<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2020 18:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์แนะนำดูแลถูกวิธี กู้ผิวสวยไม่หย่อนคล้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ผิวจะเริ่มแสดงสัญญาณความเปลี่ยนแปลง อาทิ สูญเสียความกระชับ ความหย่อนคล้อย และริ้วรอยก่อนวัย หากขาดการดูแลอย่างถูกวิธี ปัญหาของผิวก็ยิ่งปรากฏให้เห็นได้อย่างชัดเจน แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม &amp;lsquo;ธัญ&amp;rsquo; (THANN) พร้อมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงพลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล แนะ &amp;lsquo;วิธีกู้ผิวสวยจากความหย่อนคล้อยและริ้วรอยก่อนวัย&amp;rsquo; พร้อมเทคนิคการนวดเพื่อกระชับผิวหน้าให้แลดูอ่อนเยาว์กับผลิตภัณฑ์แบรนด์ &amp;lsquo;ธัญ&amp;rsquo; (THANN)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหมอพลอยลดา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะนำวิธีดูแลผิวพรรณให้อ่อนเยาว์อยู่เสมอว่า &amp;lsquo;การเสื่อมสภาพของผิวขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยภายใน (Intrinsic aging) ซึ่งเป็นการเสื่อมสภาพจากการเปลี่ยนแปลงภายในที่เกิดจากอายุ พันธุกรรม ความเครียด และฮอร์โมน ส่งผลกระทบทำให้กระบวนการผลิตคอลลาเจน (Collagen) ใต้ผิวลดลงเฉลี่ยปีละ 1% ในขณะที่เราอายุมากขึ้น ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น เกิดริ้วรอยต่างๆ ได้ง่าย และปัจจัยภายนอก (Extrinsic aging) เป็นการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังที่เกิดขึ้นจากสิ่งแวดล้อมที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร อาทิ ริ้วรอยที่เกิดจากรังสียูวีในแสงแดด (Photo aging) ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น แห้งกร้าน รวมถึงการเกิดความผิดปกติของเม็ดสี นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วยไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ มลภาวะ การแต่งหน้า การสูบบุหรี่ การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็มีส่วนเร่งทำให้เซลล์ผิวเกิดการเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นการดูแลสุขภาพผิวหน้าและผิวกายอย่างเหมาะสมจะช่วยยืดอายุผิว ทำให้ผิวมีความกระชับ เต่งตึง แลดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ โดยควรเริ่มจากการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ บริหารจัดการความเครียดอย่างถูกวิธี เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นพวกผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากๆ ซึ่งมีมากในผักและผลไม้ เช่น คะน้า ผักโขม กะหล่ำปลี อะโวคาโด น้ำมันมะกอก มะขามป้อม ฝรั่ง ส้ม และควรออกกำลังกายเป็นประจำควบคู่ไปกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยในการฟื้นฟูและยกกระชับผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยให้เราไม่ต้องแก่ก่อนวัยอันควรอีกด้วย&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเทคนิคการนวดเพื่อกระชับผิวหน้า 1.ใช้นิ้วโป้งดันผิวบริเวณขากรรไกร เน้นน้ำหนักขณะนวดตามแนวกรอบหน้าติ่งหู (ทำซ้ำ 3 ครั้ง) 2.ทำมือหลวมๆ แล้วใช้นิ้วกลางดันผิวใต้แก้มให้ยกขึ้น (ทำซ้ำ 3 ครั้ง) 3.ใช้ 4 นิ้วแตะผิวใบหน้า ลากจากด้านข้างกรามขึ้นไปหาขมับ (ทำซ้ำ 3 ครั้ง) 4.ใช้ 3 นิ้วลูบคิ้วจากกึ่งกลางใบหน้าออกไปหาขมับ ออกแรงกดเบาๆ (ทำซ้ำ 3 ครั้ง) 5.ใช้ฝ่ามือวางแนบผิวในแนวขวาง แล้วลูบให้แนบจากหน้าผากถึงไรผม สลับมือซ้ายขวา (ทำซ้ำ 3 ครั้ง) 6.ใช้นิ้วกลางดันขึ้นจากใต้ร่องพับข้างปีกจมูกตรงไปหาปีกจมูก จากนั้นใช้นิ้วกลางดันขึ้นจากปีกจมูก ตรงไปสู่กลางหน้าผากระหว่างหัวคิ้ว 7.ใช้ฝ่ามือรวบบริเวณข้างปีกจมูกทั้ง 2 ข้าง เหมือนทำท่าป้องปาก ลูบฝ่ามือทั้ง 2 ข้างออกด้านข้างแก้มในลักษณะยกขึ้น โดยเน้นน้ำหนักการลูบออกข้างปีกจมูกจนถึงแนวขมับ (ทำซ้ำ 3 ครั้ง) 8.แนบฝ่ามือทั้ง 2 ข้างกับใบหน้า เพื่อดึงทั้งพวงแก้มขึ้นจากปลายคางไปขมับ (ทำซ้ำ 3 ครั้ง).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76750</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ธัญ, พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200907/image_big_5f561bf190e8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60653</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รับข่าวโควิด-19แบบพอดี ดูแลสุขภาพรับมือโรคเครียด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ผู้สูงอายุรับข่าวสารแบบพอดี ป้องกันภาวะเครียดและกังวลช่วงโรคโควิด-19 ระบาด)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาความเครียดสะสมในช่วงที่โรคโควิด-19 ระบาด พบได้ในคนทุกเพศทุกวัย ไม่เว้นแม้แต่ผู้สูงอายุ ที่บางครั้งก็เป็นห่วงลูกหลาน ซึ่งต้องทำงานอยู่ในสภาวะเสี่ยง รวมถึงเป็นกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเองเช่นเดียวกัน เนื่องจากกลัวติดไวรัสร้ายดังกล่าว บางรายถึงขั้นไม่เป็นอันกินอันนอน เพราะเฝ้าติดตามข่าวสารอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญข่าวสารในปัจจุบันนั้น ก็มีทั้งข่าวจริงและข่าวปลอมที่มักแชร์ต่อๆ กัน นั่นจึงกระตุ้นความเครียดความกังวลให้กับคนสูงวัยได้แบบไม่รู้ตัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเวชศาสตร์ชะลอวัย จาก &amp;ldquo;ลลลนาคลินิก&amp;rdquo; ให้คำแนะนำว่า &amp;ldquo;ภาพรวมการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ ในช่วงของโรคโควิด-19 กำลังระบาดนั้น จะต้องไม่ตระหนกตกใจมากเกินไป แต่ประเด็นสำคัญนั้นจะต้องไม่พาตัวเองเข้าไปอยู่ในที่ชุมชน ที่สำคัญต้องกินร้อน ช้อนกลาง หมั่นล้างมือให้สะอาด และต้องไม่กินของสุกๆ ดิบๆ อีกทั้งหลังเข้าห้องน้ำต้องล้างมือให้สะอาด ที่สำคัญแนะนำให้เว้นระยะห่างจากการอยู่ใกล้ผู้อื่น เพื่อป้องกันการแพร่และรับเชื้อโควิด-19 หรือหากผู้สูงวัยต้องใช้ลิฟต์ที่มีคนแออัดจำนวนมาก ก็ควรรอให้คนอื่นไปก่อน อีกทั้งต้องไม่จับหรือสัมผัสลิฟต์ ตลอดจนราวบันไดในที่สาธารณะ หรือถ้าจำเป็นต้องจับ ควรล้างมือทันทีหลังใช้งาน หรือพกเจลแอลกอฮอล์สำหรับล้างทำความสะอาดมือหากต้องสัมผัสสิ่งที่กล่าวมา ที่สำคัญหากผู้สูงอายุมีอาการหอบ เหนื่อย หายใจลำบาก มีไข้สูง ให้ลูกหลานรีบพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจโรคโควิด-19 เพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงที &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(อ่านหนังสือสวดมนต์อยู่บ้าน ช่วยจิตใจสงบและผ่อนคลาย ท่ามกลางข่าวสารตึงเครียด)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญจะต้องไม่เครียดมากจนเกินไป เพราะถ้าผู้สูงอายุไม่เครียด ก็จะทำให้อาการป่วยไม่รุนแรง หรือเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดาแล้วหายขาด เพราะความเครียด ความกังวล จะทำให้ภูมิคุ้มกันโรคลดลง ทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนและทวีความรุนแรงได้นั่นเอง ดังนั้นหากเริ่มรู้สึกเครียดแนะนำให้ออกกำลังกายเบาๆ อยู่ในบ้าน อาทิ การเดิน การว่ายน้ำ การยืดเหยียดร่างกายเบาๆ และกินอาหารที่มีประโยชน์ ในกลุ่มของวิตามินซีสูงที่ช่วยป้องกันโรค และควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการนอนหลับที่ดีและเหมาะสม จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายเพื่อป้องกันโรคโควิด-19 ได้เช่นกัน รวมถึงหากิจกรรมที่ชอบทำเพื่อคลายความกังวล เช่น อ่านหนังสือธรรมะ, จัดดอกไม้, ทำงานฝีมือที่ชอบเพื่อลดความเครียด และไม่เสพข่าวสารจนเกิดความตระหนก หรือสวดมนต์ไหว้พระอยู่ในห้องพระ ที่สำคัญหลักของการปล่อยวาง แต่ไม่ลืมดูแลสุขภาพอนามัยของตัวเอง ก็เป็นหนทางคลายเครียดได้ดีเช่นกันค่ะ&amp;rdquo;.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60653</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200323/image_big_5e78ad006f498.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60191</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รับมือโรคที่มากับหน้าร้อน  ต้องดูแลตัวเองแต่เนิ่นๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การดูแลสุขภาพผู้สูงวัยในช่วงอากาศร้อนเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ประกอบกับในช่วงนี้ไวรัสโควิด-19 กำลังระบาด ไหนจะอากาศบ้านเราที่เริ่มอุณหภูมิสูงขึ้นเมื่อเข้าสู่เดือนมีนาคม อีกทั้งผู้สูงอายุก็มักจะเจ็บป่วยได้ค่อนข้างง่ายกว่าคนวัยหนุ่มสาว ดังนั้นการหันมาฟิตแอนด์เฟิร์มร่างกายเพื่อดูแลตัวเองแต่เนิ่นๆ ย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะหากปล่อยให้ผู้สูงอายุป่วยแล้วอาจทำให้การรักษาลำบากและหายอยากขึ้น พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเวชศาสตร์ชะลอวัยจาก &amp;ldquo;ลลลนาคลินิก&amp;rdquo; มาให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพคนหลัก 6 ไว้น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(วัยเก๋าจิบน้ำบ่อยๆ กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตทำงานดี และไปหล่อเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายให้ทำงานปกติ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;ผู้สูงอายุเป็นวัยที่ค่อนข้างอ่อนแอและเซนซิทีฟค่อนข้างง่าย จึงทำให้เจ็บป่วยได้มากกว่าคนวัยอื่น ที่สำคัญผู้สูงอายุมักจะไม่ชอบกินน้ำ ดังนั้นถ้าดื่มน้ำน้อยในช่วงที่อากาศร้อนและแห้งนั้น ก็จะทำให้การไหลเวียนโลหิตไม่ดี หรือทำให้เลือดไม่ไปเลี้ยงสมอง หัวใจ ไต ได้ไม่ดีเช่นกัน ซึ่งบางรายอาจทำให้เกิดภาวะไตวาย กระทั่งเสียชีวิตในที่สุด ดังนั้นคนหลัก 6 จึงไม่ควรปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ สังเกตได้ง่ายๆ ว่าหากรู้สึกปากแห้งก็ให้รีบหมั่นจิบน้ำทีละนิดๆ เพื่อให้ร่างกายเกิดความชุ่มชื่น และรักษาอุณหภูมิร่างกายให้ปกติในช่วงอากาศร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ป้องกันโรคผิวหนังผดผื่นคันแดงในผู้สูงอายุ ดังนั้นการหมั่นอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย เลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศช่วยได้เสมอ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง เพราะอาจทำให้เกิดภาวะ &amp;ldquo;โรคฮีตสโตรก&amp;rdquo; (Heat Stroke) หรือ &amp;ldquo;โรคลมแดด&amp;rdquo; ซึ่งบางรายอาจรุนแรงกระทั่งเสียชีวิตได้เช่นกันหากว่าร่างกายขาดน้ำอยู่แล้ว ดังนั้นจึงควรอยู่ในที่ร่มและมีลมโกรก อีกทั้งควรงดกิจกรรมที่ต้องออกไปกลางแจ้งจัดๆ เพราะเสี่ยงต่อการเป็นลมแดดได้ อีกทั้งควรทาครีมกันแดดเวลาที่ต้องออกไปทำธุระนอกบ้าน เพื่อดูแลผิวหนังไม่ให้แห้ง แดง ลอกคัน เช่นกัน นอกจากนี้อีกหนึ่งโรคที่สำคัญและมักพบได้บ่อยในช่วงนี้ คือโรคทางเดินอาหาร อาทิ &amp;ldquo;โรคท้องร่วงและท้องเสีย&amp;rdquo; เพราะหน้าร้อน ทางเดินอาหารจะติดเชื้อได้ค่อนข้างง่าย จึงทำให้ผู้สูงอายุเกิดอาการลำไส้อักเสบ ทำให้เกิดอาการท้องร่วงท้องเสียได้ง่าย ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการกินอาหารสุกๆ ดิบๆ ก็มีส่วน เพราะเชื้อโรคท้องร่วงจะเจริญเติบโตได้ดีในอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบนี้ กระทั่งน้ำแข็งที่ไม่สะอาดก็มีเชื้อโรคท้องร่วงปนเปื้อนได้เช่นกัน หรือแม้แต่อาการ &amp;ldquo;ผิวหนังมีผดผื่น คัน แดง&amp;rdquo; เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการที่อากาศร้อน ทำให้มีเหงื่อจำนวนมาก และอีกทั้งเวลาที่เราใส่เสื้อผ้าหนา และมีเปียกเหงื่อชุ่มเป็นเวลานานๆ ก็กระตุ้นให้เกิดปัญหาโรคผิวหนังดังกล่าวได้ง่ายขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(หน้าร้อนผู้สูงวัยควรหลีกเลี่ยงอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบซึ่งเสี่ยงอาการท้องร่วงท้องเสีย)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงแนะนำว่าหากอากาศร้อนมากๆ การอาบน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายให้สะอาดอยู่เสมอเป็นสิ่งที่ช่วยได้ อีกทั้งเลือกใส่เสื้อผ้าที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก เช่น เสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้าย และเลือกอยู่ในที่มีลมโกรก เช่น ใต้ต้นไม้รอบๆ บ้าน ก็สามารถช่วยได้ค่ะ และที่ลืมไม่ได้คือการทำจิตให้ผ่อนคลาย ซึ่งบางครั้งคุณตายคุณยายที่อยู่บ้านเพียงลำพังสามารถหยิบหนังสือที่ชอบมานอนอ่านในห้องหรือบริเวณบ้านที่มีลมเย็นๆ พัดผ่าน หรือช่วงนี้โรงเรียนเริ่มปิดเทอม ก็ให้ทำกิจกรรมร่วมกับลูกหลาน ก็จะทำให้เกิดความผ่อนคลายได้ หรือแม้แต่การกินอาหารที่รสชาติเย็นๆ อาทิ แตงโม, ส้มโอ, แคนตาลูป ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยดับร้อนของคนวัยเก๋าได้ดีค่ะ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60191</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e72149782011.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31835</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลือกแหล่งท่องเที่ยวร่มรื่น หนีชีวิตจำเจ-ช่วยคลายร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปฏิเสธไม่ได้ว่าการท่องเที่ยวในช่วงหน้าร้อน เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สร้างความผ่อนคลายให้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่หลายท่านอาจอยู่เย้าเฝ้าบ้าน หรือคนวัยเกษียณที่ต้องการผักผ่อนเพื่อเติมความสุขให้ชีวิต หลังจากที่ทำงานหนักมาตลอด 60 ปี แต่ทว่าการเดินทางไปพักผ่อนในสถานที่ต่างๆ ช่วงที่บ้านเราอุณหภูมิสูงปรี๊ด อาจจำเป็นต้องเช็กสภาพอากาศ และเลือกสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งเหมาะกับคนวัยเก๋าจริงๆ เพราะการออกไปพักผ่อนท่ามกลางอาการร้อนจัด อาจยิ่งกระทบต่อสุขภาพคุณตาคุณยาย กระทั่งทำให้เที่ยวไม่สนุกได้เช่นกัน พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเวชศาสตร์ชะลอวัย ให้คำแนะนำในการพาผู้สูงอายุออกไปเปิดหูเปิดตาช่วงซัมเมอร์มาบอกกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ชายหาดที่มีความร่มรื่นและลมพัดเย็นสบาย แหล่งพักผ่อนฟอกปอดให้กับคนสูงวัยช่วงอากาศร้อน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พญ.พลอยลดา ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;หลักในการพาผู้สูงอายุไปพักผ่อนนอกบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่หรือจังหวัดไหนที่อากาศร้อนสูงมาก ก็อาจจะทำให้ทั้งผู้สูงอายุและเด็ก ไม่สามารถทนกับสภาพอากาศได้ และเสี่ยงต่อการเป็นโรคลมแดดหรือฮีตสโตรก สิ่งสำคัญก่อนที่จะพาผู้สูงอายุไปเที่ยวต้องเช็กสภาพอากาศก่อนว่าความร้อนเป็นอย่างไร เช่น บางจังหวัดที่ค่อนข้างมีอุณหภูมิสูงมาก เช่น ภาคเหนือบางจังหวัด หรือภาคอีสานที่มีต้นไม้น้อย หรือแม้แต่ชายทะเลขึ้นชื่อของอย่างหัวหิน ก็ค่อนข้างมีแสงแดดที่แรงจัดในช่วงซัมเมอร์ ดังนั้นหากลูกหลานต้องการพาผู้สูงอายุไป &amp;ldquo;เที่ยวทะเล&amp;rdquo; นั้น ก็ควร &amp;ldquo;เลือกชายหาดที่มีความร่มรื่น&amp;rdquo; และมีป่าเขาล้อมรอบ เพื่อป้องกันความร้อนที่อาจกระทบต่อสุขภาพ นอกจากนี้ก็ควรเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นติดตัวไปด้วยทุกครั้ง เช่น ร่ม น้ำดื่ม และครีมกันแดด โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กที่เสี่ยงต่อการที่ผิวไหม้เมื่อสัมผัสแสงแดดจัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ปรับกายและใจผู้สูงอายุให้เย็นสงบด้วยการทำบุญที่วัดริมน้ำ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ผู้สูงอายุที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ลูกหลานสามารถพาท่านไปเที่ยว โดยการ &amp;ldquo;ไปไหว้พระที่วัด&amp;rdquo; ซึ่งก็มีวัดอยู่หลายแห่งบริเวณชานเมืองที่มีต้นไม้เยอะ สงบร่มเย็น หรือถ้าเป็นไปได้ก็ให้ &amp;ldquo;เลือกวัดที่อยู่ริมแม่น้ำ&amp;rdquo; มีที่นั่งซึ่งลมพัดเย็นสบาย เพราะหากวัดไหนที่มีลมพัดไหลเวียนได้ดี อากาศก็จะเย็นสบาย ซึ่งจะช่วยทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตของผู้สูงวัยดีขึ้น ช่วยป้องกันการเป็นลมแดดได้ ทั้งนี้ประโยชน์การท่องเที่ยวในวัดนอกจากได้ทำบุญแล้ว ยังทำให้จิตใจของผู้สูงวัยสงบร่มเย็นในช่วงที่อากาศร้อนสูง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ซัมเมอร์นี้วัยเก๋าที่อยู่ในเมือง ให้ลูกหลานพาไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ที่เดินทางสะดวกและบรรยากาศเย็นสบาย ที่สำคัญคุณตาคุณยายจะได้รับความรู้จากผ้าไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเพิ่มเติม)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ การพาคุณตาคุณยายไปพักผ่อนอย่างการ &amp;ldquo;เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์&amp;rdquo; ซึ่งหลายๆ ที่ก็มีความสวยงาม และได้ &amp;ldquo;อนุรักษ์วัฒนธรรมไทย และเรียนรู้ประวัติของผ้าไทยในแต่ละยุคสมัย&amp;rdquo; ของเรา เช่น &amp;ldquo;พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบรมมหาราชวัง&amp;rdquo; ซึ่งตั้งอยู่ในวัดพระแก้ว ซึ่งภายในมีเครื่องปรับอากาศ ก็สามารถทำให้เดินเยี่ยมชมนิทรรศการผ้าไทยได้โดยไม่ร้อน ที่จัดขึ้นโดยสลับซับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ที่สำคัญสถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าวไม่เพียงเดินทางสะดวก แต่เมื่อลูกหลานและผู้สูงอายุได้เยี่ยมชม ก็จะทำให้หันมาตระหนักถึงการนุ่งผ้าไทย เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาเครื่องแต่งกายสมัยโบราณเอาไว้อีกด้วย&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จริงอยู่ที่การท่องเที่ยวขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล และไลฟ์สไตล์ของผู้สูงอายุ แต่สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ที่มีต้นไม้และธรรมชาติล้อมรอบ อีกทั้งมีลมพัดโกรกเย็นสบาย ก็จะน่าเวิร์กที่สุดในช่วงหน้าร้อนนี้ ว่าไหมค่ะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31835</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ทะเล, พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล, วัดริมแม่น้ำ, อนุรักษ์วัฒนธรรมไทย, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190320/image_big_5c9236fac9cea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลี่ยงแหล่งท่องเที่ยวเย็นจัด-คนพลุกพล่าน  ตัวช่วยวัยเก๋าพักผ่อนส่งท้ายปีเก่าสุขภาพดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(เครื่องดื่มอุ่นๆ และการหมั่นขยับเขยื้อนร่างกายตัวช่วยที่ทำให้วัยเก๋าเที่ยวอย่างสนุก และทำให้ร่างกายเกิดความสมดุล รับมือกับอากาศเย็นได้ดี)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เข้าสู่หน้าหนาวนับเป็นสัญญาณของการท่องเที่ยวไทย เนื่องจากเป็นช่วงเวลาหยุดพักร้อนใกล้สิ้นปีที่หลายคนรอคอย เพื่อที่จะได้ชวนผู้สูงวัยไปเที่ยวพักผ่อนกันทั้งครอบครัว เพื่อรับอากาศเย็นๆ แต่ทั้งนี้การดูแลสุขภาพ ในตลอดระยะเวลาของท่องเที่ยวก็ถือเป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อย เพราะผู้สูงวัยส่วนใหญ่มักเจ็บป่วยได้ค่อนข้างง่ายกว่าคนหนุ่มสาว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเวชศาสตร์ชะลอวัย ผู้ก่อตั้งลลลนาคลินิก (Lollana Clinic) มีคำแนะนำสำหรับคนวัยเก๋าที่ต้องเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบอากาศเย็นทางภาคเหนือของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พญ.พลอยลดาให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;ในช่วงที่อาการเริ่มหนาวเย็น ร่างกายของผู้สูงอายุจะไม่แข็งแรงเหมือนกับคนวัยหนุ่มสาว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรักษาอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่นอยู่ตลอดเวลา โดยการใส่เสื้อผ้าหนาๆ หรือต้องพกผ้าพันคอหรือสวมหมวกไหมพรม และต้องหมั่นออกกำลัง อีกทั้งต้องเคลื่อนไหวร่างกาย โดยเฉพาะหากต้องไปท่องเที่ยวในสถานที่อากาศเย็น นอกจากนี้ให้กินและดื่มอาหารที่มีรสอุ่นๆ อีกทั้งต้องดื่มน้ำเปล่าวันละ 6-8 แก้ว พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเสริมภูมิต้านทานโรคให้กับร่างกาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ผู้สูงอายุที่มีปัญหาโรคปอดควรเลี่ยงการเดินขึ้นเขาสูง และมีสภาพอากาศเย็นจัด เพราะเสี่ยงต่อการเป็นลมหน้ามืด เนื่องจากพื้นที่สูงจะทำให้ความกดอากาศต่ำ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ก็ให้ระมัดระวังเรื่องเกี่ยวกับ &amp;ldquo;โรคทางเดินหายใจ&amp;rdquo; เช่น โรคไข้หวัด และโรคไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งมีคนอยู่เยอะ โดยเฉพาะตลาดหรือห้างสรรพสินค้า เพราะผู้สูงอายุจะเสี่ยงติดเชื้อโรคดังกล่าวได้ค่อนข้างง่าย ดังนั้นการป้องกันคือการไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพปอด ซึ่งต้องอยู่ในพื้นที่อากาศเย็นและคนพลุกพล่าน หรือถ้าหากผู้สูงวัยมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก มีอาการเป็นไข้ ก็ควรรีบไปพบแพทย์จะดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกหนึ่งภาวะที่พบได้บ่อยในแหล่งท่องเที่ยวที่มีอากาศเย็น คือผู้สูงอายุมีปัญหาเรื่อง &amp;ldquo;ผิวแห้ง&amp;rdquo; เนื่องจากไขมันในร่างกายทำงานลดน้อยลง จึงทำให้ผิวขาดความชุ่มชื่นจึงแห้งแตก การรักษาความชุ่มชื่นในร่างกายก็ยังจำเป็นต้องทำอยู่สม่ำเสมอ โดยการใส่เสื้อผ้าให้อบอุ่น และไม่ควรอาบน้ำอุ่น หรือหลีกเลี่ยงการอาบนานๆ เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้งมากขึ้นไปอีก หลังจากอาบน้ำก็ให้ทาโลชั่นบ่อยๆ โดยใน 1 วันควรทาโลชั่น 2-3 รอบ หรือทาลิปบาล์มที่ปากเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนผู้สูงวัยที่มีปัญหาเกี่ยวโรคระบบไหลเวียนโลหิต หรือ &amp;ldquo;โรคความดันโลหิตสูง&amp;rdquo; แนะนำว่าไม่ควรบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง และเค็มจัด เพราะจะทำให้ความดันโลหิตสูงหรือกำเริบ ซึ่งจะส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ หรือทำให้หายใจไม่ออกและหมดสติได้เช่นกัน ดังนั้นผู้สูงวัยที่ป่วยโรคดังกล่าวควรบริโภคอาหารอุ่นในช่วงหน้าหนาว และไม่กินไขมันมากเกินไป รวมถึงอาหารรสหวานจัดด้วยเช่นกัน ที่สำคัญให้หมั่นออกกำลังกายในช่วงหน้าหนาว เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงและอบอุ่น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ผู้สูงอายุที่เตรียมตัวท่องเที่ยวช่วงหน้าหนาวควรใส่เสื้อผ้าที่หนาและมีผ้าพันคอ เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยสรุปในช่วงหน้าหนาว หากผู้สูงอายุต้องการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ ให้ &amp;ldquo;หลีกเลี่ยงสถานที่อากาศเย็นจัด&amp;rdquo; ที่สำคัญลูกหลานเองก็จำเป็นต้องเช็กสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการเตรียมเครื่องนุ่งห่มให้เหมาะกันแหล่งเที่ยวที่จะไป เช่น ผ้าพันคอ เสื้อผ้าหนานุ่ม ถ้าเป็นไปได้ไม่แนะนำให้ผู้สูงอายุเดินขึ้นเขาสูงในระยะทางไกลๆ รวมกับอากาศเย็น หรือมีอุณหภูมิเลขตัวเดียว โดยเฉพาะผู้ที่เจ็บป่วยเกี่ยวกับ &amp;ldquo;ปอด&amp;rdquo; เพราะยิ่งสูงความกดอากาศจะยิ่งต่ำ ซึ่งจะทำให้ผู้สูงอายุมีอาการหน้าบวม ตัวบวม ตลอดจนหายใจไม่ออก เนื่องจากหัวใจทำงานมากเกินไป ซึ่งจะทำให้เกิดอาการวูบและหมดสติได้ เป็นไปได้ก็ไม่ควรเดินขึ้นเขา ที่สำคัญให้ &amp;ldquo;หลีกเลี่ยงสถานที่ท่องเที่ยวผู้คนหนาแน่น&amp;rdquo; เพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคทางเดินหายใจได้ค่อนข้างง่ายเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21392</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ผิวแห้ง, พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล, โรคความดันโลหิตสูง, โรคทางเดินหายใจ, โรคไข้หวัดใหญ่, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181105/image_big_5be03db869a2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13224</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พักผ่อนเพียงพอ-หมั่นออกกำลัง ตัวช่วยป้องกันโรคหวัดหน้าฝน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่ต้องแปลกใจที่ช่วงนี้เราจะพบผู้สูงอายุไอ จาม ซึ่งเป็นอาการของโรคหวัดที่มักพบได้ในช่วงฤดูฝน เนื่องจากอากาศชื้นทำให้เชื้อไวรัสกระจายตัวได้ดี ประกอบกับร่างกายของผู้สูงอายุมักจะอ่อนแออยู่แล้ว ทั้งจากภาวะความเสื่อมในร่างกาย จึงทำให้เกิดโรคได้ง่าย การดูแลสุขภาพของคุณตาคุณยายเป็นสิ่งที่ต้องนำมาเสนอ เพราะเพียงแค่การที่ท่านพักผ่อนไม่เพียงพอก็อาจทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ และเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยโรคทางเดินหายใจ โดยเฉพาะอาการเจ็บคอ ไอ และไม่มีเรี่ยวแรง พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเวชศาสตร์ชะลอวัย ให้คำแนะนำถึงการดูแลสุขภาพของคุณตาคุณยายในช่วงหน้าฝน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พญ.พลอยลดากล่าวว่า &amp;ldquo;การดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุให้ห่างจากโรคหวัด ที่อาจจะนำมาซึ่งอาการเจ็บคอและปวดเมื่อยร่างกาย กระทั่งรับประทานอาหารไม่ได้ โดยเริ่มกันที่การดูแลเรื่อง &amp;ldquo;อาหาร&amp;rdquo; การกินให้กับท่าน เช่น ให้เน้นที่ผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีเป็นหลัก ที่สำคัญต้องปรุงให้มีความนิ่ม เพื่อให้คนสูงวัยรับประทานได้ง่าย แต่บางครั้งการกินข้าวต้มอย่างเดียวอาจทำให้ท่านขาดสารอาหาร และภูมิคุ้มกันลดน้อยลงได้เช่นกัน นอกจากนี้ก็ควรให้ผู้สูงวัยหมั่นจิบน้ำให้เยอะ เพื่อให้ร่างกายมีความชุ่มชื่น และพยายามพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะถ้าท่านนอนน้อยก็จะทำให้ภูมิคุ้มในร่างกายตก เมื่อนั้นก็จะเจ็บป่วยได้ง่าย โดยเฉพาะโรคหวัดในช่วงหน้าฝนอย่างนี้ ที่สำคัญหมอแนะนำว่า ทุกๆ เช้า ลูกหลานควรพาผู้สูงอายุไปเดินรับแดด เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินดีที่มีสรรพคุณกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ทำงานปกติ ก็ถือเป็นวิธีป้องกันโรคหวัดได้ทางหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ป้องกันโรคทางเดินหายใจช่วงหน้าฝน อากาศชื้น ผู้สูงอายุควรเดินออกกำลังกายช่วงเช้าเพื่อรับวิตามินดี ที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกายให้ทำงานต่อสู้เชื้อโรค)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไล่มาถึงเรื่องการ &amp;ldquo;ออกกำลังกาย&amp;rdquo; ที่ถือเป็นยาวิเศษ ป้องกันโรคทางเดินหายใจได้ทางหนึ่ง ซึ่งการจะเลือกชนิดกีฬาที่เหมาะกับท่าน ต้องดูว่าผู้สูงอายุป่วยเป็นโรคอะไรอยู่หรือไม่ ถ้าท่านมีสุขภาพดีปกติ ไม่ได้มีปัญหาเรื่องปวดเข่าหรือปวดข้อ ก็แนะนำว่าให้ฝึก &amp;ldquo;รำไท้เก๊ก&amp;rdquo; ซึ่งเป็นกีฬาที่ช่วยฝึกการทรงตัว ช่วยให้หัวใจทำงานปกติ ที่สำคัญยังเป็นกายบริหารร่างกายที่ทำให้อารมณ์แจ่มใส และยังทำให้กล้ามเนื้อทุกส่วนแข็งแรง หรือถ้าหากผู้สูงอายุคนไหนมีปัญหาปวดเข่าและปวดข้อ แนะนำให้ &amp;ldquo;ว่ายน้ำ&amp;rdquo; ก็เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยเซฟการบาดเจ็บที่บริเวณหัวเข่าหรือข้อได้ค่อนข้างดี ที่สำคัญแรงต้านของน้ำถือเป็นตัวบำบัดอาการปวดเมื่อยไปด้วยในตัว หรือ &amp;ldquo;เดินเบาๆ ในสวน&amp;rdquo; หากว่าผู้สูงอายุมีอาการปวดเมื่อยร่างกาย หรือเลือกที่จะ &amp;ldquo;ยืนแกว่งแขน&amp;rdquo; ให้ได้วันละประมาณ 600 ครั้ง ส่วนระยะเวลาของการออกกำลังแต่ละประเภทนั้น เป็นไปได้ควรเอกเซอร์ไซส์แบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่จำเป็นจะต้องกำหนดว่า 20-30 นาทีต่อครั้ง แต่ให้ท่านได้ทำท่ากายบริหารเท่าที่สุขภาพจะเอื้ออำนวย ซึ่งบางรายอาจจะทำได้ประมาณ 10-15 นาทีต่อครั้ง ก็ถือว่าเพียงพอแล้วค่ะ นอกจากนี้ การ &amp;ldquo;ไม่เครียด&amp;rdquo; ทำให้อารมณ์ให้แจ่มใส จากการพูดคุยกับลูกหลาน หรือการดูรายการทีวีที่ชอบ, อ่านหนังสือ หรือทำสวน ก็ถือเป็นเทคนิคสุขภาพดีที่ทำให้ห่างไกลโรค โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนที่โรคหวัดมักถามหาคุณตาคุณยายอยู่บ่อยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นอกจากโรคหวัดในช่วงหน้าฝนแล้ว การรับประทานปลาร้าในที่ฝนตกและมีปลาชุกชุม อาจทำให้ผู้สูงอายุเป็นโรคพยาธิจากการบริโภคอาหารดิบ หรือปรุงสุกๆ ดิบๆ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากโรคหวัดแล้ว การหลีกเลี่ยงอาหารดิบที่ไม่ได้ผ่านการปรุงให้สุกอย่าง &amp;ldquo;ปลาร้า&amp;rdquo; ก็สามารถทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายผู้สูงอายุต่ำ เสี่ยงต่อการป่วยได้ง่าย โดยเฉพาะ &amp;ldquo;โรคพยาธิ&amp;rdquo; ที่อาจถามหาได้เช่นกัน ดังนั้นเป็นไปได้ก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารไม่สุก หรือปรุงสุกๆ ดิบๆ ไม่ว่าจะเป็นเมนูลาบ ก้อยต่างๆ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของคุณตาคุณยาย&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13224</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, จาม, พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล, รำไท้เก๊ก, ออกกำลังกาย, อาหาร, อ่านหนังสือ, เจ็บคอ, โรคพยาธิ, โรคหวัด, โลกวัยเกษียณ, ไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180711/image_big_5b4601e7aa49f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2018 20:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลือกวิตามินอย่างปลอดภัย ตัวช่วยสร้างสุขภาพวัยทำงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อีกหนึ่งวิธีดูแลสุขภาพของคนเมืองในยุคเร่งรีบ ทำงานแข่งกับเวลา หนีไม่พ้นการรับประทานวิตามินในรูปแบบเม็ด หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดต่างๆ โดยการเลือกเสริมวิตามินอย่างปลอดภัยและเหมาะสมกับตัวเองนั้นนับว่ามีความสำคัญมาก
&amp;ldquo;ไวตาบูสท์&amp;rdquo; (Vitaboost) โปรแกรมดูแลสุขภาพด้วยวิตามินและสารอาหารปรุงเฉพาะบุคคลตามผลเลือดแห่งแรกในประเทศไทย โดยบริษัท ไวตาบูสท์ (ประเทศไทย) จำกัด มีข้อมูลมาแนะนำการเลือกเสริมวิตามินอย่างไรให้ปลอดภัยและเหมาะกับตัวเอง ในงาน &amp;ldquo;Vitaboost Fit x Ryde Cycle&amp;rdquo; ณ Ryde Cycle ชั้น 3 โครงการ Seenspace Thonglor ซอยทองหล่อ 13&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการแพทย์ บริษัท ไวตาบูสท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า &amp;ldquo;แต่ละคนมีระบบเผาผลาญอาหารที่แตกต่างกัน ฉะนั้นจึงต้องการวิตามินที่แตกต่างกันไปด้วย โดยเฉพาะบางคนที่ต้องการสารอาหารบางชนิดในปริมาณมากขึ้น เช่น นักกีฬา หญิงตั้งครรภ์ คนสูงวัย เป็นต้น ความต้องการวิตามินหรือสารอาหารชนิดต่างๆ ของร่างกายนั้นขึ้นอยู่กับต้นทุนเดิมในร่างกายของเราว่ามีวิตามินต่างๆ อยู่แล้วเป็นจำนวนมากน้อยเท่าไหร่ โดยมีปัจจัยในด้านต่างๆ เป็นตัวกำหนด ทั้งอายุ การเลือกรับประทานอาหาร ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดที่จะทราบได้คือ การเจาะเลือดนำมาวิเคราะห์ว่าร่างกายต้องการเสริมสารอาหารในส่วนไหนบ้าง แล้วนำมาปรับเพิ่มวิตามินตามความต้องการของร่างกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่หากจำเป็นจะต้องซื้อวิตามินรับประทานเอง ไม่แนะนำการรับประทานวิตามินตัวเดียวซ้ำกันเป็นเวลานาน เพราะร่างกายอาจจะได้รับวิตามินในปริมาณที่สูงเกินไป แนะนำควรทานวิตามินรวม และแร่ธาตุรวมจากธรรมชาติที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูง รวมไปถึงสารต้านอนุมูลอิสระสูตรรวมที่อาจประกอบด้วยแคโรทีนรวม โคเอนไซม์คิวเท็น ไลโคปีน กรดอัลฟาไลโปอิก เอ็นอะซิทิลซิสเทอีน วิตามินซี วิตามินอี ซีลีเนียม เป็นต้น และไม่มีสารกันเสียสังเคราะห์ สี หรือแว็กซ์เคลือบผิว ทั้งนี้ยังต้องคำนึงถึงวิธีการเก็บรักษาอีกด้วย เพราะการเก็บวิตามินนานเกินไปหรือในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสมจะทำให้คุณภาพของวิตามินลดลงได้
ที่ลืมไม่ได้ การรับประทานวิตามินควบคู่ไปกับการออกกำลังกายส่งผลดีต่อร่างกาย เพราะวิตามินสำคัญในปฏิกิริยาต่างๆ ในร่างกาย ตั้งแต่กระบวนการสร้างพลังงาน ควบคุมเมตาบอลิซึมต่างๆ การแบ่งตัวและการเจริญเติบโตของเซลล์ ปัจจุบันมีการศึกษาในเรื่องวิตามินมากขึ้นเรื่อยๆ โดยวิตามินที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการออกกำลังกายได้มีหลายตัว เช่น กลุ่มวิตามินบี 1, บี 2, บี 3, บี 5 มีส่วนช่วยสร้างพลังงาน ซ่อมแซมเซลล์และเนื้อเยื่อ อีกทั้งยังเป็นวิตามินที่มีความจำเป็นต่อการเผาผลาญอาหารในร่างกาย และสามารถช่วยให้ระบบประสาททำงานได้เป็นปกติ และช่วยทำให้ fine motor control ดีขึ้นอีกด้วย
ขณะที่วิตามินบี 6 มีความสำคัญในการผลิตโปรตีนและสารสื่อประสาทต่างๆ รวมทั้งมีความจำเป็นต่อการสร้างฮีโมโกลบินของเม็ดเลือดแดง และการขนส่งออกซิเจนไปสู่เซลล์ต่างๆ กรดโฟลิกและวิตามินบี 12 ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง สารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี วิตามินอี ช่วยป้องกันการทำลายเม็ดเลือดแดงระหว่างการออกกำลังกาย วิตามินดีสำคัญในการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็น และยังช่วยให้ระบบกล้ามเนื้อ และกระดูกแข็งแรง แมกนีเซียมช่วยการส่งสัญญาณระหว่างกล้ามเนื้อและเซลล์ประสาท ช่วยเรื่องการหดตัวของกล้ามเนื้อ สร้างพลังงานให้เซลล์ ช่วยให้กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรง ช่วยลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ เป็นต้น&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8858</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล, ยุคเร่งรีบ, วิตามินในรูปแบบเม็ด, วิธีดูแลสุขภาพ, สตรี, แคโรทีน, โคเอนไซม์คิวเท็น, ไวตาบูสท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180509/image_big_5af2eef05062c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
