<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106725</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 19:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 19:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการฯยื่นฟ้อง &#039;แอมมี่&#039; คดีสาดสี พ่วงทำร้ายเจ้าพนักงาน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย.64 - &amp;nbsp;ที่ศาลเเขวงดุสิต ถนนนครไชยศรี ซอยสีคาม พนักงานอัยการคดีศาลเเขวงดุสิตนำตัว นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ The Bottom Blues ทําร้ายร่างกายผู้อื่น โดยไม่ถึงกับเป็นอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391, ทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ ทำให้ปรากฏซึ่งรูปรอยใดๆ บนถนนหรือที่สาธารณะ&amp;rdquo; ตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ มาตรา 12 ในคดีสาดสี จากเหตุการณ์หน้าสน.สำราญราษฎร์ เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;วันนี้นายไชยอมร พร้อมทนายความเดินทางมาศาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายไชยอมร กล่าวว่า เนื่องจากแต่เดิมตนถูกกล่าวหาว่ามีความผิดตามพรบ.ความสะอาด และความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมเป็นทำร้ายเจ้าพนักงาน ซึ่งเป็นการกล่าวหาที่เกินกว่าเหตุไปมาก ตนมองว่าการแจกจ่ายคดีเป็นจำนวนมากให้แก่แกนนำในการชุมนุมต่างๆ ถือเป็นยุทธศาสตร์ของรัฐไทยที่จะใช้ก่อกวน แล้วก็สร้างความลำบากให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้โดยหลักจะเป็นการไกล่เกลี่ยกับคู่กรณีที่ถูกทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งตนมองว่าการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการสาดสีใส่เครื่องแบบตำรวจที่ได้ทำไป เป็นงานศิลปะที่มีคุณค่า อยากจะขอนำมาเก็บไว้เป็นที่ระลึก ทั้งนี้ ตนไม่ได้มีความกังวลอะไร ขอเพียงให้ออกมาในรูปแบบที่สามารถพูดคุยกันได้ เพราะไม่เคยมองเจ้าหน้าที่รัฐเป็นศัตรู คิดว่าการให้เกียรติกันคือทางออกที่ดีทั้งสำหรับคดีนี้ และสำหรับประเทศด้วย หากใครได้เห็นหลักฐานคลิปภาพเหตุการณ์ในวันนั้น ก็จะรับรู้ว่าเป็นการโดนตัว ฉุดยื้อกันตามปกติ เผลอๆอาจเป็นมวลชนดันเข้ามาด้วยซ้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น มองว่า การสัมผัสตัวในลักษณะนี้จึงไม่ควรถูกนำมาใช้ในการกล่าวหาว่าเป็นการทำร้ายร่างกาย คดีของตนเป็นเครื่องสะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของการบังคับบัญชาแบบบนสู่ล่าง ที่ส่งผลให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาต้องเกิดความลำบากใจในการปฏิบัติหน้าที่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภายหลังยื่นฟ้องเเล้วศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยโดยใช้วิธีสาบานตน เเละนัดพร้อมสอบคำให้การตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 11 ต.ค.64 เวลา 9.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับเหตุการณ์ในวันดังกล่าว นาย ไชยอมร ได้ทำการสาดสีใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งยืนอยู่หลังแผงเหล็กหน้า สน.สำราญราษฎร์ ในขณะที่กลุ่มนักศึกษา นักกิจกรรม และศิลปินแร็ป ถูกออกหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหากรณีเข้าร่วมการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอกเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2563&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106725</URL_LINK>
                <HASHTAG>พนักงานอัยการ, แอมมี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60cb3b89cf8ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เพนกวิน’เมินยื่นประกันตัวบอกเสียเวลาเปล่า!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย. 2564 - ที่ศาลอาญา ศาลนัดตรวจพยานวัตถุ คดีหมายเลขดำ อ287/2564 ที่พนักงานอัยการพิเศษคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้องนายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ กับพวกรวม 22 คน แกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ, ยุยงปลุกปั่นฯ, ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปฯ จากกรณีชุมนุมเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. 2563 ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์-สนามหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังการพิจารณาคดี นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า วันนี้มีการตรวจพยานหลักฐานจากฝ่ายโจทก์ เป็นคลิปวีดีโอที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้ถ่ายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 19-20 ก.ย. 2563 โดยเหตุผลที่ต้องนำคลิปมาดูวันนี้ เพราะว่าไม่สามารถคลิปนำไปให้จำเลยที่ต้องขังอยู่ในเรือนจำดูได้ ทางศาลจึงให้เปิดห้องเพื่อดูคลิปหลักฐานพร้อมทนาย แต่จากที่ได้ดูไปเบื้องต้น ถ้อยคำพูดของจำเลยก็ไม่ได้ผิดกฎหมาย เป็นการวิจารณ์โดยใช้สิทธิ ส่วนในวันพรุ่งนี้ (8 เม.ย.) จะเป็นนัดเกี่ยวกับเรื่องแนวทางในการดำเนินคดี ว่าโจทก์จะมีพยานกี่คน จำเลยจะมีพยานกี่คน มีพยานวัตถุหรือไม่ พยานเอกสารเท่าไหร่ และจะนัดสืบพยานโจทก์-จำเลยกันเมื่อใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงสุขภาพของนายพริษฐ์ที่อดอาหารประท้วง นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า วันนี้นั่งรถเข็นวีลแชร์มา พร้อมให้น้ำเกลือ เมื่อเข้าไปพูดคุยสอบถาม มีอาการอ่อนเพลีย เวลาพูดทำท่าคล้ายจะเป็นลม ดูไม่ค่อยดี เพราะอดอาหารมาเกือบเดือนแล้ว ส่วน น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง ยังดูแข็งแรงอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าจะมีการยื่นประกันแกนนำอีกครั้งหรือไม่ นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า ช่วงนี้คงยังไม่มีการยื่นขอปล่อยตัว เพราะเป็นการยื่นประกันในเวลาที่ไม่เหมาะสมก็เสียเวลาเปล่า ท่านคงไม่ให้อยู่แล้ว ตอนนี้มุ่งเน้นไปที่การสู้คดีมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าเหตุใดเมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ถึงยื่นขอปล่อยชั่วคราวเพียง 3 คน ได้แก่ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน, นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข เท่านั้น นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า ในระหว่างการพิจารณาคดีมีครั้งหนึ่งที่ศาลเรียก 3 คนนี้ไปคุย ว่าจะมีเงื่อนไขอะไรไหมถ้าจะขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งทั้ง 3 คนได้แถลงตามที่เสนอข่าวไปแล้ว ญาติๆ จึงให้ทนายยื่นขอปล่อยชั่วคราวทั้ง 3 คนไปก่อน โดยไม่ได้หวังว่าจะได้รับอนุญาตหรือไม่ ซึ่งในการยื่นประกันตัวไม่ได้อยู่ที่ทนายความแต่อยู่ที่เจ้าตัวและญาติ อย่างเพนกวินเอง วันนั้นแม่เขาก็ไม่ได้ขอยื่น เพราะเห็นเป็นเวลาที่ไม่เหมาะสม ทนายก็จะต้องทำตามความต้องการของลูกความ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98644</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์, พนักงานอัยการ, เพนกวิน, โจทก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_605174772462d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2018 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2018 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;อัยการ&#039;ถามดังๆระบบสอบสวนตามแบบมาตรฐานสากลประชาชนต้องการหรือไม่?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24ส.ค.61-ดร.น้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการจังหวัดสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี จังหวัดกาญจนบุรี อดีตอนุกรรมการด้านการบังคับใช้กฎหมายและระบบการสอบสวนคดีอาญา ในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม(ตำรวจ)ที่มีพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธานฯ&amp;nbsp; และมีบทบาทในการผลักดันการปฏิรูปต้นทางกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของไทยที่กำลังมีปัญหาอยู่ในเวลานี้จนถูกมองว่า&amp;quot;คนชั่วลอยนวล คนดีตกเป็นแพะ คนจนติดคุกฟรี&amp;quot; กล่าวถึงปัญหาดังกล่าวว่า &amp;quot;ถามดังๆระบบสอบสวนตามแบบมาตรฐานสากลประชาชนต้องการหรือไม่?&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
1. การออกหมายค้นหมายจับจะต้องให้อัยการรับรองก่อนเสนอต่อศาล เพื่อตรวจสอบเหตุผลความจำเป็นในการค้นหรือการจับ สร้างหลักประกันสุจริตชนจากความเดือดร้อนอย่างไม่เป็นธรรม&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
2. เมื่อใดที่มีการจับประชาชนจะต้องให้อัยการตรวจสอบการจับที่สถานีตำรวจภายใน 24 ชั่วโมงว่าการจับมีเหตุผลหรือพยานหลักฐานเพียงพอหรือไม่ และมีการข่มขู่หรือทำร้ายร่างกายประชาชนหรือไม่ เพื่อป้องกันการยัดข้อหาคนบริสุทธิ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การแจ้งข้อกล่าวหาจะต้องให้อัยการรับรองข้อหานั้นเสียก่อนเพื่อให้อัยการตรวจสอบว่ามีพยานหลักฐานแน่นหนาที่จะฟ้องคดีพิสูจน์ให้ศาลลงโทษได้ เพื่อป้องกันคนบริสุทธิ์ต้องถูกคุมขังก่อนอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องคดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
4 อัยการจะสั่งฟ้องคดีได้ต่อเมื่อมีพยานหลักฐานแน่นหนาจนมั่นใจว่าจะได้มาซึ่งคำพิพากษาลงโทษได้เท่านั้น เพื่อป้องกันการฟ้องคนบริสุทธิ์และป้องกันไม่ให้อาชญากรลอยนวลจากคำพิพากษายกฟ้อง เพราะภายหลังจะดำเนินคดีคนนั้นอีกไม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
5 เมื่อพบว่ามีการสอบสวนที่ไม่เป็นธรรมประชาชนต้องสามารถร้องเรียนให้อัยการเข้ามาตรวจสอบการสอบสวนได้ทันทีเพื่อป้องกันการบิดเบือนพยานหลักฐานหรือการปฏิบัติมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ให้อัยการมีอำนาจที่จะไปตรวจสอบพยานหลักฐานในพื้นที่เกิดเหตุได้ทันทีหากเห็นว่ามีความจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
7 กรณีที่ตำรวจไม่รับแจ้งความประชาชนสามารถไปแจ้งความสำนักงานอัยการทั่วประเทศเพื่อให้อัยการพิจารณาดำเนินคดีแทนได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 หากมีการขังผู้ต้องหาและภายหลังอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องประชาชนจะต้องได้รับค่าชดเชยระหว่างการถูกคุมขังก่อนมีคำสั่งไม่ฟ้องนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16061</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบวนการยุติธรรม, ดร.น้ำแท้ มีบุญสร้าง, ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม, ปฏิรูปตำรวจ, พนักงานอัยการ, พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180824/image_big_5b7f780adfdd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2018 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2018 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประณามตร.จับผู้ถูกกล่าวหาโดยมิชอบเสนอให้อัยการเห็นชอบออกหมายเรียก-หมายจับ    </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21มิ.ย.61- เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.) Police&amp;nbsp; Watch ออกแถลงการณ์ประณามการจับกุมนายสุกิจ พูนศรีเกษม ประกอบวิชาชีพเป็นทนายความ ที่อยู่ระหว่างการพาลูกความไปแจ้งความที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่ง ว่า เป็นการปฏิบัติต่อผู้ถูกกล่าวหาคดีอาญาโดยมิชอบ พร้อมกับเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี กำชับและควบคุมการปฏิบัติของตำรวจ มิให้เลือกปฏิบัติต่อประชาชนในการออกหมายเรียกผู้ต้องหาและเสนอศาลออกหมายจับโดยไม่มีความจำเป็นและไม่มีมาตรฐานเดียวกัน และให้เร่งปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมด้วยการให้พนักงานอัยการตรวจพยานหลักฐานให้ความเห็นชอบการออกหมายเรียกและเสนอศาลออกหมายจับของตำรวจทุกคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกับยกตัวอย่างว่าหลายคดีที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนีแต่ตำรวจเสนออกหมายจับโดยอ้างเพียงว่าสามารถทำได้เป็นคดีที่มีโทษจำคุกเกินสามปี ซึ่งเป็นการปฏิบัติที่ขัดรัฐธรรมนูญและป.วิอาญา และละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แต่กลับเลือกปฏิบัติในคดีที่โทษจำคุกสูงเกินสามปีกับตำรวจบางนายโดยไม่มีการเสนอศาลออกหมายจับแม้กระทั่งออกหมายเรียกเป็นผู้ต้องหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-----&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถลงการณ์เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.) Police&amp;nbsp; Watch
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฉบับที่ 11/ 2561
&amp;nbsp;
เรื่อง&amp;nbsp; ประณามการกระทำของตำรวจที่ปฏิบัติต่อผู้ถูกกล่าวหาคดีอาญาโดยมิชอบ&amp;nbsp; และขอให้นายกรัฐมนตรีเร่งปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมด้วยการให้พนักงานอัยการตรวจพยานหลักฐานให้ความเห็นชอบการออกหมายเรียกและเสนอศาลออกหมายจับ
&amp;nbsp;
เนื่องจากได้เกิดเหตุการณ์การดำเนินคดีอาญาที่นำไปสู่การเสนอศาลออกหมายจับบุคคลหลายกรณี ที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ในมาตรา 28 อยู่เสมอๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็นการออกหมายจับครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร และครูปรีชา ใคร่ครวญ ในกรณีการสอบสวนคดีหวย 30 ล้าน โดยกล่าวหาว่าแจ้งความเท็จ การจับกุมตัวนายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที พิธีกรช่องนิวส์วัน ข้อหาหมิ่นประมาทและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ&amp;nbsp; โดยอ้างว่าไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง มีพฤติการณ์หลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การออกหมายจับและใช้กำลังตำรวจล้อมบ้านจับตัว พ.ต.ท.สันธนะ&amp;nbsp; ประยูรรัตน์&amp;nbsp; โดยกล่าวหาว่าร่วมกันกรรโชกทรัพย์&amp;nbsp; การออกหมายจับและจับตัวอดีตพระพุทธะอิสระ โดยตำรวจพังกุฏิเข้าไปจับขณะนอนหลับ รวมทั้งพระเถระชั้นผู้ใหญ่หลายรูปในช่วงที่ผ่านมา และกรณีล่าสุดคือการออกหมายจับ แล้วจับกุมนายสุกิจ พูนศรีเกษม ทนายความ โดยการใช้กำลังบังคับกดคอลงกับพื้นบนสถานีตำรวจ ขณะพาผู้เสียหายไปใช้สิทธิตามกฎหมายในการแจ้งความร้องทุกข์
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ไม่ว่าการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาแต่ละคดีจะเป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ข้อเท็จจริงก็เป็นที่ทราบกันดีว่า&amp;nbsp; บุคคลเหล่านี้ไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนี&amp;nbsp; ทุกคนยังใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ&amp;nbsp; ซ้ำส่วนใหญ่ยังพร้อมจะเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้รัฐพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนอีกด้วย&amp;nbsp; แต่ตำรวจกลับไม่ยอมรับรู้ถึงการพร้อมเข้ารับทราบข้อกล่าวหาดังกล่าว&amp;nbsp; และได้เสนอศาลออกหมายจับ&amp;nbsp; โดยอ้างเพียงว่าสามารถกระทำได้&amp;nbsp; เนื่องจากเป็นคดีที่มีโทษจำคุกเกินสามปีตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา&amp;nbsp; 66 (1) ไม่จำเป็นต้องออกหมายเรียกก่อนแต่อย่างใด
&amp;nbsp;
ในขณะเดียวกันหลายคดีที่มีโทษจำคุกสูงเกินสามปี แต่ตำรวจก็ไม่ได้เสนอศาลออกหมายจับ เช่น คดีผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ มีโทษจำคุกถึงสิบปี&amp;nbsp; คดีอดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ฉ้อโกงประชาชน (ตำรวจ 192 นาย) และอีกหลายคดีที่ตำรวจไม่ได้เสนอศาลออกหมายจับ หรือแม้กระทั่งออกหมายเรียกเป็นผู้ต้องหา&amp;nbsp; แต่กลับใช้วิธีแจ้งให้มารับทราบข้อหาและไม่ต้องมีการประกันตัวเหมือนประชาชนทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทบัญญัติมาตรา 66 (1) นี้ได้กลายเป็นจุดอ่อนให้ตำรวจสามารถเลือกปฏิบัติต่อประชาชนอย่างไม่เป็นธรรม โดยใช้เป็นเหตุในการเสนอศาลออกหมายจับผู้ถูกกล่าวหาทุกคนได้ง่าย&amp;nbsp; แม้กระทั่งบางคดีบุคคลนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดเลย&amp;nbsp; และไม่มีโอกาสรู้ด้วยซ้ำว่าได้มีใครไปกล่าวหาตนในเรื่องอะไรที่ใด ศาลได้ออกหมายจับตนแต่เมื่อใด
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เมื่อศาลออกหมายจับแล้ว&amp;nbsp; ตำรวจก็สามารถนำไปใช้จับผู้ถูกกล่าวหาด้วยวิธีการต่างๆ บางกรณีก็เป็นการแกล้งให้บุคคลเดือดร้อนได้รับความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นการบุกเข้าไปจับในบ้านพักอาศัยโดยแจ้งให้สื่อไปทำข่าว&amp;nbsp; การจับในสาธารณสถาน หรือสถานศึกษาต่อหน้านักเรียน เช่น กรณี ครูปรีชา ใคร่ครวญ หรือแม้กระทั่งสัญจรอยู่ตามทางสาธารณะยามวิกาล ควบคุมตัวไปยังสถานีตำรวจที่เสนอศาลออกหมาย ซึ่งอาจเป็นต่างจังหวัดที่ต้องใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมง&amp;nbsp; สร้างความเดือดร้อนหวาดกลัวให้เกิดกับประชาชนทั้งคนไทยและชาวต่างชาติอย่างยิ่ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;การกระทำดังกล่าว ไม่ว่าในที่สุดผู้ถูกออกหมายจับจะเป็นผู้กระทำผิดจริงหรือไม่&amp;nbsp; แต่ไม่ได้เป็นไปตามตัวบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา&amp;nbsp; 29 วรรคสอง ที่บัญญัติว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;ให้สันนิษฐานว่า&amp;nbsp; ผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด&amp;nbsp; และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่าบุคคลใดกระทำความผิด&amp;nbsp; จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น&amp;nbsp; ในการจับ&amp;nbsp; ตำรวจก็มักไม่ได้ปฏิบัติตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ในมาตรา 83 ในเรื่องการแจ้งสิทธิ์แก่ผู้ถูกกล่าวหาในการแจ้งให้ญาติพี่น้องทราบถึงการถูกจับทันทีอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp; โดยเฉพาะอย่างยิ่ง&amp;nbsp; วิธีการควบคุมตัวที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 29 วรรคสาม และ&amp;nbsp; ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 86&amp;nbsp; บัญญัติว่า &amp;ldquo;ให้กระทำเท่าที่จำเป็นเพื่อป้องกันมิให้มีการหลบหนีเท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หลายกรณีกลับมีการใช้กำลังบังคับ และใช้เครื่องพันธนาการ ทั้งที่ผู้ถูกจับไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนีแต่อย่างใด&amp;nbsp; ก่อให้เกิดความเสียหาย ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และไม่เป็นธรรมต่อประชาชนอย่างยิ่ง อีกทั้งยังทำให้นานาชาติมองว่า ไทยเป็นประเทศที่ล้าหลัง เพราะกระบวนการยุติธรรมทางอาญาไม่มีความเป็นมาตรฐานสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอเรียกร้องมายัง พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดผู้รับผิดชอบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; 1. สั่งกำชับและควบคุมการปฏิบัติของตำรวจ มิให้เลือกปฏิบัติต่อประชาชนในการออกหมายเรียกผู้ต้องหาและเสนอศาลออกหมายจับโดยไม่มีความจำเป็นและไม่มีมาตรฐานเดียวกัน&amp;nbsp; รวมทั้งวิธีการจับในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิเสรีภาพและชื่อเสียงของบุคคลโดยมิชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.เร่งปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอาญาของประเทศให้มีมาตรฐานสากล ด้วยการให้พนักงานอัยการตรวจสอบพยานหลักฐานให้ความเห็นชอบการออกหมายเรียกผู้ต้องหา และเสนอศาลออกหมายจับของตำรวจทุกคดี เช่นเดียวกับการปฏิบัติในนานาอารยประเทศทั่วโลกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.) Police&amp;nbsp; Watch
&amp;nbsp;21 มิถุนายน 2561&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11838</URL_LINK>
                <HASHTAG>Police  Watch, ครูจอมทรัพย์, ครูปรีชา, นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที, พ.ต.ท.สันธนะ  ประยูรรัตน์, พนักงานสอบสวน, พนักงานอัยการ, พระพุทธะอิสระ, สภาทนายความ, สุกิจ พูนศรีเกษม, หมายจับ, หมายเรียก, เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180621/image_big_5b2b61f9603d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8863</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปรี้ยวหั่นศพ-ลุ้น ศาลนัดพิพากษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ลุ้นระทึก ศาลจังหวัดขอนแก่นนัดฟังคำพิพากษาในคดี &amp;quot;เปรี้ยว&amp;quot; กับพวก ฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม วันที่ 10 พ.ค.นี้ เวลาบ่ายโมงครึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลจังหวัดขอนแก่นมีคำสั่งแจ้งถึงพนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น และนายนพดล สีดาทัน ทนายโจทก์ร่วม ในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ระหว่างพนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น กับ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว และพวกรวม 5 คน หลังก่อเหตุฆาตกรรม น.ส.วริศรา กลุ่นจุ้ย หรือน้องแอ๋ม ในการเบิกตัวเข้ารับการฟังคำพิพากษาพิจารณาคดี ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2561 เวลา 13.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล สีดาทัน ทนายความฝ่ายโจทก์ร่วม กล่าวว่า คดีความดังกล่าวมีผู้ต้องหาทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว, น.ส.กวิตา ราชดา หรือเอิร์น และ น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ในแดนหญิง เรือนจำกลางขอนแก่น, นายวศิน นามพรหม ถูกควบคุมตัวที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น และ น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือเบนซ์ อยู่ในระหว่างการประกันตัวโดยกองทุนยุติธรรม ทั้งนี้ น.ส.เปรี้ยว, น.ส.เอิร์น, น.ส.แจ้ และนายวศิน ถูกตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน คดีเลขดำที่ 1957/60 ขณะที่ น.ส.เบนซ์ถูกตั้งข้อกล่าวหาเดียวคือลักทรัพย์หรือรับของโจร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดลกล่าวว่า ศาลจังหวัดขอนแก่นได้มีคำสั่งเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาจากเดิมวันที่ 29 มิถุนายน 2561 มาเป็นวันที่ 10 พ.ค. เวลา 13.30 น. ซึ่งพนักงานอัยการ ทนายความโจทก์ร่วม ทนายความฝ่ายจำเลย ญาติของทั้ง 2 ฝ่าย จะเดินทางมารับฟังคำพิพากษาในคดีดังกล่าว โดยที่ศาลจังหวัดขอนแก่นจะทำการเบิกตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คน มารับฟังคำพิพากษาด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ผลการพิจารณคดีจะออกมาในรูปใด ทุกฝ่ายก็พร้อมน้อมรับคำสั่งศาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8863</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม, นายนพดล สีดาทัน, พนักงานอัยการ, ศาลจังหวัดขอนแก่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปรี้ยว หั่นศพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180509/image_big_5af2f42f7ceab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
