<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45810</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดูแลร่างกาย-จิตใจคน60+ถูกวิธี ช่วยอายุยืนยาวแบบมีสุขภาพดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(พญ.สร้อยเพชร วีระไวทยะ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;วัยรุ่น วัยเรียน&amp;rdquo; หรือช่วงอายุซึ่งกำลังเติบโต ที่ว่าต้องดูแลสุขภาพแล้ว แต่คนหลัก 5 หลัก 6 ยิ่งต้องใส่ใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะฮอร์โมนที่เสริมสร้างกล้ามเนื้อและอวัยวะส่วนต่างๆ เริ่มทำงานลดน้อยลง นั่นจะเห็นได้ว่าผู้สูงวัยกลุ่มนี้มีปัญหากระดูกบางและเสี่ยงต่อการหกล้มได้ค่อนข้างง่าย หรือแม้ช่วงวัยเกษียณที่คนหลัก 6 จะต้องอยู่กับบ้าน จากที่เคยออกไปทำงานทุกวัน ซึ่งเสี่ยงต่อการโรคซึมเศร้า พญ.สร้อยเพชร วีระไวทยะ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและสูตินรีเวช จาก &amp;ldquo;ศูนย์สุขภาพครบวงจร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก&amp;rdquo; มาให้คำแนะนำเกี่ยวการดูแลสุขภาพของคนหลัก 5 หลัก 6 ซึ่งเป็นช่วงวัยทองที่มักพบโรคต่างๆ ตลอดจนวิธีรับมือไว้น่าสนใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(คนหลัก 5 ขึ้นไปควรตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี เพื่อตรวจหาโรคมะเร็งต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับคนวัยนี้ได้)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พญ.สร้อยเพชร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและสูตินรีเวช บอกว่า &amp;ldquo;พอผู้สูงวัยอายุเกิน 50-60 ปี เป็นช่วงที่ฮอร์โมนเพศหญิงลดลง หรือเรียกกันว่ากำลัง &amp;ldquo;เข้าสู่วัยทอง&amp;rdquo; ซึ่งวัยนี้เป็นช่วงที่ฮอร์โมนในรังไข่ลดลง ทั้งฮอร์โมนเอสโตรเจนในเพศหญิง และฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนลดลง และสิ่งที่เห็นชัดเจนคือเรื่องของกระดูกที่บางลงตามฮอร์โมนที่ลดลงทั้งคู่ อันที่สองคือ &amp;ldquo;โรคเรื้อรังต่างๆ&amp;rdquo; เช่น โรคหัวใจ โรคสมอง โรคความจำที่เกิดขึ้นกับคนวัยนี้ ส่วนหนึ่งก็เกี่ยวกับการลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนด้วย นอกจากนี้ยังพบผู้สูงวัยเป็น &amp;ldquo;โรคอ้วน&amp;rdquo; เพราะฮอร์โมนเพศหญิง หรือฮอร์โมนเอสโตรเจน จะเป็นตัวที่ช่วยเรื่องของการเผาผลาญด้วย พอฮอร์โมนดังกล่าวลดลงก็ทำให้กล้ามเนื้อลดลง และไขมันเพิ่มขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ผู้สูงวัยบริโภคผักผลไม้ปลอดสารพิษ หมั่นดื่มนม และลดเลี่ยงอาหารหวาน มัน เค็ม ก็ช่วยป้องกันโรคอ้วนและลดภาวะกระดูกบางลงได้)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ วิธีแก้ไขคือ เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ไข่ นม ถั่วและธัญพืช เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ผักผลไม้ปลอดสารพิษ เลี่ยงอาหารหวาน อาหารมัน อาหารเค็มและเผ็ดจัด นอกจากนี้ การออกกำลังกายก็จะช่วยช่วยเรื่องความแข็งแรงของกระดูก และช่วยเติมความสดชื่น ส่วนการออกกำลังกายที่เหมาะกับผู้สูงอายุนั้น มีตั้งแต่การเล่นโยคะ ว่ายน้ำ หรือเดินเร็ว ที่สำคัญหมอแนะนำว่าต้องไปตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี พออายุ 50 ปี ขึ้นไป แพทย์จะตรวจเป็นพิเศษคือ &amp;ldquo;โรคมะเร็ง&amp;rdquo; เนื่องจากพบได้ในคนวัยเลข 5 มากขึ้น นอกจากตรวจสุขภาพทั่วไป อาจต้องมีการตรวจมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก มีการตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้อง และตรวจระดับมวลกระดูกด้วย ทั้งหมดทั้งมวลเป็นความเสื่อมตามช่วงอายุ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(คนวัยหลัก 5 หลัก 6 ที่ไม่อยากป่วยโรคซึมเศร้าช่วงวัยเกษียณ ควรออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านร่วมกับเพื่อนฝูง หรือหันมาออกกำลังกาย เพื่อกระตุ้นให้ตัวเองแอคทีฟอยู่ตลอดเวลา)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมถึงโรคสุดท้ายอย่าง &amp;ldquo;ภาวะซึมเศร้า&amp;rdquo; ดังนั้นการดูแลจิตใจคนหลัก 5 หลัก 6 เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวนั้น อันดับแรกนั้นเราต้องหากิจกรรมที่เราสนใจทำ เพราะอายุในช่วงนี้เราอาจเริ่มว่าง เนื่องจากเราเกษียณแล้ว ถ้าว่างมากๆ เราก็จะอาจกังวลหรือเครียด ดังนั้นควรหากิจกรรมหรืองานที่เราสนใจทำ หรืออยู่ท่ามกลางครอบครัว หมายความว่าใช้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น อีกทั้งต้องพยายามแอคทีฟ เช่น ออกไปเที่ยว หรือออกกำลังกาย โดยทำกิจกรรมเหล่านี้ให้เหมือนกับอายุน้อยๆ เพราะยิ่งอายุมากก็ต้องแอคทีฟตัวอย่างอย่างสม่ำเสมอ เมื่อนั้นโรคซึมเศร้าก็จะไม่ถามหา ที่สำคัญจะทำให้คนวัยนี้มีเพื่อน มีสังคม จากการได้ออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านที่ตัวเองชื่นชอบ. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45810</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, พญ.สร้อยเพชร วีระไวทยะ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190915/image_big_5d7e3120a2779.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
