<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79255</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหล้าเก่าในขวดใหม่ ‘เฮียพงษ์’โวนำพท.กลับมายิ่งใหญอี่กครั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เรียบร้อยโรงเรียนหญิงอ้อ &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; ยุคเหล้าเก่าในขวดใหม่ &amp;ldquo;สมพงษ์&amp;rdquo; นั่งหัวหน้าพรรคอีกรอบ เขี่ยขุมอำนาจหญิงหน่อยพ้นกรรมการบริหารเหลือแค่ &amp;ldquo;อนุดิษฐ์&amp;rdquo; คนเดียว หัวหน้าพรรคโว 4 ภารกิจยุคนิวนอร์มอล หวังสร้าง พท.กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง &amp;ldquo;ประเสริฐ&amp;rdquo; ลั่นจะทำพรรคให้เข้มแข็งด้วยการกระจายอำนาจ พ่วงปัด &amp;ldquo;พจมาน&amp;rdquo; คุมแค่ข่าวลือ &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; เชื่อเกมแก้รัฐธรรมนูญจบที่ชั้น กมธ.ว่าไปทางไหน ชี้ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ไม่เคยส่งซิกแค่พูดตามหลักการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้จัดประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกกรรมการบริหาร (กก.บห.) ชุดใหม่ หลังนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ ได้ลาออกจากหัวหน้าพรรค ทั้งนี้ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก แกนนำพรรคต่างทยอยเข้าร่วมห้องประชุมชั้น 7&amp;nbsp; โดยเมื่อคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเดินทางมาถึง ได้มี ส.ส.บางส่วนปรบมือต้อนรับให้กำลังใจ ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์มีสีหน้ายิ้มแย้มเดินทักทาย ส.ส.ในห้องประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หลังการลงคะแนนเลือก กก.บห.ชุดใหม่เรียบร้อย นายชูศักดิ์ ศิรินิล ว่าที่รองหัวหน้าพรรค ได้แจ้งรายชื่อ กก.บห.ชุดใหม่ มีทั้งสิ้น 24 คน ประกอบด้วย นายสมพงษ์ เป็นหัวหน้าพรรคอีกสมัย&amp;nbsp; รองหัวหน้าพรรคมี 10 คน คือ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง, นายชูศักดิ์ ศิรินิล, นายเกรียง กัลป์ตินันท์, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, นายพิชัย นริพทะพันธุ์, นายสุทิน คลังแสง, นายไชยา พรหมา, พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ และนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นเลขาธิการพรรค มีรองเลขาธิการพรรค 5 คน ประกอบด้วย นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม, นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์, นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล, นายคุณากร ปรีชาชนะชัย และนายนพ ชีวานันท์ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เป็นเหรัญญิกพรรค, นายจักรพงษ์ แสงมณี เป็นนายทะเบียนสมาชิกพรรค, น.ส.อรุณี กาสยานนท์ เป็นโฆษกพรรค และมีกรรมการบริหารพรรค 4 คน ประกอบด้วย นายชวลิต วิชยสุทธิ์, นายสรวงศ์ เทียนทอง, นายองอาจ วงษ์ประยูร และนายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า รายชื่อ กก.บห.ชุดใหม่นี้ เห็นได้ชัดเจนว่ามีการกันคนสายคุณหญิงสุดารัตน์ออกจาก กก.บห.พรรคที่เดิมมีหลายตำแหน่ง ล่าสุดเหลือเพียง น.อ.อนุดิษฐ์คนเดียว ซึ่ง กก.บห.ส่วนใหญ่เป็นคนใกล้ชิดคนตระกูลชินวัตร ไม่ว่าจะเป็นคนใกล้ชิดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ คือ นายสมพงษ์, พล.ต.อ.สมศักดิ์ และนายจักรพล ส่วนที่ใกล้ชิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ก็มีนายกิตติรัตน์, น.ส.ธีรรัตน์ และนายคุณากร ที่ใกล้ชิดนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวนายทักษิณ คือนายเกรียง และมีส่วนหนึ่งมาจากอดีตพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เก่า 2 คน ประกอบด้วย นายพิชัย และ น.ส.อรุณี
ขณะเดียวกันยังมีนักการเมืองรุ่นใหม่และเป็นทายาทนักการเมืองมาเป็น กก.บห. อาทิ นายนพและนายจิรวัฒน์ ส่วนนายเผ่าภูมิ ถือเป็นคนใกล้ชิดนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรค ส่วนกรณีนายประเสริฐได้เป็นเลขาธิการพรรคนั้น เนื่องจากมองว่า ส.ส.อีสานมีอยู่หลายกลุ่ม ถ้าเอาคนของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งขึ้นเป็นเลขาธิการพรรค จะทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันได้ แต่นายประเสริฐไม่ถือว่าเป็นคนของกลุ่มไหนชัดเจน และประนีประนอมจึงทำให้ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายสมพงษ์กล่าวขอบคุณสมาชิกพรรค พท.ตอนหนึ่งว่า สถานการณ์บ้านเมืองวันนี้อยู่ภายใต้ภาวะวิกฤติการเมือง เศรษฐกิจ พรรคจำเป็นต้องปรับโครงสร้างการบริหารพรรคให้แบกรับภารกิจเป็นที่หวังพึ่งได้ของประชาชน ซึ่งภารกิจสำคัญแรกคือ ความมุ่งมั่นต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย โดยพรรคจะจับมือกับทุกเครือข่ายเร่งรัดแก้รัฐธรรมนูญให้เกิดกติกายุติธรรมเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด ภารกิจที่สองคือมุ่งมั่นแบ่งเบาความเดือดร้อนประชาชน โดยเฉพาะวิกฤติเศรษฐกิจ โดยสิ่งที่จะทำต่อจากนี้คือการระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วนทั้งภายในและภายนอกพรรค&amp;nbsp; เพื่อผลักดันนโยบาย หาทางแก้ปัญหาให้เป็นรูปธรรม ดังเช่นที่พรรค พท.ได้เคยทำสำเร็จมาแล้ว ส่วนภารกิจที่สามคือกระชับความสัมพันธ์ในหมู่สมาชิกและประชาชน กลุ่มประชาสังคมทุกเครือข่ายให้เกิดการร่วมมือให้แน่นแฟ้น สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของพรรค และภารกิจท้ายสุดคือ รวบรวมและนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญสื่อสารไปยังประชาชนและ ส.ส. เพื่อรับรู้ปัญหาและสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ของประชาชนในการแก้ไขปัญหาให้ดียิ่งขึ้น
&amp;ldquo;การเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังจากรุ่นสู่รุ่น ระหว่างความรู้ ประสบการณ์ของรุ่นพี่ กับความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ใหม่ๆ และความมุ่งมั่นที่เปี่ยมด้วยพลังของรุ่นน้องๆ ให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เราสองรุ่นจะจับมือกันให้แน่น ร่วมถักทอความหวัง ความฝันที่จะเห็นประชาชนกินอิ่ม นอนหลับ ยิ้มได้อย่างมีความสุขกับชีวิตที่ดีขึ้น คืออุดมการณ์สูงสุดของพรรคเพื่อไทย&amp;rdquo; นายสมพงษ์กล่าว
สร้างเพื่อไทยกลับมาใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า กก.บห.ชุดนี้มีทั้งคนหน้าเก่าหน้าใหม่ผสมผสานกันเพื่อนำพรรคให้กลับมายิ่งใหญ่เหมือนเก่า จากนี้ขอเวลาประมาณ 1 เดือน เพื่อปรับสิ่งต่างๆ จากนั้นจะมีนโยบายออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรม
เมื่อถามว่า คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยานายทักษิณได้ให้คำแนะนำอะไรบ้างหรือไม่ นายสมพงษ์กล่าวว่า คุณหญิงพจมานไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับพรรค แต่อาจมีสมาชิกไปหารือกับท่านตรงนี้เป็นเรื่องส่วนตัว คงไม่ไปก้าวล่วง ส่วนกระแสข่าวคุณหญิงพจมานจะเข้ามาคุมพรรคนั้นเป็นเพียงการลือกันไปต่างๆ นานา เพราะงานท่านก็มีอยู่เยอะ พรรคเรางานก็ยุ่ง ส่วนกระแสข่าวนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามี น.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรสาวนายทักษิณ จะมาร่วมงานการเมืองกับพรรคนั้น ยังไม่เห็นสัญญาณใดๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายประเสริฐกล่าวว่า สาเหตุที่ต้องเปลี่ยนแปลง กก.บห.พรรค เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองในยุคปัจจุบันที่ต้องปรับให้สอดคล้องกับสภาพของเศรษฐกิจและการเมืองที่เปลี่ยนไป เพราะวันนี้ประชาชนขาดศรัทธา พรรคเพื่อไทยจึงจะขับเคลื่อนทุกองคาพยพ โดยหลังจากนี้ภารกิจเริ่มแรกที่สำคัญคือ ต้องเร่งระดมความคิดเห็น เร่งประชุม กก.บห.พรรคโดยด่วนภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ เพื่อวางกรอบนโยบายในด้านต่างๆ ต่อมาคือเร่งสร้างนโยบายของพรรคให้ตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชน
&amp;ldquo;ในฐานะเป็นเลขาธิการพรรค จะสร้างพรรคให้มีความเข้มแข็งด้วยการกระจายอำนาจ แบ่งส่วนงาน กระจายความรับผิดชอบ และให้ความสำคัญกับ ส.ส.ทุกคน เพราะถือเป็นผู้ที่สัมผัสกับพี่น้องประชาชนโดยตรง จะรับรู้รับทราบปัญหาของพี่น้อง&amp;rdquo; นายประเสริฐกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงข่าวที่จะมีการดึงนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กลับมา&amp;nbsp; นายประเสริฐกล่าวว่า นายชัชชาติได้ปฏิเสธในเบื้องต้น คงเป็นเรื่องในอนาคต ส่วนการดึงกลุ่มบุคคลต่างๆ กลับมาร่วมงาน อาทิ กลุ่มแคร์นั้น เป็นกลุ่มนักวิชาการ มีแนวความคิดและข้อคิดเห็นหลายอย่าง อะไรที่เป็นประโยชน์พรรคก็พร้อมรับฟัง โดยอาจร่วมสนทนา สัมมนากันเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศชาติในอนาคตก็เป็นไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีกระแสข่าวคุณหญิงพจมานจะกลับมาบริหารพรรค นายประเสริฐกล่าวว่า ท่านเป็นผู้ใหญ่ของพรรคที่เราให้ความเคารพนับถือ ที่ผ่านมาท่านไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการบริหารกิจการของพรรคแต่อย่างใด ส่วนการดึงคุณหญิงสุดารัตน์เข้ามาร่วมงานนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ยังเป็นสมาชิกและบุคลากรคนสำคัญของพรรคอยู่ หลังจากที่คณะกรรมการบริหารพรรคได้ประชุมกันแล้วก็คงจะพูดคุยกันว่าจะขอให้ท่านกลับมาทำงานร่วมกันอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับนายสมพงษ์ที่ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค พท.อีกครั้ง และขอแสดงความยินดีกับคนบ้านเดียวกัน นายประเสริฐ ที่ได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรค ซึ่งเท่าที่ดูรายชื่อ กก.บห.ชุดใหม่แล้ว เป็นการผสมผสานกันของกลุ่มการเมืองมุ้งต่างๆ ในพรรค ก็หวังว่าการเมืองจะเดินแบบสายกลางไม่สุดโต่ง เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมได้ยินข่าวว่าคุณหญิงพจมานจะมาคุมพรรคเอง แต่ในรายชื่อไม่เห็น แต่อาจมาในนามประธานกรรมการบริหารพรรคอีกชั้นหนึ่ง จึงอยากจะฝากว่าบ้านเมืองบอบช้ำมานาน พรรคเพื่อไทยก็ทราบดีว่ามีส่วนทำให้บ้านเมืองเดินสู่วิกฤติหลายต่อหลายครั้ง เมื่อมีการถ่ายเลือดเปลี่ยนคนใหม่ ก็ขอให้คำนึงถึงกติกาประชาธิปไตย ที่ ส.ส.และพรรคการเมืองต้องเล่นกันในสภา จบที่สภา จะนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับบ้านเมือง&amp;rdquo; นายสุภรณ์กล่าว
ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า 2 ป. เตรียมตั้งพรรคสำรอง ว่าก็ไปถาม 2 ป.เอาเองว่า 2 ป.คือใคร และเขาก็ชี้แจงไปหมดแล้ว มันจะมีอะไร เมื่อซักอีกว่า แต่มีชื่อ พล.อ.ประวิตรอยู่ด้วย รองนายกฯ ตอบว่า เรามีพรรคอยู่แล้วจะไปตั้งพรรคใหม่ทำไม คุณคิดไปเอง ไม่มีอะไร
ปัดข่าวบิ๊กตู่ส่งสัญญาณ
พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะท่าที ส.ว.หลังได้ร่วมเป็นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมทั้ง 6 ฉบับ ก่อนรับหลักการจะมีท่าทีที่ดีขึ้นหรือไม่ว่า ดีขึ้น เดี๋ยวก็ร่วมกันเหมือนเดิม ดูแลให้เรียบร้อย ส่วนที่คิดว่าจะได้รับการสนับสนุนและเห็นชอบจาก ส.ว.เพิ่มมากขึ้นหรือไม่นั้น ส.ว.เขาก็มีความคิดของเขาเอง
เมื่อถามว่า มีบางส่วนบอกว่าเมื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) อยากให้ไปทำประชามติก่อน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ต้องแล้วแต่รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญว่าอย่างไรก็ว่าอย่างนั้น ถามอีกว่าต้องพูดคุยกับ ส.ว.ก่อนหรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า เขาอยู่ในคณะ กมธ.ที่ตั้งร่วมมาด้วยกันอยู่แล้ว ถามย้ำว่าการตั้ง กมธ.ขึ้นมาจะทำให้บรรยากาศของ 3 ฝ่ายดีขึ้นหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ก็เดี๋ยวต้องเชิญฝ่ายค้านมาร่วมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงท่าทีของ ส.ว.ที่ไม่ตอบรับการส่งสัญญาณจากนายกฯ และยังยืนว่าการตั้ง ส.ส.ร.ต้องทำประชามติว่าเป็นความเห็นของ ส.ว. แต่ทุกอย่างต้องไปพูดคุยกันใน กมธ. รัฐบาลหรือตนคงออกความเห็นอะไรไม่ได้ โดยร่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นร่างของพรรคร่วมรัฐบาล 1 ร่าง และร่างพรรคฝ่ายค้าน 1 ร่าง ซึ่งหลักคล้ายคลึงกัน เป็นการแก้ไขรายมาตราอีก 4 ร่าง ร่างของไอลอว์อีก 1 ร่าง ซึ่งของไอลอว์นั้นประธานรัฐสภากำลังตรวจสอบ ทั้งหมดจะเข้าไปสู่การพิจารณาของ กมธ. และได้ยินว่าเขาจะนำบทสรุปหรือข้อสังเกตของ กมธ.ชุดของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ และประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือว่าเป็นการดี เพราะตอนที่ชุดของนายพีระพันธุ์เสนอนั้น ยังไม่มีร่างใดเลยแม้แต่ร่างเดียว ดังนั้นจึงต้องนำมาเทียบกันทั้งหมด จะต้องใช้เวลาไม่เกิน 30 วันนี้ให้เป็นประโยชน์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่เป็นข่าวและวิจารณ์กันว่ารัฐบาลส่งสัญญาณอะไรนั้น เมื่อวันอังคารที่ 28 ก.ย. ผมก็นั่งอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย ไม่เห็นว่าเป็นการส่งซิกใดๆ ทั้งนั้น เป็นเพียงมีการพูดคุยกันหลายเรื่อง เป็นธรรมดาของทุกวันอังคารก่อนการประชุม ครม. ที่รัฐมนตรีคนไหน หรือหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลคนไหนมีข้อหารือหรือเล่าให้นายกฯ ก็พูดคุยเป็นธรรมดา ไม่ใช่ประชุมอะไรด้วยซ้ำไป และพูดถึงเรื่องรัฐธรรมนูญ นายกฯ ปรารภขึ้นมาว่าร่างของพรรคร่วมรัฐบาลนั้น สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลได้ลงชื่อกันไปมากกว่า 200 คน เพราะฉะนั้นก็เป็นธรรมดาที่พรรคร่วมรัฐบาลเมื่อเสนอแล้ว ก็ต้องเข็นต่อไป จะไปกลับลำได้อย่างไร ซึ่งนี่คือสิ่งที่นายกฯ พูด ซึ่งทุกพรรคก็เห็นด้วย&amp;rdquo; นายวิษณุระบุ
นายวิษณุยังกล่าวว่า นายกฯ บอกว่าอันนี้คือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ส่วนการที่ทำความเข้าใจอย่างไรต่อไปกับคนอื่น ซึ่งในที่นี้หมายถึงสมาชิกรัฐสภา ทั้งผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และประชาชน ก็รอฟัง กมธ.ว่าเขาว่ากันอย่างไร เพราะถ้าออกมาตรงกันก็จะได้ไม่ต้องเหนื่อยอธิบาย แต่ถ้าไม่ตรงกันก็ต้องช่วยกันอธิบาย พูดกันแค่นี้ ไม่ได้ส่งซิกส่งอะไร ส่วน ส.ว.ท่านจะพูดกันอย่างไรก็ถูก เพราะถือเป็นผู้มีสิทธิเสียบบัตร หรือผู้มีสิทธิออกเสียงหรือขานชื่อ ท่านจะเอาอย่างไรก็ต้องแล้วแต่ท่าน แต่ทั้งหมดนี้คงต้องคุยกันใน กมธ.ก่อน ไม่อย่างนั้นจะตั้งขึ้นมาหาอะไร และตอนที่นายกฯ พูดคือวันอังคาร กมธ.ยังไม่ได้ประชุมกัน ซึ่งเขาเพิ่งประชุมกันนัดแรกในวันพุธ
เชื่อร่าง รธน.จบที่ กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมได้พูดประโยคสำคัญ พวกคุณสังเกตหรือไม่ เพราะถ้าสังเกตให้ดีจะมีอะไรซ่อนอยู่ ผมบอกว่าทั้งหมดอยู่ที่คณะ กมธ.&amp;nbsp; ถ้า กมธ.ออกมาตรงกับแนวของเรา มันก็ได้ แต่ถ้าไม่ตรงกัน ก็ต้องไปช่วยกันทำความเข้าใจกับ ส.ส., ส.ว. และประชาชน&amp;rdquo; นายวิษณุตอบกรณีเสียง 250 ส.ว.มีความสำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่ามี ส.ว.บางคนเรียกร้องให้ทำประชามติก่อนตั้งส.ส.ร. นายวิษณุกล่าวว่า มีบางคนพูดเท่านั้น ซึ่งได้ยินมานานแล้ว ก็ไม่เป็นไร ถือเป็นข้อเสนอและเป็นข้อสังเกตที่ดี แต่นั่นคือสิ่งที่พูดกันมาก่อนตั้ง กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ในฐานะ กมธ. กล่าวว่า ในการประชุม กมธ.เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ประชุมมีมติตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาเสนอความเห็นในประเด็นข้อกฎหมาย เพื่อศึกษาหาข้อยุติในประเด็นปัญหาทางข้อกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อร่วมกันพิจารณาและวางกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแก้รัฐธรรมนูญต้องดำเนินการอะไรบ้าง ถ้าต้องทำประชามติ ต้องทำกี่ครั้ง ใช้งบประมาณเท่าใด ต้องเตรียมข้อมูลให้รอบด้านเพื่อให้ กมธ.ประกอบการตัดสินใจ โดยคณะอนุกรรมการต้องทำเสร็จโดยเร็วที่สุด เพราะ กมธ.ชุดใหญ่มีกรอบทำงานถึงวันที่ 22 ต.ค. จะต้องได้ข้อยุติว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ญัตติ มีข้อดีข้อเสียอย่างไร โดย กมธ.เสนอทิศทางต่อรัฐสภาด้วยว่า ควรจะรับหรือไม่รับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นใด ซึ่งเชื่อว่าความเห็นของ กมธ.จะช่วยให้ ส.ว.ลงมติไปในทางเดียวกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า รายชื่อคณะอนุกรรมการพิจารณาเสนอความเห็นในประเด็นข้อกฎหมายได้ทบทามพรรคฝ่ายค้านด้วย แต่ก็ได้ปฏิเสธเข้าเป็นอนุกรรมการชุดดังกล่าว ทั้งนี้ ยังมีรายงาน กมธ.ได้นัดประชุม กมธ.ในสัปดาห์หน้า เป็นเวลา 3 วัน โดยวันที่ 6 ต.ค.จะเชิญนายพีระพันธุ์เข้าร่วมประชุม, วันที่ 7 ต.ค. จะเชิญเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และผู้แทน ส.ส.ผู้เสนอร่างรัฐธรรมนูญเข้าร่วมประชุม และวันที่ 8 ต.ค. จะเชิญเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และผู้แทน ส.ส.ผู้เสนอร่างรัฐธรรมนูญเข้าร่วมประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า สภาได้ตรวจสอบรายชื่อผู้ที่เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภาคประชาชน หรือไอลอว์ 101,827 คนเสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้ส่งข้อมูลเลขบัตรประชาชนของผู้มีรายชื่อดังกล่าวไปยังกรมการปกครอง เพื่อตรวจสอบว่ามีสิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ และหลังจากกรมการปกครองตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ก็จะส่งกลับมายังสภาเพื่อประกาศรายชื่อทางเว็บไซต์ให้ตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ และการคัดค้านชื่อ ซึ่งขั้นตอนตรงนี้ใช้เวลา 30 วัน หากตรวจสอบเรียบร้อย ประธานรัฐสภาก็บรรจุเข้าไปในระเบียบวาระการประชุมร่วมรัฐสภาภายใน 15 วัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79255</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมพรรค, ประชุมวิสามัญเพื่อเลือกกรรมการบริหาร, พจมาน ดามาพงศ์, พรรคเพื่อไทย, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201001/image_big_5f75d9efc5980.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
