<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2020 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2020 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.แถลงพบบุคคลากรทางการแพทย์ไทยติดเชื้อไวรีสโคโรนา 19 รายแรก  เป็นหญิงอายุ35ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.พ.63 - นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา19 ณ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ) &amp;nbsp;ว่า สาระสำคัญคือ ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 19 ได้กลับบ้านอีก 1ราย เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนอายุ56ปี ทำให้ยอดกลับบ้านมีจำนวน 14 ราย &amp;nbsp;แต่ล่าสุดได้พบผู้ป่วยที่ยืนยันการติดเชื้อรายใหม่ &amp;nbsp;เป็นหญิงไทยอายุ 35ปี เป็นบุคคลากรทางการแพทย์ มีประวัติ สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ปวยที่รักษาตัวโรคติดเเชื้อโคโรนาไวรัส ที่ไม่ใช่สถาบันบำราศนราดูร&amp;nbsp; และผู้ป่วยรายใหม่นี้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ที่เข้าข่ายติดตามเฝ้าระวังซึ่งเกิดอาการมีไข้ เลยนำตัวไว้ห้องแยกโรค ตรวจหาเชื้อ ผลออกมาเป็นบวก จึงรับไว้รักษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสาเหตุที่ติดเชื้อเนื่องจาก ผู้ป่วยรายใหม่นี้ เป็นบุคคลากรทางการแพทย์ ได้สัมผัสผู้ป่วย&amp;nbsp;ซึ่งปกติมีความเสี่ยงมากกว่าประชาชนทั่วไป ซึ่งสธ.ได้มีการคติดตามตรวจ บุคคลากรทางการแพทย์อื่นๆอีก &amp;nbsp;24 ราย แต่ไม่พบเชื้อ ไม่มีอาการป่วย ประกอบกับผู้ป่วยรายใหม่ อาศัยอยู่ลำพังคนเดียว จึงไม่มีผู้สัมผัสในครอบครัวเพิ่มเติม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อเจอผู้ป่วยรายหนึ่งจะมีการสำรวจ การสัมผัสคนรอบช้าง และจะถูกนำมาแยก และติดตามผล ผู้ป่วยรายนี้ ที่เป็นบุคคลากรทางการแพทย์ มีผู้ใกล้ชิด 24ราย ซึ่งการตรวจและติดตาม ไม่พบผิดปกติ แต่เราจะติดตาม 14วัน &amp;nbsp;และเมื่อเราสอบสวนข้อมูลเชิงลึก พบว่าผู้ป่วยรายใหม่ ไม่สวมใส่หน้ากากขณะปฎิบัติงาน สะท้อนว่าการป้องกันโรคติดเชื้อใน รพ.อาจไม่เข้มแข็ง &amp;nbsp;และนี่อาจเป็นการป้องกันรายบุคคลที่ไม่ดีพอ &amp;nbsp;สังเกตุได้จากอีก 24 คนไม่เป็นไร แต่คนนี้อาจได้รับเชื้อทางใดทางหนึ่ง จึงขอให้แพทย์ บุคคลากรทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยงสูงระมัดระวังป้องกัน &amp;nbsp;โดยกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;ได้กำชับจะมีหนังสือสั่งการสถานพยาบาลรัฐเอกชน อบรมเข้ม จัดร่วมกัน ชมรมโรคติดเชื้่อโรงพยาบาลในประเทศไทย &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุวรรณชียกล่าวอีกว่า การติดเชื้อของบุคคลากรทางการแพทย์ เกิดขึ้นแล้วกับประเทศจีน &amp;nbsp;จากรายงานคณะกรรมการสุขภาพจีน เมื่อวันที่ 14ก.พ. พบว่าตั้งแต่เริ่มต้นของการระบาดไวรันโคโรนา 19 จนถึงวันที่ &amp;nbsp;11ก.พ. จีนมีบุคคลาแพทย์ 1,716 รายที่ติดเชื้อ คิดเป็น 3.8 %ของผู้ติดเชื้่อทั้งหมดของจีน และมีบุคคลากรแพทย์เสียชีวต 6ราย คิดเป็น 0.4 % ของผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิตของจีน &amp;nbsp;ดังนั้น สธ.กรมควบคุมโรค กรมการแพทย์ ชมรมป้องกันผู้ติดเชื้อรพ.ในประเทศ จึง เน้นให้รพ.ดำเนินมาตรการป้องกันผู้ติดเชื้อจากผู้ป่วยอย่างเคร่งครัด และขอให้ลบุคคลากรทุกระดับ และทุกสถานพยาบาล ที่ดูแลป่วยไวรัสโคโรนา 19 &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องจัดให้มีอุปกรณ์ดูแลตนเองที่เหมาะสม รวมถึงรพ.เองก็ต้องมีอุปกรณ์ และระบบป้องกันการติดเชื้อ ที่เหมาะสม และทบทวนระบบป้องกันอย่างสม่ำเสมอ สธ.จะมีการอบรมการป้องกันติดเชื้่ออีกครั้ง ในวันที่ &amp;nbsp;17&amp;nbsp;ก.พ.โดยเน้นสถานพยาบาลที่มีสถานที่ท่องเที่ยว ให้ดำเนินการป้องกันอย่างเคร่งครัด &amp;nbsp;ตลอดจนสถานพยาบาลทุกระดับไม่ว่าจะเป็นของรัฐหรือเอกชน ก็ต้องดำเนินมาตรการเคร่งครัดด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน สาธารณสุขนิเทศก์ และโฆษกของสธ. กล่าวว่า หลังจากพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ที่เป็นบุคคลากรทางการแพทย์ ทางสธ.จะมีการทำวีดีโอคอนเฟอร์เร้นซ์ประชุม แพทย์ และรพ.ต่างๆ ในวันจันทร์ที่ &amp;nbsp;17 ก.พ.นี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่สุดของ บุคคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้าการต่อสู้เชื้อโรคและ เพื่อซักซ้อมความเข้าใจ การทำงาน ซึ่งขณะนี้เรามีกำลังคนทางการแพทย์ 2แสน ทั้งประเทศ ซึ่งมีตั้งแต่ระดับเวรเปลขึ้นไปที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันโรค และการยกระดับรับมือกับ ของสธ.ต้องทำงานล่วงหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือ ในการเปลี่ยนระยะของโรค &amp;nbsp;เพื่อที่เราจะได้ก้าวหน้ารับมือได้ &amp;nbsp;ดังนั้น &amp;nbsp; ขณะนี้ ผู้บริหารระดับสูงของสธ.เห็นว่าการทำงานของบุคคลากรทางการแพทย์ เหมือนกองทัพต่อสู้เชื้อโรค จึงได้เสนอให้มีการตั้งงบฯกลางตอบแทนทางการแพทย์ บุคคลากรทางการแพทย์ ที่ปฎิบัติงานล่วงเวลาขณะนี้ &amp;nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุวรรณชัย ยังรายงานความคืบหน้าผู้ป่วยหนัก 2ราย ที่นำพลาสมาของแท็กซี่ที่ติดเชื้อ และหายแล้ว ซึ่งถือว่ามีภูมิต้านทานโรคมาใช้กับ กับผู้ป่วยหนัก2รายดังกล่าวว่า จีนก็นำวิธีการนี้มาใช้ และอยู่ในกระบวนการรักษาไป ศึกษาไป &amp;nbsp; โดยผู้ป่วย 2รายนี้ เราได้ร่วมกับสภากาชาดไทย เอาพลาสมาคนที่หายแล้วไปรักษา พบว่าไม่ได้ทำให้อาการดีขึ้นชัดเจน &amp;nbsp;อาจจะมาจากเหตุผลว่า .พลาสมาที่นำมาใช้ยังไม่รู้ภูมิคุ้มกันอยู่มากน้อยแค่ไหน และการใช้พลาสมา ที่เคยติดเชื้อ ยังไม่เคยมีรายงานผลการรักษามาก่อน &amp;nbsp;แต่เพื่อประโยชน์สูงสุดผู้ป่วย &amp;nbsp;ขณะนี้ จึงได้นำเครื่องเอ็กโม่ หรือปอดเทียม มาใช้กับผู้ป่วยอาการหนัก &amp;nbsp; เพื่อให้ระดับออกซิเจนในเลือดสูงขึ้น และเพื่อให้ผู้ป่วยมีเวลาฟื้นตัวรักษาตัวเอง &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน เราก็ไม่นิ่งนอนใจ ขณะนี้ได้มีการนำเข้ายาหลายตัวที่มีการขึ้นทะเบียนในต่างประเทศ แต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนบ้านเรา สั่งนำเข้ามาใช้รักษาผู้ป่วย ในรายที่มีอาการหนัก ยาจะมาถึงได้วันนี้ &amp;nbsp;ยาดังกล่วเป็นกลุ่มต้านไวรัส &amp;nbsp;รักษา ฟลาวิราเวียร์ หรือเป็นยาที่ใช้การรักษาระดับที่สอง หลังจากใช้ยารักษาอาการระดับแรกแล้วไม่ได้ผล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57256</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., #โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่, พบบุคคลากรทางการแพทย์ไทยติดเชื้อรายแรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200204/image_big_5e3953e7df849.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
