<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2020 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2020 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>58 ปี พช.ก้าวย่างสู่ปีที่ 59 มุ่งมั่นสร้างชุมชนเข้มแข็ง พัฒนาคุณภาพชีวิต น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการในสมเด็จพระสังฆราช กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในโอกาสครบรอบวันก่อตั้งกรมการพัฒนาชุมชน 58 ปี โดยมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ศ.พิเศษ ดร.ยุวัฒน์ วุฒิเมธี นายไพโรจน์ พรหมสาส์น นายวิเชียร ชวลิต อดีตอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายวทัญญู ทิพยมณฑา รองเลขาธิการ เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน พันตำรวจเอกอภิรักษ์ เวชกาญจนา รองผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ นายศรัณย์ศักดิ์ ศรีเครือเนตร เลขานุการกรมการปกครอง นายดนัย สุนันทารอด หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กรมโยธาธิการและผังเมือง นายธวัชชัย เลี้ยงประเสริฐ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายบุญเกื้อ สมนึก เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดร.ศิริลักษณ์ พฤกษ์ปิติกุล ผู้อำนวยการสำนักประยุกต์และบริการภูมิสารสนเทศ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) พ.ต.ท.หญิง ปณตสรณ์ มาบำรุง รองผู้กำกับการฝ่ายเทคโนโลยีตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานการตรวจคนเข้าเมือง3 และหน่วยงานภาคี ตลอดจนข้าราชการบำนาญ คณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วยสื่อมวลชน เข้าร่วมพิธี ณ ห้องสัมมนา 3003 ชั้น 3 กรมการพัฒนาชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการพัฒนาชุมชนได้ถือเอาวันที่ 1 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันก่อตั้งกรม นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2505 ตาม พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ฉบับที่10 พ.ศ.2505 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 58 ปี โดยหน่วยงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคในสังกัดกรมการพัฒนาชุมชน มีการจัดกิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกถึงคุณูปการในการก่อตั้งกรมการพัฒนาชุมชน กระตุ้นให้ข้าราชการและลูกจ้างในสังกัดเกิดความรักความภาคภูมิใจ ตลอดจนการสร้างขวัญกำลังใจให้เกิดขึ้นในองค์กร มุ่งมั่นสานประโยชน์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนต่อไป ภายใต้วิสัยทัศน์ &amp;ldquo;เศรษฐกิจฐานรากมั่นคงและชุมชนพึ่งตนเองได้ ภายในปี 2565&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสนี้ ศ.พิเศษ ดร.ยุวัฒน์ วุฒิเมธี ได้ให้โอวาทความว่า &amp;ldquo;ขอแสดงความยินดี และภาคภูมิใจกับ 58 ปี ของกรมการพัฒนาชุมชน สิ่งที่ต้องคำนึกถึงในทำงานพัฒนาชุมชน คือ ความรู้และเข้าใจในหลักการปรัชญาการพัฒนาชุมชน การสร้างพลังชุมชนและใช้พลังชุมชน ในการพัฒนาชุมชน ปรัชญาดังกล่าวเป็นสิ่งที่มีนัยยะลึกซึ้งเป็นอย่างยิ่ง กรมการพัฒนาชุมชน ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ถือได้ว่าเป็นองค์กรที่มีภารกิจในการบุกเบิกครอบคลุมหลากหลายมิติทั้งด้านสุขอนามัย การเกษตร สวัสดิการสังคม สร้างองค์กรชุมชน ผู้นำชุมชน เป็นต้น จะเห็นได้ว่าเป็นงานที่ต้องลงมือทำ ออกพื้นที่ ลงหมู่บ้าน ทำงานร่วมกับประชาชน (Work for People) ไม่ใช่งานเพียงเชิงบริหาร ฉะนั้นพัฒนากรต้องอุทิศตัว หากทำงานแล้วอย่าเป็นกังวลเรื่องเวลาหากงานไม่สำเร็จลุล่วง เพราะสิ่งสำคัญคือการดูแล ประชาชน หมู่บ้าน ตำบล อย่างใกล้ชิด อันใดเป็นปัญหาต้องรับมาและประสานบูรณาการเพื่อนำสู่การแก้ไขและพัฒนาสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า &amp;ldquo;กรมการพัฒนาชุมชน ได้ขับเคลื่อนงานตามภารกิจ&amp;nbsp; ด้วยการกิจกรรมโครงการสำคัญ เพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนพึ่งตนเองได้ โดยดำเนินภารกิจ น้อมนำพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร เป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ชุมชน ซึ่งความสำเร็จในระยะที่ 1 และต่อในระยะที่ 2 ด้วยการทำอย่างต่อเนื่อง จนเป็นวัฒนธรรมการปลูกผักสวนครัว สร้างความมั่นคงด้านอาหารอย่างต่อเนื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรณรงค์ส่งเสริมการสวมใส่ผ้าไทย ร่วมกับสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จนนำไปสู่มติ คณะรัฐมนตรี เพื่อให้คนไทยช่วยสวมใส่ผ้าไทยอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน ถือเป็นการกระตุ้นยอดขายผ้าไทย สร้างรายได้สู่ชุมชน การดำเนินการส่งเสริมการจ้างงาน นักการตลาดรุ่นใหม่ เพื่อเป็นการสร้างรายได้ สร้างงาน และเป็นการส่งเสริม ให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP เข้าถึง การตลาดออนไลน์ได้ เพื่อส่งเสริมการจำหน่าย การพัฒนาการตลาดออนไลน์ สร้างรายได้แก่ชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ &amp;ldquo;โคก หนอง นา โมเดล&amp;rdquo; ซึ่งเป็นโครงการตามแนวทางพระราชดำริที่ก่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนแก่ฐานราก คือ ชุมชน เกิดความร่วมมือร่วมใจ ภาครัฐและองค์กรภาคีเครือข่ายในพื้นที่ และในปีที่ผ่านมา กรมการพัฒนาชุมชน ดำเนินงานเพื่อประชาชน จนได้รางวัลถึง 8 รางวัล ได้แก่ รางวัลเลิศรัฐจำนวน 5 รางวัล รางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง จากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง 2 รางวัล และรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2563 จาก กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ &amp;ldquo;โคกหนองนาแห่งน้ำใจละความหวัง&amp;rdquo; ด้วยสายใยแห่งพระเมตตา ได้ทรงพระราชทานความห่วงใยต่อความเป็นอยู่วิถีชีวิตที่มีความสุขด้วยธรรมชาติที่สมดุล เติมเต็มความรัก ความสามัคคี ความเอื้ออาทร พร้อมทั้งทรงพระราชทานกำลังใจให้ข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน และพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ&amp;rdquo; อธิบดี พช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครบรอบ 58 กรมการพัฒนาชุมชน ย่างก้าวสู่ปีที่ 59 และจะครบรอบ 60 ปี ในปี 2565 กรมการพัฒนาชุมชนพร้อมขับเคลื่อน ส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ และคุณภาพชีวิตที่ดี บำบัดทุกข์ บำรุงสุข&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้กับประชาชน อันเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้มีความมั่นคง ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลบรรลุวิสัยทัศน์ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี &amp;ldquo;ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79298</URL_LINK>
                <HASHTAG>พช, สุทธิพงษ์ จุลเจริญ, เศรษฐกิจพอเพียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201002/image_big_5f76cf3144c65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10304</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กพช.นำทีมสัญจร “เพชรบุรี-ประจวบ” ดูชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี” ปั้น “แอ่งเล็ก เช็กอิน”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนจัด นำทีมผู้บริหารและสื่อมวลชนลงพื้นที่ เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ตามโครงการ&amp;ldquo;พช.สัมพันธ์สัญจร ครั้งที่ 2&amp;rdquo;ดูความคืบหน้า &amp;ldquo;ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี&amp;rdquo;ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;แอ่งเล็ก เช็คอิน&amp;rdquo; ที่เน้นการเสริมสร้างชุมชนระดับหมู่บ้านให้มีความเข้มแข็ง เกิดการกระจายรายได้ สร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคง สอดคล้องตามนโยบายรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เปิดเผย ระหว่างการนำทีมผู้บริหารและสื่อมวลชนเดินทางลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระหว่างวันที่&amp;nbsp; 25-27 พฤษภาคม 2561 ตามโครงการ &amp;ldquo;พช.สัมพันธ์สัญจร&amp;rdquo;ครั้งที่ 2 เพื่อดูความคืบหน้างาน &amp;ldquo;ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัติวิถี&amp;rdquo; ที่ผ่านมาว่า &amp;nbsp;โครงการ &amp;ldquo;ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี&amp;rdquo; ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของพช.ในการปลุกการท่องเที่ยวระดับชุมชน ที่เรียกว่า &amp;ldquo;แอ่งเล็ก&amp;rdquo;ให้เกิดการรวมตัวขึ้นมาสร้างอาชีพที่ยั่งยืน และสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคง โดยใช้นวัตกรรมบวกกับวิถีชีวิตของชุมชน ทั้งในแง่ของทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นที่ผสมผสานเข้ากับประเพณี วัฒนธรรม อาหารการกิน สร้างความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับหมู่บ้านกลายเป็นหมู่บ้านเพื่อการท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์เพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเยี่ยมเยือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;พช.กำลังแพร่แนวคิด &amp;ldquo;แอ่งเล็ก เช็กอิน&amp;rdquo;ในกลุ่มผู้ใช้โซเชียลมีเดียให้แพร่หลาย เพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังหมู่บ้านท่องเที่ยว แล้วพบว่ามีเสน่ห์ มีความน่าสนใจ ทำการเช็กอินเพื่อเชิญชวนเพื่อนฝูงหรือบุคคลทั่วไปให้เดินทางมาท่องเที่ยวต่อไปอีก ซึ่งประโยชน์จากการท่องเที่ยวแบบ &amp;ldquo;แอ่งเล็ก เช็กิน&amp;rdquo;ที่เกิดขึ้นจะกระจายไปสู่ชุมชนเองอย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านที่นำรถสามล้อมารับนักท่องเที่ยวในหมู่บ้าน ร้านขายน้ำ ขอายอาหาร ผู้จำหน่ายสินค้าชุมชน ที่พัก และส่วนอื่นๆ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับพื้นที่เป้าหมายในจังหวัดเพชรบุรีของดูงานการพัฒนาชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี คือ พื้นที่ บ้านดอนใน ตำบลแหลมผักเบี้ย อ.บ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในหมู่บ้านและฃุมชน ในหลายมิติ เช่นด้านอาชีพมีการพัฒนาจากการทำอาชีพประมงเพียงอย่างเดียวมาสู่กิจการวิสาหกิจแพปลาชุมชนและธนาคารปูม้า &amp;nbsp;ด้านหัตถรรมมีกลุ่มจักสานผลิตภัณฑ์ชุมชนเครื่องจักสานจากก้านธูปฤาษี และการนำต้นชะคราม พืชประจำถิ่นที่เกิดในพื้นที่ดินเค็มมาประกอบอาหาร เช่นแกงส้ม,ต้มจืดลวกกับน้ำพริก นอกจากนี้ยังมีการแปรรูปเป็นขนมชะคราม ชะครามหยี สบู่ชะคราม แชมพูชะคราม ฯลฯ ส่วนการพัฒนาอาชีพยังมีกลุ่มประชาชนที่หันมาเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นแทนการเลี้ยงกุ้ง ซึ่งสามารถเลี้ยงได้ทุกฤดูกาล ทำให้นักท่องเที่ยวสนใจเดินทางมาเยือนจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ในส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีการไปดูงานที่บ้านโคนมพัฒนา หมู่ที่6&amp;nbsp; ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ &amp;nbsp;อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นชุมชนท่องเที่ยวซึ่งเริ่มได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว เพราะมีธรรมชาติที่งดงามของป่าละอู รวมทั้งมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่นเช่นทุเรียนป่าละอู ซึ่งมีลักษณะพิเศษคือเม็ดลีบเล็ก เนื้อมาก รสหวาน หอม อร่อย เป็นที่ต้องการของตลาด รวมทั้งมีกิจการโฮมเสตย์และกิจกรรมการเลี้ยงโคนม อาหารพื้นบ้านของชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง การทอผ้าพื้นเมือง ฯลฯ เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยตั้งเป้าว่าจะสามารถทำรายได้จากการท่องเที่ยวทะลุเป้าหมาย 2 แสนล้านบาท และได้ทุ่มงบกลางปี 61 กว่า 8,344 ล้านบาท เป็นการนำร่องแผนการท่องเที่ยวเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของคนในชุมฃน ในพื้นที่ 3,273 หมู่บ้าน/ชุมชนและพัฒนาสินค้าอยู่ดีกินดีอัก 64,570 ผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพและสามารถจำหน่ายได้ ซึ่งเชื่อมั่นว่า ตามแผนนี้จะทำให้ช่วยปลดล็อกความเหลื่อมล้ำทั่วไปไทยได้ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนกล่าวต่อว่า สิ่งที่ได้จากโครงการพัฒนาชุมชนโอท็อป นวัตวิถีมีหลายประการคือ ส่วนแรกชุมชนเกิดความเข้มแข็งขึ้น ทุกหมู่บ้านต้องลุกขึ้นมาพัฒนาพื้นที่ให้สะอาด น่าอยู่ ดึงดูดความสนใจนักท่องเที่ยว ส่วนที่สอง คือรายได้ในชุมชนหมู่บ้านจะเริ่มเปลี่ยนไป จะมีการกระจายไปสู่ทุกคนในชุมชน ส่วนข้อแตกต่างของความเป็นโอท็อปชุมชน แบบดั้งเดิมกับ &amp;ldquo;ชุมชนท่องเที่ยว &amp;nbsp;OTOPนวัตวิถีคือ ชุมชนโอท็อปแบบดั้งเดิมนั้นรัฐบาลจะต้องเข้าไปช่วยชุมชนในทุกๆ ด้าน&amp;nbsp; แต่ถ้าเป็นแบบนวัตวิถี คนในชุมชนต้องลุกขึ้นมาทำงานร่วมกัน ช่วยกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี นำภูมิปัญญา เสน่ห์พื้นบ้านมาหลอมรวมสร้างสรรค์จุดขายให้แก่นักท่องเที่ยว และร่วมกันหาวิธีสร้างความประทับใจเพื่อให้นักท่องเที่ยวกลับไปเที่ยวซ้ำๆ และเป็นการกระจายรายได้ให้คนทุกอาชีพในชุมชนได้อย่างทั่วถึง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วย นางรชตภร โตดิลกเวชช์ ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน นายโชคชัย แก้วป่อง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมคณะ เดินทางไปเยี่ยมชมการดำเนินงานกองทุนพัฒนาเด็กชนบท ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรป่าละอู หมู่ที่ 3 ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมมอบทุนอุปการะเด็ก ตามโครงการกองทุนพัฒนาเด็กชนบทเคลื่อนที่ แก่เด็กก่อนวัยเรียนที่ครอบครัวยากจนและด้อยโอกาส โดยมีนายพัลลภ สิงหเสนีย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยนายอำเภอหัวหิน ครู อาจารย์ นักเรียน ผู้ปกครอง และเจ้าหน้าที่ ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10304</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี”ภายใต้แนวคิด, พช, อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, อภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย, เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์, แอ่งเล็ก เช็คอิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e158caa33a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2026 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2018 14:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กพช.นำทีม “พช.สัมพันธ์สัญจร”ครั้งที่ 2 ลุย “เพชรบุรี-ประจวบ”ดูชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เดินสายขานรับนโยบายรัฐบาล ปลดล็อกความเหลื่อมล้ำทั่วไทย ด้วยการสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคง&amp;nbsp; ล่าสุดนำทีมลงพื้นที่ เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ตามโครงการ พช.สัมพันธ์สัญจร ครั้งที่ 2 ดูความคืบหน้าโครงการ &amp;ldquo;ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 25-27 พฤษภาคม 2561 นี้กรมการพัฒนาชุมชน (พช.)มีแผนจะนำทีมผู้บริหารและสื่อมวลชนเดินทางลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ตามโครงการ &amp;ldquo;พช.สัมพันธ์สัญจร&amp;rdquo;ครั้งที่ 2 เพื่อดูความคืบหน้างาน &amp;ldquo;ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัติวิถี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับพื้นที่เป้าหมายในจังหวัดเพชรบุรีที่จะไปดูงานการพัฒนาชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี คือ พื้นที่ บ้านดอนใน ตำบลแหลมผักเบี้ย อ.บ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในหมู่บ้านและฃุมชน ในหลายมิติ เช่นด้านอาชีพมีการพัฒนาจากชาวประมงมาสู่กิจการวิสาหกิจแพปลาชุมชนและธนาคารปูม้า &amp;nbsp;ด้านหัตถรรมมีกลุ่มจักสานผลิตภัณฑ์ชุมชนเครื่องจักสานจากก้านธูปฤาษี และการนำต้นชะคราม พืชประจำถิ่นที่เกิดในพื้นที่ดินเค็มมาประกอบอาหาร เช่นแกงส้ม,ต้มจืดลวกกับน้ำพริก นอกจากนี้ยังมีการแปรรูปเป็นขนมชะคราม ชะครามหยี สบู่ชะคราม แชมพูชะคราม ฯลฯ ส่วนการพัฒนาอาชีพยังมีกลุ่มประชาชนที่หันมาเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นแทนการเลี้ยงกุ้ง ซึ่งสามารถเลี้ยงได้ทุกฤดูกาลและถือเป็นอาหารสุขภาพที่กำลังมาแรงอีกด้วย ทำให้นักท่องเที่ยวสนใจเดินทางมาเยือนจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ในส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีกำหนดการไปดูงานที่บ้านโคนมพัฒนา หมู่ที่6&amp;nbsp; ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ &amp;nbsp;อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นชุมชนท่องเที่ยวซึ่งเริ่มได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว เพราะมีธรรมชาติที่งดงามของป่าละอู รวมทั้งมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่นเช่นทุเรียนป่าละอู ซึ่งมีลักษณะพิเศษคือเม็ดลีบเล็ก เนื้อมาก รสหวาน หอม อร่อย เป็นที่ต้องกรของตลาด รวมทั้งมีกิจการโฮมเสตย์และกิจกรรมการเลี้ยงโคนม อาหารพื้นบ้านของชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง การทอผ้าพื้นเมือง ฯลฯ เป็นต้น&amp;nbsp;


แทงบอลวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ โครงการ &amp;ldquo;ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี&amp;rdquo; ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของพช.ในการปลุกการท่องเที่ยวระดับชุมชน ที่เรียกว่า &amp;ldquo;แอ่งเล็ก&amp;rdquo;ให้เกิดการรวมตัวขึ้นมาสร้างอาชีพที่ยั่งยืน และสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคง 


สล็อต789&amp;nbsp;โดยใช้นวัตกรรมบวกกับวิถีชีวิตของชุมชน ทั้งในแง่ของทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นที่ผสมผสานเข้ากับประเพณี วัฒนธรรม อาหารการกิน สร้างความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับหมู่บ้านกลายเป็นหมู่บ้านเพื่อการท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์เพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเยี่ยมเยือน โดยตั้งเป้าว่าจะสามารถทำรายได้จากการท่องเที่ยวปีละกว่า 2 แสนล้านบาท และได้ทุ่มงบกลางปี 61 กว่า 8,344 ล้านบาท เป็นการนำร่องแผนท่องเที่ยวแก้จนในพื้นที่ 3,273 หมู่บ้านและพัฒนาสินค้าอยู่ดีกินดี 64,570 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งเชื่อมั่นว่า ตามแผนนี้จะทำให้ช่วยปลดล็อกความเหลื่อมล้ำทั่วไปไทยได้ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนกล่าวต่อว่า สิ่งที่ได้จากโครงการพัฒนาชุมชนโอท็อป นวัตวิถีมีหลายประการคือ ส่วนแรกชุมชนเกิดความเข้มแข็งขึ้น&amp;nbsp;


เว็บแทงหวย​​​​​​​ ทุกหมู่บ้านต้องลุกขึ้นมาพัฒนาพื้นที่ให้สะอาด น่าอยู่ ดึงดูดความสนใจนักท่องเที่ยว ส่วนที่สอง คือรายได้ในชุมชนหมู่บ้านจะเริ่มเปลี่ยนไป จะมีการกระจายไปสู่ทุกคนในชุมชน ส่วนข้อแตกต่างของความเป็นโอท็อปชุมชน แบบดั้งเดิมกับ &amp;ldquo;ชุมชนท่องเที่ยว &amp;nbsp;OTOPนวัตวิถีคือ แบบดั้งเดิมนั้นรัฐบาลจะต้องเข้าไปช่วยชุมชนในทุกๆ ด้าน&amp;nbsp; แต่ถ้าเป็นแบบนวัตวิถี คนในชุมชนต้องลุกขึ้นมาทำงานร่วมกัน ช่วยกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี นำภูมิปัญญา เสน่ห์พื้นบ้านมาหลอมรวมสร้างสรรค์จุดขายให้แก่นักท่องเที่ยว และร่วมกันหาวิธีสร้างความประทับใจเพื่อให้นักท่องเที่ยวกลับไปเที่ยวซ้ำๆ และเป็นการกระจายรายได้ให้คนทุกอาชีพในชุมชนได้อย่างทั่วถึง&amp;nbsp;


เว็บสล็อตเว็บทดลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9715</URL_LINK>
                <HASHTAG>OTOP, กระทรวงมหาดไทย, ท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี, พช, พช.สัมพันธ์สัญจร, อภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180522/image_big_5b03c3d746059.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
