<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.กังวลตัวเลขติดเชื้อกทม.ลดลงจริงหรือไม่ เหตุสวนทางผู้ป่วยอาการหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.64 - พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,583 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 1,579 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,366 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 213 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศ 4 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสม 65,153 ราย หายป่วยสะสม 36,254 ราย อยู่ระหว่างรักษา 28,696 ราย อาการหนัก 871 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 250 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 15 ราย เป็นชาย 9 ราย หญิง 6 ราย อยู่ใน กทม.ถึง 9 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 203 ราย ทั้งนี้ จังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อสูงสุด 5 อันดับแรกวันที่ 30 เม.ย. คือ กทม. 417 ราย สมุทรปราการ 138 ราย ชลบุรี 131 ราย เชียงใหม่ 66 ราย นนทบุรี 50 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 151,117,679 ราย เสียชีวิตสะสม 3,179,187 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อ กทม.ที่ลดลงเหลือ 417 ในวันที่ 30 เม.ย. เราต้องมาดูว่ามันลดลงจริงหรือไม่ เพราะถ้าไปดูจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการหนัก ใส่ท่อช่วยหายใจ เสียชีวิต รวมถึงผู้ป่วยในโรงพยาบาล ผู้ป่วยที่อาการรุนแรงยังคงเพิ่มอยู่ ดังนั้น นี่คือวิกฤติของเรา เราจำเป็นต้องลดตัวเลขผู้ติดเชื้อลง และถ้าไปดูการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีประวัติเชื่อมโยงกับสถานบันเทิงในรอบเดือน เม.ย. พบว่ามีทั้งสิ้น 7,755 ราย อยู่ใน กทม.ถึง 6,828 ราย มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด 831 ราย อยู่ระหว่างสอบสวนโรค 68 ราย จำนวนคนที่มีภูมิลำเนา 831 รายนี้หรือไม่ที่ไปแพร่เชื้อในช่วงสงกรานต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมอีโอซีกระทรวงสาธารณสุข มีการรายงานตัวเลขการค้นหาเชิงรุกใน กทม. ตั้งแต่วันที่ระหว่าง 5-29 เม.ย. มีการค้นหาทั้งในสถานประกอบการ สถานบันเทิง ประชาชนเดินเข้ามา ตลาด ชุมชน รวมทั้งสิ้น 28,022 ราย พบเชื้อ 1,273 ราย คิดเป็นร้อยละ 4.54 และการลงพื้นที่ตรวจเชิงรุกสถานที่ต่างๆ ระหว่างวันที่ 27-30 เม.ย. ตรวจไปแล้วทั้ง 5,300 ราย เฉพาะชุมชนคลองเตยตรวจไปแล้ว 1,000 ราย พบติดเชื้อแล้วถึง 67 ราย ดังนั้น จำนวนผู้ติดเชื้อจากการค้นหาเชิงรุกตรงนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่นายกรัฐมนตรีในฐานะผอ.ศบค. และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผอ.ศปก.ศบค.มองว่าสิ่งที่เราต้องทำอย่างเร่งด่วนคือ เรื่องคู่สายต่างๆ รวมถึงการใช้ศูนย์กีฬานิมิตรบุตรในการคัดแยกผู้ป่วย การค้นหาเชิงรุกต้องทำโดยเร็ว ต้องบูรณาการฝ่ายรักษาและฝ่ายควบคุมโรค ต้องช่วยกัน เรามีเวลาไม่นาน ต้องจัดการให้ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ศูนย์แรกรับและส่งต่อผู้ป่วยที่ศูนย์กีฬานิมิตบุตรทำงานอย่างไร ถ้าประชาชนรู้ว่าติดเชื้อไปสถานที่ดังกล่าวได้เลยหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เจตนาของการตั้งศูนย์ดังกล่าว เนื่องจากมีประชาชนที่ติดเชื้อโทรศัพท์หาเตียงไม่ได้ ไม่มีที่ไป บางคนเริ่มมีอาการจึงให้เขามาตรวจที่ศูนย์นี้เพื่อคัดแยก หากมีอาการหนักมากจะส่งต่อไปให้โรงพยาบาล อีกทั้งศูนย์ดังกล่าวยังระดมบุคลากรทางการแพทย์เพื่อดูแลผู้ป่วยที่มีอาการแต่ไม่หนักมากได้ด้วย เพื่อให้การดูแลเบ็ดเสร็จในที่เดียว วันนี้เปิดวันแรก มีการสนับสนุนจากภาคเอกชน เปิดสายด่วน 02-0791000 จำนวน 40 คู่สาย ใครที่รอการแอดมิด ไม่มีคนติดต่อไป สามารถโทรศัพท์เข้ามาได้เลย นายกฯระบุว่าถ้ามีความต้องการจำนวนมากและจำเป็นให้เปิดไปเลยสี่มุมเมือง เราต้องหาเคสให้ได้ และมีเตียงรองรับ การดำเนินการตรงนี้ทุกภาคส่วนช่วยกัน เป็นนโยบายการรวมศูนย์การให้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อถามว่า ขณะนี้คนสับสนเรื่องการลงทะเบียนจองคิววัคซีน และแอปพลิเคชั่นหมอพร้อมที่จะมีการเปิดลงทะเบียนวันแรกในวันที่ 1 พ.ค. จะยังพร้อมใช่หรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เป็นความท้าทายของกระทรวงสาธารณสุขในการจัดการแอปพลิเคชั่นดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม การลงทะเบียนรับวัคซีนดำเนินได้ 3 ทาง คือ ไปที่โรงพยาบาลที่ตัวเองมีสิทธิการรักษา หรือบอก อสม.ให้ลงทะเบียนให้ หรือลงทะเบียนที่แอปพลิเคชั่นหมอพร้อมสำหรับคนที่มีสมาร์ทโฟน เพื่อลดการเดินทาง แต่อย่างไรก็ตาม การเริ่มลงทะเบียนวันที่ 1 พ.ค.ผ่านแอปพลิเคชั่นหมอพร้อมถือเป็นระบบใหม่ ซึ่งทุกระบบถ้าทุกคนเข้าไปใช้พร้อมกันจะเป็นปัญหา ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องรีบลงทะเบียนทันที เพราะไม่ได้เปิดให้ลงทะเบียนวันเดียว สามารถทยอยลงทะเบียนได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101284</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด, น.พ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ผู้ช่วยโฆษก ศบค., พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605d782176513.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่พุ่ง 559 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.64&amp;nbsp; - ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.แถลงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ประจำวันที่9เม.ย.2564&amp;nbsp; ว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 559 ราย แยกเป็น ติดเชื้อในประเทศ 549 ราย (ผู้ป่วยรายใหม่จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการฯ 401ราย และค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในชุมชน 148 ราย) ผู้เดินทางจากต่างประเทศ เข้าสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 10 ราย รวมผู้ป่วยยืนยันสะสม 30,869 ราย หายป่วยเพิ่ม 27ราย รักษาตัวอยู่ 2,645ราย รวมหายป่วยแล้ว 28,128 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมสะสม 96 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98909</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ช่วยโฆษกศบค., ผู้ติดเชื้อใหม่, พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_606fdf7427bf7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 13:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่เพิ่ม100 ราย เสียชีวิต 1 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 มี.ค.64&amp;nbsp; -&amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศ วันนี้ ว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 100 ราย เป็นผู้ติดเชื้อภายในประเทศ 96 ราย มาจากการตรวจในระบบเฝ้าระวังและบริการ 55 ราย จากการค้นหาคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 41 ราย และผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ โดยอยู่ในสถานกักกันที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) 4 ราย ญี่ปุ่น 1 ราย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1 ราย เนเธอร์แลนด์ 1 ราย ฝรั่งเศส 1 ราย ส่วนผู้ป่วยมีการรักษาหายเพิ่ม 73 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยรายใหม่ในประเทศไทยวันนี้ ติดเชื้อในประเทศในพื้นที่เสี่ยง 96 ราย สมุทรสาคร 55 ราย สมุทรสาคร 29 ราย สมุทรปราการ 4 ราย กรุงเทพมหานคร 8 ราย ปทุมธานี 2 ราย สุพรรณบุรี 1 ราย เพชรบุรี 8 ราย มุกดาหาร 1 ราย นราธิวาส 2 ราย การคัดกรองค้นหาเชิงรุกในชุมชน 41 ราย สมุทรสาคร 18 ราย กรุงเทพมหานคร 14 ราย ปทุมธานี 3 ราย เพชรบุรี 2 ราย พระนครศรีอยุธยา 2 ราย นครปฐม 1 ราย นนทบุรี 1 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 6 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่งผลให้มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมล่าสุดอยู่ที่ 27,594 ราย เป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 24,633 ราย ติดเชื้อค้นหาคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 15,365 ราย ผู้เดินทางจากต่างประเทศ 2,961 ราย สถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 2,334 ราย ส่วนผู้ป่วยรักษาหายแล้วเพิ่มอีก 73 ราย รวมเป็น 26,450 ราย กำลังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 1,054 ราย โดยยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 90 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรายละเอียดผู้ป่วยยืนยันสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่ 15 ธ.ค. 2563 - 19 มี.ค. 2564 อยู่ที่ 23,357 ราย ติดเชื้อภายในประเทศ 6,805 ราย ค้นหาคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 15,365 ราย ผู้เดินทางจากต่างประเทศ 1,187 ราย ผู้ป่วยรักษาหายแล้วเพิ่ม 73 ราย รวมเป็น 22,273 ราย กำลังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 1,054 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 30 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96577</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19, พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210319/image_big_60543efe27840.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 11:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 11:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.พบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่ม 81 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 มี.ค.64 - ที่ทำเนียบ​รัฐบา​ล​ แพทย์หญิงพรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษก​ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ( โควิด-19)​ หรือศบค. แถลงข่าวสถานการณ์​การแพร่ระบาด​ของ​โรค​โค​วิด​-19 ว่า วันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 81 ราย แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 67 ราย และติดเชื้อจากต่างประเทศ ​14 ราย ทำให้ประเทศไทยมีผู้ป่วยยืนยันสะสมอยู่ที่ 26,679 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 56 ราย หายป่วยสะสม 26,056 ราย ผู้ป่วยที่กำลังรักษาอยู่ 538 ราย โดยในวันนี้ไม่พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม ทำให้ผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ยังคงที่ 85 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95829</URL_LINK>
                <HASHTAG>การติดเชื้อไวรัสโควิด-19, พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604af188202d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95079</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2021 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2021 12:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติดเชื้อพุ่งอีก!ศบค.พบผู้ป่วยโควิดรายใหม่ 79 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5 มี.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 79 ราย จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 22 ราย แบ่งเป็น จ.กรุงเทพฯ 6 ราย ชลบุรี 1 ราย ปทุมธานี 3 ราย และสมุทรสาคร 12 ราย จากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 43 ราย แบ่งเป็น จ.ปทุมธานี 5 ราย และสมุทรสาคร 38 ราย ผู้เดินทางมาจากต่างประเทศเข้าสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 12 ราย และผู้เดินทางจากต่างประเทศผ่านเส้นทางธรรมชาติชายแดนเมียนมา 2 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 26,241 ราย มีผู้ป่วยหายเพิ่มขึ้นถึง 79 ราย รวมหายป่วยสะสมทั้งหมด 25,641 ราย อยู่ระหว่างรักษา 515 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ยอดเสียชีวิตสะสม 85 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 116,209,059 ราย เสียชีวิตสะสม 2,580,827 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.พรรณประภา กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ถึงวันที่ 5 มี.ค. มีจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อ 11 จังหวัด ทั้งนี้จากกรณีที่มีการผ่อนคลายให้มีการจัดประกวดมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2020 (Miss Grand International 2020) ในวันที่ 27 มี.ค.นี้ ที่ห้างสรรพสินค้าโชว์ดีซี ถนนพระราม 9 โดยมีผู้เข้าประกวดจาก 60 ชาติ เดินทางเข้ามาและต้องมีการกักตัว 14 วัน โดยตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด 2 ราย เมื่อวันที่ 3-4 มี.ค. ซึ่งเข้ารับการรักษาตัวเรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าเรามีระบบคัดกรองตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.พรรณประภา กล่าวด้วยว่า ขณะนี้จังหวัดที่ยังพบผู้ติดเชื้ออยู่เป็นกลุ่มก้อน คือ จ.สมุทรสาคร ปทุมธานี และตาก ตามแนวชายแดน จึงขอเน้นย้ำให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้ป้องกันและเฝ้าระวังตัวเองอย่างเข้มงวด และเคร่งครัด ขอให้สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ รักษาระยะห่าง เพื่อป้องกันตนเองและครอบครัว และไม่แพร่กระจายเชื้อไปยังชุมชนและพื้นที่รอบข้าง ส่วนความคืบหน้าเรื่องการให้บริการวัคซีนที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ขอให้ติดตามรับฟังจากการแถลงข่าวของกระทรวงสาธารณสุขในวันเดียวกันนี้เวลา 15.00 น. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95079</URL_LINK>
                <HASHTAG>การติดเชื้อไวรัสโควิด-19, ผู้ติดเชื้อรายใหม่, พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210305/image_big_6041b9f5011af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94032</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;เข็มแรกแอสตราฯ วัคซีนซิโนแวคฉีดอนุทิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายกฯ ย้ำ 24 ก.พ. รับวัคซีนล็อตแรกพร้อมฉีดได้ตามแผนภายใน 3 วัน วางทุกอย่างเป็นระบบ-รัดกุม เพื่อความปลอดภัย ไม่ปิดกั้นภาคเอกชน หลังผ่านระยะแรกแล้วไปขอใบรับรอง อย.ได้ &amp;ldquo;เสี่ยหนู&amp;rdquo; เผยได้ &amp;ldquo;ซิโนแวค 2 แสนโดส-แอสตร้า 1.1แสนโดส&amp;rdquo; ยันนายกฯ ต้องเป็นเข็มแรกเพราะเป็นผู้นำ สธ.ชง &amp;ldquo;บิ๊กตู่-หมอหนู&amp;rdquo; ฉีดวัคซีนคนละยี่ห้อ เรียกความเชื่อมั่น ศบค.กำชับแม้ปลดล็อกนั่งดื่มในร้านได้แต่ต้องระวังตัวเอง พบติดเชื้อรายใหม่ 95 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;ความคืบหน้า การจัดหาวัคซีนต้านโควิด 19 - วัคซีนซิโนแวค 2 แสนโดส ที่จะมาถึงในวันที่ 24 ก.พ. จะเริ่มฉีดให้กับกลุ่มเป้าหมายตามแผนการได้ภายใน 3 วันครับ สำหรับคนไทยจะได้ฉีดวัคซีนฟรีทุกคน ซึ่งเราได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายและการบริหารจัดการทั้งหมดไว้ก่อนแล้ว ขอให้รอฟังการชี้แจง ศบค.ต่อไป ทั้งนี้ วัคซีนล็อตสองจำนวน 8 แสนโดส และล็อตสาม 1 ล้านโดส จะตามมาในเดือนมีนาคมและเมษายน โดยส่วนหนึ่งจะใช้สำหรับฉีดเข็มที่ 2 ให้ผู้ที่ได้รับโดสแรกไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน เราจะได้รับวัคซีนแอสตราเซเนกา 26 ล้านโดส และจะตามมาอีก 35 ล้านโดส วัคซีนของแอสตรา เซเนกาขึ้นทะเบียนแล้ว นอกจากนี้ยังมีวัคซีนของจอห์นสันแอนด์ จอห์นสัน ที่ได้ส่งเอกสารบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่ครบถ้วน ของโมเดอร์นาและไฟเซอร์ที่ได้ส่งตัวแทนมาพูดคุย แต่ยังไม่ได้ส่งเอกสารมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วัคซีนที่จะใช้ฉีดในประเทศไทยทุกล็อต จะต้องผ่านการขึ้นทะเบียนกับ อย. เพราะเราต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของคนไทยเป็นอันดับแรก จะเห็นว่าเราตั้งใจวางมาตรการอย่างเป็นระบบ เพราะทั้งหมดเกี่ยวพันถึงความปลอดภัยของพี่น้องคนไทยทุกคนในประเทศ จึงเป็นเรื่องที่ต้องรัดกุม มีแผนงานที่เป็นขั้นเป็นตอนตามแผนของรัฐที่กำหนดไว้ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด และเพื่อให้การฉีดวัคซีนได้ผลในการป้องกันการระบาดได้เต็มประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ว่าวัคซีนไม่ใช่ของนายกฯ แต่เป็นของประชาชนทั้งประเทศ เป็นการอนุมัติในครม.ร่วมกัน ในการจัดหาวัคซีน ซึ่งวันนี้ก็ได้มา 2 บริษัท และอีกหลายวัคซีนกำลังตามมา เพราะจำเป็นต้องนำมาขึ้นทะเบียน อย.ก่อน ซึ่งเมื่อมี อย.แล้วก็จะมีการฉีดเพิ่มเติมจากภาคเอกชนที่นำเข้ามา รัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นตรงนี้ แต่ขอระยะแรกผ่านไปก่อน และทุกคนจะสามารถเสนอเข้าไปขอรับรองจาก อย.ได้ ก็จะมีฉีดเพิ่มเติม มันดีเสียอีก เพราะจะมีวัคซีนมากกว่า 65 ล้านโดส ที่เราเตรียมการไว้ปัจจุบัน หลายบริษัทได้เสนอมาแล้ว แต่ยังส่งเอกสารมาไม่ครบ คิดว่าวัคซีนจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้การท่องเที่ยวและการประกอบธุรกิจดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่า นายกฯ ได้รับคำตอบจากคณะแพทย์แล้วหรือยังว่าจะสามารถฉีดวัคซีนได้ในล็อตแรกอย่างที่ตั้งใจไว้ และจะมีรัฐมนตรีคนอื่นร่วมฉีดด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คำถามแบบนี้เป็นกระพี้ จะฉีดคนแรกหรือเปล่า คนที่สองหรือคนที่สาม ฉีด สิ่งที่เราน่าจะยินดีร่วมกันคือเรามีวัคซีนเข้ามาฉีดแล้ว การจะฉีดให้ใครเป็นเรื่องของคณะกรรมการจะพิจารณา และอยู่ที่ความสมัครใจของใครที่จะเป็นผู้ฉีดเท่านั้นเอง ประชาชนทุกคนก็มีส่วนร่วม และเขาก็เปิดช่องทางให้แล้ว ใครที่สมัครใจประสงค์จะฉีดก็ส่งรายชื่อมาที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เท่าที่ทราบประชาชนส่วนหนึ่งก็อยากจะฉีด เพราะไว้ใจ อีกส่วนก็ลังเล อีกส่วนไม่ฉีดขอรอดูสถานการณ์ไปก่อน แต่สิ่งสำคัญสุดคือรัฐบาลต้องเตรียมให้พร้อมสำหรับคนทั้งประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมการฉีดวัคซีนให้กับคนไทย ว่า เรื่องนี้ต้องให้นายแพทย์โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการให้วัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็นคนชี้แจงจะดีที่สุด&amp;nbsp;
นายกฯ ฉีดเข็มแรก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์จะสามารถฉีดวัคซีนเป็นเข็มแรกเลยได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า &amp;quot;ได้ นายกฯ ต้องเป็นเข็มแรกเพราะเป็นผู้นำประเทศ ซึ่งต้องมีกระบวนการประเมินความเสี่ยงโดยกรมควบคุมโรค สธ. ซึ่งเป็นขั้นตอนตามวิธีการสากล ไม่ใช่วิธีปฏิบัติต่อบุคคลใดเป็นพิเศษ ทั้งนี้ นายกฯ จะได้รับวัคซีนที่ไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ คือไม่ใช่ซิโนแวค เพราะซิโนแวคมีข้อจำกัดเรื่องอายุ แต่เป็นอีกยี่ห้อหนึ่งคือแอสตราเซเนกา โดยผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนเป็นผู้จัดหามาให้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนนายอนุทินเองจะเป็นคนฉีดเข็มที่สองของประเทศไทยใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าเขาให้ฉีด เพราะคนที่ฉีดซิโนแวคหมายความว่าเป็นคนหนุ่ม คืออายุไม่เกิน 60 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันที่ 24 ก.พ. วัคซีนทั้งสองยี่ห้อคือแอสตราเซเนกา จำนวน 117,000 โดส และซิโนแวค จะเดินทางมาถึงประเทศไทย ความจริงถ้าไม่มีดรามาเกิดขึ้นกันมากวัคซีนก็จะมาถึงไทยก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนการเว้นระยะฉีดระหว่างเข็มแรกกับเข็มที่สองนั้น ของซิโนแวคจะต้องเว้นห่างกัน 14-28 วัน ส่วนแอสตราเซเนกาเว้นห่างกัน ประมาณ 6 สัปดาห์ ทั้งนี้ รายละเอียดทางวิชาการผมอาจจะระบุรายละเอียดไม่ได้มากนัก เพราะเป็นแผนกสนับสนุนให้เกิดความสำเร็จ&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ สธ. ในฐานะประธานอนุกรรมการบริหารจัดการการให้วัคซีนโควิด-19 ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ถึงแผนการกระจายวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่าแผนการกระจายวัคซีนโควิด-19 จะฉีดให้เร็วที่สุดหลังจากที่มีผลยืนยันความปลอดภัยจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หากปลอดภัยแล้วพร้อมฉีดในวันอาทิตย์ที่ 28 ก.พ. ก็จะฉีด แต่หากไม่ทันก็เป็นวันจันทร์ที่ 1 มี.ค. โดยหากจะมีพิธีในการฉีดเข็มแรก ก็คงเลือกที่สถาบันบำราศนราดูร ตามฤกษ์สะดวกที่ทุกคนมีความพร้อม อย่างไรก็ตาม จะนำมาฉีดเสริมให้กับพื้นที่จังหวัดสีแดงและส้ม โดยส่วนที่เข้ามาจะฉีดในผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป แผนคือจะฉีดจำนวน 50,000 โดสแรกก่อน เพราะเราไม่ทราบว่าล็อตต่อไปสำหรับเข็มที่ 2 จะเข้ามาเมื่อไหร่&amp;nbsp;
นพ.โสภณกล่าวว่า การฉีดวัคซีนจะฉีดในพื้นที่เสี่ยงและกลุ่มเสี่ยง เช่น ประชาชนผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่เสี่ยง อาทิ แม่ค้าในตลาดสด จ.ปทุมธานี ในแต่ละจังหวัดจะมีกลุ่มเป้าหมาย และที่สำคัญคือกลุ่มบุคลากรสาธารณสุข แต่วัคซีนที่ได้รับจัดสรรไปยังไม่เพียงพอทั้งหมด จังหวัดต้องไปดูว่าเช่นผู้ป่วยโรคเรื้อรังมี 1 แสนคน แต่ได้รับวัคซีน 1 พันโดส แพทย์ต้องพิจารณาข้อบ่งชี้ว่าใครควรจะได้รับวัคซีนก่อน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคิว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจฉีด
เมื่อถามว่าจะสามารถเลือกฉีดวัคซีนได้หรือไม่ นพ.โสภณ กล่าวว่า ผู้ที่จะได้รับวัคซีนจะได้ชนิดใด ขอให้ขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้ของแพทย์ เบื้องต้นตอนนี้ยังไม่สามารถเลือกชนิดได้ แต่ตามหลักการแพทย์แล้ว วัคซีนที่ดีที่สุดคือฉีดได้เร็วที่สุด เช่น บางคนมีอายุมากกว่า 60 ปี ก็มีข้อบ่งชี้จากซิโนแวค
&amp;ldquo;นายกฯ-หมอหนู&amp;rdquo;ฉีดคนละยี่ห้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถามว่าผู้ที่จะได้ฉีดวัคซีนเป็นเข็มแรกจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;หรือไม่ นพ.โสภณกล่าวว่า คณะกรรมการฯ อยากให้ผู้นำประเทศได้ฉีดด้วย เพราะเป็นไปตามข้อบ่งชี้ คือ 1.มีอายุมากกว่า 60 ปี 2.เดินทางไปหลายที่ซึ่งมีความเสี่ยง 3.แสดงความเชื่อมั่น โดยรวมถึงรมว.สธ.และ รมช.สธ.ด้วย เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่าวัคซีนที่สั่งเข้ามามีความปลอดภัยกับประชาชน และเป็นบุคคลตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถามอีกว่า เมื่อมีวัคซีนเข้ามาพร้อมกัน 2 ชนิดจาก 2 บริษัท จำเป็นต้องให้นายอนุทินและ พล.อ.ประยุทธ์ฉีดคนละชนิดหรือไม่ เพื่อแสดงความเชื่อมั่นให้ประชาชน นพ.โสภณกล่าวว่า ทางคณะกรรมการฯ อยากให้เป็นเช่นนั้น เพื่อให้เกิดความมั่นใจ จากวัคซีน ทั้ง 2 ชนิด แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับความสมัครใจของท่านว่าจะฉีดวัคซีนหรือไม่ เพื่อให้มั่นใจว่าเราซื้อมา 2 บริษัท ทางผู้บริหารระดับสูงของประเทศเรา มั่นใจและกล้าฉีด แต่เรามีข้อบ่งชี้ว่าอายุเกิน 60 ปีขึ้นไปก็ฉีดของซิโนแวคไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า จากกรณีที่ประชุม ศบค.เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ได้มีการปรับพื้นที่แต่ระดับใหม่ โดยยังคงให้ จ.สมุทรสาครเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และมีมาตรการผ่อนคลาย โดยเฉพาะการให้ผับบาร์กลับมาเปิดกิจการ และนั่งดื่มในร้านอาหารในพื้นที่ควบคุม 8 จังหวัดได้ จนถึงเวลา 23.00 น. แต่ขอร้องประชาชนให้เข้มงวดเรื่องมาตรการป้องกัน อย่าใช้ช้อนร่วมกัน อย่าดื่มแก้วเดียวกัน ต้องระมัดระวังคนร่วมวงที่อาจเป็นผู้แพร่เชื้อหรือเราเป็นผู้แพร่เชื้อไปให้ โดยคำสั่งผ่อนคลายดังกล่าวได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 ก.พ. แต่อยากให้ประชาชนติดตามมาตรการของแต่ละจังหวัด เพราะคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสามารถออกมาตรการเข้มกว่าของ ศบค.ได้ แต่หย่อนกว่าไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ในที่ประชุม ศบค.ยังได้หารือถึงแผนกระจายวัคซีนโควิดที่มีปลัด สธ. นำเสนอแผนต่อที่ประชุม โดยนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศบค. มีนโยบายว่าการกระจายวัคซีนต้องครอบคลุม และประชาชนทุกคนในประเทศต้องเข้าถึง โดยมี 3 เป้าหมายคือ ลดอัตราการป่วยและเสียชีวิต ปกป้องระบบสาธารณสุขของประเทศ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และเห็นชอบให้จัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาอาชีพ โดยในเดือน ม.ค.-เม.ย. การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก อนุญาตให้มีผู้ชมได้ 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษก ศบค. แถลง ว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 95 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 93 ราย ในจำนวนนี้มาจากระบบเฝ้าระวังและบริการ 52 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 41 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 2 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสม 25,599 ราย หายป่วยสะสม 24,446 ราย อยู่ระหว่างรักษา 1,070 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่ม ยอดสะสมคงที่ 83 คน ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 112,258,917 ราย เสียชีวิตสะสม 2,485,295 ราย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94032</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_603518acf1532.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2021 12:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2021 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ป่วยโควิดวันนี้เพิ่ม 237 ราย ศบค.โฟกัสแก้ปัญหาจังหวัดสมุทรสาคร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.พ. 2564 พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษก ศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 ในประเทศไทยว่า ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 237 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 225 ราย แบ่งเป็นระบบเฝ้าระวังและบริการ 113 ราย และผู้ติดเชื้อจากการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 112 ราย กลุ่มผู้เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกันโรค 12 ราย ผู้ป่วยรวมสะสม 23,371 ราย รักษาหายแล้ว 16,942 ราย ผู้เสียชีวิตสะสมที่ 79 ราย ส่วนการระบาดรอบใหม่ผู้ติดเชื้อสะสม 19,134 ราย เสียชีวิต 19 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.พรรณประภา กล่าวว่า ผู้ติดเชื้อจากระบบบริการฯ 113 ราย พบใน กรุงเทพมหานคร(กทม.) 14 ราย เป็นคนไทย 12 ราย เมียนมา 1 ราย เวียดนาม 1 ราย สมุทรสาคร 95 ราย คนไทย 33 ราย เมียนมา 60 ราย กัมพูชา 2 ราย ตาก 3 ราย และสมุทรสงคราม 1 ราย ส่วนการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 112 ราย พบใน สมุทรสาคร 107 ราย เป็นคนไทย 2 ราย เมียนมา 105 ราย ตาก 2 ราย และ กทม. 3 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตารางแสดงจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้ติดเชื้อสะสมในรอบใหม่ ตั้งแต่ 18 ธ.ค.2563 ถึงวันนี้ พบว่า ตัวเลขสะสม 18,367 ราย พบมากที่สุดคือ สมุทรสาคร 14,732 ราย ในที่ประชุม ศบค. วันนี้ได้พูดคุยในเรื่องของสมุทรสาครเป็นหลัก โดยการเทเลคอนเฟอร์เรนซ์กับพื้นที่ ทั้งฝ่ายปกครองและสาธารณสุข สิ่งที่กังวลคือ ความยากลำบากของพื้นที่ มีโรงงานและแออัดมาก นอกจากนั้นยังมีชุมชนโดยรอบทีอาศัยแออัด ดังนั้น ต้องปรับยุทธศาสตร์ป้องกันและควบคุมการระบาดในจังหวัด&amp;rdquo; พญ.พรรณประภา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.พรรณประภา กล่าวว่า ในสมุทรสาครได้ตรวจเชิงรุก กว่า 1.5 แสนราย ในที่ประชุมคุยกันว่า จะยังตรวจในความสามารถที่มากที่สุดที่ตรวจได้ คือ 1 หมื่นรายต่อวัน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงแล้วจริงๆ ซึ่งหากตัวเลขลดลงถึงสิ้นเดือน ก.พ. ก็จะมีมาตรการผ่อนคลายทั้งในสมุทรสาคร และพื้นที่ใกล้เคียงคือ กทม. อย่างไรก็ตามในจังหวัดอื่นๆ มีการติดเชื้อลดลงชัดเจน ซึ่งวันนี้พบผู้ติดเชื้อเหลือเพียง 4 จังหวัด จากเกิดพบมากที่สุด 63 จังหวัด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92252</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ช่วยโฆษก ศบค., พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล, โควิดวันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef49a24b1f2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
