<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปฏิบัติการ “พม.เราไม่ทิ้งกัน” สู้ภัย COVID-19  การเคหะ-พอช. จับมือกรมอนามัย ลุย 286 ชุมชนใน กทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ปฏิบัติการ &amp;ldquo;พม.เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; สู้ภัยCOVID-19&amp;nbsp; โดยการเคหะแห่งชาติและ พอช. จับมือกรมอนามัย ลงพื้นที่ชุมชน 286 แห่งใน กทม.&amp;nbsp; เพื่อสำรวจข้อมูลปั&amp;shy;หา&amp;nbsp; ความต้องการของชุมชน และให้การช่วยเหลือตามแนวคิด &amp;ldquo;สำรวจให้พบ&amp;nbsp; จบที่ชุมชน&amp;rdquo; นอกจากนี้ยังให้ความรู้เพื่อป้องกันการติดเชื้อ&amp;nbsp; สนับสนุนครัวกลางชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ขณะที่สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางจัดตั้ง &amp;lsquo;ศูนย์ประสานงานวังทองหลางรวมใจสู้ภัย COVID-19&amp;rsquo;&amp;nbsp; นำร่องรวมพลังชุมชนร่วมกับภาครัฐเตรียมพร้อมรับมือหากสถานการณ์ไวรัสยืดเยื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยนายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์ &amp;nbsp;รมว.พม. ได้ขับเคลื่อนโครงการ&amp;nbsp; &amp;ldquo;พม.เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 20-30&amp;nbsp; เมษายน&amp;nbsp; โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับกรมอนามัย&amp;nbsp; เพื่อลงพื้นที่สำรวจข้อมูลปั&amp;shy;หาและความต้องการของชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; ในกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; ตามแนวคิด &amp;ldquo;สำรวจให้พบ จบที่ชุมชน&amp;rdquo; ในพื้นที่นำร่อง 286 ชุมชนที่อยู่ในความดูแลของการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โดยมีการแบ่งทีมงานลงพื้นที่&amp;nbsp; 7 ทีมๆ&amp;nbsp; ละ 10-12 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่กระทรวง พม.&amp;nbsp; การเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; และกรมอนามัย&amp;nbsp; เพื่อเข้าไปสำรวจข้อมูลชุมชน&amp;nbsp; โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; ผู้ป่วยติดเตียง&amp;nbsp; แม่เลี้ยงเดี่ยว&amp;nbsp; และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปั&amp;shy;หาเศรษฐกิจเพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังให้ความรู้เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; การล้างมือที่ถูกวิธี&amp;nbsp; มอบเจลล้างมือ&amp;nbsp; และหน้ากากอนามัย&amp;nbsp; รวมทั้งสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์สู้ภัยโควิด&amp;nbsp; และการจัดตั้งครัวกลางเพื่อทำอาหารช่วยเหลือชาวชุมชนที่ต้องตกงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รมว.พม.เปิดศูนย์ประสานงานสู้ภัยโควิด-19 แห่งแรกที่วังทองหลาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โดยเมื่อวันที่ 19 เมษายน&amp;nbsp; เวลา 10.00 น. นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม. เป็นประธานในการเปิดกิจกรรมหรือ Kick off&amp;nbsp; โครงการ &amp;ldquo;เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; ตามแนวคิด &amp;ldquo;สำรวจให้พบ จบที่ชุมชน&amp;rdquo; ที่ชุมชนรุ่งมณีพัฒนา&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เป็นชุมชนแรก&amp;nbsp; โดยมี พ&amp;shy;.พรรณพิมล&amp;nbsp; วิปุลากร&amp;nbsp; อธิบดีกรมอนามัย&amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และผู้แทนชุมชนต่างๆ ในเขตวังทองหลางจำนวน&amp;nbsp; 20&amp;nbsp; ชุมชนเข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โดย รมว.พม.เป็นประธานในการเปิด &amp;lsquo;ศูนย์ประสานงานวังทองหลางรวมใจสู้ภัย COVID-19&amp;rsquo;&amp;nbsp; เพื่อใช้เป็นศูนย์ประสานงานในเขตวังทองหลางซึ่งมีเครือข่ายชุมชนจำนวน 20 ชุมชน การเปิดกิจกรรมหรือ Kick off โครงการช่วยเหลือชาวชุมชนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เช่น&amp;nbsp; &amp;lsquo;พักหนี้บ้านมั่นคงทั่วประเทศระยะเวลา 3&amp;nbsp; เดือน&amp;rsquo;&amp;nbsp; มอบงบประมาณสนับสนุนการจัดทำครัวกลาง (ปลูกผัก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เลี้ยงปลา&amp;nbsp; ดูแลผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพ) จำนวน 300,000 บาท&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมอบเมล็ดพันธุ์ผักให้แก่ผู้แทนชุมชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์ &amp;nbsp;รมว.พม.กล่าวว่า&amp;nbsp; โครงการ &amp;ldquo;พม.เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; เป็นการทำตามนโยบายของรัฐบาลในการทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส COVID-19&amp;nbsp; โดยกระทรวง พม.ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับกรมอนามัย&amp;nbsp; กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; เริ่มในพื้นที่กรุงเทพมหานครก่อน&amp;nbsp; เนื่องจากเป็นเมืองที่มีชุมชนหนาแน่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนของการเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยกระทรวง พม.จะร่วมกับกรมอนามัยลงไปในพื้นที่ชุมชนต่างๆ รวม&amp;nbsp; 286 ชุมชน&amp;nbsp; เพื่อป้องกันโรค COVID&amp;nbsp; และรับฟังปั&amp;shy;หาของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลจะทำอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือพี่น้อง&amp;nbsp; จะไม่ปล่อยให้คนไทยตายโดยไม่ได้ป้องกัน&amp;nbsp; รัฐบาลจึงต้องเอาเงินจากทุกกระทรวงมาช่วยเหลือประชาชนก่อน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการพักชำระหนี้&amp;nbsp; การนำอาหารไปให้ชุมชน&amp;nbsp; จัดทำครัวกลาง&amp;nbsp; หรือไปช่วยเหลือตามความต้องการของชุมชนว่าต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องอะไรบ้าง&amp;nbsp; และเงินที่ได้รับจากการบริจาคหรือสิ่งของจากภาคเอกชนจะลงไปให้ถึงมือของประชาชนทุกคน&amp;nbsp; ขณะเดียวกันประชาชนก็จะต้องร่วมมือกันเพื่อต่อสู้กับโควิด&amp;nbsp; และต้องเตรียมความพร้อม&amp;nbsp; ป้องกันตัวเองไม่ให้ติดเชื้อ&amp;nbsp; เพราะขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค&amp;nbsp; ถ้าเร็วที่สุดอาจจะเป็นต้นปีหน้าที่จะผลิตวัคซีนออกมาได้&amp;nbsp; ดังนั้นจึงต้องรักษาชีวิต&amp;nbsp; รักษาครอบครัวเอาไว้ก่อน&amp;nbsp; เพราะชีวิตคนสำคั&amp;shy;ที่สุด&amp;rdquo;&amp;nbsp; รมว.พม.กล่าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ลงพื้นที่ 286 ชุมชนตามแนวคิด &amp;ldquo;สำรวจให้พบ&amp;nbsp; จบที่ชุมชน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หลังจากการจัดกิจกรรม Kick off ที่ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รุ่งมณีพัฒนา&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 19 เมษายนแล้ว ระหว่างวันที่ 20-30 เมษายน ทีมงาน &amp;ldquo;พม.เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ซึ่งประกอบด้วย&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่กระทรวง พม.&amp;nbsp; การเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; และกรมอนามัย&amp;nbsp; ได้ลงพื้นที่ชุมชนต่างๆ ที่อยู่ในการดูแลหรือทำโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยร่วมกับการเคหะฯ หรือ พอช. รวมทั้งหมด 286 ชุมชนในเขตกรุงเทพฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โดยมีการแบ่งทีมงานลงพื้นที่&amp;nbsp; 7 ทีมๆ&amp;nbsp; ละ 10-12 คน ลงพื้นที่ทีมละ 4 ชุมชนต่อวัน&amp;nbsp; เพื่อสำรวจข้อมูลปั&amp;shy;หาและความต้องการของชาวชุมชน&amp;nbsp; โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; ผู้ป่วยติดเตียง&amp;nbsp; แม่เลี้ยงเดี่ยว&amp;nbsp; และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปั&amp;shy;หาเศรษฐกิจเพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังให้ความรู้เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; การล้างมือที่ถูกวิธี&amp;nbsp; มอบเจลล้างมือ&amp;nbsp; และหน้ากากอนามัย&amp;nbsp; รวมทั้งสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์สู้ภัยโควิด&amp;nbsp; และการจัดตั้งครัวกลางเพื่อทำอาหารช่วยเหลือชาวชุมชนที่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทั้งนี้ข้อมูลจากการลงพื้นที่และการสำรวจข้อมูลของทีมงานระหว่างวันที่ 20-30 เมษายน&amp;nbsp; จำนวน 286&amp;nbsp; ชุมชน พบว่า ชุมชนมีความต้องการในด้านต่างๆ&amp;nbsp; ดังนี้ 1. ด้านเงินช่วยเหลือ จำนวน 153 ชุมชน 2. ด้านที่อยู่อาศัย จำนวน 38 ชุมชน 3. ด้านอาชีพ-รายได้ จำนวน 75 ชุมชน 4. ด้านการอุปโภคบริโภค/การจัดตั้งครัวกลาง จำนวน 216 ชุมชน และ 5. ด้านการดูแลสุขภาพ&amp;nbsp; การป้องกันโรค&amp;nbsp; 78 ชุมชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่สำรวจทั้งหมดจำนวน 16,882 ราย เป็นผู้สูงอายุ 5,859 ราย พิการ 1,298 ราย ด้อยโอกาส 226 ราย ผู้ป่วย/ติดเตียง 443 ราย แม่เลี้ยงเดี่ยว 130 ราย ว่างงาน/ตกงาน 3,166 ราย รายได้ลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ไม่เพียงพอ 290 ราย ไม่ได้รับเงินเยียวยา 1,944 ราย ฯลฯ มีความต้องการเร่งด่วนเรื่องอาหาร 1,694 ครัวเรือน ของใช้จำเป็นสำหรับเด็ก 401 ราย-ผู้พิการ 237 ราย ที่พักอาศัยผู้ด้อยโอกาส 24 ราย ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นอกจากนี้ยังพบว่า&amp;nbsp; ชุมชนต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนเพิ่มเติมในเรื่องต่างๆ ได้แก่&amp;nbsp; เครื่องอุปโภค&amp;nbsp; บริโภค&amp;nbsp; โรงอาหารครัวกลาง&amp;nbsp; หรือแหล่งจำหน่ายสินค้าและอาหารราคาถูก&amp;nbsp; เงินเยียวยาจากรัฐบาล 5,000 บาท&amp;nbsp; เงินทุนสำหรับประกอบอาชีพ&amp;nbsp; เงินทุนหมุนเวียน&amp;nbsp; ของใช้ที่จำเป็นสำหรับเด็กอ่อน&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง คนพิการ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผ้าอ้อมสำเร็จรูป&amp;nbsp; แผ่นรอง&amp;nbsp; นมผง&amp;nbsp; นมกล่อง&amp;nbsp; ยารักษาโรค และอุปกรณ์ทำแผล เป็นต้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สำหรับมาตรการช่วยเหลือชุมชนหลังจากการสำรวจข้อมูลเสร็จสิ้นแล้ว&amp;nbsp; กระทรวง พม.จะดำเนินการดังนี้&amp;nbsp; 1.กรณีเดือดร้อนเร่งด่วน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผู้ป่วยติดเตียง&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; แม่เลี้ยงเดี่ยว&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; จะมอบถุงยังชีพ&amp;nbsp; สิ่งของที่จำเป็น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารแห้ง&amp;nbsp; นม&amp;nbsp; ผ้าอ้อมสำหรับเด็กและผู้ให&amp;shy;่&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; 2.เงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อย และเงินสงเคราะห์กรณีฉุกเฉิน กรณีที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; หากผ่านการพิจารณาจากนักสังคมสงเคราะห์แล้ว จะจ่ายเงินเยียวยารายละไม่เกิน 2,000 บาท&amp;nbsp; และ 3.นำความต้องการของชุมชนในด้านต่างๆ ตามที่เสนอมาเพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แผนชุมชนเครือข่ายวังทองหลางสู้ภัย หาก COVID-19 ยืดเยื้อ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;จากสถานการณ์ปั&amp;shy;หาไวรัสโควิดที่ระบาดไปทั่วประเทศ&amp;nbsp; ทำให้ชาวชุมชนทั่วประเทศที่รวมตัวกันเป็นเครือข่ายต่างๆ ได้จัดทำแผนงานในการป้องกันและรับมือกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; ยังยืดเยื้อยาวนาน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นายสมบูรณ์&amp;nbsp; จันทร์ชัย&amp;nbsp; ประธานสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางมีสมาชิกทั้งหมด 20 ชุมชน&amp;nbsp; ประมาณ 5,200 ครอบครัว&amp;nbsp; ประชากรประมาณ 20,000 คน&amp;nbsp; จากการสำรวจข้อมูลพบว่า&amp;nbsp; มีผู้ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; ต้องตกงาน&amp;nbsp; หรือมีรายได้น้อยลง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; วินมอเตอร์ไซค์&amp;nbsp; ขับรถแท็กซี่&amp;nbsp; ลูกจ้างร้านอาหาร&amp;nbsp; สถานบริการ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ประมาณ 3,000&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; ซึ่งในช่วงสถานการณ์ COVID-19 นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนฯ ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงาน &amp;lsquo;วังทองหลางรวมใจสู้ภัย COVID-19&amp;rsquo; ขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่พี่น้องในด้านต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค&amp;nbsp; โดยมีแผนต่างๆ ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;1.แผนระยะสั้น &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; สำรวจข้อมูลกลุ่มผู้เดือดร้อนและผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ ในระดับชุมชน&amp;nbsp; ประสานงานจัดหาเครื่องมือป้องกันโรคจากภาคีทุกภาคส่วน&amp;nbsp; ฝึกอบรมการทำเจลล้างมือ&amp;nbsp; หน้ากากอนามัยให้กับผู้แทนชุมชน&amp;nbsp; การเตรียมและแจกข้าวสารอาหารแห้ง&amp;nbsp; การจัดทำครัวกลาง (เดือนละ 2 ครั้ง) ให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; เตรียมสถานที่รองรับและช่วยเหลือกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ&amp;nbsp; โดยพบกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ 3 ครอบครัว&amp;nbsp; ขณะนี้อยู่ในระหว่างกักตัวเอง 14 วัน&amp;nbsp; ศูนย์ประสานงานวังทองหลางรวมใจฯ จัดส่งอาหารให้ 3 มื้อ&amp;nbsp; รวมทั้งสิ่งของจำเป็นอื่นๆ&amp;nbsp; และประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าตรวจเยี่ยมดูอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;2.แผนระยะกลาง&amp;nbsp; ส่งเสริมการปลูกผักในระดับครัวเรือนและพื้นที่ส่วนกลาง&amp;nbsp; มีแปลงปลูกผักขนาด&amp;nbsp; 400 ตารางวา (ที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์) ปลูกคะน้า&amp;nbsp; กวางตุ้ง&amp;nbsp; และเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์จำนวน 6 บ่อ&amp;nbsp; (ประมาณต้นเดือนพฤษภาคมจะนำผักและปลามาทำอาหารได้)&amp;nbsp;&amp;nbsp; และต่อไปจะพัฒนาให้เป็นแหล่งอาหารในระดับชุมชนและเมือง&amp;nbsp; สามารถเป็นแหล่งสร้างงาน&amp;nbsp; สร้างรายได้ให้กับผู้ที่ตกงานหรือได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;3. แผนระยะยาว&amp;nbsp; มีการเชื่อมโยงระบบกองทุนระดับเมือง&amp;nbsp; โดยมีกองทุนต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์&amp;nbsp; มีเงินหมุนเวียน 5 ล้านบาท&amp;nbsp; สถาบันการเงินชุมชน&amp;nbsp; มีเงินหมุนเวียน&amp;nbsp; 3 ล้านบาท&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; มีเงินหมุนเวียน 2.5 ล้านบาท&amp;nbsp; กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง&amp;nbsp; มีเงินหมุนเวียน 14 ล้านบาท&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อใช้ทุนภายในแก้ปั&amp;shy;หาของชุมชนและช่วยเหลือสมาชิกในยามจำเป็น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เจ็บป่วย&amp;nbsp; การศึกษาของบุตรหลาน&amp;nbsp; ใช้จ่ายในครัวเรือน&amp;nbsp; แก้ปั&amp;shy;หาหนี้สิน&amp;nbsp; ไม่ต้องพึ่งเงินนอกระบบ&amp;nbsp; รวมถึงการพัฒนาศูนย์ประสานงานของเครือข่ายชุมชนในเมืองให้เกิดการประสานงานร่วมกับหน่วยงานและภาคีอย่างเป็นระบบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; นำไปสู่การขยายผลในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นี่คือตัวอย่างของชาวชุมชนในเขตวังทองหลางที่รวมตัวกันในนาม &amp;lsquo;ศูนย์ประสานงานวังทองหลางรวมใจสู้ภัย COVID-19&amp;rsquo; ที่ใช้พลังของชุมชนร่วมกับการสนับสนุนจากภาครัฐ เตรียมพร้อมรับมือหากสถานการณ์โควิดยังยืดเยื้อยาวนาน...!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;พอช.ช่วยชุมชนสู้ภัยเศรษฐกิจพักหนี้บ้านมั่นคง 3 เดือน-เปิดตลาดนัดออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จากผลกระทบด้านเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลมีมาตรการปิดสถานที่ที่อาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรค&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ห้างสรรพสินค้า&amp;nbsp; สถานบริการต่างๆ&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; ต้องปิดงาน&amp;nbsp; ขาดรายได้&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; หรือ พอช. จึงมีมาตรการและแนวทางช่วยเหลือพี่น้องชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การพักชำระหนี้ให้แก่กลุ่มและองค์กรผู้ใช้สินเชื่อจาก พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอช.มีมาตรการพักชำระหนี้ให้แก่องค์กรชุมชนที่ใช้สินเชื่อจาก พอช.&amp;nbsp; โดยไม่ต้องชำระเงินต้น&amp;nbsp; ดอกเบี้ย&amp;nbsp; และไม่คิดดอกเบี้ยในระยะเวลา 3 เดือน&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายนนี้&amp;nbsp; โดยมีองค์กรชุมชนที่ใช้สินเชื่อประมาณ 500 องค์กรทั่วประเทศ&amp;nbsp; มีสมาชิกประมาณ 50,000 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งส่วนให&amp;shy;่เป็นสินเชื่อด้านที่อยู่อาศัยตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo;&amp;nbsp; วงเงินดอกเบี้ยที่ลดลงรวมประมาณ 42 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทั้งนี้โครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo;&amp;nbsp; เป็นโครงการแก้ไขปั&amp;shy;หาที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศ&amp;nbsp; ทั้งในเมืองและชนบท&amp;nbsp; โดยชาวชุมชนที่มีความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ไม่มีความมั่นคงในที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เช่าที่ดิน&amp;nbsp; บุกรุกปลูกสร้างบ้านในที่ดินของรัฐหรือเอกชน&amp;nbsp; รวมตัวกันแก้ไขปั&amp;shy;หาและบริหารงานในรูปแบบของสหกรณ์&amp;nbsp; โดยการซื้อที่ดินหรือเช่าอย่างถูกต้อง&amp;nbsp; หรือปรับปรุงบ้านในที่ดินเดิม&amp;nbsp; เพื่อให้มีความมั่นคงในที่ดินและที่อยู่อาศัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โดย พอช. สนับสนุนงบประมาณและสินเชื่อระยะยาวให้แก่กลุ่ม&amp;nbsp; องค์กร&amp;nbsp; หรือสหกรณ์ที่ชาวชุมชนจัดตั้งขึ้นมา&amp;nbsp; แล้วผ่อนชำระคืนเป็นรายเดือนให้แก่ พอช.&amp;nbsp; เริ่มดำเนินโครงการบ้านมั่นคงตั้งแต่ปี 2546&amp;nbsp; ปัจจุบันดำเนินการไปแล้วทั่วประเทศ รวม&amp;nbsp; 1,231 โครงการ &amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp; 112,777 ครัวเรือน&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม&amp;nbsp; และมีการพัฒนาคุณภาพชีวิตต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; กิจกรรมเด็ก&amp;nbsp; การจัดการขยะ บำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp; การดูแลสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เปิดตลาดขายสินค้าชุมชนทางออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นอกจากนี้ พอช.ได้เปิดตลาดนัดออนไลน์เพื่อให้พี่น้ององค์กรชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศที่รวมตัวกันในรูปแบบสหกรณ์&amp;nbsp; กลุ่มวิสาหกิจ&amp;nbsp; กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp; กลุ่มอาชีพ&amp;nbsp; หรือกลุ่มแม่บ้าน&amp;nbsp; เข้ามาขายสินค้าทางออนไลน์ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ&amp;nbsp; ไม่มีพ่อค้ามารับซื้อ&amp;nbsp; และเกษตรกรบางกลุ่มมีปั&amp;shy;หาส่งสินค้าไปจำหน่ายในตลาดต่างประเทศไม่ได้ในช่วงสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; โดยใช้ facebook&amp;nbsp; &amp;lsquo;ตลาดนัดองค์กรชุมชน&amp;rsquo;&amp;nbsp; มีสินค้าจากเหนือจรดใต้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ลิ้นจี่และนำผึ้งจาก&amp;nbsp; จ.เชียงราย&amp;nbsp; ปลาแห้ง&amp;nbsp; ส้มไข่ปลาจากลุ่มน้ำโขง จ.บึงกาฬ&amp;nbsp; ก๋วยจั๊บสำเร็จรูปจาก จ.อำนาจเจริ&amp;shy;&amp;nbsp; มะม่วงสุกมหาชนกจาก จ.กาฬสินธุ์&amp;nbsp; กล้วยตากจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปกล้วยนิคมสงเคราะห์&amp;nbsp; จ.อุดรธานี&amp;nbsp; มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองจาก จ.พิษณุโลก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารแห้ง&amp;nbsp; จาก ต.หนองสาหร่าย&amp;nbsp; จ.กา&amp;shy;จนบุรี&amp;nbsp; ปลาเค็ม&amp;nbsp; ปลาหมึกแห้ง&amp;nbsp; มังคุด&amp;nbsp; จากมหาวิทยาลัยบ้านนอก&amp;nbsp; จ.ระยอง&amp;nbsp; ผักและผลไม้ปลอดสารเคมีจากสหกรณ์การเกษตรอินทรีย์ปราจีนบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; สินค้าชุมชนจาก อ.หนองม่วง&amp;nbsp; จ.ลพบุรี&amp;nbsp; น้ำบูดูสายบุรี&amp;nbsp; จ.ปัตตานี&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้าวปลอดสารพิษจาก จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp; และอื่นๆ อีกมากมาย&amp;nbsp; ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูสินค้าได้ที่ facebook&amp;nbsp; ตลาดนัดองค์กรชุมชน&amp;nbsp; และสั่งซื้อสินค้าจากผู้ผลิตได้โดยตรง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จริ&amp;shy;&amp;shy;า&amp;nbsp; เมืองอินทร์ &amp;nbsp;ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรดอยยาว-ดอยผาหม่น&amp;nbsp; จังหวัดเชียงราย&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; กลุ่มเกษตรกรฯ มีสมาชิกที่ปลูกลิ้นจี่ในพื้นที่ภูชี้ฟ้า (ดอยยาว-ดอยผาหม่น) ซึ่งแต่ละปีจะมีพ่อค้าเข้ามารับซื้อลิ้นจี่ทุกปี&amp;nbsp; แต่ในปีนี้มีสถานการณ์โควิดทำให้พ่อค้าไม่เข้ามารับซื้อเพราะการเดินทางไม่สะดวก&amp;nbsp; ต้องผ่านด่านตรวจคัดกรองโรค&amp;nbsp; และเศรษฐกิจไม่ดี&amp;nbsp; ซื้อมาแล้วไม่รู้ว่าจะขายหมดหรือเปล่า&amp;nbsp; อีกทั้งลิ้นจี่ที่เคยส่งออกไปขายในจีน&amp;nbsp; ปีนี้ก็ยังไม่มีพ่อค้ามารับซื้อ&amp;nbsp; ทำให้เกษตรกรมีลิ้นจี่ที่รอเก็บขายกว่า 100,000 กิโลกรัม&amp;nbsp; หรือประมาณ 100 ตัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;เมื่อ พอช.เปิดตลาดนัดออนไลน์&amp;nbsp; พวกเราซึ่งเป็นเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลอยู่แล้ว&amp;nbsp; จึงสนใจนำสินค้ามาโพสต์ขายใน facebook เป็นลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวย&amp;nbsp; ลูกให&amp;shy;่&amp;nbsp; รสชาติหวานฉ่ำ&amp;nbsp; กินแล้วชื่นใจ&amp;nbsp; ผู้ที่สนใจหรืออยากจะช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่ให้มีรายได้&amp;nbsp; สามารถเข้าไปดูรายละเอียดใน facebook&amp;nbsp; &amp;lsquo;ตลาดนัดองค์กรชุมชน&amp;rsquo;&amp;nbsp; เราขายไม่แพง&amp;nbsp; กิโลฯ ละ 30 บาทเท่านั้น&amp;rdquo; ตัวแทนเกษตรกรเชียงรายเชิ&amp;shy;ชวน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองชุมแพใช้ที่นารวม 38 ไร่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สร้างความมั่นคงทางอาหารรองรับสถานการณ์ COVID-19&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ป้าสนอง&amp;nbsp; รวยสูงเนิน &amp;nbsp;ที่ปรึกษาเครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองชุมแพ&amp;nbsp; อ.ชุมแพ&amp;nbsp; จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; เครือข่ายฯ เกิดจากการรวมตัวกันจัดทำโครงการบ้านมั่นคงมาตั้งแต่ปี 2547 เพื่อแก้ไขปั&amp;shy;หาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เนื่องจากชาวบ้านในชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; มีฐานะยากจน&amp;nbsp; ต้องบุกรุกที่ดินของรัฐและเอกชนเพื่อปลูกสร้างบ้าน&amp;nbsp; ต่อมาโดนไล่ที่&amp;nbsp; จึงได้รวมตัวกันจัดทำโครงการบ้านมั่นคงเพื่อขอเช่าที่ดินราชพัสดุจากเทศบาลเมืองชุมแพปลูกสร้างบ้าน รวมทั้งจัดซื้อที่ดินเอกชน โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช. ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณและสินเชื่อ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขณะที่ชาวบ้านได้จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนสร้างบ้าน&amp;nbsp; ปัจจุบันสร้างบ้านเสร็จไปแล้ว 13 ชุมชน&amp;nbsp; จำนวน 1,052&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; มีผู้อยู่อาศัยประมาณ&amp;nbsp; 5,000 คน นอกจากนี้ในปี 2553 ได้ระดมทุนจากชุมชนต่างๆ ซื้อที่ดินเพื่อทำนารวม ปลูกผัก เลี้ยงปลา&amp;nbsp; เนื้อที่ 38 ไร่ (ราคาซื้อมา 2.6 ล้านบาท ขณะนี้ราคาประมาณ 38 ล้านบาท)&amp;nbsp; ได้ข้าวเปลือกประมาณปีละ 20-30 ตัน&amp;nbsp; มีโรงงานผลิตน้ำดื่มชุมชน และมีกองทุนต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยเมืองชุมแพ&amp;nbsp; มีเงินสะสมรวมกันประมาณ 16 ล้านบาท ทำให้ชาวชุมชนมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม&amp;nbsp; เพราะมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; มีแหล่งอาหารและน้ำดื่มเป็นของชุมชน&amp;nbsp; และมีข้าวเปลือกที่สำรองเอาไว้ประมาณ 6 ตัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;เมื่อเกิดสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; มีพี่น้องที่ไปทำงานในกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ&amp;nbsp; ไม่มีงานทำ&amp;nbsp; ต้องกลับมาอยู่กับครอบครัวที่ชุมแพประมาณ 800 คน ชาวบ้านก็กลัวว่าจะนำเชื้อมาให้&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคงฯ ได้เตรียมการป้องกัน&amp;nbsp; ช่วยกันทำหน้ากากอนามัย&amp;nbsp; โดยเทศบาลเมืองชุมแพช่วยสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งเจลล้างมือ&amp;nbsp; และให้ความรู้ในการป้องกันเชื้อโรค&amp;nbsp; ตรวจวัดไข้&amp;nbsp; ตอนนี้ยังไม่พบคนติดเชื้อ&amp;nbsp; ส่วนคนที่ตกงานหรือครอบครัวได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; ไม่มีรายได้&amp;nbsp; ขาดแคลนข้าวปลาอาหาร&amp;nbsp; เครือข่ายฯ ของเรายังมีข้าวเปลือกสำรองเอาไว้ 6 ตัน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีเทศบาลฯ และคนใจบุ&amp;shy;เอาข้าวของมาบริจาค&amp;nbsp; เราก็นำมาช่วยเหลือแบ่งปัน&amp;nbsp; ก็พออยู่กันไปได้&amp;nbsp; ยังไม่เดือดร้อน&amp;rdquo; &amp;nbsp;ป้าสนองบอก และย้ำว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;หากไวรัสโควิดยืดเยื้อไปอีก 2-3 เดือน&amp;nbsp; คงจะต้องเดือดร้อนกันแน่ๆ&amp;nbsp; เพราะชาวบ้านส่วนให&amp;shy;่มีอาชีพรับจ้างหากินรายวัน&amp;nbsp; และค้าขายเล็กๆ น้อยๆ&amp;nbsp; ในตลาดสด&amp;nbsp; ถ้าเศรษฐกิจไม่ดี&amp;nbsp; ก็คงจะไม่มีใครมาจ้างงาน&amp;nbsp; ข้าวของคงจะขายลำบาก แต่เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองชุมแพได้เตรียมแผนเอาไว้แล้ว&amp;nbsp; โดยกันพื้นที่นารวมเอาไว้ 2 ไร่&amp;nbsp; เพื่อให้คนที่ตกงานใช้ปลูกผักหรือทำเกษตรต่างๆ เพื่อให้มีอาหารกิน&amp;nbsp; หรือมาช่วยกันทำนารวม&amp;nbsp; เลี้ยงปลาในบ่อก็ได้&amp;nbsp; เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง&amp;nbsp; เอาตัวให้รอดจากโควิดช่วงนี้ไปก่อน&amp;nbsp; และต่อไปหากใคร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ไม่อยากกลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; ก็มาทำอยู่ทำกินในที่นารวมแปลงนี้ได้เพราะมีเนื้อที่ถึง 38 ไร่&amp;nbsp; คงจะพอเลี้ยงกันได้อยู่&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ************* &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64812</URL_LINK>
                <HASHTAG>พม.เราไม่ทิ้งกัน, สู้ภัย COVID-19, เราไม่ทิ้งกัน, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์คิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200501/image_big_5eac139347171.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
