<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พฐ.เก็บลายนิ้วมือแฝงรถคุมผู้ต้องหาโดนเผาระหว่างชุมนุมหาหาคนผิดดำเนินคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค.64- พ.ต.ท.บารมี วงษ์อินตา สว.(สอบสวน) สน.พญาไท พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.)เดินทางมาตรวจเก็บหลักฐานรถยนต์อีซูซุ 6 ล้อ ควบคุมผู้ต้องหา ทะเบียนตราโล่ 06542 ของ บก.อคฝ. ที่ถูกเผาไหม้เสียหายทั้งคัน และป้อมจราจร สน.พญาไทถูกทุบกระจกแตกทั้ง 4 ด้าน พังยับเยิน จากเหตุม็อบเยาวชนปลดแอกและแนวร่วมกลุ่มต่างๆปะทะกับเจ้าหน้าที่แยกสามเหลี่ยมดินแดงใกล้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หน้ารพ.ราชวิถี ช่วงค่ำวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.บารมี กล่าวว่า ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน มาถ่ายรูปเก็บหลักฐานทั้ง 2 จุด พร้อมกับเก็บลายนิ้วมือแฝง และเก็บสิ่งของบางชนิดที่คาดว่าเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุ เพื่อติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112579</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, พฐ., ม็อบ, เก็บลายนิ้วมือแฝง, เผารถตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610f73de7b1b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16234</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2018 11:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;จักรทิพย์&#039;ส่งพฐ.ลงเกาะเต่าหาหลักฐานสาวผู้ดีโดนข่มขืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.61- พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีหญิงสาวชาวอังกฤษ วัย 19 ปี เดินทางมาท่องเที่ยวกับเพื่อนที่หาดทรายรี เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี แล้วโพสต์อ้างถูกวางยาจนไม่รู้สึกตัวและถูกข่มขืนบนเกาะเต่าว่า ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่จุดเกิดเหตุไปตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ เพื่อให้เกิดความกระจ่างไม่มีคลุมเครือ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน หากไม่มีข้อมูลข้อเท็จจริงอาจจะเกิดความเสียหาย จึงต้องขอให้เจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นอกจากส่งเจ้าหน้าที่ พฐ.ลงไปเก็บพยานหลักฐานต่างๆแล้ว ยังได้กำชับพล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบช.ภ.8 และพล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ให้เร่งคลี่คลายเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งเราได้ทำทุกมิติไปแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า หากมีการแจ้งของหายเพื่อเครมประกัน เราตรวจสอบหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า เราดำเนินการหมด ทุกเรื่องที่สื่อรู้ ตำรวจก็รู้ เราก็ทุกด้านต้องขอเวลาในการตรวจสอบ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16234</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองพิสูจน์หลักฐาน, ผบ.ตร., ผบช.ภ.8, พฐ., พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์, พล.ต.ท.สรศักดิ์  เย็นเปรม, พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา, สาวผู้ดีอังกฤษ, สุราษฎร์ธานี, อังกฤษ, เกาะเต่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b839779c1601.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2018 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2018 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เร่งตรวจสอบเหตุฮ.ช่อง7ตก ทีมข่าวสุดเศร้า!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค. 61 - เมื่อเวลา 13.00 น. นายอลงกต&amp;nbsp; วรกี ปลัดจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.อ.กีรติกร&amp;nbsp; อมรพัฒน์ภาคิน ผกก.สภ.ชนบท, นายสุรศักดิ์ วัฒนาอุดมชัย นายอำเภอชนบท พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 4 ขอนแก่น ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ แบบยูโรคอปเตอร์ รุ่น AS355NP หมายเลขทะเบียน XS-PNG&amp;nbsp; ซึ่งประสบอุบัติเหตุตกอยู่บริเวณทุ่งนา บ.หูลิง ม.2 ต.วังแสง อ.ชบท จ.ขอนแก่น หลังขาดการติดต่อกับหอบังคับการบินไปเมื่อเวลา 09.00 น.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกำลังเจ้าหน้าที่ได้นำเชือกกั้นแนวเขต ปิดโดยรอบสถานที่ที่เกิดเหตุโดยรอบทั้งหมด ขณะที่ซากของเฮลิคอปเตอร์นั้นกระจายโดยทั่วบริเวณ โดยตัวเครื่องตกอยู่กลางทุ่งนาติดกับถนนบริเวณท้ายของหมู่บ้าน ส่วนห่างจากจุดแรกประมาณ 20 เมตร ขณะที่ผู้เสียชีวิตนั้นพบในที่เกิดเหตุทั้งหมด 3 ราย แยกเป็นบริเวณที่นั่งคนขับ 1 รายและอีก 2 รายอยู่ห่างจากจุดตัวเครื่องประมาณ&amp;nbsp; 10 เมตรจำสภาพไม่ได้ เนื่องจากถูกเพลิงไหม้ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอลงกต&amp;nbsp; วรกี ปลัดจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ยังคงไม่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้ เนื่องจากพบผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุรวม 3 ราย โดย 1 ราย อยู่ในห้องคนขับ อีก 2 ราย ตกห่างจากห้องเครื่อง โดยทั้งหมดถูกเพลิงไหม้จำสภาพไม่ได้ ซึ่งขณะนี้ได้กันพื้นที่ทั้งหมดเพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบเหตุดังกล่าวในภาพรวม โดยต้องแยกออกเป็นการกู้ซากและสืบสวนเหตุที่เป็นหน้าที่ของกรมท่าอากาศยาน ที่ต้องรอหน่วยสอบสวนอากาศยานประสบอุบัติเหตุ ที่ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเดินทางมาจาก กรุงเทพฯ และจะลงพื้นที่ตรวจสอบในช่วงเย็นของวันนี้ทันที โดยขั้นตอนดังกล่าวนั้นเป็นต้องรอข้อสรุปจากกรมท่าอากาศยานและสำนักงานการบินพลเรือนนั้นดำเนินการ ส่วนการชันสูตรพลิกศพนั้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จะทำการตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งขณะนี้ยังคงต้องทำงานกันอย่างเต็มที่ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนักอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จุดเกิดเหตุเป็นที่นาของนายพงษ์&amp;nbsp; นามเข็ม ซึ่งได้รับความเสียหายบางส่วนจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยที่ในขณะนี้ได้ปิดกั้นพื้นที่ห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปภายในบริเวณโดยเด็ดขาด โดยจังหวัดได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานนั้นดำเนินการตามขั้นตอนเพราะเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้น และพร้อมให้ความร่วมมือและให้การช่วยเหลือกับหน่วยงานต่างๆที่รับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้อย่างเต็มที่ จนกว่าการดำเนินการสอบสวน สืบสวนและการกู้ซาก รวมทั้งการลำเลียงผู้เสียชีวิตออกจากที่เกิดเหตุจะแล้วเสร็จ ส่วนสาเหตุนั้นรอสรุปยืนยันอีกครั้ง&amp;rdquo; ปลัดจังหวัดขอนแก่น ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายประยุทธ&amp;nbsp; พุธพึ่ง อายุ 41 ปี ชาวบ้านหูลิง ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เล่าว่า&amp;nbsp; มีเสียงเฮลิคอปเตอร์ บินต่ำกว่าปกติ มองขึ้นบนฟ้าก็เห็นเฮลิคอปเตอร์ บินต่ำจากพื้นดินประมาณ 40 เมตร วนไปมา 2 รอบ และเสียงเครื่องก็ดับกลางอากาศ จากนั้นก็พุ่งลงกลางทุ่งนา มีไฟลุกท่วม จึงรีบวิ่งเข้าไปที่ตัวเครื่องเพื่อจะช่วยเหลือผู้รอดชีวิต ปรากฏว่าเฮลิคอปเตอร์ระเบิด และเมื่อเข้าไปดูใกล้ๆก็พบศพผู้ตาย 3 ศพ&amp;nbsp; จึงรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบรายชื่อที่ได้มีการแจ้งแผนการบินมากับเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว พบว่า ได้ทำการขอทำการบินในเส้นทางสระบุรี-ขอนแก่น โดยยืนยันจำนวนผู้โดยสารประกอบด้วย นายเสกสรร&amp;nbsp; วรรณา กัปตัน, พ.ต.อ.สินสมุทร&amp;nbsp; สันเพทา ผู้ช่วยนักบิน, นายสมเนา&amp;nbsp; น้อยสกลุ ผู้โดยสาร และนายรณกิจ&amp;nbsp; เพชรนิล ผู้โดยสาร และพบว่าเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวเป็นอากาศยานของ บริษัท SFS เอวิเอชั่น จำกัด ที่สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ได้ทำการเช่าเพื่อทำข่าวและรายการต่างๆของทางสถานีฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนเกิดเหตุได้ทำการบินมารับผู้สื่อข่าวที่ จ.ขอนแก่น แต่ขาดการติดต่อไปจนกระทั่งมาพบว่าประสบอุบัติเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตามขณะนี้ทีมข่าวของสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุแล้ว โดยทุกคนอยู่ในอาการเศร้าสลดและยังคงรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ เนื่องจากเป็นอยู่ในระหว่างการออกปฎิบัติหน้าที่งานข่าวในความรับผิดชอบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13643</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ช่อง7, ตาย3ศพ, พฐ., ฮ.ตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180718/image_big_5b4eea27d8493.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9430</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2018 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉ&#039;ฐิติทัตน์&#039;ซี้ปึ้กแก๊งเงินทอนวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พันกันไปหมด! เงินทอนวัดโยงไปถึงคลังแสง เปิดตัว &amp;quot;ร.ท.ฐิติทัตน์&amp;quot; ประวัติไม่ธรรมดา หลานชายอดีต ส.ว.นครปฐม เด็กอดีตผู้ว่าฯ สตง. แฉงานบวชมาครบทีม เจ้าคุณธงชัย วัดสระเกศฯ เป็นพระอุปัชฌาย์ เจ้าคุณเทอด เจ้าคุณสังคม ล็อต 3 เป็นพระพี่เลี้ยง ไปกันใหญ่ &amp;quot;ศรีวราห์&amp;quot; ชี้อาจเกี่ยวคดีความมั่นคงด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ ร่วมกับ พล.ต.คณิศร สุนทรธีมากร ผู้ช่วยผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.), พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย คสช. แถลงข่าวกรณีที่ พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบก.ป. และ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดมีนบุรี เข้าตรวจบ้านเลขที่ 265/154 หมู่บ้านสีวลี รามคำแหง ถนนราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทีน) แขวงและเขตสะพานสูง กทม. ภายหลังสืบทราบว่าบุคคลที่พักอาศัยอยู่ในบ้านดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตเงินงบประมาณเผยแผ่พระพุทธศาสนา หรือคดีเงินทอนวัด โดยพบว่ามีการโอนเงิน 25 ล้านบาท มายังบัญชีธนาคารของ น.ส.นุชรา สิทธินอก อายุ 32 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากการตรวจค้นบ้านพักหลังนี้ พบว่ามี ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา ทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นเจ้าของบ้าน รวมทั้ง น.ส.นุชรา ตรวจสอบพบตู้เซฟ 3 ใบ อาวุธปืนยาว 4 กระบอก ได้แก่ ปืนลูกซอง 3 กระบอก และปืนลูกกด 1 กระบอก, ปืนสั้น 18 กระบอก ขนาด 9 และ 11 มม. พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาดต่างๆ รวม 1,005 นัด รวมทั้งทองรูปพรรณ แหวนเพชร และทรัพย์สินมีค่าต่างๆ หลายรายการ เอกสารเกี่ยวกับธุรกรรมการเงินและเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธปืนและของกลางทั้งหมดไว้ตรวจสอบที่มาที่ไป ก่อนสืบสวนขยายผลทางคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า จากการประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรืออีโอดี ตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่าอาวุธปืนทั้งหมดมีทะเบียนถูกต้อง แต่อยู่ระหว่างตรวจสอบการครอบครองว่าถูกต้องหรือไม่ ส่วนกล้องเล็งไม่เข้าข่ายเป็นยุทธภัณฑ์ สำหรับใบ ป.4 อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขณะนี้ได้มอบหมายให้ทางพนักงานสอบสวน บก.ป. ได้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานกรณีการครอบครองอาวุธปืนทั้งหมดนั้นเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล เพื่อพิจารณาขออำนาจศาลออกหมายจับต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ความเกี่ยวพันกับคดีเงินทอนวัดนั้น ก็ยังอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน หากมีผู้ใดเกี่ยวข้อง ก็จะพิจารณาดำเนินคดีทั้งหมด โดยรายละเอียดต่างๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเกรงจะกระทบกับสำนวนคดี แต่ขณะนี้ทางฝ่ายความมั่นคงจะมุ่งเน้นการตรวจสอบในประเด็นการครอบครองอาวุธปืนที่มีอยู่เป็นจำนวนมากว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ถูกใช้งานในเหตุการณ์ใดหรือไม่ โดยยืนยันว่าจะต้องมีการพิจารณาแจ้งความดำเนินคดีอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ในส่วนของ ร.ท.ฐิติทัตน์ เนื่องจากเป็นข้าราชการ หากพบประเด็นใดที่เข้าข่ายความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ก็จะต้องส่งเรื่องให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ดำเนินการต่อไป ซึ่งหลักๆ แล้วที่ตนมาดำเนินการในวันเดียวกันนี้ เป็นเพราะมีการพบอาวุธปืนจำนวนมากจึงต้องมีการตรวจสอบ เพราะอาจเกี่ยวพันกับคดีความมั่นคง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.คณิศรเปิดเผยว่า ในส่วนของกฎหมาย ก็คงเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะดำเนินการไป และยังต้องรอผลการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ส่วนทางวินัย ยังไม่ได้มีการพิจารณา สำหรับกรณีการครอบครองอาวุธปืนที่มีจำนวนมากนั้น ก็ไม่สามารถระบุหรือจำกัดได้ว่าเจ้าหน้าที่ทหารต้องมีอาวุธอยู่ในครอบครองเท่าใด เพียงแต่ว่าหลังจากนี้ เมื่อมีหลักฐานปรากฏเช่นนี้ ก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนจะตรวจสอบที่มาที่ไปว่าถูกต้องหรือไม่ เพราะไม่มีข้อกำหนดด้วยว่าต้องครอบครองปืนได้เท่าใด แต่ภารกิจของทหารสังกัด ศรภ.ก็ไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนมากขนาดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ร.ท.ฐิติทัตน์ มีชื่อเป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 265/154 หมู่บ้านสีวลี รามคำแหง ถนนราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทีน) แขวงและเขตสะพานสูง กทม. ที่กองปราบปรามนำหมายค้น มีความสนิทสนมกับนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาถูกนายพิศิษฐ์ดึงตัวมาช่วยงานที่ สตง. ในตำแหน่งเลขานุการผู้ว่าฯ สตง.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังปรากฏภาพนายพิศิษฐ์ไปเป็นประธานงานอุปสมบทของ ร.ท.ฐิติทัตน์ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2559 ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหารอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยรูปภาพในงานอุปสมบทดังกล่าว มีแขกเหรื่อมาร่วมงานจำนวนมาก รวมถึงนายบุญเลิศ โสภา อดีตผู้อำนวยการกองพุทธศาสนศึกษา พศ. ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินงบประมาณอุดหนุดการบูรณปฏิสังขรณ์และการพัฒนาวัด ล็อตที่ 2 ขึ้นไปคล้องพวงมาลัยให้กับ ร.ท.ฐิติทัตน์อีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การอุปสมบทดังกล่าวของ ร.ท.ฐิติทัตน์ มีพระพรหมสิทธิ (เจ้าคุณธงชัย) เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เป็นพระอุปัชฌาย์ และมีพระราชกิจจาภรณ์ (เจ้าคุณเทอด) กับพระเมธีสุทธิกร (เจ้าคุณสังคม) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ที่ถูก พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แจ้งข้อกล่าวหาคดีเงินทอนวัดในล็อตที่ 3 ร่วมกับพระผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคม (มส.) อีก 3 รูป เป็นพระพี่เลี้ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังพบว่า ร.ท.ฐิติทัตน์ เป็นหลานชายของนายปรีชา นิพนธ์พิทยา อดีต ส.ว.จังหวัดนครปฐมอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ได้รับรายงานการเข้าค้น ส่วนเส้นทางการโอนเงิน 25 ล้านบาท ไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับใคร อย่างไรบ้าง เรื่องนี้อยู่ที่ตำรวจ จึงอยากให้ไปสอบถามจากทางตำรวจ ในส่วนของ พศ.จะดูเรื่องวินัย เรื่องการสอบสวนความผิดของข้าราชการ พศ. และการประสานการทำงานควบคู่กับตำรวจ ก็ให้เป็นหน้าที่ของ พศ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า กรณีดังกล่าวทราบว่าเป็นกระบวนการทุจริตงบประมาณแผ่นดินของพระชั้นผู้ใหญ่ที่มีกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินและอดีตผู้ว่าฯ สตง. ออกมาปกป้องพระผู้ใหญ่ โดยพยายามกดดัน แทรกแซงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้ทุกวิถีทาง แต่ตอนนี้มีหลักฐานปรากฏแล้วว่าพระชั้นผู้ใหญ่ในระดับกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เฉพาะวัดนี้เบิกงบประมาณแผ่นดินเพื่อใช้ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปแล้วหลายร้อยล้าน ปีละ 60 ล้านบาท โดยกรณีนี้นำเงินหลวงมาเข้าบัญชีวัดที่ตนเป็นเจ้าอาวาส จากนั้นก็โอนเงิน 25 ล้านบาทเข้าบัญชีสีกา แล้วให้สีกาเบิกเงินเป็นแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายคืนให้กับคนที่เป็นพระชั้นผู้ใหญ่ระดับกรรมการ มส. แล้วก็นำไปใช้ต่อ พฤติกรรมอย่างนี้ทำให้เชื่อได้ว่าเข้าข่ายเป็นการฟอกเงินที่ได้จากการทุจริตเงินหลวงแล้ว และล่าสุดทราบว่าพระชั้นผู้ใหญ่ระดับกรรมการ มส.รายนี้ขณะนี้อยู่ต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์เชื่อว่า การตรวจสอบทุจริตเงินหลวงของพระชั้นผู้ใหญ่ในระดับกรรมการ มส. โดยหน่วยงานของรัฐ เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลไปยังขบวนการหรือกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกมาก เป็นความเข้มแข็งของการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลในยุคนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญนำไปสู่การปฏิรูปการปกครองคณะสงฆ์ และการจัดการทรัพย์สินวัดและพระภิกษุให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย ตามแนวทางที่คณะผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูปเสนอนโยบายแก้ไขปัญหา โดยให้มี พ.ร.บ.คณะสงฆ์ฉบับ &amp;ldquo;ธรรมาธิปไตย&amp;rdquo; ขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สำนักข่าวอิศรา ได้รับการยืนยันข้อมูลจากแหล่งข่าวในหน่วยงานตรวจสอบว่า หจก. ดี ดี ทวีคูณ ปรากฏชื่อเข้าไปรับงานเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์วัดแห่งหนึ่งมาโดยตลอด ขณะที่ น.ส.นุชรา สิทธินอก มีฐานะเป็นตัวแทน หรือนอมินี ให้เข้ามาช่วยถือหุ้นแทนเท่านั้น ส่วนเจ้าของ หจก.ตัวจริง ถูกระบุว่าแท้จริงแล้ว คือแม่ของ ร.ต.ฐิติทัตน์นั่นเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้น น.ส.นุชราให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและ ปปง. ว่าปกติมีอาชีพขายลูกชิ้นอยู่ที่ตลาดสี่มุมเมือง แต่มารับทำงานเสริมเป็นแม่บ้าน ช่วยเลี้ยงดูบุตรหลานให้กับเจ้าของบ้าน พร้อมกับยอมรับว่าเป็นผู้รับเงินที่โอนมาจากทางวัด และมีการเบิกเงินออกมาจริง เนื่องจากคนในบ้านคนหนึ่งที่สนิทสนมกับตนเองได้มาขอให้ช่วยเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งหลังจากที่มีเงินเข้ามาแล้วก็จะไปทำการถอนออกให้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่แหล่งข่าวจากกองทัพไทยให้ข้อมูลยืนยันว่า ร.ต.ฐิติทัตน์เข้ามารับราชการทหารเพราะมีผู้ใหญ่ฝากมาทำงานในกองทัพ แต่หลังจากได้รับการบรรจุเข้ารับราชการที่ ศรภ.แล้ว ไม่เคยเข้ามาทำงานที่ ศรภ.แต่อย่างใด ตั้งแต่รองเสธ. จนกระทั่งเป็นเสธ. ก่อนที่จะมีการทำเรื่องขอตัวจาก สน.เสธทหาร ไปช่วยราชการติดตาม พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญจศรี แต่ก็มีข่าวว่า ร.ต.ฐิติทัตน์มักจะไปปรากฏตัวที่วัดสระเกศฯ เนื่องจากเป็นคนสนิทเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เข้านอกออกในวัดอยู่เป็นประจำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9430</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ธรรมาธิปไตย, พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว, พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ, พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ, พฐ., พล.ต.คณิศร สุนทรธีมากร, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญจศรี, ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา, ศรภ., สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อีโอดี, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180517/image_big_5afd865ad26f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
