<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใส่ใจเรื่องการตรวจสุขภาพ ช่วยสูงวัยอย่างมีชีวิตชีวา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สูงวัยเปรียบเหมือนแหล่งรวมความรักของลูกหลาน แต่ด้วยร่างกายที่เสื่อมถอยลงไม่แข็งแรงเท่าคนหนุ่มสาว ดังนั้นการเตรียมความพร้อมในด้านความรู้ ข้อมูล รวมถึงการให้ความใส่ใจเรื่องการตรวจสุขภาพและการดูแลร่างกายให้แข็งแรงจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.ธิศรา วีรสมัย สูตินรีแพทย์ เวชศาสตร์ครอบครัวและหัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัยโรงพยาบาลพญาไท 1 กล่าวว่า &amp;quot;สังคมไทยของเราในตอนนี้กำลังก้าวไปสู่สังคมผู้สูงอายุ สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข คือ การมีสุขภาพที่ดี มีร่างกายที่เข็งแรง ดังนั้นจึงควรเตรียมความพร้อมด้วยการดูแลและตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการเกิดโรคที่ตามมากับอายุที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ โรคที่เกิดจากความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ เช่น มีปัญหาในการได้ยินหรือหูตึง มีปัญหาในการมองเห็น ความจำเสื่อม ข้อเสื่อม กระดูกพรุน กระดูกบาง และสำหรับของผู้หญิงต้องให้ความสำคัญกับความเสี่ยงของโรคที่ตามมาหลังวัยหมดประจำเดือนเป็นพิเศษ เพราะฮอร์โมนเพศในร่างกายลดลง ทำให้เกิดอาการต่างๆ ตามมา เช่น ผิวแห้ง ช่องคลอดแห้งเกิดการระคายเคือง ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย โดยในผู้สูงอายุช่องคลอดและมดลูกจะหย่อน โดยเฉพาะในรายที่คลอดลูกหลายคน นอกจากนี้ยังมีเรื่องของภาวะเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจที่เพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกหนึ่งโรคที่ไม่อาจมองข้ามได้ เพราะความเสี่ยงของโรคเพิ่มขึ้นตามอายุเช่นกันคือ &amp;quot;โรคมะเร็ง&amp;quot; มะเร็งที่พบมากในผู้หญิง เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งที่เพิ่มขึ้นจากการมีอายุมากขึ้นนั้นถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้ เช่นเดียวกันกับความเสี่ยงทางพันธุกรรมที่ได้รับการถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การดูแลสุขภาพและตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้ คือ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตในการหลีกเลี่ยงสิ่งปนเปื้อนสารเคมีหรื่อสารก่อมะเร็ง เช่น การทานอาหารปิ้งย่างติดเขม่าดำ การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ การสัมผัสมลพิษทางอากาศ เช่น ควันบุหรี่ ควันธูป ควันรถยนต์ ร่วมกับการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ และตรวจเพิ่มเติมตามข้อแนะนำทางการแพทย์ เมื่ออายุถึงเกณฑ์ตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปควรได้รับการตรวจเต้านมด้วย digital mammogram ปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อคัดกรองความเสี่ยงมะเร็งเต้านม อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปควรได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยการส่องกล้อง และตั้งแต่อายุ 55 ปี อาจรับการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วย low-dose CT โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำหรือใกล้ชิดผู้สูบบุหรี่ตามวินิจฉัยของแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ หากพบประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคมะเร็งอาจบ่งบอกได้ว่าเกิดการกลายพันธุ์ของยีนที่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง ที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมหรือถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นได้ การตรวจคัดกรองความเสี่ยงมะเร็งด้วยการตรวจยีนจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพ แม่นยำ และปลอดภัย สามารถตรวจได้ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มีอาการผิดปกติหรือไม่พบความผิดปกติจากการตรวจเอกซเรย์หรือเลือด เพื่อวางแผนการดูแลสุขภาพเชิงลึก เช่น หากผลตรวจเป็นบวก นั่นคือ ยังไม่ได้เป็นมะเร็งตอนนี้ แต่พบความเสี่ยงเป็นมะเร็งทางพันธุกรรมซึ่งจะเกิดในอนาคต ตอนนี้ก็ต้องปรับรูปแบบการใช้ชีวิต ทั้งอาหาร การออกกำลังกาย การพักผ่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการก่อปัจจัยเสี่ยงให้เกิดมะเร็งชนิดนั้นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากผลตรวจเป็นลบ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีทางเป็นมะเร็งเลย แต่หมายถึง ไม่มีความเสี่ยงทางพันธุกรรมในการเกิดมะเร็ง การดูแลสุขภาพในเชิงป้องกัน หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงก็ยังมีความสำคัญ เพราะการเกิดมะเร็ง นอกจากพันธุกรรมแล้ว รูปแบบการใช้ชีวิต และการปนเปื้อนสารเคมี หรือสารก่อมะเร็ง ก็เป็นปัจจัยสำคัญ เช่น เลี่ยงการทานอาหารปิ้ง-ย่างติดเขม่าดำ เลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มเหล้าเป็นประจำ เลี่ยงการสัมผัสมลพิษทั้งทางอากาศ อาหาร เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตรวจยีนทำได้ง่ายและสะดวก ด้วยการเจาะเลือด 6 มล. ส่งตรวจห้องปฏิบัติการทางพันธุกรรม วิเคราะห์ผลด้วยเทคโนโลยี Next Generation Sequencing (NGS) ที่นับว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการตรวจยีน มีความแม่นยำ ถูกต้อง ปลอดภัย มาตรฐานจากสหรัฐอเมริกา โดยผลการตรวจเฉพาะรายบุคคลรับรองโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุ์ศาสตร์โรคมะเร็ง ปัจจุบันการตรวจยีนจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ประโยชน์ของการตรวจสามารถช่วยวางแผนการตรวจสุขภาพได้ตรงจุดเสี่ยงมากขึ้น และหากพบก้อนเนื้อที่ผิดปกติและสงสัยว่าอาจเป็นมะเร็ง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะได้ทำการวินิจฉัยเพิ่มเติม และหากพบว่าเป็นมะเร็งระยะต้นๆ จะเพิ่มโอกาสการรักษาให้หายมากขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วยในระยะยาว&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38178</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, พญ.ธิศรา วีรสมัย, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfe501f85c9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16500</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อสุขภาพที่ดีของวัยเก๋า เฝ้าระวังโรคที่มากับน้ำท่วมขัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เรื่องของน้ำท่วมขัง&amp;rdquo; ไม่เพียงส่งต่อระบบเศรษฐกิจ ตลอดจนการเดินทางไปไหนมาไหนไม่สะดวกแล้ว แต่ทว่ายังส่งผลโดยตรงกับสุขภาพของผู้สูงอายุ เพราะเชื้อโรคที่ปะปนมากับน้ำไม่สะอาดถือเป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการเจ็บป่วยเบสิกอย่าง โรคหวัด โรคน้ำกัดเท้า แต่อากาศชื้นแฉะในช่วงหน้าฝนที่บวกกับภาวะภูมิต้านทานร่างกายของคนสูงวัยต่ำลง อาจเป็นสาเหตุของโรคงูสวัด ซึ่งหากปล่อยปละละเลยอาจทำให้เป็นอัมพาตได้ พญ.ธิศรา วีรสมัย หัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย รพ.พญาไท 1 ให้ข้อมูลในการดูสุขอนามัยช่วงหน้าฝนไว้น่าสนใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พญ.ธิศรา วีรสมัย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พญ.ธิศรา อธิบายว่า &amp;ldquo;ปกติแล้วผู้สูงอายุมักจะได้รับการปกป้องจากลูกหลานอยู่แล้ว ในการไม่ให้ท่านไปเดินลุยน้ำ แต่ต้องไม่ลืมว่าบางครั้งท่านอดไม่ได้ หรือแม้แต่การสวมชุดแฉะเปียกน้ำท่วมขังเป็นเวลานานๆ ก็จะทำให้เป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆ ดังนั้นก็ควรรีบล้างมือและเท้าให้สะอาด อีกตั้งต้องหลีกเลี่ยงการลงไปเดินลุยน้ำท่วมขังติดต่อกันเป็นเวลานานๆ เพราะจะเสี่ยงต่อการเกิด &amp;ldquo;โรคฉี่หนู&amp;rdquo; ได้ เนื่องจากเชื้อโรคจะมาพร้อมกับน้ำ หรือแม้แต่ &amp;ldquo;โรคเชื้อรา&amp;rdquo; น้ำกัดเท้า เป็นต้น เมื่อไรก็ตามที่ผู้สูงอายุรู้สึกว่าเริ่มมีผื่นแดงหรืออาการคันตามง่ามมือและเท้า หรือมีอาการไข้สลับกับปวดเมื่อยเนื้อตัว ลูกหลานควรรีบพาท่านมาโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ &amp;ldquo;โรคท้องร่วง&amp;rdquo; ก็มาได้ทุกเหตุการณ์ ไม่ว่าจะร้อนจัดหรือช่วงหน้าฝนตก เกิดน้ำท่วมขัง เนื่องจากเชื้อโรคมากับน้ำ ดังนั้นการล้างมือให้สะอาดก่อนที่จะหยิบจับอาหารก็เป็นสิ่งสำคัญ ผู้สูงอายุมีภูมิต้านทานค่อนข้างอ่อน เวลาจะหยิบอาหารรับประทานก็ไม่ควรลืมดูแลสุขภาพอนามัยตัวเอง ที่สำคัญภาชนะที่ใช้ตักและใส่อาหารก็ควรล้างให้สะอาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ในช่วงหน้าฝน อากาศชื้น หากคุณตาคุณยายที่รู้สึกเจ็บแสบปวดร้อนบริเวณชายโครงหรือหลัง และมีตุ่มน้ำใสๆ ให้สงสัยว่าเป็น &amp;ldquo;โรคงูสวัด&amp;rdquo; โดยให้รีบไปพบแพทย์เร็วที่สุด เพื่อตรวจอาการว่าเป็นโรคผื่นแดงคันทั่วไป หรือเป็นโรคงูสวัด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และอีกสิ่งที่พบคือ &amp;ldquo;มลภาวะทางน้ำ&amp;rdquo; โดยการที่น้ำชะล้างฝุ่นละอองและควันพิษติดมากับน้ำท่วมขัง ดังนั้นเมื่อมือหรือเท้าของเราไปสัมผัสน้ำที่สกปรก ก็ต้องรีบล้างตามซอกเล็บมือเล็บเท้าให้สะอาด เนื่องจากหากผู้อายุมีโรคประจำตัวอย่าง &amp;ldquo;โรคเบาหวาน&amp;rdquo; เวลาที่ท่านไปแกะเกาก็จะทำให้แผลติดเชื้อจากการสัมผัสน้ำที่ไม่สะอาด ดังนั้นควรรีบไปพบแพทย์เมื่อพบว่าตัวเองมีแผลเพียงนิดเดียวก็ตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ลืมไม่ได้ในคนอายุ 50 ปีขึ้นไปที่เคยเป็น &amp;ldquo;โรคอีสุกอีใส&amp;rdquo; มาก่อน ต้องไม่ลืมว่ามีโอกาสเป็น &amp;ldquo;โรคงูสวัด&amp;rdquo; อันเนื่องจากภูมิคุ้มกันร่างกายบกพร่องในช่วงหน้าฝน จากสภาพอากาศชื้นและเปียกน้ำ ดังนั้นให้ผู้สูงอายุหมั่นคอยสังเกตว่า หากมีอาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณชายโครง หรือลูบไปสักพักมีอาการแสบร้อนบวกกับมีตุ่มใสๆ ผุดขึ้นมา ให้สงสัยว่าเป็นโรคงูสวัด เพราะบางคนผู้สูงวัยเข้าใจผิดว่าเป็นอาการผื่นคันแดงจากการสัมผัสน้ำท่วมขังท่วม และไปทาครีมสเตียรอยด์สำหรับแก้ผื่นแพ้อาการคัน ก็จะทำให้โรคแย่ลง ดังนั้นควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยว่าเป็นโรคงูสวัดหรือผื่นคันทั่วไป ซึ่งหากเป็นงูสวัดจะอันตรายมาก โดยเฉพาะคนสูงวัยอายุเกิน 70 ปีขึ้นไป ซึ่งหากเป็นในตำแหน่งสำคัญ เช่น ใบหน้า หรือรอบกระบอกดวงตา และรอบหู จะมีโอกาสเสี่ยงหูหนวกและตาบอดได้ หรือหากเชื้อโรคเข้าสู่สมองก็จะทำให้ผู้สูงวัยท่านนั้นป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์อัมพาตได้&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16500</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, พญ.ธิศรา วีรสมัย, โรคท้องร่วง, โรคน้ำกัดเท้า, โรคหวัด, โรคเบาหวาน, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180830/image_big_5b87fda521dc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สว.ผิวแห้ง-ติดเชื้อในร่มผ้า ปัญหาสุขภาพช่วงหน้าฝน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ในช่วงหน้าฝน ผิวผู้สูงอายุจะเกิดภาวะแห้งจากอากาศที่ชื้น ซึ่งจะส่งผลให้เกิดอาการคันและเป็นเชื้อราในร่มผ้าได้ค่อนข้างง่าย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จริงอยู่ที่ช่วงหน้าฝนอากาศชื้น แต่ทว่าผิวหนังของผู้สูงวัยอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น ที่สำคัญหากปล่อยปละละเลยก็จะยิ่งทำให้ผิวของคนวัยเกษียณแห้งกร้าน ที่สำคัญยังกระตุ้นให้เกิดภาวะผื่นคันระคายเคืองได้อีกด้วย และจากภาวะผิวไม่ชุ่มชื่นในช่วงฝนพรำ บวกกับช่วงวัยที่เพิ่มมากขึ้น คอลลาเจนลดน้อยลง ยังเป็นสาเหตุของผิวหนังหย่อนคล้อยได้แบบไม่รู้ตัว พญ.ธิศรา วีรสมัย หัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย รพ.พญาไท 1 ให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพผิวคนวัยเก๋าไว้น่าสนใจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พญ.ธิศรา วีรสมัย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พญ.ธิศราให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;ต้องอธิบายก่อนว่าผู้สูงอายุจะมีปัญหาการเปลี่ยนแปลงของผิวได้ค่อนข้างดี อย่างแรกคือการ &amp;ldquo;ขาดฮอร์โมน&amp;rdquo; ที่ลดลงตั้งแต่อายุ 40 ปี ประการต่อมาคือ &amp;ldquo;ความเสื่อมไปตามวัย&amp;rdquo; หรือความเสื่อมของเซลล์ผิว อาจเกิดจากเซลล์ในร่างกายเสื่อมสภาพตามอายุ ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับผิวผู้สูงอายุคือ เมื่อฝนตกนั้นจะทำให้เกิดความชุ่มชื่นในอากาศก็จริง แต่จะทำให้มลภาวะต่างๆ ถูกฝนชะล้างฝุ่นละอองต่างๆ มาตกค้างในอากาศ และไปสะสมอยู่ที่ผิวของคุณตาคุณยาย ซึ่งนั่นก็เท่ากับเป็นมลพิษทางอากาศอย่างหนึ่งที่มีผลต่อผิว ประกอบกับเมื่อวัยมากขึ้นก็จะไม่มีฮอร์โมนคอยดูแลแล้ว เพราะปกติถ้าเราเป็นผู้หญิงจะมีฮอร์โมนเอสโตรเจน และผู้ชายก็จะมีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน แต่เมื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ ตรงนี้จะไม่มีแล้ว นั่นจึงส่งผลให้คอลลาเจนที่กักเก็บความชุ่มชื่นในผิวหนังก็จะไม่มีเช่นเดียวกัน ดังนั้นก็ต้องอาศัยการทำงานในร่างกายด้านอื่นๆ เพื่อสร้างความชุ่มชื่นให้กับผิวพรรณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นอกจากอายุที่มากขึ้นมลพิษหรือสารอนุมูลอิสระที่เกิดจากฝนชะล้างสิ่งสกปรกจากอากาศ กระทั่งเข้าสู่ผิวผู้สูงอายุ จะทำให้โครงสร้างเนื้อเยื่อผิวถูกทำลาย (โครงสร้างเนื้อเยื่อผิวเป็นตัวสำคัญในการสร้างคอลลาเจนให้ผิว) ก็จะทำให้ผิวคุณตาคุณยายหย่อนคล้อยได้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อใดก็ตามที่ผิวขาดความชุ่มชื่นอันเนื่องจากเซลล์ในร่างกายที่เสื่อมลงไปตามวัยได้ หรือหากภายในร่างกายกระตุ้นให้คอลลาเจนทำงานได้ แต่ก็จะไม่ดีได้เหมือนเดิม บวกกับปัจจัยการได้รับมลภาวะทางอากาศ โดยเฉพาะจากฝุ่นควัน สิ่งที่เกิดกับผิวผู้สูงอายุจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ 1.การทำลายโครงสร้างเนื้อเยื่อผิว ซึ่งเป็นตัวสำคัญในการสร้างคอลลาเจนให้ผิว ก็จะทำให้ผิวคุณตาคุณยายหย่อนคล้อยและไม่กระชับเหมือนเดิม 2.มีลักษณะของผิวคล้ำหมอง เนื่องจากเซลล์ที่เสื่อมลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจนั้นการอักเสบของผิวที่เกิดจากสารอนุมูลอิสระ หรือมลภาวะอากาศเป็นพิษในช่วงหน้าฝน จะส่งผลต่อสุขภาพของคุณตาคุณยาย อาทิ &amp;ldquo;อาการคัน&amp;rdquo; ที่เกิดจากภาวะความชื้นในอากาศที่กระตุ้นให้ผิวแห้ง ตลอดจนสิ่งสกปรกที่ปะปนอยู่ในอากาศก็สามารถทำให้เกิด &amp;ldquo;ผื่นแพ้ตามข้อพับ&amp;rdquo; รวมถึงโรคที่มาจากความชื้นอย่าง &amp;ldquo;เชื้อราในร่มผ้า&amp;rdquo; ที่เกิดจากความชื้นแฉะจากการใส่ชุดชั้นในที่ไม่แห้งสนิท เป็นบ่อเกิดของเชื้อรา มีผลแทรกซ้อนแตกต่างกัน 2 แบบ 1.ผลในระยะสั้นกรณี ที่ผู้สูงอายุไม่มีโรคประจำตัว หรือเซลล์ประสาทยังดีอยู่ กลุ่มนี้จะรู้ตัว จะรู้อาการคันระคายเคือง ไปพบแพทย์ 2.กลุ่มของผู้สูงอายุโรคประจำตัว เช่น มีโรคเบาหวาน หรือผู้ที่เซลล์ประสาทส่วนปลายทำงานไม่ดี ก็จะทำให้เกิดอาการคันเรื้อรัง หรือการที่เม็ดสีในตำแหน่งจุดซ่อนเร้น หรืออวัยวะเพศมีลักษณะเปลี่ยนไป ซึ่งอาการเหล่านี้จำเป็นต้องมาพบแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ช่วงฝนพรำและอากาศชื้น คุณตาคุณยายที่ไม่อยากผิวแห้งคันแนะนำให้หมั่นจิบน้ำบ่อยๆ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ดังนั้นการดูแลสุขภาพผิวในช่วงหน้าฝนของคนวัยเกษียณนั้น 1.ต้องดูเรื่องเสื้อผ้าที่ใช้ในการสวมใส่ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝน การตากเสื้อผ้าให้แห้งเป็นไปได้ค่อนข้างยาก ดังนั้นควรจะตากในที่แห้ง โล่ง โปร่งสบาย ถ้ามีแดดอยู่ตรงไหนก็ควรตากบริเวณดังกล่าว หรือแม้แต่การมีการใช้เครื่องอบผ้าก็ควรทำอย่างระมัดระวังเนื่องจากผิวของผู้สูงอายุค่อนข้างแพ้ง่ายกว่าคนทั่วไป ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหมั่นสังเกตความผิดปกติ หากเลือกใช้วิธีทำความสะอาดเครื่องนุ่งห่มด้วยวิธีดังกล่าว 2.ไม่ใส่กางเกงฟิตรัด หรือไม่ใส่เสื้อที่หลายๆ ชั้น เช่น กรณีที่ผู้สูงอายุทนกับอากาศเย็นไม่ได้ ท่านก็จะใส่ซ้อนกันหลายชั้น ก็จะเกิดการอับชื้น และยิ่งหากระบบปลายประสาททำงานได้ไม่ดี โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยโรคเบาหวาน ก็จะไม่รู้เลยว่ามีการอับชื้น ดังนั้นหมอแนะนำให้ว่าให้ใส่เสื้อผ้าที่แห้ง โล่งโปร่งสบาย แต่ถ้าหนาวก็แนะนำให้ใส่เป็นเสื้อคลุมแทน จะดีกว่าการใส่ทับหลายๆ ชั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.แนะนำให้เลือกใช้ครีมบำรุงผิวหนังสำหรับผู้สูงอายุที่ผลิตจากสารสกัดธรรมชาติ รวมถึงต้องเลือกครีมบำรุงที่มีวิตามินอี ที่ส่วนมากจะมีอยู่ในทุกผลิตภัณฑ์ เนื่องจากมีข้อดีช่วยต้านอนุมูลอิสระในอากาศ เพราะช่วงหน้าฝนจะชะล้างฝุ่นในอากาศที่ทำล้ายเซลล์ผิวของผู้สูงวัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.กรณีที่มีการอับชื้นในข้อพับต่างๆ แนะนำว่าให้ทาแป้งได้ แต่ห้ามทาบริเวณรักแร้ ขาหนีบ และข้อมือ เพราะงานวิจัยว่าแป้งที่ทาตามข้อพับจะทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ 5.การใช้น้ำยาซักผ้าและผงซักฟอกที่จำเป็นต้องเลือก ชนิดที่มีส่วนผสมของธรรมชาติ หลีกเลี่ยงชนิดที่มีส่วนผสมของน้ำหอมและแต่งกลิ่นเยอะ เพราะเวลาที่เราซักก็จะกักเก็บสิ่งเหล่านี้ไว้กับเสื้อผ้า โอกาสที่จะแพ้ในผู้สูงอายุมันก็จะเพิ่มมากขึ้น 6.แนะนำว่าผู้สูงวัยควรดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่มาก เพราะในช่วงหน้าฝน ความชุ่มชื่นในอากาศมีเยอะ แต่ผิวของผู้สูงอายุมักจะค่อนข้างแห้ง เวลาเกิดการระคายเคืองจะทำให้เกิดผิวแห้งคันได้ง่าย แต่ทั้งนี้ หมอแนะนำว่าหากคุณตาคุณยายจำเป็นต้องดื่มน้ำให้ได้ 2 ลิตรใน 1 วัน ควรหมั่นจิบน้ำไปเรื่อยๆ ไม่ควรดื่มครั้งเดียวในปริมาณที่มาก เพราะจะทำให้เกลือแร่ในร่างกายต่ำลง และยิ่งดื่มน้ำเข้าไปเท่ามากเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้โซเดียมต่ำเฉียบพลัน ก่อให้เกิดอันตรายได้ เช่น ภาวะเซื่องซึม หรือชัก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16195</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, พญ.ธิศรา วีรสมัย, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180826/image_big_5b82ac43e8142.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
