<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชวนสร้างภูมิเตรียมพร้อม รับมือโรคที่มากับหน้าฝน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูฝน การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ชื้นขึ้น อุณหภูมิที่ลดลงในช่วงฝนตก เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ร่างกายของเราอ่อนแอลง เกิดภาวะภูมิตกจากปัจจัยกระตุ้นต่างๆ รวมไปถึงการแพร่ระบาดของเชื้อโรคที่เกิดขึ้นง่ายและรวดเร็วมากขึ้น โดยเฉพาะโรคประจำฤดูกาลอย่างไข้หวัดใหญ่ที่มีแนวโน้มการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นทุกปี และยิ่งในปีนี้โรคโควิด-19 เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้หลายคนกังวลว่าจะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ซึ่งมีภูมิต้านทานที่ไม่แข็งแรง จะทำให้ได้รับเชื้อโรคง่ายกว่าคนทั่วไป การมีภูมิคุ้มกันของร่างกายที่แข็งแรงย่อมดีที่สุด แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีภูมิคุ้มกันที่มากพอ แล้วจะทำอย่างไรให้ร่างกายรับมือกับโรคภัยได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.กอบกาญจน์ ชุณหสวัสดิกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการทางการแพทย์ จิณณ์ เวลเนส คลินิก (Jin Wellness Clinic) โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง กล่าวว่า เราสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายได้ เช่น ในกรณีของไข้หวัดใหญ่ที่หลายคนทราบดี คือ การรับวัคซีนเป็นประจำทุกปี เนื่องจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่เป็นเชื้อที่สามารถกลายพันธุ์ได้ตามธรรมชาติ ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในทุกๆ ปี เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเชื้อไวรัส และยิ่งในปัจจุบันมีโรคโควิด-19 เพิ่มเข้ามา ซึ่งยังไม่สามารถควบคุมการระบาดได้ 100 เปอร์เซ็นต์ การทำให้ร่างกายแข็งแรงและสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากยิ่งขึ้น เพราะเปรียบเสมือนป้อมปราการด่านสำคัญที่คอยต้านทานและกำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาสู่ร่างกาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซลล์ในร่างกายที่สำคัญที่ทำหน้าที่เป็นภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ คือ เซลล์เม็ดเลือดขาว (White Blood Cells : WBC) ที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดและตามอวัยวะต่างๆ โดยหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของเม็ดเลือดขาว ได้แก่ Natural Killer cell : NK Cell หรือเซลล์เม็ดเลือดขาวนักฆ่า ที่มีหน้าที่สำคัญในการทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสและรวมไปถึงเซลล์มะเร็ง พบในหลายกรณีว่ากลุ่มคนที่มีภูมิคุ้มกัน หรือ NK Cell ค่อนข้างต่ำ มักจะรับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้มากกว่า ทำให้เราป่วยได้บ่อยๆ นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีและศาสตร์การรักษาสมัยใหม่ ซึ่งเป็นทางเลือกในการสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงด้วยการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (Immune) เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานตามธรรมชาติที่มีอยู่ ให้สามารถสร้างเกราะป้องกันเชื้อโรคต่างๆ ได้แบบองค์รวม ซึ่งสามารถทำได้หลากหลายวิธี เช่น การตรวจเช็กคุณภาพของภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย ว่าเรามีโอกาสที่จะเป็นหรือไม่เป็นโรคต่างๆ ได้มากน้อยเพียงใด หรือการนำเอา NK Cell ออกมาบ่มเพาะและฉีดกลับเข้าร่างกายเพื่อกระตุ้นกระบวนการการสร้างภูมิคุ้มกัน ให้พร้อมต่อสู้กับเชื้อไวรัสอื่นๆ ที่แพร่ระบาดอยู่ได้ ไม่ว่าจะเป็นไวรัสตามฤดูกาลอย่างไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 หรือโรคอื่นๆ ก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการใช้เทคโนโลยีมาช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกาย เรายังต้องพยายามทำให้ร่างกายแข็งแรงอยู่สม่ำเสมอ ด้วยการออกกำลังกายที่ช่วยเสริมสมรรถนะของปอด เช่น การทำคาร์ดิโอ หรือการเดินเร็ว ที่ช่วยให้สุขภาพปอดและหัวใจแข็งแรงยิ่งขึ้น การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ สวมเสื้อผ้าให้ร่างกายอบอุ่น ไม่สวมใส่เสื้อผ้าที่บางจนเกินไป โดยเฉพาะเด็กกับผู้สูงอายุ ดื่มน้ำและรับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ๆ ถูกสุขอนามัย กินร้อน ช้อนเรา ที่สำคัญควรอยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเท ปลอดโปร่ง ไม่อยู่ใกล้ชิดกันจนเกินไป (Social Distancing) ยังมีความสำคัญอยู่เสมอ ล้างมือและฟอกสบู่ให้สะอาดและถูกต้องตามหลักบ่อยๆ เท่ากับเป็นแนวทางการป้องกันให้เราห่างไกลจากโรคร้ายได้อย่างปลอดภัย ดังนั้นการมีสุขภาพที่ดีต้องเริ่มต้นจากภายในสู่ภายนอก ด้วยการใช้หลักความสมดุลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68337</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, พญ.กอบกาญจน์ ชุณหสวัสดิกุล, โรงพยาบาลธนบุรี, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200610/image_big_5ee0bdc25b44c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58169</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ธนบุรีบูรณา”บ้านหลังที่สอง ดูแลผู้สูงวัยป่วยอัลไซเมอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงวัยระยะยาว โดยเฉพาะโรคความจำเสื่อม (Alzheimer&amp;rsquo;s) และโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน เนื่องจากโรคทั้ง 2 ชนิดนั้นมีแนวโน้มพบได้สูงในคนสูงอายุ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(นพ.บุญ วนาสิน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG จัดงานเปิดตัว &amp;ldquo;โรงพยาบาลธนบุรีบูรณา&amp;rdquo; โรงพยาบาลฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงวัยระยะยาว (Trusted Long-Term Care Hospital) โดยเฉพาะที่ป่วยโรคความจำเสื่อม (Alzheimer&amp;rsquo;s) และโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ให้ผู้สูงวัยมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน โดยการดูแลรักษาแบบองค์รวม (Holistic care) ทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ ให้การบริการอย่างครบวงจรทั้งการฟื้นฟู รักษา ป้องกัน และส่งเสริม รวมไปถึงการจัดทำแผนในการดูแลสุขภาพให้เหมาะเฉพาะรายบุคคล (Individualized) โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล และทีมสหวิชาชีพที่มากด้วยประสบการณ์ ร่วมสัมผัสกับโรงพยาบาลฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงวัยระยะยาวให้มีสุขภาพดีได้มากที่สุดพร้อมกัน ที่โรงพยาบาลธนบุรีบูรณา ในโครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;นพ.บุญ วนาสิน&amp;rdquo; ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกได้เข้าสู่สังคมผู้สูงวัย (Aging Society) โดยในกว่า 10 ปีข้างหน้าคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว (Super-Aged Society) โดยมีสัดส่วนประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป เป็นจำนวนเกินกว่า 20% และโรคอันดับต้นๆ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงวัยเกิดอุบัติเหตุและก่อให้เกิดการเสียชีวิตก็คือ โรคความจำเสื่อม (Alzheimer&amp;rsquo;s) และโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ซึ่งมีผลกระทบทำให้ผู้สูงวัยและผู้ดูแล ไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติและมีความสุขได้เหมือนเดิม เช่น เกิดอาการแขนขาหมดแรง ทำให้เคลื่อนที่ลำบาก พูดไม่ชัด กลืนอาหารลำบาก ใบหน้าเบี้ยว มีแผลกดทับ ระบบทางเดินอาหาร แม้กระทั่งโรคจิตเวช เป็นต้น ปัญหาต่างๆ เหล่านี้มีความจำเป็นที่ต้องได้รับการดูแลรักษาเฉพาะทางจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักกายภาพบำบัด Medical Sport Science การฝังเข็มแบบแผนแพทย์ทางเลือก โปรแกรมโภชนบำบัด โปรแกรมฟื้นฟูบำบัดด้วยการทำกิจกรรมและใช้เทคโนโลยีทันสมัยมาช่วย ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและสิ่งอำนวยความสะดวกในและนอกโรงพยาบาล เพื่อช่วยให้การรักษาฟื้นฟูเกิดผลลัพธ์ในเชิงบวกและกลับมามีคุณภาพชีวิตทีดีในมิติใหม่ (Transforming Your Healthcare)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG ได้มองเห็นปัญหาสำคัญนี้ จึงเป็นที่มาของ &amp;ldquo;โรงพยาบาลธนบุรีบูรณา&amp;rdquo; โรงพยาบาลฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงวัยระยะยาว ด้วยการสร้างความสมดุลชีวิตในทุกมิติของผู้สูงวัยและครอบครัว โดยเน้นการฟื้นฟู ดูแลสุขภาพผู้ป่วยโรคความจำเสื่อม (Alzheimer&amp;rsquo;s) และโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ภายใต้มาตรฐาน ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป หรือ THG จึงสามารถมั่นใจได้ว่าผู้ป่วยจะได้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไปจนถึงสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนปกติเท่าที่จะเป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(นพ.อี๊ด ลอประยูร)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน &amp;ldquo;นพ.อี๊ด ลอประยูร&amp;rdquo; ผู้อำนวยการ &amp;ldquo;โรงพยาบาลธนบุรีบูรณา&amp;rdquo; ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;สำหรับการสังเกตอย่างง่ายในกลุ่มของผู้สูงวัยที่ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ซึ่งจำเป็นต้องมาพบแพทย์โดยด่วนนั้นโดยที่ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเป็นลมสลบไป โดยให้ใช้หลัก 4 ประการ คือ &amp;ldquo;Fast&amp;rdquo; โดยเริ่มจากอักษรตัว 1. F คือ &amp;ldquo;fall&amp;rdquo; เวลาที่ยิ้มแล้วมุมปากจะตก หรือมีอาการปากเบี้ยว น้ำลายไหลแบบที่กลั้นไม่ได้ ส่วนอันที่ 2. a หรือ &amp;ldquo;arm&amp;rdquo; ซึ่งผู้ป่วยจะอาการ ยกแขนไม่ขึ้น หรือรู้สึกอ่อนแรงที่แขน (หากยกแขนทั้งสองข้างได้เท่ากันถือว่าอาการปกติ ทั้งนี้หากยกแขนทั้งสองข้างได้ไม่เท่ากัน โดยอีกข้างอ่อนแรงให้รีบมาพบแพทย์ทันที) 3.อักษรตัว S. &amp;ldquo;Speak&amp;rdquo; หรือการพูดคุยให้สังเกตว่าหาก ผู้สูงอายุพูดไม่เป็นคำ หรือ คำที่คุยนั้นไม่ได้อยู่ในเรื่องที่เรากำลังคุยกับคนอื่น ส่วนอักษรตัวที่ 4. คือ T หรือ &amp;ldquo;Time&amp;rdquo; หากผู้ป่วยหมดสติโดยโรคหลอดเลือดสมองให้รีบนำส่งโรงพยาบาลโดยทันที เพื่อให้แพทย์ฉีดยาสลายลิ้มเลือดก่อน 4 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อให้ลิ้มเลือดสลายได้อย่างรวดเร็ว และนำมาซึ่งการรักษาที่ทันท่วงที&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(พญ.กอบกาญจน์ ชุณหสวัสดิกุล)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายกันที่ &amp;ldquo;พญ.กอบกาญจน์ ชุณหสวัสดิกุล&amp;rdquo; ประธานการแพทย์ &amp;ldquo;โรงพยาบาลธนบุรีบูรณา&amp;rdquo; ให้คำแนะนำว่า &amp;ldquo;นอกจากการดูแลและป้องกันโรคทั้ง 2 ชนิดแล้ว คนที่ดูแลผู้ป่วยก็จำเป็นต้องเรียนรู้การดูแลตัวเองเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพ เพื่อให้ทั้งผู้ป่วยและคนดูแลอยู่ด้วยกันแบบสมดุล เช่น การที่คนดูแลบำบัดความเครียดโดยการร้องเพลง เพราะเวลาที่เราร้องเพลงจะทำให้ผู้ดูแลได้ระบายกับเรื่องที่ยึดติดในใจทุกอย่างออกมา กระทั่งวาดรูปทำงานศิลปะ หรือการออกกำลังกาย เพราะจะทำให้เรามีสมาธิและมีสติ ดังนั้นเมื่อใจมาทุกอย่างก็จะดีขึ้น และคิดหาทางออกได้เอง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ทั้งนี้เมื่อผู้ดูแลบำบัดตัวเองแล้ว ก็ต้องไม่ลืมให้กำลังใจผู้ป่วย รวมถึงการที่ผู้ป่วยเองก็ควรตั้งธงในใจว่าจะต้องอาการดีขึ้นเพื่อสิ่งนั้นสิ่งนี้ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคทางหลอดสมองที่เสี่ยงต่อการเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต ดังนั้นถ้าใจสู้ อาการของผู้ป่วยก็จะดีขึ้นโดยรวมค่ะ แต่ทั้งนี้ก็ต้องอาศัยคนดูแลสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม เอื้ออำนวยต่ออาการป่วยให้ดีขึ้น เช่น การพาผู้สูงอายุโรคหลอดสมองที่อาการเริ่มดีขึ้นไปว่ายน้ำ เพราะการที่เขาได้เดินในน้ำจะทำให้ผู้ป่วยสูงอายุรู้สึกว่าตัวเองเริ่มเดินได้ดีขึ้น ก็จะเกิดความมั่นใจและมีกำลังใจ กระทั่งค่อยๆ เดินได้เองมากขึ้นค่ะ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58169</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, นพ.บุญ วนาสิน, บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), พญ.กอบกาญจน์ ชุณหสวัสดิกุล, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200225/image_big_5e55144fa4320.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
