<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อตัดสิทธิ์ผู้ค้าหวย ขรก.-รัฐวิสาหกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; กองสลากเอาจริง สั่งล้างบางบัญชีผู้ค้าลอตเตอรี่ครั้งยิ่งใหญ่ ลุยตัดสิทธิ์ข้าราชการ-พนักงานรัฐวิสาหกิจ-สวมชื่อคนตายรับสิทธิ์จองซื้อไปขายต่อนายทุน คาด 3 เดือนเห็นผลผู้ค้าตัวจริง ช่วยแก้ปัญหาขายเกินราคาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยถึงแนวทางการทบทวนรายชื่อผู้ค้าสลากรายย่อยที่ขึ้นทะเบียนซื้อจองกับสำนักงานสลากฯ ว่า ขณะนี้สำนักงานสลากฯ กำลังนำรายชื่อผู้ขึ้นทะเบียนทั้ง 1.6 แสนรายมาตรวจสอบ โดยอาจพิจารณาตัดสิทธิ์บางกลุ่มออกไป เช่น กลุ่มข้าราชการ พนักงานข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เพราะเป็นกลุ่มที่มีรายได้จากภาครัฐโดยตรงอยู่แล้ว จึงไม่ควรเข้ามารับโควตาสลากเพื่อนำไปจำหน่ายอีก โดยหลังจากนี้จะนำรายชื่อไปเทียบเคียงกับข้อมูลการจ่ายเงินเดือนของกรมบัญชีกลาง หากตรงกันก็จะมีการตัดชื่อออกทันที ส่วนกลุ่มลูกจ้างหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจอาจยังได้สิทธิ์อยู่ เพราะเป็นกลุ่มที่มีเงินเดือนไม่สูงนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ จะนำรายชื่อผู้มีสิทธิ์ซื้อจองไปตรวจสอบกับกรมการปกครอง เพื่อตัดรายชื่อผู้เสียชีวิตออกจากผู้มีสิทธิ์ซื้อจองด้วย ตลอดจนกลุ่มคนที่ได้รับสิทธิ์ แต่ไม่ได้รับสลากไปขายเอง หรือคนที่เป็นนอมินีรับจ้างมาขึ้นทะเบียน และกดสลากไปขายต่อให้นายทุน โดยการปรับปรุงรายชื่อผู้ขึ้นทะเบียนซื้อจองรอบนี้จะช่วยคัดกรองผู้ค้าสลากที่ไม่ใช่ตัวจริงออกไป และช่วยลดการนำสลากไปขายต่อเก็งกำไรจากพ่อค้าคนกลางจนทำให้เกิดปัญหาสลากแพงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สำนักงานสลากฯ ได้รับข้อสังเกตถึงปัญหาผู้มีสิทธิ์ซื้อจองเข้ามาหลายเรื่อง ทั้งกลุ่มข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจเข้ามาใช้สิทธิ์ซื้อจองลอตเตอรี่ รวมถึงคนที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ยังมีคนใช้สิทธิ์คนตายไปกดซื้อจองสลากอยู่ ตลอดจนกลุ่มคนที่มีการรับจ้างมาลงทะเบียนและกดลอตเตอรี่ไปขายต่อให้นายทุน ดังนั้นสำนักงานสลากฯ จึงเข้าไปจัดระเบียบกันใหม่ ซึ่งยังไม่รู้ว่ามีจำนวนเท่าไรที่จะตัดออก เพราะต้องตรวจเสร็จก่อน แต่หลังจากนี้ยืนยันว่าการขึ้นทะเบียนซื้อจองจะต้องมีการวางหลักเกณฑ์ ระเบียบ คุณสมบัติให้ชัดเจนขึ้น เช่น ทำอย่างไรถึงเป็นผู้ค้ารายย่อย และจะรักษาสถานะผู้ค้ารายย่อยควรจะทำอย่างไร เป็นต้น&amp;rdquo; นายพชรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพชรกล่าวอีกว่า การเปิดให้ผู้ค้าสลากรายย่อยตัวจริงได้เข้ามาขึ้นทะเบียนซื้อจองเพิ่ม สำนักงานสลากฯ กำลังพิจารณาอยู่ โดยจะใช้กลไกระดับจังหวัดเข้ามาช่วยคัดกรองว่าใครเป็นคนขายตัวจริง เพื่อนำเข้ามาขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง โดยการพิจารณาจะทำในรูปแบบของคณะกรรมการ มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีคลังจังหวัดเป็นเลขาฯ และคณะกรรมการ เช่น ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือหอการค้าจังหวัด เป็นต้น เข้ามาช่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดระเบียบผู้ค้ารายย่อยครั้งนี้เป็นแผนระยะสั้นที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาสลากแพงให้ถูกลง โดยตั้งเป้าหมายว่าภายใน 3 เดือนนี้จะต้องทำให้เห็นผล ซึ่งผู้ค้าสลากตัวจริงที่ไม่มีโควตา แต่ต้องไปซื้อสลากจากยี่ปั๊วมาเดินขาย จะได้มีโอกาสขึ้นทะเบียนซื้อจองกับสำนักงานสลากฯ อย่างถูกต้อง ขณะเดียวกันก็คนที่เคยได้สิทธิ์อยู่แล้ว หากไม่ปฏิบัติตามหรือเลิกขายไปแล้วก็จะดึงสิทธิ์กลับคืนมาเพื่อลดปัญหาการนำสลากไปขายต่อให้พ่อค้าคนกลาง โดยหลังจากนี้จะมีการนำรายละเอียดแนวทางทั้งหมดเสนอให้คณะกรรมการสลากฯ พิจารณาเห็นชอบในวันที่ 19 ส.ค.นี้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73928</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายต่อนายทุน, ขายเกินราคา, ข้าราชการ, ผู้ค้าหวย, พนักงานรัฐวิสาหกิจ, สวมชื่อคนตาย, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f30019d6e0c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เติมไฟให้วัยเกษียณ อายุเป็นเพียงตัวเลข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คำว่าหมดไฟ&amp;rdquo; ไม่ได้ใช้กับผู้สูงอายุเพียงอย่างเดียว เพราะหากวัยรุ่นรู้สึกท้อแท้และสิ้นหวังในชีวิต ก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้ได้เช่นเดียวกัน ในมุมกลับกันชีวิตหลังวัยเกษียณ ไม่จำเป็นต้องอยู่อย่างหงอยเหงาเศร้าซึม แต่หากบางคนที่สามารถลุกขึ้นมาทำประโยชน์เพื่อสังคม ซึ่งไม่จำเป็นต้องโฟกัสเรื่องเงินทอง นั่นเท่ากับว่าลดปัญหาโรคซึมเศร้า และยังสื่อให้เห็นว่า อันที่จริงแล้วคนวัย 60 ปี ล้วนเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ หรือเป็นปูชนียบุคคลที่คนรุ่นใหม่ควรเอาเป็นแบบอย่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในงานเสวนา &amp;ldquo;หมดไฟ&amp;rdquo; (ไม่ใช่สำหรับวัยเกษียณ) มีมุมมองของคนหลัก 6 ในสาขาต่างๆ มาร่วมแชร์ประสบการณ์การใช้ชีวิตหลังวัยทำงาน ที่ดีต่อใจและสร้างประโยชน์ให้สังคมมาเล่าสู่กันฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พรชัย ประมวลสุข)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรชัย ประมวลสุข ออร์กาไนเซอร์มือเก๋าวัย 60 ปี เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของการทำงาน ด้านผู้รับจัดงานนอกสถานที่ อาทิ งานอุ่นไอรัก และงานส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่นต่างๆ ตลอดจนการรับผลิตละครประวัติศาสตร์ เริ่มจากการเออร์ลี่ก่อนเกษียณอายุราชการก่อน 4 ปี จากอดีตอาจารย์สอนวิชาพลศึกษา จ.อ่างทอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เหตุผลที่ตัดสินใจมาทำงานด้านออร์กาไนเซอร์ เนื่องจากเราคิดว่าทำตรงนี้ได้ นอกเหนือจากการพัฒนาและส่งเสริมด้านพลศึกษาให้กับเด็กได้ติดทีมชาติ ในกีฬาเทนนิส ซึ่งตอนนี้ผมก็อายุ 60 ปี และภรรยาก็เห็นด้วย ที่สำคัญเรามองเห็นว่าปลายทางประสบความสำเร็จ แม้ว่างานนี้จะไม่ได้ให้เงินเยอะ แต่งานที่เราทำนั้น เราได้ลงพื้นที่ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์พูดคุย ซักถามกับผู้สูงอายุในชุมชน ที่มีความรู้ในเรื่องต่างๆ จากความจำในอดีต นั่นจึงถือเป็นแหล่งความรู้ในการทำงานชั้นเลิศให้กับผม รวมถึงการที่ผมได้ร่วมงานกับเด็กยุคใหม่ ในการที่ให้เขาช่วยจัดการเรื่องกราฟฟิก หรือการใช้คอมพิวเตอร์ในการดีไซน์สร้างสรรค์ให้ออกมาสำเร็จ เป็นการเชื่อมต่อคนวัยรุ่นเข้ากับวัย 60 ปีของผม สิ่งต่างๆ เหล่านี้มันให้ประสบการณ์กับตัวเองหลายอย่าง ทำให้เรารู้สึกภูมิใจและมองว่าตัวเองมีคุณค่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ธนาคม เย็นสบาย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถัดมาที่ ธนาคม เย็นสบาย พนักงานซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ วัย 64 ปี ที่ก่อนหน้าเคยทำงานเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งจุดเริ่มต้นของการเป็นพนักงานร้านขายหนังสือ ย่านเดอะมอลล์งามวงศ์วาน คือต้องการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในบ้าน จากการที่ภรรยาประกอบอาชีพขายข้าวแกง ที่สำคัญเจ้าตัวถือเป็นพนักงานประจำร้านซีเอ็ดวัยเกษียณคนแรก และทำงานด้านนี้มาร่วม 1 ปีเต็ม โดยเริ่มงานตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน ปี 2560 ถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อะไรที่ทำให้ผมยังหันมาทำงานทั้งที่อายุ 64 ปี นั่นเป็นเพราะว่าผมต้องการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในบ้าน เนื่องจากภรรยาผมประกอบอาชีพขายอาหาร ซึ่งก่อนหน้าหน้านี้ผมก็ช่วยภรรยาขายของ แต่ตอนหลังผมอยากทำงานอะไรที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด ประกอบกับลูกสาวผมเปิดร้านอินเทอร์เน็ต เจอว่าซีเอ็ดเปิดรับพนักงาน คำตอบจึงมาลงที่พนักงานร้านนี้ครับ สิ่งสำคัญสำหรับผม จะไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นลูกจ้าง แต่ผมมองว่าตัวเองเป็นเจ้าของ ดังนั้นผมจึงตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเช็กหนังสือ การตอบคำถามของลูกค้า ตลอดจนการทำความสะอาดร้าน สำหรับผมเงินไม่ได้เป็นสิ่งสำคัญ แต่ขอให้เป็นงานที่ทำแล้วสบายใจ ผมว่าเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดครับ เพราะความภูมิใจเล็กๆ นี้ แน่นอนว่าจะทำให้ผมอายุยืน เพราะตอนนี้ผมรู้สึกร่างกายแข็งแรงขึ้น น้ำหนักลดลงไปเยอะมากครับ จากแต่ก่อนที่กินและนอนอยู่บ้านอย่างเดียวครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สุภนันท์ แก้วรุ่งเรือง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่แตกต่างจาก พี่ต้อย-สุภนันท์ แก้วรุ่งเรือง วัย 53 ปี ที่เจ้าตัวฝันไว้ว่าอยากทำงานเป็นจิตอาสา สมัยที่ยังทำงานเป็นพยาบาล กระทั่งได้มีโอกาสเป็นผู้แทนยา แต่ปัจจุบันเกษียณอายุการทำงานออกมาก่อนในวัยหลัก 5 จึงได้มีโอกาสทำตามฝัน โดยปัจจุบันได้ทำงานเป็นคอลเซ็นเตอร์ที่ บริษัท young happy จำกัด หรือคอมมูนิตี้สำหรับผู้สูงอายุ โดยทำหน้าที่เป็นจิตอาสาตอบคำถามให้กับคุณตาคุณยาย เนื่องจากเป็นพยาบาลมาก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ความภูมิใจของการได้เป็นคอลเซ็นเตอร์ พี่ประทับใจคุณยายท่านหนึ่ง ที่ท่านเสียใจมาก เนื่องจากสุนัขที่เลี้ยงไว้หลายปีตายไป คุณยายเลยโทรศัพท์มาที่คอลเซ็นเตอร์ที่พี่ทำงานอยู่ พี่ก็ได้ปลอบโยนแกไป จนทุกวันนี้แกโทร.หาพี่ทุกวัน เหมือนกับเราเป็นญาติกันเลย ซึ่งวันไหนที่แกไม่โทร.มา พี่ก็จะไลน์ไปถามแกว่าสบายดีหรือเปล่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งเคส อย่างคุณป้าท่านหนึ่งที่อาศัยอยู่บ้านเพียงลำพัง และป่วยเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ท่านก็โทร.มาปรึกษาพี่ว่า อยากหาคนไปซื้อของให้ พี่ก็ได้แนะนำท่านไปว่า ที่คอมมูนิตี้ของเรายังไม่มีบริการดังกล่าว พี่จึงแนะนำท่านเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติตัว คือเวลาจะทานข้าวก็ให้สั่งแบบเดลิเวอรี่มาส่งให้ และเวลาจะลุกไปไหนมาไหน ก็ให้ท่านนั่งก่อน ถ้านั่งได้เป็นเวลานานแล้ว จึงค่อยๆ ลุกเดิน หรือหากมีอะไรฉุกเฉิน ก็สามารถโทร.มาที่คอมมูนิตี้ของ young happy ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นก็ทำให้พี่ภูมิใจมาก จากการได้เป็นพี่ปรึกษาและให้คำแนะนำผู้สูงวัย เนื่องจากเราเคยทำงานด้านพยาบาลมาก่อน เรียกได้ว่าเป็นความสุขทางใจที่ได้เป็นผู้ให้คำปรึกษากับผู้อื่นค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ณฎา ตันสวัสดิ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขยับมาที่ ณฎา ตันสวัสดิ์ บริษัท young happy จำกัด คอมมูนิตี้สำหรับสังคมและผู้สูงอายุในรูปแบบต่างๆ อาทิ การผลิตแอปพลิเคชันเรียกแท็กซี่สำหรับคนสูงวัย โดยมีจุดเริ่มต้นที่ทางบริษัทได้สำรวจว่าเด็กยุคใหม่จะช่วยผู้สูงอายุได้อย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จุดเริ่มต้นก่อนที่คอมมูนิตี้ของเราได้จัดทำแอปพลิเคชันเรียกแท็กซี่ และแอปผู้ช่วยส่วนตัวให้ผู้สูงอายุแล้ว เริ่มจากณฎาได้สอนให้คุณแม่เล่นเฟซบุ๊ก กระทั่งคุณแม่จำไม่ค่อยได้ ท่านจึงได้ถามซ้ำบ่อยๆ และบอกกับณฎาว่า ทำไมตอนที่ยังเล็กเวลาลูกถามอะไรแล้วแม่ก็ไม่เคยบ่น กระทั่งวันหนึ่งได้มีโอกาสเป็นจิตอาสาไปสอนผู้ป่วยอัลไซเมอร์เล่นไอทีต่างๆ ส่วนตัวรู้สึกมีความสุขมาก เนื่องจากคุณลุงคุณป้าจับมือ และบอกกับณฎา ว่าเป็นคนใจเย็น ไม่เหมือนกับลูกหลานที่บ้านเลย สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ตัวเองมองเห็นกลไกบางอย่างที่สามารถเชื่อมคนโดยอาศัยเทคโนโลยี กระทั่งเกิดเป็นแอปที่กล่าวไว้ข้างต้น&amp;nbsp;
นอกจากนี้การเติมเทคโนโลยีเข้าไป เพื่อทำให้เกิดสิ่งใหม่ในชีวิตผู้สูงอายุ ผ่านอาชีพที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;ยูทูปเบอร์&amp;rdquo; ก็เป็นการยกระดับชีวิตผู้สูงวัยเช่นกัน เช่น หากคุณยายมีความสามารถเรื่องการทำแกงมัสมั่น ก็สามารถอัดคลิปวิธีทำ และให้ลูกหลานไปอัพโหลดลงในยูทูบ หากมียอดกดติดตามเป็นจำนวนมาก ก็จะทำให้สร้างรายได้ และความภาคภูมิใจให้กับผู้สูงวัยได้&amp;rdquo;
ทว่าข้อจำกัดที่ว่าคนอายุ 60 ปี จะต้องทำตัวหง่อมหรือนั่งนิ่งอยู่กับเพื่อน ซึ่งนั่นอาจทำให้ชีวิตเหี่ยวเฉาและอายุสั้นในที่สุด นี่จึงเกิดเป็นการเปิดรับสมัครพนักงานร้านหนังสือซีเอ็ดวัยเกษียณเป็นเจ้าแรก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ดร.วิโรจน์ ลักขณาอดิสร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.วิโรจน์ ลักขณาอดิสร เจ้าของบริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด บอกว่า &amp;ldquo;ส่วนตัวผมมองว่าคนอายุเท่าไรก็สามารถที่จะแอคทีฟได้ ที่สำคัญเราอยากรู้ว่าถ้าเรามีพนักงานอายุ 60 ปีขึ้นไป ประสิทธิภาพในการทำงานจะเป็นอย่างไร สิ่งที่ได้เห็นคือเวลาที่มีปัญหา หรือลูกค้าโกธรไม่พอใจในการบริการต่างๆ เช่น การห่อปกหนังสือช้า พนักงานสูงวัยมักเลือกที่จะเงียบ ซึ่งตรงนี้จะทำให้สามารถระงับความขัดแย้ง หรือลดการโต้เถียงระหว่างลูกค้ากับพนักงานได้ ส่วนหนึ่งมันเกิดจากการที่ผู้สูงอายุ มีไฟหรือแรงบันดาลในการทำงานนั่นเอง ดังนั้นผมจึงอยากเห็นคนหลายรุ่นทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นคนหนุ่มสาวกับคนสูงอายุ ดังนั้นหากคนวัยเกษียณอยากทำงาน ก็ไม่ควรเอาข้อจำกัดที่ไม่มีเหตุผลมาเป็นข้ออ้าง&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8772</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, งานเสวนา, ชีวิตหลังวัยเกษียณ, ณฎา ตันสวัสดิ์, ดร.วิโรจน์ ลักขณาอดิสร, ธนาคม เย็นสบาย, บริษัท young happy จำกัด, บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด, ผู้สูงอายุ, พนักงานรัฐวิสาหกิจ, พรชัย ประมวลสุข, วัยรุ่น, สุภนันท์ แก้วรุ่งเรือง, หงอยเหงาเศร้าซึม, หมดไฟ, ออร์กาไนเซอร์มือเก๋า, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180508/image_big_5af18702abd18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2018 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2018 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อแม้วขย่ม4ปีคสช. รัฐวิสาหกิจทยอยเจ๊ง เตือนพนักงานทนไม่ไหวลุกฮือ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย. 61 - นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 4 ปี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ควรยอมรับความจริงเชิงประจักษ์ว่า เศรษฐกิจฐานรากย่ำแย่ เห็นได้จากชาวบ้านบ่นกันถ้วนทั่วว่าเงินในกระเป๋าถดถอย หนี้สินครัวเรือนเพิ่มพูน โพลทุกสำนักสำรวจครั้งใดปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง เป็นปัญหาสำคัญสูงสุดมาตลอด 4 ปี อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกภาคส่วนหนึ่งที่ประชาชนทั่วไปอาจไม่ทราบว่ากำลังประสบปัญหาในเชิงนโยบายและการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพและขาดการตรวจสอบ คือ บรรดารัฐวิสาหกิจทั้งหลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยปรากฎว่า 4 ปี ของ คสช.และรัฐบาล รัฐวิสาหกิจหลายแห่งกำลังประสบปัญหาอย่างหนัก สะท้อนนโยบายที่ผิดพลาด และการตั้งบอร์ดที่ไม่มีประสบการณ์เข้าไปบริหาร ซึ่งจะขอยกตัวอย่างความเสียหายที่เกิดขึ้น เช่น
4 มี.ค. 2561 ผอ.โรงงานยาสูบแถลงว่า จะมีเงินเดือนจ่ายพนักงานถึงสิ้นเดือน พ.ค.นี้เท่านั้น สาเหตุเพราะได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐบาลในการจัดเก็บภาษียาสูบใหม่ ซึ่งเอื้อต่อบุหรี่ต่างประเทศ ทำให้โรงงานยาสูบไม่มีกำไร จากเดิมที่มีสภาพคล่องเข้ามาเดือนละ 4,000 ล้านบาท แต่ปัจจุบันไม่มีเข้ามาเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค. 2561 สหภาพรัฐวิสาหกิจร่วมกับพนักงาน TOT นับพันคน ประท้วงคัดค้านกรณีบอร์ดมีมติโอนทรัพย์สินของ TOT ซึ่งเป็นของรัฐไปให้บริษัทลูก ที่มีเอกชนร่วมทุน ถือว่าไม่ถูกต้อง และที่สำคัญไม่มีกฎหมายรองรับ ทั้งนี้ ขอให้ติดตามอีกหลายรัฐวิสาหกิจที่พนักงานเริ่มทนสภาพความเสียหายต่อไปไม่ไหว ทั้งจากนโยบายของรัฐบาล และความรู้ ความสามารถของบอร์ดที่ทำให้องค์กรและประเทศชาติเสียประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น เวลา 4 ปีที่ผ่านมาจึงเป็นเครื่องพิสูจน์เชิงประจักษ์แล้วว่า ด้วยระบบการเมือง การปกครองที่ไม่ปกติ และผู้บริหารที่ยึดติดในอำนาจสมควรที่จะหันมามองตัวเองว่า สมควรที่จะพอแล้วหรือยังกับอำนาจที่ทำความเสียหายให้กับประเทศชาติและประชาชน ขอฝากข้อสังเกตว่า ผู้นำที่อยู่ในอำนาจบนความทุกข์ยากของประชาชนจะนั่งอย่างเป็นสุขได้อย่างไร อารมณ์จะกราดเกรี้ยว หงุดหงิดง่าย ขาดสติ จึงฝากให้นำหลักพุทธมาปฏิบัติ คือ ละวางจากอำนาจ ให้บ้านเมืองเดินไปตามครรลองที่ควรจะเป็น เฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ควรใช้กลไกอำนาจรัฐปูทางสืบทอดอำนาจ เพราะยิ่งจะสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง&amp;quot; นายชวลิต ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7329</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขย่มคสช., พนักงานรัฐวิสาหกิจ, รัฐวิสาหกิจเจ๊ง, เพื่อแม้ว, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad6be6dbf411.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
