<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.นัดคุยสธ. คุม&#039;สัก&#039;ตามวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กทม.ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านสักย่านถนนข้าวสาร ยอมรับกว่าพันแห่งทั่วกรุงเทพฯ มีที่ได้รับใบอนุญาตเพียง 50 แห่ง เตือนร้านเถื่อนรีบขออนุญาต ไม่เช่นนั้นมีโทษติดคุก ส่วนที่พระสักตามวัดยังทำอะไรไม่ได้มาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 กันยายนนี้ นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย นพ.สุนทร สุนทรชาติ รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย พญ.อริศรา ทัตตากร ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคเอดส์ วัณโรคและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ นายพงศธร ศิริธรรม ผู้อำนวยการสำนักเขตพระนคร พร้อมเจ้าหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลเขต สำนักอนามัยและผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ถนนข้าวสารตรวจสอบร้านสักที่ไม่ได้รับอนุญาต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทวีศักดิ์กล่าวภายหลังว่า ร้านสักเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตามข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานคร เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ.2554 และแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 3 ในกลุ่มกิจการที่เกี่ยวกับการบริการ ลำดับที่ 9.15 การสักผิวหนัง การเจาะหูหรือเจาะอวัยวะอื่น โดยผู้ประสงค์จะประกอบกิจการดังกล่าวจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 3 พ.ศ.2560 หากผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษตามมาตรา 17 จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า ปัจจุบันมีร้านสักที่ได้รับอนุญาตในพื้นที่กรุงเทพมหานครรวม 50 แห่ง โดยในพื้นที่เขตพระนครมี 17 แห่ง ส่วนที่เหลืออีก 33 แห่งกระจายอยู่ในพื้นที่อื่น ทั้งนี้ เมื่อยื่นขอใบอนุญาตแล้ว เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบอุปกรณ์ตามหลักสุขอนามัย ขณะที่ผู้ประกอบการต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามมาตรา 32 (2) พ.ร.บ.สาธารณสุข ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องมีใบรองรับแพทย์ ผ่านการคัดกรองสุขภาพ และไม่ป่วยเป็นโรคติดต่อร้ายแรง เพราะหากดำเนินการไม่ถูกต้องจะทำให้เกิดความเสี่ยง ขณะที่ข้อแนะนำต่อผู้ใช้บริการนั้นต้องระมัดระวัง ขอตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการตามร้านสัก สังเกตความสะอาดเครื่องมืออุปกรณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้กำชับให้ 50 เขตเร่งสำรวจตรวจสอบร้านสักลายที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ หากพบต้องให้หยุดกิจการทันที พร้อมกำหนดให้มีการยื่นขอใบอนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมายก่อน ส่วนร้านสักลายที่ตั้งริมทางเท้า หรือมีลักษณะเป็นแผงจรนั้น สามารถใช้ทั้งกฎหมายสาธารณสุข และ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ดำเนินการ ส่วนการสักตามสำนักสงฆ์หรือวัด มอบหมายให้ทางสำนักอนามัยประสานกับกระทรวงสาธารณสุขเข้าไปพูดคุย เร่งทำความเข้าใจได้ทันที&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทวีศักดิ์กล่าวว่า ปัจจุบันอาชีพช่างสักยังไม่มีกฎหมายควบคุมที่ชัดเจน ดังนั้น ผู้ประกอบการบางรายจึงต้องการให้มีการจดทะเบียนวิชาชีพด้านการสักลายถูกต้องตามกฎหมาย โดย กทม.จะรับเรื่องดังกล่าวนำไปพิจารณา นอกจากนี้ กทม.ยังได้ร่าง พ.ร.บ.การประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ปัจจุบันผ่านความเห็นชอบจากสภากรุงเทพมหานครแล้ว อยู่ระหว่างแก้ไขบางประเด็น คาดว่าภายในปี 2561 จะสามารถประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเพื่อมีผลบังคับใช้ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16914</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุนทร สุนทรชาติ, พญ.อริศรา ทัตตากร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180905/image_big_5b8fdb25a1d40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
