<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112931</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยื่นฝากขัง‘อานนท์ นำภา’มาตรา112 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค. 2564 - พ.ต.ต.เวียงแก้ว สุภาการณ์ พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ยื่นคำร้องฝากขังทางไกลผ่านจอภาพ นายอานนท์ นำภา อายุ 36 ปีผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ในความผิดฐาน หมิ่นประมาทดูหมิ่นสถาบันฯ เเละข้อหาอื่นๆ ไปยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งเเรกเป็นเวลา &amp;nbsp;12 วันตั้งเเต่วันที่ 11-22 ส.ค.
เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นต้องสอบสวนปากคำพยานอีก 10 ปาก และรอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า ในวันที่วันที่ 3 ส.ค.2564 เวลา 16.00 น.ที่ลานด้านหน้าหอศิลปะกรุงเทพฯ มีกิจกรรมการชุมนุมเสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาชน เวลาประมาณ 17.34 น.-18.09 น. ในระหว่างดำเนินกิจกรรมการชุมชุนดังกล่าว ผู้ต้องหาได้กล่าวปราศรัยดูหมิ่นใส่ความหมิ่นประมาทสถาบันฯ ผ่านเครื่องขยายเสียงบนรถยนต์กระบะด้วยเจตนาให้เสื่อมพระเกียรติถือเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ต่อมาหลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ได้รับคำร้องทุกข์ไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเกิดเหตุผู้กล่าวหาที่ 2 ได้รับชมการถ่ายทอดสดการปราศรัยของผู้ต้องหาผ่านเฟซบุ๊ก และเห็นว่าข้อความที่ผู้ต้องหาปราศรัยในวันเกิดเหตุเป็นการหมิ่นประมาทดูหมิ่นสถาบันฯ จึงมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาให้ได้รับโทษในความผิดตามประมวลกฎหมายมาตรา 112 อีกฐานหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และขอศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติออกหมายจับลงวันที่ 9 ส.ค.2564 และในวันเดียวกันได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาได้ตามหมายจับดังกล่าว ส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวันดำเนินคดี ต่อมาพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมให้ผู้ต้องหาทราบว่า ร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯมาตรา 9 (2) ตามประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงเรื่องห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรมการมั่วสุมที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา โดยร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวด, ตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปิดสถานที่ชั่วคราว (ฉบับที่ 36) โดยร่วมกันจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่าห้าคน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุเกิดที่บริเวณหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 3 ส.ค.64 ระหว่างเวลาประมาณ 15.30-19.10 น. การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112,83 พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา 9 (2) ตามประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงเรื่องห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุมที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา &amp;nbsp;โดยร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด, ตามประกาศกรุงเทพมหานครเรื่องสั่งปิดสถานที่ชั่วคราว (ฉบับที่36) โดยร่วมกันจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่าห้าคน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายคำร้องระบุว่า หากผู้ต้องหายื่นคำร้องขอประกันตัวพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัวว่าหากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวแล้ว ผู้ต้องหาจะไปทำการก่อเหตุอันตรายประการอื่นเนื่องจากตามเนื้อหาในการปราศรัยของผู้ต้องหาจากบันทึกการถอดเทปกลุ่มผู้ชุมนุมกิจกรรมเสกคาถาแฮรี่พอตเตอร์ เป็นการกล่าวถึงสถาบันฯ อันเป็นที่เคารพรักของประชาชนไทยในลักษณะที่เป็นการดูหมิ่นหมิ่นประมาทอันเป็นการกระทำที่มิบังควรอย่างยิ่ง ในฐานะประชาชนชาวไทยภายใต้พระบรมโพธิสมภารคนหนึ่ง ถือเป็นการกระทำความผิดอันร้ายแรง ผู้ต้องหามีความรู้ด้านกฎหมายและประกอบอาชีพทนายความ ยิ่งต้องเข้าใจว่าการกระทำของตนเองเป็นการลบหลู่ดูหมิ่นสถาบันฯ อันเป็นความผิด นอกจากนี้ผู้ต้องหาได้กระทำความผิดในลักษณะเดียวกันนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ได้ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากปล่อยไปสามารถกระทำผิดในลักษณะดังกล่าวโดยไม่ได้รับการพิจารณาโทษ จะยิ่งเป็นเยี่ยงอย่างให้บุคคลอื่นกระทำตาม จะยิ่งกระทบถึงพระเกียรติคุณสถาบัน อีกทั้งยังเป็นการกระทำผิดเงื่อนไขของศาลอาญาในคดีหมายเลขดำที่ อ. 287/2564 ที่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหานี้เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.64 &amp;nbsp;โดยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ต้องหาไม่ไปกระทำกิจกรรมที่กระทำความเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และไม่ร่วมการชุมนุมที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองอีกด้วย &amp;nbsp;และด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด &amp;nbsp;อันเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินในประเทศ พบว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ ซึ่งยังไม่แสดงอาการ แต่สามารถแพร่เชื้อโรคได้ในอัตราเร่งที่สูงมาก และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากได้ทวีความรุนแรงจนเสี่ยงที่จะเกิดภาวะวิกฤตด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล และในพื้นที่สี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศประกอบกับเชื้อโรคได้กลายพันธุ์เป็นหลายสายพันธ์ และสามารถแพร่กระจายได้ง่ายอีกทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดในต่างประเทศอัจอาจกระทบต่อประเทศไทยยังอยู่ในระดับที่รุนแรงจนไม่อาจวางใจได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และหากผู้ต้องหาไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราวเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครซึ่งจะรับตัวผู้ต้องหาไปทำการคุมขังนั้นก็มีมาตรการ และขั้นตอนในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด โดยเรือนจำมีประสานกับสำนักงานสาธารณสุขพื้นที่เพื่อตรวจสอบมาตรฐานในการเตรียมรองรับกรณีมีผู้ติดเชื้อได้ทันที, มีการตั้งศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (ศบค.) ประจำเรือนจำ, มีการคัดกรองและตรวจหาเชื้อไวรัสโควิดในผู้ต้องขังหากพบเชื้อให้ X-ray ปอดทุกรายรวมถึงให้ยา และรักษาให้เร็วเพื่อไม่ให้เกิดการระบาดในวงกว้าง, มีการใส่คลอรีนผสมในน้ำสำหรับอาบของผู้ต้องขัง, กรณีผู้ต้องขังป่วยมีการแจ้งให้ญาติทราบเป็นการเฉพาะรายทางโทรศัพท์หรือช่องทางอื่นอีกด้วย &amp;nbsp;รวมทั้งเชื่อว่าถ้าผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวแล้วก็จะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นอีกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 108/1(3) จากเหตุดังกล่าวข้างต้น หากผู้ต้องหายื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานสอบสวนมีความประสงค์ขอดำเนินการยื่นคำร้องขอฝากขัง โดยขอให้ศาลสอบถามผู้ต้องหาหรือทำการไต่สวนพยานหลักฐานในการออกหมายขังผู้ต้องหาผ่านระบบการประชุมทางจอภาพในการฝากขังครั้งต่อ ๆ ไปทุกครั้ง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112931</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอานนท์ นำภา, พ.ต.ต.เวียงแก้ว สุภาการณ์, พนักงานสอบสวน, สน.ปทุมวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_60935940e43b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86169</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2020 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2020 12:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัชระ&#039;บุกสตช.ร้อง&#039;บิ๊กปั๊ด&#039;ฟันพนักงานสอบสวนไม่ฟ้อง&#039;น้องธนาธร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ธ.ค. 63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนถึง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เหตุใดพนักงานสอบสวนจึงสั่งไม่ฟ้องนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ โดยมี พ.ต.อ.นันพิเดช ศรีเขียวรัตน์ รอง ผบก.สง.ก.ต.ช. เวรอำนวยการ เป็นผู้รับเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ กล่าวว่า สืบเนื่องจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2562 คดีหมายเลขดำ ที่ อท/2562 คดีหมายเลขแดงที่ อท/2563 ระหว่างพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต เป็นโจทก์ฟ้อง นายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ เจ้าหน้าที่ฝ่ายโครงการพิเศษ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ชื่อเดิม) และนายสุรกิจ ตั้งวิทูวนิช เป็นจำเลยที่1-2&lt;/p&gt;


	หัวหน้าการ์ด 3 นิ้ว ปูด &amp;#39;ใบสั่ง&amp;#39; ทำลาย WeVo &amp;nbsp;
	แฉ &amp;#39;ธนาธร&amp;#39; ยุลูกคนอื่นบอกลาเครื่องแบบ แต่ลูกตัวเองใส่เครื่องแบบไปโรงเรียนตามปกติ!
	&amp;#39;ธนาธร&amp;#39; ชวนประชาชนร่วมวางอิฐก้อน สร้างฐานสู่ประชาธิปไตย
	เลิกใช้ชื่อมธ.เสียที!&amp;nbsp;


&lt;p&gt;โดยในคำพิพากษาตอนหนึ่งระบุว่า นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ให้เงิน 20 ล้านบาท ให้แก่จำเลยทั้งสองรับไว้สำหรับตนเองเพื่อเป็นการตอบแทนในการที่จำเลยทั้งสองจะร่วมกันไปดำเนินการติดต่อประสานงานและนำเงินส่วนหนึ่งไปมอบให้รองผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าพนักงานของรัฐ ตามกฎหมายโดยวิธีอันทุจริตและผิดกฎหมายเพื่อจูงใจรองผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ให้กระทำการในหน้าที่ด้วยการจัดสรรที่ดินบริเวณองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ชิดลม) ซึ่งเป็นทรัพย์สินของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ให้บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ได้สิทธิการเช่าที่ดินระยะยาว โดยไม่ต้องผ่านการประมูลแข่งขันตามขั้นตอนปกติของการขอเช่าที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์อันเป็นคุณแก่ บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และทำให้สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เสียประโยชน์ที่จะได้รับเงินจากการประมูลที่สูงที่สุด ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ผู้อื่นและประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 143, 264, 265, 268 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/4 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมเป็นความผิดไป ตมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม รวมสองกระทง ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 จำคุกกระทงละ 2 ปี ฐานร่วมกันเป็นตัวกลางในการเรียกรับสินบนเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 จำคุกคนละ 2 ปี รวมจำคุกคนละ 6 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ด้วยเหตุตามคำพิพากษาดังกล่าวนี้ จึงขอให้ ผบ.ตร. สอบสวนพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี และ ผกก.สถานีตำรวจผู้รับผิดชอบ ว่าเหตุใดจึงสั่งไม่ฟ้องนายสกุลธร และสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการทางกฎหมายต่อนายสกุลธร อย่างไร&amp;quot; นายวัชระ ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86169</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้องธนาธร, ผบ.ตร., พนักงานสอบสวน, วัชระ เพชรทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201207/image_big_5fcdbaaa892e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2020 10:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2020 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.คุมตัว&#039;ไมค์&#039;ฝากขังศาลอาญา2สำนวน ค้านประกันตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค. 63 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม คุมตัว นายภาณุพงศ์&amp;nbsp; จาดนอก หรือไมค์ แกนนำคณะราษฎร 2563 อายุ&amp;nbsp; 23&amp;nbsp; ปี ชาวจังหวัดระยอง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา 2 สำนวน มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกต่อศาลอาญาเป็นเวลา 12 วันตั้งแต่วันที่ 19-30 ต.ค. 2563 เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น&amp;nbsp; ต้องทำการสอบสวนพยานเพิ่มเติมอีก 6 ปาก, รอผลการตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร และผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา&amp;nbsp; มาประกอบสำนวนการสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิดฐานยุยงปลกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 เเละข้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมฯ จากกรณีที่นายไมค์ ภานุพงศ์ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม&amp;nbsp; 19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร&amp;nbsp; ในวันที่ 19 กันยายน 2563&amp;nbsp; เวลาประมาณ&amp;nbsp; 14.00 น. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์&amp;nbsp; &amp;nbsp;และพื้นที่ท้องสนามหลวง&amp;nbsp; แขวงพระบรมมหาราชวังเขตพระนคร&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; จากนั้น นายภาณุพงศ์&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกับกลุ่มผู้ชุมนุมได้ร่วมกันผลักดันประตูรั้ว ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จนแม่กุญแจที่ล็อกประตูรั้วของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&amp;nbsp; ท่าพระจันทร์ ได้รับความเสียหาย กลุ่มผู้ชุมนุมจึงสามารถเข้ามาภายใน ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ได้และมีการใช้รถเวทีปราศรัยเคลื่อนที่พร้อมด้วยเครื่องขยายเสียงในการปราศรัย และกลุ่มผู้ชุมนุมอีกกลุ่มหนึ่งยังได้มีการตัดเหล็กแม่กุญแจของประตู ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ด้านท่าเรือท่าพระจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานสอบสวนยื่นฝากขังอีกสำนวนในความผิดฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์, แก้ไข เปลี่ยนแปลง ต่อเติม ทำลายโบราณสถานหรือส่วนต่างๆ ของโบราณสถาน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเป็นหนังสือจากอธิบดีจากกรณีเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2563 เวลาประมาณ 06.44 น. นายภาณุพงศ์&amp;nbsp; จาดนอก ผู้ต้องหาในคดีนี้พร้อมกับกลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการทำพิธีปักหมุดคณะราษฎร์โดยนำหมุดมาฝังลงบนพื้นที่ท้องสนามหลวง&amp;nbsp; อันเป็นการขุดเจาะ ทำลายพื้นบริเวณดังกล่าวซึ่งเป็นโบราณสถานเพื่อใช้ในการประกอบพิธีฯ ทำให้พื้นปูนในบริเวณดังกล่าวซึ่งเป็นของกรุงเทพมหานคร ได้รับความเสียหาย คิดเป็นเงินจำนวน 16,781.62 บาท&amp;nbsp; ซึ่งทางกรมศิลปากร ได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลชนะสงครามเพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายภาณุพงศ์กับพวกตามกฎหมาย&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาทั้ง 2 สำนวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติการณ์จะไปชุมนุมก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองในลักษณะเดิมเหมือนที่ผ่านมา และผู้ต้องหาอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีอยู่หลายคดีและหลายท้องที่ ซึ่งล้วนเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากให้ประกันตัวไป&amp;nbsp; เกรงว่าผู้ต้องหาน่าจะหลบหนี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81082</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้านประกัน, ฝากขัง, พนักงานสอบสวน, ศาลอาญา, ไมค์ ระยอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f868bf7d3dcf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบพิรุธพงส.ทองหล่อเป่าคดี‘บอส’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;วิชา&amp;quot; เรียกพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อแจงขั้นตอนทำสำนวนคดี &amp;quot;บอส&amp;quot; พบพิรุธ 2&amp;nbsp; จุด ผุดพยานงอก-อ้างสอบ &amp;quot;ธนสิทธิ์&amp;quot; 2 หน ทั้งที่สอบจริงครั้งเดียว อังคารนี้ถึงคิว &amp;quot;เพิ่มพูน-ธนสิทธิ์&amp;quot; ให้ข้อมูลต่อ ตร.ชงผลสอบถึงมือ &amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; ฟันตำรวจบกพร่อง &amp;quot;ชวน&amp;quot; ส่งผลการพิจารณาของ กมธ.ให้ กมธ.ป.ป.ช.ดำเนินการต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะทำงานชุดตรวจสอบตำรวจ โดย พล.อ.กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ในคณะกรรมการชุดของนายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญากรณีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ขับรถชนตำรวจถึงแก่ความตายเมื่อปี 2555 ได้เชิญคณะทำงานของ พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี ซึ่งดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อมาให้ข้อมูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 14.30 น. นายวิชาเดินทางมาร่วมรับฟังด้วย ต่อมาเวลา 16.45 น. นายวิชาเปิดเผยภายหลังการประชุมว่า วันนี้ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น นักวิทยาศาสตร์สำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลาง&amp;nbsp; สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้เดินทางมาให้ข้อมูล ส่วนความคืบหน้าในวันนี้ได้เชิญคณะทำงานชุดของ พล.ต.ท.เพิ่มพูน ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาให้ข้อมูล เป็นผู้ที่เห็นด้วยกับคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ คือไม่มีความเห็นแย้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คณะกรรมการจึงอยากทราบความเป็นมาว่าเป็นอย่างไร ซึ่งได้ความว่าเขาดูแต่สำนวน แต่ไม่ได้ดูรายละเอียด ไม่ได้เปรียบเทียบกับของเดิมว่ามีความแตกต่างอย่างไร ไม่ได้ดูความเป็นพิรุธ ทำตามสายงาน คณะกรรมการจึงได้บอกไปว่า ในข้อเท็จจริงก็โต้แย้งได้ ข้อกฎหมายก็โต้แย้งได้ และถ้าข้อเท็จจริงยังไม่ครบถ้วนก็มีหลักของตำรวจอยู่ว่า ถ้าจะแย้งก็สามารถสอบเพิ่มเติมอีกได้ แต่ปรากฏว่าไม่ได้ทำอะไรเลย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิชากล่าวด้วยว่า นอกจากนั้นยังได้เชิญ พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี ซึ่งดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อในขณะนั้นมาให้ข้อมูล มีข้อที่น่าสนใจตรงนี้ที่ว่า ทำไมไปดึงพยานที่ปัจจุบันเรียกว่าพยานงอกมา 2 ปาก ซึ่งมีการปฏิเสธไปแล้วโดยอธิบดีอัยการศาลอาญากรุงเทพใต้ และอดีตอัยการสูงสุดก็ปฏิเสธว่าหลักฐานไม่เพียงพอ จึงได้ยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรม ซึ่งคณะกรรมการได้สอบถามประเด็นเหล่านี้ รวมถึงประเด็นที่ พ.ต.ท.ธนสิทธิ์เคยให้ไทม์ไลน์เอาไว้ว่า ใครมาพบ พบกี่คน เป็นใครบ้าง ซึ่ง พ.ต.ท.วิรดลให้ถ้อยคำแบ่งรับแบ่งสู้ คือบางอย่างก็ยอมรับว่าจริง บางอย่างก็บอกว่าไม่ใช่ เรื่องนี้เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที หลังจากฟังถ้อยคำของ พ.ต.ท.ธนสิทธิ์เสียก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รวมทั้งที่ผมคิดว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดก็คือ ไปลงวันที่ที่สอบ พ.ต.ท.ธนสิทธิ์ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะไม่ได้สอบในวันที่ 2 มี.ค.59 แต่สอบจริงวันที่ 26 ก.พ.59 เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ตรงนี้เขายืนยันแล้ว คณะกรรมการจะดูทุกรายละเอียด ทุกข้อสังเกต ไม่ได้สักแต่ว่าจะสอบไปเรื่อยๆ จะดูแต่ละประเด็นอย่างละเอียด อย่างวันนี้ก็เห็นชัดเจนแล้วถึงความบกพร่องและความเป็นเท็จของการทำสำนวนคดี&amp;quot; นายวิชากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จากจุดบกพร่องที่เห็นบอกได้เลยหรือไม่ว่าความบกพร่องมาจากตำรวจ นายวิชากล่าวว่า &amp;quot;ก็ที่ลงวันที่แบบนี้ ลงวันที่เป็นเท็จ ใครเป็นคนทำเล่า ซึ่งก็บ่งบอกว่าพยายามจะทำให้เห็นว่ามีการสอบสวนถึง 2 ครั้ง ใช้ความเพียรพยายาม ใช้ความระมัดระวังอะไรต่ออะไร แต่ทั้งที่จริงแล้วใช้ช่วงระยะเวลาสอบเพียงวันเดียว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่า พ.ต.อ.วิรดลยอมรับหรือไม่ว่าบกพร่อง นายวิชากล่าวว่า &amp;quot;ไม่ใช่เขายอมรับว่าบกพร่อง&amp;nbsp; แต่เขายอมรับว่าลงวันที่ไม่จริง ซึ่งจุดนี้ไม่ต้องไปสืบเจตนาอะไร แต่เป็นเจตนาของพฤติกรรม ซึ่งเขาบอกว่าเป็นเพราะอัยการเร่งรัดมา เขาเลยอยากจะลงวันที่ไว้ล่วงหน้า เผื่อว่าจะต้องเรียก พ.ต.ท.ธนสิทธิ์มาให้ถ้อยคำอีกครั้งหนึ่ง มันจะได้สมเหตุสมผล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงเหตุผลที่ พ.ต.อ.วิรดลนำพยานงอก 2 ปากใส่ไว้ในสำนวนคดี นายวิชากล่าวว่า &amp;quot;เขาบอกว่าเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเห็นว่าน่าเชื่อถือ เราก็ถามว่าทราบหรือไม่ว่า พ.ต.ท.ธนสิทธิ์พยายามโทรศัพท์เพื่อขอเปลี่ยนแปลงเรื่องความเร็วรถให้กลับมาเป็น 177 กม./ชม.เหมือนเดิม แต่ พ.ต.ท.วิรดล บอกว่าเขากำลังยุ่งคดีอื่นที่สำคัญเช่นกัน เขาเลยไม่เป็นอันทำอะไร เขาจึงบอกว่าจบแล้ว ทั้งที่จริงๆ มันไม่จบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะเชิญ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร.และผู้เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการด้วยหรือไม่ นายวิชากล่าวว่า คณะกรรมการขอปรึกษากันหลังจาก พ.ต.ท.ธนสิทธิ์มาให้ข้อมูลในวันพรุ่งนี้ก่อน ส่วนกรณีการเสียชีวิตของนายจารุชาติ มาดทอง พยานคนสำคัญของคดี ยังไม่ได้รับรายงาน แต่จะเรียกผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลอีกครั้ง ก็ต้องขอดูผลชันสูตรพลิกศพและข้อมูลที่เกี่ยวข้องก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันอังคารที่ 18 ส.ค. คณะทำงานของกรรมการชุดนายวิชาจะเชิญ พ.ต.อ. ธนสิทธิ์และ พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ มาให้ถ้อยคำเพิ่มเติมที่สำนักงานกฤษฎีกา ถนนพระอาทิตย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะรองประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีขั้นตอนการดำเนินคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา เปิดเผยว่า ผลการประชุมสรุปการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการชุดนี้ได้ไปถึงมือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เรียบร้อยแล้ว ที่ผ่านมาคณะกรรมการได้ชี้แจงไปแล้วว่าความบกพร่องเกิดขึ้นตรงจุดไหน ขั้นตอนไหน ส่วนมีใครบ้างที่ต้องรับผิดชอบในความบกพร่องครั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ ผบ.ตร.ว่าจะมีการสั่งการอย่างไร ได้รับบทลงโทษมากน้อยแค่ไหน เชื่อว่าในเร็ววันนี้น่าจะได้คำตอบที่ชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือจาก ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ ว่าตนต้องเข้าไปให้ปากคำเมื่อไหร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้าผลการพิจารณาหลังกรรมาธิการหลายชุดเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องกับนายวรยุทธ อยู่วิทยา ผู้ต้องหาในคดีขับรถชนตำรวจเสียชีวิตไปให้ข้อมูลว่า ได้ส่งข้อมูลทั้งหมดให้คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นประธานไปพิจารณาต่อแล้ว เนื่องจากมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง และรอการประสานเพื่อส่งข้อมูลให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ไปดำเนินการต่อไป.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74753</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับรถชนตำรวจ, คำสั่งไม่ฟ้อง, บอส เรดบลู, บอสกระทิงแดง, พนักงานสอบสวน, วิชา มหาคุณ, สน.ทองหล่อ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200817/image_big_5f3a8c666563c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73722</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2020 15:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2020 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คณะกรรมการสอบของตำรวจเตรียมส่งผลสอบ &#039;บอส&#039; เสนอ &#039;ผบ.ตร.&#039; แจ้งข้อหาใหม่เสพโคเคน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ส.ค. 63 -&amp;nbsp;พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองประธานกรรมการสอบสวนชุดตำรวจคดีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา เปิดเผยว่า วันอังคารที่ 11 ส.ค.นี้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะประมวลสรุปผลการตรวจสอบเสนอต่อพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) เพื่อพิจารณาสั่งการ รวมทั้งกำหนดวันแถลงข่าวชี้แจงต่อประชาชนถึงข้อเคลือบแคลงสงสัยตามกรอบที่กรรมการได้วางแนวทางในการสอบสวนไว้ โดยเฉพาะประเด็นสาเหตุการสั่งไม่แย้งคำสั่งอัยการในคดีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่าการประชุมวันนี้เป็นการประชุมของคณะกรรมการชุดย่อยเนื่องจาก ประธานและรองประธานติดภาระกิจโดยที่ประชุมได้เรียกพล.ต.ท.วิเชียร ตันตะวิริยะ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (ผบช.พฐ.)พล.ต.ท.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ทีมงานกองพิสูจน์หลักฐานเข้าให้ข้อมูลในประเด็นเกี่ยวกับความเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยประเด็นที่คณะกรรมการสอบถาม คือ วิธีการตรวจวัดความเร็วของรถยนต์เพื่อนำข้อมูลมาวินิจฉัยว่าความน่าเชื่อถือของ 2 สำนัก ระหว่าง นายสธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ นายสายประสิทธิ์ เกิดนิยม หัวหน้าศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ สถาบันฯพระจอมเกล้านครเหนือ เพื่อพิจารณาความน่าเชื่อถือของข้อมูล หากหน้าเชื่อถือทั้ง 2 สถาบัน คณะกรรมการสอบสวนอาจทำความเห็นเสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้หาหน่วยงานกลางมาตรวจพิสูจน์เพิ่ม &amp;nbsp;ซึ่งประเด็นความเร็วรถของนายวรยุทธขณะนี้ยังไม่เป็นที่ยุติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการเข้าพบพนักงานสอบสวนของ พ.ต.อ.ธนสิทธิ แตงจั่น นักวิทยาศาสตร์ สบ.4 กลุ่มงานตรวจเคมีฟิสิกส์ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เมื่อวานนี้ซึ่งถูกสอบสวนต่อเนื่อง 2 วัน ปรากฎว่าพ.ต.อ.ธนสิทธิ ได้กลับข้อมูลใหม่ระบุว่าความเร็วรถนายวรยุทธ ขณะเกิดเหตุ 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหมือนกับในสำนวนครั้งแรก ส่วนที่มาให้การภายหลังเมื่อปี 2559 ระบุ ความเร็วลดลงเหลือ 79.23 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งอ้างกับคณะกรรมการสอบสวนว่าสับสนในการคำนวณข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่า จากการสอบปากคำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้รับการยืนยันตรงกันว่าสารโคเคนที่พบในเลือดของนายวรยุทธ เกิดจากการเสพโคเคนและแอลกอฮอล์ คณะกรรมการจึงจะเสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเพื่อพิจารณาตั้งข้อหาเสพโคเคนเพิ่มเป็นข้อหาใหม่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73722</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอส, บอส วรยุทธ, พนักงานสอบสวน, พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ, สั่งไม่ฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200807/image_big_5f2d144c2477e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2020 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2020 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แก้วสรร&#039; แพร่บทความ &#039;4 ปมร้อนคดีบอส&#039; ที่ยังไม่มีคำตอบจากตำรวจและอัยการ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.63 - แก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความเรื่อง &amp;quot;คำถามที่ยังไม่มีคำตอบจากตำรวจและอัยการ ในคดี &amp;ldquo;บอส&amp;rdquo;&amp;quot; &amp;nbsp;ผ่านเว็บไซต์ www.thaipost.net โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่ให้เกียรติรอฟังคำชี้แจงจากคณะทำงานตรวจสอบคดีบอส ของอัยการ จนๆ ได้คำตอบมาพอสังเขปแล้วในวันนี้(4 ส.ค.)&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมก็เห็นว่ายังมีคำถามสำคัญที่ยังไม่ได้ตอบอีกไม่น้อย &amp;nbsp; ดังจะขอทวงถาม ไปโดยลำดับดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามที่ ๑ : &amp;nbsp;หลักฐานไม่พอฟ้อง ?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.๑) คำอธิบายว่า &amp;ldquo;หลักฐานไม่พอฟ้อง&amp;rdquo; นั้นรับฟังได้ ถ้าไม่มีใครเอาหลักฐานที่พอฟ้องได้ออกไปจากสำนวน &amp;nbsp; คำถามจึงมีอยู่ว่าทำไมผลการตรวจเลือดของนายบอส &amp;nbsp;ที่สาขาวิชานิติเวช &amp;nbsp;คณะแพทย์ รามาฯ ที่รายงาน สน.ทองหล่อ เป็นทางการว่า &amp;ldquo; พบ &amp;nbsp;Cocaethylene &amp;nbsp;อันเป็นสารที่เกิดขึ้นในเลือดในกระบวนการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย (Metabolism) &amp;nbsp;หลังการ เสพ Cocaine ร่วมกับแอลกอฮอล์&amp;rdquo;นั้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วทำไมรายงานนี้จึงไม่มีอยู่ในสำนวนสอบสวนที่อัยการส่งให้อัยการกรุงเทพใต้ ใครเอาออกไป จนสั่งไม่ฟ้องคดีในฐาน เมาสุราหรือเมายาขับรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.๒) ในสำนวนสอบสวนดังกล่าว รายงานไว้อย่างไร &amp;nbsp;ทำไมอัยการกรุงเทพใต้ทั้งผู้รับผิดชอบและอธิบดีใน ปี ๒๕๕๙ จึงไม่สงสัยเลยว่า รถพังยับเยินอย่างนี้ ควรจะมีผลการตรวจแอลกอฮอล์หรือยาเสพติดจากสถาบันทางนิติเวชเช่นคดีปกติทั่วไปมาแสดงในสำนวนสอบสวนด้วย &amp;nbsp; อำนาจดุลพินิจอัยการที่เชื่อตำรวจไปหมดจนไม่ยอมสงสัยอะไรเลยอย่างนี้ นี่คืออำนาจตรวจสอบของอัยการที่เราต้องยอมรับ เช่นนั้นหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.๓) คดีนี้ เรื่องเมาเหล้าหรือเสพยาขับรถนี้ สำคัญมากๆ &amp;nbsp;หากขับรถชนคนตายแล้ว ก็ติดคุกถึง ๑๐ ปี เท่ากับขับรถโดยประมาทเลยทีเดียว &amp;nbsp; ผิดติดคุกโดยพนักงานสอบสวนและอัยการไม่ต้องพิสูจน์ความเร็วรถ หรือความประมาทของใครเลย &amp;nbsp; พยานตรวจเลือดที่สำคัญที่สุดอย่างนี้ อัยการไม่บี้ให้กระจ่างได้อย่างไร &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.๔) มาวันนี้ หากเสนอกันไว้ว่าจะหยิบเรื่องโคเคนขึ้นมาเป็นหลักฐานใหม่เพื่อดำเนินคดี &amp;nbsp; ก็อย่าไปเอาผิดเฉพาะความผิดตามกฎหมายยาเสพติดเท่านั้น &amp;nbsp; ต้องใช้ความผิดฐานเมายาขับรถชนคนตาย ตามกฎหมายจราจรทางบกนี้ด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามที่ ๒ : อำนาจให้ความเป็นธรรมของอัยการสูงสุด?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒.๑) คดีข้อหาประมาทนี้ อัยการกรุงเทพใต้สั่งฟ้องไปแล้ว รอแต่หาตัวมาส่งฟ้องต่อศาลเท่านั้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วอำนาจอัยการสูงสุดยังมีอำนาจสั่งไม่ฟ้องทับลงไป ตามคำร้องขอความเป็นธรรมของผู้ต้องหาบอสได้อีกหรือ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒.๒) &amp;nbsp;ยิ่งไปกว่านั้น คำร้องขอความเป็นธรรมที่ว่านี้ &amp;nbsp; เมื่อร้องไปยังอัยการสูงสุดคนก่อน &amp;nbsp; ก็ได้มีการพิจารณา และใช้อำนาจอัยการสูงสุดสั่งให้ยุติกระบวนการพิจารณาคำร้องนี้แล้วอีกด้วย &amp;nbsp;อัยการสูงสุดคนใหม่จะมาสั่งทับคำสั่งยุติคำร้องนี้อีกได้อย่างไร กฎหมายอัยการบอกว่าอัยการสูงสุดคนใหม่ต้องมีอำนาจสูงสุดกว่าคนก่อนอย่างนั้นหรือ &amp;nbsp;อัยการประเทศไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามที่ ๓ : อำนาจร้องสอดของกรรมาธิการ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่ออัยการสูงสุดคนก่อนสั่งยุติเรื่องแล้วคำร้องนี้จึงไหลมาเข้าที่ประชุม กมธ.กฎหมาย ของสภา หรือ สนช. &amp;nbsp; แล้วจากนั้นก็มีหนังสือจาก กมธ.นี้ส่งไปยัง อสส.ปัจจุบัน &amp;nbsp;แล้วมีการใช้อำนาจ อสส.สั่งไม่ฟ้องข้อหาประมาททำให้คนตายไปในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓.๑) คำถามแรกมีอยู่ว่า &amp;nbsp;หนังสือนี้ระบุความเห็นว่าอย่างไร &amp;nbsp;และจริงหรือไม่ที่มีผู้ชี้แจงว่า &amp;nbsp; ที่ประชุม กมธ.ไม่ยอมรับพิจารณาคำร้องนี้เลย &amp;nbsp;แล้วเหตุใดจึงมีหนังสือถึง อสส. ออกมาได้ในนามของคณะกรรมาธิการ &amp;nbsp;มีใครในคณะกรรมาธิการออกหนังสือโกหก &amp;nbsp;เปิดเกมส์ให้พิจารณาคำร้องขอความเป็นธรรมอีกครั้งอย่างนั้นหรือ &amp;nbsp; ถ้ามี ใครควรจะเป็นจำเลยในก๊วน ๑๕๗ นี้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓.๒) หนังสือนี้ส่งถึง อสส. คนปัจจุบัน &amp;nbsp;ใครเป็นผู้ใช้อำนาจ อสส.รับเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง ทั้งๆที่ อสส.เดิมสั่งยุติไปแล้ว &amp;nbsp; กมธ.มีอำนาจอะไรมามาสอดส่าย ให้ สนง.อัยการสูงสุด รับเรื่องนี้ขึ้นมาได้ &amp;nbsp;ไหนว่ารัฐธรรมนูญรับรองให้อัยการเป็นองค์กรอิสระไปแล้ว &amp;nbsp; จริงหรือไม่ว่า อัยการที่รับหน้าที่กลั่นกรองเรื่อง ได้ตรวจและเสนอเป็นเบื้องต้นไว้แต่แรกแล้วว่า &amp;nbsp;พยานตามคำร้องไม่พึงรับฟัง &amp;nbsp;แล้วเบื้องบนคนไหนสั่งฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมาใหม่ให้สอบพยานเพิ่มเติมตามคำร้องได้ ใช่ อสส.คนปัจจุบันหรือไม่ อย่างไร ไม่ใช่ไปต่างจังหวัดแล้วหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามที่ ๔ : ยังทนดูกันต่อไปได้อีกหรือ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเต้นตามตามคำร้องขอความเป็นธรรมของจำเลยหรือผู้ต้องหา (ที่มีฐานะ) อย่างยืดเยื้อ ไม่มีหยุด แล้วลงเอยเป็นการใช้อำนาจดุลพินิจสั่งไม่ฟ้องอย่างน่าคลางแคลงของอัยการ ที่ไม่มีใครตรวจสอบได้ นี้ &amp;nbsp; ระเบิดเป็นคำถามตามรายทางมาหลายปี &amp;nbsp;และถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนไม่น่าจะทนกันได้อีกต่อไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔.๑) ที่ส่งฟ้องไปแล้ว ก็ยังถอนฟ้องได้ เช่นคดีธัมมชโย&amp;nbsp; หรือไม่ก็ไม่อุทธรณ์ไปเสียเฉยๆ เช่น คดีโอ๊ค ก็ทำมาแล้ว&amp;nbsp;ทั้งๆที่คดีนี้ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนเขาเห็นตามอัยการและดีเอสไอแล้วด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔.๒) คดีธรรมกาย คดีวิคตอเรีย สองคดีนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ทุ่มเทเต็มที่ อัยการที่ร่วมสอบสวนก็ยืนหยัดเห็นด้วยจนเห็นควรเสนอให้ฟ้อง &amp;nbsp; แต่อัยการในสำนักงานก็สั่งสอบเพิ่มเติมตามคำร้องจำเลยมาตลอด &amp;nbsp; แล้วก็สั่งไม่ฟ้องไปในที่สุด&amp;nbsp;จนไม่รู้จะให้อัยการมาร่วมสอบสวนกับดีเอสไอเขาทำไม ในเมื่อไม่ฟังเขาเลยอย่างนี้ ทำไมไม่ให้ ดีเอสไอฟ้องเองไปเลยจะไม่ดีกว่าหรือ ในเมื่ออัยการก็เข้ามาร่วมสอบสวนตั้งแต่แรก เหมือนนานาประเทศเขาแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔.๓) มาคดีบอสนี่ &amp;nbsp;บานปลายสูงสุดถึงขนาดอัยการสั่งคดีทับกันเองได้ ราวกับเป็นศาลพิพากษาทับกันเองไปมา ตามที่จำเลยจะอุทธรณ์ฎีกากะให้ถึงที่สุดเลยทีเดียว &amp;nbsp;แถมชั้นฎีกายังมี กมธ.สภาร้องสอดเข้ามาอีกด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอกันทีแล้วใช่ไหม กับ &amp;ldquo;อำนาจดุลพินิจ&amp;rdquo; ที่เละเทะแบบนี้ ?
คณะกรรมการอัยการ กับ ปปช. ทนได้ไหมครับ?
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73462</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบอส, ตำรวจ, พนักงานสอบสวน, อัยการสั่งไม่ฟ้อง, แก้วสรร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200805/image_big_5f2a297faa4f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2020 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2020 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาแล้ว!ตำรวจจ่อเรียก&#039;ฌอน&#039;แจงปมเงินบริจาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.2563 - &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีทนายรณรงค์ แก้วเพชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี กับนายฌอน บูรณะหิรัญ ในความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องการเปิดรับบริจาคเงิน เพื่อช่วยเหลือเกี่ยวกับไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือที่กำลังเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ว่า ได้รับรายงานจาก สภ.ปากเกร็ดเมื่อวันที่ 30มิ.ย. โดยทนายรณรงค์ พร้อมทีมงาน ได้นำพยานหลักฐานมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับนายฌอน เกี่ยวกับความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ,พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไรเงินฯ และความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยพนักงานสอบสวน จะรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องพร้อมประสานเชิญตัวผู้ถูกกล่าวหามาพบเพื่อตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องให้เวลากับพนักงานสอบสวนในการสอบปากคำพยาน รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและแสวงหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยจะดำเนินการด้วยความโปร่งใส เป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ
ทั้งนี้หากมีผู้ใดเป็นผู้เสียหายเพิ่มเติมก็สามารถมาพบพนักงานสอบสวนในพื้นที่เกิดเหตุหรือพื้นที่ใกล้บ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พร้อมจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป&amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70202</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฌอน บูรณะหิรัญ, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พนักงานสอบสวน, รณรงค์ แก้วเพชร, สภ.ปากเกร็ด, เครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200701/image_big_5efbf3f4dce67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
