<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรคหน้าร้อนที่ผู้สูงวัยควรระวัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะนี้ประเทศไทยต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว เนื่องจากอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้ เป็นเหตุให้ต้องดูแลสุขภาพผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงอย่างระมัดระวัง ได้แก่ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เด็ก หญิงตั้งครรภ์ และโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากสุขภาพร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรง ประกอบกับผู้ที่อยู่ในวัย 60 ปีขึ้นไปส่วนใหญ่มักมีโรคประจำตัวและโรคเรื้อรัง ทำให้เจ็บป่วยได้ง่ายกว่าคนวัยหนุ่มสาว หากต้องเผชิญกับอากาศร้อนนานๆ และเนื่องด้วยวันที่ 13 เมษายนเป็นวันผู้สูงอายุ จึงอยากเชิญชวนทุกท่านร่วมกันดูแลผู้สูงอายุที่บ้านทั้งทางกายและจิตใจให้แข็งแรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พญ.อรพิชญา ไกรฤทธิ์ แพทย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า ในช่วงที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว โรคที่ผู้สูงอายุต้องระวังและพบบ่อยในช่วงอากาศร้อน คือ 1.โรคลมแดด หรือฮีตสโตรก (Heat Stroke) เกิดจากการที่ผู้สูงอายุอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิสูงและได้รับความร้อนมากเกินไป ส่งผลให้การทำงานของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบสมองผิดปกติ ซึ่งสัญญาณเตือนที่สำคัญของโรคฮีตสโตรก คือ ไม่มีเหงื่อออกแม้จะอากาศร้อน หน้าแดง ตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกกระหายน้ำมาก วิงเวียน ปวดศีรษะ คลื่นไส้ หายใจเร็ว อาเจียน เกร็งกล้ามเนื้อ ชัก มึนงง สับสน รูม่านตาขยาย ความรู้สึกตัวลดน้อยลง อาจหมดสติ หัวใจเต้นเร็วแต่แผ่วเบา ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องและทันเวลา อาจทำให้หัวใจหยุดเต้น และถึงแก่ชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับการป้องกันและดูแลผู้สูงอายุไม่ควรให้ตากแดดในช่วงเที่ยงวัน หรือเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงบ่ายโมงไปถึง 4 โมงเย็น แต่หากมีความจำเป็นต้องสัมผัสแดดควรใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเช็ดตัวเพื่อลดความร้อนในร่างกาย และควรจิบน้ำเปล่าให้บ่อยที่สุดในวันที่มีอากาศร้อนจัด สวมแว่นกันแดดและกางร่มก่อนออกจากบ้าน ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่มีสีอ่อน โปร่ง ไม่หนา น้ำหนักเบา และสามารถระบายอุณหภูมิความร้อนและป้องกันแสงแดดได้ 2.โรคท้องเสีย ในช่วงอากาศร้อนแบบนี้ เชื้อโรคต่างๆ จะเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอาหารจะบูดเสียได้ง่ายกว่าปกติ ซึ่งถ้ากินอาหารไม่สะอาด อาการท้องเสียจะตามมาได้ง่ายขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิธีป้องกัน คือ ควรยึดหลักกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ เพื่อลดการติดเชื้อ และไม่กินอาหารที่ตั้งทิ้งไว้นานๆ หรือหากทานอาหารไม่หมดควรเก็บเข้าตู้เย็นเพื่อให้อาหารไม่บูดเสีย 3.โรคผิวหนังแสบ แดง เป็นผื่น ที่เกิดจากการสัมผัสแสงแดดเป็นเวลานานๆ โดยปราศจากสิ่งป้องกัน จะทำให้ผิวหนังของผู้สูงอายุเกิดอาการไหม้ เกรียม แสบ และแดงเป็นผื่นได้ จึงควรดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ เพื่อสร้างความชุ่มชื่นให้แก่ผิวพรรณและควรทาครีมกันแดดที่มีค่าป้องกันรังสียูวีมากกว่า 50 PA+++ ทาลงบนผิวหน้าและผิวกายก่อนออกแดดประมาณ 20 นาที และควรทาซ้ำทุก 2-4 ชั่วโมง เพื่อปกป้องผิวหนังจากแสงแดด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้การดูแลผู้สูงอายุควรใส่ใจในสุขภาพของผู้สูงอายุอย่างรอบด้านด้วยการจัดสถานที่ให้อากาศถ่ายเทเหมาะสำหรับผู้สูงอายุ หลีกเลี่ยงความอับชื้น เพราะอาจเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคและทำให้ไม่สบายตัว หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เพราะอาจมีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ ระบบขับถ่าย นอกจากนี้ต้องดูแลสภาวะอารมณ์ของผู้สูงอายุโดยการดูแลอย่างใจเย็น พูดคุยอย่างมีศิลปะ รวมถึงสร้างบรรยากาศให้แจ่มใสอยู่เสมอ หากพบอาการผิดปกติของผู้สูงอายุอาจเกิดจากโรคบางอย่างควรรีบพามาพบแพทย์ เพื่อรักษาและหาแนวทางป้องกันร่วมกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33212</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, พญ.อรพิชญา ไกรฤทธิ์, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190408/image_big_5cab473216ad3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
