<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2021 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2021 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานกี่ทอผ้า เป็นปฐมฤกษ์ให้กับกลุ่มทอผ้าบ้านดอนกอย เพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอด ในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์และประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายให้เป็น Premium OTOP กิจกรรมที่ 2 พัฒนารูปแบบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าชุมชนบ้านดอนกอยและเป็นตัวแทนมอบกี่พระราชทานจำนวน 4 หลัง แก่กลุ่มทอผ้าบ้านดอนกอย โดยมีนายวรงค์ แสงเมือง ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาและวิสาหกิจชุมชน (พช.) ในการนี้ นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ นางสาวรติรส ภู่วิภาดาวรรธน์ รองประธานและที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย และทีมวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาดอนกอยโมเดล ด้วยการสร้างแบรนด์ การพัฒนาลายผ้า จากสำนักงานหม่อมไหมเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร หัวหน้าส่วนราชการ นางถวิล อุปรี ประธานกลุ่มทอผ้าชุมชนบ้านดอนกอยและสมาชิกให้การต้อนรับ และนำเยี่ยมชมนิทรรศการ ณ กลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย จังหวัดสกลนคร และร่วมปลูกต้นอินทนิลรอบหนองน้ำสาธารณะ จากนั้น ร่วมปลูกต้นคราม ณ พื้นที่สร้างศูนย์เรียนรู้ผ้าย้อมคราม วิชชาลัยดอนกอย วิถีแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน และเยี่ยมชมป่าชุมชน เพื่อต่อยอดเป็นศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ รักษาภูมิปัญญาและอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่นต่อไป โดยได้มีการดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (covid-19) อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า นับเป็นมิ่งมงคลยิ่งที่กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาที่ทรงมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านและภูมิปัญญาไทย ทรงพระราชทานแบบลายผ้าชื่อลาย &amp;ldquo;ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; แก่พสกนิกรชาวไทย อันเป็นสิ่งที่ประจักษ์ชัดถึงพระปรีชาสามารถในด้านการออกแบบ รวมถึงเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 คราวเสด็จเยี่ยมกลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย หมู่ที่ 2 ตำบลสว่าง อำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร ทรงมีพระราชวินิจฉัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอบ้านดอนกอย ให้มีความทันสมัย สวยงาม เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่ง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและตั้งพระทัยของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด ตามพระราชปณิธานสมเด็จพระพันปีหลวง ต่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาหัตถกรรมไทย ให้ดำรงอยู่คู่แผ่นดิน ที่สำคัญที่สุดทรงได้ออกแบบโลโก้หรือตราสัญลักษณ์ที่จะใช้กับผลิตภัณฑ์ของดอนกอยที่มีอัตลักษณ์ สื่อความหมายลึกซึ้ง ในการใช้ภาพหัวใจ ที่ประกอบขึ้นจากใจด้าย เปรียบเสมือน เส้นสายของคนดอนกอยที่นำมามัดร้อยรวมกัน ด้วยความรัก ความสามัคคี ความปรารถนาดีต่อชุมชน อีกทั้ง ทรงมีพระดำริให้พัฒนาผ้าทอชุมชน เป็นชุมชนต้นแบบ เพื่อเป็นปฐมบทแห่งการพัฒนาในโครงการที่ชื่อว่า &amp;ldquo;ดอนกอยโมเดล&amp;rdquo; จากการออกแบบ รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมชุมชน ภูมิปัญญาด้านการทอผ้า การย้อมคราม และการใช้สีธรรมชาติในการย้อมเส้นใยจากชุมชนบ้านดอนกอย มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย เป็นสากล สร้างคุณค่าของผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับ และสร้างรายได้แก่กลุ่มทอผ้าเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผ้าลายขอเจ้าฝ้าสิริวัณณวรีฯ พบว่า มียอดขายมากกว่า 500 ล้านบาท และลายต่างๆ อีก 270 ล้านบาท&amp;nbsp; ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาที่ดีขึ้น มุ่งสร้างชุมชนเข้มแข็งและพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน และจะนำโมเดลนี้ไปพัฒนาหมู่บ้านต่างๆ ทั่วประเทศ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณพระองค์ท่านได้พระราชทานคำแนะนำแก่กรมการพัฒนาชุมชนได้เข้ามามีส่วนขับเคลื่อนการสร้างความมั่นคงของการสืบสาน รักษา และต่อยอด ภูมิปัญญาผ้าครามและผ้าทออื่นๆ ที่เน้นใช้สีธรรมชาติ ไม่ใช้สีเคมี ก่อให้เกิดศูนย์เรียนรู้ วิชชาลัยดอนกอย วิถีแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งจะเป็นศูนย์รวบรวมเอาช่างทอและภูมิปัญญาเรื่องลายผ้าต่างๆ ที่ถูกพัฒนาต่อยอดอีกจำนวนนับร้อย โดยได้รับความกรุณาจากท่านผู้อำนวยการโรงเรียนดอนกอยที่ได้เสียสละพื้นที่ของโรงเรียน เพื่อเป็นศูนย์ฝึกและปฏิบัติงานของกลุ่มบ้านดอนกอยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวรติรส&amp;nbsp; ภู่วิภาดาวรรธน์ รองประธานและที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก และผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย กล่าวว่า ในนามรองประธานและที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ มีความประทับใจกับชุมชนดอนกอย จังหวัดสกลนคร เป็นอย่างมาก ในเรื่องของกิจกรรมของกลุ่มการย้อมครามและการทอผ้า พระองค์มีพระทัยแน่วแน่ในการที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด ของสมเด็จย่าให้มีความทันสมัยให้เข้าสู่ตลาดโลกอย่างจริงจัง พระองค์ทรงมุ่งมั่น ต่อยอดพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสร้างแบรนด์ ทำให้ผลิตภัณฑ์สามารถเพิ่มมูลค่าและมีความทันสมัย พระองค์ทรงมีรับสั่งเสมอว่า ผ้าครามของชุมชนดอนกอย มีความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะถิ่น จึงขอให้ชุมชนมีความเชื่อมั่นในฝีมือการทอผ้า และพัฒนาลวดลายต่างๆ ให้มีคุณภาพ จนสามารถเเข่งขันเข้าสู่ตลาดโลกได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับเป็นพระกรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงให้ความสำคัญกับการดำเนินกิจกรรมการพัฒนาคุณภาพผ้าของชุมชนบ้านดอนกอย โดยทรงพระราชทานกี่ทอผ้า จำนวน 4 หลัง ผ่านอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เพื่อเป็นปฐมฤกษ์ในการมอบให้กับกลุ่มทอผ้าบ้านดอนกอย จำนวน 4 กลุ่ม ที่เข้าร่วมโครงการฯ ประกอบด้วย 1) กลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย 2) กลุ่มสร้างเสริมอาชีพบ้านดอนกอย 3) กลุ่มเยาวชนบ้านดอนกอย&amp;nbsp; 4) กลุ่มทอผ้าบ้านคำประมง เพื่อเป็นเครื่องมือในการทอผ้า ทำให้เส้นไหมคมชัด และสวยงาม เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ สามารถส่งผ่านเรื่องราวภูมิปัญญาท้องถิ่นไปสู่ลูกหลานรุ่นต่อๆ ไป รวมถึงสามารถนำไปต่อยอดการพัฒนาลายผ้า ออกแบบ การย้อมคราม และสีธรรมชาติอื่นๆ ที่มีความหลากหลาย ร่วมสมัย ใส่ได้ทุกเพศทุกวัย สร้างรายได้ให้แก่กลุ่มเพิ่มมากขึ้น จากฝีมือของช่างทอผ้าทุกท่าน เพื่อเป็นต้นแบบและทำให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสืบสานอนุรักษ์ศิลป์ ผ้าถิ่นไทยให้ดำรงไว้ในแผ่นดิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116374</URL_LINK>
                <HASHTAG>Premium OTOP, กรมการพัฒนาชุมชน, กระทรวงมหาดไทย, กลุ่มทอผ้าบ้านดอนกอย, การอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทย, ชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน, ชุมชนบ้านดอนกอย, ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ, ดอนกอยโมเดล, นางสาวรติรส  ภู่วิภาดาวรรธน์, นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์, นายวรงค์ แสงเมือง, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ, พช., สภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ, สำนักงานหม่อมไหมเฉลิมพระเกียรติ, สำนักส่งเสริมภูมิปัญญาและวิสาหกิจชุมชน, สืบสาน รักษา ต่อยอด, โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก, โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายให้เป็น Premium OTOP</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210911/image_big_613c6e731e1c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พช. ต่อยอดขาย OTOP ออนไลน์ ผนึกกำลัง Shopee จัดแคมเปญพิเศษ “OTOP Midyear Fest 2021” ช่วยผู้ประกอบการกว่า 600 ร้านค้า สร้างรายได้สู้วิกฤตโควิด-19 พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน ผ่านช่องทางออนไลน์ 16 ก.ค. – 15 ต.ค. นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์ออนไลน์ OTOP รวมใจ สู้ภัยโควิด-19 โดยร่วมมือกับ ช้อปปี้ (Shopee) ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน นำสินค้า OTOP ที่คัดสรรจากผู้ประกอบการทั่วประเทศกว่า 600 ร้านค้า จำหน่ายออนไลน์ บน Microsite : www.shopee.com/otop ภายใต้แคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;OTOP Midyear Fest 2021&amp;rdquo; ระหว่าง 16 กรกฎาคม &amp;ndash; 15 ตุลาคม 2564 ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากแคมเปญ &amp;ldquo;OTOP Midyear 2020 Online&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;OTOP Next Normal 2020&amp;rdquo; ในปี 2563 รวมทั้งเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ OTOP สู้วิกฤตโควิด-19 ซึ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดทำให้กรมการพัฒนาชุมชนต้องงดจัดงานแสดงสินค้า OTOP หลายงานในปีนี้ ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ OTOP ที่จัดเตรียมสินค้าไว้จำหน่ายเป็นจำนวนมาก ดังนั้นแคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;OTOP Midyear Fest 2021&amp;rdquo; ในครั้งนี้จึงเป็นช่องทางหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการให้มีศักยภาพและพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้สามารถแข่งขันได้ผ่านตลาดออนไลน์ซึ่งเป็นช่องทางที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ทั้งนี้เมื่อมีมาตรการผ่อนคลายแล้ว กรมการพัฒนาชุมชนก็จะเดินหน้าจัดงาน เพื่อให้ผู้ซื้อได้มีโอกาสพบปะและสนับสนุนผู้ประกอบการ OTOP อย่างต่อเนื่องเช่นเดิม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอเชิญชวนช่วยกันอุดหนุนสินค้า OTOP ผ่านแคมเปญพิเศษนี้ เพราะมีสินค้าดีๆ มากมายจากทั่วประเทศจัดเตรียมไว้จำหน่าย เป็นการจับมือฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน นอกจากนี้ผู้ประกอบการ OTOP ที่ต้องการเข้าร่วมแคมเปญขายออนไลน์นี้ สามารถสมัครเข้าร่วมได้ผ่านสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดของท่านไปจนกว่าจะจบแคมเปญในเดือนตุลาคมครับ&amp;rdquo; อธิบดี พช. กล่าวเชิญชวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า &amp;ldquo;มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในฐานะแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่างเป็นทางการรายแรกที่ได้ร่วมมือกับกรมการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่องในการเปิดตัวแคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;OTOP Midyear Fest 2021&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยความร่วมมือในครั้งนี้สอดคล้องกับพันธสัญญาของเราในการเดินหน้าส่งเสริมการฟื้นตัวของร้านค้าและผู้ขาย เพื่อช่วยให้ร้านค้าและผู้ขายสามารถเพิ่มยอดขายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ ด้วยศักยภาพของแพลตฟอร์มช้อปปี้ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานในทั่วประเทศ เรามีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยผลักดันและเสริมศักยภาพให้ชุมชนท้องถิ่นสามารถปรับตัวเข้าสู่วิถีชีวิตรูปแบบใหม่และสร้างธุรกิจให้แข็งแรงและเติบโตได้ในระยะยาวกับเรา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ โครงการ &amp;ldquo;OTOP Midyear Fest 2021&amp;rdquo; จะจัดขึ้นในวันที่ 16 กรกฎาคม &amp;ndash; 15 ตุลาคม 2564 โดยผู้สนใจสามารถติดตามและสั่งซื้อได้ที่ https://shopee.co.th/otop ได้ตลอดทุกวัน 24 ชม. พร้อมรับส่วนลดพิเศษ 20%&amp;nbsp; (โค้ด OTOP20) ตลอดแคมเปญ และระหว่างนี้กรมการพัฒนาชุมชนก็จะประสานผู้ประกอบการ OTOP ในการเปิดร้านกับ Shopee เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างโอกาสทั้งผู้ซื้อและผู้ขายได้มีโอกาสพบปะกันบนช่องทางออนไลน์มากยิ่งขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109961</URL_LINK>
                <HASHTAG>OTOP, OTOP Midyear 2020 Online, OTOP Midyear Fest 2021, OTOP Next Normal 2020, OTOP รวมใจ สู้ภัยโควิด-19, SHOPEE, กรมการพัฒนาชุมชน, กระทรวงมหาดไทย, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, พช., ส่วนลดพิเศษ 20%, โครงการส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์ออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f14519ad7e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พช. ต่อยอดขาย OTOP ออนไลน์ ผนึกกำลัง Shopee จัดแคมเปญพิเศษ “OTOP Midyear Fest 2021” ช่วยผู้ประกอบการกว่า 600 ร้านค้า สร้างรายได้สู้วิกฤตโควิด-19 พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน ผ่านช่องทางออนไลน์ 16 ก.ค. – 15 ต.ค. นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์ออนไลน์ OTOP รวมใจ สู้ภัยโควิด-19 โดยร่วมมือกับ ช้อปปี้ (Shopee) ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน นำสินค้า OTOP ที่คัดสรรจากผู้ประกอบการทั่วประเทศกว่า 600 ร้านค้า จำหน่ายออนไลน์ บน Microsite : www.shopee.com/otop ภายใต้แคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;OTOP Midyear Fest 2021&amp;rdquo; ระหว่าง 16 กรกฎาคม &amp;ndash; 15 ตุลาคม 2564 ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากแคมเปญ &amp;ldquo;OTOP Midyear 2020 Online&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;OTOP Next Normal 2020&amp;rdquo; ในปี 2563 รวมทั้งเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ OTOP สู้วิกฤตโควิด-19 ซึ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดทำให้กรมการพัฒนาชุมชนต้องงดจัดงานแสดงสินค้า OTOP หลายงานในปีนี้ ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ OTOP ที่จัดเตรียมสินค้าไว้จำหน่ายเป็นจำนวนมาก ดังนั้นแคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;OTOP Midyear Fest 2021&amp;rdquo; ในครั้งนี้จึงเป็นช่องทางหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการให้มีศักยภาพและพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้สามารถแข่งขันได้ผ่านตลาดออนไลน์ซึ่งเป็นช่องทางที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ทั้งนี้เมื่อมีมาตรการผ่อนคลายแล้ว กรมการพัฒนาชุมชนก็จะเดินหน้าจัดงาน เพื่อให้ผู้ซื้อได้มีโอกาสพบปะและสนับสนุนผู้ประกอบการ OTOP อย่างต่อเนื่องเช่นเดิม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอเชิญชวนช่วยกันอุดหนุนสินค้า OTOP ผ่านแคมเปญพิเศษนี้ เพราะมีสินค้าดีๆ มากมายจากทั่วประเทศจัดเตรียมไว้จำหน่าย เป็นการจับมือฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน นอกจากนี้ผู้ประกอบการ OTOP ที่ต้องการเข้าร่วมแคมเปญขายออนไลน์นี้ สามารถสมัครเข้าร่วมได้ผ่านสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดของท่านไปจนกว่าจะจบแคมเปญในเดือนตุลาคมครับ&amp;rdquo; อธิบดี พช. กล่าวเชิญชวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า &amp;ldquo;มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในฐานะแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่างเป็นทางการรายแรกที่ได้ร่วมมือกับกรมการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่องในการเปิดตัวแคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;OTOP Midyear Fest 2021&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยความร่วมมือในครั้งนี้สอดคล้องกับพันธสัญญาของเราในการเดินหน้าส่งเสริมการฟื้นตัวของร้านค้าและผู้ขาย เพื่อช่วยให้ร้านค้าและผู้ขายสามารถเพิ่มยอดขายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ ด้วยศักยภาพของแพลตฟอร์มช้อปปี้ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานในทั่วประเทศ เรามีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยผลักดันและเสริมศักยภาพให้ชุมชนท้องถิ่นสามารถปรับตัวเข้าสู่วิถีชีวิตรูปแบบใหม่และสร้างธุรกิจให้แข็งแรงและเติบโตได้ในระยะยาวกับเรา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ โครงการ &amp;ldquo;OTOP Midyear Fest 2021&amp;rdquo; จะจัดขึ้นในวันที่ 16 กรกฎาคม &amp;ndash; 15 ตุลาคม 2564 โดยผู้สนใจสามารถติดตามและสั่งซื้อได้ที่ https://shopee.co.th/otop ได้ตลอดทุกวัน 24 ชม. พร้อมรับส่วนลดพิเศษ 20%&amp;nbsp; (โค้ด OTOP20) ตลอดแคมเปญ และระหว่างนี้กรมการพัฒนาชุมชนก็จะประสานผู้ประกอบการ OTOP ในการเปิดร้านกับ Shopee เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างโอกาสทั้งผู้ซื้อและผู้ขายได้มีโอกาสพบปะกันบนช่องทางออนไลน์มากยิ่งขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109960</URL_LINK>
                <HASHTAG>OTOP, OTOP Midyear 2020 Online, OTOP Midyear Fest 2021, OTOP Next Normal 2020, OTOP รวมใจ สู้ภัยโควิด-19, SHOPEE, กรมการพัฒนาชุมชน, กระทรวงมหาดไทย, ช้อปปี้, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, พช., ส่วนลดพิเศษ 20%, โครงการส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์ออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f14519ad7e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2021 19:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2021 19:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พช. ร่วมกับ สภาสตรีแห่งชาติฯ สนองแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จัดอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านผ้าไทย (Coaching) “ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 14 พฤษภาคม 2564&amp;nbsp;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านผ้าไทย (Coaching) &amp;ldquo;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; ตามโครงการส่งเสริมภูมิปัญญาและพัฒนาศักยภาพผ้าไทย โดยมี นางรชตภร โตดิลกเวชช์ ประธานคณะกรรมการบริหารสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ นางนวินดา สุจินพรหม ประธานสมาคมแม่บ้าน ทบ. สาขา ร.13 พัน.3 นายจำรัส กังน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี และ นายวรงค์ แสงเมือง ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน (พช.) คณะผู้บริหาร ข้าราชการ กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับ นายอัครชญ แก้วอาภรณ์ กรรมการที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก และผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย และทีมคณะที่ปรึกษา คณะทำงาน คณาจารย์จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และคณะศิลปกรรมศาสตร์&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยการ Coaching ในครั้งนี้มี ศิลปินช่างทอผ้า กลุ่มผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้า จาก 20 อำเภอ ของจังหวัดอุดรธานี รวม 50 คน เข้าร่วม ณ กลุ่มทอผ้าชุมชนคุณธรรมโนนสว่าง หมู่ที่ 9 ตำบลหมากหญ้า อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ สนองแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงมีพระทัยตั้งมั่นในการสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์แห่งศิลปาชีพ เพื่อสืบสานอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาของคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการพัฒนาผ้าไทยให้ทรงคุณค่า จนเกิดรูปธรรมของการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของพสกนิกรชาวไทย และต่อยอดการพัฒนาลายผ้าพระราชทาน ชื่อลาย &amp;ldquo;ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo;ตามพระดำริ &amp;ldquo;ผ้าไทย ใส่ให้สนุก&amp;rdquo; ผ่านอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน โดยได้ขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมภูมิปัญญาและพัฒนาศักยภาพผ้าไทย ในกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านผ้าไทย (Coaching) โดยร่วมบูรณาการกับทีมผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย โดยการ Coaching ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 8 เพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ด้านการออกแบบเครื่องแต่งกายสิ่งทอ ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานการทอผ้า รวมทั้งสร้างศิลปินช่างทอผ้ารุ่นใหม่ของไทยทั้ง 4 ภูมิภาค และเตรียมความพร้อมในการประกวดผ้าลายพระราชทาน ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า &amp;ldquo;นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อวงการผ้าไทยที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้มีพระดำริพระราชทานแก่วงการผ้าไทยว่า &amp;ldquo;ผ้าไทยใส่ให้สนุก&amp;rdquo; คือ ความสุขที่ได้เลือกใช้ศิลปะ หัตถกรรมไทย เพื่อให้รายได้กลับเข้าสู่ชุมชน เป็นวงจรเศรษฐกิจเชิงมหภาค พร้อมทรงพระราชทานแบบลายผ้า ชื่อลาย &amp;ldquo;ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; แก่พสกนิกรชาวไทย อันเป็นสิ่งที่ประจักษ์ชัดถึงพระปรีชาสามารถในด้านการออกแบบ และแรงบันดาลพระทัยจากการเสด็จฯ ปฏิบัติพระราชกรณียกิจของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กว่า 50 ปี ด้วยพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการอนุรักษ์และส่งเสริมการใช้ผ้าไทยเพื่อให้ประชาชนมีรายได้ และรักษาภูมิปัญญาอันล้ำค่านี้ไม่ให้สูญหาย และเพื่อสะท้อนให้เห็นอีกว่า การสวมใส่เสื้อผ้าที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมไทยมีความงดงามอยู่ทุกยุคสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเป็นโชคดีของคนไทยที่พวกเรามี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ด้วยพระอัจฉริยภาพ พระองค์ทรงต่อยอดพระราชปณิธานด้วยการผสมผสานมุมมองด้านแฟชั่นที่ร่วมสมัย แต่ยังคงไว้ซึ่งการสืบสานอัตลักษณ์ เรื่องราวประจำภูมิภาค ที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองด้านวัฒนธรรม ศิลปหัตถกรรมมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ จากการที่พระองค์ท่านทรงพระวิริยะอุตสาหะเสด็จไปยังหัวเมืองทั้ง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ถึง 2 รอบ เป็นคุณูปการอย่างยิ่งแก่ปวงชนคนไทยไม่ว่าจะในชนบทและเมือง กล่าวได้ว่า พระดำริ &amp;ldquo;ผ้าไทย ใส่ให้สนุก&amp;rdquo; และการออกแบบ พระราชทานลายผ้า &amp;ldquo;ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; ให้แก่ พสกนิกร ชาวไทย เป็นสิ่งที่ตอกย้ำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าผ้าไทยยังคงอยู่คู่กับสังคมไทย ทำให้พี่น้องทั้งหลาย กล้าที่จะออกจากกรอบความคิดที่มีต่อผ้าไทยแบบดั่งเดิม ในวันนี้ผ้าไทยจึงมีความน่าสนใจ ทั้งในแง่ของคนทั่วไปที่สามารถสวมใส่ได้ทุกเพศทุกวัย ทุกโอกาส และช่างฝีมือ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการด้านผ้าไทยที่ได้รับพระกรุณาธิคุณหนุนเสริมด้านความคิดสร้างสรรค์ จนทำให้เกิดการเพิ่มคุณค่า และรายได้ แม้ในช่วงของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID &amp;ndash; 19) ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการพัฒนาชุมชน มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสน้อมนำพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ มาสู่พี่น้องประชาชนในกิจกรรมการอบรม Coaching ครั้งนี้ โดยเป้าประสงค์สูงสุดคือการสนองแนวพระดำริ ด้วยวิถีของการการวิจัยและพัฒนา หรือ R&amp;amp;D ผ้าไทยให้ได้รับการยกระดับ และคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ในสิ่งที่พระองค์ทรงเน้นย้ำ อาทิ การต่อยอดให้ช่างทอพัฒนาขยายหน้ากว้างของผ้าที่จากเดิมทำได้เพียง 80 เซนติเมตร &amp;ndash; 1 เมตร ให้ขยายได้มากกว่า 1.20 เมตร ถึง 1.50 เมตร ทำให้ผ้านำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย และสร้างทางเลือก ความต้องการให้กับผู้บริโภคมากขึ้น ประการต่อมาคือการส่งเสริมให้ใช้สีธรรมชาติ&amp;nbsp; เลี่ยงกระบวนการใช้สารเคมี เพื่อเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม และประโยชน์ต่อสุขภาพอนามัย และในด้านการออกแบบตัดเย็บ ให้ใส่ใจในรายละเอียดความประณีต การเก็บรายละเอียดงานของผ้าทุกด้านทุกมุม ตลอดถึงการเก็บตัวอย่างผ้า กระบวนการ กรรมวิธี อัตราส่วน ด้วยการบันทึก เพื่อประโยชน์ในการเรียนรู้รักษาภูมิปัญญา และการถักทอที่เป็นมาตรฐานเหมือนกันในทุก ๆ ผืน คงไว้ซึ่งจุดเด่นในแต่ละพื้นที่ ในวันนี้จึงเป็นนิมิตรหมายอันดี ในการนำทั้งศิลปินช่างทอดั่งเดิมในชุมชน ท้องถิ่น และคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะฝีมือและเห็นถึงคุณค่าผ้าไทย เข้ามารับการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากคณาจารย์ วิทยากร ที่การันตีได้ว่ามีความเชี่ยวชาญ เป็นสุดยอดฝีมือในด้านต่างๆ แห่งวงการแฟชั่นไทย และเป็นที่ไว้วางพระทัยของพระองค์อีกด้วย ขอให้ทุกท่านจงมีความภาคภูมิใจในการร่วมกันสืบสาน รักษา และต่อยอด ผ้าไทยให้มีความโดดเด่น งดงาม และเก็บเกี่ยวประยุกต์องค์ความรู้ในวันนี้ให้ได้มากที่สุด เชื่อว่าศักยภาพของทุกท่านจะ สร้างสรรค์ผ้าไทยให้มีชีวิตชีวาสืบไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;นับเป็นเวลากว่า 60 ปี ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ต่อการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาของไทย ทรงก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพขึ้น เมื่อ 21 กรกฎาคม 2519 เพื่อทำการฝึกอาชีพเสริมให้กับราษฎร อีกทั้งยังมีพระประสงค์ เพื่อการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาของคนไทยให้คงอยู่สืบไป เมื่อมาศึกษาพระราชกรณียกิจ โดยเฉพาะผ้า ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องแต่งกายประดับอาภรณ์เท่านั้น แต่เปรียบเสมือนวัฒนธรรม สายใยแห่งความผูกพัน ความรักพระองค์ท่านที่มีต่อปวงสตรี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระองค์ทรงมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระองค์ทรงงานหนัก ศึกษาหาความรู้อย่างมากมาย มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพของผ้า เพื่อให้ชีวิตของปวงประชามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทรงเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจและแบ่งปันองค์ความรู้ให้แก่วงการผ้าไทย ในปัจจุบัน เพื่อสร้างความตระหนักและกระตุ้นให้เกิดภาพลักษณ์ที่ความทันสมัยแก่วงการผ้าไทย อย่างเป็นประจักษ์ผ่านลายผ้าพระราชทาน ชื่อลาย &amp;ldquo;ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo;ตามพระดำริ &amp;ldquo;ผ้าไทย ใส่ให้สนุก&amp;rdquo; ในปี 2563 ที่ผ่านมา มาจนถึงในปีนี้พวกเรายังได้รับพระเมตตา ในการส่งคณาจารย์ วิทยากร ผู้ทรงความรู้ความเชี่ยวชาญด้านแฟชั่น มาเพื่อยกระดับองค์ความรู้ และมาตรฐานคุณภาพการพัฒนาผ้าไทย ในกิจกรรมการอบรม Coaching ครั้งนี้ จึงขอเชิญชวนศิลปิน ผู้มีฝีมือด้านผ้า ได้ร่วมกันส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดผ้าลายพระราชทาน ร่วมสร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ของวงการผ้าไทย ผ่านผ้าลายพระราชทาน &amp;ldquo;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; ได้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564&amp;nbsp;&amp;nbsp; และในส่วนของประชาชนทั่วไปขอเชิญร่วมอุดหนุนและสวมใส่ผ้าไทย เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสนองพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการพัฒนาชุมชมและวิถีชีวิตชาวบ้านให้ดำเนินไปได้กับความร่วมสมัยอย่างมีความสุข ตลอดจนมติของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 โดยการรณรงค์เชิญชวนคนไทยสวมใส่ผ้าไทยอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน ผ้าไทยทุกผืน เป็นสิ่งที่สามารถเล่าสะท้อนเรื่องราววัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาคได้เป็นอย่างดี คุณค่าของผ้าทุกผืนคือ การสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ตัวผู้ทอ ในอีกด้านหนึ่งคือการสร้างชีวิต และลมหายใจ ให้ศิลปะหัตกรรมของไทยเรายังคงมีชีวิตชีวาต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายอัครชญ แก้วอาภรณ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงใช้วิชาและประสบการณ์ที่ได้ไปทอดพระเนตรแฟชั่นจากต่างประเทศ และได้นำวิชาเหล่านั้นมาถ่ายทอดให้คณะทำงาน ให้คณะทำงานได้ทำการ Coaching นำกระแสแฟชั่นมาเพื่อให้กลุ่มทอผ้าได้ประยุกต์ไปสู่สากลได้ โดยคณะทำงานผ้าไทยใส่ให้สนุก ถือเป็นตัวแทนในการนำพระราชปณิธานในด้านการอนุรักษ์ พัฒนาผ้าไทยสู่สากล และพระเมตตาในการช่วยเหลือพสกนิกร ผู้ประกอบการผ้าไทยทุกภูมิภาคให้มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง โดยนำลายผ้าพระราชทาน &amp;ldquo;ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; เป็นตัวตั้งเป็นดังแบบฝึกให้พี่น้องประชาชนช่วยกันพัฒนาฝีมือ และกระตุ้นด้วยกระบวนการ การประกวดที่กำลังจะมาถึง ในระดับภาค ระหว่างวันที่ 7 &amp;ndash; 26 มิถุนายน 2564 โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการจัดการประกวด คือ&amp;nbsp; การฟื้นฟูและส่งเสริมให้ช่างทอที่มีฝีมือที่มีอยู่ทั่วประเทศ หันกลับมาอนุรักษ์และส่งเสริมงานหัตกรรมไทย ซึ่งการที่คณะได้เข้ามา Coaching ในพื้นที่ทั้ง 8 จังหวัด ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากกรมการพัฒนาชุมชน และสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ คาดหวังว่าการประกวดครั้งนี้จะมีผู้สนใจเข้าร่วมราว 3,000 คน โดยการประกวดในระดับประเทศเดือนกรกฎาคม 2564 โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานคณะกรรมการตัดสินด้วยพระองค์เอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสนี้ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ได้มอบหนังสือ Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2022 ให้แก่ตัวแทนผู้เข้าร่วมการอบรม จำนวน 10 คน โดยเป็นหนังสือที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นบรรณาธิการด้วยพระองค์เอง เพื่อพัฒนาและชี้นำทิศทางแนวโน้มการออกแบบผ้าไทยสู่สากล เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้นำไปใช้ประกอบสัมมาอาชีพ และร่วมสืบสานภูมิปัญญาไทยที่ทรงคุณค่า สำหรับการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านผ้าไทย (Coaching) &amp;ldquo;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; ทั้ง 8 ครั้ง ในจังหวัดสกลนคร มหาสารคาม ขอนแก่นลำพูน สุราษฎร์ธานี อุทัยธานี นครราชสีมา และอุดรธานี โดยผู้เข้าร่วมการอบรมจะได้รับองค์ความรู้ อาทิ คุณภาพเส้นใย ไหมพันธุ์ไทย ฝ้ายพื้นเมือง ,การพัฒนาบรรจุภัณฑ์สำหรับผ้าไทย ,การผสมผสานผ้าไทยในคอลเลคชั่น โดยในทุกครั้งได้รับความสนใจจากศิลปินช่างทอผ้าเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103016</URL_LINK>
                <HASHTAG>OTOP, Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2022, กรมการพัฒนาชุมชน, กระทรวงมหาดไทย, ชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน, ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ, นายวรงค์ แสงเมือง, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, ผู้ประกอบการด้านผ้าไทย, ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ, ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ, ผ้าไทยใส่ให้สนุก, พช., สภาสตรีแห่งชาติฯ, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา, สำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210515/image_big_609fbcd2467c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2020 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2020 10:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เกศปรียา&#039;ชงแจกเงิน5,000ทุกคนแบบไร้เงื่อนไข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย.2563 - &amp;nbsp;น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ (พช.) กล่าวว่า การที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ออก 3 พระราชกำหนดเงินกู้ 3 ฉบับ ยอดรวมเกือบ 2 ล้านล้านบาทนั้น ถ้ารัฐบาลอยากให้เศรษฐกิจพื้นฐานฟื้นได้จริง ให้แจกเงินประชาชนทุกคน 6 เดือนโดยไม่มีเงื่อนไข เด็กต่ำกว่า 18 ปีหรือคนชราก็แจกโดยลดยอดแจกเหลือครึ่งหนึ่งของยอดแจกประชาชนในวัยทำงาน โดยกระบวนการแจกขอให้เป็นกระบวนการที่ง่าย ไม่ซับซ้อน ถ้ามีบัญชีธนาคารหรือพร้อมเพย์ก็โอนเข้าช่องทางนั้นเลย ไม่ต้องมีการลงทะเบียน ส่วนผู้ที่ไม่มีพร้อมเพย์หรือบัญชีธนาคารให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นส่งไปรษณีย์ไปให้ตามที่อยู่ การนำเงินแจกประชาชนทุกคนในเวลาวิกฤติเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นการบริหารภาษีที่ดีกว่านำไปซื้ออาวุธไปตั้งไว้ให้ชมในวันเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เหตุผลที่เสนอให้แจกทุกคน เพราะภาวะเศรษฐกิจ ณ เวลานี้ กลุ่มประชาชนฐานรากของประเทศอยู่ในภาวะสาหัส เห็นจากข่าวอาชญากรรมปล้นจี้ร้านสะดวกซื้อเริ่มมากขึ้น การส่งเงินเข้ามือประชาชนกลุ่มนี้ทุกคนในครอบครัวเป็นเวลา 6 เดือนโดยเร็ว ให้ความรู้สึกพอเพียงที่จะใช้จ่าย ทำให้ใช้จ่ายเร็วโดยไม่ต้องคิดถึงวันข้างหน้า เพราะยังมีการแจกต่อถึง 6 เดือน ส่งผลให้มีเงินหมุนเวียนในตลาดขึ้นอีกหลายรอบ ทำให้กำลังซื้อฐานรากเพิ่มขึ้น ภาคการบริโภคในประเทศเติบโตเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เร็วที่สุด ส่วนเหตุผลที่เสนอให้แจกด้วยขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน เพราะเวลานี้อยู่ในภาวะโรคระบาด ทุกคนไม่ควรต้องเดินทางไปติดต่อกันเพื่อควบคุมโรค และทำให้เงินถึงมือประชาชนอย่างรวดเร็ว จะได้นำไปใช้จ่ายหมุนเวียนกระตุ้นภาคการบริโภคให้เศรษฐกิจยังเดินหน้าต่อไปได้เร็วขึ้น&amp;quot; น.ส.เกศปรียา กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62472</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรัฐมนตรี, ครม., น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง, พช., พรรคเพื่อชาติ, พระราชกำหนด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190509/image_big_5cd3937ccde01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2019 09:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2019 09:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กจตุพรคิดได้!บอกสหรัฐตัดสิทธิจีเอสพีเพราะไม่แก้รัฐธรรมนูญ-ฟ้องฝ่ายค้านมาตรา116</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ต.ค.2562 - น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ (พช.) กล่าวถึงกรณีประเทศสหรัฐอเมริกาตัดสิทธิ์มาตรการสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) สินค้า 571 รายการ มูลค่า 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 40,300 ล้านบาท ว่าจะแก้ไขได้ต้องรู้ถึงต้นตอสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา จากรายงานข่าวแจ้งว่าสหรัฐตัดสิทธิ์ครั้งนี้เพราะทางการไทยไม่สามารถยกระดับสิทธิแรงงานให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล ทั้งที่รัฐบาล คสช. ออกกฎหมายเอาใจสหรัฐ จนทำให้ธุรกิจประมงชายฝั่งไทยเดือดร้อนถ้วนหน้า เรือประมงจำนวนมากต้องจอดไม่สามารถออกทำการประมงได้เพราะผิดกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาล คสช.เคยออกมาแถลงผลงานใหญ่โตว่าได้แก้ปัญหาแรงงานและการค้ามนุษย์สำเร็จ ด้วยการได้รับการปรับอันดับสถานการณ์การค้ามนุษย์จากเดิมเคยอยู่กลุ่มเทียร์ 3 มาเป็นเทียร์ 2 เมื่อกลางปี 2561 ที่ผ่านมา แต่ทำไมสินค้ากว่า 571 รายการจึงถูกตัดสิทธิ์จีเอสพี ทำให้มีปัญหาในการส่งออกเพิ่มปัจจัยลบเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพิ่ม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เกศปรียากล่าวอีกว่า ด้านกระทรวงพาณิชย์ได้แจ้งเบื้องต้นว่าสาเหตุที่แท้จริงต่อกรณีนี้ว่า เป็นการตอบโต้ทางการไทย ที่สั่งแบน 3 สารพิษ ซึ่งสหรัฐได้ทักท้วง โดยสถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทยได้ทำหนังสือถึงรัฐบาลมาแล้ว แต่ในความคิดของตนเองสาเหตุที่กระทรวงพาณิชย์คาดว่าเป็นต้นตอของปัญหาไม่น่าจะใช่สาเหตุหลัก เพราะการแบน 3 สารพิษผู้ได้รับผลกระทบตรงๆ คือประเทศจีน ซึ่งเป็นแหล่งที่ไทยนำเข้าสารพิษเหล่านี้ สหรัฐไม่น่าได้รับผลกระทบโดยตรงจากการแบนสารพิษทั้ง 3 นี้ แต่เชื่อว่าสาเหตุที่แท้จริงคือปัญหารัฐบาลไม่เคารพสิทธิเสรีภาพประชาชน เช่น กรณีแจ้งความฝ่ายค้านผิดมาตรา 116 กรณีเปิดเวทีฝ่ายค้านเพื่อประชาชน กรณีไม่ให้ใช้สถานที่ราชการจัดเวทีเสวนารัฐธรรมนูญ ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เกศปรียา กล่าวต่อไปว่า ที่คาดว่าเป็นเช่นนี้เพราะถ้าศึกษารัฐธรรมนูญอเมริกัน จะพบว่ารัฐธรรมนูญทำหน้าที่เพียง 3 ประการคือ 1. ก่อตั้งรัฐบาล 2. กำหนดโครงสร้างของรัฐบาล และ 3. ปกป้องสิทธิพื้นฐานของประชาชน ซึ่งในข้อสามนี้คือปัจจัยสำคัญ เพราะเด็กอเมริกันเมื่อเริ่มเข้าโรงเรียนในวัยประถมทุกคนจะรู้ว่าสิทธิพื้นฐานของประชาชนมีดังนี้ 1. สิทธิในการมีชีวิต 2. สิทธิในเสรีภาพในการแสดงออก &amp;nbsp;การชุมนุมโดยสงบ การร้องทุกข์ต่อรัฐ การนับถือศาสนา และ 3. สิทธิในการแสวงหาความสุข และใครจะละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานเหล่านี้ของประชาชนไม่ได้ ตนเองคาดว่าสหรัฐอเมริกามองรัฐบาลสืบอำนาจหลังเลือกตั้งของไทยมาระยะหนึ่งแล้วว่าเคารพสิทธิประชาชน หรือยังลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชน เช่นรัฐบาลเผด็จการทหาร 5 ปีก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อพฤติกรรมรัฐบาลไม่เคารพสิทธิเสรีภาพประชาชน รัฐบาลอเมริกันที่ยึดมั่นในรัฐธรรมนูญและเคารพสิทธิและเสรีภาพประชาชน จึงได้ลงโทษรัฐบาลไทยที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน แม้รัฐบาลสืบอำนาจจะเอาใจสหรัฐด้วยการสั่งซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์มือสองจำนวนมากด้วยราคาสูงกว่ามือหนึ่ง อีกทั้งไปถ่ายรูปคู่กับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาก็ไม่ช่วยอะไรในเรื่องการเจรจาสิทธิพิเศษทางการค้า ถ้ารัฐบาลยังไม่เคารพสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในประเทศ และมีการปกครองแบบประชาธิปไตยของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ด้วยการมีรัฐธรรมนูญใหม่ที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง เพราะประเด็นนี้เป็นหัวใจหลักในการเคารพความเป็นมนุษย์ซึ่งกันและกันของรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48928</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีเอสพี, พช., พรรคเพื่อชาติ, มาตรการสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร, รัฐธรรมนูญ, สหรัฐอเมริกา, เกศปรียา แก้วแสนเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190509/image_big_5cd3937ccde01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2019 10:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2019 10:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กเพื่อชาติอัดรุ่นพี่นักการเมืองเล่นเกมจนเกินงาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 มิ.ย.2562 - &amp;nbsp;นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ (พช.) กล่าวแสดงความคิดเห็นต่อกรณีความไม่ชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาลในปัจจุบัน ว่า การเลือกตั้งผ่านมากว่า 2 เดือนแล้ว แต่ไทยยังไม่มีรัฐบาล ไม่มีแม้กระทั่งความชัดเจนว่า พรรคใด ขั้วใดจะได้เป็นรัฐบาลชุดต่อไป ซึ่งในบรรยากาศที่บ้านเมืองเป็นปกติ แค่เพียงวันเดียวหลังการเลือกตั้งก็สามารถทราบได้แล้ว อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งครั้งนี้นอกจากจะเป็นสิ่งที่ทุกคนเฝ้ารอคอยหลังไม่ได้มีการเลือกตั้งมาหลายปี ก็ยังเป็นความหวังว่าประเทศจะได้หลุดพ้นวงจรอุบาทว์ ปัญหาต่าง ๆ ของประเทศจะได้รับการคลี่คลาย แต่กลับกลายเป็นหนทางพาประเทศกลับสู่ปัญหาหนักยิ่งกว่าที่เคย ทำประเทศถอยหลังไปหลายสิบปี และมีวี่แววจะเดินเข้าสู่ทางตัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรยุศด์กล่าวอีกว่า มีบางพรรคการเมือง และนักการเมืองบางกลุ่ม ที่ยังไม่เรียนรู้จากความผิดพลาดที่ผ่านมา แทนที่จะใช้โอกาสที่ได้รับจากประชาชน มาร่วมมือกัน นำประเทศออกจากวิกฤต ร่วมกันต่อสู้กับระบอบเผด็จการตามที่สัญญากับประชาชน ทำให้ประชาธิปไตยเข้มแข็ง แต่กลับใช้วาทกรรม ข้ออ้าง และรูปแบบการทำงานทางการเมืองเดิมๆ เพื่อได้มาซึ่งอำนาจ ผลประโยชน์ หรือได้กำกับดูแลกระทรวงที่มีความสำคัญ ซึ่งในทางการเมืองมองว่าการต่อรองเกิดขึ้นได้ และเป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมก็ควรที่จะต้องทำให้เกิดความชัดเจน แต่กลับสร้างเกมต่อรองจนเกินงาม มันสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการเมืองแบบเดิมๆที่ผลประโยชน์ยังอยู่เหนือความชอบธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นักการเมืองรุ่นใหม่ๆ จะเอาตัวอย่างจากที่ไหน หากนักการเมืองรุ่นพี่ยังคงเล่นเกม สร้างการต่อรองไม่รู้จบรู้สิ้นจนเกินงาม เกินความพอดี เมื่อเป็นเช่นนี้ จะยังมีคนดี คนเก่ง อยากจะอาสาเข้ามาทำงานให้บ้านเมืองต่อไปอีกหรือไม่ ถ้านักการเมืองยังติดอยู่กับภาพลักษณ์แบบเดิมๆเช่นนี้ และหากพรรคการเมือง หรือนักการเมืองทั้งหลาย ยังไม่ปรับตัว เรียนรู้บทเรียนในอดีต อีกทั้งยังตระบัดสัตย์ไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ระวังเลือกตั้งรอบหน้า จะถูกประชาชนสั่งสอนอย่างหนัก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37426</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักการเมือง, พช., พรรคเพื่อชาติ, รยุศด์ บุญทัน, รัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190515/image_big_5cdb964fc67df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
