<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120308</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนกร&#039; ซัด &#039;เพื่อไทย&#039; อย่าตีปลาหน้าไซปมเหมืองทองอัครา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทย (พท.) ตั้งโต๊ะแถลงเรื่องเหมืองอัครา ด้วยการคาดการณ์คำตัดสินของอนุญาโตตุลาการ ระหว่างบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดท จํากัด ประเทศออสเตรเลีย ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด และราชอาณาจักรไทย ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีคำพิพากษาชี้ขาดออกมา โดยทั้งสองฝ่ายยังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อหาข้อยุติร่วมกัน ซึ่งเป็นกระบวนการปกติที่ดำเนินการคู่ขนานไปกับกระบวนการอนุญาโตตุลาการ &amp;nbsp;จึงยืนยันว่าไทยต่อสู้คดีในชั้นอนุญาโตตุลาการด้วยความรอบคอบรัดกุม ยึดถือประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นหลัก ในส่วนที่ทั้งสองฝ่ายเข้าสู่กระบวนการเจรจาเพื่อระงับข้อพิพาท ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลเชื่อว่าจะแพ้คดีในชั้นอนุญาโตตุลาการแต่อย่างใด แต่เป็นกระบวนการที่ดำเนินการเพื่อประโยชน์สูงสุดของคู่พิพาททั้งสองฝ่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า ขอให้ฝ่ายค้านรอการตัดสินชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ไม่ควรรีบออกมาคาดเดาเหตุการณ์ในอนาคต สร้างความสับสนให้กับพี่น้องประชาชนและสังคม &amp;nbsp;ตามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 72/2559 ลงวันที่ สั่ง ณ วันที่ 13 ธันวาคม 2559 เรื่อง การแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคํา ให้ผู้ประกอบการที่ได้รับประทานบัตรและใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคํา ระงับการประกอบกิจการไว้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม ที่ไม่ว่าพื้นที่ประทานบัตรจะอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใดก็ตาม เป็นการคุ้มครองและป้องกันไว้ก่อนเพื่อไม่ไห้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบเฉพาะหน้าด้านสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อมปนเปื้อนอย่างทันท่วงที และคำสั่งดังกล่าวเป็นไปด้วยความรอบคอบระมัดระวัง พอสมควรแก่เหตุ โดยให้ยุติการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคําปิดเหมืองทองทั่วประเทศชั่วคราว โดยไม่เลือกปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลยืนยันต่อสู้ตามกติกาสากล และคดีดังกล่าวก็อยู่ระหว่างการดำเนินการในอนุญาโตตุลาการ &amp;nbsp;ซึ่ง พล.อประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ก็เคยชี้แจงในการประชุมรัฐสภาเกี่ยวกับประเด็นเหมืองทองอัครา ปฏิเสธไม่ได้ใช้ ม.44 ปิดเหมือง แต่เป็นเรื่องการต่อสัมปทานให้ปรับปรุงแก้ไข หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพ ฝากฝ่ายค้านช่วยไตร่ตรองว่า พลอ.ประยุทธ์ เป็นผู้เข้ามาแก้ปัญหาทุกเรื่อง ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จนปัจจุบันท่านได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยยึดหลักการเพื่อความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนและสิ่งแวดล้อม ขณะที่ผู้นำฝ่ายค้านกลับนำทุกเรื่องมาเป็นประเด็นการเมือง ดิสเครดิตรัฐบาล โดยมองข้ามปัญหาสุขภาพของประชาชน&amp;rdquo; นายธนกร กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120308</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธนกร วังบุญคงชนะ, พท., พรรคเพื่อไทย, เหมืองทองคำอัครา, โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c98775854f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้ว!ศรีสุวรรณยื่นป.ป.ช.ฟัน11ส.ส.เพื่อไทยวิดีโอคอลแม้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - ที่สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องให้ คณะกรรมการป.ป.ช.ตรวจสอบและวินิจฉัยกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีวิดีโอคอลเข้ามาพูดคุยกับ ส.ส.และผู้บริหารของพรรคเพื่อไทย (พท.) กลางวงงานเลี้ยงสังสรรค์ ในพื้นที่ย่านเหม่งจ๋าย เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากว่าการกระทำดังกล่าว เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหรือครอบงำหรือชี้นำพรรคการเมืองหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การจัดเลี้ยงสังสรรค์ดังกล่าวมี ส.ส.พรรคเพื่อไทยเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก แต่ปรากฏว่ามีการเสิร์ฟไวน์หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในงานเลี้ยงดังกล่าวด้วย ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนด ฉบับที่ 34 ที่ออกตามความใน ม.9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548 ประกอบ ม.34(6) ของ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ซึ่งผู้ที่อยู่ในงานเลี้ยงดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง บางคนเป็นถึงผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนฯ แต่กลับปรากฏว่าได้กระทำเสียเองซึ่งอาจเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง อันอาจเป็นความผิดตามกฎหมาย ซึ่งอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช.ที่จะทำการไต่สวน วินิจฉัย และเสนออัยการฟ้องต่อศาลเพื่อลงโทษให้พ้นจากตำแหน่งและตัดสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การที่ ส.ส.และผู้บริหารของพรรคเพื่อไทย มีปฏิสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับนายทักษิณ ถึงขนาดให้วิดีโอคอลเข้ามาพูดคุยด้วย อาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืน ม.28 ของ พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ได้เพราะกฎหมายดังกล่าวกำหนดว่า &amp;ldquo;ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทําการใดอันทําให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่ สมาชิกกระทําการอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้ พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม&amp;rdquo; ส่วนนายทักษิณก็อาจเข้าข่ายฝ่าฝืน ม.29 ที่กำหนดว่า &amp;ldquo;ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิใช่สมาชิกพรรคการเมืองกระทําการใดอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่า โดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม&amp;rdquo; สมาคมฯจึงต้องไปร้องให้ กกต.วินิจฉัยว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ด้วย เพราะอาจเข้าข่ายความผิดตาม ม.92(3) ของกฎหมายดังกล่าวและ กกต.มีหน้าที่ที่จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคนั้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ส.ส.และผู้บริหารพรรคเพื่อไทยที่ปรากฏในงานเลี้ยง อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์, นายพิชัย นริพทะพันธุ์, นายเกรียง กัลป์ตินันท์, นายไชยา พรหมมา, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง, นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล, นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์, นายนพ ชีวานันท์, นายชลน่าน ศรีแก้ว, น.ส.กิตติ์ธัญญา วาจาดี และนายภูมิธรรม เวชยชัย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120296</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายทักษิณ ชินวัตร, นายศรีสุวรรณ จรรยา, พท., พรรคเพื่อไทย, วิดีโอคอล, อดีตนายกรัฐมนตรี, เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fab05481d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120067</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;ยันไม่เคยคุยกับ&#039;หญิงอ้อ&#039;หลังพท.ดันนั่งหัวหน้าพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล​ พล.อ.ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรี​ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ทั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร ในช่วงที่ผ่านมาพบว่าคะแนนเสียงดีขึ้นหรือไม่ ว่า จะรู้ได้อย่างไร เรื่องคะแนนเสียงต้องไปถามประชาชน แต่ประชาชนก็ให้การตอบรับอย่างดีกับทุกพรรคการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล แข่งกันเองเพื่อปักธงในพื้นที่ภาคอีสาน จะส่งผลดีต่อพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะไปรู้ได้อย่างไร สื่อช่วยตอบหน่อย ตนตอบไม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามกรณีที่มีกระแสข่าวพรรคเพื่อไทย เตรียมสนับสนุนคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้มีโอกาสได้พูดคุยบ้างหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวเสียงดัง ว่า &amp;ldquo;ไม่เคยคุยเลย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกระแสข่าว พล.อ.ประวิตร เป็นคนกลางที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ และร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเลขาธิการพรรค กลับมาคุยกันอีกครั้งนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวย้อนว่า &amp;ldquo;ที่ไหน ใครบอก ข่าวก็คือข่าว ไม่รู้ ไม่รู้ ผมไม่รู้ เป็นเรื่องของนายกฯ และ ร.อ.ธรรมนัส ผมไม่ได้เป็นคนกลาง เขาไม่ได้มีอะไรกัน ก็คุยกันได้อยู่แล้ว ผมจะต้องเป็นคนกลางอะไร ถามให้มีเรื่องอยู่เรื่อย รักกันอยู่แล้วไม่มีอะไร พรรคพลังประชารัฐไม่มีอะไร รักกันดีอยู่แล้ว&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีมีข่าวพรรคมอบหมายให้นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคพปชร. มาดูแลส.ส.กทม.ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ในพรรคได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดกัน ตนดูเอง ดูทุกภาค ดูแลเองและตัดสินใจเองว่าใครเป็นอย่างไร.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120067</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงพจมาน, ธรรมนัส, บิ๊กตู่, บิ๊กป้อม, พท., พปชร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616d0cc4307bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>14ต.ค.&#039;ศรัณย์วุฒิ&#039;แถลงซบพรรคไหน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.2564 - &amp;nbsp;นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ กล่าวภายหลังพรรคเพื่อไทย (พท.) มีมติขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ว่าเบื้องต้นในวันที่ 14 ต.ค.จะแถลงข่าวถึงรายละเอียดทั้งหมด รวมถึงท่าทีต่อมติของพรรค และจะได้อยู่ในสังกัดพรรคการเมือง ในช่วงบ่ายที่อาคารรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มีพรรคการเมืองใดเข้ามาทาบทาบแล้วหรือไม่ จะเป็นพรรคการเมืองฝ่ายเผด็จการหรือฝ่ายประชาธิปไตย นายศรัณย์วุฒิ กล่าวว่า ยังไม่ขอตอบในตอนนี้ เพราะอยากจะพูดให้กับทุกคนรับทราบพร้อมๆ กัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119633</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ, พท., พรรคเพื่อไทย, ส.ส.อุตรดิตถ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_6140814219f41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119384</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ทวง&#039;บิ๊กตู่&#039;คืนเงินกองทุนน้ำมัน2หมื่นล้าน เลิกขูดรีดปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค. 64 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ตามที่ราคาน้ำมันได้เพิ่มขึ้นสูงมาก สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างมาก โดยตนได้เสนอให้ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลิตรละ 5 บาท และ ใช้กองทุนน้ำมันเข้าแทรกแซงเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคา โดยตนได้ทวงให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คืนเงินจำนวนเป็นหมื่นล้านที่โอนไปจากกองทุนน้ำมันเข้าไปเป็นรายได้ของรัฐคืนมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่า รัฐบาลได้โอนเงินกองทุนน้ำมันที่เก็บจากผู้ใช้น้ำมันโดยมีจุดประสงค์เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันทั้งหมด 3 ครั้งดังนี้ ครั้งที่ 1 ในวันที่ 16 ธันวาคม 2558 จำนวนเงิน 8,529.42 ล้านบาท ครั้งที่ 2 ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 จำนวนเงิน 1,558 ล้านบาท ครั้งที่ 2 ในวันที่ 30 สิงหาคม 2561 จำนวนเงิน 10,000 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 20,087.42 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เงินกองทุนน้ำมันดังกล่าวถูกโอนไปให้รัฐในช่วงที่ราคาน้ำมันมีราคาลดลงและราคาอยู่ในระดับต่ำมาตลอด ทำให้มีการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันจนล้น รัฐบาลจึงถือโอกาสโอนไปเป็นรายได้ของรัฐ ซึ่งไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะเงินดังกล่าวเป็นของประชาชนที่เก็บจากผู้ใช้น้ำมันโดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันในช่วงที่ราคาผันผวนเช่นในภาวะปัจจุบัน แต่ในช่วงที่ราคาน้ำมันลดลง พลเอกประยุทธ์นอกจากจะขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลจำนวนที่สูงถึงลิตรละ 5.99 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วสูงถึง 6.41 บาท แถมยังถือวิสาสะโอนเงินกองทุนน้ำมันที่เป็นเงินของประชาชนไปเป็นรายได้ของรัฐกว่า 20,000 ล้านบาท ดังนั้นในภาวะปัจจุบันที่ราคาน้ำมันมีความผันผวนและมีแนวโน้มจะพุ่งขึ้นไปอีก รัฐบาลจึงต้องคืนเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยให้กับกองทุนน้ำมันเพื่อนำไปใช้ในการแทรกแซงราคาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดเก็บกองทุนน้ำมันที่ไม่ได้จะให้เป็นรายได้ของรัฐ ทั้งนี้อยากให้องค์กรคุ้มครองสิทธิประชาชน องค์กรคุ้มครองผู้บริโภค iLaw และ องค์กรนอกภาครัฐ ได้ช่วยกันเรียกร้องและหากจำเป็นก็ควรฟ้องร้องเพื่อให้นำเงินนี้กลับคืนมาเพื่อช่วยแทรกแซงราคาน้ำมันให้กับประชาชนในช่วงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การที่รัฐนำเงินไปสนับสนุนราคาก๊าซแล้วกว่า 17,000 ล้านบาท น่าจะเป็นแนวทางที่สับสนเพราะก่อนหน้านี้พลเอกประยุทธ์เคยประกาศลอยตัวราคาก๊าซและประกาศเองว่าเลิกการอุดหนุนข้ามประเภท (Cross Subsidies) โดยเอาเงินคนเติมน้ำมันมาสนับสนุนให้กับคนใช้ก๊าซซึ่งไม่ยุติธรรมสำหรับผู้ใช้น้ำมัน และน่าจะเป็นปัญหาทางข้อกฏหมายหากมีผู้ฟ้องร้องเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากมองย้อนหลังจะพบว่าสาเหตุที่ไทยใช้ก๊าซหุงต้ม (LPG) กันมาก เพราะในอดีต บมจ. ปตท. ผลิตก๊าซ LPG เหลือเป็นจำนวนมาก จากการกลั่นน้ำมัน และจากการแยกก๊าซธรรมชาติของโรงแยกก๊าซ จึงส่งเสริมให้ประชาชนนำไปใช้ในรถยนต์โดยมีรถยนต์ใช้ก๊าซ LPG กว่า 1 ล้านคัน และยังส่งเสริมในการใช้ในอุตสาหกรรมในภาคเหนือ จนมีปริมาณการใช้ก๊าซ LPG พุ่งสูงขึ้นมาก นอกเหนือจากการใช้ในการหุงต้มอาหาร ต่อมาก๊าซ LPG นี้สามารถนำไปใช้ในธุรกิจเปโตรเคมีได้ บมจ. ปตท จึงนำก๊าซ LPG เหล่านี้ไปใช้ในธุรกิจปิโตรเคมีในเครือ และให้รัฐบาลนำเข้าก๊าซ LPG มาทดแทนในราคาที่สูง โดยใช้เงินกองทุนน้ำมันที่เก็บจากประชาชนมาใช้สนับสนุนราคาก๊าซ LPG ที่ต้องนำเข้าในราคาสูง ซึ่งเป็นความไม่ยุติธรรมและเอาเปรียบ ซึ่ง บมจ. ปตท. ควรจะต้องร่วมรับผิดชอบในการส่งเสริมการใช้ก๊าซ LPG ในปริมาณที่มากตั้งแต่แรก โดยในสมัยที่ตนเป็น รมว. พลังงาน ได้สั่งให้ บมจ. ปตท. ได้จ่ายเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ในปริมาณก๊าซ LPG ที่นำไปใช้ในธุรกิจปิโตรเคมี กิโลกรัมละ 1 บาท ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้น และควรต้องรับผิดชอบมากกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเข้าใจในเรื่องพลังงานและประวัติย้อนหลังเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และการบริหารพลังงานต้องใช้ความรู้ความเข้าใจหลายด้านทั้ง ด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านการเมือง และ ด้านเทคนิคทางพลังงานในแต่ละประเภท ซึ่งยากที่พลเอกประยุทธ์จะเข้าใจได้ พลเอกประยุทธ์อาจจะถูกบริษัทพลังงานหลอกได้ง่าย อีกทั้งยังนำคนจากบริษัทพลังงานมาร่วมรัฐบาลและนำมาสนับสนุนรัฐบาล ทำให้ไม่สามารถจะแก้ไขอะไรได้เลย ไม่ใช่เฉพาะแค่เรื่องพลังงาน เพราะตลอด 7 ปีพลเอกประยุทธ์บริหารยังทำประเทศไทยเสื่อมถอยทุกด้านได้ขนาดนี้ และ ถ้าพลเอกประยุทธ์จะอยู่ต่ออีก 5 ปีตามที่ประกาศเอง ประเทศจะเสื่อมถอยขนาดไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น นอกจากพรรคเพื่อไทย จะเสนอลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลิตรละ 5 บาท และ การใช้เงินกองทุนน้ำมันเพื่อแทรกแซงราคา รวมถึงการทวงคืนเงินกองทุนน้ำมันที่พลเอกประยุทธ์โอนไป 20,087.42 ล้านบาทแล้ว&amp;nbsp; พรรคเพื่อไทยยังจะขอเสนอนโยบายในการปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน และ ราคาพลังงานทั้งหมดเพื่อไม่ให้เอาเปรียบประชาชนจนมากเกินไป และ บริษัทพลังงานก็อยู่ได้ด้วย โดยจะเข้าไปแก้ไขราคาหน้าโรงกลั่นที่ต้องเท่ากับราคาหน้าโรงกลั่นที่ประเทศสิงคโปร์ และราคาเนื้อน้ำมันที่ขายในประเทศต้องไม่สูงกว่าราคาน้ำมันที่ส่งออก เพราะมีการขยายโรงกลั่นขนาดใหญ่เพื่อการส่งออก แสดงว่ากำไรมากอยู่แล้ว ค่าการตลาดที่สูงมากบางช่วงสูงกว่าลิตรละ 2 บาท และราคาพลังงานทดแทนที่ทำจากพืชพลังงานที่มีราคาสูงเกินทั้ง เอทานอล และ ไบโอดีเซล และ โครงสร้างราคาไฟฟ้าที่ตอนนี้ที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้าเกินกว่า 40-50%&amp;nbsp; โดยค่าไฟฟ้ากำลังจะขึ้นตามมา ซึ่งเรื่องเหล่านี้ตนได้เคยเสนอให้กรรมาธิการพลังงาน สภาผู้แทนราษฏรแล้ว ตอนที่ถูกเชิญไปให้ข้อมูล แต่ยังไม่เห็นมีการนำไปแก้ไขแต่อย่างใด ซึ่งหากพรรคเพื่อไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้มาบริหารประเทศ จะนำนโยบายนี้มาแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้ประชาชนได้ใช้พลังงานในราคาที่ถูกลงและต้องเป็นธรรมกับทุกฝ่าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119384</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, นายพิชัย นริพทะพันธุ์, น้ำมัน, บิ๊กตู่, พท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_61021467d4943.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119377</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 08:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เย้ยเกิดไม่ทันน้ำท่วมปี54 &#039;แรมโบ้&#039;ไล่ลิ่วล้อพท.ย้อนดูผลงานรบ.ยิ่งลักษณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค. 64 - นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี ส.ส. และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นนายยุทธพงษ์ จรัสเสถียรส.ส.มหาสารคาม นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค นางสาวอรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรค ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า อยากให้พรรคเพื่อไทยมองอย่างรอบด้านและใช้สมองคิดด้วยว่าที่ผ่านมาตั้งแต่ นายกฯประยุทธ์เข้ามาบริหารประเทศนั้น ได้แก้ไขปัญหาเรื่องใดไปบ้าง ผลงานมากมายกว่าในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทยและรัฐบาลพรรคเพื่อไทยในอดีตมากมายหลายเท่า เพราะรัฐบาลยุคนี้ไม่มีเวลามาคิดโกงกินเงินภาษีของพี่น้องประชาชน หรือมีเวลามาคิดที่จะหาเงินทอนจากโครงการอภิมหาโปรเจกต์ทั้งหลายเหมือนในอดีต ที่รัฐบาลไทยรักไทยและเพื่อไทยได้สร้างผลงานขี้โกงเอาไว้มากมาย จนผู้นำอดีตนายกฯทั้งสองต้องหอบผ้าหนีคุกหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ จำไม่ได้เชียวหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปัญหาอุทกภัยถือเป็นเรื่องภัยธรรมชาติ ซึ่งเมื่อปี 54 สมัยนางสาวยิ่งลักษณ์ก็เกิดอุทกภัยใหญ่เช่นเดียวกัน หากเทียบกันแล้วรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์มีการประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินถึง 65 จังหวัด เสียหาย 69 ล้านไร่&amp;nbsp; แต่ปี 2564 ครบรอบ 10 ปี ข้อมูลจากจิสด้าพบว่า ปีนี้น้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง 21 จังหวัด มีพื้นที่เสียหาย 1.33 ล้านไร่&amp;nbsp; และปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปี 2554 รวม 23,605 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 95%&amp;nbsp; ปี 2564 รวม 11,969 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 48% ปี ทำให้ปริมาณน้ำรวม 4 เขื่อนน้อยกว่าปี 2554 อยู่ 11,636 ล้าน ลบ.ม.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ทันทีที่เกิดอุทกภัย นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคนได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างทันที พร้อมสั่งการให้ดูแลประชาชนในทุกด้าน ทั้งเส้นทางการคมนาคมกำชับให้กระทรวงคมนาคม เร่งแก้ไขปัญหาเร่งสำรวจเส้นทางการคมนาคม ที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัยและแก้ไขซ่อมแซมฟื้นฟูโดยเร็วเมื่อสถานการณ์อุทกภัยมีความคลี่คลายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ นายกฯ และรมว.กลาโหม ได้สั่งการทุกเหล่าทัพกระจายกำลังลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนหมุนเวียนกว่า 10,000 นาย พร้อมยุทโธปกรณ์และเครื่องมือช่าง จัดสร้างพื้นที่พักหลบภัยชั่วคราว พร้อมห้องน้ำและห้องสุขา รถพยาบาล แจกจ่ายอาหาร&amp;nbsp; และอื่นๆ อีกมากมาย ขณะเดียวกันให้ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ผลกระทบจากร่องมรสุมพาดผ่านและผลกระทบจากพายุโซนร้อน &amp;ldquo;ไลออนร็อก&amp;rdquo;และ &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัย โดยให้เสริมกำลังหมุนเวียนร่วมกับจิตอาสากระจายลงพื้นที่เข้าช่วยประชาชนให้ทั่วถึง&amp;nbsp; ส่วนการเยียวยา นายกฯสั่งการให้จังหวัดเร่งสำรวจความเสียหายที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน เพื่อเยียวยาฟื้นฟูตามระเบียบของราชการ นายกฯได้สั่งการเตรียมแผนงานทั้งก่อนพายุจะเข้ามา และลงเยี่ยมช่วยเหลือประชาชนช่วงน้ำท่วมตลอดจนสั่งการช่วยเหลือทุกอย่างหลังน้ำท่วม ตรงกันข้ามในสมัยพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ไม่เคยคิดเตรียมการแต่กลับปล่อยให้น้ำท่วมจนประเทศไทยแทบจะจมลงใต้บาดาลเกือบทั้งแผ่นดิน ประชาชนเดือดร้อนไปทั่วทุกหัวระแหง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกล กล่าวว่า ก่อนที่บรรดาลิ่วล้อพรรคเพื่อไทยทั้งหลาย จะออกมากล่าวหา โจมตีนายกฯ และรัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ ขอให้ย้อนดูตัวเองก่อนว่าที่ผ่านมารัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ได้แก้ไขปัญหาประเทศ พัฒนาประเทศหรือบริหารจัดการน้ำอย่างไรบ้าง&amp;nbsp; ลิ่วล้อเพื่อไทยควรเอาเวลาทำตัวให้เป็นประโยชน์ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนดีกว่า เอาเวลามาพูดโจมตีคนอื่น เพราะประชาชนจะได้เห็นใจเผื่อจะได้เข้ามาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง เพราะเป็นฝ่ายค้านมานานเกือบจะ 8 ปี หัวอกคงใกล้จะระเบิดตายอยู่แล้ว จึงออกมาตีโพยตีพายรัฐบาลรายวันกันเป็นฝูงเช่นนี้ โดยไม่ย้อนกลับไปดูผลงานของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยปี 54&amp;nbsp; ถ้าไม่รู้ข้อมูล ไม่ไปศึกษาย้อนหลัง แสดงว่าลิ่วล้อเหล่านี้เกิดไม่ทันใช่ไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมคิดเอาเองว่า ในรัฐบาลสมัยนางสาวยิ่งลักษณ์ คงจะคิดแต่เรื่องอภิมหาโปรเจกต์โครงการแก้ไขจัดการน้ำที่จะกู้มา 3.5 แสนล้าน และโครงการโคตรอภิมหาโปเจกต์เงินกู้ 2.2 ล้านล้าน ว่าจะได้เงินทอนกันกี่เปอร์เซ็นต์แบ่งกันยังไม่ลงตัวใช่ไหม จึงไม่มีเวลามาวางแผนเตรียมการป้องกันน้ำท่วมช่วยประชาชน&amp;nbsp; จึงทำให้เกิดน้ำท่วมสูงสุดในประวัติการณ์ของประเทศไทย และเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์&amp;nbsp; บรรดาลิ่วล้อโปรดช่วยเอาสมองมาคิดย้อนอดีต ทบทวนให้ดีก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์คนอื่น มันช่างหน้าอับอายขายขี้หน้าพี่น้องประชาชน และควรจะละอายปากตัวเองก่อนที่จะออกมาด่าทอต่อว่าคนอื่นบ้าง&amp;quot; นายเสกสกล ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119377</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, น้ำท่วม, บิ๊กตู่, พท., ยิ่งลักษณ์, เสกสกล อัตถาวงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_6152ded019023.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118958</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุรักษ์&#039;เดือดเตรียมฟ้อง&#039;ป.ป.ช.-สื่อ&#039;กรณีชี้มูลตบทรัพย์อธิบดีกรมน้ำบาดาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.2564 - นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ส.ส.มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลกรณีตบทรัพย์อธิบดีกรมน้ำบาดาล จำนวน 5 ล้านบาท เพื่อให้ผ่านงบประมาณ ว่า การกล่าวหาดังกล่าวถือเป็นการกล่าวหาที่เลื่อนลอย ทำให้ประชาชนเชื่อว่าตนเองป็นคนไม่ดี ดังนั้น จะนำหลักฐานทั้งหมดไปพิสูจน์ในชั้นศาล &amp;nbsp;เพราะศาลจะเปิดโอกาสให้นำพยานและหลักฐานมาหักล้างอย่างเต็มที่ ไม่เหมือน ป.ป.ช.ที่เร่งรีบสรุปสำนวน ทั้งที่ไม่มีการเรียกพยานไปสอบทั้งหมด โดยมีพยาน 4 คน แต่ ป.ป.ช. เรียกไปสอบแค่เพียงหนึ่งคน และตนเองก็ยังไม่ได้ถูกเรียกไปสอบ เนื่องจากเสนอเป็นเอกสาร และ ป.ป.ช.รอหลักฐานอีกชุดหนึ่ง แต่ ป.ป.ช.กลับรีบสรุปสำนวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุรักษ์ กล่าวต่อว่า ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) บูรณาการ2 ในคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 &amp;nbsp;มีหน้าที่เรียกตรวจสอบ และมีสิทธิ์เรียกเอกสารมาสอบ เพื่อประโยชน์ของทางราชการเท่านั้น จึงขอโอกาสชี้แจง โดยแบ่งออกเป็น 6 ประเด็น คือ 1.ที่ป.ป.ช.แถลงว่าถามอธิบดีกรมน้ำบาดาลซ้ำไปซ้ำมา เพื่อเปิดทางเรียกรับเงินนั้น ขอชี้แจงว่ากรมน้ำบาดาลของบประมาณทุกปี ปีละหลายพันล้านบาท เมื่อเป็นอนุ กมธ.ฯ ก็ต้องสอบถามว่า ราคาที่ขอมานั้นเหมาะสมหรือไม่ เพราะทุกอย่างต้องใช้ของหลวง ทั้งน้ำมัน รถขุดเจาะ เบี้ยเลี้ยงบุคคลกร การตั้งราคาเกินท้องตลาด เป็นสองเท่านั้น แบบแปลนเป็นอย่างไร ก็ต้องการเอามาดูเพื่อเป็นประโยชน์ต่อราชการ เพราะกรมฯ มีแบบที่เล็กที่สุดบ่อละ 338,000 บาท แต่ราคากลางขุดเจาะไม่เกินบ่อละ 8 หมื่นบาท ก็สงสัยว่าทำไมถึงแเพงจึงขอแบบมาเพื่อตรวจสอบ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้แบบที่ขอไปเลย ขอเรียนว่าทุกอย่างมีรายงานการประชุม ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ว่ามีใครพูดอะไรบ้าง ทุกอย่างตรวจสอบได้หมด ถามเพียงว่าเมื่อไหร่จะเอาแบบมาให้ตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ป.ป.ช.แถลงว่าเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการผ่านงบฯ ถือเป็นเรื่องตลก เพราะอธิบดีกรมน้ำบาดาล เป็นข้าราชการระดับสูง รู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่มีอำนาจ อนุ กมธ.ฯ ทั้ง 10 คนก็ไม่มีอำนาจ กมธ.ชุดใหญ่ทั้ง 64 คน ก็ไม่มีอำนาจ และการที่จะตัดงบก็เป็นอำนาจของสภาทั้ง 500 คน &amp;nbsp;และก็เป็นฝ่ายค้านลงมติอย่างไรก็แพ้รัฐบาลอยู่ดี จึงถือว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่ถูกต้อง ขาดเหตุผลทุกอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับอธิบดีกรมน้ำบาดาลนั้นไม่รู้จักกัน และในห้องประชุม กมธ.ชุดใหญ่ ก็มีการโต้เถียงตลอด เขาหาว่าไปตรวจสอบเขาละเอียดเกินไป ขอหลักฐานก็ไม่ให้ ในวันที่เขากล่าวหาว่าเรียกรับเงินก็ส่งแผนผังไปให้อนุไต่สวนของ ป.ป.ช. ว่ามี 4 คนนั่งตรงไหน พูดโทรศัพท์อย่างไร วันนั้นอธิบดีฯโทรมาหา แต่ไม่ได้รับเพราะไม่รู้จัก แต่มีอนุ กมธ.ฯท่านหนึ่งขอให้ช่วยรับเบอร์ของอธิบดีฯ ตนเองก็ไม่รับ แต่หลังจากเสร็จงานก็โทรกลับไป เพื่อสอบถามเรื่องแบบแปลน โดยวันนั้นเป็นวันที่ 4 ส.ค.2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมยังคุยเรื่องแบบไม่เสร็จ มีส.ส.ให้โทรหาอธิบดีฯ ผมก็โทร แต่ระหว่างที่คุยยังไม่ได้วางสาย อนุกมธ.ฯท่านนั้นก็ขอพูดหน่อยเพราะรู้จักกัน แต่ก็เดินออกไปคุยข้างนอก เมื่อ ส.ส.ท่านนั้นกลับเข้าห้องประชุมก็วางสายไปแล้ว จึงไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกัน &amp;nbsp;ผมเห็นว่าคนไม่รู้จักกัน และคุยโทรศัพท์กันครั้งแรก จะกล้าไปเรียกเงินเขาหรือ แค่ยืมเงินก็อายเขาแล้ว ซึ่งผิดวิสัยของคนทั่วไปที่จะไปเรียกรับเงิน และอธิบดีคนนี้พูดมาแต่แรกว่ามีคนตบทรัพย์ มีคลิป ผมก็ขอถามว่าตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ ยังไม่มีเอาคลิปมาเปิด จึงขอให้เอามาเปิดด้วย ถ้าเป็นเสียงผม ผมจะลาออกทันที อย่าพูดตีกิน และทำให้ผมเสียหายอย่างนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.อธิบดีฯ ให้การว่าตนเองเป็นคนเรียกรับเงิน 5 ล้านบาท แต่ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ยังไม่ได้แจ้งความเอาผิดเลย ก็สันนิษฐานได้อย่างเดียวว่า ไม่มีการเรียกรับเงินกันจริง จึงไม่มีการแจ้งความ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.อนุกรรมการไต่สวนของ ป.ป.ช.ไม่ให้ความเป็นธรรมกับตน การที่ขอเอกสารไปยังกรมน้ำบาดาล ก็เพื่อชี้แจงแสดงเหตุผลว่าไม่ได้ทำผิด ซึ่งขอไป 5 ครั้งก็ยังไม่ได้ และขอไปยังอนุกรรมการไต่สวนเพื่อให้รอเอกสารดังกล่าว แต่อนุฯ ก็ไม่รอ กลับเร่งรีบสรุปเพื่อชี้มูล &amp;nbsp;ซึ่งถือว่าไม่ชอบมาพากล เรื่องนี้จะดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุด เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ป.ป.ช.ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้นำสังคมว่าเรียกรับเงิน 5 ล้านบาท ทำให้เกิดความเสียหายทันที &amp;nbsp;เนื่องจากทำการเมืองมา 27 ปี ประชาชนรู้จักดี ทั้งที่ ป.ป.ช.ทำหน้าที่แค่พนักงานสอบสวนข้อมูลเท่านั้น หากลงมติฟ้อง อัยการต้องฟ้อง ถ้าไม่ฟ้อง ป.ป.ช.นำกลับมาฟ้องได้ แต่นี้ถือว่าป.ป.ช.ใช้อำนาจเกินขอบเขต และการออกมาแถลงข่าวถือว่าทำไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมจบนิติศาสตร์มา รุ่นผมมีเป็นร้อยคน ปัจจุบันอยู่ในส่วนราชการ เอกชนมากมาย มีทั้งเป็นนักสืบเอกสาร ตำรวจ อัยการ ศาล แม้กระทั้งเป็น ป.ป.ช. ผมได้ตรวจทุกอย่างแล้วทั้งรัฐธรรมนูญ กฎหมายอาญา อำนาจหน้าที่ ป.ป.ช. ซึ่งในอดีตเคยมีกรณีลักษณะนี้มาแล้ว สุดท้ายมีการฟ้องจนติดคุก 1 ปี แต่ ป.ป.ช.ท้าให้ผมฟ้อง เพราะเขาคิดว่ามีคนคุ้มครอง ผมขอรับคำท้านั้น และจะเชิญท่านไป จ.มุกดาหาร &amp;nbsp;แล้วเอากฎหมายที่คุ้มครองท่านไปด้วย เพราะ ป.ป.ช.มีเจตนาประจาน ซึ่งขัดรัฐธรรมนูญ และผิดต่อประมวลกฎหมายอาญา ผมขอยืนยันความบริสุทธิ์กับสื่อและประชาชน โดยเฉพาะชาวมุกดาหาร ที่สนับสนนุผมมาตลอด 27 ปี &amp;nbsp;เรื่องนี้ผมจะทำให้เป็นตัวอย่างว่าทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ในทางกฎหมายผมจะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งสื่อมวลชนที่เสนอผมด้วย &amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง &amp;nbsp;และหาก ป.ป.ช.ได้ฟังสิ่งที่ผมแถลงวันนี้ และปรากฏว่าเป็นเรื่องจริงขอให้ท่านได้ทบทวนมติคืนความเป็นธรรมให้ผม&amp;rdquo; นายอนุรักษ์ กล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118958</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์, ป.ป.ช., พท., พรรคเพื่อไทย, ส.ส.มุกดาหาร, อธิบดีกรมน้ำบาดาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d47edee8b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
