<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรวจวิเคราะห์ร่างกายระดับDNA  เวชศาสตร์ชะลอวัยช่วยสุขภาพดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ&amp;rdquo; ทั้งที่คิดว่าดูแลตัวเองดีแล้ว โรคภัยก็ยังมาเยือน ปัจจุบันมีสูตรการดูแลสุขภาพประจำตัวที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ ที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;เวชศาสตร์-ชะลอวัย&amp;rdquo; ที่หลายคนมักเข้าใจผิดว่าจำกัดอยู่เพียงแค่ความสวยความงาม แต่ปัจจุบันดูแลลึกลงไปถึงเรื่องของสุขภาพทุกมิติด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พญ.กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พญ.กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลพญาไท 2 อธิบายว่า &amp;ldquo;สำหรับความหมายของ &amp;lsquo;เวชศาสตร์ชะลอวัย&amp;rsquo; ที่มักเกิดความเข้าใจผิดไว้ว่า &amp;ldquo;เมื่อได้ยินชื่อเวชศาสตร์ชะลอวัย คนมักคิดว่าเป็นเรื่องของการดูแลผิวพรรณ หรือศัลยกรรมเพื่อความสวยงามภายนอก ความจริงแล้วตรงกันข้าม เวชศาสตร์ชะลอวัยเป็นศาสตร์ดูแลร่างกายให้ดีจากภายใน ด้วยการตรวจวิเคราะห์ร่างกายอย่างละเอียดลึกซึ้งถึงระดับ DNA ค้นหาความผิดปกติ และแนวโน้มการเกิดโรคในอนาคต เพื่อนำมาวางแผนดูแลสุขภาพ ป้องกัน และลดความเสี่ยงการเกิดโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เวชศาสตร์ชะลอวัยเป็นศาสตร์ที่มีแนวคิดมาจาก &amp;lsquo;การป้องกันก่อนป่วย&amp;rsquo; ซึ่งเหมาะสมกับเทรนด์ในปัจจุบันที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น โดยเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพจาก &amp;lsquo;เชิงรับ&amp;rsquo; คือป่วยก่อนจึงค่อยไปหาหมอ รับประทานยารักษาให้หาย เป็นการดูแลสุขภาพ &amp;lsquo;เชิงรุก&amp;rsquo; ทำให้ร่างกายแข็งแรง หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยแพทย์จะทำหน้าที่เหมือนเป็นที่ปรึกษาส่วนตัว วิเคราะห์ผลตรวจทั้งวิตามิน ฮอร์โมน และตรวจระดับพันธุกรรม เพื่อมาแนะนำว่าคุณควรใช้ชีวิตอย่างไรให้มีสุขภาพดีและมีชีวิตที่ยืนยาว โดยการปรับพฤติกรรมทั้งการกิน การออกกำลังกาย การนอน ไปจนถึงการดูแลจิตใจให้อยู่ในสภาวะสมดุล หลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรค คนไข้จะได้รู้จักร่างกายของตัวเอง และรู้วิธีดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสมกับตัวเองที่สุด เหมือนเป็นคู่มือการใช้ชีวิตที่เหมาะสมกับบุคคลนั้นๆ
สำหรับวิธีการตรวจวิเคราะห์ลึกระดับ DNA จะต้องนำมาจากเยื่อบุแก้ม จากนั้นจะส่งตรวจไปที่อเมริกาและก็แปลงผลกลับมา และสิ่งที่เขาดูคือการเรียงตัวของระดับดีเอ็นเอ และ เมื่อไหร่ก็ตามที่ดีเอ็นเอระบุออกมาว่ามันมีความเสี่ยงในการเป็นโรค แพทย์ก็จะมีวินิจฉัย โดยดูแยกระดับออกไปอีกว่าเป็นโรคมะเร็งหรือไม่เป็น เช่น ถ้าจะแยกวิเคราะห์ในสาขามะเร็ง เราก็จะดูว่าเป็นมะเร็งลำไส้ หรือมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ในผู้หญิงหรือไม่ ส่วนผู้ชายก็จะตรวจดูว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นต้น นอกจากนี้ เวชศาสตร์ชะลอวัยที่ตรวจลึกระดับ DNA ยังสามารถวิเคราะห์ว่าเป็น โรคหัวใจ, โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลับ, โรคอัลไซเมอร์, โรคจอประสาทตาเสื่อมจากการที่เราใช้คอมพิวเตอร์, การตรวจหาโลหะหนักในร่างกาย ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เขมนิจ จามิกรณ์ และ พ.ต.ต.ศักดิ์สุนทร เปรมานนท์ 2 คู่รักสุขภาพ ร่วมตรวจสุขภาพเพื่อหาโลหะหนักในร่างกายด้วยเวชศาสตร์ชะลอวัย โดยการสแกนเนื้อเยื่อ 4 จุดที่บริเวณฝ่ามือ จากนั้นจะแปลงผลออกมาในรูปแบบกราฟข้อมูลสุขภาพ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ ตัวอย่างการตรวจหาโลหะหนังในร่างกายที่มาจากเครื่องสำอาง แพทย์จะใช้การสแกนจากมือของเรา โดยดูว่าร่างกายได้รับโลหะหนัก ซึ่งการตรวจที่บริเวณมือจะค่อนข้างมีความแม่นยำ เพราะเป็นการคายออกของเนื้อเยื่อในร่างกายเรา แต่ถ้าเราตรวจวัดโลหะหนักจากผลเลือด มันก็จะมีความเคลื่อนได้ เพราะโลหะหนักจะอยู่ในอวัยวะมากกว่าในเลือด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประโยชน์และข้อดีของเวชศาสตร์ชะลอวัยด้วยการตรวจวิเคราะห์ร่างกายอย่างละเอียดลึกซึ้งถึงระดับ DNA เพื่อให้ร่างกายดีจากภายในสู่ภายนั้น อันที่จริงแล้วเราไม่ได้ตรวจถึงระดับพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว แต่สิ่งที่เราดูคือการวิเคราะห์ว่าคนไข้ &amp;ldquo;กินดีหรือเปล่า&amp;rdquo; จะมีการจัดวิตามินที่เหมาะสมให้ นอกจากนี้ยังดูเรื่อง &amp;ldquo;ออกกำลังกายว่าเหมาะสมหรือไม่&amp;rdquo; และเมื่อคนไข้ออกกำลังกายแล้ว ไขมันจะต้องลดลง กล้ามเนื้อต้องเพิ่มขึ้น เราจะมีการแสกนดูว่ากล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นเท่าไร รวมถึงเรื่องของ &amp;ldquo;การนอน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;อารมณ์&amp;rdquo; เราวัดจากฮอร์โมนที่เราเรียกกันว่าโกรทฮอร์โมน ดูว่านอนหลับดีไม่ รวมถึงเรื่องของอารมณ์ที่วัดจากสุข พูดได้ว่าสิ่งที่เราดูสุขภาพแบบเป็นองค์รวมคือ กินดี ออกกำลังกายต้องได้กล้ามเนื้อ อารมณ์ดีจากระดับโกรทฮอร์โมน รวมไปถึงความเสี่ยงจากยีนมะเร็งที่ถ่ายทอดโดยพ่อแม่อย่างที่กล่าวได้ข้างต้น ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อดูว่าจะเกิดความเสี่ยงอะไรต่อคนไข้เพื่อนำมาสู่การป้องกันตัวเอง เพื่อให้มีสุขภาพที่ยืนยาวและปราศจากโรคภัยนั่นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยแนะนำว่าผู้ที่ควรรับการตรวจวิเคราะห์ร่างกายอย่างละเอียดลึกซึ้งถึงระดับ DNA คือที่อายุ 25 ปีขึ้นไป โดยระยะเวลาของการตรวจและการปรับไลฟ์สไตล์ตามที่แพทย์วินิจฉัยจะอยู่ที่ประมาณ 3-6 เดือน แต่ทั้งนี้ ทุกๆ 3 เดือน แพทย์จะมีการติดตามผล โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างหมอกับคนไข้ 50 ต่อ 50 ในการมีสุขภาพดีด้วยเวชศาสตร์ฟื้นฟูดังกล่าว&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22044</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, พ.ต.ต.ศักดิ์สุนทร เปรมานนท์, พญ.กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี, เขมนิจ จามิกรณ์, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181115/image_big_5bed657d5e37a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
