<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลื้มฮอลลีวูดชื่นชมไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยยังติดเชื้อหลักหมื่น ดับ 94 ราย ชายแดนใต้น่าห่วง! ยอดเสียชีวิตแซง กทม.-ปริมณฑล ศบค.ชู 5 กลยุทธ์ 4 เป้าหมายเปิดประเทศ บัวแก้วชงใช้ &amp;quot;ไทยแลนด์พลัส&amp;quot; อำนวยความสะดวกลดขั้นตอนเข้าราชอาณาจักร &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ปลื้ม &amp;quot;รัสเซล โครว์&amp;rdquo; ดาราฮอลลีวูดชื่อดังชื่นชมไทย-ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เล็งปลดล็อกถ่ายหนังต่างชาติ ขอบคุณญี่ปุ่นมอบวัคซีนให้อีกเกือบ 4 แสนโดส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม เวลา 12.30 น. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 10,486 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 10,277 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 9,410 ราย, มาจากการค้นหาเชิงรุก 867 ราย, มาจากเรือนจำ 167 ราย, เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 42 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,762,190 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 10,711 ราย ทำให้มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,636,461 ราย อยู่ระหว่างรักษา 107,606 ราย อาการหนัก 2,897 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 684 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 94 ราย เป็นชาย 56 ราย หญิง 38 ราย เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 72 ราย มีโรคเรื้อรัง 16 ราย หญิงตั้งครรภ์ 1 ราย ที่ จ.ปัตตานี พบผู้เสียชีวิตมากที่สุดใน กทม. 10 ราย แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ยอดรวมผู้เสียชีวิตในพื้นที่ภาคใต้รวมกันสูงถึง 36 ราย มากกว่า กทม.และปริมณฑลรวมกัน ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 18,123 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ที่มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับการตรวจหาเชื้อแบบ ATK ยืนยันตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้หายไปไหน มีการรวบรวมและเผยแพร่ที่กระทรวงสาธารณสุข โดยยอดรวมการตรวจหาเชื้อแบบ ATK ตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค.-15 ต.ค. มีจำนวน 2,484,903 ราย มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 161,959 ราย เฉพาะวันที่ 15 ต.ค. ตรวจไป 31,781 ราย ผลเป็นบวก 2,192 ราย &amp;nbsp;สำหรับยอดผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทยเมื่อวันที่ 14 ต.ค. มีการฉีดวัคซีนเพิ่มเติม 1,034,549 โดส รวมยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ทั้งสิ้น 63,614,352 โดส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 15 ต.ค. ได้แก่ กทม. 1,054 ราย, &amp;nbsp;ยะลา 767 ราย, ปัตตานี 644 ราย, สงขลา 605 ราย, นราธิวาส 494 ราย, &amp;nbsp;นครศรีธรรมราช 488 ราย, ชลบุรี 434 ราย, สมุทรปราการ 379 ราย, ราชบุรี 299 &amp;nbsp;ราย, เชียงใหม่ 233 ราย ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่ายอดติดเชื้อจังหวัดในภาคใต้มียอดสูงจากเดิม และจากข้อมูลคลัสเตอร์เล็กๆ ต่างๆ ขณะนี้เริ่มกระจายไปในครอบครัวและชุมชนเหมือนกับ กทม.และปริมณฑลก่อนหน้านี้ จึงขอให้เฝ้าระวังควบคุมโรคอย่างใกล้ชิด ในส่วนคลัสเตอร์ต่างๆ ทั่วประเทศ อาทิ จ.เชียงใหม่ พบคลัสเตอร์ตลาด โรงงาน สถานศึกษา บ้านพักเด็กเล็ก ส่วน จ.ชลบุรี พบคลัสเตอร์แคมป์คนงานและค่ายทหาร, ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบคลัสเตอร์แคมป์คนงาน, ที่ จ.อุบลราชธานี พบคลัสเตอร์โรงพยาบาลและร้านอาหาร, ที่ จ.ตรัง พบคลัสเตอร์งานเลี้ยงเกษียณ, ที่ จ.ขอนแก่นพบคลัสเตอร์งานศพ, ที่ จ.จันทบุรี พบคลัสเตอร์ล้งผลไม้ และที่ จ.ลำพูน พบคลัสเตอร์แรงงานเก็บถั่วแระ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ขอย้ำถึงแผนการเปิดประเทศโดยการเข้าราชอาณาจักรแบบไม่กักตัวและไม่จำกัดพื้นที่ &amp;nbsp;โดยมี 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ การเปิดประเทศแบบปลอดภัย, การเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคในกลุ่มเสี่ยง สถานที่เสี่ยง กลุ่มเปราะบาง, การเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข, การพัฒนาระบบข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารความเสี่ยง, การสร้างกลไกบริหารจัดการแบบบูรณาการ โดยวางเป้าหมายไว้ 4 เป้าหมาย คือ ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการใช้ชีวิตวิถีใหม่ ดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19, สร้างความมั่นคงด้านสุขภาพให้ประชาชนมีภูมิคุ้มกันหมู่, ฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ, เสริมสร้างสังคมและวัฒนธรรมให้ประชาชนกลับมาดำเนินกิจกรรมด้านสังคมและวัฒนธรรมได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในที่ประชุม ศปก.ศบค.วันเดียวกัน มีการพูดคุยถึงแผนรองรับการเปิดประเทศ โดยกระทรวงการต่างประเทศเสนอเรื่องการใช้ไทยแลนด์พลัส เป็นการเปลี่ยนแปลงการใช้เอกสารสำหรับผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศไทย เดิมใช้ COE จากนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จะพิจารณาร่วมกันที่จะใช้ไทยแลนด์พลัส โดยสามารถเดินทางได้หากตรวจพบว่าได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว มีผลตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทาง ขณะนี้มี 2 ประเทศที่ได้ส่งฐานข้อมูลการฉีดวัคซีนของประชากรมาแล้ว เมื่อหลังตรวจโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์จะสามารถจับคู่กันได้เลย มีผลยืนยันการฉีดวัคซีนจากประเทศต้นทางแล้วแน่นอน สามารถกระทำได้ในทันที จะทำให้ขั้นตอนรวดเร็วมากขึ้น จากที่ต้องขออนุญาตเดินทางเข้าประเทศไทย 3-6 วัน ลดเหลือ 1-3 วัน ซึ่งจะมีรายละเอียดในเว็บไซต์ สธ.ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวด้วยว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก มีความเป็นห่วงเรื่องการจัดเลี้ยง การรวมกลุ่ม การทำกิจกรรมตามประเพณี โดยเฉพาะกำลังจะเกิดงานทอดกฐิน เทศกาลลอยกระทง จึงขอย้ำประชาชนให้ยังคงระมัดระวังตัวส่วนบุคคล การจัดงานจะต้องผ่านคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด และขอให้จัดโดยมาตรการสาธารณสุขจะต้องเข้มงวด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ซึ่งล่าสุด &amp;quot;รัสเซล โครว์&amp;quot; ดารานักแสดงฮอลลีวูดชื่อดัง ได้ทวีตชื่นชมประเทศไทย และโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ระหว่างเดินทางมาเพื่อถ่ายทำภาพยนตร์ว่า เป็นสิ่งที่เราควรภาคภูมิใจ ซึ่งต้องขอขอบคุณทุกส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน และผู้ประกอบการทั้งหมด ที่ทำให้โครงการแซนด์บ็อกซ์ประสบความสำเร็จ วันนี้มีดาราระดับโลกเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ และได้ชื่นชมประเทศไทยในหลายๆ ด้าน และทราบว่าธุรกิจในเรื่องการถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย เป็นแหล่งสำคัญที่เขาอยากเข้ามาถ่ายทำภาพยนต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะต้องดำเนินการกันต่อไปให้สามารถที่จะปลดล็อกเพื่อดำเนินการได้ในอนาคตอันใกล้นี้ให้เร็วที่สุด ขอฝากให้ช่วยกันร่วมมือกับรัฐบาลทุกภาคส่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประเทศญี่ปุ่นประกาศมอบวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าให้ไทยเพิ่มอีก 385,210 โดส คาดจะถึงไทยช่วงค่ำวันที่ 15 ต.ค.นี้ ทั้งนี้ นายกฯ ได้ขอบคุณรัฐบาลญี่ปุ่นที่ให้ความช่วยเหลือแก่รัฐบาลไทยในการบรรเทาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งญี่ปุ่นได้ส่งมอบวัคซีนแอสตร้าฯ ที่ผลิตในญี่ปุ่นให้ไทย 4 ครั้งแล้ว รวมทั้งสิ้นจำนวน 2,043,100 โดส รวมทั้งยังได้มอบเครื่องผลิตออกซิเจน และให้ความช่วยเหลือในการขนส่งวัคซีนอีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จ.ปัตตานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวระหว่างเดินทางตรวจเยี่ยมจุดฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ว่า ดีใจที่ได้มาเห็นการให้บริการวัคซีนโควิด-19 ให้กับชาวปัตตานี ซึ่งเป็น 1 ใน 4 จังหวัดภาคใต้ที่สถานการณ์ติดเชื้อค่อนข้างสูง เฉลี่ย 500 รายต่อวัน ขณะที่การติดเชื้อรวม 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เฉลี่ยวันละ 2,000 ราย ซึ่งผู้บริหาร สธ.มีความกังวล ต้องการจะแก้ไขให้เร็วที่สุดนโยบายที่เกิดขึ้นคือภายในเดือน ต.ค. จะต้องปิดเกมวัคซีนใน 4 จังหวัดภาคใต้ ฉีดให้ได้ 70% เพื่อให้ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติเช่นเดิม นอกจากนี้ ได้จัดส่งวัคซีนไฟเซอร์ 1 ล้านโดสลงพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อฉีดให้กับประชาชน โดยเฉพาะนักเรียนอายุ 12-18 ปี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะมีการล็อกดาวน์พื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มาตรการล็อกดาวน์พื้นที่ เป็นดุลยพินิจของผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด &amp;nbsp;รวมทั้งต้องดูปัจจัยอื่นๆ ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอนุทินและคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจหน่วยบริการฉีดวัคซีน ที่โรงเรียนนราสิกขาลัย อ.เมืองนราธิวาส และติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119856</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดับ 94 ราย, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด-19, ไทยยังติดเชื้อหลักหมื่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110d8cb3528f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119811</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 14:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 14:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.ย้ำยุทธศาสตร์เปิดประเทศ กต.ชงใช้&#039;ไทยแลนด์พลัส&#039;เพิ่มความสะดวกเข้าราชอาณาจักร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.64 -ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า มาตรการต่างๆ ที่ที่ประชุม ศบค.เห็นชอบเมื่อวันที่ 14 ต.ค.จะมีผลวันที่ 16 ต.ค. และคาดว่าจะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายในวันที่ 15 ต.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม ขอย้ำถึงแผนการเปิดประเทศโดยการเข้าราชอาณาจักรแบบไม่กักตัวและไม่จำกัดพื้นที่&amp;nbsp; โดยมี 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ การเปิดประเทศแบบปลอดภัย, การเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคในกลุ่มเสี่ยง สถานที่เสี่ยง กลุ่มเปราะบาง, การเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข, การพัฒนาระบบข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารความเสี่ยง, การสร้างกลไกบริหารจัดการแบบบูรณาการโดยวางเป้าหมายไว้ 4 เป้าหมาย คือ ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการใช้ชีวิตวิถีใหม่ ดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19, สร้างความมั่นคงด้านสุขภาพให้ประชาชนมีภูมิคุ้มกันหมู่, ฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ, เสริมสร้างสังคมและวัฒนธรรมให้ประชาชนกลับมาดำเนินกิจกรรมด้านสังคมและวัฒนธรรมได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ในที่ประชุม ศปก.ศบค.วันเดียวกันนี้ มีการพูดคุยถึงแผนรองรับการเปิดประเทศ โดยกระทรวงการต่างประเทศเสนอ เรื่องการใช้ไทยแลนด์พลัส เป็นการเปลี่ยนแปลงการใช้เอกสารสำหรับผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศไทย เดิมใช้ COE จากนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงสาธารณสุข จะพิจารณาร่วมกันที่จะใช้ ไทยแลนด์พลัส ที่สามารถเดินทางได้หากมีการตรวจพบว่าได้รับวัคซีนครบ สองเข็มแล้ว มีผลตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทาง โดยขนาดนี้มี 2 ประเทศที่ได้ส่งฐานข้อมูลการฉีดวัคซีนของประชากรมาแล้ว เมื่อหลังตรวจโดยระบบอิเล็คทรอนิกส์ก็จะสามารถจับคู่กันได้เลยว่าคนที่ลืมเรื่องขอเข้าประเทศไทยคนนี้ มีผลยืนยันการฉีดวัคซีนจากประเทศต้นทางแล้วแน่นอน สามารถกระทำได้ในทันทีก็จะทำให้ขั้นตอนรวดเร็ว มากขึ้น เดิม ใช้เวลาต้องขออนุญาตเดินทางเข้าประเทศไทย 3-6 วัน ลดเหลือ 1-3 วัน ซึ่งจะมีรายละเอียดในเว็ปไซด์กระทรวงสาธารณสุขต่อไป และเรื่องประกันสุขภาพก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญ จำเป็นเพื่อเป็นหลักประกันสุขภาพให้กับนักเดินทาง ให้ได้รับการรักษาอย่างปลอดภัยซึ่งมีสัปดาห์หน้าจะมาชี้แจงรายละเอียดให้ทราบอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119811</URL_LINK>
                <HASHTAG>พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, ยุทธศาสตร์เปิดประเทศ, ไทยแลนด์พลัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110e3223932d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119810</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชายแดนใต้ยังน่าห่วงยอดเสียชีวิตวันนี้พุ่งแซงกทม.-ปริมณฑล คลัสเตอร์ใหม่ยังพรึ่บทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.64 -ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 10,486 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 10,277 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 9,410 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 867 ราย มาจากเรือนจำ 167 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 42 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,762,190 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 10,711 ราย ทำให้มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,636,461 ราย อยู่ระหว่างรักษา 107,606 ราย อาการหนัก 2,897 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 684 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 94 ราย เป็นชาย 56 ราย หญิง 38 ราย เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 72 ราย มีโรคเรื้อรัง 16 ราย หญิงตั้งครรภ์ 1 ราย ที่ จ.ปัตตานี พบผู้เสียชีวิตมากที่สุดใน กทม. 10 ราย แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ยอดรวมผู้เสียชีวิตในพื้นที่ภาคใต้รวมกันสูงถึง 36 ราย มากกว่า กทม.และปริมณฑลรวมกัน ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 18,123 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พญ.อภิสมัย กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ที่มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับการตรวจหาเชื้อแบบ ATK ยืนยันตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้หายไปไหน มีการรวบรวมและเผยแพร่ที่กระทรวงสาธารณสุข โดยยอดรวมการตรวจหาเชื้อแบบ ATK ตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค. &amp;ndash; 15 ต.ค. มีจำนวน 2,484,903 ราย มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 161,959 ราย เฉพาะวันที่ 15 ต.ค. ตรวจไป 31,781 ราย ผลเป็นบวก 2,192 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 240,383,902 ราย เสียชีวิตสะสม 4,896,169 ราย สำหรับยอดผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทยเมื่อวันที่ 14 ต.ค. มีการฉีดวัคซีนเพิ่มเติม 1,034,549 โดส รวมยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.ทั้งสิ้น 63,614,352 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
พญ.อภิสมัย กล่าวว่า สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 15 ต.ค. ได้แก่ กทม. 1,054 ราย ยะลา 767 ราย ปัตตานี 644 ราย สงขลา 605 ราย นราธิวาส 494 ราย นครศรีธรรมราช 488 ราย ชลบุรี 434 ราย สมุทรปราการ 379 ราย ราชบุรี 299 เชียงใหม่ 233 ราย ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่ายอดติดเชื้อจังหวัดในภาคใต้มียอดสูงจากเดิม และจากข้อมูลคลัสเตอร์เล็กๆ ต่างๆ ขณะนี้เริ่มกระจายไปในครอบครัวและชุมชนเหมือนกับ กทม.และปริมณฑลก่อนหน้านี้ จึงขอให้เฝ้าระวังควบคุมโรคอย่างใกล้ชิด ในส่วนคลัสเตอร์ต่างๆ ทั่วประเทศ อาทิ จ.เชียงใหม่พบคลัสเตอร์ตลาด โรงงาน สถานศึกษา บ้านพักเด็กเล็ก ส่วน จ.ชลบุรีพบคลัสเตอร์แคมป์คนงานและค่ายทหาร ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์พบคลัสเตอร์แคมป์คนงาน ที่ จ.อุบลราชธานีพบคลัสเตอร์โรงพยาบาลและร้านอาหาร ที่ จ.ตรังพบคลัสเตอร์งานเลี้ยงเกษียณ&amp;nbsp; ที่ จ.ขอนแก่นพบคลัสเตอร์งานศพ ที่ จ.จันทบุรีพบคลัสเตอร์ล้งผลไม้ และที่ จ.ลำพูน พบคลัสเตอร์แรงงานเก็บถั่วแระ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พญ.อภิสมัย กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมศบค.ชุดเล็ก มีความเป็นห่วงเรื่องการจัดเลี้ยง การรวมกลุ่ม การทำกิจกรรมตามประเพณี โดยเฉพาะกำลังจะเกิดงานทอดกฐิน เทศกาลลอยกระทง จึงขอย้ำประชาชนให้ยังคงระมัดระวังตัวส่วนบุคคล การจัดงานจะต้องผ่านคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด และขอให้จัดโดยมาตรการสาธารณสุขจะต้องเข้มงวด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119810</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศบค., คลัสเตอร์งานเลี้ยงเกษียณ, คลัสเตอร์แคมป์คนงาน, จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110d8cb3528f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119004</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตีปี๊บยาโมลนูพิราเวียร์ สู้โควิดได้ทุกสายพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยอดติดเชื้อรายใหม่ 9,866 ราย เสียชีวิต 102 ราย &amp;quot;ศบค.&amp;quot; แย้มหลายจว.ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดตัวเลขลดต่ำกว่าร้อย เตรียมชงผ่อนคลายในอีก 2สัปดาห์ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ห่วง 4 จว.ชายแดนใต้โควิดพุ่ง สั่ง &amp;quot;ปลัด สธ.&amp;quot; คุมเข้มลดการแพร่ระบาดภายใน 1-2 เดือน &amp;quot;สธ.&amp;rdquo; เผยผลทดลองยา &amp;quot;โมลนูพิราเวียร์&amp;quot; ต้านโควิด-19ได้ทุกสายพันธุ์ เล็งนำเข้าใช้ในไทย ธ.ค.64-ม.ค.65 หลังบริษัทขึ้นทะเบียน อย.สหรัฐเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 ต.ค. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9,866 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 9,805 ราย ระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 8,797 ราย ค้นหาเชิงรุกในชุมชน 1,008 ราย เรือนจำและที่ต้องขัง 45 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 16 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 1,667,097 ราย หายป่วยเพิ่ม 10,115 ราย ยอดรวมหายป่วย 1,541,770 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 108,022 ราย อาการหนัก 3,017 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 720 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 102 ราย เป็นชาย 51 ราย หญิง 51 ราย เป็นผู้อายุ 60 ปีขึ้นไป 73 ราย มีโรคเรื้อรัง 22 ราย จังหวัดที่เสียชีวิตมากที่สุดคือ กทม. ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 63 จำนวน 17,305 ราย ส่วนสถานการณ์โลกมีผู้ป่วยสะสม 236,593,653 ราย เสียชีวิตสะสม 4,831,604 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ 1,208 ราย, สงขลา 666 ราย, สมุทรปราการ 602 ราย, ชลบุรี 601 ราย, นราธิวาส 501 ราย, ยะลา 446 ราย, &amp;nbsp;ระยอง 379 ราย, ปราจีนบุรี 313 ราย, &amp;nbsp;ปัตตานี 309 ราย และนครศรีธรรมราช 259 ราย ภาพรวมของทั้งประเทศถือว่าลดลง แต่ในส่วนของจังหวัดชายแดนภาคใต้มีผู้ติดเชื้อสูงขึ้น โดยวันนี้มีถึง 1,922 ราย คิดเป็นร้อยละ 20 ของผู้ติดเชื้อทั้งประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ผู้บริหารของ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาทิรองนายแพทย์ สสจ.สงขลา ระบุการติดเชื้อในพื้นที่ก่อนหน้านี้ 2 สัปดาห์กว่าๆผู้ติดเชื้อยังอยู่ที่ประมาณ 200 ราย แต่วันนี้ผู้ติดเชื้อ 666 ราย ซึ่งเกิดจากพฤติกรรม วัฒนธรรมของประชาชนที่นั่งคุยจิบน้ำชายามเช้าโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย รวมถึงกิจกรรมศาสนา ประเพณี ทำให้ช่วงนี้ปลัด สธ.ยังคงอยู่ในพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกกำกับดูแลการควบคุมโรค หลังจากนี้ทั้ง 4 จังหวัดจะประชุมร่วมกัน โดยเน้นย้ำหาผู้ป่วยได้เร็ว เพื่อคัดแยกออกจากชุมชนและครอบครัว&amp;quot; พญ.อภิสมัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวว่า อีกปัจจัยที่จะช่วยในการควบคุมโรคคือการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยง ซึ่งมีการระดมเดินเท้าฉีดในชุมชน แต่มีประชาชนให้ข้อมูลกลับมาว่ามีการให้ข้อมูลไม่ครบถ้วนในชุมชน ทำให้เกิดการลังเลไม่กล้าฉีดวัคซีน ซึ่งล่าสุดนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ได้กรุณาแจ้งกับประชาชนว่าการฉีดวัคซีนสามารถฉีดได้เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า สำหรับคลัสเตอร์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล พบคลัสเตอร์บุคลากรทางการแพทย์ ขอเน้นย้ำประชาชนที่ไปโรงพยาบาลเนื่องจากมีไข้ &amp;nbsp;มีอาการทางเดินหายใจ ให้แจ้งข้อมูลให้บุคลากรทางการแพทย์ทราบ และมีการตรวจไข้ตรวจโควิดทุกราย นอกจากนี้ยังพบคลัสเตอร์ในอีกหลายจังหวัด
&amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39;ห่วง4จว.ใต้โควิดพุ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้หลายจังหวัดในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดพบตัวเลขลดลงต่ำกว่าร้อย ตัวเลขเหล่านี้จะมีผลต่อการพิจารณาของ ศปก.ศบค.ที่อยู่ระหว่างเตรียมข้อมูลเสนอ ศบค.ชุดใหญ่เพื่อผ่อนคลายในอีก 2 สัปดาห์นับจากนี้ ส่วนการรายงานการติดเชื้อในจังหวัดนำร่องท่องเที่ยวของวันนี้ ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ระบบสาธารณสุขรองรับไหว ซึ่งพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวนั้นไม่ได้แปลว่าต้องไม่พบการติดเชื้อ แต่ขอให้อยู่ในเกณฑ์ที่พบเร็ว แยกคนติดเชื้อออกมาให้ได้ ไม่ให้เกิดการลุกลามเข้าไประบาดในครอบครัว ชุมชน&amp;quot; พญ.อภิสมัยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวว่า ในส่วนยอดรวมมีผู้ได้รับวัคซีนไปแล้ว 56,656,247 โดส หรือคิดเป็น 46.5% ของประชากร, เข็มสอง จำนวน 21,595,916 โดส หรือ 30% ของประชากร, เข็มสามจำนวน 1,554,444 คน คิดเป็น 2.2% ของประชากร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค.เป็นต้นไป เด็ก 12-17 ปี เข้ารับบริการฉีดวัคซีน ซึ่งวันที่ 4 ต.ค. มีการฉีดไปแล้วเกือบ 30,000 คนทั่วประเทศ และมีผู้ปกครองให้ความยินยอมลงทะเบียนมาแล้ว 3.5 ล้านคน ยังเหลืออีกเกือบ 1 ล้านคนที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน จึงแนะนำให้ผู้ปกครองพาบุตรหลานไปรับวัคซีน เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันที่จะนำไปสู่การเปิดโรงเรียนได้ในช่วงเดือน พ.ย.&amp;quot; ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า มีข้อมูลของคนไข้ที่เสียชีวิตมีประวัติการสูบบุหรี่ และสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ได้ออกแถลงการณ์เน้นย้ำบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าถือได้ว่ามีอันตราย ทำให้พยาธิสภาพปอดนั้นผิดปกติ ประชาชนที่ติดเชื้อโควิด-19 สามารถเกิดปอดอักเสบปอดบวม และระบบหายใจล้มเหลวได้อย่างรวดเร็ว และทำให้ถึงแก่ชีวิตได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แสดงความห่วงใยสถานการณ์โควิดในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ ที่พบผู้ป่วยรายใหม่ 1,922 คน ทำให้มีความหวั่นวิตกว่าทิศทางผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จึงได้สั่งให้ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ ตั้งเป้าให้ควบคุมการระบาดภายใน 1-2 เดือน โดยคาดว่าจะลดจำนวนผู้ติดเชื้อร้อยละ 10 ต่อสัปดาห์ พร้อมวางมาตรการสังคมใช้กลไกคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด เพื่อลดการรวมกลุ่ม ตั้ง COVID-Free Setting Area อีกทั้งประชาชนกลุ่มเสี่ยงต้องเข้าถึงชุดตรวจ ATK ได้ง่าย พร้อมทั้งให้โรงพยาบาลเตรียมเตียงสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปานกลางถึงหนักไว้รองรับอีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ แถลงความคืบหน้ายาต้านไวรัสโมลนูพิราเวียร์ว่า กรมการแพทย์ได้พูดคุยกับบริษัทต่างๆที่ทำการทดลองยาต้านไวรัสที่อยู่ในต่างประเทศ โดยโมลนูพิราเวียร์เป็นอีกตัวหนึ่งที่เราได้พูดคุยกับบริษัทมาโดยตลอด ซึ่งโมลนูพิราเวียร์เป็นยาต้านไวรัสออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการจำลองตัวเองของเชื้อโควิด-19 เมื่อเชื้อเข้าไปอยู่ในเซลล์แล้วในร่างกายคนแล้ว เชื้อจะไปทำการจำลองตัวเองเพื่อแบ่งตัวทำให้มีจำนวนไวรัสเพิ่มมากขึ้น และภูมิต้านทานก็อาจจะต่อสู้ไม่ได้ ยาโมลนูพิราเวียร์จึงยับยั้งการจำลองในส่วนนั้น แต่ไม่ได้ออกฤทธิ์ต่อตัวหนามของเชื้อ ก็เลยสามารถยับยั้งการเพิ่มจำนวนของตัวเองของเชื้อโควิด-19 ทุกสายพันธุ์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ดั้งเดิม แกมมา เดลตา หรือมิว
เล็งนำเข้ายาโมลนูพิราเวียร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า มีการวิจัยหลายประเทศ โดยการวิจัยแบบสุ่ม วิจัยในผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง และเป็นผู้ป่วยที่ไม่ได้รับวัคซีน ซึ่งยังไม่มีภูมิต้านทานต่อโรค รวมถึงมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรง 1 ปัจจัย เช่น ภาวะอ้วน อายุ 60 ปี เบาหวาน โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โดยให้ยาภายใน 5 วันนับตั้งแต่เริ่มมีอาการ ก่อนหน้านี้ได้มีการวิจัยในเฟส 1-2 ซึ่งทำได้ดี สำหรับการวิจัยผู้ป่วยอาการหนักยืนยันว่ายังไม่ได้ผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการศึกษาเบื้องต้นในเฟส 3 มีคนไข้ทดลองทั้งหมด 775 ราย แบ่งเป็นได้ยา 380 ราย และได้ยาหลอก 377 ราย พบว่าคนไข้ได้โมลนูพิราเวียร์ 800 มิลลิกรัม วันละ 2 เวลาเช้าเย็น เป็นระยะเวลา 5 วัน โดยผู้ที่ได้ยาจริงลดความเสี่ยงต่อการนอนโรงพยาบาลและเสียชีวิต&amp;quot; นพ.สมศักดิ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ บริษัทแม่ที่ผลิตยาโมลนูพิราเวียร์คือบริษัท Merck ที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ดำเนินการยื่นขอรับรองยาโมลนูพิราเวียร์จากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ให้ใช้เป็นกรณีฉุกเฉิน ถ้าแผนนี้ได้รับการขึ้นทะเบียน จะเป็นยาต้านโควิด-19 ชนิดเม็ดตัวแรกที่จะได้รับการรับรองจาก FDA &amp;nbsp;และ Merck ตั้งเป้าว่าจะผลิตยาให้ได้สำหรับผู้ป่วย 10 ล้านคนภายในสิ้นปีนี้ โดย Merck มีแผนที่จะผลิตในหลายประเทศในทุกภูมิภาคของโลก สาเหตุเพราะวงการยาและวัคซีนพยายามหาบริษัทต่างชาติเข้าร่วมการผลิตและจำหน่ายเป็นรูปแบบคิดราคาตามรายได้ของประเทศที่เขาจะขาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมการแพทย์กล่าวว่า ทาง MSD ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Merck ที่อยู่ประเทศไทย ได้หารือกับกรมการแพทย์ตั้งแต่ต้นเดือน ก.ค.2564 โดยเรามีข้อตกลงว่าจะต้องไม่เปิดเผยความลับ เพราะบริษัทยานั้นทำธุรกิจอะไรที่เป็นความลับก็ยังไม่อยากเปิดเผยจนกว่าเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น ทั้งนี้ เราได้เซ็นสัญญากับเขา และดูข้อมูลการวิจัยซึ่งดีมาก อย่างไรก็ตาม ถ้ามีผลเบื้องต้นเราจะสั่งจองเอาไว้ โดยในเดือน ก.ค.-ส.ค. เราได้มีการพูดคุยด้วยวาจาขอสั่งจองไว้ก่อนจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้เขาอาจจะขึ้นทะเบียนกับ FDA ในเดือนพ.ย. เราได้หารือและร่างสัญญาซื้อขายเสร็จเมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยจะมีกระบวนการตามกฎหมายต่อไป เมื่อขึ้นทะเบียนกับ FDA แล้วจะมีการขึ้นทะเบียนกับ อย.ไทยต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เดิมผมคาดการณ์ว่าขึ้นทะเบียนกับ FDA เดือน ต.ค. หลังจากนั้นเดือน พ.ย.มาขึ้นกับ อย.ไทย เดือน ธ.ค. ของน่าจะมา แต่เมื่อเช้าก็ได้คุยกับบริษัท ไม่แน่ใจว่าจะเป็น ธ.ค.หรือเป็น ม.ค. แต่อย่างช้าก็จะประมาณนี้ในการที่เราจะได้โมลนูพิราเวียร์เข้ามาสต๊อก และเตรียมการไว้ใช้ และถ้าขึ้นทะเบียนในประเทศมองแบบมีความหวังอาจจะเป็นปลายเดือน พ.ย.และของก็น่าจะมาเดือน ธ.ค. แต่ถ้าช้ากว่านี้อาจจะเลื่อนไปอีกเดือน&amp;quot; อธิบดีกรมการแพทย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า ทาง Merck มีทีมวิจัยทำการศึกษาป้องกันการติดเชื้อในผู้ป่วยที่สัมผัสกับผู้ติดเชื้อโควิดแล้ว โดยทำในหลายๆ ประเทศ ซึ่งเขาได้มาตกลงกับประเทศไทยว่าจะทำการศึกษาในไทยด้วย ซึ่งโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ เป็น 1 ใน 5 ที่ร่วมศึกษาวิจัยว่ายาโมลนูพิราเวียร์สามารถป้องกันการติดเชื้อได้หรือไม่ ซึ่งการดำเนินการอยู่ในขั้นตอนการขออนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมวิจัยในคน คาดการณ์ว่าเริ่มทำการวิจัยในคลินิกได้ในต้นเดือน ธ.ค.64.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119004</URL_LINK>
                <HASHTAG>พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, ยอดติดเชื้อรายใหม่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110d8cb3528f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118965</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 15:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หลายจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม ตัวเลขลดต่ำกว่าร้อย จ่อชง ศบค.ผ่อนคลายเพิ่มในอีก 2 สัปดาห์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.64 -&amp;nbsp;พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp;สำหรับคลัสเตอร์ใหม่ๆที่เกิดขึ้นในวันนี้ในพื้นที่&amp;nbsp;กทม.และปริมณฑล&amp;nbsp;พบคลัสเตอร์บุคคลากรทางการแพทย์&amp;nbsp;ขอเน้นย้ำประชาชนที่ไปโรงพยาบาลเนื่องจากมีไข้&amp;nbsp;มีอาการทางเดินหายใจให้แจ้งข้อมูลให้บุคคลากรทางการแพทย์ทราบ&amp;nbsp;และมีการตรวจไข้ตรวจโควิดทุกรายทั้งนี้&amp;nbsp;จ.ตราด&amp;nbsp;พบคลัสเตอร์โรงงาน&amp;nbsp;, จ.จันทบุรี&amp;nbsp;พบคลัสเตอร์โรงงาน&amp;nbsp;คลัสเตอร์คนงานเก็บผลไม้&amp;nbsp;และคลัสเตอร์อู่ซ่อมรถ&amp;nbsp;, จ.ชลบุรี&amp;nbsp;พบคลัสเตอร์โรงงาน&amp;nbsp;และคลัสเตอร์โรงไฟฟ้า&amp;nbsp;, จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;พบคลัสเตอร์แพปลา&amp;nbsp;, จ.ระยอง&amp;nbsp;พบคลัสเตอร์แพปลาและคลัสเตอร์ในค่ายทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ใน จ.สระแก้ว&amp;nbsp;ยังพบวงเลี้ยงสังสรรค์&amp;nbsp;กินเหล้าในงานวันเกิด&amp;nbsp;ขณะที่คลัสเตอร์งานศพที่เราเน้นย้ำหลายครั้งวันนี้พบในหลายจังหวัด&amp;nbsp;คือที่&amp;nbsp;จ.จันทบุรี&amp;nbsp;สุรินทร์&amp;nbsp;ตราด&amp;nbsp;อุดรธานี&amp;nbsp;อุบลราชธานี&amp;nbsp;และปัตตานี&amp;nbsp;ขณะที่คลัสเตอร์แคมป์ก่อสร้างพบที่&amp;nbsp;จ.จันทบุรี&amp;nbsp;กาญจนบุรี&amp;nbsp;ระยอง&amp;nbsp;และสมุทรปราการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;วันนี้หลายจังหวัดในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดพบตัวเลขลดลงต่ำกว่าร้อย&amp;nbsp;ตัวเลขเหล่านี้จะมีผลต่อการพิจารณาของ&amp;nbsp;ศปก.ศบค.&amp;nbsp;ที่อยู่ระหว่างเตรียมข้อมูลเสนอ&amp;nbsp;ศบค.ชุดใหญ่เพื่อผ่อนคลายในอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สัปดาห์นับจากนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการรายงานการติดเชื้อในจังหวัดนำร่องท่องเที่ยวของวันนี้ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ระบบสาธารณสุขรองรับไหว&amp;nbsp;ซึ่งพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวนั้นไม่ได้แปลว่าต้องไม่พบการติดเชื้อแต่ขอให้อยู่ในเกณ์ที่พบเร็ว&amp;nbsp;แยกคนติดเชื้อออกมาให้ได้ไม่ให้เกิดการรุกลามเข้าไประบาดในครอบครัว&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118965</URL_LINK>
                <HASHTAG>พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, ศบค., โควิดวันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f828f45bf55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118494</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่โวไทยพ้นวิกฤตโควิด ศบค.ผวาภาคใต้ติดเชื้อพุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศบค.เผยติดเชื้อใหม่ 11,754 ราย ดับเพิ่ม 123 ราย ศปก.ศบค. ห่วง 4 จ.ชายแดนใต้โควิดขาขึ้น ขยับถึง 17% ตั้งเป้า ต.ค.ฉีดวัคซีน 50% ประชากรทุกจังหวัด &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ชี้ระบบสาธารณสุขไทยพ้นช่วงวิกฤต ขอร่วมมือยังเข้มงวดมาตรการควบคุมโรค สธ.สรุปเด็ก 12 ปีเสียชีวิตจากเบาหวานไม่เกี่ยวกับไฟเซอร์ ยันฉีดนักเรียนมีระบบเฝ้าระวังอาการเหมือนผู้ใหญ่ &amp;quot;โมเดอร์นา&amp;quot; แจ้งส่งมอบล็อตแรก 1.9 ล้านโดสเดือนพ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม เวลา 12.30 น. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 11,754 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 11,242 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 9,998 ราย, มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 1,244 ราย, จากเรือนจำและที่ต้องขัง 501 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 11 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม ตั้งแต่ปี 63 จำนวน 1,615,229 ราย ผู้รักษาหายป่วยเพิ่ม 12,473 ราย ยอดรวมหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 63 จำนวน 1,483,146 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 115,233 ราย อาการหนัก 3,144 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 709 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 123 ราย เป็นชาย 60 ราย หญิง 63 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 86 ราย มีโรคเรื้อรัง 31 ราย เสียชีวิตมากที่สุดในพื้นที่ กทม. 29 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 16,850 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 234,553,899 ราย เสียชีวิตสะสม 4,797,237 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ 1,423 ราย, &amp;nbsp;สมุทรปราการ 861 ราย, ชลบุรี 820 ราย, &amp;nbsp;ยะลา 545 ราย, นราธิวาส 515 ราย, &amp;nbsp;ระยอง 472 ราย, สงขลา 451 ราย, &amp;nbsp;ปัตตานี 406 ราย, นครศรีธรรมราช 378 ราย, ปราจีนบุรี 353 ราย ทั้งนี้ ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) วันเดียวกันนี้ มี พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผอ.ศปก.ศบค. เป็นประธานที่ประชุมวันแรก โดยที่ประชุมเห็นว่า กทม.และปริมณฑลมีตัวเลขการติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่มีความเป็นห่วงพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีผู้ติดเชื้อรวมกันถึง 1,917 ราย คิดเป็นร้อยละ 17 ของทั้งประเทศ ขยับขึ้นจากเดิมที่มีผู้ติดเชื้อร้อยละ 15 ของทั้งประเทศ รวมถึงจำนวนผู้เสียชีวิตและอาการหนักมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จึงขอเน้นย้ำไปยังภาคส่วนต่างๆ ให้เข้มมาตรการในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม สำหรับจังหวัดที่ไม่ติด 1 ใน 10 ของจังหวัดผู้ติดเชื้อมากที่สุด พบหลายคลัสเตอร์เกิดขึ้น เช่น จ.ลพบุรี พบคลัสเตอร์ศูนย์ฝึกนักกีฬาฟุตบอลเยาวชน, แคมป์ก่อสร้างที่ปราจีนบุรี ขณะที่คลัสเตอร์งานศพยังพบอย่างต่อเนื่องทั้งที่ จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ส่วนที่เชียงใหม่พบที่ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการ, ที่ จ.ตราด พบคลัสเตอร์โรงงาน, จ.จันทบุรี มีคลัสเตอร์ตลาดและล้งผลไม้, จ.ระยอง พบคลัสเตอร์แรงงานประมง จึงขอให้ทุกจังหวัดยังคงระมัดระวังสถานที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ขอให้ทุกจังหวัดทุกพื้นที่ยังคงมาตรการคัดกรอง ลงพื้นที่เสี่ยงและสุ่มตรวจ ATK ตอนนี้ตัวเลขยังทรงตัวอยู่ หากตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป ที่มีมาตรการผ่อนคลายเพิ่มขึ้นแล้วอาจจะมียอดผู้ติดเชื้อสูงขึ้น จึงขอความร่วมมือทุกภาคส่วนร่วมมือกัน อีก 15 วันถ้าทิศทางการติดเชื้อลดลง คงได้เห็นการผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวว่า เป้าหมายการฉีดวัคซีนในเดือน ต.ค. จะฉีดให้ทั้งชาวไทยและต่างด้าว ครอบคลุมทุกจังหวัดให้ได้ร้อยละ 50 และมีอย่างน้อยหนึ่งอำเภอที่ฉีดวัคซีนครอบคลุมร้อยละ 70 ของประชากร หากมีอำเภอใดที่จะเปิดเป็นพื้นที่นำร่องเศรษฐกิจให้ฉีดครอบคลุมร้อยละ 80 เป็นอย่างน้อย และให้เพิ่มการฉีดในกลุ่มผู้สูงอายุ 7 กลุ่มโรคเสี่ยง และหญิงตั้งครรภ์ให้ครอบคลุมร้อยละ 80 รวมถึงนักเรียนนักศึกษาให้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 อย่างน้อยร้อยละ 70 ส่วนวัคซีนเข็มกระตุ้น บุคลากรทางการแพทย์ครบแล้ว และกลุ่มที่ 2 ที่ได้รับวัคซีนสองเข็มตั้งแต่เดือน มี.ค.-พ.ค. จะได้ฉีดตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. และผู้ที่ได้รับสองเข็มในช่วงเดือน มิ.ย. จะฉีดในช่วงเดือน พ.ย. และในเดือน ธ.ค.จะได้รับการฉีดกระตุ้นครบทุกราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนตัวเลขการฉีดวัคซีนวันที่ 30 ก.ย. อยู่ที่ 2,288,728 โดส โดยจำนวนนี้เป็นยอดการฉีดของวันมหิดล 24 ก.ย. จำนวน 1,700,523 โดส เป็นการฉีดวันที่ 30 ก.ย. 588,205 โดส โดยยอดฉีดวัคซีนสะสม ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. อยู่ที่ 53,784,812 โดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวระดับสูงจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยถึงการประชุม ศปก.ศบค.ว่า หากมีการใช้ร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการแล้ว ศปก.ศบค.ต้องยุบไปตามคำสั่ง และยืนยันจะได้ใช้ พ.ร.ก.โรคติดต่อฉบับนี้แน่นอน เพราะรัฐบาลมีแนวทางที่จะยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า สำหรับ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ อดีตเลขาธิการ สมช. และอดีต ผอ.ศปก.ศบค. ได้ใช้เวลาหลังเกษียณอายุราชการวันแรก ลงพื้นที่ท่องเที่ยวในโครงการนำร่องภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ โดยเป็นการพักร้อนครั้งแรกในรอบ 2 ปี หลังต้องร่วมปฏิบัติภารกิจ ต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มาต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;ldquo;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut-Chan-o-cha&amp;rdquo; ว่า 1 ต.ค.ถือเป็นวันเริ่มต้นมาตรการใหม่ของ ศบค. ที่มีการอนุญาตให้เปิดหลายกิจการและสถานที่ และมีการเลื่อนช่วงเวลาเคอร์ฟิวไปถึง 4 ทุ่ม ทำให้ธุรกิจและผู้ประกอบการสามารถเปิดกิจการได้นานขึ้น มีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มขึ้น พี่น้องหลายอาชีพที่ต้องหยุดงานไปได้กลับมาทำงานอีก ซึ่งเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าทั้งผู้ประกอบการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ และพี่น้องทุกคนจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี หากเราสามารถดำเนินการตามแผนที่ได้วางไว้ เข้มงวดกับมาตรการควบคุมโรค สถานการณ์การต่อสู้กับโควิดของไทยจะดีขึ้นเรื่อยๆ และเราจะไม่ต้องย้อนกลับไปสู่การล็อกดาวน์ที่น่าเจ็บปวดอีก ในขณะนี้เรายังรักษายอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตในระดับทรงตัวแบบค่อยๆ ลดลง ทำให้อัตราครองเตียงในโรงพยาบาลลดลงอย่างเห็นได้ชัด &amp;nbsp;การหาเตียงให้ผู้ป่วยในทุกระดับอาการจึงไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป โรงพยาบาลต่างๆไม่ต้องปิดรับผู้ป่วยโรคอื่นๆ หรือเรียกได้ว่าระบบสาธารณสุขของไทยผ่านพ้นช่วงวิกฤตและกลับคืนสู่สภาพปกติแล้ว ซึ่งแสดงถึงความแข็งแกร่งของระบบสาธารณสุขไทย และความสามารถของบุคลากรการแพทย์ไทยที่ไม่แพ้ชาติใดในโลกเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้เราผ่านวิกฤตกับโควิดในระลอกนี้มาได้ ก็คือการฉีดวัคซีน และรัฐบาลยังไม่หยุดในการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมจากทั่วโลก จนในขณะนี้ยอดเป้าหมายวัคซีนของเราจนถึงสิ้นปีนี้เพิ่มจาก 100 ล้านโดส ไปสู่ 178.2 ล้านโดสแล้ว และในปีหน้าจะได้วัคซีนผลิตโดยองค์กรของไทยเองอีกหลายชนิด จึงเชื่อได้ว่าวันนี้เราสามารถผ่านพ้นวิกฤตการขาดแคลนวัคซีนโควิด-19 ที่เราเคยเผชิญมา มีทางเลือกในการกำหนดนโยบายใช้วัคซีนแต่ละประเภทสร้างภูมิคุ้มกันให้กับกลุ่มประชาชนที่เหมาะสม เพื่อการเปิดเมือง เปิดประเทศที่มั่นคงและปลอดภัยในการฟื้นฟูเศรษฐกิจต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวง​สาธารณสุข​ (สธ.) นพ.เฉวตสรร​ นาม​วาท​ ผู้อำนวยการ​กอง​ควบคุม​โรค​และ​ภัย​สุขภาพ​ใน​ภาวะ​ฉุกเฉิน ​กรมควบคุม​โรค​ กล่าวว่า การฉีดวัคซีนในเด็กนักเรียน​ เรามีระบบการเฝ้าระวังเพื่อความปลอดภัยต่อเนื่องเหมือนกับผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้นพ่อแม่ไม่ควรกังวล เพื่อให้เกิดความมั่นใจทาง สธ.จะมีหนังสือแจ้งออกไป เพื่อให้ความสำคัญว่าหลังฉีดวัคซีนถ้ามีอาการผิดปกติ ถ้ามารายงานอาการ เราจะรีบรักษาอย่างถูกต้อง ส่วนกรณีเด็กชายอายุ 12 ปี มีโรคประจำ​ตัว​เป็นเบาหวาน เสียชีวิต​หลังฉีดวัคซีน​ โดยสรุปไม่ได้เกิดจากวัคซีน ซึ่งเด็กชายคนดังกล่าวฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 24 ก.ค. และวันที่ 12 ส.ค.เริ่มมีอาการคลื่นไส้อาเจียน มือสั่นใจสั่น กินข้าวได้น้อย จากการตรวจชิ้นเนื้อ ไม่พบการอักเสบที่กล้ามเนื้อหัวใจ​ ตรวจพบระดับน้ำตาลในสารน้ำในลูกตาสูง สันนิษฐาน​ได้ว่าเกิดจากภาวะแทรก​ซ้อนจากโรคเบาหวานเรื้อรัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ตัวแทนจำหน่ายวัคซีนโมเดอร์นา ออกแถลงการณ์เรื่อง กำหนดการส่งมอบวัคซีนโมเดอร์นาให้กับประเทศไทย ภายในไตรมาสสี่ โดยเริ่มส่งมอบครั้งแรกเดือนพ.ย.นี้ จำนวน 1.9 ล้านโดส และอีก 6.8 ล้านโดส คาดว่าจะส่งมอบได้ไตรมาสแรกของปี 2565.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118494</URL_LINK>
                <HASHTAG>พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, ศบค.เผยติดเชื้อใหม่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110d8cb3528f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118437</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 14:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.แจงตัวเลขฉีดวัคซีนสะสมข้อมูลแยก2 ระบบ ตั้งเป้าฉีดเดือนต.ค.ร้อยละ 50 ทุกจว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1ต.ค.64-พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. กล่าวถึงวันเดียวกันนี้ที่ข้อกำหนดฉบับที่ 34 มีผลบังคับใช้เป็นวันแรก โดยที่ประชุมศบค.ชุดเล็ก รับทราบรายงานการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทยถึงวันที่ 30 ก.ย. ซึ่งตัวเลขยังไม่ตรงกันระหว่างข้อมูลกลางของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และข้อมูลหมอพร้อม โดยการรายงานของศบค.เป็นการรายงานที่ใช้ข้อมูลจากระบบ MOPH Immunization Center (MOPH-IC) ที่เป็นข้อมูลกลางของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นฐานข้อมูลที่ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบความถูกต้อง เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงของประเทศ ขณะที่อีกระบบคือข้อมูลจากหมอพร้อม ที่เป็นการรายงานจากจุดให้บริการวัคซีนทั่วประเทศทุกจังหวัด ซึ่งเป็นการรายงานเร็ว ที่อาจไม่ถูกต้องทั้งหมด และเมื่อส่งยอดมาที่ MOPH-IC ก็จะมีการตรวจสอบ และลบส่วนที่มีความซ้ำซ้อน ซึ่งใช้เวลา 1-2 วัน ข้อมูลจึงอาจล่าช้า ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุข จะพยายามปรับฐานข้อมูล ทั้งจาก MOPH-IC และหมอพร้อมให้ประสานสอดคล้องกัน สมบูรณ์ที่สุด และตัวเลขเป็นสถานการณ์จริงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า สำหรับเป้าหมายการฉีดวัคซีนในเดือนต.ค. จะฉีดให้ทั้งชาวไทยและต่างด้าว ครอบคลุมทุกจังหวัดให้ได้ร้อยละ 50 และมีอย่างน้อยหนึ่งอำเภอที่ฉีดวัคซีนครอบคลุมร้อยละ 70 ของประชากร หากมีอำเภอใดที่จะเปิดเป็นพื้นที่นำร่องเศรษฐกิจให้ฉีดครอบคลุมร้อยละ 80 เป็นอย่างน้อย และให้เพิ่มการฉีดในกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้มี7กลุ่มโรคเสี่ยง และหญิงตั้งครรภ์ให้ครอบคลุมร้อยละ 80 รวมถึงนักเรียนนักศึกษาให้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 อย่างน้อยร้อยละ 70 ส่วนวัคซีนเข็มกระตุ้น บุคลากรทางการแพทย์ครบแล้ว และกลุ่มที่ 2 ที่ได้รับวัคซีนสองเข็มตั้งแต่เดือนมี.ค.-พ.ค. จะได้ฉีดตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย.และผู้ที่ได้รับสองเข็มในช่วงเดือนมิ.ย.จะฉีดในช่วงเดือนพ.ย. และในเดือนธ.ค.จะได้รับการฉีดกระตุ้นครบทุกราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่าสำหรับตัวเลขการฉีดวัคซีนวันที่ 30 ก.ย. อยู่ที่ 2,288,728 โดส โดยจำนวนนี้เป็นยอดการฉีดของวันมหิดล 24 ก.ย. จำนวน 1,700,523 โดส เป็นการฉีดวันที่ 30 ก.ย. 588,205 โดส โดยยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.อยู่ที่ 53,784,812 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118437</URL_LINK>
                <HASHTAG>การฉีดวัคซีนโควิด19, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, หมอพร้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110e3223932d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
