<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65701</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2020 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2020 11:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชวนร่วมบริจาคผ้าอ้อม ให้มูลนิธิที่ร่วมก่อตั้งโดย&#039;เจี๊ยบ ลลนา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นอีกหนึ่งแรงที่เดินหน้าช่วยสังคมมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ มูลนิธิเล็ทส์ บี ฮีโร่ส์ ที่ร่วมก่อตั้งโดย หมอเจี๊ยบ หรือ พ.ญ.ลลนา ก้องธรนินทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยล่าสุดได้จับมือร่วมกับ บริษัท ยูนิ.ชาร์ม (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ผ้าอ้อมเด็กมามี่โพโค (MamyPoko) ผ้าอนามัยโซฟี (Sofy) ผ้าอ้อมผู้ใหญ่แผ่นเสริมซึมซับไลฟ์รี่ (Lifree) และผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง (Unicharm Pet) เชิญชวนคนไทยร่วมบริจาคผ้าอ้อมเด็ก ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ผ้าอนามัยและผ้าอ้อมสำหรับสัตว์เลี้ยง ให้กับผู้ต้องการความช่วยเหลือที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิค-19 โดยการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านลาซาด้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยทุกๆ คำสั่งซื้อ 1 ห่อ ทาง ยูนิ.ชาร์ม (ประเทศไทย) จะทำการสบทบทุนเพิ่มเติมให้อีก 1 ห่อ&amp;nbsp; ทั้งนี้ผู้มีจิตศรัทธาสามารถสั่งซื้อสินค้าเพื่อบริจาคได้ตั้งแต่วันที่ 11 -15 พฤษภาคม 2563 ผ่านทางเว็บไซต์ลาซาด้า คลิก https://www.lazada.co.th/shop/unicharm-charity-shop&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังเสร็จสิ้นกิจกรรมดังกล่าวสินค้าที่ทุกท่านสั่งซื้อเพื่อบริจาค พร้อมส่วนที่ทางบริษัทฯ สบทบเพิ่มเติมจะถูกจัดส่งไปที่มูลนิธิเล็ทส์ บี ฮีโร่ส์ เพื่อส่งต่อไปให้กับผู้ที่ต้องการใช้ และเพื่อใช้ในกิจกรรมของมูลนิธิต่อไป เช่น การดูแลสัตว์ป่วย ทั้งนี้ผู้ที่มีความประสงค์ต้องการรับการช่วยเหลือ สามารถลงทะเบียนแจ้งความจำนงค์ผ่านทางเฟซบุ๊ก Let&amp;rsquo;s be heroes foundation คลิก https://www.facebook.com/lets.be.heroes.foundation/ ซึ่งทางมูลนิธิจะมีเจ้าหน้าที่และทีมแพทย์พิจารณาและส่งต่อผลิตภัณฑ์ให้ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ตามความเหมาะสมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65701</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผ้าอ้อม, พญ.ลลนา ก้องธรนินทร์, มูลนิธิเล็ทส์ บี ฮีโร่ส์, โควิค-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200512/image_big_5eba2388104b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14175</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ป้องกันโรคหลอดสมอง&quot; รุ่นใหญ่ต้องหมั่นสังเกต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(หากผู้สูงอายุมีอาการปากเบี้ยว ปวดศีรษะ และอาเจียน ควรรีบไปพบแพทย์ภายใน 4 ชั่วโมง)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อาการปากเบี้ยว พูดไม่ชัด แขน-ขาอ่อนแรง หรือผู้สูงอายุบางรายที่อยู่ๆ มักจะกำมือไม่ได้ กระทั่งไปหาแพทย์แผนโบราณในการช่วยบีบนวด สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสัญญาณเตือนของ &amp;ldquo;โรคหลอดสมอง&amp;rdquo; ที่มักพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ที่สำคัญหากไม่สามารถมาพบแพทย์ได้ภายใน 4 ชั่วโมงครึ่ง อาจทำให้เสียชีวิตและเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตได้ ในงานเทศกาลผู้สูงอายุ &amp;ldquo;รุ่นใหญ่ไฟกะพริบ&amp;rdquo; ที่จัดขึ้น ณ อาคารอาเหนกป้าสง ณ ช่างชุ่ย ซึ่งนำโดย ภรณี ภู่ประเสริฐ ผอ.สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากลุ่มเฉพาะ สสส. ร่วมกับ พญ.ลลนา ก้องธรนินทร์ จากโครงการ &amp;ldquo;Let&amp;rsquo;s be heroes&amp;rdquo; และ พญ.รับขวัญ ภัทรานนท์อุทัย แพทย์เฉพาะทางโรคประสาทวิทยา รพ.รามาธิบดี ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคนี้ไว้น่าสนใจ เนื่องจากผู้สูงอายุหลายคนป่วยแบบไม่รู้ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พญ.รับขวัญ ภัทรานนท์อุทัย)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.รับขวัญให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;สำหรับโรคหลอดเลือดสมองเกิดจากการที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยง เพราะเกิดการอุดตันของเส้นเลือด ที่นำเลือดไปเลี้ยงสมองส่วนต่างๆ ส่งผลให้สมองขาดเลือด อยู่ในภาวะที่ทำงานไม่ได้ ผู้ป่วยจะมีอาการต่างๆ เช่น อาการปากเบี้ยว, พูดไม่ชัด, มีน้ำลายไหลที่มุมปาก, ตื่นเช้ามาผู้สูงอายุจะรู้สึกว่าแขน-ขาอ่อน ไม่มีแรง หรือยกแขนไม่ขึ้น, เวียนศีรษะ, คลื่นไส้ ทั้งนี้ การอุดตันของเลือดที่ไปเลี้ยงสมองเกิดจากการมีไขมันไปเกาะผนังหลอดเลือด ด้านในของหลอดเลือดสมอง ทำให้มีลิ่มเลือดขนาดเล็กแข็งตัวเกาะที่ลิ้นหัวใจและผนังหัวใจ กระทั่งหลุดลอยไปตามกระแสเลือด จนไปอุดตันหลอดเลือดในสมอง จึงเป็นสาเหตุให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองที่ปัจจุบันแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ 1.โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ 2.โรคหลอดเลือดหัวใจแตก ซึ่งพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(การควบคุมอาหารหวาน มัน ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดสมองได้)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อาการของโรคหลอดเลือดทั้ง 2 ชนิด มีสัญญาณเตือนคล้ายคลึงกันอย่างที่กล่าวไปข้างต้น ซึ่งปัญหาที่พบได้บ่อยคือ การที่บางครั้งผู้สูงอายุไม่รู้ว่าตัวเองป่วยเป็นอะไร โดยเฉพาะอาการที่ตื่นเช้าขึ้นมาและแขน-ขาไม่มีแรง หรือยกไม่ขึ้น กระทั่งกำมือได้ไม่เหมือนเดิม ซึ่งเป็นผลมาจากการเป็น &amp;ldquo;โรคเส้นเลือดในสมองตีบ&amp;rdquo; จึงไปนวดกับแพทย์แผนโบราณ และทิ้งเวลากว่า 2 วันก่อนที่จะมาพบแพทย์ นั่นถือว่าค่อนข้างอันตราย เพราะจะทำให้เสียโอกาสในการกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ เนื่องจากหากลูกหลานพาผู้สูงอายุมาพบแพทย์ได้ภายในระยะเวลา 4 ชั่วโมงครึ่ง แพทย์จะรักษาโดยการให้ยาสลายลิ้มเลือด ก็จะป้องกันอาการของโรคอัมพฤกษ์อัมพาตได้ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ หากผู้สูงอายุมีอาการพูดไม่ชัด ให้ผู้ป่วยลองฟังและสังเกตอาการของตัวเองจากการพูดคุยปกติ เพราะถ้าหากผิดปกติ คุณตาคุณยายจะพูดซ้ำๆ หรือติดกันหลายๆ ครั้ง ซึ่งสัญญาณเตือนดังกล่าว หมอแนะนำให้รีบมาพบแพทย์ทันที ไม่จำเป็นต้องรอ หรือแม้หากพบว่าตัวเองมีอาการปากเบี้ยว, มุมปากตก, เวียนศีรษะ, คลื่นไส้ ก็ควรรีบพาไปส่งโรงพยาบาลโดยด่วน เพื่อรับการรักษาได้อย่างทันเวลา ทั้งนี้ หากตรวจพบว่าผู้สูงอายุเป็น &amp;ldquo;โรคเส้นเลือดในสมองแตก&amp;rdquo; แพทย์จะวินิจฉัยว่ามีภาวะเลือดออกในปริมาณมาก กระทั่งไปกดทับเยื่อหุ้มสมองซึ่งจะมีผลต่อการหายใจ และทำให้คนไข้มีอาการซึมและชัก จากนั้นแพทย์จะให้ยาลดความดันโลหิตและทำการผ่าตัด ซึ่งโอกาสรอดชีวิตจะมีสูง แต่ก็อาจเสี่ยงต่อความพิการ หรือป่วยอัมพฤกษ์อัมพาต ดังนั้นหากพบสัญญาณเตือนที่ผิดปกติข้างต้นควรรีบไปพบแพทย์จะดีที่สุด อีกทั้งควรหมั่นตรวจเช็กสุขภาพเป็นประจำทุกปี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พญ.ลลนา ก้องธรนินทร์)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พญ.ลลนา ก้องธรนินทร์ แพทย์แผนกฉุกเฉิน รพ.รามาธิบดี จากโครงการ &amp;ldquo;Let&amp;rsquo;s be heroes&amp;rdquo; ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;สำหรับการป้องกันผู้สูงอายุที่ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่ดีที่สุด เนื่องจากโรคนี้ไม่สามารถแก้ไขได้ โดยเกิดขึ้นได้หลายปัจจัย 1.อายุที่เพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุ 2.ปัจจัยจากโรคประจำตัวที่เป็นอยู่ ซึ่งกระตุ้นให้อาการของโรคทวีความรุนแรงมากขึ้น เช่น ผู้สูงวัยที่ป่วยโรคเบาหวาน, ไขมันในเลือดสูง หรือแม้แต่การดื่มสุราและสูบบุหรี่มากเกินไป ที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองสูง 3-4 เท่า ดังนั้นหมอแนะนำว่าผู้ที่ป่วยเป็นโรคไขมันในเลือดสูงและโรคเบาหวาน จำเป็นต้องควบคุมโรคด้วยการพบแพทย์และปฏิบัติตามคำสั่งอย่างสม่ำเสมอ เช่น ในคนไข้โรคเบาหวาน ที่แพทย์สั่งห้ามรับประทานทุเรียน เพราะเสี่ยงต่อน้ำตาลในเลือดสูง ก็ให้บริโภคพอประมาณ หรือกินได้ไม่เกิน 1 เมล็ดต่อครั้ง และหากพบว่าตัวเองมีอาการปากเบี้ยว แขน ขา และมือขยับไม่ได้ ก็ต้องรีบไปพบแพทย์ภายใน 4 ชั่วโมง ที่ลืมไม่ได้ การออกกำลังสม่ำเสมอก็ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดสมองได้เช่นเดียวกัน อาทิ การเดิน, การว่ายน้ำ ให้ได้ประมาณวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้ง&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14175</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, พญ.รับขวัญ ภัทรานนท์อุทัย, พญ.ลลนา ก้องธรนิ, พญ.ลลนา ก้องธรนินทร์, ภรณี ภู่ประเสริฐ, โรคหลอดสมอง, โรคเส้นเลือดในสมองตีบ, โรคเส้นเลือดในสมองแตกและตีบ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180726/image_big_5b59d7f427224.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
