<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2020 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ผนึกเนคเทค สสส.หยุดอ้วนฟันผุเด็กไทย สแกนFood Choiceก่อนกิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ภาพยนตร์โฆษณาแม่ซินดี้-ลูกอีเดน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สธ.ผนึกเนคเทค สสส. เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน สกัดโรคอ้วนในเด็กไทยที่ติดอันดับเร็วที่สุดในโลก บ่อเกิดโรคภัยไข้เจ็บก่อนเวลาอันควร ดร.สาธิต ปิตุเตชะรมช.สธ. ประธานแถลงข่าวพัฒนาแอป FoodChoice สแกนก่อนกิน นวัตกรรมใหม่เพื่อสุขภาพ เช็กโภชนาการ ช่วยให้ตัดสินใจเลือก &amp;lsquo;ขนม-เครื่องดื่ม&amp;rsquo; มีประโยชน์ พิชิตเป้าเด็กไทยไม่อ้วน ไร้ฟันผุ ผจก.สสส.แจง 10 ปี กราฟเด็กไทยอ้วนทั่วหน้า ไม่พบเด็กขาดสารอาหาร สักขีพยานสำคัญงานแถลงข่าว นพ.ปรากรม วุฒิพงศ์ อดีตอธิบดีกรมอนามัย บุคคลตัวอย่างปี 2538 ผู้ผลักดันการบริโภคเกลือไอโอดีนในทุกหมู่บ้านทั่วไทย อ.สนิท แย้มเกสร รองเลขาธิการคณะ กก.การศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาแม่ซินดี้-ลูกชายอีเดน นักเรียนชายหญิงชั้นประถมปีที่ 5 จำนวน 20 คน จาก รร.อนุบาลนนทบุรีเข้าร่วมกิจกรรม FoodChoice&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(เด็กนักเรียน รร.อนุบาลนนทบุรี)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานการณ์โรคอ้วนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเด็กไทยติดอันดับเพิ่มจำนวนเด็กอ้วนเร็วที่สุดในโลก เพราะการบริโภคอาหารกินจุบกินจิบ เครื่องดื่มที่มีรสหวาน ขนมหวาน น้ำอัดลม มีอาหารสำเร็จรูปเพิ่มมากขึ้น ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ โรค NCDs โรคอ้วน โรคเบาหวาน ดังนั้นประชาชนจำเป็นต้องมีความรู้ที่ถูกต้องอย่างเพียงพอเกี่ยวกับรายละเอียดของชนิดและปริมาณสารอาหารที่อยู่ในผลิตภัณฑ์เหล่านั้น เพื่อใช้ในการตัดสินใจเรื่องการรับประทานหรือผลิตภัณฑ์ใดๆ ถือเป็นทางเลือกที่ดีในการดูแลสุขภาพในเบื้องต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความรู้ทางด้านโภชนาการที่แสดงอยู่บนผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในรูปแบบของฉลากโภชนาการ แต่ปัจจุบันนับว่ามีผู้บริโภคจำนวนมากประสบปัญหาการดูฉลากโภชนาการผลิตภัณฑ์ เนื่องจากตัวอักษรเล็ก มีรายละเอียดมาก เมื่อต้องการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ใดๆ จำเป็นต้องใช้เวลานานในการตัดสินใจ ดังนั้น &amp;ldquo;FoodChoice&amp;rdquo; แอปพลิเคชันเป็นเครื่องมือช่วยในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เมื่อสแกนบาร์โค้ดจากผลิตภัณฑ์ ข้อมูลฉลากโภชนาการจะถูกแสดงในรูปแบบที่สามารถเข้าใจได้ง่าย ช่วยผู้บริโภคเปรียบเทียบและเลือกผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันใช้ในการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ดร.สาธิต ปิตุเตชะ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) (คนที่ 1) พร้อมด้วย พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย, ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ร่วมแถลงข่าวผลการพัฒนาเครื่องมือให้ความรู้ด้านโภชนาการ (FoodChoice) เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2563 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี โดยมีสักขีพยานสำคัญในงาน นพ.ปรากรม วุฒิพงศ์ อดีตอธิบดีกรมอนามัย บุคคลตัวอย่างปี 2538 ผู้ผลักดันการบริโภคเกลือไอโอดีนในทุกหมู่บ้านทั่วไทย, อ.สนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการคณะ กก.การศึกษาขั้นพื้นฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ก.สาธารณสุข กรมอนามัย ศูนย์ NECTEC รร.ในสังกัด สพฐ. สสส.นำเทคโนโลยีมาใช้กับสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 5,000 รายการ ประชาชนจำเป็นจะต้องมีความรู้ที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับรายละเอียดของชนิดและปริมาณสารอาหารที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ เพื่อใช้ในการตัดสินใจเลือกกินอาหารหรือผลิตภัณฑ์ใดๆ ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่ดีในการดูแลสุขภาพเบื้องต้นได้ แต่เนื่องจากปัจจุบันพบว่ามีผู้บริโภคจํานวนมากที่ประสบปัญหาการดูฉลากโภชนาการบนผลิตภัณฑ์ เนื่องจากตัวอักษรเล็กและมีรายละเอียดมาก เมื่อต้องการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ใดๆ จำเป็นต้องใช้เวลาในการตัดสินใจนาน &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขจึงร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คิดค้นเครื่องมือเพื่อช่วยในการแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งเหมาะสำหรับพ่อแม่ที่จะเลือกผลิตภัณฑ์อาหารให้กับเด็ก ให้เด็กได้คุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสม ลดปัจจัยเสี่ยงของโรคอ้วนตามมา เนื่องจากปัจจุบันเด็กไทยติดอันดับการเพิ่มจํานวนเด็กอ้วนเร็วที่สุดในโลก โดยในปี 2561 พบเด็กอายุ 6-14 ปี เริ่มอ้วนและอ้วน ร้อยละ 11.1 และเพิ่มเป็นร้อยละ 11.7 ในปี 2562 นอกจากนี้ จากการสำรวจพฤติกรรมสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียน สำนักทันตสาธารณสุข ปี 2563 พบเด็กอายุ 12 ปี ดื่มน้ำหวานและน้ำอัดลมมากกว่า 2 ครั้งต่อวัน ร้อยละ 52 และกินขนมมากกว่า 2 ครั้งต่อวัน ร้อยละ 28.9 &amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(พญ.พรรณพิมล วิปุลากร)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย (ปัจจุบันเป็นอธิบดีกรมสุขภาพจิต) กล่าวว่า แอปพลิเคชัน FoodChoice เมื่อสแกนบาร์โค้ดจากผลิตภัณฑ์ ข้อมูลบนฉลากโภชนาการจะถูกแสดงในรูปแบบที่สามารถเข้าใจได้ง่าย ช่วยผู้บริโภคในการตัดสินใจ เปรียบเทียบและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันได้อย่างรวดเร็ว โดยมีการจำแนกสีของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกบริโภคและกำหนดปริมาณการกินให้เหมาะสม ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1) สีเขียว หมายถึง ปริมาณพลังงานหรือสารอาหารอยู่ในเกณฑ์ที่กําหนด 2) สีเหลือง หมายถึง ปริมาณพลังงานหรือสารอาหารอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง 3) สีแดง หมายถึง ปริมาณพลังงานหรือสารอาหารอยู่ในเกณฑ์ที่สูงเกิน 2 เท่าของเกณฑ์ที่กำหนด และ 4) สีฟ้า หมายถึง ปริมาณโปรตีน แคลเซียม วิตามินบีสอง ซึ่งเป็นสารอาหารที่ดีแต่มีปริมาณต่ำกว่าเกณฑ์มาก ซึ่งหากผู้ใช้งานสแกนบาร์โค้ดบนผลิตภัณฑ์แล้วไม่พบข้อมูล ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพและแชร์รูปภาพของผลิตภัณฑ์ ด้านหน้าผลิตภัณฑ์ ข้อมูลโภชนาการ ส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ และเลข อย. 13 หลัก เพื่อเพิ่มเติมข้อมูลในแอปพลิเคชันให้ทันสมัยและครบถ้วนอยู่ตลอดเวลา&amp;rdquo; อธิบดีกรมอนามัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ขณะนี้กราฟเด็กไทยอ้วนขึ้นกันทั่วหน้า ไม่มีปัญหาเด็กขาดอาหารระดับ 2 ระดับ 3 อย่างเมื่อ 10 ปีก่อนแล้ว โจทย์ของเราเด็กอ้วนต่อเนื่องมา 10 ปีแล้ว พ่อแม่ชอบพูดว่าเด็กอ้วนน่ารัก เพราะกลัวลูกไม่ยอมกิน ด้วยความเป็นห่วงลูก โดยภาพรวมแล้วเด็กในเมืองอ้วนกว่าเด็กนอกเมือง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนั่งหน้าจอ การเคลื่อนไหวร่ายกายลดลง การโฆษณาอาหาร ขนมกรุบกรอบด้วยกลยุทธ์การตลาด มีของเล่น ของแถมเพื่อดึงดูด ดังนั้นต้องเสริมความรู้ให้รู้เท่าทันแบบย่อยง่าย เหมือนกับการนำเสนอการแก้ไขปัญหาการจราจร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สสส.สนับสนุนสุขภาพเด็ก ได้ริเริ่มจุดประกายสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ให้เข้าถึงเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปในยุคดิจิทัล สามารถรับรู้ เข้าใจ และเกิดความตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยงในการสร้างเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันโรค เพราะที่ผ่านมาอาหารการกินเป็นเรื่องสำคัญ ทำให้เกิดโรค NCDs ดังนั้นต้องปลูกฝังพฤติกรรมในการกินของเด็กให้คำนึงถึงสุขภาพ เพิ่มความเข้าใจในเรื่องสลากกำกับสินค้า โดยในช่วงปี 2559 ได้นำเครื่องมือให้ความรู้ทางด้านโภชนาการ หรือแอปพลิเคชัน FoodChoice ไปทดสอบการใช้งานในพื้นที่โรงเรียนนำร่องใน 4 ภูมิภาค ภายใต้โครงการโรงเรียนอ่อนหวาน 9 โรง ส่งผลให้เด็กนักเรียนเกิดความรู้และมีความเข้าใจเรื่องโภชนาการมากขึ้นถึงร้อยละ 98 พร้อมทั้งได้นำข้อมูลจากการทดสอบมาใช้พัฒนาและปรับปรุงแอปพลิเคชัน FoodChoice ให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าใช้งานได้ง่ายมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ในปี 2562 สสส.และเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน ขยายผลผลักดันให้แอปพลิเคชัน FoodChoice เข้าไปเป็นหนึ่งในนโยบายเสริมสร้างการเรียนรู้ของเครือข่ายโรงเรียนปลอดน้ำอัดลม เพื่อใช้เป็นเครื่องมือส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องโภชนาการของโรงเรียน และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนนโยบายสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียน ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กวัยเรียนให้มีความรอบรู้และมีทักษะทางสุขภาพอีกด้วย&amp;rdquo; ดร.สุปรีดากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค-สวทช. กล่าวว่า ด้วยเป้าหมายสำคัญของเนคเทค-สวทช. ที่มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศขั้นสูง เพื่อสร้างฐานรากทางเทคโนโลยีให้กับประเทศ เรามีการทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและพันธมิตรมาเป็นระยะเวลานาน เพื่อผลักดันให้เกิดระบบนิเวศของการใช้เทคโนโลยีที่วิจัยและพัฒนาขึ้นให้เกิดประโยชน์ต่อคนหมู่มาก หนึ่งในนั้นคือการสร้าง Big Data Analytics Platform ที่เชื่อมโยงข้อมูลอาหารและโภชนาการ ทั้งในและนอกรั้วโรงเรียนกับสุขภาวะของนักเรียน เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเห็นข้อมูลสนับสนุนของตนเองได้ชัดเจน แอปพลิเคชัน FoodChoice จะทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถทราบสถานการณ์และแนวโน้มผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่วางขายในท้องตลาด และพฤติกรรมการบริโภคได้อย่างต่อเนื่อง รัฐบาลสามารถใช้ข้อมูลที่วิเคราะห์เชิงลึกนี้วางแผนและกำหนดนโยบายเพื่อส่งเสริมสุขภาพได้อย่างตรงเป้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(เด็กนักเรียนโหลดแอป FoodChoice)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขั้นตอนการโหลดแอป FoodChoice ด้วยการเปิดกูเกิล สแกนบาร์โค้ดซองอาหารสำเร็จรูป ขนมกรุบกรอบ ก็จะแสดงค่าน้ำตาล โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรตให้ปรากฏ ประเมินแคลอรีที่จะได้รับ เพื่อจะได้เลือกบริโภคอย่างเหมาะสมในแต่ละวัน สอดคล้องกับการทำงานของ สสส. เด็กไทยไม่กินหวาน หน่วยงาน NECTEC ดูแลสุขภาพคนไทย เชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาเทคโนโลยี บูรณาการร่วมกับหลายกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมอนามัย ในการดูแลโภชนาการในเด็ก ขณะนี้ได้ทำ The School Lunch ในโรงเรียน 5 หมื่นแห่งทั่วทั้งประเทศ จัดสำรับอาหารเพื่อให้ได้โภชนาการเหมาะสมสำหรับสุขภาพเด็ก เพื่อเด็กจะได้นม อาหารที่ส่งผลต่อความสูงในเด็ก โรงเรียนในสังกัดของ สพฐ. รร.ตำรวจตระเวนชายแดน รร.กศน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(เด็กๆ ยืนดูถุงขนมกรุบกรอบ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะนี้มีสำรับอาหารมากกว่า 5,000 เมนู มีระบบ AI ปรับสูตร เช่น ต้มจืด ผัดผัก ผัดกะเพรา เพื่อให้เหมาะสมกับ School Lunch อย่างง่ายๆ อีกทั้งการจัดเมนูอาหารให้สอดคล้องกับท้องถิ่นในกรณีที่ขาดแคลนพืชผัก ผลไม้บางอย่าง ด้วยการประยุกต์นำผัก ผลไม้ในท้องถิ่นมาดัดแปลงปรุงเป็นอาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ.สนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการคณะ กก.การศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า เด็กแรกเกิด กระทรวงศึกษาธิการเข้าไปเกี่ยวข้องตั้งแต่เส้นผมจนถึงปลายเท้า กระทรวงสาธารณสุขดูแลทุกกรม กรมอนามัย กรมควบคุมโรค กรมสุขภาพจิต ฯลฯ เมื่อ 20 ปีก่อนแรกเริ่มรับราชการ เด็กประสบปัญหาขาดสารอาหาร แต่ปัจจุบันอาหาร Junk food อาหารขยะ ภาวะโภชนาการเกิน เด็กจำนวน 7 ล้านคนในสังกัด รร.สพฐ.มีโทรศัพท์มือถือใช้ 100% จะได้ใช้ให้เกิดประโยชน์ ขยายผลรวดเร็วกว้างขวางในการใช้แอป FoodChoice และนำไปปฏิบัติในการใช้โภชนาการอย่างถูกต้อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อนึ่ง ในงานนี้มีการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาแม่ซินดี้และอีเดนบุตรชายในการใช้ FoodChoice สแกนก่อนกินเพื่อสุขภาพ และภายในงานเด็กนักเรียนทั้งหญิงและชายจากโรงเรียนอนุบาลนนทบุรี ชั้นประถมปีที่ 5 จำนวน 20 คน เข้าร่วมกิจกรรมเปิดตัวแอป FoodChoice เพื่อนำไปเผยแพร่ในครั้งนี้ด้วย และยังมีนิทรรศการให้เห็นถึงความสำคัญในการใช้แอป FoodChoice. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;พฤติกรรมการกินของวัยรุ่นและเยาวชนผ่านแอป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การกินเป็นปัจจัยกำหนดสุขภาพที่สำคัญ วัยรุ่นและเยาวชนไทยส่วนใหญ่รับประทานอาหารครบ 3 มื้อ/วัน การเลือกซื้ออาหารสำหรับวัยรุ่นและเยาวชนไทยเป็นไปตามความชอบ (ร้อยละ 27.7) ความอยากรับประทาน (ร้อยละ 18.8) และรสชาติ (ร้อยละ 18.8) เป็นหลัก มีเพียงร้อยละ 8.1 ที่คำนึงถึงคุณค่าอาหาร การรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดจากประเทศตะวันตกมีรสชาติถูกปาก แต่ให้พลังงานและไขมันสูง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในปี 2560 ร้อยละ 47.8 ของวัยรุ่นและเยาวชนทั่วประเทศรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ในขณะที่พฤติกรรมการกินผัก ผลไม้ในกลุ่มนี้ยังอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะในช่วงอายุ 10-14 ปีที่ไม่ถึง 1 ใน 4 ที่บริโภคผัก ผลไม้สดเป็นประจำทุกวัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทุกวันนี้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการเชื่อมต่อระหว่างร้านอาหารและผู้บริโภค แอปพลิเคชันสั่งซื้ออาหารปัจจุบันมีหลายแพลตฟอร์มให้เลือกใช้ และหากพิจารณาจากอัตราการเติบโตของตลาดแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าแอปพลิเคชันเหล่านี้ได้รับความนิยม และส่งผลต่อพฤติกรรมการกินของวัยรุ่นและเยาวชนไทยต่อไปในอนาคต คาดการณ์การตลาดปี 2562 สูงถึง 3.3-3.5 หมื่นล้านบาท เวลายอดนิยมในการสั่งอาหาร ช่วงเย็นวันศุกร์และเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การสั่งซื้ออาหารผ่านแอปเริ่มเป็นที่แพร่หลาย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ เพราะสะดวกสบายให้ผู้บริโภคเข้าถึงร้านที่ต้องใช้เวลาเดินทางนาน รถติด ไม่มีที่จอด แดดร้อน หรือรอคิวนาน เป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อมูลจากหนังสือสุขภาพคนไทย 2563 : สถาบันวิจัยประชากรและสังคม (สปส.) ม.มหิดล สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79989</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย, ดร.สาธิต ปิตุเตชะ, ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์, พญ.พรรณพิมล วิปุลากร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อ.สนิท แย้มเกษร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201009/image_big_5f803e71386ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69075</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2020 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2020 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอนามัยลงพื้นที่ตรวจความพร้อม &quot;ไบเทค&quot;พบเป็นต้นแบบมาตรฐานป้องกันโควิด ประเดิมงานแสดงสินค้าแรก  27มิ.ย. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
18 มิ.ย.63- พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย ร่วมกับนางศุภวรรณ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ลงพื้นที่เยี่ยมชมกิจการศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เขตบางนา กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย &amp;nbsp;กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขได้เห็นความสำคัญของอุตสาหกรรมไมซ์ ซึ่งเป็นกลุ่มกิจการที่ได้รับการผ่อนคลายในระยะที่ 4 ประกอบไปด้วยการจัดประชุม การจัดการท่องเที่ยว การประชุมนานาชาติขนาดใหญ่ และการจัดงานแสดงสินค้าหรือบริการในระดับภูมิภาคหรือประเทศถือเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่สำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมเพื่อยกระดับมาตรฐานด้านสุขอนามัย และสร้างแนวปฏิบัติมาตรฐานใหม่ (New Norm) สำหรับสถานประกอบกิจการ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตามแนวทางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 โดยให้ความสำคัญด้านความสะอาดของสถานที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งก่อนและหลังการให้บริการ ผู้จัดงาน พนักงานและผู้เข้าร่วมงานสวมหน้ากากตลอดเวลา จัดให้มีจุดบริการล้างมือหรือแอลกอฮอล์เจลหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่เพียงพอ มีการเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร ควบคุมจำนวนผู้ร่วมกิจกรรมไม่ให้แออัด ตามเกณฑ์ตามขนาดพื้นที่ไม่น้อยกว่า 4 ตารางเมตรต่อคน การลงทะเบียนและยืนยันการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด ก่อนเข้าและออกจากสถานที่ รวมถึงบริเวณพื้นที่จัดงาน และพิจารณาใช้ระบบเทคโนโลยีรองรับสำหรับการจัดนิทรรศการ การแสดงสินค้าแบบออนไลน์และเพิ่มมาตรการใช้แอปพลิเคชันที่ทางราชการกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สำหรับศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคที่ได้ลงพื้นในครั้งนี้ ในภาพรวมพบว่า มีมาตรการเตรียมความพร้อมรองรับรูปแบบการจัดงานและทุกความต้องการบนมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในการลดความเสี่ยงจากการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ซึ่งแม้ว่าขณะนี้สถานการณ์โรคโควิด 19 ในประเทศไทยดีขึ้น แต่ก็ยังต้องเฝ้าระวังป้องกัน และปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดต่อไป&amp;rdquo; อธิบดีกรมอนามัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผอ.ทีเส็บ กล่าวว่า &amp;nbsp;หลังจากที่รัฐบาลประกาศมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 4 ทีเส็บได้เร่งเดินหน้าส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไมซ์ ศึกษาทำความเข้าใจมาตรการจัดงานไมซ์อย่างปลอดภัยของรัฐบาล รวมถึงคู่มือการจัดงานไมซ์ที่ทีเส็บร่วมกับสมาคมธุรกิจไมซ์ &amp;nbsp;จัดทำคู่มือการจัดงานประชุมสัมมนา การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล การจัดประชุมสมาคมวิชาชีพ รวมถึงการจัดงานแสดงสินค้า และการจัดงานอีเวนท์ในประเทศไทยครอบคลุมทุกเรื่องการจัดงาน เพื่อสอดรับตามแนวปฏิบัติด้านสุขอนามัยของรัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งปัจจุบัน ผู้ประกอบการสามารถนำไปปฎิบัติใช้ได้ทันทีเพื่อเตรียมความพร้อมสถานที่จัดงานและผู้จัดงานทุกภูมิภาคทั่วประเทศเดินหน้าธุรกิจได้โดยเร็วที่สุด&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ธุรกิจไมซ์และการจัดงานในประเทศไทย กำลังก้าวสู่ช่วงสำคัญในการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ &amp;ldquo;การจัดงานวิถีใหม่ - New Normal&amp;rdquo; ซึ่งจะต้องเตรียมการและปรับเปลี่ยนการทำงานหลายด้านทั้งสถานที่จัดงานและผู้จัดงาน รวมถึงผู้ที่จะเข้าร่วมงานให้สอดรับกับวิถีใหม่ โดยสิ่งสำคัญที่สุดของการทำธุรกิจ คือ &amp;ldquo;การสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยในสุขอนามัยของการจัดงานที่จะให้กับผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ&amp;rdquo; จึงต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งสถานที่จัดงาน ผู้จัดงาน และผู้เข้าร่วมงาน รวมถึงภาครัฐที่จะต้องร่วมทำงานกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปตามแนวปฏิบัติของรัฐบาล สร้างความเชื่อมั่นให้ธุรกิจไมซ์และการจัดงานเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ ในการจัดทำแนวปฏิบัติด้านสุขอนามัยสำหรับอุตสาหกรรมไมซ์ รวมถึงการจัดทำแนวทางเร่งการผ่อนปรนเปิดกิจการและกิจกรรมไมซ์นำเสนอต่อรัฐบาลนั้น ทีเส็บทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้แก่ สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) (TICA) สมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) (TEA) สมาคมธุรกิจสร้างสรรค์การจัดงาน (EMA) และสมาคมโรงแรมไทย (THA) มาโดยตลอด ซึ่งทางรัฐบาลโดยศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ได้นำแนวทางปฏิบัติด้านสุขอนามัยสำหรับอุตสาหกรรมไมซ์นี้ไปประกอบร่วมกับหลักเกณฑ์พิจารณาด้านสาธารณสุขของกรมควบคุมโรค และมาตรการด้านอนามัยของกรมอนามัยซึ่งใช้เป็นแนวทางหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;การเยี่ยมชมการเตรียมความพร้อมของศูนย์ไบเทคครั้งนี้ กับกรมอนามัย &amp;nbsp;เพื่อประเมินความพร้อมในการอนุญาตจัดงานตามแบบประเมินปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ประกอบด้วยเกณฑ์การประเมิน 2 หัวข้อ คือ การเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการหรือเจ้าของสถานที่ ด้านการบริหารจัดการ และการประเมินระหว่างผู้ให้บริการ ที่ครอบคลุมทั้งผู้ประกอบการ พนักงาน และผู้ใช้บริการ เพื่อสร้างความมั่นใจ ทุกฝ่ายเข้าใจในหลักปฏิบัติ เพื่อให้การจัดงานไมซ์ดำเนินไปด้วยความราบรื่น มีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมกับ ดูแลสุขภประชาชน&amp;rdquo; นางศุภวรรณ กล่าวสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางสาวปนิษฐา บุรี กรรมการผู้จัดการ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคดำเนินกิจการให้บริการด้านสถานที่จัดงานแสดงสินค้า และห้องประชุมในประเทศไทย โดยได้มาตรฐานการรับรองจาก TMVS (Thailand MICE Venue Standard) &amp;nbsp;ติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนาน จนขึ้นแท่นผู้นำศูนย์แสดงนิทรรศการและการประชุมที่ดีที่สุดในเอเชีย-แปซิฟิก แต่จากสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา ทำให้ศูนย์ฯไม่นิ่งนอนใจ นำมาตรการควบคุมหลัก 6 ข้อมาใช้ ได้แก่ 1.การบันทึกเข้า-ออกด้วยแพลทฟอร์มไทยชนะ 2.ตั้งจุดคัดกรองอุณหภูมิที่ 37.5 3. จำกัดจำนวนคน 1 คนต่อ 4 ตรม. 4.พ่นละอองฆ่าเชื้อในพื้นที่ 5. ยึดหลัก Physical Distancing และ 6. ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ในองค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดให้บริการอีกครั้งภายในเดือนมิถุนายนนี้ โดยศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคนับเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตามมาตรการที่รัฐกำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ได้ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ANTI COVID Zone&amp;ldquo; ไม่ว่าจะเป็นการนำนวัตกรรม UVC Technology หรือเทคโนโลยีการฆ่าเชื้อด้วยรังสีอัลตราไวโอเลต ซึ่งสามารถกำจัดไวรัสโควิด-19 และแบคทีเรียในอากาศ มาใช้ภายในศูนย์ฯ และดำเนินการฉีดพ่นฆ่าเชื้อบริเวณพื้นที่ภายในอาคาร นอกจากนี้ ยังมีจุดคัดกรองอุณหภูมิ จุดลงทะเบียนสแกนไทยชนะ และจุดให้บริการเจลแอลกอฮอล์อย่างทั่วถึง เพื่อให้ลูกค้าและผู้จัดงานที่เข้ามาใช้บริการมั่นใจในเรื่องความสะอาด ความปลอดภัย โดยปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ ทีเส็บ และกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ยังมีแผนเข้าเยี่ยมชมสถานที่จัดงานในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้แก่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บางกอกคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์, โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ สุขุมวิท กรุงเทพฯ, โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ สุขุมวิท 20, โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ, รอยัล พารากอน ฮอลล์, และสามย่าน มิตรทาวน์ รวมถึงศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ส่วนการเยี่ยมชมความพร้อมสถานที่จัดงานในพื้นที่ต่างจังหวัด จะเริ่มจากเมืองไมซ์ซิตี้ ได้แก่ พัทยา เชียงใหม่ ขอนแก่น และภูเก็ต และกระจายไปยังเมืองไมซ์ซิตี้อื่น ๆ ต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69075</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กรมอนามัย, ทีเส็บ, พญ.พรรณพิมล วิปุลากร, ศุภวรรณ       ตีระรัตน์, ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200618/image_big_5eeb45f41656b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2020 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2020 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ย้ำการ์ดอย่าตก เพราะผู้ติดเชื้อลด ลั่นต้องคุมเข้มโรงหนัง ฟิตเนส </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
9 มิ.ย.63- พญ. พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย แถลงข่าวผลการสำรวจการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จากผู้ตอบแบบสอบถาม 25,623 ราย ระหว่างวันที่ 22-28 พ.ค.2563 พบว่า เหตุผล 3 อันดับแรกที่ประชาชนการ์ดตก คือ ร้อยละ 57.4 ระบุว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงควบคุมการระบาดได้ดีขึ้น ร้อยละ 36.6 รู้สึกว่าตัวเองมีความเสี่ยงในการติดเชื้อต่ำ และร้อยละ 28.4 บอกว่ากิจวัตรประจำวันไม่เอื้ออำนวย จึงขอย้ำเตือนประชาชนต้องตระหนักในการป้องกันตนเอง เมื่อเดินทางไปในพื้นที่สาธารณะ ต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา หมั่นล้างมือ และเว้นระยะห่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พญ.พรรณพิมลกล่าวต่อว่า มาตรการความปลอดภัยในการให้บริการของโรงภาพยนตร์และสถานออกกำลังกาย ซึ่งได้รับการผ่อนปรนในระยะที่ 3 และมีประชาชนออกไปใช้บริการจำนวนมาก ได้มีมาตรการหลักและมาตรการเฉพาะเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ตามแนวทางที่ ศบค.กำหนดไว้ รวมทั้งในส่วนของโรงภาพยนตร์ให้นำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมเรื่องการจองที่นั่ง การออกบัตรชมภาพยนตร์ออนไลน์ และการชำระเงินออนไลน์ ส่วนสถานออกกำลังกายหรือฟิตเนส จะมีทั้งมาตรการการทำความสะอาดส่วนรวมที่ทางฟิตเนสจะดูแลทำความสะอาดสถานที่และอุปกรณ์ออกกำลังกาย รวมทั้งเพิ่มมาตรการส่วนตัวให้ผู้ใช้บริการต้องร่วมทำความสะอาดจุดสัมผัสอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ตัวเองใช้ เพื่อให้มีการทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมาตรการหลักของโรงภาพยนตร์ แต่ละแห่งจะเน้นการทำความสะอาดจุดสัมผัสต่างๆ จัดจุดล้างมือให้กับผู้ใช้บริการ เว้นระยะห่างที่นั่งสำหรับรอเข้าชมและที่นั่งในโรงภาพยนตร์ การคัดกรองผู้ใช้บริการและพนักงานผู้ให้บริการอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการติดตามผ่านแพลตฟอร์มไทยชนะ ส่วนมาตรการเฉพาะจะเน้นการทำความสะอาดระบบปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอ เว้นระยะห่างที่นั่งชมภาพยนตร์ 2 เว้น 2 และเว้นระยะแถวเว้นแถว ที่สำคัญจะต้องงดจัดกิจกรรม &amp;nbsp; อีเวนต์ คอนเสิร์ต ทั้งในโรงภาพยนตร์และด้านนอกโรงภาพยนตร์เพื่อลดการรวมตัวของประชาชน และจัดพื้นที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ขอเชิญชวนประชาชนที่ไปใช้บริการได้ร่วมกันประเมินมาตรฐานการให้บริการของโรงภาพยนตร์และสถานออกกำลังกายผ่านแพลตฟอร์มไทยชนะ เพื่อเป็นข้อมูลกลับมาให้กรมอนามัย ติดตามตรวจสอบเพื่อประเมินการให้บริการของสถานบริการต่างๆ ให้เกิดความปลอดภัยตามที่กำหนด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68244</URL_LINK>
                <HASHTAG>การ์ดอย่าตก, คนติดเชื้อลด, พญ.พรรณพิมล วิปุลากร, ฟิตเนส, โรงหนัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200609/image_big_5edf5e3485760.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แย้มหยุดสงกรานต์แบบผ่อนส่ง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยติดเชื้อเพิ่ม 1 ราย หนุ่มไทยกลับจากคูเวตอยู่ในสถานที่กักกันรัฐ ศบค.แย้มข่าวดีเร็วๆ นี้ ลุ้นเฟส&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หลังประชุมชุดใหญ่สัปดาห์หน้า &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ปัดยังไม่หารือวันชดเชยช่วงสงกรานต์ ผวาโควิดระบาดผุดไอเดียหยุดแบบผ่อนส่ง เคาะคลายล็อกอุทยานสัปดาห์หน้า บางแสนเข้มตั้ง 14 จุดคัดกรองป้องคนทะลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มิถุนายน เวลา&amp;nbsp;11.50&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019 (โควิด-19)&amp;nbsp;หรือ ศบค.&amp;nbsp;แถลงว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย อยู่ในสถานที่กักตัวรัฐจัดให้ เป็นชายไทยอายุ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ปี กลับจากประเทศคูเวต อาชีพรับจ้างในแคมป์โรงงานเอกชน กลับไทยวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;เข้าพักสถานที่กักตัวของรัฐใน กทม.ตรวจครั้งแรก วันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;ไม่พบเชื้อ และพบเชื้อในการตรวจครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มิ.ย.&amp;nbsp;แต่ไม่มีอาการ รักษาอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่&amp;nbsp;3,102&amp;nbsp;หายป่วยสะสม&amp;nbsp;2,971&amp;nbsp;ราย และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ยังคงเท่าเดิมคือ&amp;nbsp;58&amp;nbsp;ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp;6,698,370&amp;nbsp;ราย เสียชีวิต&amp;nbsp;393,142&amp;nbsp;ราย สำหรับสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าสนใจ พบว่าประเทศจีนเผยแพร่งานวิจัยที่สำรวจผู้ป่วยในการระบาดที่เมืองอู่ฮั่น ทำให้สรุปได้ว่าผู้ป่วยที่อายุน้อยมักไม่แสดงอาการ&amp;nbsp;ขณะที่รัฐมนตรีมหาดไทยอังกฤษเปิดเผยว่าจะต้องมีการกักตัวผู้ที่เดินทางเข้าอังกฤษเป็นเวลา&amp;nbsp;14&amp;nbsp;วันในสถานที่ที่กำหนด โดยจะเริ่มในวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มิ.ย.นี้ ส่วนประเทศอิตาลี เป็นประเทศแรกในยุโรปที่เปิดพรมแดนเต็มที่ และยกเลิกเงื่อนไขกักตัว&amp;nbsp;14&amp;nbsp;วัน นอกจากนี้ ประเทศเยอรมนีประกาศเปิดพื้นที่ชายแดนเช่นกัน&amp;nbsp;และประเทศเบลเยียมจะเปิดพรมแดนสำหรับประชาชนในสหภาพยุโรปเข้าประเทศได้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มิ.ย. และสถานบันเทิงต่างๆ จะกลับมาเปิดในวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มิ.ย.&amp;nbsp;ส่วนโรงภาพยนตร์เปิดวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ก.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หลายสนามบินกลับมาเปิดให้บริการ แต่เหตุใดสนามบินภูเก็ตยังไม่เปิดให้บริการ โฆษก ศบค.กล่าวว่า ศบค.แบ่งสนามบินออกเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กลุ่ม คือ ท่าอากาศยานที่อยู่นอกสังกัด บริษัท การท่าอากาศยานไทย จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;หรือเอโอที ที่ไม่พบประวัติการแพร่ระบาดโควิดภายใน&amp;nbsp;14 วัน และมีระบบควบคุมโรคที่ดี&amp;nbsp;2.ท่าอากาศยานในสังกัดเอโอทีมีประวัติการแพร่ระบาดประปรายในระยะเวลา&amp;nbsp;14&amp;nbsp;วัน และมีระบบควบคุมโรคที่ดี และ 3.ท่าอากาศยานในสังกัดเอโอที อยู่ในจังหวัดที่มีความเสี่ยงสูง มีการแพร่ระบาดโควิดจำนวนมาก และระบบควบคุมโรคยังคงต้องมีการประเมินอยู่&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดภูเก็ตยังมีการแพร่ระบาดเมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;พ.ค.ที่ผ่านมา ยังไม่ถึง&amp;nbsp;14&amp;nbsp;วัน หากหลังจากนี้ไม่มีการแพร่ระบาดอีก เชื่อว่า ศบค.จะให้เปิดสนามบินอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการผ่อนปรนเฟส&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จะเกิดขึ้นเมื่อใด และจะมีการเปิดงานอีเวนต์ คอนเสิร์ต ผับ บาร์ และกิจการอาบอบนวด พร้อมกันเลยหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ผอ.ศบค.ให้หลักการไว้ว่ากิจการอะไรที่พร้อมก็จะให้เปิดบริการก่อน แต่คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;จะทำการศึกษาและตัดสิน โดยมีการนำเสนอข้อมูลและแนวทางจากผู้ประกอบกิจกรรมและกิจการต่างๆ เมื่อได้ในภาพรวมที่ชัดเจนแล้ว จะนำเสนอ ศบค.ชุดใหญ่ในสัปดาห์หน้า แต่ถ้ายังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน จะส่งให้เป็นการบ้านของเจ้าของกิจกรรมและกิจการนั้นๆ เพื่อส่งรายละเอียดกลับมาใหม่ ซึ่งจะมีหลายหน่วยงานกำลังพิจารณา เชื่อว่าเร็วๆ นี้จะมีข่าวดี
แย้มหยุดชดเชยผ่อนส่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการพิจารณากฎหมายรองรับหากมีการยกเลิกพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ว่าขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า แต่ได้ดูไว้คร่าวๆ แล้ว รอให้ชัดเจนก่อนค่อยแจ้งให้ทราบ ตอนนี้อยู่ระหว่างการประเมินการผ่อนคลายระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;และระยะที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อย่าเพิ่งไปพูดถึงคำว่าแทน เพราะตอนนี้ยังไม่เลิกใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เจอเหตุการณ์คนแออัดที่บางแสน ทำเอาสะอึกเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะมีการพิจารณาวันหยุดชดเชยช่วงวันหยุดสงกรานต์ ในที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่สัปดาห์หน้าหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่รู้ว่าข่าวนี้มาจากไหน ใครเป็นคนปล่อยคนแรก อาจจะเป็นโฆษกพูดเมื่อมีคนถาม ลักษณะเลยเหมือนกลอนพาไป เนื่องจากเดือนหน้ามีวันหยุดติดต่อกัน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;วันต่อเนื่อง แต่ยืนยันเรื่องนี้ไม่เคยมีการพูดกันเลยเหมือนที่นายกฯ ได้บอกไปแล้ว และยืนยันว่าในระดับคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายฯ ก็ไม่ได้พูดคุยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เอาแค่วันหยุดติดต่อกัน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;วัน คือวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา วันที่&amp;nbsp;4-7&amp;nbsp;ก.ค.&amp;nbsp;ก็เอาให้อยู่รอดปลอดภัยก่อน วันหยุดชดเชยวันสงกรานต์เรายังไม่ได้คิด และไม่จำเป็นต้องหยุดต่อเนื่องกัน อาจจะให้หยุดแบบผ่อนส่งก็ได้ ซึ่งความจริงวันหยุดสงกรานต์มีเพียงแค่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน คือวันที่&amp;nbsp;13-15&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;ไม่ใช่&amp;nbsp;5 วัน เพราะตัดวันเสาร์-อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดอยู่แล้วออกไป ดังนั้นเมื่อเหลือ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วันก็ไม่ยากในการชดเชย อาจจะหยุดทิ้งช่วงกันให้ได้ครบ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วันก็ได้ เช่นสัปดาห์ละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วัน&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายวิษณุระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้หารือกับนายวิษณุ สำนักงบประมาณ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องการเยียวยาพระสงฆ์ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;โดยได้เสนอไปว่าจะช่วยเยียวยาพระสงฆ์วันละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;บาทต่อรูป ซึ่งจะส่งเงินไปให้วัดแต่ละแห่งเป็นผู้บริหารเงิน เบื้องต้นจะจ่ายเงินให้ตั้งแต่เดือนเม.ย.ถึง มิ.ย. รวม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน หรือ&amp;nbsp;91&amp;nbsp;วัน ส่วนเงินจำนวน&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;บาท ที่จ่ายให้แยกนั้น เป็นเงินของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่จัดสรรเงินจากเงินงบประมาณพัฒนาบุคคล ที่มีอยู่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ล้านบาท มาช่วยวัดทั่วประเทศได้&amp;nbsp;9,000&amp;nbsp;วัด จากทั้งหมดกว่า&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หมื่นวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวง​สาธารณสุข​ เวลา 13.00 น. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงการตรวจข้อดีของการตรวจหาเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ระหว่างตรวจด้วยวิธีการพันสำลีหาเชื้อในโพรงจมูกกับวิธีหาเชื้อในน้ำลายว่า คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีพบว่าการตรวจโดยการใช้น้ำลายมีประสิทธิภาพเทียบเคียงกับวิธีการตรวจหาเชื้อในโพรงจมูกอยู่ที่&amp;nbsp;90 %&amp;nbsp;ซึ่งถือว่าดีมาก ในส่วนของกรมได้มีการทดสอบ พบว่าได้ผลดีเช่นเดียวกัน ยืนยันว่าการตรวจด้วยวิธีใช้น้ำลายทดแทนกับการตรวจจากโพรงจมูกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&amp;nbsp;สำหรับแหล่งท่องเที่ยวชายหาดว่า หลังผ่อนปรนระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มิ.ย.ที่ผ่านมา พบว่าประชาชนได้ไปท่องเที่ยวชายหาดจำนวนมาก ทั้งนี้ กรมอนามัยได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสถานประกอบการเตรียมความพร้อม และกำหนดแนวปฏิบัติด้านสาธารณสุข โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้ควบคุมกำกับดูแล จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวไม่ให้แออัด จัดระยะห่างที่เหมาะสม เช่น ระยะห่างระหว่างกลุ่มที่นั่งพัก ปูเสื่อบริเวณชายหาด และเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลสำหรับผู้ที่ไม่ได้มาด้วยกันอย่างน้อย 1-2&amp;nbsp;เมตร จำกัดจำนวนคนในการเล่นน้ำ เช่น เครื่องเล่นประเภทบานาน่าโบ๊ต เรือ และห่วงยางในแต่ละรอบ และให้พนักงานบริการ นักท่องเที่ยวสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา จัดให้มีที่ล้างมือพร้อมสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์อย่างเพียงพอ ทำความสะอาดห้องน้ำ ห้องสุขา อย่างน้อยวันละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง เน้นจุดสัมผัสที่เป็นกลุ่มเสี่ยง จัดถังขยะมีฝาปิดเพียงพอ
คลายล็อกอุทยาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(ทส.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า จะมีการคลายล็อกกิจการ กิจกรรมด้านการท่องเที่ยวในระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ในส่วนแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติในเขตอุทยานแห่งชาติ หลังจากสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ประกาศปิดอุทยานและวนอุทยานทุกแห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มี.ค.63&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;155&amp;nbsp;แห่ง เนื่องจากโควิด-19 ระบาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจะเปิดใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แบบ ได้แก่ อุทยานที่เปิดบริการเต็มรูปแบบ, &amp;nbsp;อุทยานที่เปิดให้บริการบางส่วน และอุทยานที่ปิดให้บริการ&amp;nbsp;เช่น อุทยานแห่งชาติทางทะเลฝั่งอันดามันที่ปิดในฤดูมรสุมอยู่แล้ว หรืออุทยานแห่งชาติภูกระดึง ปกติจะปิดให้ธรรมชาติฟื้นตัวช่วงเวลานี้&amp;nbsp;โดยภายในหนึ่งสัปดาห์จากนี้จะสามารถให้คำตอบกับประชาชนได้ว่าจะเปิดเมื่อไหร่ เปิดแค่ไหน และจะมีนิวนอร์มอล หรือมาตรการการท่องเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติอย่างไร ซึ่งอาจจะทำให้การท่องเที่ยวอุทยานไม่สะดวกสบายเหมือนเมื่อก่อน สำหรับอุทยานที่จะเปิดให้บริการ&amp;nbsp;100% คืออุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขณะนี้กำลังวางมาตรการและจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว โดยจองผ่านระบบออนไลน์หรือเว็บไซต์ล่วงหน้าถึงจะได้รับอนุญาตให้เข้าภายในอุทยานได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ชลบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (5 มิ.ย.) นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแสนสุข ได้เปิดชายหาดบางแสนอย่างเต็มรูปแบบ ตามโครงการ&amp;nbsp;&amp;ldquo;บางแสนโฉมใหม่&amp;rdquo;&amp;nbsp;หรือตามระเบียบ&amp;nbsp;New Normal&amp;nbsp;คือการเว้นระยะห่างทางสังคม และจัดระเบียบร้านค้าร้านอาหาร ตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเข้มงวด ปรากฏว่ามีประชาชนเดินทางเข้ามาเที่ยวจำนวนมาก และพบว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยไม่ยอมสวมหน้ากากอนามัย และแอบลักลอบนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปดื่มกันบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ จ.ชลบุรี มอบหมายให้นายสุคนธ์&amp;nbsp;สุวรรณศักดิ์สิน นายอำเภอเมืองชลบุรี ร่วมประชุมกับนายณรงค์ชัย พ.ต.อ.ธนเสฏฐ์ ประชาชัยศรี ผกก.สภ.แสนสุข และกลุ่มสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองชลบุรี โดยได้ข้อสรุปว่า ช่วงเช้าวันที่ 6 มิ.ย. ทางฝ่ายปกครองอำเภอเมืองชลบุรี พร้อมด้วยสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองชลบุรี และสาธารณสุขเทศบาลเมืองแสนสุข จะตั้งจุดคัดกรอง วัดอุณหภูมิร่างกาย นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวหาดบางแสน จำนวน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;จุดทางเข้าชายหาดอย่างเคร่งครัด หากไม่สวมหน้ากากอนามัยจะไม่อนุญาตให้เข้าไปชายหาดเด็ดขาด รวมทั้งให้ตำรวจควบคุมการจราจรปริมาณรถยนต์ที่เข้าไปถนนหน้าหาดบางแสน หากมีจอดครบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แถว ระยะยาวกว่า&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;กิโลเมตรแล้ว จะปิดการจราจรทันที โดยให้ไปจอดตามถนนสายอื่น แล้วเดินเท้าเข้ามา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67938</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ธนเสฏฐ์ ประชาชัยศรี, พญ.พรรณพิมล วิปุลากร, ภัครธรณ์ เทียนไชย, วราวุธ ศิลปอาชา, วิษณุ เครืองาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทวัญ ลิปตพัลลภ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200605/image_big_5eda3a14e737a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอนามัยแนะรร.เตรียมความพร้อม 6 มิติ ก่อนเปิดเรียน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 พ.ค.63- พญ. พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยภายหลัง &amp;nbsp; &amp;nbsp;การเยี่ยมเสริมพลังและหารือแนวทางเพื่อผ่อนผันให้เปิดสถานศึกษา ณ โรงเรียนอนุบาลพิบูลเวศม์ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ว่า การเตรียมความพร้อมของสถานศึกษามีความสำคัญอย่างยิ่งเมื่อต้องเปิดเรียน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังสถานการณ์โรคโควิด 19 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการปฏิบัติตนของนักเรียนและบุคลากรในสถานศึกษา และการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม อาทิ ห้องเรียน ห้องประชุม โรงอาหาร รถรับ-ส่งนักเรียน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หอพักนักเรียน เพื่อให้สถานศึกษาปลอดภัยจากโรคโควิด 19 และจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องมีการประเมินความพร้อมโดยใช้กรอบแนวทาง 6 มิติ ได้แก่ มิติที่ 1 การดำเนินงานเพื่อความปลอดภัย ลดการแพร่เชื้อโรคด้วย 6 มาตรการหลักคือ 1) มีมาตรการคัดกรองวัดไข้และอาการเสี่ยงก่อนเข้าสถานศึกษา 2) สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาเมื่ออยู่ในสถานศึกษา 3) ให้มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกฮอล์อย่างเพียงพอ 4) จัดให้มีการเว้นระยะห่าง 5) ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสที่มีการใช้ร่วมกันบ่อย และ 6) ลดความแออัด ไม่จัดกิจกรรมที่มีการสัมผัสร่วมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;ถัดมาคือ มิติที่ 2 การเรียนรู้ สนับสนุนสื่อความรู้ป้องกัน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โรคโควิด 9 เตรียมความพร้อมการเรียนรู้ของเด็กตามวัยและสอดคล้องกับพัฒนาการ และสร้างความเข้มแข็ง ของระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน มิติที่ 3 การครอบคลุมถึงเด็กด้อยโอกาส กลุ่มเด็กพิเศษ และเด็กในพื้นที่ห่างไกลมาก มิติที่ 4 สวัสดิภาพและการคุ้มครอง เตรียมแผนรองรับด้านการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนป่วย แนวปฏิบัติเพื่อลดการรังเกียจและการตีตราทางสังคม (Social stigma) มิติที่ 5 นโยบาย มีแผนงาน โครงการรองรับ แต่งตั้งคณะทำงาน กำหนดบทบาทหน้าที่และสื่อสาร และ มิติที่ 6 การบริหารการเงิน โดยพิจารณา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การใช้งบประมาณสำหรับการป้องกันการระบาดของโรคโควิด 19 ตามความจำเป็นและเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;ldquo;ทั้งนี้ นอกจากสถานศึกษาจะต้องควบคุมมาตรการและปฏิบัติตามคำแนะนำในทุกมิติแล้ว ในส่วนของผู้ปกครองซึ่งเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุด สามารถมีบทบาทและมีส่วนร่วมกับสถานศึกษาเพื่อป้องกัน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โรคโควิด 19 ได้ด้วยเช่นกัน โดยติดตามข้อมูลข่าวสารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในพื้นที่เสี่ยง สังเกตอาการป่วยของบุตรหลาน หากมีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจลำบาก เหนื่อยหอบ ไม่ได้กลิ่น ไม่รู้รส &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้รีบพาไปพบแพทย์ ควรแยกเด็กไม่ให้ไปเล่นกับคนอื่น ให้พักผ่อนอยู่ที่บ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ มีการจัดหาของใช้ส่วนตัวให้บุตรหลานอย่างเพียงพอในแต่ละวัน &amp;nbsp;ทำความสะอาดทุกวัน เช่น หน้ากากผ้า ช้อน ส้อม แก้วน้ำ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว รวมทั้งจัดหาสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ และกำกับดูแลบุตรหลานให้ล้างมือบ่อย ๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ก่อนกินอาหาร หลังใช้ส้วม หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา ปาก จมูก โดยไม่จำเป็น &amp;nbsp;สร้างสุขนิสัยที่ดี หลังเล่นกับเพื่อนหรือสัมผัสสิ่งสกปรก และเมื่อกลับมาถึงบ้าน ต้องรีบอาบน้ำ สระผมและเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ทันที&amp;rdquo; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67086</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โรงเรียนทั่วไป, พญ.พรรณพิมล วิปุลากร, เตรียมพร้อมรับมือเปิดเทอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200527/image_big_5ece1a1a75c3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2020 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2020 17:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียม 6 ข้อ เปิดเทอมปลอดภัย เผยสถิติเด็กที่ติดโควิดส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรงหรือไม่แสดงอาการ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.63- ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) &amp;nbsp;พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เแถลงว่า สธ. ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อเตรียมการล่วงหน้าสำหรับการเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 โดยสถิติการระบาดในประเทศไทยพบว่า กลุ่มเด็ก 10-19 ปี มีอัตราการติดเชื้อร้อยละ 3.81 ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรงหรือไม่แสดงอาการ เมื่อมาโรงเรียนใช้เวลาอยู่ใกล้ชิดร่วมกัน 5-7 ชั่วโมงต่อวัน &amp;nbsp; นานกว่าการเดินในห้างสรรพสินค้า จึงมีความเสี่ยงติดเชื้อในกลุ่มเพื่อน และเมื่อเด็กกลับบ้านจะอยู่ใกล้ชิดและแพร่เชื้อไปสู่คนในครอบครัวได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม การเปิดภาคเรียน โรงเรียนจะต้องเตรียมการล่วงหน้าเพื่อให้พร้อมเปิดเรียนอย่างปลอดภัย โดยศธ.ร่วมกับ ศธ. &amp;nbsp;และภาคีเครือข่าย จัดทำมาตรการและคู่มือการปฏิบัติ สำหรับสถานศึกษา ป้องกันโควิด 19 ให้เสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้ และชี้แจงแนวทางปฏิบัติกับบุคลากรสาธารณสุข จัดอบรมครู &amp;ldquo;รอบรู้สุขอนามัย&amp;rdquo; ในโรงเรียนรองรับสถานการณ์โควิด 19 กลางเดือนมิถุนายน 63 ให้โรงเรียนประเมินตนเองตามแพลตฟอร์มไทยสต็อปโควิด (https://stopcovid.anamai.moph.go.th)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พญ. พรรณพิมลกล่าวต่อว่า เมื่อเปิดภาคเรียน โรงเรียนจะต้องดำเนินการ 6 แนวทาง ประกอบด้วย 1.การมีมาตรการคัดกรอง เช่น วัดไข้ก่อนเข้าโรงเรียน ผู้ปกครองร่วมให้ประวัติหากมีความเสี่ยง หากเด็กมีอาการไข้ไม่สบายต้องหยุดเรียนทันที และแจ้งหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ 2.สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่ออยู่ในโรงเรียน 3.จัดจุดล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลอย่างเพียงพอ 4.การเว้นระยะห่างในห้องเรียน เน้นจัดการเรียนการสอนให้เป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน ให้มีกิจกรรมทำในกลุ่มเดียวกันตลอดทั้งวัน 5.เน้นการทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสต่างๆ ที่ใช้ร่วมกัน อาทิ สนามเด็กเล่น ลูกบิดประตู ห้องน้ำ ร่วมกับการจัดกลุ่มสลับกันใช้งานเพื่อช่วยลดการสัมผัสร่วมกันจำนวนมาก และ 6.ลดความแออัด ไม่จัดกิจกรรมที่เกิดการรวมกลุ่มของเด็ก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;การเปิดเรียนจะต้องขอความร่วมมือผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมกับโรงเรียนในการป้องกันโรค ต้องสื่อสารให้เข้าใจว่า อย่ากังวลใจมากเพราะได้มีการเตรียมมาตรการเพื่อความปลอดภัยของเด็ก ย้ำเรื่องการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ และโรงเรียนต้องประเมินความเสี่ยงเพื่อปรับให้เข้ากับสถานการณ์ ทำงานร่วมกับหน่วยงานอนามัยโรงเรียนของกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิดเพื่อการควบคุมโรค&amp;rdquo; อธิบดีกรมอนามัยกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66544</URL_LINK>
                <HASHTAG>6ข้อเตรียมพร้อมเปิดเทอม, พญ.พรรณพิมล วิปุลากร, เปิดเทอม 1ก.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec651d57def6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64419</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 16:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 16:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติดเชื้อลดอย่าเพิ่งดีใจ ย้ำถ้าคลายล็อกดาวน์ ประชาชน &quot;การ์ดอย่าตก ยกให้สูงไว้เป็นนิสัย&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27เม.ย.63-พญ. พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า แม้ว่าสถานการณ์โรคโควิด 19 จะพบผู้ป่วยรายใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงเข้มการปฏิบัติตัวตามมาตรการป้องกันการแพร่กระจายโรคอย่างเคร่งครัด หากมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ &amp;ldquo;การ์ดอย่าตก ยกให้สูง เป็นนิสัย&amp;rdquo; ทั้งการเว้นระยะห่างทางสังคม สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ เนื่องจากพบการระบาดระลอกสองในหลายประเทศหลังจากผ่อนคลายมาตรการ จึงต้องคงการปฏิบัติตัวช่วงมีการระบาดโรคโควิด 19 ให้เป็นนิสัยในการใช้ชีวิตประจำวันตลอดไป (New Normal)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พญ. พรรณพิมลกล่าวต่อว่า สถานที่ที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือแหล่งชุมนุมชน เช่น ตลาด ซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งประชาชนมีความจำเป็นต้องไปซื้อหาอาหาร ของใช้ จึงขอความร่วมมือทุกตลาดปฏิบัติตามข้อแนะนำอย่างเคร่งครัด &amp;nbsp;โดยเจ้าของตลาดและผู้ปฏิบัติงานในตลาด กำหนดทางเข้าออก เพื่อคัดกรองคนเข้าตลาด อาทิ วัดอุณหภูมิ สังเกตอาการ ไอ จาม หายใจลำบาก จัดจุดล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดหรือเจลล้างมือที่มีแอลกอฮอล์มากกว่า 70% ล้างตลาดตามหลักสุขาภิบาลอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง รวมทั้งจัดประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ เช่น เสียงตามสาย บอร์ด ป้าย เพื่อสร้างความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนผู้ขาย ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือเจลล้างมือที่มีแอลกอฮอล์มากกว่า 70% ทำความสะอาดแผง/ร้านค้า อุปกรณ์ของใช้ด้วยน้ำยาทำความสะอาด/น้ำยาฆ่าเชื้อทุกวัน เมื่อกลับถึงบ้านควรเปลี่ยนเสื้อผ้าและอาบน้ำทันที และไม่ควรนำของใช้ในตลาดกลับบ้าน สำหรับผู้ซื้อ ต้องใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า รักษาระยะห่างระหว่างกันไม่น้อยกว่า 1-2 เมตร ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือเจลล้างมือที่มีแอลกอฮอล์มากกว่า 70% ทั้งก่อนและหลังเข้าตลาด หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสหน้า ตา จมูก ปาก วางแผนการซื้อ และมาตลาดสัปดาห์ละ 1-2 วัน เพื่อใช้เวลาในตลาดให้น้อยที่สุด ที่สำคัญ ไม่พาเด็ก ผู้สูงอายุมาตลาด เนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการรับเชื้อได้ง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ กรมอนามัยได้จัดทำ Application Stopcovid-19 (http://stopcovid.anamai.moph.go.th) &amp;nbsp;โดยให้ผู้ประกอบการตลาดที่ปฏิบัติตามมาตรฐานประเมินตนเองและปักหมุดร้าน ส่วนผู้บริโภคสามารถตรวจสอบเลือกการใช้บริการ และร้องเรียนเสนอแนะผ่านช่องทางเดียวกันได้ รวมทั้งจากการสำรวจ Thaistopcovid ในตลาดจำนวน 342 แห่ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2563 พบว่า มีการปฏิบัติตามมาตรการ Social Distancing ระหว่างผู้ขายของกับผู้บริโภคร้อยละ 88.99, พ่อค้า แม่ค้า พนักงานตลาด และผู้บริโภคได้ให้ความร่วมมือสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าร้อยละ 98.84,จัดให้มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดหรือเจลแอลกอฮอล์ ร้อยละ 96.81 &amp;nbsp;และมีการทำความสะอาดแผง โต๊ะจำหน่ายอาหารด้วยน้ำยาทำความสะอาดและน้ำยาฆ่าเชื้อทุกวัน ร้อยละ 95.65&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64419</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กรมอนามัย, พญ.พรรณพิมล วิปุลากร, เตือนประชาชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200427/image_big_5ea6a55f129f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
