<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43378</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟันดีเจภูมิกับพวก ตกปลาเขตอุทยาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดำเนินคดี ดีเจภูมิ กับพวกรวม 7 คนนั่งสปีดโบ๊ตเข้าไปตกปลาในเขตอุทยานฯ หมู่เกาะชุมพร ผอ.ชัยวัฒน์ยันหลักฐานชัดเพราะเจ้าตัวโพสต์โชว์ในยูทูบชำแหละเนื้อปลานำมาปรุงอาหาร หน่วยพญาเสือเข้าตรวจสอบได้ข้อมูลยืนยัน ก่อนเข้าแจ้งความตำรวจปากน้ำชุมพร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (สบอ.9) ที่ปรึกษาหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (หน่วยพญาเสือ) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนภายในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จ.ชุมพร ตามนโยบาย/ข้อสั่งการของนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การอำนวยการของนายศักดิ์ชัย จงกิจวิวัฒน์ หน.หน่วยพญาเสือ และตนเองในฐานะที่ปรึกษาหน่วยพญาเสือ ให้ชุด ฉก.พญาเสือเข้าตรวจสอบในเรื่องดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายพนัชกร โพธิบัญฑิต หัวหน้าชุดหน่วยเฉพาะกิจพญาเสือ และเป็นหัวหน้าอุทยานฯ ไทรโยค พร้อมด้วยนายอรรถพล เภาอ่อน จนท.หน่วยพญาเสือ หน.วนอุทยานฯ ชะอำ น.ส.เนตรนภา งามเนตร จนท.หน่วยพญาเสือ หน.วนอุทยานเขานางพันธุรัต นายยุทธพงศ์ ดำศรีสุข จนท.ชุดพญาเสือ ผช.หน.อุทยานฯ เอราวัณ นำกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยพญาเสือ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร เข้าตรวจสอบข้อมูลตามที่ได้รับการร้องเรียนว่า มีการโพสต์คลิปวิดีโอการตกปลาใกล้เกาะ ภายในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ลงบนสื่อออนไลน์ยูทูบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อมูลในสื่อออนไลน์พบว่า นายภูมิใจ ตั้งสง่า หรือดีเจภูมิ เป็นผู้นำเสนอข้อมูลดังกล่าว ลงสื่อออนไลน์ช่องทาง DJPOOM CHANNEL คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบคลิปวิดีโอที่ปรากฏบนสื่อออนไลน์ดังกล่าวแล้ว พบว่ามีกลุ่มบุคคลจำนวน &amp;nbsp;7 คน ทั้งหมดโดยสารอยู่บนเรือสปีดโบ๊ต ร่วมกันตกปลาและชำแหละเนื้อปลาที่ได้มาจากล่า (ตกเบ็ด) บนเรือลำดังกล่าว เพื่อนำมาปรุงเป็นอาหาร ซึ่งคลิปดังกล่าวได้โพสต์ลงในสื่อโซเชียลยูทูบเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2561 ปัจจุบันคลิปดังกล่าวถูกลบออกจากสื่อออนไลน์ออกไปแล้ว เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2562 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวัฒน์กล่าวว่า คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานที่ นำมาเปรียบเทียบกับคลิปวิดีโอดังกล่าวโดยละเอียด พบว่าทิวทัศน์แต่ละเกาะมีลักษณะที่เด่นชัด เป็นจุดเด่นเฉพาะตัว ซึ่งบริเวณสถานที่กลุ่มบุคคลทั้ง 7 คนอยู่บนเรือสปีดโบ๊ต ร่วมกันตกปลาและชำแหละเนื้อปลาที่ได้มาจากการตกเบ็ดนั้น อยู่ในบริเวณเกาะแรด เกาะกะโหลก เกาะหลักง่าม และเกาะละวะ ซึ่งทั้ง 4 เกาะอยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจสอบบุคคลที่ปรากฏในคลิป พบว่ามีด้วยกันทั้งหมดรวม 7 คน มี 1.นายภูมิใจ หรือดีเจภูมิ 2.นายณฐกร แจ้งเร็ว หรือเชฟตั้ม 3.นายตู่ (ไม่ทราบชื่อจริง) เป็นไต๋เรือ 4.นายโจ้ (ไม่ทราบชื่อจริง) 5.ชายเสื้อดำโพกผ้าที่ศีรษะสีขาว (ไม่ทราบชื่อจริง) 6.หญิงสวมเสื้อแขนยาวลายชมพู-ขาว (ไม่ทราบชื่อจริง) 7.ช่างภาพผู้ถ่ายวิดีโอ (ไม่ทราบชื่อ)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบเรือสปีดโบ๊ตที่ปรากฏในคลิปดังกล่าว พบว่าเรือที่คณะของนายภูมิใจ หรือดีเจภูมิ โดยสารไปตกปลานั้น ชื่อเรือ ท.ธนิท เลขที่ทะเบียนเรือ 584306506 โดยมีนายชลธรพงษ์ อนันตโยธิน อยู่บ้านเลขที่ 38/249 หมู่ที่ 7 ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เป็นเจ้าของเรือ มีไต๋เรือชื่อนายตู่ เป็นคนขับเรือ นำคณะทั้งหมดโดยสารมาตกปลา ตามที่ปรากฏในคลิปดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรได้จัดทำทุ่นแสดงแนวเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรไว้รอบเกาะอย่างชัดเจนแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวจะอ้างว่าไม่ทราบแนวเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร พฤติกรรมของนายภูมิใจ หรือดีเจภูมิ กับพวก เป็นพฤติกรรมที่มีเจตนาเข้ามาล่าสัตว์ในเขตอุทยานแห่งชาติ เป็นการกระทำความผิดกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะพนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้จัดทำบันทึกตรวจสอบ แจ้งความกล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำชุมพร อ.เมือง จ.ชุมพร เพื่อติดตามตัวนายภูมิใจ หรือดีเจภูมิ และ/หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันกระทำผิด/ให้การสนับสนุนการกระทำผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 คือ 1.เก็บหา นำออกไป ทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายซึ่งทรัพยากรธรรมชาติอื่น 2.นำสัตว์ออกไป หรือทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ 3.นำยานพาหนะเข้าออกหรือขับขี่ยานพาหนะในทางที่มิได้จัดไว้เพื่อการนั้น 4.นำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์ หรืออาวุธใดๆ เข้าไปในเขตอุทยาน 5.บุคคลซึ่งเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติต้องปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้สั่งให้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด โดยอนุมัติของรัฐมนตรี และตามมาตรา 18 และมาตรา 25.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43378</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร, พนัชกร โพธิบัญฑิต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190813/image_big_5d52b5add4c90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
