<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2020 19:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2020 19:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA และภาคี ลงพื้นที่ติดตามผลจัดระเบียบสายสื่อสาร ถนนเพชรบุรี พร้อมเดินหน้าปูพรมพร้อมกัน 3 จังหวัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (16 มกราคม 2563) นายพงษ์ศักดิ์ ละมูนกิจ รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA พร้อมด้วย นายประสงค์ คุ้มประดิษฐ์ นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน และเรืออากาศตรี สำเริง เชี่ยวชูกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ MEA&amp;nbsp; ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานจัดระเบียบสายสื่อสารบริเวณถนนเพชรบุรีให้เป็นไปตามแผนงาน ร่วมกับ พนักงาน MEA กรุงเทพมหานคร (กทม.) สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้ประกอบการสายสื่อสาร สำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อดำเนินการร่วมกันแก้ไขปัญหาสายสื่อสารรกรุงรังรือถอนสายสื่อสารที่ไม่ใช้งานออกและจัดระเบียบสายสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชน ตามนโยบายของรัฐบาล ณ บริเวณซอยเพชรบุรี 20 ถนนเพชรบุรี กรุงเทพฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสงค์ คุ้มประดิษฐ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ MEA กล่าวว่า MEA ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ได้เล็งเห็นถึงปัญหาสายสื่อสารรกรุงรัง และห้อยต่ำ ซึ่งส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุ และผลกระทบต่ออุปกรณ์ระบบจำหน่ายไฟฟ้าของ MEA รวมถึงความปลอดภัยของประชาชน พร้อมดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล MEA จึงเร่งดำเนินการสำรวจเส้นทางที่มีสายสื่อสารรกรุงรังในพื้นที่รับผิดชอบกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ทั้งสิ้น 318 เส้นทาง รวมระยะทางกว่า 2,200 กิโลเมตร&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งมีแผนการรื้อถอนสายสื่อสารที่ไม่ใช้งานออกภายในเดือนมิถุนายนนี้ และจัดระเบียบสายสื่อสารรูปแบบใหม่ รวมถึงบันทึกข้อมูลสายสื่อสารทั้งหมดให้เสร็จสิ้นตามแผนงานภายในปี 2563 โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 เฟส ได้แก่ เฟสที่ 1 ระยะทาง 211.8 กิโลเมตร อยู่ระหว่างดำเนินการรื้อถอนสายสื่อสารที่ไม่ใช้งานหรือสายตายและจัดระเบียบสาย คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน มกราคม 2563 และเฟสที่ 2 อยู่ในระหว่างร่วมกันจัดทำแผนดำเนินการในเส้นทางที่เหลืออยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ MEA มีการจัดระเบียบสายสื่อสารรูปแบบใหม่ โดยมีขั้นตอนดำเนินการ ได้แก่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.บริษัทโทรคมนาคมต่างๆ สำรวจสายสื่อสารของตนเอง พร้อมติดแท็กระบุชื่อบริษัทผู้รับผิดชอบสาย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.รื้อถอนสายสื่อสารที่ไม่มีเจ้าของ ไม่ถูกใช้งาน หรือสายตาย 3.ติดตั้งคอนสำหรับสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้าเพื่อรองรับการพาดสายสื่อสารที่ได้รับอนุญาตจาก MEA พร้อมให้ผู้ประกอบการพาดสายของตนเองให้เป็นระเบียบภายในช่องที่ได้รับอนุญาต และ 4.บันทึกข้อมูลสายสื่อสารในแต่ละเส้นทางในระบบข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System : GIS) เพื่อเก็บเป็นฐานข้อมูล ป้องกันการละเมิดในภายหลัง ซึ่งจากรูปแบบดังกล่าวจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถลดจำนวนการใช้สายสื่อสารลงโดยที่ไม่กระทบต่อลูกค้าผู้ใช้งานเครือข่าย สายสื่อสารมีความเป็นระเบียบ ตลอดจนการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการแต่ละรายสามารถสอดส่องดูแลไม่ให้มีผู้ลักลอบมาพาดสายโดยไม่ได้รับอนุญาตได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สำหรับการลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานบริเวณถนนเพชรบุรีในวันนี้ถือว่ามีความคืบหน้าสามารถดำเนินการตามแผนงานขั้นตอนที่กำหนดไว้ จากความร่วมมือในการจัดระเบียบสายสื่อสารเมืองมหานคร Smart Metro&amp;nbsp; จะช่วยแก้ไขปัญหาสายสื่อสารรกรุงรังและป้องกันการลักลอบพาดสายสื่อสาร และช่วยให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยภูมิทัศน์สวยงาม ทำให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคง มีความปลอดภัยแก่ประชาชนในระยะยาวต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากประชาชนที่พบเห็นปัญหาสายสื่อสารรกรุงรัง สายสื่อสารหลุดห้อยไม่ปลอดภัย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน กสทช. โทร 1200 หรือ LINE@ : @nbtc1200&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54739</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, Energize smart living, Energy for city life, MEA, จัดระเบียบสายสื่อสาร, พงษ์ศักดิ์ ละมูนกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200116/image_big_5e205a307ed12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2019 17:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2019 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟน. ร่วมจัดงาน IEEE PES GTD ASIA 2019 โชว์นวัตกรรมไฟฟ้าสุดล้ำแห่งอนาคต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายพงษ์ศักดิ์ ละมูนกิจ รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เป็นผู้แทนผู้ว่าการ กฟน. นำคณะผู้บริหาร และพนักงาน กฟน. ร่วมพิธีเปิดงาน IEEE PES GTD ASIA 2019 ซึ่งเป็นงานสัมมนาวิชาการและจัดแสดงนิทรรศการด้านระบบไฟฟ้าและพลังงานระดับโลก โดยจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย ซึ่ง กฟน. ถือเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ร่วมสนับสนุนงบประมาณการจัดงานดังกล่าว พร้อมจัดแสดงนิทรรศการไฟฟ้าสุดล้ำแห่งอนาคตเพื่อเมืองมหานคร ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รองผู้ว่าการ กฟน. กล่าวว่า กฟน. ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงมหาดไทย ที่มีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพงานบริการเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ โดย กฟน. ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน การจัดงาน IEEE PES GTD ASIA 2019 ซึ่งเป็นการประชุมวิชาการและนิทรรศการนานาชาติ ด้านระบบไฟฟ้าและพลังงาน ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-23 มีนาคม 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;Big Shift in Power and Energy&amp;rdquo; ซึ่งจะมีการนำเสนอการประชุมเชิงวิชาการและจัดแสดงนิทรรศการที่ครอบคลุมทุกด้านเกี่ยวกับระบบผลิต การส่งและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับระบบดิจิทัล และการบูรณาการเทคโนโลยีร่วมกัน ถือเป็นการจัดขึ้นในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชีย เป็นครั้งแรก หลังจากที่ได้มีการจัดมาอย่างต่อเนื่องกว่า 40 ปี ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้งานดังกล่าวยังเป็นการพบปะระหว่างผู้ประกอบการชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลกที่เข้าร่วมแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและพลังงานทุกรูปแบบอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รองผู้ว่าการ กฟน. กล่าวต่อไปว่า กฟน. รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนการจัดงานดังกล่าว ภายในงาน กฟน. ยังได้มีการจัดนิทรรศการโชว์นวัตกรรมทางด้านระบบจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าที่ทันสมัยบนพื้นที่กว่า 90 ตารางเมตร บริเวณบูธ&amp;nbsp; J10&amp;nbsp; โดยจัดแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยีในด้านต่าง ๆ ได้แก่ Smart Metro Grid Control Center ซึ่งเป็นระบบการจัดการควบคุมดูแลระบบจำหน่ายไฟฟ้าของ กฟน. ในเขตพื้นที่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ด้าน Smart Solar เป็นการนำเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) มาประยุกต์ใช้ในหน่วยงาน พร้อมเป็นผู้นำในการให้คำแนะนำปรึกษาและบริการแก่ประชาชนและนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงผู้ที่สนใจเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์&amp;nbsp; ด้าน Smart life เป็นการนำเสนองานบริการของ กฟน. เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ รวมถึงรองรับงานบริการในอนาคต ได้แก่ MEA Smart Life Application บริการชำระค่าไฟฟ้า แจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้อง ประกาศดับไฟฟ้า รับข้อมูลข่าวสาร อื่นๆ&amp;nbsp; และ MEA EV Application สำหรับการตรวจสอบ และจองสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึง Smart MEA EV นำเสนอการวิจัยและพัฒนา สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อรองรับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต นอกจากนี้ กฟน. ยังได้จัดแสดงการดำเนินโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศ เป็นสายไฟฟ้าใต้ดินสร้างมหานครแห่งอาเซียน ซึ่งเป็นโครงการที่สำคัญที่เพิ่มประสิทธิภาพพลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร ในการสร้างความเพียงพอ มั่นคง เชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า ปรับปรุงภูมิทัศน์ของกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ให้มีทัศนียภาพที่สวยงาม ปลอดภัย ส่งเสริมให้เกิดการเติบโตทางธุรกิจท่องเที่ยว และเกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กฟน. จึงขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจเข้าร่วมชมนิทรรศการดังกล่าวได้ฟรี ระหว่างวันที่ 21-22 มีนาคม 2562 เวลา 10.00-18.00 น.และวันที่ 23 มีนาคม 2562 ระหว่างเวลา 10.00-15.00 น. โดยลงทะเบียนเข้างานได้ที่ Hall 98 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;Energy for city life, Energize smart living&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31976</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, Energy for city life, IEEE PES GTD ASIA 2019, การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.), พงษ์ศักดิ์ ละมูนกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190322/image_big_5c94bab763d24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31162</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2019 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2019 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ การไฟฟ้านครหลวง ลงนามความร่วมมือโครงการนำร่องทดลองติดตั้งเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าชนิดเติมเงินตลาดบางกะปิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วันนี้ (12 มีนาคม 2562) กรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) จัดแถลงข่าว &amp;ldquo;พิธีลงนามความร่วมมือโครงการนำร่องทดลองติดตั้งเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าชนิดเติมเงิน ณ ตลาดบางกะปิ (ลาดพร้าว 127) เขตบางกะปิ&amp;rdquo; ระหว่าง กรุงเทพมหานคร กับ การไฟฟ้านครหลวง เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการสาธารณูปโภค โดยนำร่องโครงการ ณ ตลาดบางกะปิ (ลาดพร้าว 127) ทดลองติดตั้งเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าชนิดเติมเงิน จำนวน 77 เครื่อง และปรับเปลี่ยนรูปแบบการจดหน่วยการใช้กระแสไฟฟ้าจากเดิมใช้ไฟฟ้าก่อนประมาณ 1 เดือน (Postpaid) มาเป็นแบบเติมเงินล่วงหน้า (Prepaid) เพียงแค่ผู้ใช้ไฟฟ้าเติมเงินค่ากระแสไฟฟ้าเข้าระบบก็จะสามารถใช้กระแสไฟฟ้าได้ ทั้งนี้หากจำนวนเงินในระบบใกล้หมดจะมีข้อความแจ้งเตือนให้ผู้ใช้บริการทำการเติมเงินหากต้องการใช้ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ระบบการใช้ไฟฟ้าแบบเติมเงิน นั้น ใช้งานได้ง่าย รวดเร็ว เพื่อนำกรุงเทพฯ ก้าวสู่ความเป็นมหานครที่มีการพัฒนาในระดับสากล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานตลาด กรุงเทพมหานคร ดำเนินโครงการนำร่องทดลองติดตั้งเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าชนิดเติมเงิน ณ ตลาดบางกะปิ (ลาดพร้าว 127) นับเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนามาตรฐานของตลาด เพื่อเพิ่มศักยภาพในการใช้ไฟฟ้าอย่างสะดวก ปลอดภัย แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ค้าตลาดบางกะปิโดยการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับผู้ประกอบการค้าที่เข้ามาค้าขายภายในตลาดบางกะปิ (ลาดพร้าว 127) สอดคล้องกับนโยบายของทั้ง&amp;nbsp; 2 หน่วยงาน&amp;nbsp; ที่ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นอย่างยิ่งในการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดในปัจจุบัน สนับสนุน ส่งเสริมการค้าและบริการให้สะดวกเพิ่มมากขึ้น ตรงตามความต้องการของผู้ค้าที่ใช้ไฟฟ้าแบบรายวัน กรุงเทพมหานคร และการไฟฟ้านครหลวงจึงได้จัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกัน ภายใต้ชื่อโครงการนำร่องทดลองติดตั้งเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าชนิดเติมเงิน ณ ตลาดบางกะปิ (ลาดพร้าว 127)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายพงษ์ศักดิ์ ละมูนกิจ รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง เปิดเผยว่า กฟน. มุ่งเน้นการสร้างสรรค์นวัตกรรม ขับเคลื่อนพลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร ตอบสนองต่อนโยบายภาครัฐในการยกระดับคุณภาพงานบริการ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง จึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการนำร่องทดลองติดตั้งเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าชนิดเติมเงินระหว่าง กทม. กับ กฟน. โดยมีระยะเวลา 12 เดือน ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการพัฒนาการให้บริการระบบไฟฟ้าสนับสนุนการจัดการตลาดของ กทม. รวมถึงอำนวยความสะดวกให้กับผู้ค้าภายในตลาด และนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าชนิดเติมเงิน เพื่อประโยชน์ของประชาชน สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ กฟน. จะเป็นผู้รับผิดชอบในการติดตั้งเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าชนิดเติมเงินให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าที่เป็นผู้ค้าของ กทม. ในพื้นที่ตลาดบางกะปิ จำนวน 77 เครื่อง ในระยะแรกจัดให้มีระบบเติมเงินผ่านตู้อัตโนมัติ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ค้าภายในตลาด โดยใช้อัตราค่าไฟฟ้าตามที่ กทม. กำหนดไว้&amp;nbsp; เมื่อเสร็จสิ้นโครงการในระยะเวลาที่กำหนด กฟน. จะประเมินผลและพิจารณาขยายผลในโครงการอื่นๆ ต่อไป เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการด้วยการพัฒนาเทคโนโลยี ที่ทันสมัยของ กฟน. เพิ่มทางเลือกการบริหารการใช้พลังงานไฟฟ้า อำนวยความสะดวกผู้ใช้ไฟฟ้า เดินหน้า สู่การจัดการพลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานครต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;Energy for city life, Energize smart living&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31162</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, Energy for city life, กฟน., การไฟฟ้านครหลวง, จักกพันธุ์ ผิวงาม, พงษ์ศักดิ์ ละมูนกิจ, รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190312/image_big_5c878630b9eec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
