<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88963</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2021 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2021 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไทยยูเนี่ยน&#039;ตรวจโควิดพนักงานในสมุทรสาครพบติดเชื้อ69คน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ม.ค.2564 นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TU) เปิดเผยว่า ณ วันที่ 5 มกราคม 2564 พนักงานไทยยูเนี่ยนจำนวน 23,630 คน หรือมากกว่า 85% ได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 แล้ว โดยจำนวนพนักงานที่ปฏิบัติงานในจังหวัดสมุทรสาครมีทั้งสิ้น 27,552 คน และได้รับผลการตรวจยืนยันโดยวิธี PCR มีพนักงานที่ติดเชื้อเพียง 0.29% หรือ 69 คน ซึ่งบริษัทได้ทำการแยกพนักงานกลุ่มดังกล่าวเพื่อกักตัวและส่งรักษากับทางภาครัฐต่อไปหากมีอาการใดๆ ทั้งนี้การตรวจทั้งสิ้นจะแล้วเสร็จในช่วงสัปดาห์หน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอย้ำว่าพนักงานของเราทุกคนจะได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานของเราทุกคนจะได้รับการดูแลอย่างดี โดยไม่จำกัด อายุ เพศ หรือเชื้อชาติ เพื่อให้เรามั่นใจได้ว่าการผลิตของไทยยูเนี่ยนจะดำเนินอย่างต่อเนื่อง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ไทยยูเนี่ยนได้ปฏิบัติตามระเบียบวิธีและแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีการกักตัวพนักงานกลุ่มเสี่ยงที่มีการติดต่อกับผู้ติดเชื้อ นอกจากนี้หน่วยงานของรัฐยังมีการติดตามผู้ที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงต่อไป &amp;nbsp;ไทยยูเนี่ยนจะยังคงติดตามสถานการณ์และประสานงานกับภาครัฐอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราได้มีมาตรการที่ชัดเจนในการดูแลผู้ที่ติดเชื้อเอาไว้แล้ว มาตรการและขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้ยังรวมไปถึงการดูแลพนักงานที่ได้รับผลกระทบในขณะที่กักตัวตามแนวทางของภาครัฐ &amp;nbsp;มีการระบุผู้ใกล้ชิดผู้ที่ติดเชื้อและตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้ ตลอดจนการทำความสะอาดฆ่าเชื้อ big cleaning ในบริเวณต่างๆ สิ่งที่สำคัญอีกประการคือ โรงงานของไทยยูเนี่ยนทุกโรงยังคงเปิดดำเนินการตามปกติเนื่องจากจำนวนพนักงานที่ได้รับผลกระทบมีอัตราและจำนวนที่น้อยมาก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญสูงสุดคือสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน คู่ค้า ผู้บริโภคและชุมชนโดยรอบ และมีการเพิ่มมาตรการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีมาตรการคัดกรองผู้ที่จะเข้ามาปฏิบัติงานที่โรงงาน ซึ่งการผลิตยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง แต่ได้งดการประชุมติดต่อ ครอบคลุมทั้งพนักงานบริษัทฯ และผู้ที่มาติดต่อ ยกเว้นธุรกรรมที่จำเป็นเท่านั้นและต้องได้รับอนุญาตจากคณะผู้บริหารของบริษัทฯ รวมถึงยังมีการจำกัดการเคลื่อนย้ายพนักงานภายในโรงงานเองและให้ฝ่ายสนับสนุนต่างๆ ทำงานจากบ้าน มีการทำความสะอาดฆ่าเชื้อต่างๆ ในบริเวณสถานที่ปฏิบัติงาน และให้พนักงานปฏิบัติตามข้อแนะนำด้านสุขภาพและความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด อีกทั้งมีแผนการเตรียมพร้อมในด้านต่างๆ อาทิ การฝึกซ้อมรับมือสถานการณ์ต่างๆ และมีแผนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88963</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจเชื้อโควิด-19, ติดเชื้อ 69 คน, พนักงาน, โควิด-19, ไทยยูเนียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210106/image_big_5ff530b5ec17a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2018 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2018 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีพีฯเปิดพิกัดเซเว่นโกงเงินลูกค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.2561 &amp;ndash; เฟซบุ๊กซีพี ออลล์ได้ออกแถลงการณ์เรื่องคำชี้แจงกรณีพนักงานร้านเซเว่น ของดีลเลอร์ ปตท.ทุจริตฉบับที่ 2 ระบุว่า ตามที่มีคลิปจากกล้องวงจรปิดได้เผยแพร่ภาพที่พนักงานคนหนึ่งของร้านเซเว่น อีเลฟเว่น มีพฤติกรรมที่เข้าใจได้ว่าทุจริตนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดบริษัทได้ตรวจสอบแล้ว พบว่าเป็นร้านของดีลเลอร์ภายในสถานีจำหน่ายน้ำมัน ปตท.ในจังหวัดพัทลุง ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องของตัวบุคคลที่กระทำผิด ขณะนี้ทางปั้ม ปตท.แห่งนี้กำลังจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอเรียนชี้แจงให้ทราบเพิ่มเติม และขออภัยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมา ณ โอกาสนี้อีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18228</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีพี ออลล์, ดีลเลอร์, ปตท., พนักงาน, พัทลุง, ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น, เฟซบุ๊ก, แถลงการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180923/image_big_5ba754d26eed7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2018 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2018 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีพีฯลงดาบไล่ออกพนักงานขี้ฉ้อหลังชาวเน็ตแชร์คลิปสนั่นเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.2561 - &amp;nbsp;โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปในร้านสะดวกซื้อ 7-11 ที่พนักงานได้มีการโกงเงินลูกค้ากันอย่างมาก โดยคลิปดังกล่าวมีความยาวประมาณ 1.44 นาที เป็นเหตุการณ์ในร้าน ซึ่งเงินหญิงสูงอายุได้ชำระราคาสินค้าโบใช้แบงก์พัน ซึ่งพนักงานกลับเอาซุกไว้ แล้วทำทียุ่งไปยุ่งมาก่อนหยิบเงินทอนให้ ซึ่งหญิงผู้สูงอายุได้ทวงถามว่าให้แบงก์พัน แต่พนักงานกับระบุว่าเป็นแบงก์ร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดสำนักบริหารการสื่อสารฯ บมจ.ซีพี ออลล์ได้ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กชี้แจงว่า ตามที่มีคลิปจากกล้องวงจรปิดได้เผยแพร่ภาพที่พนักงานคนหนึ่งของร้านเซเว่น อีเลฟเว่นมีพฤติกรรมที่เข้าใจได้ว่าส่อไปในทางทุจริตนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทฯต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและขอเรียนชี้แจงว่า บริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจ และกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน และจะดำเนินการลงโทษโดยไล่ออกทันทีที่การตรวจสอบแล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทฯ จะพยายามแก้ไขปรับปรุงการกวดขันพนักงานให้รัดกุมยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก และขออภัยทุกท่านอีกครั้ง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18216</URL_LINK>
                <HASHTAG>7-11, ซีพี ออลล์, ทุจริต, พนักงาน, โลกออนไลน์, ไล่ออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180923/image_big_5ba738804a5ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2018 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2018 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าดราม่า!! สรรพสามิตยืนยัน&#039;ยาสูบ&#039;ฐานะปึ้กมีเงินจ่ายพนักงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สรรพสามิต&amp;rdquo; ชี้แจงกรณีโรงงานยาสูบขอกู้เงิน ไม่ใช่เอาไปจ่ายพนักงาน แต่กู้ไปเพื่อลงทุนโรงงานใหม่เท่านั้น หลังพบสภาพคล่องยังแกร่ง ไม่ได้วิกฤตเหมือนกระแสข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ได้มีตัวแทนสหภาพโรงงานยาสูบเดินทางมาที่กรมสรรพสามิตเพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2560 โดยได้มอบหมายให้ผู้บริหารของกรมฯ ไปรับเรื่องและชี้แจงทำความเข้าใจกับสหภาพโรงงานยาสูบ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐกร อุเทนสุต ผู้อำนวยการสำนักแผนภาษี กรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ทางตัวแทนสหภาพโรงงานยาสูบมองว่าอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ ส่งผลกระทบกับยอดขายของโรงงานยาสูบ ทำให้มีผลการดำเนินงานขาดทุน กิจการจะอยู่ไม่ได้ และไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนพนักงาน ซึ่งทางกรมสรรพสามิตก็ได้ชี้แจงให้ทางตัวแทนเข้าใจได้ในระดับหนึ่ง และมีแผนที่จะเดินทางไปโรงงานยาสูบเพื่อชี้แจงให้พนักงานทุกคนได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริงใน 2-3 ประเด็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเด็นเรื่องยอดขายบุหรี่ของโรงงานยาสูบลดลง ทำให้ขาดทุนนั้น ซึ่งเรื่องนี้ก่อนหน้านี้นายยุทธนา หยิมการุณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะกรรมการโรงงานยาสูบ ได้ออกมาเปิดเผยแล้วว่า ปี 2561 โรงงานยาสูบจะมีกำไร จากเดิมที่เคยประเมินไว้ว่าจะขาดทุน 1.5 พันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐกร กล่าวอีกว่า โรงงานยาสูบเคยมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ 70% หลังจากอัตราภาษีใหม่มีผลใช้บังคับ ทำให้ยอดส่วนแบ่งการตลาดของโรงงานยาสูบ 2 เดือนแรกลดลงเหลือ 60% แต่ปัจจุบันได้ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 67% แล้ว เนื่องจากโรงงานยาสูบได้มีการออกสินค้าใหม่ทำให้ยอดขายดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ประเด็นเรื่องโรงงานยาสูบขาดสภาพคล่องจนต้องกู้เงินมาจ่ายเงินเดือนพนักงาน ทางกรมสรรพสามิตได้สอบถามกับทางสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) แล้วว่า ยังไม่มีความจำเป็นต้องกู้เงิน เพราะโรงงานยาสูบมีรายได้ และรายรับมากกว่ารายจ่าย ยังมีสภาพคล่องเหลือเพียงพอจ่ายเงินเดือนพนักงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประเด็นเรื่องผลกระทบจากอัตราภาษีบุหรี่ใหม่ทำให้โรงงานยาสูบต้องกู้เงินมาจ่ายเงินเดือนพนักงานนั้น ไม่เป็นความจริง การกู้เงินดังกล่าวเป็นการกู้เพื่อมาลงทุนโรงงานแห่งใหม่ตามแผนที่ได้วางไว้&amp;rdquo; นายณัฐกร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการช่วยเหลือโรงงานยาสูบ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เพราะผู้ประกอบการต่างประเทศติดตามและเก็บข้อมูลอย่างละเอียด ดังนั้นหากดำเนินการไม่รอบคอบ อาจจะมีการฟ้ององค์การการค้าโลก (WTO) ว่าทำให้การแข่งขันไม่เป็นธรรม กรมสรรพสามิตจึงต้องระมัดระวังในการดำเนินการต่าง ๆ และเชื่อว่าโรงงานยาสูบจะสามารถปรับกลยุทธ์ทางการตลาดกลับมามียอดขายรายได้กำไรเหมือนกับที่ผ่านมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสุจิตรา เลาหวัฒนภิญโญ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี กรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ปัจจุบันส่วนแบ่งทางการตลาดของโรงงานยาสูบเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 67% จากเดิมที่ 60% แล้ว เนื่องจากการปรับแผนการผลิต หรือการหารายได้อื่น ๆ เพิ่มขึ้น เป็นต้น และในวันที่ 4 เม.ย. นี้ จะมีการเดินทางไปชี้แจงแนวทางการให้ความช่วยเหลือพนักงานโรงงานยาสูบเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5154</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพสามิต, กฤษฎา จีนะวิจารณะ, พนักงาน, ภาษีสรรพสามิตใหม่, ยาสูบ, เงินเดือน, โรงงานยาสูบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180316/image_big_5aab861a3aea9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4246</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2018 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2018 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรงงานยาสูบถังแตกชงคลังขอกู้จ่ายเงินเดือนพนักงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
โรงงานยาสูบถังแตก ชงคลังขอกู้จ่ายเงินเดือนพนักงาน-ลงทุนเครื่องจักร อ้างภาษีใหม่ส่งผลกระทบ ทำสภาพคล่องหาย ขายของไม่มีกำไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ เปิดเผยว่า โรงงานยาสูบเตรียมเสนอกระทรวงการคลัง เพื่อขอกู้เงินมาใช้ดำเนินการใน 2 เรื่อง คือ ใช้ในการลงทุนติดตั้งเครื่องจักรที่โรงงานยาสูบแห่งใหม่ในปีนี้ ประมาณ 2,900 ล้านบาท จากงบลงทุนทั้งหมด 7,000 ล้านบาท และ เสริมสภาพคล่องที่จะเริ่มมีผลกระทบตั้งแต่เดือน พ.ค. เป็นต้นไป เพื่อนำมาจ่ายเป็นค่าจ้างให้กับพนักงาน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เพื่อสรุปวงเงินกู้และความจำเป็นในการใช้เงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป็นครั้งแรกที่โรงงานยาสูบต้องขอกู้เงิน โดยให้กระทรวงการคลังมาช่วยค้ำประกันให้ เป็นผลกระทบจากภาษียาสูบใหม่ ทำให้โรงงานยาสูบไม่มีกำไร จากเดิมที่มีสภาพคล่องเข้ามาเดือนละ 4,000 ล้านบาท ตอนนี้ เหลือสภาพคล่องไม่ถึง 5,000 ล้านบาทซึ่งจะพอใช้ถึง พ.ค.นี้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างสรุปวงเงินกู้ คาดว่าจะเป็นหลักพันล้านบาท ซึ่งตั้งแต้เดือนปรับภาษีสรรพสามิตใหม่ เป็นต้นมาทำให้ส่วนแบ่งการตลาดในปีนี้ เหลือ 56% จากที่ผ่านมาไม่ต่ำกว่า 80% จำนวนผลิตลดลงเหลือ 18,000 ล้านมวน จากเดิมที่คาดว่าจะผลิต 30,000 ล้านมวน &amp;nbsp;&amp;rdquo;นางสาวดาวน้อยกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4246</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์, ถังแตก, พนักงาน, ภาษี, ยาสูบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180304/image_big_5a9b7ea58c346.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2018 10:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2018 10:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอไอเอสลุยปรับโครงสร้างคนทำงาน ยันไม่โละคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอไอเอส ประกาศ ไตรมาส 1 นี้มีแผนพร้อมปรับโครงสร้างคนทำงานทั้งองค์กร ยืนยัน ไม่โละออก เน้นโยกย้าย เปลี่ยนวิธีคิด รับยุคดิจิทัล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส &amp;nbsp;(AIS) เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 1/ 2561 จะมีแผนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างและวัฒนธรรมการทำงานของพนักงานในองค์กร โดยบริษัทจะใช้วิธีปรับกระบวนการคิด ไม่มีการแบ่งว่าใน 1 หน่วยงานนั้น ใครมีตำแหน่งน้อยกว่าใคร หรือใครอยู่นานกว่าแล้วจะเติบโตได้มากกว่า แต่จะเป็นการเปิดรับความคิดอิสระในการทำงานอย่างไรให้มีประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่ดีมากกว่า พนักงานรุ่นใหม่ที่เข้ามาทำงานในหน่วยเดียวกัน ถ้ามีความสามารถก็จะได้ผลตอบแทนที่ดีและเติบโตแบบไม่ต้องเรียงลำดับชั้นเหมือนที่ผ่านๆ มาได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ทั้งนี้ วิธีการแบบนี้จะทำให้คนทุกรุ่นตื่นตัว พร้อมปรับเปลี่ยนให้ตามทันยุคและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ซึ่งพนักงานส่วนใหญ่มากกว่า 90% เป็นกลุ่มคนที่ทำงานมาระยะ หนึ่งแล้วอยู่ในช่วงอายุประ มาณไม่เกิน 40 ปี โดยเชื่อว่า เมื่อมีคนรุ่นใหม่เข้ามาในองค์กร กลุ่มคนที่มีอยู่เดิมจะสามารถปรับวิธีการทำงานให้อยู่ร่วมกันได้เป็นทีม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนพนักงานที่อาจทำงานอยู่ในตำแหน่งที่ตนไม่ได้ถนัดตั้งแต่แรกนั้น อาจมีปรับเปลี่ยนโยกย้ายไปยังงานที่เหมาะสม ซึ่งขอย้ำว่า เอไอเอสไม่มีการปรับลดพนักงานออกอย่างแน่นอน เพราะเราเติบโตได้และแข็งแกร่งเป็นอย่างทุกวันนี้เพราะคนในองค์กร&amp;quot; ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอไอเอสกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2281</URL_LINK>
                <HASHTAG>AIS, ธุรกิจ, พนักงาน, องค์กร, เอไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180202/image_big_5a73de675757e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2018 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2018 16:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>SCB เตรียมลดสาขาเหลือ 400 แห่ง ในปี 63 พนักงานหายวูบกว่า 10,000 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;SCB เผยตั้งเป้าลดสาขาภายในปี 63 เหลือ 400 แห่ง ลดพนักงานเหลือ 15,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค. 61 - นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB) เปิดเผยว่า ธนาคารตั้งเป้าภายในปี 63 จะลดสาขาลงเหลือ 400 แห่ง จากปัจจุบันอยู่ที่ 1,153 แห่ง เนื่องจากปริมาณธุรกรรม และการใช้บริการของลูกค้าลดลง ทั้งนี้ จะมีการปรับเปลี่ยน และโยกย้ายพนักงานที่ทำงานในสาขาที่ปิดมาอยู่ศูนย์อบรม (SCB Academy) รวมถึงลดพนักงานเหลือ 15,000 คน จากปัจจุบันอยู่ 27,000 คน ซึ่งปีที่ผ่านมาพนักงานลาออกเฉลี่ยที่ 2,000-3000 คน โดยทางธนาคารไม่มีนโยบายปลดพนักงานออก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การปรับตัวของธนาคารในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้มีการลงทุนด้านไอที 40,000 ล้านบาท โดยเป็นการทยอยลงทุน 5 ปี (59-63) ได้ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาประมาณ 4,000 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้เป็นต้นไปจนถึงปี 63 มองว่าจะกระทบมากขึ้น ทั้งนี้ หากธนาคารไม่ปรับตัวในตอนนี้ และยังทำธุรกิจในแบบเดิม คาดว่าจะส่งผลเสียต่อธนาคารได้ในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1504</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคาร, พนักงาน, สาขา, ไทยพาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180122/image_big_5a65a7e45e7d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
