<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หุ้นขานรับดีดขึ้น15.61จุด เอกชนเฮ!มั่นใจศก.สดใส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกชนขานรับประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ประสานเสียงเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ชี้หลังเลือกตั้งบ้านเมืองสงบ เศรษฐกิจไทยสดใสแน่ ขณะที่หุ้นคึกคักดีดขึ้น 15 จุด ซื้อขาย 6.7 หมื่นล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 มกราคม นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยภายหลังมีการประกาศพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เป็นการทั่วไป พ.ศ.2562 ว่า จะช่วยทำให้ความเชื่อมั่นในภาคเศรษฐกิจเป็นบวกมากขึ้น และจะมีผลทำให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้ดีขึ้นตามไปด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเลือกตั้งที่มีความชัดเจน และหากการจัดเลือกตั้งเป็นไปอย่างเรียบร้อย ก็จะเป็นผลดีอย่างมากต่อความเชื่อมั่นของภาคเศรษฐกิจ โดยมองว่าความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นนี้จะมีผลต่อความคึกคักและการเติบโตของเศรษฐกิจในอนาคตด้วย ส่วนเม็ดเงินจากการเลือกตั้งจะมีผลกับภาพรวมเศรษฐกิจอย่างไรนั้น ยังไม่ได้มีการประเมิน&amp;quot; นายลวรณกล่าวและว่า สศค.จะประกาศประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2562 ในวันที่ &amp;nbsp;28 ม.ค.นี้ โดยจากข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลทางเศรษฐกิจในปัจจุบันยังเชื่อมั่นว่าปีนี้ตัวเลขเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) จะขยายตัวได้ที่ 4%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การประกาศ พ.ร.ฎ.ดังกล่าวช่วยให้ภาคเอกชนสบายใจขึ้น เรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศมากขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้มีกระแสการต่อต้านเลื่อนการเลือกตั้ง ส่งผลให้นักลงทุนเกรงว่าจะเกิดความขัดแย้งหรือไม่ สิ่งสำคัญที่สุดที่นักลงทุนติดตามคือ หลังจากการเลือกตั้งแล้วเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร มีความสงบและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายหรือไม่ หากมีความสงบสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ทุกอย่างจะเดินหน้าไปได้ เพราะปีนี้จะมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเป็นจำนวนมาก แต่หากมีปัญหาเรื่องความขัดแย้ง ออกมาเดินประท้วงการเลือกตั้ง เป็นภาพความขัดแย้งเกิดขึ้นในประเทศเหมือนแต่ก่อน จะฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังเพราะขณะนี้ประเทศต่างๆ เช่น &amp;nbsp;เวียดนาม มาเลเซีย ต่างออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนเข้าประเทศเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเจน นำชัยศิริ อดีตประธาน สอท.กล่าวภายในงานสัมมนา &amp;quot;ส่องทิศทางการค้าต่างประเทศและเศรษฐกิจไทย 2562&amp;quot; ว่า การประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งเป็นการแสดงถึงการยืนยันในการวางแผนโรดแมปการเลือกตั้งของภาครัฐ เป็นปัจจัยบวกที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมั่นแก่ประชาคมโลก และยังจะส่งผลต่อภาคประชาชนให้มีความมั่นใจ คลายความกังวลได้เป็นอย่างมาก ดังนั้นหากการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยจะทำให้เป็นผลบวกต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งคาดหวังให้ประเทศสามารถเดินหน้าและเติบโตไปได้อย่างต่อเนื่อง ได้รับการยอมรับจากประชาคมโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่า ถือเป็นสิ่งที่นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศอยากเห็น เนื่องจากการเลือกตั้งจะมีความชัดเจนขึ้น และหากประกาศวันที่แน่ชัดยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนปรับเพิ่มขึ้น โดยภาพรวมเชื่อว่าส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ &amp;nbsp;เพราะก่อนการเลือกตั้งจะมีกิจกรรมต่างๆ เข้ามาสนับสนุนการใช้จ่ายหรือการจ้างงาน และเมื่อมีการเลือกตั้งเสร็จสิ้นยังมองว่ารัฐบาลชุดใหม่ที่เข้ามาจะเป็นรัฐบาลผสม แต่คงต้องติดตามรูปแบบของรัฐบาลผสมที่เกิดขึ้นว่าการคุมเศรษฐกิจเป็นอย่างไร คงต้องติดตามความชัดเจนอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL &amp;nbsp;กล่าวว่า การที่เกิดการเลือกตั้งส่งผลถึงความชัดเจน ซึ่งเอื้อต่อบรรยากาศการลงทุนภาคเศรษฐกิจและตลาดหุ้นโดยรวม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีรพงศ์ จิระเสวีจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.บัวหลวง กล่าวว่า ส่งผลดีต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นและความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ รวมไปถึงการบริโภคในประเทศที่จะกลับมาคึกคักในช่วงการเลือกตั้ง ขณะที่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI จะมีเพิ่มมากขึ้นจากปีก่อนที่มีการขอส่งเสริมการลงทุนกว่า 9 แสนล้านบาท เนื่องจากนักลงทุนจะเข้ามาลงทุนในอีอีซีเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงต้องการเห็นรัฐบาลใหม่ดำเนินนโยบายต่อเนื่องและการเมืองมีเสถียรภาพ เพื่อให้มีบรรยากาศที่ดีที่เหมาะกับการลงทุน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมเชาว์ ตันฑเทอดธรรม กรรมการผู้จัดการ บมจ.เอ็น.ซี เฮ้าส์ซิ่ง (NC) กล่าวว่า จะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยยังเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งความชัดเจนของภาครัฐในการเลือกตั้งที่เป็นไปตามโรดแมปนี้จะสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ส่วนผลของการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไรนั้น เชื่อว่าจะยังคงเป็นผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยในทิศทางที่ดีอย่างแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันที่ 23 ม.ค. เปิดตลาดช่วงเช้าดัชนีปรับตัวลดลงเล็กน้อย จากนั้นประมาณ 40 นาทีหลังเปิดการซื้อขาย หรือราว &amp;nbsp;10.40 น. ดัชนีหุ้นไทยค่อยๆ ทะยานขึ้น ก่อนที่จะปิดการซื้อขายช่วงเช้าที่ 1,617.25 จุด เกือบแตะจุดสูงสุดของการซื้อขายช่วงเช้าที่ 1,617.25 จุด เพิ่มขึ้น 15.48 จุด บวก 0.97% ด้วยมูลค่าการซื้อขายค่อนข้างหนาแน่นที่ 38,148.22 ล้านบาท รับข่าวดีถึงการประกาศ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันในช่วงบ่าย ดัชนีหุ้นไทยมาปิดที่ระดับ 1,617.38 จุด เพิ่มขึ้น 15.61 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.97% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 67,874.58 ล้านบาท แตะจุดสูงสุดที่ 1,620.51 จุด และจุดต่ำสุดที่ &amp;nbsp;1,600.35 จุด โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 686.28 ล้านบาท กองทุนซื้อสุทธิ 6,382.15 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 293.32 ล้านบาท และรายย่อยขายสุทธิ 5,989.19 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพบชัย ภัทราวิชญ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวว่า &amp;nbsp;ดัชนีหุ้นไทยที่ปรับขึ้นในวันนี้ได้รับปัจจัยบวกจากการประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ส่งผลให้มีแรงซื้อจากนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติเข้ามาสนับสนุน โดยเฉพาะในช่วงบ่ายที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) &amp;nbsp;ประกาศเคาะวันเลือกตั้งชัดเจนเป็นวันที่ 24 มี.ค. ทำให้เกิดแรงซื้อเข้ามาเพิ่มขึ้น โดยแนวโน้มยังเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยจะมีทิศทางที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับตลาดเพื่อนบ้าน คาดว่าในวันที่ 24 ม.ค.แนวรับจะอยู่ที่ 1,600-1,610 จุด แนวต้านจะอยู่ที่ 1,625 จุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย เชื่อว่าการประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งจะเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนในระยะสั้น โดยเฉพาะกระแสเงินทุนต่างชาติที่เริ่มเห็นสัญญาณไหลกลับ ซึ่งจะส่งผลบวกต่อดัชนีหุ้นไทยในระยะสั้น แต่ยังต้องจับตาผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) &amp;nbsp;ประจำปี 61 หากต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้อาจทำให้ความต่อเนื่องดัชนีหุ้นไทยสะดุดได้ รวมถึงปัจจัยภายนอกทั้งสงครามการค้าและเบร็กซิตที่อาจเข้ามากระทบด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในประเทศมีข่าวดีเรื่องการประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง และการเตรียมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทย โดยหุ้นที่ได้รับผลดีจากการเลือกตั้ง มีอาทิ ค้าปลีก, แบงก์, นิคมอุตสาหกรรม เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27370</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิติชาญ ศิริสุขอาชา, พบชัย ภัทราวิชญ์, พีรพงศ์ จิระเสวีจินดา, สมเชาว์ ตันฑเทอดธรรม, สุพันธุ์ มงคลสุธี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจน นำชัยศิริ, ไพบูลย์ นลินทรางกูร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190123/image_big_5c48828a13f2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
