จะตรวจสอบร่างทรง คสช.อย่างเข้มข้น ข้อสงสัยของประชาชนจะได้รับการเปิดเผย ผ่านการตั้งกระทู้ทุกสัปดาห์ สมาชิก พปชร.ก็ต้องทำหน้าที่พิทักษ์ร่างทรง คสช.อย่างหนัก การแก้รัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยคงไม่แก้ไม่ได้ เขาไม่ได้เขียนมาให้แก้ แต่เขียนมาให้ฉีก จึงต้องยกร่างใหม่ แต่กลไกนั้นถูกปิดต้องทำประชามติถามประชาชนว่าพร้อมจะทำกติใหม่ที่เป็นธรรมร่วมกันหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า บรรยากาศการเมืองที่น่ากลัวเวลานี้ ไม่ใช่เรื่องผลการเลือกตั้งคะแนนปริ่มน้ำ เท่ากับเรากำลังดำเนินการต่อสู้โดยการโจมตีกล่าวหาเพื่อน หลังการเลือกตั้งที่ได้สมาชิกเข้ามาทำหน้าที่ ปรากฏว่าบรรยากาศนั้นกำลังเปลี่ยนไป การอภิปรายในสภาไม่ได้บอกว่าตัวเองดีอย่างไร แต่บอกว่าเพื่อนไม่ดีอย่างไร หากท่านสังเกตจากการประชุมสภา ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นคือ พวกเขาต้องต่อสู้ จนเป็นคดีสู่ศาล สุดท้ายก็กลายเป็นการสู้รบปรบมือ แต่หากเราทำการเมืองให้เป็นการโฆษณาให้เขาเคารพรักศรัทธา ก็จะไม่นำการคนไปสู่ท้องถนน ซึ่งเราต้องเคารพสิทธิของคนอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บรรยากาศเป็นปกติ เหมือนกับการตั้งรัฐบาลผสมแบบที่ผ่านมา แต่ภายใต้กฎหมายใหม่ สิ่งที่จะเกิดขึ้น ตัวบทกฎหมายบอกไว้ว่า อะไรคือสิ่งที่รัฐมนตรีต้องทำอย่างละเอียด อันนี้เป็นสิ่งที่น่ากลัวกว่า มีคนถามผมว่าท่านนายทะเบียนครับ แล้วผมจะทำมาหากินอะไรได้ เพราะเขาห้ามไปหมด รวมถึงคนที่อยู่ข้างหลัง เพราะเป็นสิ่งที่สังคมตรวจสอบอยู่แล้ว เมื่อเราให้อำนาจน้อย เขาก็จะทำอะไรได้น้อยไปด้วย&amp;rdquo;นายวิเชียรระบุ. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38593</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, ธนกร วังบุญคงชนะ, พงศ์เทพ เทพกาญจนา, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วิรัช ร่มเย็น, วิษณุ เครืองาม, วิเชียร ชวลิต, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190614/image_big_5d03ad4c808ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
