<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30634</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2019 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2019 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปท.ยื่นกกต.ขับ4ผู้สมัคร จ่อดำเนินคดีซ้ำใส่ร้ายเบี้ยว2ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มี.ค. 62 - เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง( กกต.)​ &amp;nbsp;นายนิคม &amp;nbsp;บุญวิเศษ &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย (พปท.) ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อแจ้งมติคณะกรรมการบริหารพรรคที่ให้นายสุบัน &amp;nbsp;สุวรรณรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 สงขลา &amp;nbsp; พ.ต.ท.หญิงศิวนาถ พวงแก้ว ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 นครพนม นายชัยพร ชัยฤทธิ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช &amp;nbsp; และ น.ส.อติกานต์ สัตย์แสง &amp;nbsp;ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 สุรินทร์ พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรค และพ้นจากการเป็นสมัคร ส.ส.ของพรรค &amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งยื่นว่าที่บุคคลทั้ง 4 กล่าวหาว่า พรรคหลอกลวงต้มตุ๋นว่าจะให้เงิน 2 ล้านบาท และให้มาลงเป็นผู้สมัครของพรรค ไม่เป็นความจริง ถือเป็นการใส่ร้ายป้ายสีพรรค &amp;nbsp;พร้อมที่จะดำเนินคดีกับบุคคลทั้ง 4 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิคม กล่าวว่า พรรคพลังปวงชนไทยเป็นพรรคใหม่ ซึ่งทุกคนที่เข้ามาต่างมีอุดมการณ์เดียวกันที่จะเสียสละมีจิตอาสา ไม่ได้แสวงหาผลประโยชน์และผลกำไร พรรคเราไม่ใช่พรรคที่ถูกนายทุนครอบงำหรือชี้นำ &amp;nbsp;การที่มีสมาชิกพรรคบางส่วนมาร้อง กกต. ด้วยการอ้างว่าพรรคจะให้การช่วยเหลืออาจเป็นความเข้าใจผิด เพราะในช่วงแรกๆ ทาง กกต. ระบุว่าผู้สมัครสามารถใช้จ่ายในการเลือกตั้งได้ไม่เกิน 2 ล้านบาท แต่ต่อมา กกต. ได้กำหนดให้ใช้ได้ไม่เกิน 1.5 ล้าน จึงอาจทำให้ผู้สมัครเข้าใจว่าเมื่อมาสมัครส.ส.กับพรรคแล้วจะได้เงิน ซึ่งในความจริงแล้วพรรคไม่เคยตกลงจะให้เงินจำนวน 2 ล้าน &amp;nbsp;การที่มาอ้างว่าไม่มีเงินใช้หนี้ แล้วมาร้อง กกต. ถือว่าเป็นการกล่าวร้ายใส่พรรค พรรคเรามีผู้สมัคร 269 คน มีสมาชิกหลายหมื่นคน ทุกคนรักพรรค บางคนลงพื้นที่ด้วยเงินของตนเอง มีเพียง 5-6 คนที่มาใส่ร้ายป้ายสี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พรรคได้ประชุมกรรมการบริหารพรรค และพบว่าผู้สมัครที่มาร้องกับกกต. ทำผิดจริยธรรมของพรรคจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ออกจากสมาชิกพรรคและไม่เป็นผู้สมัครของพรรค &amp;nbsp;รวมทั้งจะดำเนินคดีด้วย&amp;ldquo; นายนิคม ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิคม ยังเปิดเผยว่า ก่อนที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวจะมาร้อง กกต. ได้ไปเข้าพบพล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นประธานที่ปรึกษาพรรค &amp;nbsp;ซึ่งท่านจะดูนโยบายโดยรวมของพรรค ตนก็ได้รับทราบว่า ท่านให้ทั้ง 4 คนได้เข้าพบ และสอบถามปัญหา รวมทั้งบอกให้ใจเย็นรอสักอาทิตย์หนึ่งเพราะพรรคกำลังหาทางช่วยเหลืออยู่แต่ทั้งหมดก็มาร้องให้ยุบพรรค เป็นการทำผิดซ้ำซาก ไม่ขยันหาเสียง พรรคทำป้ายไว้ให้ก็ไม่ไปรับ พร้อมยืนยันว่าพรรคไม่ได้ซื้อตัวมาลงสมัครรับเลือกตั้งแต่พรรคมีกระบวนการสรรหาผู้สมัคร และไม่น่าจะเกิดจากการที่พรรคไม่เสนอชื่อพล.อ.ชัยสิทธิ์เป็นแคนดิเนตนายกรัฐมนตรีในนามของพรรค &amp;nbsp;แต่เข้าใจว่าการที่เราเชิญพล.อ.ชัยสิทธิ์มาเป็นประธานที่ปรึกษาก็อาจทำให้เขาเข้าใจว่าท่านมาแล้วจะมีเงินมาให้ หรือสนับสนุนพรรค &amp;nbsp;ซึ่งไม่เป็นความจริง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30634</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ขับ4ผู้สมัครส.ส., พปท., พลังปวงชนไทย, ใส่ร้ายเบี้ยวเงิน2ล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190306/image_big_5c7f647eb44ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
