<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 14:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งามไส้!จนท.การไฟฟ้าเชียงใหม่ตั้งวงเหล้าในสำนักงาน ศรีสะเกษเจอคลัสเตอร์ปาร์ตี้น้ำกระท่อม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.64-ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 14,555 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 13,756 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 12,600 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 1,156 ราย และมาจากเรือนจำ 790 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 9 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,448,792 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 13,691 ราย ทำให้มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,304,247 ราย อยู่ระหว่างรักษา 129,421 ราย ปอดอักเสบ 3,851 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 787 ราย อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าผู้ป่วยปอดอักเสบเมื่อวันที่ 1 ก.ย. อยู่ที่ 4,917 ราย วันที่ 17 ก.ย. อยู่ที่ 3,851 ราย ผู้ป่วยที่ใส่ท่อหายใจวันที่ 1 ก.ย. อยู่ที่ 1,040 ราย วันที่ 17 ก.ย. 787 ราย เป็นแนวโน้มที่ลดลงอย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่ สอดคล้องกับปริมาณเตียงที่รองรับได้เพิ่มขึ้น หลายจังหวัดอาจจะมีการลดปริมาณเตียงลง แต่ขอว่าอย่าลดปริมาณเตียงสีเหลือง สีแดง เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 171 ราย เป็นชาย 82 ราย หญิง 89 ราย เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 125 ราย มีโรคเรื้อรัง 38 ราย เสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล 1 ราย ที่ จ.ตาก จังหวัดที่เสียชีวิตมากสุดคือ กทม. 41 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 15,124 ราย เริ่มวันที่ 24 ก.ย. ขณะที่สถานการณ์โลก มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 227,826,370 ราย เสียชีวิตสะสม 4,683,977 ราย&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า สำหรับยอดผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทยเมื่อวันที่ 16 ก.ย. มีการฉีดวัคซีนเพิ่มเติม 864,589 โดส รวมยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.&amp;nbsp; ทั้งสิ้น 43,342,103 โดส จำนวนนี้เป็นการฉีดเข็มที่หนึ่ง 28,436,015 ราย คิดเป็น 39.5% ของประชากรทั้งประเทศ เข็มที่สอง 14,285,995 ราย เป็นคิด 19.8% ของประชากรทั้งประเทศ และขณะนี้มีการฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรเกิน 50% แล้ว จำนวน 8 จังหวัด ได้แก่ กทม. ปทุมธานี สมุทรสาคร สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ภูเก็ต&amp;nbsp; พังงา ครอบคลุมกลุ่มผู้สูงอายุเกิน 70% มี 5 จังหวัด ได้แก่ กทม. ปทุมธานี ภูเก็ต ระนอง พังงา โดยหลังจากนี้ ศบค.มีแผนว่าตั้งแต่ต.ค.เป็นต้นไป จังหวัดที่ฉีดให้กับผู้สูงอายุและมีโรคเรื้อรัง 70% แล้ว ให้เร่งฉีดเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และขอให้แต่ละจังหวัดจัดให้มีอย่างน้อยจังหวัดละ 1 อำเภอ ที่ฉีดประชากรให้ได้ 70% อีกทั้งยังขอให้มี 1 อำเภอ ฉีดให้ได้ครอบคลุม 80% ของประชากร เพื่อเป็นต้นแบบของ Covid free area &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่ฉีดวัคซีนซิโนแวคครบสองเข็มไปตั้งแต่เดือน มี.ค.-พ.ค.64 ไปแล้วนั้น จะเริ่มการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มสามในวันที่ 24 ก.ย.นี้ ขณะที่การฉีดวัคซีนให้กับเด็กอายุ 12-17 ปีนั้น กระทรวงศึกษาธิการจะเป็นเจ้าภาพในการดำเนินการดูแลในส่วนของโรงเรียนทุกสังกัด โดยการฉีดเด็กต้องได้การยินยอมจากผู้ปกครองด้วย ส่วนที่มีบางประเภทฉีดวัคซีนให้กับเด็กที่มีอายุ 3 ขวบขึ้นไปแล้วนั้น ในปัจจุบันองค์การอาหารและยา (อย.) ของไทยยังไม่ให้การรับรอง เนื่องจากเรื่องดังกล่าวต้องมีการศึกษาอย่างละเอียดก่อน นอกจากนี้ มีรายงานจาก จ.ภูเก็ตว่า จากการทดลองฉีดวัคซีนใต้ผิวหนังแทนการฉีดวัคซีนเข้ากล้ามเนื้อ เมื่อผ่านไป 2 สัปดาห์ ภูมิคุ้มกันไม่ต่างกัน จ.ภูเก็ตจึงเสนอไปยังที่ประชุมกระทรวงสาธารณสุขให้รับรองวิธีฉีดดังกล่าว เนื่องจากวัคซีน 1 โดสจะฉีดได้ถึง 5 คน โดยกระทรวงสาธารณสุขมีความเห็นว่าให้เริ่มฉีดวัคซีนในลักษณะดังกล่าวที่ จ.ภูเก็ตก่อน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า นอกจากนี้ ในวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา สปสช.เริ่มแจกชุดตรวจ ATK ให้ประชาชนที่ลงทะเบียนและประเมินตัวเองไว้ในแอปพลิเคชั่นเป๋าตังค์ไปแล้วเกินล้านชุด มีเสียงสะท้อนมาว่าจุดรับบางจุดไกล และแออัด เราจะรับข้อคิดเห็นไปปรับปรุง โดยปัจจุบัน จะเน้นตรวจในกลุ่มที่มีความเสี่ยงก่อน แต่เมื่อเรามีชุดตรวจ ATK เพียงพอแล้ว จะปรับการประเมินกลุ่มเสี่ยงให้ครอบคลุมประชากรมากขึ้น เพราะหากเราเข้าสู่ระบบ Covit free setting แล้ว เราก็จะต้องตรวจ ATK กันมากกว่าในปัจจุบัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 17 ก.ย. ได้แก่ กทม. 2,911 ราย สมุทรปราการ 1,110 ราย ชลบุรี 935 ราย ระยอง 636 ราย ราชบุรี 501 ราย ยะลา 444 ราย สมุทรสาคร 387 ราย ปราจีนบุรี 367 ราย นครศรีธรรมราช 354 ราย สระบุรี 329 ราย อย่างไรก็ตาม หากไปดูหลายจังหวัดที่ไม่ได้อยู่ใน 10 อันดับแรก แต่พบลักษณะการติดเชื้อคล้ายคลึงกัน เช่น จ.เชียงใหม่ พบการติดเชื้อในกลุ่มจัดงานเลี้ยง วงเหล้า สังสรรค์ อีกทั้งยังพบการสังสรรค์ในสถานที่ราชการ อาทิ สำนักงานการไฟฟ้า ส่วนที่ จ.ศรีสะเกษ การติดเชื้อจากวงดื่มน้ำกระท่อม จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบคลัสเตอร์โรงเรียนนายสิบ จ.ชลบุรี พบที่ศูนย์ฝึกทหารใหม่ จ.เพชรบุรี และสระบุรี พบในแคมป์ก่อสร้าง จ.จันทบุรี พบในตลาด บางจังหวัดเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในพื้นที่สีแดงเข้ม แต่เราต้องเฝ้าระวัง โดยในที่ประชุม ศปก.ศบค.ได้เน้นย้ำไปที่โรงเรียนประจำ โรงเรียนทหารที่นักเรียนกินนอนกันอยู่ แต่บุคลากร ครู ต้องเดินทางเข้าออก นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.ศบค.จึงได้เน้นย้ำในที่ประชุม ผบ.เหล่าทัพให้กวดขันมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ช่วงหลังจากนี้จะมีการจัดกิจกรรมกันหลากหลาย เช่น เทศกาลกินเจที่เริ่มวันที่ 4 ต.ค. รวมถึงการจัดงานมุทิตาจิตให้แก่ข้าราชการที่เกษียณอายุราชการ ศปก.ศบค.เข้าใจความสำคัญของงานเหล่านี้ แต่อยากกำชับว่าการจัดงานต้องมีมาตรการป้องกันโรค สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง และถ้าเป็นไปได้ส่วนของงานมุทิตาจิต ขอไม่ให้มีการเลี้ยงสังสรรค์หรือรับประทานอาหาร ที่ต้องถอดหน้ากากอนามัย เพราะมีผู้สูงอายุอยู่ โดย ผอ.ศปก.ศบค.เน้นย้ำว่าภาครัฐต้องทำตัวเป็นแบบอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117017</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์, จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่, พญ.อภิสมัย ศรีสังสรรค์, เทศกาลกินเจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110d8cb3528f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>15มิ.ย.ประเมินโรงงานไม่ผ่านมาตรการเข้มโควิดโดนลงโทษ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 มิ.ย.2564 - พญ.อภิสมัย ศรีสังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กได้มีการหยิบยกกรณีการติดเชื้อในโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ที่ จ.สระบุรีมาหารือ เนื่องจากขณะนี้มีการกระจายเชื้อไปหลายจังหวัด โดยโรงงานดังกล่าวมีแรงจำนวนมาก เป็นคนไทย 4 พันกว่าคน ชาวต่างชาติพันกว่าคน ส่วนใหญ่เป็นชาวกัมพูชา ซึ่งการติดเชื้ออยู่ในหลายแผนกด้วยกัน กระจายติดไปทั้งโรงงาน กรมควบคุมโรควิเคราะห์ว่า พนักงานคนไทยจะอยู่บ้านพักส่วนตัวหรือหอพักโดยรอบโรงงาน ส่วนแรงงานต่างชาติจะอยู่หอพักที่โรงงานจัดให้ บางจุดค่อนข้างแออัด อยู่กันห้องหนึ่ง 3-6 คน ใช้พื้นที่กลาง ร่วมรับประทานอาหาร แต่พบว่าในส่วนของแรงงานฝีมือหรือช่างแม้จะอยู่ปะปนกับแรงงานอื่นๆแต่มีการติดเชื้อน้อย เป็นเพราะแรงงานกลุ่มนี้มีมาตรการส่วนตัวเข้มข้นและระมัดระวังตัวอย่างสูงสุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย ได้รายงานตัวเลขการพบผู้ติดเชื้อในโรงงานต่างๆ ว่าในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมามีการติดเชื้อใน 10 จังหวัด ส่วนใหญ่จะติดในโรงงานขนาดใหญ่ที่มีแรงงานเกิน 200 คน เนื่องจากสถานที่แออัด ระบบระบายอากาศไม่ดี จุดสัมผัสไม่สะอาด มีการรับประทานอาหารร่วมกัน ซึ่งจากการวิเคราะห์พบว่าโรงงานที่มีขนาดใหญ่พบการติดเชื้อมากถึง 20% โรงงานขนาดเล็กติดเชื้อเพียง 5% ทั้งนี้ ตัวเลขโรงงานที่ขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมไว้ 63,000 แห่ง โดยมีโรงงานที่มีผู้ติดเชื้อและเข้าสู่การประเมินตนเองในแบบประเมินตนเองด้านสาธารณสุข จำนวน 8,200 โรงงาน แต่พบว่าโรงงานขนาดใหญ่ 3,300 โรงงาน เข้าไปประเมินเพียง 650 โรงงาน ทั้งที่เป็นเป้าหมายที่มีการติดเชื้อมากกว่าโรงงานขนาดกลางและขนาดเล็ก แต่มีการเฝ้าระวังตนเองค่อนข้างน้อยเพียง 20% &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;จึงเน้นย้ำให้ภายในวันที่ 15 มิ.ย. โรงงานขนาดใหญ่ที่มีรายชื่ออยู่ในกระทรวงอุตสาหกรรมต้องเข้าไปประเมินตนเองให้ครบถ้วน 100% จะเลือกทำบางส่วนไม่ได้ และขอให้ตอบตามความเป็นจริง หากได้คะแนนน้อยหรือไม่ผ่านเกณฑ์จะมีทีมพี่เลี้ยงลงพื้นที่ไปช่วยปรับปรุงแก้ไขให้ผ่าน แต่หากขอความร่วมมือแล้วเพิกเฉย ไม่ประเมินตนเอง เป็นเหตุให้มีการติดเชื้อและกระจายไปที่อื่น ตรงนี้จะมีการพิจารณาบทลงโทษ แต่หากโรงงานทำได้ดี จะมีการให้รางวัล ปรับให้เป็นสถานประกอบต้นแบบ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า สำหรับกรณีแคมป์คนงานที่ประชุมศบค. ชุดเล็กได้หารือกันว่าจากการวางมาตรการการ ควบคุมการแพร่ระบาดของแคมป์ที่พักคนงาน ไซด์ก่อสร้าง ทาง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผอ.ศปก.ศบค. ได้มอบให้กรมควบคุมโรคทบทวนรายละเอียดในแง่ของการจัดการบับเบิลแอนด์ซีล การพยายามที่จะทำให้การแพร่ระบาดมีวงจำกัดอยู่เฉพาะที่แคมป์คนงาน เพื่อให้สถานประกอบการ แคมป์คนงาน สามารถที่จะเกิดความเข้าใจในแง่ของรายละเอียดการปฏิบัติให้ตรงกันแล้วจะได้ทำให้ถูกต้อง เนื่องจากขณะนี้หลายแคมป์คนงานบอกว่าที่ทำอยู่นั้นเพียงพอและถูกต้องแล้วจึงทำให้เกิดการแพร่ระบาดติดเชื้อ โดยทางกรมควบคุมโรคจะได้นำเสนอรายละเอียดข้อปฏิบัติยิบย่อยให้ แต่หากยังไม่ปฏิบัติตามผอ.ศปก.ศบค.ได้ขอความช่วยเหลือให้ฝ่ายความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บ.ชน.) ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง(ศปม.) ให้การสนับสนุนการทำงานของ กทม.และกรมควบคุมโรค เพื่อกำชับให้มาตรการที่ออกมาทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเชื่อว่าการแพร่ระบาดจะสามารถควบคุมได้ในที่สุด อย่างไรก็ตาม สุดท้ายฝากไปที่ประชาชนมาตรการรัฐที่เข้มข้น ถ้าผู้ประกอบการ แคมป์คนงาน สถานประกอบการย่อหย่อนปฏิบัติไม่ได้ หมายความพี่น้องประชาชนจะไม่ได้รับความปลอดภัย ดังนั้น ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนจึงต้องช่วยเป็นหูเป็นตา ที่ผ่านมาศบค.ได้รับทราบเหตุการณ์ หรือการฝ่าฝืนมาตรการในตรงนี้นั้นตรงนี้เป็นเพราะพี่น้องประชาชนแจ้งเข้ามา และสื่อมวลชนช่วยกันเป็นกระบอกเสียง จึงขอความร่วมมือจากทุกคนให้ทำหน้าที่ต่อไป เราคงจะได้เห็นสถานการณ์ที่ดีขึ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105042</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, พญ.อภิสมัย ศรีสังสรรค์, ศบค., แคมป์คนงาน, โควิด-19, โรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608fad8b70450.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 13:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.พบคลัสเตอร์ใหม่ห้างสรรพสินค้าแถวลาดพร้าว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 มิ.ย.2564 - เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีสังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,440 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,338 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,175 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 1,163 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 1,087 เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 15 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 165,462 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 2,843 ราย หายป่วยสะสม 114,578 ราย อยู่ระหว่างรักษา 49,777 ราย อาการหนัก 1,247 ราย ใส่ท่อ 381 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 38 ราย เป็นชาย 24 ราย หญิง 14 ราย อยู่ใน กทม. 18 ราย สมุทรปราการ 4 ราย ชลบุรี ปทุมธานี จังหวัดละ 3 ราย ฉะเชิงเทรา นนทบุรี สุราษฎร์ธานี จังหวัดละ 2 ราย พระนครศรีอยุธยา ร้อยเอ็ด ราชบุรี อุดรธานี จังหวัดละ 1 ราย ผู้เสียชีวิตอายุน้อยสุด 10 เดือน อายุมากสุด 95 ปี และมีถึง 8 ราย ที่เสียชีวิตในสัปดาห์แรกหลังจากทราบผลว่าติดเชื้อโควิด-19 ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 1,107 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 171,927,802 ราย เสียชีวิตสะสม 3,575,545 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า สำหรับผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 15 ราย ในจำนวนนี้มี 4 ราย เป็นชาวจีน 2 ราย ไทย 1 ราย มาจากเมียนมาลักลอบเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติ และอีก 1 ราย เป็นคนไทย มาจากกัมพูชาลักลอบเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติ ขณะที่ ตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีผู้ลักลอบเข้าประเทศ 211 ราย อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ 5 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด ได้แก่ กทม. 680 ราย สมุทรปราการ 466 ราย เพชรบุรี 449 ราย ตรัง 176 ราย และสมุทรสาคร 78 ราย ส่วนภาพรวมการแพร่ระบาดในประเทศพบคลัสเตอร์ใหม่ อาทิ โรงงานน้ำแข็ง จ.สมุทรปราการ ส่วนพื้นที่ กทม. ขณะนี้มี 48 คลัสเตอร์ โดยพบคลัสเตอร์ใหม่ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเขตลาดพร้าว มีผู้ติดเชื้อถึง 23 ราย ซึ่งทาง กทม.มีการปรับแผนจะลงตรวจหาเชิงรุกในพื้นที่ลาดพร้าวเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105041</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์, ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, พญ.อภิสมัย ศรีสังสรรค์, ศบค., โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608fad6af1b88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
