<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119080</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 17:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 17:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘21 ปี พอช.’  :  กลไกรัฐที่สนับสนุนชุมชน-สร้างสังคมเข้มแข็ง บ้านมั่นคง บ้านที่มากกว่าคำว่า “บ้าน”  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยเป็นภารกิจที่สำคัญด้านหนึ่งของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; เป็นหน่วยงานของรัฐรูปแบบใหม่&amp;nbsp; สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) &amp;nbsp;เปิดดำเนินงานเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2543&amp;nbsp; มีภารกิจสนับสนุนและส่งเสริมองค์กรชุมชน&amp;nbsp; เครือข่ายองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; การพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวชุมชนเมืองและชนบท &amp;nbsp;ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; การจัดสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ดูแลสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;การจัดการภัยพิบัติ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในเดือนตุลาคมนี้&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอช.ดำเนินงานมาครบ 21 ปี&amp;nbsp; และกำลังย่างเข้าสู่ปีที่ 22&amp;nbsp; มีประสบการณ์และบทเรียนในการทำงานมากพอสมควร&amp;nbsp; โดยยึดหลักการพัฒนาแบบองค์รวม&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาจากเดิมแบบ &amp;ldquo;สั่งการ&amp;rdquo;&amp;nbsp; หรือบนลงล่าง&amp;nbsp; เป็นล่างขึ้นบน&amp;nbsp; โดยชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา&amp;nbsp; สามารถคิด&amp;nbsp; วิเคราะห์&amp;nbsp; และบริหารโครงการต่างๆ&amp;nbsp; ได้เอง&amp;nbsp; ไม่ใช่เป็น &amp;ldquo;ผู้รอรับการพัฒนา&amp;rdquo; ทำให้ชุมชนและเครือข่ายเกิดความเข้มแข็ง&amp;nbsp; พึ่งพาตนเองได้&amp;nbsp; ดังตัวอย่างต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; แก้ปัญหาที่อยู่อาศัยคนจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเทศไทยมีครัวเรือนทั้งหมดประมาณ 21 ล้านครัวเรือน&amp;nbsp; ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยเกือบ&amp;nbsp; 6 &amp;nbsp;ล้านครัวเรือน&amp;nbsp; เป็นครัวเรือนที่มีรายได้น้อยและต้องการที่อยู่อาศัยประมาณ&amp;nbsp; 3.5&amp;nbsp; ล้านครัวเรือน&amp;nbsp; โดยเฉพาะประชาชนที่มีรายได้น้อยเข้าไม่ถึงแหล่งสินเชื่อที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; บางส่วนจึงต้องบุกรุกที่ดินของรัฐและเอกชนเพื่อปลูกสร้างบ้าน&amp;nbsp; หรือเช่าบ้าน-เช่าที่ดินอยู่อาศัย&amp;nbsp; สภาพทรุดโทรม&amp;nbsp; สิ่งแวดล้อมย่ำแย่&amp;nbsp; เพราะเป็นชุมชนแออัด&amp;nbsp; เด็กๆ ไม่มีสถานที่วิ่งเล่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ลุงวิเชียร&amp;nbsp; แสงพลอย&amp;nbsp; วัย 76 ปี&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนเจริญชัยนิมิตรใหม่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ย่านสถานีขนส่งหมอชิตใหม่&amp;nbsp; เขตจตุจักร &amp;nbsp;เล่าย้อนกลับไปเมื่อ 20-30&amp;nbsp; ปีก่อนว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนที่ลุงอาศัยอยู่เดิมเป็นชุมชนเช่าที่ดินเมื่อก่อนเรียกว่า &amp;ldquo;ชุมชนสวนผัก&amp;rdquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะสมัยก่อนย่านจุตจักรยังเป็นทุ่งนา &amp;nbsp;เป็นสวนผัก&amp;nbsp; สถานีหมอชิตใหม่ยังไม่ย้ายเข้ามา&amp;nbsp; เจ้าของที่ดินเป็นเศรษฐีใจบุญจึงให้เช่าที่ราคาถูกๆ&amp;nbsp; เดือนละ 20-100 บาทเพื่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; ครอบครัวละ 20-30 ตารางวา&amp;nbsp; มีคนมาปลูกบ้านหลายสิบหลัง&amp;nbsp; ต้องต่อน้ำประปา&amp;nbsp; ไฟฟ้าราคาแพงจากข้างนอกเข้ามาใช้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นคนหาเช้ากินค่ำ&amp;nbsp; เป็นแรงงานราคาถูก&amp;nbsp; อพยพจากต่างจังหวัดเพื่อมาหากินในกรุงเทพฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลุงวิเชียร&amp;nbsp; แสงพลอย&amp;nbsp; บุกเบิกแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยมากว่า 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมาเมื่อมีข่าวว่าจะมีสถานีขนส่งย้ายเข้ามา&amp;nbsp; มีการตัดถนน&amp;nbsp; มีทางด่วนผ่าน&amp;nbsp; ที่ดินมีราคาสูง&amp;nbsp; จึงมีคนมาขอซื้อที่ดินแปลงนี้&amp;nbsp; รวมเนื้อที่ทั้งหมด 5 ไร่เศษ&amp;nbsp; ราคาหลายสิบล้านบาท&amp;nbsp; แต่เจ้าของยังไม่ขาย&amp;nbsp; เพราะห่วงว่าชาวบ้านจะเดือดร้อน&amp;nbsp; ขณะที่ชาวบ้านก็เริ่มตื่นตัว &amp;nbsp;เพราะไม่รู้ว่าเจ้าของที่ดินอาจจะขายที่ดินแปลงนี้ในวันไหน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ต้นปี 2537 เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาชุมชนเมือง (พชม.) สังกัดการเคหะแห่งชาติ ( พชม.จัดตั้งขึ้นในปี 2535 &amp;nbsp;เป็นโครงการพิเศษภายใต้การเคหะแห่งชาติ &amp;nbsp;ตามข้อเสนอของขบวนชุมชนและประชาสังคม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อบริหารจัดการงบประมาณแก้ปัญหาชุมชนแออัดที่รัฐบาลให้การสนับสนุนจำนวน&amp;nbsp; 1,250 ล้านบาท&amp;nbsp; ปัจจุบันคือสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช.) ที่รู้ข่าวว่าชุมชนเจริญชัยนิมิตรใหม่กำลังมีปัญหาเรื่องความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;ได้เข้ามาพบปะพูดคุยกับชาวบ้านเพื่อให้คำปรึกษา&amp;nbsp; จนนำไปสู่การรวมกลุ่มกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ (กุมภาพันธ์ 2537) เพื่อระดมทุนแก้ไขปัญหาและเตรียมพร้อมหาที่อยู่อาศัยใหม่&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีสมาชิกเริ่มต้น 28 ราย &amp;nbsp;ออมเงินกันคนละ 300-500 บาทต่อเดือน &amp;nbsp;ใครมีมากก็ออมมากกว่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;พอถึงปี 2542 &amp;nbsp;ตอนนั้นพวกเราออมเงินกันได้ 5-6 ปีแล้ว&amp;nbsp; และสถานีหมอชิตใหม่ย้ายมาแล้ว &amp;nbsp;มีคนมาขอซื้อที่ดินแปลงนี้จากเจ้าของ &amp;nbsp;ราคา 65 ล้านบาท &amp;nbsp;หรือประมาณตารางวาละ 30,000 บาท &amp;nbsp;พวกเราก็ส่งตัวแทนไปคุยกับเจ้าของที่ดิน &amp;nbsp;เจ้าของก็ถามว่าพวกเราจะมีเงินซื้อหรือ ? &amp;nbsp;เพราะรู้ว่าชาวบ้านไม่มีเงินแน่ๆ &amp;nbsp;แต่พวกเราก็บอกว่าตอนนี้มีเงินออมทรัพย์รวมกันได้ประมาณ 1 ล้านบาท&amp;nbsp; และจะหาเงินมาซื้อที่ดิน&amp;nbsp; เพราะไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน &amp;nbsp;ลูกหลานก็เรียนและทำงานอยู่แถวนี้ &amp;nbsp;ถ้าจะย้ายไปอยู่นอกเมืองก็ต้องไปเริ่มนับหนึ่งกันใหม่&amp;rdquo; ลุงวิเชียรเล่าย้อนเหตุการณ์ในครั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่เหมือนกับเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ !! &amp;nbsp;เพราะเจ้าของที่ดินใจบุญรายนั้น (นายมานะ &amp;nbsp;เนตรสาริกา) ยอมขายที่ดินให้ชาวบ้านในราคาตารางวาละ 10,000 บาท&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ชาวบ้านก็ยังขอต่อรองอีก &amp;nbsp;จนเจ้าของใจอ่อนลดเหลือตารางวาละ 7,500 บาท รวมที่ดินเนื้อที่ 5 ไร่ 35 ตารางวา &amp;nbsp;ราคา 18 ล้านบาทเศษ &amp;nbsp;โดยชาวบ้านได้รวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์เคหสถานชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่ &amp;nbsp;เพื่อให้มีสถานะเป็นนิติบุคคล&amp;nbsp; (เพื่อทำนิติกรรมและสัญญาต่างๆ)&amp;nbsp; และยื่นขอใช้สินเชื่อจากสำนักงานพัฒนาชุมชนเมือง (ปัจจุบันคือ พอช.) &amp;nbsp;เพื่อนำมาซื้อที่ดิน&amp;nbsp; โดยทำสัญญาซื้อขายที่ดินกับเจ้าของในเดือนสิงหาคม 2543&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อได้ที่ดินมาแล้ว&amp;nbsp; ชาวบ้านจึงนำมาจัดสรรกันโดยการดำเนินการของสหกรณ์เคหสถานชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่ &amp;nbsp;แบ่งที่ดินตามความต้องการและฐานะของครอบครัว ได้ทั้งหมด 82 แปลง (รวมชุมชนที่เดือดร้อนใกล้เคียง) ที่ดินมีขนาดตั้งแต่ 10-25 ตรว. ผ่อนส่งเดือนละ 1,100 -2,300 บาทตามขนาดที่ดิน &amp;nbsp;ระยะเวลา 15 ปี ส่วนบ้านยังไม่ได้ก่อสร้างใหม่&amp;nbsp; เพราะชาวบ้านยังมีภาระในการผ่อนชำระค่าที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถนนทางเดินในชุมชนก็ยังเฉอะแฉะ&amp;nbsp; เป็นดินโคลน&amp;nbsp; เวลาหน้าฝนน้ำจะท่วมขัง&amp;nbsp; ชาวบ้านต้องเดินลุยโคลนเข้า-ออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพชุมชนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในเดือนกรกฎาคม 2543&amp;nbsp; มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; โดยโอนภารกิจของสำนักงานพัฒนาชุมชนเมืองและสำนักงานกองทุนพัฒนาชนบทเข้าด้วยกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อมาในวันที่&amp;nbsp; 26&amp;nbsp; ตุลาคม 2543&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช.ได้เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ&amp;nbsp; (ปัจจุบัน พอช.อยู่ในการกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในปี&amp;nbsp; 2546&amp;nbsp; พอช.ได้จัดทำโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; &amp;nbsp;ขึ้นมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; อยู่ในที่ดินบุกรุกหรือที่ดินเช่าที่ไม่มีความมั่นคง&amp;nbsp; เพราะไม่รู้ว่าจะถูกขับไล่ในวันใด&amp;nbsp; โดย พอช.ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปทำงานร่วมกับชาวบ้าน&amp;nbsp; เพื่อสนับสนุนให้ชาวชุมชนที่มีความเดือดร้อนร่วมกันแก้ไขปัญหา &amp;nbsp;พอช.มีหน้าที่ให้คำปรึกษาและให้การสนับสนุน&amp;nbsp; โดยมีกระบวนการต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สร้างความเข้าใจร่วมกันทั้งชุมชน&amp;nbsp; ร่วมกันตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร่วมกันจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลรับผิดชอบ&amp;nbsp; แบ่งหน้าที่&amp;nbsp; สำรวจข้อมูลชุมชน&amp;nbsp; ความเดือดร้อน&amp;nbsp; ช่วยกันออกแบบบ้านในความฝัน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 โครงการนำร่องบ้านมั่นคงในปี 2546&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการบ้านมั่นคงเริ่มต้นในปี 2546 &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีชุมชนนำร่องจำนวน 10 แห่งทั่วประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยชุมชนเจริญชัยนิมิตรใหม่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 10 ชุมชนนั้นด้วย &amp;nbsp;ส่วนชุมชนอื่นๆ &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;บ่อนไก่ &amp;nbsp;กรุงเทพฯ, แหลมรุ่งเรือง จ.ระยอง, บุ่งคุก &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จ.อุตรดิตถ์, เก้าเส้ง จ.สงขลา &amp;nbsp;ฯลฯ &amp;nbsp;โดยรัฐบาลอนุมัติงบประมาณสนับสนุนจำนวน 146 ล้านบาท &amp;nbsp;เพื่อให้ พอช.นำไปสนับสนุนชุมชนในการพัฒนาสาธารณูปโภคและสินเชื่อเพื่อซื้อที่ดิน-ก่อสร้างบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในส่วนของชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่หลังจากซื้อที่ดินในปี 2543&amp;nbsp; แล้ว&amp;nbsp; จึงได้เริ่มกระบวนการบ้านมั่นคงในปี 2546 &amp;nbsp;เพื่อก่อสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; เนื่องจากสภาพบ้านเรือนส่วนใหญ่มีสภาพทรุดโทรม&amp;nbsp; เพราะปลูกสร้างมานาน&amp;nbsp; และส่วนใหญ่สร้างบ้านกันตามทุนรอนที่มี&amp;nbsp; ไม่มีระบบสาธารณูปโภค&amp;nbsp; ทางเดินเป็นพื้นดิน&amp;nbsp; ไม่มีท่อระบายน้ำ&amp;nbsp; เมื่อฝนตกถนนและทางเดินจึงเละเป็นโคลน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดย พอช.ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาให้คำแนะนำการทำโครงการบ้านมั่นคง &amp;nbsp;มีตัวแทนชาวบ้านเป็นคณะกรรมการ&amp;nbsp; ไปศึกษาดูงานชุมชนที่แก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยแล้ว &amp;nbsp;ร่วมกันสำรวจข้อมูลต่างๆ ในชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;จัดประชุมเพื่อรับฟังความเห็นของสมาชิก &amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;รูปแบบการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่วมกันออกแบบผังชุมชนใหม่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ออกแบบบ้าน &amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงร่วมกันสร้างระบบสาธารณูปโภค&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอติดตั้งไฟฟ้า &amp;nbsp;น้ำประปา &amp;nbsp;ทำท่อระบายน้ำ&amp;nbsp; ถนนในชุมชน 3 สาย &amp;nbsp;กว้าง 4 เมตร&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พอช.สนับสนุนงบประมาณจำนวน 1,780,000 บาท ใช้แรงงานในชุมชนเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนการสร้างบ้าน &amp;nbsp;ครอบครัวไหนที่มีความพร้อมก็ดำเนินการไปก่อน&amp;nbsp; มีทั้งสร้างเอง จ้างช่างมาสร้าง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งการลงแรงช่วยกันก่อสร้าง &amp;nbsp;ใช้วัสดุเก่าที่ยังใช้ได้ &amp;nbsp;ทำให้ชาวบ้านประหยัดงบได้ไม่น้อย โดย พอช.สนับสนุนสินเชื่อก่อสร้างบ้านตามขนาดที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งแต่ 10-25&amp;nbsp; ตารางวา&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียวและบ้านเดี่ยวสองชั้น &amp;nbsp;ราคาตั้งแต่ 130,000-300,000&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; ผ่อนชำระเดือนละ 1,100-2,300 บาท&amp;nbsp; ระยะเวลา 15 ปี&amp;nbsp; อัตราดอกเบี้ยร้อยละ&amp;nbsp; 9 บาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;พอถึงปี 2547 &amp;nbsp;บ้านส่วนใหญ่ก็ทยอยก่อสร้างแล้วเสร็จ &amp;nbsp;จากชุมชนที่เคยอยู่กันแบบ &amp;ldquo;ตามมีตามเกิด&amp;rdquo; ทางเดินเฉอะแฉะ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นหลุมเป็นบ่อ &amp;nbsp;ไม่มีน้ำประปา&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีไฟฟ้าใช้เอง &amp;nbsp;จึงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ !!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพชุมชนใหม่&amp;nbsp; บ้านเรือน&amp;nbsp; ถนนดูสะอาดตา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ลุงวิเชียร ในฐานะประธานชุมชนเจริญชัยฯ กล่าวว่า &amp;nbsp;จากการรวมตัวกันโครงการชาวบ้านเพื่อซื้อที่ดินและเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงกับ พอช.&amp;nbsp; ปัจจุบันเป็นเวลากว่า 20 ปี&amp;nbsp; ชาวบ้านทุกครอบครัวผ่อนชำระค่าที่ดินค่าและค่าสร้างบ้านหมดแล้วและจากสภาพเดิมของชุมชนเมื่อก่อนยังเป็นทุ่งนา &amp;nbsp;เป็นสวนผัก&amp;nbsp; แต่ตอนนี้กลายเป็นย่านคมนาคม &amp;nbsp;เพราะอยู่ใกล้สถานี บขส.หมอชิตใหม่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;สถานีกลางบางซื่อ &amp;nbsp;และอยู่ในแนวรถไฟฟ้าสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) ทำให้ที่ดินในย่านนี้มีราคาสูงขึ้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฉพาะที่ดินที่ชาวชุมชนอาศัยอยู่ 5 ไร่เศษ &amp;nbsp;ตอนซื้อมาราคา 18 ล้านบาทเศษ (เจ้าของที่ดินลดราคาให้) ตอนนี้มีเอกชนมาขอซื้อราคา 200 ล้านบาทเพื่อทำโครงการธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;แต่พวกเราตกลงกันแล้วว่าจะให้ราคาสูงอย่างไรก็จะไม่ขาย &amp;nbsp;เพราะเรารับปากกับเจ้าของที่ดินเอาไว้ว่าจะซื้อมาเพื่อทำที่อยู่อาศัยเท่านั้น &amp;nbsp;พวกเรายังคุยกันเลยว่า &amp;nbsp;หากเราไม่รวมตัวกันซื้อที่ดินและทำโครงการบ้านมั่นคงในตอนนั้น &amp;nbsp;วันนี้พวกเราจะไปอยู่ที่ไหนกัน &amp;nbsp;จะกลับไปอยู่ต่างจังหวัดก็ไม่มีที่ดินทำกิน &amp;nbsp;อาจจะอยู่ในสลัมที่ไหนสักแห่ง &amp;nbsp;หรือเช่าบ้านอยู่ตลอดชีวิต เพราะลำพังคนหาเช้ากินค่ำคงไม่มีเงินพอจะซื้อบ้านอยู่ ถ้าเราไม่รวมตัวกันและไม่มีโครงการบ้านมั่นคง &amp;nbsp;พวกเราก็คงจะไม่ได้อยู่แบบวันนี้&amp;rdquo; ลุงวิเชียรบอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;บ้านที่มากกว่าคำว่า &amp;ldquo;บ้าน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โครงการสร้างบ้านมั่นคง&amp;nbsp; ดังตัวอย่างที่ชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่&amp;nbsp; ไม่ใช่เป็นการสร้างเฉพาะ &amp;ldquo;ที่อยู่อาศัย&amp;rdquo; เท่านั้น แต่ยังมีกระบวนการ &amp;ldquo;พัฒนาชุมชน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;การพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;rdquo; ของชาวชุมชนด้วย&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นที่ชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีสหกรณ์เคหสถานฯ ซึ่งให้สมาชิกออมเงินตามหุ้นที่มีอยู่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;หุ้นละ 10 บาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;คนหนึ่งไม่เกิน 20 หุ้น &amp;nbsp;มีสมาชิกทั้งหมด 160 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัจจุบันมีเงินหมุนเวียนประมาณ 10 ล้านบาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;สมาชิกกู้ยืมได้สูงสุดไม่เกิน 3 แสนบาท&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาทต่อเดือน &amp;nbsp;ผ่อนชำระภายใน 60 งวด&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือว่าเป็น &amp;lsquo;ธนาคารชาวบ้าน&amp;rsquo; &amp;nbsp;เพราะนอกจากจะสร้างวินัยในการออมแล้ว &amp;nbsp;ยังเป็นที่พึ่งของชาวบ้านในยามที่เดือดร้อนจำเป็น &amp;nbsp;ไม่ต้องพึ่งเงินกู้นอกระบบที่เก็บดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 บาทต่อเดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ที่ชุมชนเจริญชัยฯ ยังมีกิจกรรมการพัฒนาชุมชนต่างๆ ที่หน่วยงานภายนอกเข้ามาสนับสนุน &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;การคัดแยกขยะ &amp;nbsp;&amp;nbsp;นำขยะเปียกไปทำปุ๋ย &amp;nbsp;&amp;nbsp;ใส่ต้นไม้ในชุมชน &amp;nbsp;ขยะรีไซเคิ้ลเอาไปขายเป็นกองทุนพัฒนาชุมชน ชุมชนจึงดูสะอาดสวยงาม &amp;nbsp;มีศูนย์เฝ้าระวังภัยและยาเสพติด &amp;nbsp;โดยมีชาวบ้านในชุมชนเป็นอาสาสมัครเฝ้าระวัง &amp;nbsp;มีกองทุนแม่ของแผ่นดิน เพื่อป้องกันปัญหายาเสพติด ฯลฯ ทำให้ชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่เป็นสถานศึกษาดูงานของชุมชนและหน่วยงานรัฐต่างๆ ทั้งในด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยและพัฒนาชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ชุมชนยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พอช.จัดทำโครงการแก้ไขผลกระทบจากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทำคาราวานสินค้าราคาถูกนำไปจำหน่ายให้แก่สมาชิกชุมชนต่างๆ ในเขตจตุจักร&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; น้ำมันพืช&amp;nbsp; ไข่ไก่&amp;nbsp; น้ำตาล&amp;nbsp; นม&amp;nbsp; อาหารแห้ง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อดค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จัดทำ &amp;lsquo;ศูนย์พักคอยชุมชน&amp;rsquo; &amp;nbsp;หรือ CI (Community&amp;nbsp; Isolation)&amp;nbsp; เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิดที่ยังมีอาการไม่รุนแรงในชุมชนเครือข่ายเขตจตุจักร&amp;nbsp; สามารถรองรับได้ 8 เตียง&amp;nbsp; (พอช.สนับสนุนงบ 150,000&amp;nbsp; บาท)&amp;nbsp; ขณะนี้ชาวบ้านกำลังช่วยกันก่อสร้าง&amp;nbsp; คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคมนี้&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์พักคอยกำลังก่อสร้าง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;TDRI ประเมินบ้านมั่นคง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;ldquo;ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ&amp;rdquo; พัฒนาสังคมให้น่าอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากรายงานของทีดีอาร์ไอ ฉบับที่ &amp;nbsp;102 เดือนเมษายน 2557 เรื่อง &amp;ldquo;การประเมินมูลค่าที่เกิดจากโครงการบ้านมั่นคง&amp;rdquo; ซึ่งเป็นรายงานการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) โดย ดร. นิพนธ์ พัวพงศกร และคณะ ได้คัดเลือกชุมชนบ้านมั่นคงทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด &amp;nbsp;รวม 16 ชุมชน (รวมทั้งชุมชนเจริญชัยนิมิตรใหม่) มีครัวเรือนที่เป็นตัวอย่างในการสำรวจ 745 ครัวเรือน &amp;nbsp;พบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการบ้านมั่นคงมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดขนาดใหญ่&amp;nbsp;โดยสร้างความมั่นคงใน &amp;ldquo;ที่ดินและที่อยู่อาศัย&amp;rdquo; ให้แก่ครัวเรือนที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัด &amp;nbsp;โครงการนี้ใช้แนวทางการดำเนินการแบบใหม่ที่แตกต่างจากโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยแบบเดิมซึ่งหน่วยงานรัฐเป็นผู้จัดทำโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวคือ (1) เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้ผู้อยู่อาศัยในชุมชนรวมตัวและมีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการตั้งแต่ต้นจนเสร็จสิ้น &amp;nbsp;ได้แก่ &amp;nbsp;การสำรวจข้อมูล&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกชุมชนนำร่อง &amp;nbsp;การเลือกวิธีปรับปรุงชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดหาที่ดิน &amp;nbsp;การออมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย การออกแบบบ้าน &amp;nbsp;การออกแบบชุมชน &amp;nbsp;การก่อสร้าง ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านมั่นคงที่จังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp; ชาวบ้านช่วยกันลงแรงสร้าง&amp;nbsp; และมีส่วนร่วมทำโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (2) รูปแบบและแนวทางการปรับปรุงที่อยู่อาศัยของแต่ละชุมชนมีความหลากหลายและแตกต่างกันตามสภาพปัญหา ความต้องการของสมาชิกในชุมชน &amp;nbsp;และข้อจำกัดด้านต่างๆ (โดยเฉพาะด้านกายภาพและเจ้าของที่ดิน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (3) เน้นการแก้ปัญหาชุมชนแออัดทั้งเมือง&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;ไม่ใช่การแก้ปัญหาเพียงบางจุดหรือบางพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการบ้านมั่นคงมีประโยชน์ทางอ้อมทั้งทางเศรษฐกิจและมิใช่ทางเศรษฐกิจ &amp;nbsp;ดังนี้ &amp;nbsp;ด้านเศรษฐกิจ โครงการบ้านมั่นคงทำให้ครัวเรือนมีรายจ่ายลดลง &amp;nbsp;โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาที่ประหยัด &amp;nbsp;เพราะไม่ต้องพ่วงจากมิเตอร์บ้านที่มีทะเบียนบ้าน &amp;nbsp;และมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะครัวเรือนมีการผ่อนส่งบ้านให้แก่สหกรณ์จึงต้องขวนขวายหารายได้เพิ่ม และลดรายจ่ายของครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;หลักฐานทางสถิติยืนยัน &amp;nbsp;ได้แก่ &amp;nbsp;เด็กนักเรียนใช้เวลาเรียนหนังสือมากขึ้น &amp;nbsp;นอกจากนี้การที่ชุมชนมีการจัดการที่ดีขึ้น มลพิษลดลง&amp;nbsp;และสภาพแวดล้อมในชุมชนดีขึ้น&amp;nbsp;อาจทำให้สุขภาพของคนในชุมชนดีขึ้น โอกาสเกิดอัคคีภัยลดลง &amp;nbsp;คนในชุมชนมีความภูมิใจที่มีบ้านที่น่าอยู่ในชุมชนที่&amp;nbsp; และสามารถเปิดประตูเชื้อเชิญญาติและเพื่อนฝูงมาที่บ้านได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผลประโยชน์ที่สำคัญที่สุดในด้านการปกครองก็คือ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ประชาชนในชุมชนเปลี่ยนฐานะจาก &amp;ldquo;ผู้บุกรุกที่ทำผิดกฎหมาย&amp;rdquo; เป็น &amp;ldquo;พลเมืองที่มีศักดิ์ศรี&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ข้าราชการให้เกียรติ &amp;nbsp;ให้ข่าวสาร &amp;nbsp;ข้อมูล และให้ความร่วมมือกับงานพัฒนาชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนประโยชน์ทางสังคมที่สำคัญก็คือ &amp;nbsp;ทุนทางสังคม (Social Capital) ที่เกิดจากการรวมกลุ่มในโครงการบ้านมั่นคง ทำให้คนในชุมชนไว้วางใจกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคงยังก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางอ้อมต่อสังคม ซึ่งมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจน &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;เด็กมีแนวโน้มใช้เวลากับการเรียนมากขึ้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;อาชญากรรมและยาเสพติดในชุมชนลดลง&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;รายงานดังกล่าวระบุ (ดูรายงานฉบับเต็มได้ที่ http://tdri.or.th/wp-content/uploads/2014/05/wb102.pdf)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;เดิมเป็นชุมชนบุกรุกที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp;ปัจจุบันชาวบ้านเช่าที่ดินสร้างบ้านอยู่อาศัยอย่างถูกกฎหมาย&amp;nbsp; สร้างเสร็จแล้วใน&amp;nbsp; 35 ชุมชนกว่า&amp;nbsp; 3,000 ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นับแต่ปี 2546 &amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนผู้ยากไร้มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยทั้งในชนบทและเมืองไปแล้วกว่า 180,000 ครัวเรือน (บ้านมั่นคง&amp;nbsp; การซ่อมสร้างบ้านที่มีสภาพทรุดโทรมหรือ &amp;lsquo;บ้านพอเพียงชนบท&amp;rsquo; การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; คนไร้บ้าน&amp;nbsp; ฯลฯ) ในกว่า 3,000 ชุมชนเมืองและชนบททั่วประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยมี &amp;lsquo;แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี&amp;rsquo; (พ.ศ.2560-2579) เป็นเข็มทิศ&amp;nbsp;ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp; สร้างความเป็นธรรมในสังคม มีเป้าหมายกว่า 1 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp;&amp;lsquo;เพื่อคนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายในปี 2579&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้นำชุมชนริมคลองลาดพร้าวคนหนึ่งบอกว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;เมื่อก่อนสภาพเป็นชุมชนแออัด&amp;nbsp; เด็กนักเรียนไม่กล้าชวนเพื่อนมาเล่นที่บ้านแต่ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119080</URL_LINK>
                <HASHTAG>21 ปี พอช., TDRI, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ธนาคารชาวบ้าน, บ้านมั่นคง, พม., พลเมืองที่มีศักดิ์ศรี, พอช., ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ, ลุงวิเชียร  แสงพลอย, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย, แก้ปัญหาที่อยู่อาศัยคนจน, โครงการสร้างบ้านมั่นคง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615eca7acd096.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 16:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายคนจนเมืองจัดกิจกรรม ‘วันที่อยู่อาศัยโลก 2564’ เจรจาคมนาคมขอใช้ที่ดิน รฟท.รองรับชุมชนโดนไล่รื้อ ด้าน พอช.ตั้งเป้าแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยปีหน้า 3 หมื่นครัวเรือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้แทน UN ประจำประเทศไทย (ซ้าย) รับมอบหนังสือแถลงการณ์จากผู้แทนเครือข่ายสลัม 4 ภาค (ขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถนนราชดำเนินนอก /&amp;nbsp; สลัม 4 ภาคและเครือข่ายคนจนเมืองจัดกิจกรรม &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก 2564&amp;rsquo; &amp;nbsp;เจรจาแก้ปัญหาที่ดินชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาที่ดินและเส้นทางรถไฟในกรุงเทพฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่มีชุมชนทั่วประเทศใน 36 จังหวัดเกือบ 40,000 ครัวเรือนได้รับผลกระทบจากโครงการ รฟท. เตรียมขอเช่าที่ดินสร้างที่อยู่อาศัยใหม่&amp;nbsp; เผยสถานการณ์โควิดส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจทำให้กลุ่มผู้เช่าบ้านต้องกลายเป็นคนไร้บ้านหน้าใหม่&amp;nbsp; ด้าน พอช.ตั้งเป้าแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยปีหน้า 30,000 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; องค์การที่อยู่อาศัยแห่งสหประชาชาติ (UN &amp;ndash; HABITAT)&amp;nbsp;&amp;nbsp; กำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี เป็น &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;World Habitat Day&amp;rsquo;&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่ปี 2528 &amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ในโลกให้ความสำคัญกับสถานการณ์การอยู่อาศัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ &amp;nbsp;ตลอดจนตระหนักถึงสิทธิพื้นฐานของการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมของประชากรทุกคนบนโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปีนี้วันที่อยู่อาศัยโลกตรงกับวันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม&amp;nbsp; ในประเทศไทย&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; ร่วมกับภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ศูนย์รวมพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; กลุ่มพัฒนาชุมชนใต้สะพาน&amp;nbsp; เครือข่ายชุมชนริมทางรถไฟสายใต้-ตะวันตก&amp;nbsp; มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.) สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกที่บริเวณหน้ากระทรวงคมนาคม&amp;nbsp; ถนนราชดำเนินนอก&amp;nbsp; เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รองรับชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาที่ดินและเส้นทางรถไฟ&amp;nbsp; โดยมีประชาชนจากเครือข่ายต่างๆ เข้าร่วมประมาณ 1,500 คน&amp;nbsp; และมีผู้แทน UN&amp;nbsp; ประจำประเทศไทยมารับมอบหนังสือแถลงการณ์การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยคนจนจากตัวแทนเครือข่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;สลัม 4 ภาคเจรจาใช้ที่ดิน รฟท.รองรับชุมชนในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยในวันนี้ (4 ตุลาคม)&amp;nbsp; ตัวแทนเครือข่ายสลัม 4 ภาคได้เข้าร่วมประชุมกับผู้แทนกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp; โดยมีนายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp; เป็นผู้แทน&amp;nbsp; เพื่อเจรจาตามข้อสั่งการของนายศักดิ์สยาม&amp;nbsp; ชิดชอบ&amp;nbsp; รมว.คมนาคมที่ให้ รฟท. แบ่งปันที่ดิน&amp;nbsp; รฟท. ย่าน กม. 11 เขตจตุจักร&amp;nbsp; ซึ่ง รฟท.มีแผนพัฒนาเป็นย่านธุรกิจการค้า&amp;nbsp; เนื้อที่ประมาณ 325 ไร่&amp;nbsp; และที่ดินบริเวณนิคมรถไฟมักกะสัน&amp;nbsp; เขตราชเทวี&amp;nbsp; เนื้อที่ประมาณ 497 ไร่&amp;nbsp; ซึ่ง รฟท.ให้บริษัทเอกชนสัมปทานพื้นที่จัดทำโครงการพัฒนารองรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;การจัดกิจกรรมรณรงค์หน้ากระทรวงคมนาคม&amp;nbsp; ถนนราชดำเนินนอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รายงานข่าวจากที่ประชุมแจ้งผลการประชุมดังนี้&amp;nbsp; 1.กรณีที่ดินแปลงซอยหมอเหล็ง &amp;nbsp;พื้นที่แปลง 1 &amp;nbsp;2 และ 3 รวมเนื้อที่ 7 ไร่&amp;nbsp; &amp;nbsp;รฟท.จะใช้เป็นพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนซอยหมอเหล็งและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าเชื่อม&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3 สนามบิน (ชุมชนบุญร่มไทร &amp;nbsp;ชุมชนแดงบุหงา&amp;nbsp; ชุมชนหลังกรมทางหลวง &amp;nbsp;&amp;nbsp;ชุมชนหลังโรงพยาบาลเดชา ชุมชนหลังอาร์ซีเอ)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนรูปแบบที่อาศัยเป็นรูปแบบอาคารสูง &amp;nbsp;ขนาดพื้นที่ห้อง 30-40 ตารางเมตร &amp;nbsp;ส่วนจะสูงกี่ชั้นให้คำนึงถึงความเพียงพอในการใช้ที่ดินเพื่อรองรับชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;และความสามารถในการผ่อนชำระรายเดือนและค่าใช้จ่ายส่วนกลางรายเดือน&amp;nbsp; และให้มีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับเป็นพื้นที่ใช้สอย &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;ร้านค้าชุมชน และอื่นๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนพื้นที่แปลงที่ 4 จำนวน 8 ไร่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;การรถไฟฯ จะร่วมกับชุมชนเพื่อปรับผังชุมชนให้เช่าเป็นที่อยู่อาศัยในระยะต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2 . กรณีชุมชนในย่าน กม.1 1 เขตจตุจักรและบางซื่อ (ชุมชนพัฒนา กม. 11 &amp;nbsp;ชุมชนริมคลอง กม. 11&amp;nbsp; และชุมชนบางซื่อ) ในเบื้องต้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;รฟท.จะจัดที่ดินรองรับเนื้อที่ 5 ไร่ &amp;nbsp;บริเวณ กม. 11 และบางซื่อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; รูปแบบที่อาศัยเป็นรูปแบบอาคารสูง &amp;nbsp;ส่วนความสูงกี่ชั้นให้คำนึงถึงความเพียงพอในการใช้ที่ดินเพื่อรองรับและความสามารถของชุมชนในการผ่อนชำระรายเดือนและค่าใช้จ่ายส่วนกลาง&amp;nbsp;&amp;nbsp; และให้มีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับเป็นพื้นที่ใช้สอย &amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้านค้าชุมชน &amp;nbsp;และอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3. กรณีชุมชนในย่านมักกะสัน &amp;nbsp;ชุมชนริมทางรถไฟมักกะสัน &amp;nbsp;ชุมชนนิคมมักกะสัน &amp;nbsp;ชุมชนหลังวัดมักกะสัน &amp;nbsp;ชุมชนโรงเจมักกะสัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอกลับไปหารือกับอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม เพื่อหาที่ดินแปลง B&amp;nbsp; รองรับได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4. กรณีชุมชนหลังอาร์ซีเอ &amp;nbsp;ชุมชน กม. 1 1 &amp;nbsp;ชุมชนบุญร่มไทร&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุมชนแดงบุหงา และชุมชนหลังกรมทางหลวงที่ถูกหมายศาล และอยู่ระหว่างดำเนินการขอเช่าที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอให้ชุมชนเสนอรายชื่อผู้ที่ถูกหมายศาล &amp;nbsp;และมีความประสงค์ที่จะเข้าโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เพื่อ รฟท.จะไปแถลงต่อศาลว่าผู้ที่ถูกฟ้องร้องได้เข้าร่วมโครงการ &amp;nbsp;และขอชะลอการดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ที่ดิน รฟท.จะแล่นไปทางไหน ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กำลังเดินหน้าพัฒนาโครงข่ายทางรถไฟทั่วประเทศ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โครงการรถไฟรางคู่&amp;nbsp; รถไฟความเร็วสูง&amp;nbsp; และรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3&amp;nbsp; สนามบิน คือ ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินทำให้เกิดผลกระทบต่อชาวชุมชนริมทางรถไฟในกรุงเทพฯ ที่จะต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวรถไฟ&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงคมนาคมจึงได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกันตั้งแต่ช่วงปลายปี 2563 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากการสำรวจข้อมูลชุมชนที่จะได้รับผลกระทบจากแผนการพัฒนาโครงข่ายทางรถไฟของ รฟท.&amp;nbsp; โดยเครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เบื้องต้นพบว่า&amp;nbsp; มีชุมชนผู้ที่มีรายได้น้อยที่ตั้งอยู่ริมทางรถไฟและที่ดินที่ รฟท.จะนำมาพัฒนาทั่วประเทศรวม 36 จังหวัด&amp;nbsp; จำนวน 397 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 39,848 หลังคาเรือน&amp;nbsp; โดยชุมชนเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นชุมชนที่ไม่ได้ทำสัญญาเช่าที่ดินกับ รฟท.&amp;nbsp; จึงมีแผนจะขอเช่าหรือแบ่งปันที่ดินจาก รฟท.เพื่อนำมาพัฒนาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนเส้นทางรถไฟที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างหรือมีแผนจะพัฒนา&amp;nbsp; สายใต้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; นครปฐม&amp;nbsp; ราชบุรี&amp;nbsp; เพชรบุรี&amp;nbsp; ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; ตรัง&amp;nbsp; สงขลา&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; สายเหนือ&amp;nbsp; นครสวรรค์&amp;nbsp; อุตรดิตถ์&amp;nbsp; พิษณุโลก&amp;nbsp; แพร่ &amp;nbsp;เชียงราย&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; สายอีสาน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สระบุรี&amp;nbsp; นครราชสีมา&amp;nbsp; ขอนแก่น&amp;nbsp; หนองคาย&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; สายตะวันออก เช่น&amp;nbsp; ฉะเชิงเทรา&amp;nbsp; ชลบุรี&amp;nbsp; ระยอง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ในช่วง 1-3 ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; มีชุมชนริมทางรถไฟหลายสิบชุมชนที่ถูกฟ้องร้องขับไล่ออกจากที่ดิน รฟท.&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นชุมชนที่ไม่ได้ทำสัญญาเช่าที่ดินกับ รฟท.&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนริมทางรถไฟ อ.ห้วยยอด&amp;nbsp; และ อ.เมือง จ.ตรัง&amp;nbsp; ชุมชนหินเหล็กไฟ&amp;nbsp; อ.หัวหิน&amp;nbsp; จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนพัฒนา กม.11&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนริมคลอง กม. 11 เขตจตุจักร&amp;nbsp; ชุมชนริมทางรถไฟย่านราชเทวี&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เชาว์&amp;nbsp; เกิดอารีย์ &amp;nbsp;ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนคนเมืองผู้ได้รับผลกระทบจากรถไฟ (ชมฟ.) บอกว่า&amp;nbsp; ผลกระทบจากโครงการพัฒนาที่ดินของการรถไฟฯ ในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; ทำให้ชาวชุมชนต่างๆ เหล่านี้รวมตัวกันเป็น &amp;lsquo;เครือข่ายชุมชนคนเมืองผู้ได้รับผลกระทบจากรถไฟ&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;ชมฟ.&amp;rsquo; ในปี 2563&amp;nbsp; เพื่อหาทางออกร่วมกับการรถไฟฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยกระทรวงคมนาคมได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในที่ดิน รฟท.ขึ้นมา&amp;nbsp; มีตัวแทนชาวบ้าน&amp;nbsp; สลัม 4 ภาค&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ และการรถไฟฯ&amp;nbsp; ร่วมเป็นคณะกรรมการ&amp;nbsp; มีการประชุมร่วมกันเพื่อหาทางออกหลายครั้ง&amp;nbsp; ล่าสุดนายศักดิ์สยาม&amp;nbsp; ชิดชอบ&amp;nbsp; รมว.คมนาคม&amp;nbsp; มีคำสั่งให้ รฟท.แบ่งปันที่ดินย่าน กม. 11 เขตจตุจักร&amp;nbsp; และที่ดินนิคมรถไฟมักกะสัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขตราชเวที&amp;nbsp; เพื่อให้ชาวชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบินเช่าเพื่อสร้างที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ชาวชุมชนที่อาศัยอยู่ในที่ดินของการรถไฟฯ ส่วนใหญ่เป็นคนหาเช้ากินค่ำ&amp;nbsp; ทำงานรับจ้างอยู่ในเมือง เช่น เป็นแม่บ้านทำความสะอาด เป็น รปภ.&amp;nbsp; ขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; หรือขายอาหารเล็กๆ น้อยๆ&amp;nbsp; เมื่อการรถไฟฯ จะเอาที่ดินคืน&amp;nbsp; พวกเราก็ไม่ได้ต่อต้าน&amp;nbsp; แต่มีข้อเสนอคือ&amp;nbsp; ขอเช่าที่ดินรถไฟฯ อย่างถูกต้อง&amp;nbsp; เพื่อก่อสร้างบ้านใหม่ให้เป็นระเบียบ&amp;nbsp; ไม่เป็นชุมชนแออัดเหมือนทุกวันนี้&amp;nbsp; โดยจะขอเช่าอยู่ในที่ดินเดิม&amp;nbsp; หรือไม่ไกลจากที่เดิมเกิน 5 กิโลเมตรเพื่อทำมาหากินอยู่ในเมืองได้&amp;rdquo; &amp;nbsp;เชาว์บอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เขาบอกด้วยว่า&amp;nbsp; ที่ดินบริเวณนิคมรถไฟมักกะสัน&amp;nbsp; เนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 497 ไร่&amp;nbsp; บริษัทซีพีได้สัมปทานจาก รฟท. เพื่อทำโครงการธุรกิจเนื้อที่ 150 ไร่&amp;nbsp; เชื่อมกับโครงการรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) นั้น&amp;nbsp; ยังมีเนื้อที่เหลืออีกหลายร้อยไร่&amp;nbsp; เครือข่ายชุมชนคนเมืองฯ จึงขอแบ่งปันที่ดินแปลงนี้จำนวน 5 %&amp;nbsp; หรือประมาณ 28 ไร่&amp;nbsp; และที่ดินย่าน กม. 11 ย่านจตุจักรและบางซื่อ&amp;nbsp; ขอแบ่งปัน 13 ไร่&amp;nbsp; เพื่อนำมาสร้างที่อยู่อาศัยรองรับชาวชุมชนริมทางรถไฟในกรุงเทพฯ ที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นเมื่อผลการเจรจาขอเช่าที่ดินจาก รฟท.ยังไม่ได้ข้อยุติทั้งหมด&amp;nbsp; เครือข่ายชุมชนคนเมืองผู้ได้รับผลกระทบจากรถไฟก็จะต้องเจรจาเพื่อเรียกร้องสิทธิในการอยู่อาศัยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;เผยผลสำรวจกลุ่มเช่าห้องพักได้รับผลกระทบจากโควิด - 19 กลายเป็นคนไร้บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากข้อเรียกร้องการแก้ไขปัญหาที่ดิน รฟท.ดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; ทำให้มีคนตกงาน&amp;nbsp; มีรายได้ลดน้อยลง&amp;nbsp; ส่งผลถึงความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในห้องเช่าและบ้านเช่าราคาถูก &amp;nbsp;ทำให้บางส่วนต้องหลุดออกจากห้องเช่าและมาอาศัยอยู่ในพื้นที่สาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เฟสบุคส์เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; ระบุว่า&amp;nbsp; มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;สมาคมคนไร้บ้าน &amp;nbsp;กลุ่มเพื่อนคนไร้บ้าน &amp;nbsp;เครือข่ายสลัม 4 ภาค และทีมอาสาสมัครคนไร้บ้าน &amp;nbsp;ได้ร่วมกันสำรวจข้อมูลกลุ่มผู้ที่หลุดจากห้องเช่า และกลุ่มผู้ที่ยังอยู่ในห้องเช่าราคาถูกที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดในเขตเมือง &amp;nbsp;9 จังหวัด &amp;nbsp;คือ &amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp; นนทบุรี&amp;nbsp; ปทุมธานี &amp;nbsp;กาญจนบุรี &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชลบุรี &amp;nbsp;ระยอง&amp;nbsp; จันทบุรี &amp;nbsp;&amp;nbsp;เชียงใหม่ &amp;nbsp;และขอนแก่น &amp;nbsp;รวม 216&amp;nbsp; กรณีตัวอย่าง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จาการสำรวจพบว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนส่วนใหญ่ที่พักอาศัยในห้องเช่า หรือบ้านเช่าราคาถูก &amp;nbsp;เป็นคนจากต่างจังหวัด &amp;nbsp;ต่างอำเภอ &amp;nbsp;ถึงร้อยละ 46 ลักษณะการพักอาศัยร้อยละ 66 เป็นลักษณะครอบครัว &amp;nbsp;ขนาดห้องเช่าส่วนใหญ่ 3.5 x 4 เมตร &amp;nbsp;ก่อสร้างด้วยปูน &amp;nbsp;ไม่มีการตบแต่ง หรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ &amp;nbsp;ราคาค่าเช่าห้องอยู่ระหว่าง 1,000 &amp;ndash; 2,000 บาทต่อเดือน &amp;nbsp;และระยะทางจากที่พักอาศัยถึงสถานที่ทำงาน &amp;nbsp;อยู่ในระยะ 1- 5 กิโลเมตร &amp;nbsp;มากถึงร้อยละ 79 &amp;nbsp;และส่วนใหญ่ร้อยละ 43 ระบุว่า ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง &amp;nbsp;จึงประเมินได้ว่า ผู้เช่าห้องส่วนใหญ่ต้องการเช่าห้องในเมือง &amp;nbsp;ใกล้แหล่งงาน &amp;nbsp;ถึงแม้สภาพห้องเช่าจะไม่กว้างขวางสะดวกสบายก็ตาม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ที่สำคัญคือ&amp;nbsp; ร้อยละ 64 ประสบปัญหารายได้ลดลงจากการจ้างงานที่ลดลง &amp;nbsp;&amp;nbsp;และร้อยละ 10 ต้องตกงาน &amp;nbsp;จึงส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้เช่าห้อง &amp;nbsp;ไม่สามารถจ่ายค่าเช่าห้องได้อย่างปกติมากกว่าร้อยละ 60 &amp;nbsp;และต้องออกมารับอาหาร &amp;nbsp;หรือของบริจาคอื่น ๆ จากเอกชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย &amp;nbsp;และมากไปกว่านั้น &amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp; ผู้เช่าห้องร้อยละ 15 &amp;nbsp;ต้องออกจากห้องเช่ามาใช้ชีวิตในที่สาธารณะ &amp;nbsp;เป็นคนไร้บ้านหน้าใหม่ &amp;nbsp;ซึ่งหากไม่มีนโยบายหรือมาตรการในการช่วยเหลือสนับสนุน &amp;nbsp;คนกลุ่มนี้อาจต้องกลายเป็นคนไร้บ้านถาวร &amp;nbsp;หรือแม้แต่ผู้ที่ยังสามารถอยู่ในห้องเช่าได้ก็ต้องอยู่ในสภาวะที่เสี่ยงต่อการหลุดออกมาจากห้องเช่าได้ตลอดเวลา&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เฟสบุคส์สลัม 4 ภาคระบุ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกปีนี้&amp;nbsp; มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย สมาคมคนไร้บ้าน กลุ่มเพื่อนคนไร้บ้าน และเครือข่ายสลัม 4 ภาค ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาชาชนที่ทำงานกับกลุ่มเปราะบางต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง จึงมีข้อเรียกร้องไปยังรัฐบาลเพื่อให้มีมาตรการในการสนับสนุนช่วยเหลือกลุ่มผู้เช่าห้องเช่าราคาถูก &amp;nbsp;เพื่อให้เข้าถึงสิทธิพื้นฐาน &amp;nbsp;มาตรการความปลอดภัยจากโรคระบาดโควิด-19&amp;nbsp; และการสนับสนุนด้านอื่น ๆ เพื่อให้ดำรงชีวิตในสถานการณ์วิกฤตได้ โดยมีข้อเสนอดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มาตราการเฉพาะหน้า &amp;nbsp;1. กรณีผู้ที่ต้องออกจากห้องเช่า &amp;nbsp;จากผลกระทบของภาวะวิกฤตโควิด รัฐต้องจัดหาที่อยู่อาศัยรองรับชั่วคราวระยะสั้น 3-6 เดือนในเมือง ใกล้แหล่งประกอบอาชีพ &amp;nbsp;2.จัดให้มีหน่วยงานมาส่งเสริมและพัฒนาอาชีพสำหรับคนตกงาน &amp;nbsp;ทั้งผู้ที่หลุดออกมาจากห้องเช่าและผู้ที่ยังอยู่ในห้องเช่า แต่อยู่ในสภาวะที่ยากลำบาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.ให้มีจุดประสานงานในพื้นที่เพื่อให้ผู้เดือดร้อนสามารถประสานขอความช่วยเหลือได้โดยสะดวก &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;การหาที่พักอาศัย &amp;nbsp;อาชีพ &amp;nbsp;สิทธิที่จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาอื่น ๆ อุปกรณ์ป้องกันโควิด &amp;nbsp;การเข้าถึงการฉีดวัคซีน ฯลฯ&amp;nbsp; 4.ต้องผ่อนปรน และลดเงื่อนไขในการเข้าถึงเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อให้ผู้เดือดร้อนสามารถเข้าถึงการช่วยเหลือได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มาตรการระยะยาว 1.ต้องผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคระบาด และมีมาตรการกระตุ้นให้เกิดการจ้างงาน และฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากให้ผู้คนอยู่ร่วมกับโควิดได้&amp;nbsp; 2.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่นต้องพัฒนานโยบายการจัดที่พักอาศัยสำหรับเช่าราคาถูกในเมืองที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของกลุ่มคนจนเมืองที่เป็นแรงงานผู้เกื้อหนุนหล่อเลี้ยงคนเมือง ให้มีโอกาสเข้าถึงสวัสดิการด้านที่อยู่อาศัยราคาถูกจากรัฐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;พอช.ตั้งเป้าแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยปี 2565 รวม 30,000 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; ซึ่งมีภารกิจสำคัญประการหนึ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบททั่วประเทศ&amp;nbsp; มีแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579)&amp;nbsp; เพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย 1.โครงการบ้านมั่นเมืองและชนบท&amp;nbsp; 2.บ้านพอเพียงชนบท (ซ่อมสร้างบ้านเรือนที่ทรุดโทรม ฐานะยากจน) 3.การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวและเปรมประชากร&amp;nbsp; 4.ที่พักอาศัยชั่วคราว (ไฟไหม้&amp;nbsp; ภัยพิบัติ&amp;nbsp; ไลรื้อ) 5.กลุ่มคนไร้บ้าน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวม 1,053,702 &amp;nbsp;ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;โครงการบ้านมั่นคงชุมชนจะร่วมกันบริหารโครงการ&amp;nbsp; มีส่วนร่วมในการออกแบบบ้านให้ตรงกับความต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวศิริมา&amp;nbsp; ซื้อหา&amp;nbsp; สำนักบ้านมั่นคงและที่ดิน&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ในปี 2564&amp;nbsp; พอช.มีเป้าหมายโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาชุมชนแออัด&amp;nbsp; ชุมชนบุกรุก&amp;nbsp; ทั้งในเมืองและชนบทให้มีที่อยู่อาศัยมั่นคง&amp;nbsp; มีเป้าหมาย&amp;nbsp; 6,200 ครัวเรือน&amp;nbsp; ปัจจุบัน (ตุลาคม 2564)&amp;nbsp; อนุมัติโครงการแล้ว 8,485 ครัวเรือน&amp;nbsp; วงเงิน 430 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; โครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; มีเป้าหมาย 15,000 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; อนุมัติแล้ว&amp;nbsp; 15,876 ครัวเรือน&amp;nbsp; วงเงิน 303 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากนี้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp; พอช.ได้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาชุมชนทั้งในเมืองและชนบททั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;nbsp; โดยชุมชนจัดทำโครงการต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; รณรงค์ป้องกันการติดเชื้อโควิด&amp;nbsp; แจกจ่ายอุปกรณ์ป้องกัน&amp;nbsp; จัดทำศูนย์พักคอยดูแลผู้ติดเชื้อโควิดในชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; จัดทำครัว&amp;nbsp; แจกอาหาร&amp;nbsp; และสิ่งของจำเป็นแก่ผู้ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; ส่งเสริมการสร้างแหล่งอาหาร&amp;nbsp; ปลูกผัก&amp;nbsp; เพราะเห็ด &amp;nbsp;เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp; รวมงบประมาณทั้งหมด 62 ล้านบาท&amp;nbsp; ขณะนี้ดำเนินการแล้วประมาณ 74&amp;nbsp; เครือข่าย/เมือง&amp;nbsp; กว่า 800 ชุมชน&amp;nbsp; รวมครัวเรือนที่ได้รับการช่วยเหลือกว่า 200,000 ครัวเรือน&amp;rdquo; &amp;nbsp;นางสาวศิริมากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้&amp;nbsp; นางสาวศิริมากล่าวว่า&amp;nbsp; พอช.ได้อนุมัติปรับงบช่วยเหลือชุมชนจากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; เพื่อนำมาสนับสนุนการแก้ไขผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมในภาคเหนือ&amp;nbsp; อีสาน&amp;nbsp; ภาคกลางและตะวันตก&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำนวน 12 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือ&amp;nbsp; แจกถุงยังชีพ&amp;nbsp; ทำครัวกลาง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; แจกอาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนในปีงบประมาณ 2565&amp;nbsp; รัฐบาลได้อนุมัติงบสนับสนุน พอช.เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนผู้มีรายได้น้อยตามโครงการต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประมาณ&amp;nbsp; 30,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; รวมงบ&amp;nbsp; 943 ล้านบาทเศษ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118737</URL_LINK>
                <HASHTAG>UN – HABITAT, World Habitat Day, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), คมนาคม, ชุมชนโดนไล่รื้อ, ที่ดิน รฟท., นายวิรัช พิมพะนิตย์, นายศักดิ์สยาม  ชิดชอบ, พม., พอช., มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.), วันที่อยู่อาศัยโลก 2564, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สลัม 4 ภาค, สอช., องค์การที่อยู่อาศัยแห่งสหประชาชาติ, เครือข่ายคนจนเมือง, แก้ปัญหาที่อยู่อาศัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615ac42178288.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 08:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 17:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.พม. ยืนยันจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุยังคงเหมือนเดิม  พร้อมรับข้อเสนอภาคประชาชนเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (23&amp;nbsp;ก.ย. 64) เวลา 12.00 น. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ (กผส.) ครั้งที่ 3/2564 เปิดเผยว่า วันนี้ ที่ประชุมมีการพิจารณาเรื่องแนวทางการกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยได้มอบให้อนุกรรมการกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ได้รับการแต่งตั้งไปดำเนินการศึกษาเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น และรายงานกลับมาภายใน 30 วัน โดยได้รับข้อเสนอจากการตีความทางกฎหมายจากสำนักงานกฤษฎีกา ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ได้ไปศึกษาในเรื่องดังกล่าว อีกทั้งเช้าวันนี้ระหว่างการประชุม มีเครือข่ายสลัม 4 ภาค มายื่นข้อเสนอของภาคประชาชนต่อนโยบายการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ทั้งนี้ ตนได้อ่านข้อเสนอทั้ง 4 ข้อให้ที่ประชุมได้รับฟัง พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้หารือกันว่า การจะเปลี่ยนแปลงวิธีการหรือระบบจำเป็นต้องทำด้วยความรอบคอบ เราไม่ได้มองเพียงมิติกฎหมายเท่านั้น เรามองในมิติเศรษฐกิจ สังคม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และฐานะการคลังของประเทศ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก อีกทั้งตัวแทนของภาคประชาชนที่มายื่นข้อเสนอนั้น ตนได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ขอเวลาให้ภาคประชาชนได้นำเสนอข้อมูล วิเคราะห์ผลดีผลเสีย ผลกระทบ มาให้กับคณะอนุกรรมการฯ พิจารณา ซึ่งทางภาคประชาชนได้แจ้งว่า จะนำมาเสนอภายในวันที่ 30 กันยายนนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ตนอยากจะสื่อสารให้กับประชาชนทราบคือ อย่ากังวลใจว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลกระทบต่อท่าน การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุยังคงเหมือนเดิมจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่จะต้องใช้ทุกส่วน หมายถึงทั้งในส่วนของรัฐบาลและรัฐสภาด้วย ฉะนั้นใครที่เคยได้รับสิทธิยังได้รับตลอดอย่างต่อเนื่อง ขออย่าได้กังวลกับข่าวที่ออกมา เพราะทราบความจริงเพียงบางส่วนไม่ทราบครบทุกส่วน รัฐบาลชุดนี้รับฟังความเห็นของภาคประชาชนเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อวานนี้ 22 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ข้อสั่งการกับทุกกระทรวงในคณะรัฐมนตรีว่า ขอให้ระบบราชการได้ปรับปรุงการเปลี่ยนแปลงให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและโลก และเน้นย้ำว่าอย่าให้มีช่องระหว่างข้าราชการกับประชาชน แต่ขอให้เน้นประชาชนได้เห็นว่า เดิมเราทำงานร่วมกับภาคประชาชน เราไม่เคยมีช่องว่าง ดังนั้น หากมีอะไรที่ต้องนำเสนอ เราพร้อมที่จะรับฟัง แต่บ้านเมืองอยู่ด้วยกฎหมาย กฎระเบียบ เราต้องฟังเสียงข้างน้อย แต่ก็ต้องเคารพสิทธิเสียงข้างมากด้วยเช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ กล่าวต่อไปอีกว่า ที่ประชุมวันนี้ เรามีความเห็นเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่หลากหลายมาก เรามีคณะอนุกรรมการ 30 กว่าท่าน และมีนักวิชาการในแต่ละเรื่องมาร่วมแสดงความเห็นด้วย ตนเชื่อว่าความเห็นของทุกคนมีความปราถนาดีต่อประเทศ และเน้นย้ำเสมอว่า จะทำอะไรก็ตามต้องยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ในส่วนข้อเสนอที่คณะอนุกรรมการฯ เสนอเข้ามาในที่ประชุม เป็นแนวทางที่ตีความทางกฎหมาย ทั้งนี้ อยากให้เข้าใจว่า ปัจจุบัน ระบบสวัสดิการ ปี 2564 ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับนั้น มากกว่าระบบสวัสดิการของปีที่ผ่านๆ มาอย่างมาก เราต้องนำเข้ามาพิจารณาด้วย โดยในวันนี้ เราจะนำเอาความเห็นใหม่ในที่ประชุมมารวมกับความเห็นของภาคประชาชนเข้าไปประกอบกัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้าที่มีการยึดเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำเป็นองค์ประกอบของความเห็น เป็นข้อเสนอในที่ประชุมได้รับทราบ ซึ่งในที่ประชุมได้รับทราบและพิจารณาแล้วว่า ยังไม่มีความเห็นที่ครอบคลุมพอ ซึ่งทางอนุกรรมการฯ ต้องนำความเห็นต่างๆ มารวมกัน มาดูว่ามิติกฎหมายมีผลกระทบอย่างไร ผนวกกับว่าเราได้ให้ความสำคัญกับภาคประชาชนที่เสนอความเห็นมาเพิ่มเติม ทั้งนี้ ทางอนุกรรมการฯ ได้เสนอเข้ามา 3 แนวทางตามที่เป็นข่าว เรื่องของเส้นแบ่งความยากจน เรื่องของรายได้ และเรื่องของภาษี ซึ่งมีผลกระทบต่างกัน มีผลดี ผลเสียแตกต่างกัน เราต้องยึดความถูกต้องไว้ก่อน ซึ่งในวันที่ 30 กันยายนนี้ ทางภาคประชาชนจะมายื่นข้อเสนออีกรอบ พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบ และตนจะเอาเอกสารเหล่านั้นส่งไปให้กับอนุกรรมการฯ ทุกคนไปศึกษา ซึ่งกรอบเวลาศึกษาคือเร็วที่สุด และต้องทำด้วยความรอบคอบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117654</URL_LINK>
                <HASHTAG>กผส., กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ, คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ, นายจุติ ไกรฤกษ์, นโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ, พม., เครือข่ายสลัม 4 ภาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614c5b040d83c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 18:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 18:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายภาคประชาชนร่วมประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ นำ 9 ประเด็นปัญหาสู่การแก้ไข “โควิด-ที่ดิน-กลุ่มชาติพันธุ์-เสนอทบทวนยกเลิกเขตเศรษฐกิจพิเศษ-ผันน้ำยวม” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลปี 2563&amp;nbsp; ผ่านระบบ Zoom มีผู้เข้าร่วม 592 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบล / พี่น้องภาคีเครือข่ายประชาชนทั่วประเทศ 600 คน&amp;nbsp; ร่วมประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลปี 2564 ผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp; นำข้อเสนอเชิงนโยบาย 9 ประเด็น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การจัดการโควิด ภัยพิบัติ ปัญหาที่ดิน&amp;nbsp; กลุ่มชาติพันธุ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐธรรมนูญประชาชน&amp;nbsp; ความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp; เสนอทบทวนและยกเลิกเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC นิคมอุตสาหกรรมจะนะ&amp;nbsp; ผันน้ำยวม&amp;nbsp; ฯลฯ โดยจะนำข้อเสนอในที่ประชุมเสนอกระทรวง พม.และ ครม.พิจารณาตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551&amp;nbsp; และเสนอตั้ง &amp;lsquo;กลไก 5 ฝ่าย&amp;rsquo; &amp;nbsp;มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน &amp;nbsp;เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาของประชาชนให้เป็นจริง-สร้างสังคมที่เป็นธรรม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบลจัดตั้งตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนตำบล พ.ศ.2551 เป็นกฎหมายที่สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและประเทศ&amp;nbsp; และเป็นการส่งเสริมประชาธิปไตยทางตรง&amp;nbsp; เพราะตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้&amp;nbsp; ผู้แทนของสภาองค์กรชุมชนตำบลสามารถนำปัญหาหรือแนวทางการพัฒนาในตำบลมาประชุม&amp;nbsp;ปรึกษาหารือ &amp;nbsp;เสนอแนวทางพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาต่อผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp; องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันมีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศ 7,795 แห่ง&amp;nbsp; ทุกปีจะมี &amp;lsquo;การประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;rsquo; ปีละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; เพื่อ &amp;ldquo;สรุปปัญหาที่ประชาชนในจังหวัดต่างๆ ประสบ &amp;nbsp;และข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ&amp;rdquo; &amp;nbsp;(พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 มาตรา 32 (3)) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;ภาคประชาชน 600 คนร่วมประชุมระดับชาติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยในวันนี้ (10 กันยายน) มีการประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; ประจำปี 2564&amp;nbsp; ตั้งแต่เวลา 9.00-16.00 น.&amp;nbsp; โดยประชุมออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meetings ตามมาตรการป้องกันโควิด&amp;nbsp; มีผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; ผู้แทนภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; ภาคประชาสังคม&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ทั่วประเทศ&amp;nbsp; เข้าร่วมประชุมประมาณ 600 คน&amp;nbsp; พร้อมทั้งผู้แทนองค์กรต่างๆ ร่วมปาฐกถาและแสดงความคิดเห็น&amp;nbsp; โดยมีนางพัชรี&amp;nbsp; อาระยะกุล&amp;nbsp; ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะผู้แทนรัฐมนตรี พม.รับมอบข้อเสนอจากผู้แทนสภาองค์กรชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;วิรัตน์&amp;nbsp; พรมสอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิรัตน์&amp;nbsp; พรมสอน&amp;nbsp; ประธานที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; (เกษตรกรจากจังหวัดเชียงราย)รายงานผลการดำเนินงานของสภาองค์กรชุมชนว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัจจุบันได้จัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศแล้ว รวม 7,795 แห่ง (ร้อยละ 99.62 ของจำนวนพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) &amp;nbsp;มีสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบล &amp;nbsp;ประกอบด้วยผู้แทนชุมชนและผู้ทรงคุณวุฒิ &amp;nbsp;จำนวน 254,944 คน&amp;nbsp; มีกลุ่มหรือองค์กรชุมชน หรือเครือข่ายองค์กรชุมชนที่จดแจ้ง จำนวน 156,280 องค์กร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ในช่วงปี 2564&amp;nbsp; ได้มีการสอบทานคุณภาพของสภาองค์กรชุมชนตำบลผ่านระบบ google&amp;nbsp; form&amp;nbsp; จำนวน 7,061 แห่ง&amp;nbsp; แบ่งระดับความเข้มแข็งจาก A-C &amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp; ระดับความเข้มแข็ง A จำนวน 1,816 แห่ง (คิดเป็น 25.72%) ระดับความเข้มแข็ง B จำนวน 1,951 แห่ง (คิดเป็น 27.63%) ระดับความเข้มแข็ง C จำนวน 1,006 แห่ง (คิดเป็น 14.25%) ระดับความเข้มแข็ง D จำนวน &amp;nbsp;2,288 แห่ง (คิดเป็น 32.40%)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากการรวบรวมผลงานของสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศพบว่า&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบลส่งเสริมให้สมาชิกพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ในด้านต่างๆ รวม 12 ด้าน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; บำรุงรักษาและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ รวม 3,016 แห่ง&amp;nbsp; คุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อม 2,872 แห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสนอปัญหาและแนวทางการแก้ไขให้ อปท.นำไปประกอบการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น&amp;nbsp; 3,215 แห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่งเสริมให้องค์กรชุมชน&amp;nbsp; สมาชิกสภา&amp;nbsp; และประชาชนทั่วไป&amp;nbsp; มีความเข้มแข็ง&amp;nbsp; 2,913 แห่งฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้สภาองค์กรชุมชนยังทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาเกษตรกรแห่งชาติ&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองดัชนีเศรษฐกิจการค้า &amp;nbsp;กระทรวงพานิชย์&amp;nbsp; สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ใช้พื้นที่สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นพื้นที่ต้นแบบในการควบคุมก่อนปลดล็อกพืชกระท่อม) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ&amp;nbsp; และสำนักงานการประสานสนับสนุนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาวะรองรับสังคมสูงวัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;ตัวแทนสภาองค์กรชุมชนร่วมประชุมกับ ป.ป.ส. เพื่อใช้พื้นที่สภาฯ เป็นต้นแบบในการควบคุมพืชกระท่อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;รวบรวม 9 ประเด็นปัญหาจากทั่วประเทศสู่ข้อเสนอเชิงนโยบาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การเตรียมจัดประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลในปี 2564 นี้&amp;nbsp; มีการจัดเวทีทั่วภูมิภาค&amp;nbsp; เพื่อรวบรวมประเด็นปัญหาต่างๆ ที่ประชาชนประสบนำมาจัดทำเป็นข้อเสนอ&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการจัดสมัชชาเชิงประเด็นเพื่อนำมาสังเคราะห์รวบรวมประเด็นปัญหาและข้อเสนอเพื่อนำเข้าสู่การประชุมในระดับชาติฯ ในวันนี้ (10 กันยายน) ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเด็นที่ 1&amp;nbsp; การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนและการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นในการบริหารสถานการณ์การระบาดของโควิด มีข้อเสนอ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; รัฐบาลควรประกาศให้โรคระบาดโควิด &amp;ndash; 19 &amp;nbsp;เป็นโรคอุบัติใหม่ในมนุษย์ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 และให้ทุกจังหวัดเร่งประกาศเขตภัยพิบัติตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถบริหารจัดการปัญหาได้ทุกมิติ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเด็นที่ 2 การบริหารจัดการเงินกู้ 500,000 &amp;nbsp;ล้านบาท &amp;nbsp;มีข้อเสนอ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; รัฐบาลควรการกำหนดรูปแบบ/วิธีการใช้งบประมาณในลักษณะ &amp;ldquo;กองทุนพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานรากระดับตำบล&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยจัดให้มีกลไกใหม่ในการบริหารกองทุนแบบมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน กำหนดระเบียบวิธีการใช้งบประมาณแบบพิเศษ &amp;nbsp;ให้ชุมชนสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งต้องสอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเด็นที่ 3 การแก้ไขปัญหาที่ดิน-ที่ทำกิน-ที่อยู่อาศัย มีข้อเสนอ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; 1.ข้อเสนอเร่งด่วน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้มีกระบวนการการปรับแก้เนื้อหาในกฎหมายลำดับรอง &amp;nbsp;ประกอบ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562, พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ที่จำกัดสิทธิชุมชน &amp;nbsp;จำกัดสิทธิการทำกินตามวิถีวัฒนธรรม และสิทธิชุมชนในการถือครองที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย โดยชะลอการประกาศออกไปจนกว่ากระบวนการปรับแก้จะแล้วเสร็จ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2.ข้อเสนอเพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน&amp;nbsp; ปรับแก้/ผลักดัน พ.ร.บ.ฉบับประชาชนเข้าชื่อ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562, พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562&amp;nbsp; ยกเลิกคำสั่ง ระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ที่ใช้มิติความมั่นคงมาจัดการทรัพยากร&amp;nbsp; ผลักดัน &amp;ldquo;สิทธิชุมชน&amp;rdquo; ในรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเด็นที่ 4 การสร้างความเป็นธรรม ความเท่าเทียมให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ มีข้อเสนอ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ให้มีการเยียวยากลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองที่ได้รับผลกระทบจากการอพยพออกจากชุมชนในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและจัดให้มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยอย่างเพียงพอกับความต้องการที่จำเป็น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้เร่งดำเนินการศึกษาและออกเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ดั้งเดิมของชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล ให้เกิดความมั่นคงในการดำรงวิถีชีวิต &amp;nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีศักดิ์ศรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้มีการนิรโทษกรรมหรือยกเลิกคดีความที่ไม่เป็นธรรมทั้งปวง &amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเด็นที่ 5 การทบทวนเขตเศรษฐกิจพิเศษ และการสร้างระบบเศรษฐกิจเกื้อกูลโดยใช้การจัดการทางธุรกิจเป็นแกนกลางระดับตำบล&amp;nbsp; มีข้อเสนอ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; (1) เขตเศรษฐกิจพิเศษ เสนอให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก &amp;nbsp;พ.ศ.2561 &amp;nbsp;โดยเร่งด่วนที่สุด&amp;nbsp; เสนอให้ยกเลิกผังเมือง EEC และให้กลับไปใช้ผังเมืองรวมจังหวัดแต่ละจังหวัดตัวเดิม จนกว่าจะมีการร่วมกันออกแบบผังเมือง EEC ร่วมกันผ่านเครื่องมือ SEA และการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน&amp;nbsp; คือ &amp;nbsp;ร่วมออกแบบ ร่วมกำหนด การพัฒนา และร่วมตัดสินใจ&lt;/p&gt;


	ข้อเสนอเชิงนโยบายระบบเศรษฐกิจเกื้อกูล เช่น&amp;nbsp; ตั้งคณะทำงานเพื่อทำการศึกษานโยบายและกฎหมายด้านเศรษฐกิจและทรัพยากรเพื่อสร้างการเรียนรู้และการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือกฎหมายแก่ประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; จัดตั้งสถาบันเศรษฐกิจเกื้อกูลระดับภาคหรืออนุภาค เพื่อสร้างเครือข่ายทางเศรษฐกิจในการเชื่อมโยงทั้งด้านการผลิตและการตลาดระหว่างกัน &amp;nbsp;รวมทั้งการจัดทำแผนเศรษฐกิจทั้งในระดับภาค อนุภาค และจังหวัด 
	ข้อเสนอเชิงนโยบายการจัดการทางธุรกิจเป็นแกนกลางระดับตำบล&amp;nbsp; เช่น รัฐ ต้องกำหนดมาตรการงดเว้น ยกเลิกการจัดเก็บภาษีให้กับองค์กรที่มีการดำเนินการตามแนวทาง Community Business Model Canvas : CBMC&amp;nbsp;ข้อเสนอต่อชุมชน จัดตั้งโครงข่ายธุรกิจชุมชนจากธุรกิจระบบจุลภาคสู่มหภาคของของชุมชน&amp;nbsp; สร้าง Modern Trade ของชุมชนรัฐกำหนดมาตรการสนับสนุนการพัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ


&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเด็นที่ 6 กฎหมายลิดรอนสิทธิของประชาชน กรณีการขับเคลื่อนรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และกรณี ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้และกำไรมาแบ่งปันกัน พ.ศ. ......มีข้อเสนอ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; (1) กรณีการขับเคลื่อนรัฐธรรมนูญ (ฉบับประชาชน)&amp;nbsp; ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่เคารพสิทธิของประชาชนเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างความเท่าเทียมและเป็นธรรม โดยใช้กลไก สสร. หรือสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน&amp;nbsp; ออกแบบให้ที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และองค์กรอิสระมีที่มาที่ยึดโยงกับประชาชน และไม่ควรมีอำนาจหน้าที่ในการเลือกนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; รัฐธรรมนูญใหม่ต้องพูดถึงการกระจายอำนาจ &amp;nbsp;และสิทธิของประชาชนกลุ่มต่างๆให้มีความชัดเจนขึ้น&lt;/p&gt;


	กรณี ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้และกำไรมาแบ่งปันกัน พ.ศ. ...... มีข้อเสนอ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ให้มีการทบทวนการออกกฎหมายว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน พ.ศ......... 


&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเด็นที่ 7 ความมั่นคงทางอาหาร มีข้อเสนอ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; คณะรัฐมนตรีต้องการทบทวนการเข้าร่วม Comprehensive and Progressive Agreement of Trans-Pacific Partnership (CPTPP) และหันมาวางพื้นฐานการพัฒนาระบบการผลิตของเศรษฐกิจฐานล่างให้มีความเข้มแข็ง และวางพื้นฐานให้ประเทศมีภูมิคุ้มกันต่อภัยคุกคาม&amp;nbsp; รวมถึงภัยอุบัติใหม่ ให้ประเทศมีภูมิคุ้มกันทางด้านความมั่นคงทางอาหารของพลเมืองอย่างเพียงพอ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาล &amp;nbsp;โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;เร่งรัดการจัดการที่ดินแนวใหม่เพื่อให้เป็นพื้นที่ที่มั่นคงต่อการผลิตอาหารตั้งแต่ในระดับชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยให้ชุมชนท้องถิ่นได้มีบทบาทสำคัญในการจัดการแก้ไขปัญหาของตนเอง&amp;nbsp; &amp;nbsp;เร่งรัดให้มีการจัดสิทธิที่ดินโดยกลุ่ม/ชุมชน &amp;nbsp;แทนการจัดการแบบปัจเจก &amp;nbsp;ทำให้คนจนสามารถเข้าถึงได้ &amp;nbsp;และเป็นการยึดโยงให้ที่ดินทำกินยังคงเป็นของชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเด็นที่ 8 กรณีปัญหาเชิงพื้นที่&amp;nbsp; มีดังนี้ 1.กรณีโครงการผันน้ำยวม &amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ &amp;nbsp;ตาก &amp;nbsp;2.กรณีโครงการนิคมอุตสาหกรรมอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา &amp;nbsp;3. กรณีโครงการสัมปทานเหมืองแร่หินเขาโต๊ะกรัง จังหวัดสตูล &amp;nbsp;และ 4.กรณีโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp; มีข้อเสนอให้ทบทวนหรือยกเลิกโครงการเหล่านี้&amp;nbsp; เนื่องจากมีผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเด็นที่ 9 ข้อเสนอการจัดตั้งกลไกเพื่อการขับเคลื่อนและติดตามนโยบายสาธารณะ&amp;nbsp; เสนอให้มีการจัดตั้งกลไก 5 ฝ่าย ที่ประกอบด้วย &amp;nbsp;ฝ่ายการเมือง (รัฐบาล) เจ้าหน้าที่รัฐระดับกระทรวงฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้บริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน &amp;nbsp;คณะทำงานระดับชาติสภาองค์กรชุมชนตำบล &amp;nbsp;และผู้แทนประเด็นปัญหา ในรูปของ &amp;ldquo;คณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนข้อเสนอตามมติที่ประชุมระดับชาติสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;rdquo; &amp;nbsp;(ระดับรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน) &amp;nbsp;และให้มีการกำหนดบาทบาทหน้าที่ &amp;nbsp;เพื่อให้กลไกดังกล่าวมีการขับเคลื่อนและติดตามข้อเสนอต่างๆ ให้บรรลุผล หรือมีความก้าวหน้าตามข้อเท็จจริงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ข้อเสนอทั้งหมด 9 ประเด็นนี้&amp;nbsp; ที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลจะนำเสนอไปยังรัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 มาตรา 32 (3) เพื่อ &amp;ldquo;สรุปปัญหาที่ประชาชนในจังหวัดต่างๆ ประสบ &amp;nbsp;และข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ&amp;rdquo; ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116297</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กลุ่มชาติพันธุ์, กลไก 5 ฝ่าย, การประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล, ที่ดิน, นางพัชรี  อาระยะกุล, นายจุติ  ไกรฤกษ์, นายวิรัตน์  พรมสอน, ประชุมในระดับชาติ, ผันน้ำยวม, พม., พี่น้องภาคีเครือข่ายประชาชน, สภาองค์กรชุมชนตำบล, เกษตรกรจากจังหวัดเชียราย, เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบล, เสนอทบทวนยกเลิกเขตเศรษฐกิจพิเศษ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613b3f8ef2504.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 17:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 17:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวง พม. ลงพื้นที่มอบ ‘ถุงกำลังใจ สู้โควิด’ ให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางในกรุงเทพฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้แทนสำนักงานเขตสะพานสูงและผู้บริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ลงพื้นที่มอบถุงกำลังใจที่ชุมชนวังหนับอุทิศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวง พม./ ผู้บริหาร 8 หน่วยงานในกระทรวง พม.ลงพื้นที่ชุมชนมอบถุงยังชีพ &amp;lsquo;ถุงกำลังใจสู้โควิด&amp;rsquo; ที่ได้รับมอบจากสำนักงานสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี 6,796 ชุด ให้แก่ผู้ป่วยติดเตียงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในกรุงเทพฯ 28 เขต&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 6-8 สิงหาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;ถุงน้ำใจ&amp;rsquo; จากรัฐบาลและกระทรวง พม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ (5 ส.ค. 64) เวลา 12.00 น. ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) &amp;nbsp;&amp;nbsp;ถนนกรุงเกษม กรุงเทพฯ &amp;nbsp;นางพัชรี อาระยะกุล &amp;nbsp;ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;ได้ส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมต่อประชาชนในวงกว้างทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp; กระทรวง พม. มีความห่วงใยประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย &amp;nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง &amp;nbsp;ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ &amp;nbsp;คนเร่ร่อน &amp;nbsp;คนไร้บ้าน &amp;nbsp;ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ด้อยโอกาส &amp;nbsp;ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางพัชรี อาระยะกุล &amp;nbsp;ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;จากผลกระทบดังกล่าว&amp;nbsp; กระทรวง พม. ได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการบริหารจัดการเงินบริจาคและทรัพย์สิน&amp;nbsp; สำนักงานสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; เพื่อสนับสนุนการดำเนินการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;จัดทำถุงยังชีพ จำนวน 6,796 ชุด เพื่อนำไปส่งต่อความช่วยเหลือให้ผู้ป่วยติดเตียงที่กำลังประสบปัญหาความเดือดร้อนและความยากลำบากในพื้นที่ กทม. ซึ่งเป็นจังหวัดพื้นที่ควบคุมเข้มงวดและสูงสุด &amp;nbsp;โดยกระทรวง พม. จะนำถุงยังชีพไปมอบให้แก่ประชาชนในระหว่งวันที่ 6 - 8 สิงหาคมนี้&amp;rdquo; ปลัดกระทรวง พม.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ในการลงพื้นที่แต่ละวันจะมีการแบ่งออกเป็น 8 ทีมๆ ละ 1 เขต ซึ่ง 8 ทีมจากหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวง พม. กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) การเคหะแห่งชาติ (กคช.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยวันที่ 6 สิงหาคม &amp;nbsp;จะลงพื้นที่ 8 เขต ได้แก่ &amp;nbsp;เขตคลองเตย &amp;nbsp;ธนบุรี &amp;nbsp;บางกอกน้อย &amp;nbsp;ภาษีเจริญ &amp;nbsp;ดินแดง &amp;nbsp;ลาดพร้าวสะพานสูง และหนองจอก &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมมอบถุงยังชีพ จำนวน 1,891 ถุง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 7 สิงหาคม จะลงพื้นที่ 8 เขต ได้แก่ เขตพระโขนง &amp;nbsp;คลองสาน &amp;nbsp;ตลิ่งชัน &amp;nbsp;บางแค &amp;nbsp;ห้วยขวาง &amp;nbsp;หลักสี่ &amp;nbsp;คันนายาว และคลองสามวา &amp;nbsp;รวมมอบถุงยังชีพจำนวน 929 ถุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 8 สิงหาคม&amp;nbsp; จะลงพื้นที่ 8 เขต ได้แก่ &amp;nbsp;เขตสวนหลวง &amp;nbsp;บางกอกใหญ่ &amp;nbsp;ทวีวัฒนา &amp;nbsp;บางบอน &amp;nbsp;พญาไท &amp;nbsp;ดอนเมือง ประเวศ &amp;nbsp;และมีนบุรี &amp;nbsp;รวมมอบถุงยังชีพ จำนวน 745 ถุง &amp;nbsp;รวม 3 วันจะมอบถุงยังชีพให้ผู้ป่วยติดเตียงได้ทั้งสิ้น จำนวน 3,565 ถุง &amp;nbsp;แต่ละถุงประกอบด้วย&amp;nbsp; ข้าวสาร 5 กิโลกรัม&amp;nbsp; ปลากระป๋อง&amp;nbsp; ผักกาดกระป๋อง&amp;nbsp; แอลกอฮอล์เจล&amp;nbsp; หน้ากากอนามัย&amp;nbsp; ยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้หากประชาชนกลุ่มเปราะบางประสบปัญหาทางสังคมและได้รับความเดือดร้อนในช่วงโควิดสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่&amp;nbsp; 1.ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. โทร.1300 &amp;nbsp;&amp;nbsp;2.สายด่วนคนพิการ โทร. 1479 &amp;nbsp;&amp;nbsp;และ 3. อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.พอช.ลงมอบถุงน้ำใจ 3 พื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ (6 สิงหาคม)&amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ และผู้แทนจากสำนักงานเขตสะพานสูงได้ลงพื้นที่ที่ชุมวังหนับอุทิศ&amp;nbsp; เขตสะพานสูง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เพื่อมอบถุงยังชีพ&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;ถุงกำลังใจสู้โควิด&amp;rsquo; จากสำนักนายกรัฐมนตรีให้แก่ผู้แทนชุมชนในเขตสะพานสูงจำนวน 10 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 81 ถุง&amp;nbsp; เพื่อมอบต่อให้แก่ผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนต่างๆ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; เยี่ยมชาวชุมชนวังหนับอุทิศ&amp;nbsp; เขตสะพานสูง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้นายสมชาติและผู้แทนสำนักงานเขตสะพานสูงยังได้เยี่ยมผู้ป่วยและมอบถุงยังชีพ&amp;nbsp; ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและป่วยติดเตียง&amp;nbsp; ไม่สามารถเดินหรือลุกนั่งได้สะดวกจำนวน 5 ราย&amp;nbsp; ได้แก่ 1.นางมะลิ&amp;nbsp; วงศ์หวังจันทร์&amp;nbsp; อายุ&amp;nbsp; 78 ปี&amp;nbsp; ป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้&amp;nbsp; 2.นายบุญธรรม&amp;nbsp; ชุ่มชื่น&amp;nbsp; อายุ 77 ปี&amp;nbsp; เส้นเลือดหัวใจตีบ&amp;nbsp; 3.ครอบครัวนางแฉล้ม&amp;nbsp; มาลีพันธ์&amp;nbsp; อายุ 61 ปี&amp;nbsp; ลูกชาย 2 คน&amp;nbsp; มีอาการพิการทางประสาท&amp;nbsp; 4.นางสมจิตร&amp;nbsp; หวังพิทักษ์&amp;nbsp; อายุ 80 ปี&amp;nbsp; เส้นเลือดสมองตีบ&amp;nbsp; และ 5.นายมูหะหมัด&amp;nbsp; แซะวิเศษ&amp;nbsp; อายุ 86 ปี&amp;nbsp; โรคชรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชนกลุ่มเปราะบางและมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้เดือดร้อนในครั้งนี้เป็นความห่วงใยของรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; จึงมอบหมายให้ผู้แทนแต่ละหน่วยงานในสังกัดกระทรวง พม.ลงมาเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp; รวมทั้งชวนสำนักงานเขตแต่ละเขตร่วมลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากนี้ต้องขอขอบคุณ อพม.(อาสาพัฒนาชุมชน)&amp;nbsp; และ อสส. (อาสาสมัครสาธารณสุข) ในแต่ละชุมชนที่ช่วยดูแลกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; คนป่วย&amp;nbsp; ผู้สูงอายุติดเตียง&amp;nbsp; เพราะอาสาสมัครเหล่านี้เป็นคนในชุมชนจะรู้ดีว่าครอบครัวไหนมีความเดือดร้อน&amp;nbsp; ต้องการความช่วยเหลืออย่างไรเพื่อให้ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางได้ตรงเป้าหมาย&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายสมชาติกล่าว&amp;nbsp; และบอกว่าในวันที่ 7 สิงหาคมจะลงพื้นที่เยี่ยมกลุ่มเปราะบางที่ชุมชนในเขตคันนายาว&amp;nbsp; และวันที่ 8 สิงหาคมที่ชุมชนในเขตประเวศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวสะรีย๊ะ&amp;nbsp; มาลีพันธ์&amp;nbsp; อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) และอาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) เขตสะพานสูง&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ในแต่ละชุมชนจะมีอาสาสมัครต่างๆ ช่วยกันดูแลคนป่วย&amp;nbsp; กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; คล้ายกับ อสม.&amp;nbsp; โดยแต่ละคนจะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ด้านสุขภาพ&amp;nbsp; อนามัย&amp;nbsp; เพื่อนำความรู้ไปให้คำแนะนำแก่กลุ่มเปราะบางในชุมชน&amp;nbsp; โดยในเขตสะพานสูงมีอาสาสมัครต่างๆ เหล่านี้&amp;nbsp; รวมกันประมาณ 100 คน&amp;nbsp; กระจายอยู่ในชุมชนต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในช่วงโควิดนี้&amp;nbsp; อาสาสมัครจะให้ความรู้เพื่อป้องกันโรคแก่ประชาชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การเว้นระยะห่าง&amp;nbsp; ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย&amp;nbsp; ต้องล้างมือบ่อยๆ&amp;nbsp; หากใครป่วยจะแยกมากักตัว&amp;nbsp; โดยทางอาสาสมัครจะเข้าไปให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยและครอบครัว&amp;nbsp; เพื่อป้องกันการติดเชื้อ&amp;nbsp; และประสานไปทางสำนักงานเขตและศูนย์สาธารณสุขในพื้นที่เพื่อมาช่วยดูแล&amp;nbsp; และนำผู้ป่วยเข้าสู่ระบบของ สปสช. เพื่อให้ได้รับยาและติดตามอาการจนกว่าจะหายเป็นปกติ&amp;rdquo; นางสาวสะรีย๊ะบอกถึงบทบาทของอาสาสมัครในช่วงโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112435</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมกิจการผู้สูงอายุ, กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว, กรมกิจการเด็กและเยาวชน, กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ, กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, การเคหะแห่งชาติ, ถุงกำลังใจ สู้โควิด, นางพัชรี อาระยะกุล, นางสาวสะรีย๊ะ  มาลีพันธ์, นายจุติ  ไกรฤกษ์, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, ประชาชนกลุ่มเปราะบาง, พม., มอบถุงยังชีพ, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สำนักงานสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี, อพม., อสส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610d1311452aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112324</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2021 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น่าตกใจ!!! เด็กติดโควิดช่วง 1ม.ค.-4ส.ค.มียอดถึง 65,086 ราย  &#039;3องค์กร-ยูนิเซฟ&#039; ต้องจับมือเปิดศูนย์ช่วยเหลือ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5ส.ค.64-นางสุภัชชา สุทธิพล อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กล่าวว่า ขณะนี้มีการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 ขึ้น โดยเป็นความร่วมมือของ 4 หน่วยงาน ได้แก่ กรมกิจการเด็กและเยาวชน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ และยูนิเซฟ เพื่อบูรณาการข้อมูลเด็กที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยเด็กกลุ่มเปราะบางที่ยังเข้าไม่ถึงการดูแลรักษา เด็กกำพร้าพ่อแม่เสียชีวิตจากโควิด เด็กที่ได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจ ไม่มีผู้ดูแล หรือมีแนวโน้มหลุดออกนอกระบบการศึกษา เพื่อปกป้อง ช่วยเหลือได้ทันสถานการณ์ในทุกมิติปัญหา เนื่องจากเรื่องนี้เป็นความจำเป็นเร่งด่วน มีเด็กได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการระบาดของโควิด-19 จำนวนมาก มียอดเด็กติดเชื้อสะสมระหว่าง 1 มกราคม &amp;ndash; 4 สิงหาคม 2564 มากกว่า 65,086 คน แบ่งเป็น กทม. จำนวน 15,465 คน ส่วนภูมิภาค 49,621 คน โดยจำนวนเด็กติดเชื้อรายวันล่าสุดวันที่ 4 สิงหาคม 2564 อยู่ที่ 2,194 คน แบ่งเป็น กทม. 408 คน และส่วนภูมิภาค 1,786 คน และยังมีเด็กไม่ป่วยแต่ได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น พ่อแม่หรือผู้ปกครองติดเชื้อ ป่วยหนักหรือเสียชีวิต ทำให้เด็กโดดเดี่ยวหรือกำพร้า เด็กที่เข้าไม่ถึงการรักษา ขาดแคลนอาหาร และหลุดออกนอกระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปิดศูนย์ฯ คือ การปรับปรุงระบบการรับแจ้งเหตุ หรือ Mobile Application คุ้มครองเด็ก เพื่อค้นหาเด็กกำพร้า หรือเด็กกลุ่มเสี่ยงกำพร้าและไม่มีผู้ดูแล ผ่านเครือข่ายคุ้มครองเด็กทั่วประเทศ การประสานการทำงานกับหน่วยงานและเครือข่ายทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด สำหรับกรณีเด็กที่ผู้ปกครองติดเชื้อและไม่มีผู้ดูแล จะจัดอาสาสมัครเข้าไปช่วยดูแลเด็กระหว่างการกักตัวในสถานกักตัวของรัฐ หากยังไม่มีผู้ดูแลหรือยังกลับบ้านไม่ได้ ได้จัดเตรียมสถานสงเคราะห์ 4 แห่ง รองรับได้ 160 คน เพื่อให้การดูแลชั่วคราวระหว่างการจัดหาการดูแลในรูปแบบของครอบครัวเป็นลำดับแรก ติดตามครอบครัวเครือญาติ จัดหาครอบครัวอุปถัมภ์ หรือส่งเด็กเข้ารับการดูแลในสถานรองรับเด็กของ ดย. ซึ่งรองรับได้ 1,935 คน รวมทั้งการช่วยเหลือเฉพาะหน้า และการจัดบริการสวัสดิการสังคมตามความต้องการของเด็กและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อีกด้วย&amp;rdquo;อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า ปัญหาโควิด-19 สร้างความท้าทายต่อบริการภาครัฐ ซึ่งเรามีกลไกอาสาสมัครคุณภาพของทั้ง 4 หน่วยงานและภาคประชาสังคม ร่วมสนับสนุนทรัพยากรที่ยังขาดแคลนและจำเป็นเร่งด่วนในสถานการณ์ที่วิกฤต และในระยะฟื้นฟู กสศ.จะสนับสนุนทุนสร้างโอกาสทางการศึกษา และโปรแกรมฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอยเพื่อป้องกันเด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษา จากการสูญเสียผู้ดูแลและเสาหลักครอบครัวเนื่องจากโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พญ.ดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลกระทบกับเด็กในหลายด้าน 1. กระทบกับเด็ก เรื่องการเรียนที่ต้องปรับมาเรียนออนไลน์ เหมือนถูกตัดออกจากครูและเพื่อน ขาดโอกาสในการพัฒนา เด็กเปราะบางหรือยากจนจะยิ่งเป็นปัญหาเพราะไม่มีอุปกรณ์หรือเครื่องมือ ทำให้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง 2. กระทบกับครอบครัว ทำให้ตกงานเกิดสภาพยากจนเฉียบพลัน กลายเป็นความเครียดมาลงที่เด็กได้ หรือสมาชิกในครอบครัวเสียชีวิต ทำให้เด็กได้รับผลกระทบจากการสูญเสียคนที่รัก และ 3. ผลกระทบเชิงสังคม เกิดความเครียดจากสถานการณ์การแพร่ระบาด (Pandemic Stress) มีความเสี่ยงเกิดพฤติกรรมรุนแรงในครอบครัว รวมทั้งสังคมที่แสดงความโกรธเกรี้ยว เกิด Hate speech ที่จะทำให้เด็กซึมซับความรุนแรง ซึ่ฝผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเด็กในเวลานี้ สูงกว่าเหตุการณ์สึนามิที่มีเด็กได้รับผลกระทบจากคนในครอบครัวเสียชีวิตประมาณ 5,000 คน แต่วิกฤตโควิด -19 นี้มีเด็กที่มีคนในครอบครัวเสียชีวิตสูงเกินกว่า 5,000 ครอบครัว และยังคงเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112324</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสศ., พม., ยูนิเซฟ, ศูนย์ช่วยเหลือเด็กติดโควิด, ไกรยศ ภัทราวาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210805/image_big_610bbb1cb94d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์ชนบทร่วมมือภาคีเครือข่าย ‘ปฏิบัติการ กทม.ครั้งที่ 3’ ลุยตรวจโควิดเชิงรุกชุมชนกรุงเทพฯ รอบใหม่  4-10 ส.ค.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ทีมแพทย์ชนบทจากโรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลา ลงพื้นที่อ่อนนุช14 เขตประเวศ เมื่อ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา (ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กรุงเทพฯ / ชมรมแพทย์ชนบทหลายจังหวัดเตรียมระดมพล &amp;lsquo;ปฏิบัติการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; ครั้งที่ 3&amp;rsquo; &amp;nbsp;ตรวจโควิด-19&amp;nbsp; เชิงรุกชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 4-10 สิงหาคมนี้&amp;nbsp; หลังจากตรวจไปโควิดไปแล้ว 2 ครั้ง&amp;nbsp; รวมผู้ตรวจกว่า 50,000 คน&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อ 6,863 คน หรือ 13.35 %&amp;nbsp; เสนอ 6 แนวทางกู้วิกฤตโควิด&amp;nbsp; ชูยุทธศาสตร์ &amp;lsquo;กรุงเทพฯ รอด&amp;nbsp; ตจว.รอด&amp;rsquo; เสนอรัฐบาลใช้ &amp;lsquo;อู่ฮั่นโมเดล&amp;rsquo;&amp;nbsp; ล็อกดาวน์เฉพาะชุมชนที่ระบาดและเยียวยาเพื่อให้ชาวบ้านยังชีพได้&amp;nbsp; ด้านเครือข่ายสลัม 4 ภาค-พอช. หนุน 35 ชุมชน ตรวจโควิดกว่า 4,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)&amp;nbsp; เครือข่ายประชาชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; มูลนิธิเข้าถึงเอดส์&amp;nbsp; มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพ.ศ.)&amp;nbsp; ได้ร่วมกันสนับสนุนการตรวจหาเชื้อโควิดเชิงรุกให้แก่ชุมชนแออัดใน กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 14-16 กรกฎาคม &amp;nbsp;รวม 39 ชุมชน&amp;nbsp; ใช้ทีมแพทย์ชนบท 6 ทีม &amp;nbsp;และวันที่ 21-23 กรกฏาคม ประมาณ 42 ชุมชน&amp;nbsp; ใช้ทีมแพทย์ 16 ทีม&amp;nbsp; มีชาวชุมชนได้รับการตรวจหาเชื้อโควิดทั้งหมด&amp;nbsp; 51,389 คน&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อ &amp;nbsp;6,863 คน คิดเป็น 13.35% &amp;nbsp;ของผู้ตรวจทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;แพทย์ชนบทเสนอยุทธศาสตร์ &amp;nbsp;&amp;lsquo;กรุงเทพฯ รอด&amp;nbsp; ตจว.รอด&amp;rsquo; ใช้หลัก &amp;lsquo;6 R&amp;rsquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;จากผลการตรวจหาเชื้อโควิดเชิงรุกทั้ง 2 ครั้งของชมรมแพทย์ชนบทดังกล่าว&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อในชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ ค่อนข้างสูง&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 13.35 %&amp;nbsp; ของจำนวนผู้ตรวจทั้งหมด&amp;nbsp; ขณะเดียวกันยังมีชาวชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ อีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการตรวจหาเชื้อ (ข้อมูลจากสำนักพัฒนาสังคม กทม.ระบุว่า&amp;nbsp; ในกรุงเทพฯ มีชุมชนทั้งหมด 2,016 ชุมชน&amp;nbsp; เป็นชุมชนแออัด 641 ชุมชน)&amp;nbsp; ดังนั้นกรุงเทพฯ จึงเป็นแหล่งแพร่เชื้อแหล่งใหญ่&amp;nbsp; ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม&amp;nbsp; มีผู้ติดเชื้อในกรุงเทพฯ รายใหม่&amp;nbsp; รวม 3,997 ราย&amp;nbsp; ขณะที่ชมรมแพทย์ชนบทได้เสนอมาตรการเร่งด่วนต่อรัฐบาล&amp;nbsp; และเตรียมจัดทีมแพทย์ลุยตรวจโควิดรอบใหม่ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;ประชาชนที่มารับบริการ (ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม &amp;nbsp;นพ.สุภัทร &amp;nbsp;ฮาสุวรรณกิจ ประธานชมรมแพทย์ชนบท &amp;nbsp;ได้โพสต์ข้อความลงใน facebook&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบท&amp;nbsp; หัวข้อว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;ข้อเสนอ แนวทาง 6R สำหรับ ปฏิบัติการกรุงเทพมหานครครั้งที่ 3&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ 28 กรกฎาคม 2564 ทางชมรมแพทย์ชนบท ได้มีโอกาสนำเสนอแนวคิดแนวทางการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดโควิดในกรุงเทพมหานคร ในที่ประชุม EOC ของกระทรวงสาธารณสุข ที่มีปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แพทย์ชนบทได้นำเสนอข้อมูลการปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุง 2 ครั้ง ตรวจ rapid test ให้พี่น้องประชาชนในชุมชนแออัดไปทั้งสิ้น 51,389 คน พบผลบวก 6,863 คน คิดเป็น 13.35% และได้นำเสนอข้อเสนอสำหรับการกู้กรุงเทพฯ ซึ่งสังเคราะห์จากประสบการณ์ 2 ครั้งที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ข้อเสนอของแพทย์ชนบทยังมุ่งเน้นการควบคุมการแพร่ระบาดในชุมชนแออัดให้ได้ &amp;nbsp;เพราะนั่นคือจุดระบาดใหญ่ แล้วกรุงเทพฯจะรอด &amp;nbsp;เมื่อกรุงเทพฯรอด ต่างจังหวัดก็จะรอดด้วย &amp;nbsp;เราประมวลแนวทางได้เป็นตัวย่อว่า 6R กล่าวคือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1.Rapid Testing แม้เตียงเต็ม จะล้น เรายิ่งต้อง rapid testing โดย ATK-antigentest kit ให้มาก เพื่อแยกผู้ป่วยออกมา 2.Rapid tracing นำผู้สัมผัสร่วมบ้านร่วมงานมาตรวจให้มากที่สุดในวันเดียวกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;3.Rapid treatment ด้วย early home favipiravir หรือจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ทันทีที่พบผู้ติดเชื้อที่มีอาการหรือมีโรคประจำตัวหรือสูงอายุ &amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เขาต้องป่วยหนัก &amp;nbsp;ส่วนคนติดเชื้อที่ไม่ป่วยให้ฟ้าทะลายโจร &amp;nbsp;และรับเข้า HI-home isolation ในวันเดียวกัน&amp;nbsp; 4.Rapid vaccination ฉีดวัคซีนให้เร็วและให้ครอบคลุมในชุมชนแออัด &amp;nbsp;โดยเน้นที่ผู้สูงอายุก่อน &amp;nbsp;และหากมีวัคซีนมากพอก็ฉีดทุกคนที่อายุมากกว่า 18 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หากทำทั้ง 4 มาตรการแล้ว จะลดการระบาดได้แน่ &amp;nbsp;ลดการป่วยหนักและการตายลงได้ &amp;nbsp;ส่งผลให้ลดภาวะการมีเตียงไม่พอลงได้ &amp;nbsp;สิ่งนี้คือบทบาทของภาคสาธารณสุขทั้งของ สธ. กทม. และทีมแพทย์ชนบทสามารถดำเนินการร่วมกันได้&amp;nbsp; และหากรัฐบาลจะกู้กรุงเทพฯแบบอู่ฮั่นโมเดล ก็ต้องทำอีก 2R ก็จะยิ่งสามารถลดการระบาดได้อีก &amp;nbsp;คือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 5. Rapid lockdown ในชุมชนที่ระบาด &amp;nbsp;เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อออกนอกชุมชน &amp;nbsp;เนื่องจากบางรายมีเชื้อระยะเริ่มต้น&amp;nbsp; แต่ยังตรวจด้วย ATK หรือ rtPCR ไม่พบ &amp;nbsp;ทั้งนี้ ไม่จำเป็นต้อง lockdown ทั้ง กทม.&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.Rapid healing หาก lockdown ก็ต้องมีการเยียวยาผู้คนในชุมชนแออัดนั้นๆ &amp;nbsp;เยียวยาให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย &amp;nbsp;เพื่อให้เขามีรายได้เพื่อสามารถยังชีพได้ในระหว่างที่มีการล็อกดาวน์ชุมชนของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;ตรวจถึงบ้านสำหรับผู้สูงอายุที่ป่วย (ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นี่คือ 6 ข้อเสนอของชมรมแพทย์ชนบท &amp;nbsp;ขณะนี้ทีมแพทย์ชนบทกำลังประสานงาน &amp;nbsp;ระดมความร่วมมือ ซึ่งได้รับการสนับสนุนและตอบรับจากทุกฝ่าย &amp;nbsp;ทั้งภาครัฐ &amp;nbsp;ท้องถิ่น &amp;nbsp;เอกชน &amp;nbsp;และภาคประชาชนที่จะร่วมกัน &amp;lsquo;ปฏิบัติการกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 3&amp;rsquo; &amp;nbsp;ร่วมกันเร็วๆ นี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; ข้อความใน facebook ชมรมแพทย์ชนบทระบุในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ที่ผ่านมา&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทได้ระดมบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลในจังหวัดต่างๆ เข้ามาตรวจโควิด-19 ที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทีมแพทย์จาก อ.สิชล&amp;nbsp; จ.นครศรีธรรมราช, รพ.จะนะ, รพ.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp; อ.นาทวี จ.สงขลา, รพ.ตากใบ จ.นราธิวาส, รพ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี, ขอนแก่น, จ.สุรินทร์, รพ.บ่อเกลือ จ.น่าน, ทีมแพทย์จาก จ.สุโขทัย&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฯลฯ รวมประมาณครั้งละ 60-80 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการตรวจรอบที่ 3 นี้&amp;nbsp; คาดว่าจะตรวจได้ไม่ต่ำกว่า 40,000-50,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;แพทย์ชนบทกินอยู่แบบติดดิน (ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;เตรียมบุกกรุงเทพฯ ตรวจโควิดเชิงรุกรอบ 3 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสยาม&amp;nbsp; นนท์คำจันทร์&amp;nbsp; โฆษกสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า&amp;nbsp; ปฏิบัติการตรวจโควิด-19 เชิงรุกในกรุงเทพฯ ของทีมแพทย์ชนบทรอบ 3 นี้&amp;nbsp; มีกำหนดการตรวจระหว่างวันที่ 4-10 สิงหาคมนี้&amp;nbsp; และนอกจากทีมแพทย์ชนบทจะลงตรวจในชุมชนต่างๆ แล้ว&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้เตรียมชุมชนในเครือข่ายเพื่อให้ชาวบ้านได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด&amp;nbsp; รวมทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 40 ชุมชน&amp;nbsp; มีจุดตรวจ 12 จุด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประกอบด้วย 1.ชุมชนรุ่งมณีพัฒนา&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง (20 ชุมชน)&amp;nbsp; 2.วัดจันทร์ประดิษฐาราม&amp;nbsp; เขตภาษีเจริญ&amp;nbsp; (3 ชุมชน) 3.ศูนย์พักโรงเรียนประถมนนทรีย์&amp;nbsp; เขตยานนาวา (.....) 4.สนามฟุตบอลโปโลคลับ และลานจารุเมือง เขตปทุมวัน (.....) 5.ชุมชนร่วมมิตรแรงศรัทธา&amp;nbsp; เขตดอนเมือง (3 ชุมชน) 6.ชุมชนบ้านมั่นคงวิมานทอง&amp;nbsp; เขตบางบอน (1 ชุมชน) 7. อาคารพุทธวิชา&amp;nbsp; ม.ราชภัฏพระนคร&amp;nbsp; เขตบางเขน (5 ชุมชน) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 8.สหกรณ์ริมคลองสอง (บ้านมั่นคงคลองลาดพร้าว) ซอยผักหวาน&amp;nbsp; เขตสายไหม (1 ชุมชน) 9.สหกรณ์ริมคลองพัฒนา (บ้านมั่นคงคลองลาดพร้าว) ซอยจิระมะกร&amp;nbsp; เขตสายไหม (1 ชุมชน) 10.ชุมชนเพิ่มสินร่วมใจ (บ้านมั่นคงคลองลาดพร้าว) เขตสายไหม (1 ชุมชน) 11.บ้านมั่นคงประชาสามัคคี&amp;nbsp; เขตบางพลัด (1 ชุมชน)&amp;nbsp; และ 12.ชุมชนบ่อฝรั่งริมน้ำพัฒนา เขตจตุจักร (1 ชุมชน)&amp;nbsp; รวมชาวบ้านที่จะตรวจในขณะนี้ประมาณ 4,280 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ส่วนประชาชนทั่วไปที่ยังไม่ได้ตรวจหาเชื้อโควิด&amp;nbsp; สามารถติดต่อเพื่อแจ้งความต้องการตรวจหาเชื้อได้ที่จุดตรวจชุมชนใกล้เคียงทั้ง 12 แห่ง&amp;nbsp; โดยต้องแจ้งรายชื่อแก่ผู้นำชุมชนนั้นๆ&amp;nbsp; เพื่อจะได้ทราบจำนวนผู้ที่จะตรวจทั้งหมด&amp;nbsp; และนำส่งต่อให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานเพื่อให้ทีมแพทย์ได้เตรียมอุปกรณ์การตรวจให้พอเพียง&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายสยามกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เขาบอกด้วยว่า&amp;nbsp; การตรวจเชิงรุกรอบ 3 ของทีมแพทย์ชนบทในครั้งนี้&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จะส่งอาสาสมัครเข้าร่วมสนับสนุนการทำงานของทีมแพทย์ด้วย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การลงทะเบียนรายชื่อผู้ตรวจ&amp;nbsp; การจัดลำดับคิวตรวจ&amp;nbsp; การเว้นระยะห่าง&amp;nbsp; การประสานงานต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อให้การตรวจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; รวดเร็ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมแพทย์ชนบทจากจังหวัดสุโขทัยมาตรวจโควิดให้ชาวชุมชนที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เขตบางกะปิเมื่อวันที่ 21 กรกฏาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้การตรวจโควิดเชิงรุกของทีมแพทย์ชนบทจะใช้การตรวจแบบ rapid &amp;nbsp;testing หรือชุดตรวจแบบเร็ว&amp;nbsp; โดยใช้วิธี&amp;nbsp; ATK (antigentest kit) &amp;nbsp;โดยแพทย์จะใช้ก้านสำลีเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากโพรงจมูกของผู้ตรวจ&amp;nbsp; แล้วนำก้านสำลีมาตรวจด้วยน้ำยา&amp;nbsp; สามารถทราบผลได้ภายในเวลาประมาณ 30 นาที&amp;nbsp; หากพบว่ามีผลเป็นบวกหรือติดเชื้อ&amp;nbsp; แพทย์จะตรวจซ้ำด้วยวิธี Rt-Pcr (Real&amp;nbsp; time - Polymerase chain reaction) เพื่อให้ได้ผลที่แน่นอน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กรณีผู้ติดเชื้อมีอาการไม่มาก&amp;nbsp; (อยู่ในสถานะสีเขียวหรือเหลืองอ่อน) แพทย์จะให้คำแนะนำในการรักษาตัวที่บ้านหรือสถานพักคอยในชุมชน&amp;nbsp; พร้อมกับให้ยาฟ้าทะลายโจรและยาพื้นฐานอื่นๆ&amp;nbsp; ซึ่งผู้ป่วยที่มีอาการไม่มากเมื่อกินยาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์จะหายป่วยได้ภายในระยะเวลา 14 วัน&amp;nbsp; แต่หากยังไม่หายหรือมีอาการรุนแรงจะต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวง พม.-พอช.หนุนชุมชนสู้โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563&amp;nbsp; นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีนโยบายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของวิด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; แม่เลี้ยงเดี่ยว&amp;nbsp; เด็ก&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; คนป่วยติดเตียง&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; คนตกงาน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยการมอบอาหาร&amp;nbsp; นม&amp;nbsp; สิ่งของจำเป็น&amp;nbsp; จัดทำครัวกลางแจกจ่ายอาหารผู้ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดในปีนี้&amp;nbsp; กระทรวง พม.ได้ให้หน่วยงานในสังกัดจัดทำถุงยังชีพแจกจ่ายแก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยทั้ง 50 เขตในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; ดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด&amp;nbsp; เด็กที่ขาดผู้ดูแล&amp;nbsp; รวมทั้งดูแลกลุ่มคนไร้บ้านในสถานที่สาธารณะ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้บริหารกระทรวง พม.ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือกลุ่มคนไร้บ้านเมื่อเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; ในปี 2563 ได้สนับสนุนชุมชนที่ได้รับผลกระทบทั้งกรุงเทพฯ&amp;nbsp; และต่างจังหวัดจัดทำครัวกลางและโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท&amp;nbsp; รวม 1,754 โครงการ&amp;nbsp; ประชาชนได้รับประโยชน์ 535,577 ครัวเรือน&amp;nbsp; ใช้งบประมาณรวม 122 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; และพักชำระสินเชื่อ 6 เดือน (ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อก่อสร้างบ้านมั่นคง) ทั่วประเทศ 409 องค์กร&amp;nbsp; รวมสินเชื่อพักชำระ 76 ล้านบาทเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนในปีนี้ พอช.พักชำระสินเชื่อ 3 เดือน (ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม) รวม 149 องค์กร&amp;nbsp; จำนวนดอกเบี้ยที่พักชำระรวม 18 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; นอกจากนี้ พอช.ยังสนับสนุนการแก้ไขปัญหาชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; รวม 1,386 ชุมชน&amp;nbsp; ใช้งบประมาณรวม 30 ล้านบาท&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังส่งเจ้าหน้าที่อาสาสมัครจาก พอช.&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; จำนวน 11 ทีม&amp;nbsp; ประมาณ 200 คนลงไปสนับสนุนชุมชน&amp;nbsp; รวมทั้งศูนย์พักพิงของคนไร้บ้าน&amp;nbsp; เพื่อต่อสู้กับโควิด&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขตวังทองหลางจัดเตรียมศูนย์พักคอย-ดูแลผู้กักตัวที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นุชจรี&amp;nbsp; พันธ์โสม &amp;nbsp;เลขานุการสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางมีสมาชิก 20 ชุมชน&amp;nbsp; ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช.ระดับเขตจำนวน 150,000 บาท&amp;nbsp; และระดับชุมชนไม่เกินชุมชนละ 40,000 บาท&amp;nbsp; นำมาจัดทำโครงการเพื่อช่วยเหลือชาวชุมชนที่เดือดร้อนและได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; รณรงค์ให้ความรู้ป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; ทำอาหารแจกให้ผู้ถูกกักตัว&amp;nbsp; ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; เลี้ยงปลาดุก&amp;nbsp; เพื่อนำมาเป็นทำอาหาร&amp;nbsp; และเป็นแหล่งอาหารสำรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากนี้เรายังเตรียมสถานที่พักคอยในชุมชน (Community Isolation) เพื่อรองรับผู้ป่วย&amp;nbsp; โดยจะใช้ศูนย์เด็กเล็กในชุมชน&amp;nbsp; รองรับได้ผู้ป่วยได้ 10 เตียง&amp;nbsp; และเตรียมห้องประชุมของชุมชนรองรับได้ประมาณ 30 เตียง&amp;nbsp; ส่วนผู้ที่ป่วยไม่มากหรือมีสถานะสีเขียว&amp;nbsp; เราจะให้กักตัวในบ้าน (Home Isolation)&amp;nbsp; แยกตัวออกจากคนในครอบครัว&amp;nbsp; โดยเราจะส่งข้าวกล่องให้ 3 มื้อ&amp;nbsp; และประสานงานกับ สปสช.เพื่อจัดส่งยา&amp;nbsp; เครื่องวัดอ๊อกซิเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อวัดค่าและรายงานผลทางไลน์ให้ทางศูนย์สาธารณสุขทราบทุกวันเพื่อติดตามอาการและดูแลผู้ป่วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นุชจรีบอกถึงการดูแลผู้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนรุ่งมณี&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; เตรียมเตียงกระดาษรองรับผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอนวิธีวัดค่าอ๊อกซิเจนให้ผู้ดูแลผู้ป่วยที่กักตัวที่บ้าน&amp;nbsp; หากค่าอ๊อกซิเจนต่ำกว่า 90 ถือว่าอยู่ในภาวะอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากชุมชนในเขตวังทองหลางแล้ว&amp;nbsp; ยังมีชุมชนและเขตต่างๆ&amp;nbsp; ร่วมจัดทำโครงการเพื่อต่อสู้กับโควิดระลอกใหม่นี้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตประเวศ&amp;nbsp; จัดทำโครงการอบรมให้ความรู้ป้องกันโควิดแก่กลุ่มผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; จำนวน 20 วิน&amp;nbsp; เนื่องจากที่ผ่านมามีผู้ขับมอเตอร์ไซต์รับจ้างได้รับเชื้อโควิดและเสียชีวิตแล้ว 1 ราย,ปลูกสมุนไพร&amp;nbsp; ฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp; กระชาย&amp;nbsp; ผักต่างๆ เพื่อเป็นยาและอาหาร&amp;nbsp; ทำโครงการ &amp;lsquo;อิ่มละ 20 บาท&amp;rsquo; จำหน่ายอาหาร พร้อมข้าวถุงเพื่อช่วยเหลือเรื่องปากท้องชาวชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมืองบางบอน (สภาองค์กรชุมชนเขตบางบอน&amp;nbsp; กรุงเทพฯ)&amp;nbsp; รวม 34 ชุมชน&amp;nbsp; จัดทำโครงการป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ติดตั้งเครื่องสแกนอุณหภูมิวัดไข้ในชุมชน&amp;nbsp;จำหน่ายอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; สิ่งของจำเป็นในราคาถูกให้แก่ชาวชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; แจกอาหารฟรีให้ผู้กักตัว&amp;nbsp; กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลของชุมชนเครือข่ายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; จำนวน 332 ชุมชน&amp;nbsp; ล่าสุดเมื่อวันที่&amp;nbsp; 20 กรกฎาคม 2564&amp;nbsp; พบว่า&amp;nbsp; มีผู้สูงอายุ&amp;nbsp; รวม 24,473 คน &amp;nbsp;ผู้พิการติดเตียง รวม 11,610 คน &amp;nbsp;ผู้สูงอายุ +พิการ &amp;nbsp;รวม 3,735 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด็กเล็ก 0-5 ปี &amp;nbsp;รวม 9,886 คน &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อ &amp;nbsp;รวม 4,078 คน &amp;nbsp;ผู้กักตัว &amp;nbsp;รวม &amp;nbsp;8,148 คน &amp;nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบด้านอาชีพรายได้ &amp;nbsp;รวม&amp;nbsp; 17,959 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ชุมชนติดเชื้อสะสม&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 421 ชุมชน&amp;nbsp; ผู้ติดเชื้อสะสม จำนวน &amp;nbsp;3,551 คน&amp;nbsp; เสียชีวิต &amp;nbsp;รวม 59 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;วัคซีนขาดแคลน&amp;nbsp; ชาวชุมชนเฟื่องฟ้า&amp;nbsp; เขตประเวศ&amp;nbsp; เพาะพันธุ์กระชายและฟ้าทะลายโจรสู้โควิด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111542</URL_LINK>
                <HASHTAG>6 R, ATK-antigentest kit, early home favipiravir, lockdown, Rapid healing, Rapid lockdown, Rapid test, Rapid treatment, Rapid vaccination, Real  time - Polymerase chain reaction, RT-PCR, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กรุงเทพฯ รอด  ตจว.รอด, ข้อเสนอ แนวทาง 6R สำหรับ ปฏิบัติการกรุงเทพมหานครครั้งที่ 3, ชมรมแพทย์ชนบท, ตรวจโควิด-19, นพ.สุภัทร  ฮาสุวรรณกิจ, นายจุติ  ไกรฤกษ์, นายสยาม  นนท์คำจันทร์, นุชจรี  พันธ์โสม, ปฏิบัติการกรุงเทพมหานคร  ครั้งที่ 3, พม., พอช., ฟ้าทะลายโจร, มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.), มูลนิธิเข้าถึงเอดส์, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สปสช., สภาองค์กรชุมชนเขตประเวศ, สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, อู่ฮั่นโมเดล, เครือข่ายสลัม 4 ภาค, เชิงรุกชุมชนแออัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_610275f068378.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
