<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2020 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2020 16:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลให้ประกันตัว &#039;เสี่ยโป้&#039; คดียิงที่ร้านนวด หลัง ตร.ภาษีเจริญยื่นฝากขัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค.63 - ที่ศาลอาญาธนบุรี พนักงานสอบสวน สน.ภาษีเจริญ ได้นำตัว นายเสี่ยโป้ โป้อานนท์ (ชื่อเดิมนายอภิรักษ์ ชัชอานนท์) อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาความผิดฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว, พาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชน&amp;rdquo; มาฝากขังครั้งแรกต่อศาลเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. - 9 พ.ย. 2563 เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบสวนพยานอีก 15 ปาก รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลางจากกองพิสูจน์หลักฐาน, ผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา และประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2563 เวลาประมาณ 22.30 น. มีกลุ่มวัยรุ่นนัดหมายกันเพื่อดูการชกมวยระหว่างนายอิทธิพล หรือตั้ง สุจริตกุล และ นายเขมทัต หรือบุค ชัชอานนท์ ในระหว่างนั้นเกิดการท้าทายกัน ผู้ต้องหาจึงได้ร่วมกับนายพิพัฒน์ เกียรติไพบูลย์ ใช้อาวุธปืนยิง นายจำเรียง ตะโบะ และ นายณัฐพงษ์ คล่องบัญชี จนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่ร้านสรีนวดแผนไทยฯ ถ.ราชพฤกษ์ แขวงบางจาก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติการณ์ในการจับกุมคือ ก่อนทำการจับกุม เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมทราบว่านายเสี่ยโป้ ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ปรากฏตัวที่สถานีตำรวจนครบาลภาษีเจริญ จึงได้ทำการตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบผู้ต้องหามีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ พร้อมแจ้งข้อหาและพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดให้ผู้ต้องหาทราบ&amp;nbsp;ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนระบุว่า เนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษสูง หากปล่อยตัวไปเกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี และไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือก่อเหตุร้ายประการอื่น จึงขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา ในกรณีที่ผู้ต้องหาไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว พนักงานสอบสวนมีความประสงค์ขอให้ศาลสอบถามผู้ต้องหา หรือทำการไต่สวนพยานหลักฐานในการออกหมายขังผู้ต้องหาผ่านระบบการประชุมทางจอภาพในการฝากขังครั้งต่อๆ ไปทุกครั้ง ณ เรือนจำพิเศษธนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายคำร้องยังระบุอีกว่า อนึ่ง ผู้ต้องหาได้เข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจนครบาลภาษีเจริญ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยผู้ต้องหาไม่ทราบว่าได้มีการออกหมายจับไว้แต่อย่างใด ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาหลังศาลอนุญาตฝากขังแล้ว ผู้ต้องหายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาหลักทรัพย์พร้อมคำร้องแล้ว มีคำสั่งอนุญาตปล่อยชั่วคราว ระหว่างสอบสวน ตีราคาประกัน 350,000 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82203</URL_LINK>
                <HASHTAG>พยายามฆ่า, ศาลอาญาธนบุรี, เสี่ยโป้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201029/image_big_5f9a8e3f96da5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57075</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 11:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 11:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับหนุ่มขับสามล้อใช้มีดฟันนักท่องเที่ยวต่างชาติเอาแขนรับแผลเหวอะเย็บ 30 เข็ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.63 - พล.ต.ต.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ พ.ต.อ.อภิชาติ จินาเพ็ญ ผกก.สภ.อ่าวนาง พ.ต.ท.อธิวัฒน์ ไชยศรีสุทธ์ รองผกก.ป พ.ต.ท.สมพร ทิพย์อาภากุล รองผกก.ส.ส. พร้อมเจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบ.สส.ภ.จว.กระบี่ ได้ร่วมแถลงผลการจับกุมตัวนายเกียรติศักดิ์ บุญระเบียบ หรือนุ้ย อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24/4 &amp;nbsp;ม.1 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกระบี่ ลงวันที่ 11 ก.พ.2563 ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น โดยก่อเหตุใช้มีดฟร้าฟันนายโอเล คริสเตียนโกรส&amp;nbsp;อายุ31 ปี สัญชาตินอรเวย์ ได้รับบาดเจ็บที่แขนขวาเย็บกว่า 30 เข็ม เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา มาทำการสอบสวนสวนที่ สภ.อ่าวนาง หลังติดตามจับกุมตัวได้ที่บ้านเลขที่บ้านพักผู้ต้องหา พร้อมของกลาง มีดพร้ายาวประมาณ 70 ซม. เสื้อวินจักรยานยนต์ &amp;nbsp;และเสื้อแจ็คเก็ตที่สวมใส่ในคืนก่อเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนการจับกุมเมื่อวันที่ 2ก.พ.63เวลาประมาณ 01.40 &amp;nbsp;น. นายโอเลได้เข้าแจ้งความที่สภ.อ่าวนาง ว่าถูกผู้ต้องหา ซึ่งเป็นคนขับจักรยานยนต์โดยสารพ่วงข้างใช้มีดพร้าฟันจนได้รับบาดเจ็บ หลังไปเที่ยวที่ร้านบูกี้บาร์ บริเวณโค้งพระนางอินทร์ ตอนกลับออกมาจากร้านได้เรียกรถจักรยานยนต์โดยสารพ่วงข้างที่วิ่งรับส่งผู้โดยสารบริเวณหน้าร้านเบอร์เกอร์คิง ตรงข้ามหาดอ่าวนาง เพื่อกลับที่พักที่โรงแรมบลูโซเทล สมาร์ท อ่าวนางซอย 15 แต่คนขับรถโดยสารไปส่งที่โรงแรมบลูโซเทล ซึ่งไม่ใช่ที่พักของตน จากนั้นคนขับรถได้กลับรถย้อนกลับมาส่งให้ลงที่หน้าร้านอาหารไทยแลนเดียร์ ตรงข้ามโรง แรมคลิฟบีท และได้มีปากเสียงกัน ก่อนที่ผู้ต้องหาใช้มีดพร้าฟันที่ศีรษะแต่ตนได้ใช้แขนขวารับไว้เลยไม่โดนศีรษะ ทำให้มีบาดแผลที่แขนขวาเย็บประมาณ 30 เข็ม &amp;nbsp;หลังจากเกิดเหตุแล้วเรียกเก็บค่าโดยสาร 200 บาท ก่อนจะกลับมามาที่โรงแรมบลูโซเทล พนักงานโรงแรมช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นและประสานให้ รถพยาบาลมารับตัวไปรักษาบาดแผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายเกียรติศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนก่อเหตุจริง แต่ที่ทำไปเพราะไม่พอใจที่ผู้เสียหายไม่ยอมที่จะจ่ายค่าโดยสาร ซึ่งตกลงกันที่ 200 บาท ส่วนสาเหตุที่ตนขับวนกลับมาที่เดิมเพราะไม่รู้ว่าโรงแรมอยู่ตรงไหน ขณะที่เงินค่าโดยสารก็ยังไม่ได้จึงมีการโต้เถียงกันก่อนหยิบมีพร้าที่เสียบบนหลังคารถสามล้อมาฟันผู้เสียหายไป 2 ครั้งก่อนที่จะมีชาวบ้านมาเห็นและห้ามไว้ จากนั้นผู้เสียหายก็จ่ายค่าโดยสารให้ 200 บาท หลังเกิดเหตุก็ได้มาวิ่งรถสามล้อรับส่งนักท่องเที่ยวต่ออีก 2 วัน ก่อนจะกลับไปพักที่บ้าน เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปตรวจปัสสาวะพบว่ามีสารเสพติดด้วย ก่อนนำตัวส่งเจ้าพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57075</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, พยายามฆ่า, สภ.อ่าวนาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e44d48cb3f50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2020 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2020 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ขอนแก่น ตั้งข้อหาหนัก 3 วัยรุ่นรุมฟันหัวพ่อคู่อริเจ็บปางตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ม.ค.63 - จากกรณีคนร้ายเป็นวัยรุ่น 3 คนรุมทำร้ายร่างกายนายอุทิศ กมลมูล อายุ 59 ปี โดยใช้อาวุธมีดฟันที่ศีรษะของนายอุทิศจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่บ้านโคกกว้าง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 11.30 น. พ.ต.อ.พิชัยภูษิส จารุพงศ์ ผกก.สภ.บ้านฝาง พร้อมด้วย พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ สายสมบัติ สว.(สอบสวน) สภ.บ้านฝาง ได้เรียกตัวนายชัชวาลย์ กมลกุล หรือนายกิ๊ฟ อายุ 20 ปี ลูกชายนายอุทิศ เข้าให้ปากคำเพิ่มเติม ถึงมูลเหตุและสาเหตุที่พ่อถูกทำร้าย รวมทั้งส่งชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่หาหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมในหมู่บ้าน ตามขั้นตอนของการสืบสวนสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ กล่าวว่ากรณีดังกล่าวขณะนี้มีการแจ้งความทั้งสองฝ่าย โดยฝ่ายแรกคือฝ่ายของนายปิยะ ชินพลชาย อายุ 23 ปี เข้าแจ้งความว่า ถูกนายอุทิศ กมลมูล อายุ 59 ปี ใช้ด้ามเสียมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ อีกฝ่ายคือ ฝ่ายของญาตินายอุทิศก็มาแจ้งความเช่นกันว่า ถูกฝ่ายนายบุ๋มและพวกทำร้ายร่างกาย ใช้มีดฟันที่ศีรษะ ซึ่งทั้งสองฝ่ายมาแจ้งความในวันและเวลาเดียวกัน ภายหลังรับแจ้งความจึงลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ พบมีดขอ 1 เล่ม ด้ามเสียมยาวประมาณ 1 เมตร 1 อันซึ่งแตกหักเป็นสองท่อน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบสวนฝ่ายที่ถูกฟันทราบว่า นายกิ๊ฟลูกชายของนายอุทิศเป็นคู่อริกับฝ่ายนายบุ๋ม มีเรื่องบาดหมางกัน ทะเลาะชกต่อยกัน แต่เรื่องลุกลาม เป็นเหตุให้นายอุทิศ พ่อของนายกิ๊ฟออกจากบ้านมาเคลียร์กับกลุ่มนายบุ๋ม พร้อมๆกับใช้ด้ามเสียมทำร้ายนายบุ๋ม จนฝ่ายนายบุ๋มรุมทำร้ายด้วยมีด จนนายอุทิศบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พ.ต.อ.พิชัยภูษิส กล่าววว่า เหตุทำร้ายกันที่บ้านโคกกว้าง เป็นเหตุให้นายอุทิศ กมลมูล อายุ 59 ปี บาดเจ็บสาหัสนั้น ขณะนี้ได้สอบสวนฝ่ายคนเจ็บและพยานที่เห็นเหตุการณ์ รวมถึงพยานแวดล้อมต่างๆจนครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว รวมถึงหลังเกิดเหตุได้นำตัวฝ่ายคนที่ลงมือทำร้ายมาสอบปากคำเรียบร้อยแล้ว ซึ่งฝ่ายที่ลงมือก็ยอมรับสารภาพว่า ได้ทำร้ายนายอุทิศจริง เพราะถูกนายอุทิศลงมือทำร้ายร่างกายก่อน จึงป้องกันตัวเองด้วยการใช้อาวุธมีดตอบโต้ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ภายหลังการสอบสวนทั้งสองฝ่าย จนครบถ้วนตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว ได้ให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกฝ่ายคนลงมือทำร้ายนายอุทิศ ขณะนี้ทราบชื่อ ที่อยู่ ที่ชัดเจน จำนวน 2 คน ซึ่งเป็นพี่ชายกับน้องชาย ชาวบ้านโคกกว้าง ม.1 มารับทราบข้อกล่าวหา ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายและพยายามฆ่า เมื่อทั้งสองคนมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ก็จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ใครผิดใครถูกไปว่ากันที่ศาลเท่านั้น ขอยืนยันว่า ตำรวจทำงานตรงไปตรงมา ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเด็ดขาด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53666</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทำร้ายร่างกาย, จังหวัดขอนแก่น, พยายามฆ่า, สภ.บ้านฝาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200102/image_big_5e0d7d126b484.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43377</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2019 19:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2019 19:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หิ้ว 2 มือบึ้มสตช.เข้ากรุง แจ้ง 3 ข้อหาหนักพยายามฆ่า อั้งยี่ ครอบครองระเบิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.62- ที่กองบินตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดอรินทราช กองบัญชาการตำรวจนครบาล ควบคุมตัวนายลูไอ แซแง อายุ 22 ปี และนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี สองผู้ต้องหาชาวจังหวัดนราธิวาส ที่ลอบวางระเบิดหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา นั่งเครื่องบินคาซ่าของกองบินตำรวจจากจังหวัดนราธิวาสมาถึงยังกรุงเทพฯ ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดขึ้นรถออกจากสนามบินเพื่อนำตัวไปดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายยัง สน.ปทุมวัน หลังทั้งคู่ถูกจับกุมได้ที่จังหวัดชุมพรแล้วนำไปสอบปากคำที่ศูนย์พิทักษ์สันติ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า(ศปก.ตร.สน.) จ.ยะลา เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นแจ้ง 3 ข้อหา พยายามฆ่า อั้งยี่ และมีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครอง. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43377</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครอบครองวัตถุระเบิด, พยายามฆ่า, ระเบิดกรุง, อั้งยี่, แจ้ง 3 ข้อหา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190813/image_big_5d52ae042ba11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7792</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2018 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็มเข้าคุก-เจอข้อหาพยายามฆ่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตำรวจคุมตัวเอ็ม หนุ่มโหดเสพยาบ้าไลฟ์สดทำร้ายแฟนสาวสาหัส ส่งฝากขังศาลผลัดแรก ดำเนินคดี 6 ข้อหาหนัก รวมทั้ง &amp;quot;พยายามฆ่า&amp;quot; พร้อมคัดค้านประกันตัว ขณะที่ไม่มีใครขอยื่นประกัน ถูกส่งตัวเข้าคุก กลุ่มผู้เสียหายสูญ 6 ล้านค่าเรียนเทรดหุ้นรวมตัวเข้าร้องทุกข์ &amp;quot;วิระชัย&amp;quot; เตรียมโอนคดีให้กองปราบฯ ทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 24 เมษายนนี้ ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ร.ต.ท.หญิงยุวธิดา ศรีเพชร พนักงานสอบสวน สน.บึงกุ่ม และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ควบคุมตัวนายชัยชนะ ศิริชาติ หรือเอ็ม อายุ 25 ปี ชาว กทม. ผู้ต้องหาคดีโพสต์คลิปไลฟ์สดทำร้ายร่างกายแฟนสาวบาดเจ็บสาหัสผ่านเฟซบุ๊ก ในคอนโดมิเนียมย่านนวมินทร์ มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกต่อศาลเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย.-5 พ.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น จะต้องสอบสวนพยานอีก 7 ปาก และรอผลการตรวจสอบประวัติพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 22 เม.ย.2561 เวลา 16.30 น. ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมปฏิบัติหน้าที่อยู่ในเขตรับผิดชอบ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุศูนย์เสรีไทยว่า มีเหตุทะเลาะวิวาทกันภายในห้องพักสถานที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุ ทราบภายหลังว่า นายชัยชนะ ผู้ต้องหา ทำร้ายร่างกาย น.ส.กุลดารา ยีสมัน อายุ 21 ปี แฟนสาว อยู่ภายในห้องพัก ได้ยินเสียงทะเลาะกันดังมาจากข้างในห้อง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกบุคคลในห้องเปิดประตูออกมา แต่คนในห้องไม่ยอมเปิดประตู และพบว่านายชัยชนะได้ถ่ายวิดีโอเผยแพร่ลงเฟซบุ๊กให้ดูสดถึงการลงมือทำร้ายร่างกายแฟนสาว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เจรจากับนายชัยชนะเพื่อให้เปิดประตูออกมา แต่นายชัยชนะไม่ยอมเปิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเจรจาต่อรองกับนายชัยชนะ เมื่อนายชัยชนะเห็นว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนออกไปจากบริเวณหน้าห้องจนหมดแล้ว จึงยอมเปิดประตูให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไป 1 คน และเมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไปทำแผลประมาณ 30 นาที หลังจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยทำแผลให้กับ น.ส.กุลดาราเสร็จแล้ว นายชัยชนะจึงเดินมาเปิดประตูเพื่อจะส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยออกมา เป็นเวลาเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิ่งสวนเข้าไป และได้ควบคุมตัวนายชัยชนะไว้ได้ พร้อมนำตัว น.ส.กุลดาราส่งโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เพื่อรักษาตัวต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการตรวจค้นภายในห้องพัก พบโทรศัพท์มือถือของกลาง 2 เครื่อง เศษด้ามไม้กวาดที่หัก และอุปกรณ์นวดตกอยู่กลางห้อง จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ใช้ของกลางดังกล่าวทำร้ายร่างกายแฟนสาว และรับว่าตนเองเพิ่งเสพยาบ้ามาก่อนหน้านี้ จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.บึงกุ่ม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่น, ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ, กระทำความรุนแรงในครอบครัว, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่นโดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียงหรืออับอาย, หน่วงเหนี่ยวหรือกักขัง และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมตแอมเฟตามีน หรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธข้อหาพยายามฆ่า, หน่วงเหนี่ยวหรือกักขัง และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ ส่วนข้อหาอื่นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหาอาจไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ศาลพิจารณาและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่วันนี้ญาติของสาวผู้เสียหายก็เดินทางมายื่นคำร้องคัดค้านการให้ประกันตัวนายชัยชนะด้วย และระหว่างที่ตำรวจคุมตัวนายชัยชนะมาฝากขัง นายชัยชนะยังได้กล่าวกับสื่อมวลชนด้วยว่า &amp;quot;อย่าทำเหมือนผมนะครับ ผมขอโทษ ให้อภัยผมนะครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาหลังเสร็จสิ้นเวลาทำการ 16.30 น. ไม่ปรากฏว่ามีญาติมายื่นขอประกันตัวนายชัยชนะแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงคุมตัวนายชัยชนะไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รับมอบเอกสารและการร้องเรียนจากผู้เสียหายในกรณีตกเป็นเหยื่อจากการหลอกลวงของนายชัยชนะ ศิริชาติ หรือเอ็ม ซึ่งเป็นแอดมินเพจโกลบอล เอฟเอ็กซ์ อินเวสเมนท์ โดยเปิดสอนคอร์สเรียนฟอเร็กซ์หุ้นคอร์สละประมาณ 15,000 บาท แต่เมื่อเรียกเก็บเงินจากผู้เสียหายไปแล้วกลับไม่มีการสอนแต่อย่างใด รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 6 ล้านบาท ทำให้มีผู้เสียหายหลายรายรวมตัวกันแจ้งความดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิระชัยเปิดเผยว่า จากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นพบว่ามีกลุ่มผู้เสียหายประมาณ 500 ราย ได้จ่ายเงินค่าเรียนเพื่อซื้อคอร์สประมาณ 15,000 บาท รวมมูลค่าประมาณ 6 ล้านบาท ขณะที่จากการสอบปากคำนายเอ็มและการตรวจสอบบ้านพัก ไม่พบว่านายเอ็มมีทรัพย์สินมูลค่าหลักล้าน ซึ่งพบเพียงหนังสือเอกสารหรือตำราเกี่ยวกับการเทรดหุ้นเท่านั้น ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญหรือจบการศึกษาด้านนี้โดยตรง จึงเชื่อว่านายเอ็มมีพฤติกรรมการหลอกลวงเพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อ โดยมีความผิดเข้าข่ายฐานฉ้อโกงประชาชน และเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จลงในโซเชียลมีเดียหรือระบบคอมพิวเตอร์ ขอให้ประชาชนผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ในพื้นที่เกิดเหตุ หรือพื้นที่ที่ตนได้จ่ายหรือโอนเงินให้นายเอ็มเพื่อการดำเนินคดีต่อไป โดยหากมีผู้เสียหายจำนวนมากและกระจายในหลายจังหวัดทั่วประเทศ ตนก็จะรายงานไปยัง ผบ.ตร.เพื่อให้โอนย้ายคดีมายังกองบังคับการปราบปราม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านผู้เสียหาย (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) กล่าวว่า กลุ่มของตนได้สมัครลงคอร์สเรียนกับนายเอ็มในมูลค่า 15,000 บาท ตามเงื่อนไขที่นายเอ็มกำหนดและโฆษณาชวนเชื่อ คือจะส่งคลิปวิดีโอให้ศึกษาและมีการสอนแบบตัวต่อตัว พร้อมจะคอยดูแลแนะนำการเล่นหุ้นในระยะเวลา 1 ปี นอกจากนี้ยังมีการเสนอให้ร่วมลงทุน โดยจะแบ่งผลกำไรแก่ผู้เสียหาย 70/30
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี บ่ายวันเดียวกัน นายพัสกร เพชรในหิน นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการพิเศษ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เข้าเยี่ยม น.ส.กุลดารา ยีสนับ หรือนิด้า อายุ 21 ปี แฟนสาวของนายชัยชนะ หรือเอ็ม ที่ถูกทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพัสกรเปิดเผยว่า ได้แจ้งสิทธิตาม พ.ร.บ.การเยียวยาผู้เสียหาย ให้กับญาติของ น.ส.กุลดารา ได้รับทราบตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนและค่าทดแทนฯ ซึ่งจากทางร่างกาย พบว่าถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งครอบครัวผู้เสียหายต้องเขียนคำร้องเพื่อขอความช่วยเหลือ ปัญหาขณะนี้คือญาติของเหยื่อยังวิตกกังวลว่า น.ส.กุลดาราอาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรม กลัวว่าตำรวจไม่สามารถเอาผิดนายชัยชนะได้ เนื่องจากนายชัยชนะจะอ้างเรื่องความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาเพื่อให้พ้นผิด ซึ่งญาติต้องการให้ดำเนินคดีถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม ปกติการถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสถือเป็นคดีอาญา ไม่สามารถยอมความได้อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอาการของ น.ส.กุลดารา ในขณะนี้สภาพร่างกายยังมีบาดแผลฟกช้ำ แขนขวาท่อนล่างกระดูกหัก ต้องดามเฝือก เบ้าตายังบวมปูดม่วงคล้ำทั้ง 2 ข้าง ซึ่งแพทย์คาดว่าต้องใช้เวลาในการรักษานานถึง 4 เดือน ส่วนพ่อของ น.ส.กุลดาราได้ให้น้าสาวมาเยี่ยมและคอยดูแลแทน โดยบอกว่าทำใจไม่ได้ที่เห็นสภาพลูกสาวบาดเจ็บหนักเพราะถูกทำร้าย ซึ่งจะรอให้ลูกสาวมีอาการดีขึ้นมากเสียก่อนจึงจะมาเยี่ยม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7792</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเทรดหุ้น, คัดค้านประกันตัว, ทำร้ายแฟนสาวสาหัส, น.ส.กุลดารา, นายชัยชนะ ศิริชาติ, พยายามฆ่า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หนุ่มโหดเสพยาบ้าไลฟ์สด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5aded32b98de2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็มสุดโหด จ่อเพิ่มโทษ พยายามฆ่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หนุ่มสุดโหดทำทารุณแฟนถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ยังเมายาพูดจาจับต้นชนปลายไม่ถูก ตำรวจเตรียมตั้งข้อหาเพิ่ม &amp;quot;พยายามฆ่า&amp;quot; หลังพบอุปกรณ์ใช้ทำร้ายร่างกายเพียบ ตั้งแต่ที่หนีบผม มีด ขาตั้งกล้อง สายไฟ ทั้งแทง ทุบ ตี ไฟชอร์ต ปาดคอ จนหน้ายับ จมูกหัก แขนขวาหัก กระดูกฝ่ามือซ้ายหัก เหยื่อเผยคบกันมา 8 เดือน ถูกทำร้าย 6 หน ล่าสุดสร้างเรื่องว่าเธอยักเงินค่าสมัครเรียนฟอเร็กซ์ไปใช้จนหมด แถมเพ้อว่าตัวเองเป็นโจ๊กเกอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 เมษายนนี้ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีหญิงสาวรายหนึ่งถูกแฟนทำร้ายร่างกาย โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ว่า ได้รับรายงานจาก สน.บึงกุ่ม ว่าตามวัน-เวลาเกิดเหตุ เมื่อ 22 เมษายน 2561 เวลาประมาณ 16.30 น. ก่อนเกิดเหตุ นายชัยชนะ ศิริชาติ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหา ได้คบหาเป็นแฟนกับผู้เสียหาย และพักอาศัยอยู่ด้วยกันที่ลุมพินีคอนโด ถนนนวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ ต่อมาผู้ต้องหาทราบว่าผู้เสียหายมีผู้ชายอื่นมาติดพันและทำตัวห่างเหิน จึงได้ใช้กำลังบังคับ ข่มขู่ ไม่ให้ออกมาจากห้องพักที่เกิดเหตุ จากนั้นผู้ต้องหาได้ใช้ไม้กวาดและไดร์นวดหน้าไฟฟ้า ฟาด ทุบ ตี ทำร้ายที่ใบหน้า ศีรษะ และตามร่างกายผู้เสียหายหลายครั้ง โดยในขณะลงมือทำร้าย ผู้ต้องหาให้ผู้เสียหายใช้โทรศัพท์ของผู้ต้องหาถ่ายคลิปขณะถูกทำร้าย แล้วไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กของผู้ต้องหา กระทั่งพี่สาวของผู้เสียหายทราบจากการดูผ่านเฟซบุ๊กดังกล่าว จึงได้โทรศัพท์แจ้งผ่านเจ้าพนักงานตำรวจ บก.สปพ. (สายด่วน 191) มาทาง สน.บึงกุ่ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากรับเเจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บึงกุ่มได้รีบเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมกับจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ในทันที และตรวจยึดของกลางโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายคลิป นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บึงกุ่มดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนผู้เสียหายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่นโดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียงหรือได้รับความเสียหาย และหน่วงเหนี่ยวหรือกักขัง หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุร้ายดังกล่าว เป็นที่รับทราบกันอย่างแพร่หลาย โดยช่องทางหนึ่งมาจากเฟซบุ๊ก &amp;quot;แหม่มโพธิ์ดำ&amp;quot; ได้เผยแพร่คลิปเหตุการณ์ ระบุว่า ชายที่ก่อเหตุคือนายชัยชนะ ศิริชาติ หรือเอ็ม อายุ 25 ปี แอดมินเพจ Global Fx Investment สอนการลงทุนฟอเรกซ์ (Forex) หรือการซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงิน หลังปรากฏคลิป พบว่าที่เกิดเหตุเป็นคอนโดมิเนียมลุมพินี นวมินทร์-ศรีบูรพา ถนนนวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม. ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่านายชัยชนะอาศัยอยู่กับหญิงสาวภายในอาคารบี 1 ชั้น 13 จึงได้เกลี้ยกล่อมให้เปิดประตูออกมา ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จากนั้นนายชัยชนะได้ให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไปทำแผลหญิงสาวที่อยู่ภายในห้อง 1 คน โดยไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไป กระทั่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยกลับออกมา พอเปิดประตู เจ้าหน้าที่จึงบุกจู่โจมเข้าไปจับตัวนายชัยชนะทันที และช่วยเหลือหญิงสาวออกมา ทราบชื่อคือ น.ส.กุลดารา หรือนิต้า อายุ 21 ปี ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้า ศีรษะ และมือ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเฟซบุ๊ก &amp;quot;The Purge Forex : เทรดเกรียน เซียนล้าง&amp;quot; ได้เปิดเผยพฤติกรรมของนายชัยชนะว่า ที่ผ่านมานายชัยชนะสร้างชื่อจากการลงทุนฟอเรกซ์ ก่อนจะเปิดสอนคอร์สให้แก่ผู้สนใจ แต่พบว่านายชัยชนะเก็บเงินไปแล้วไม่ได้สอน ทั้งยังระดมทุนแล้วนำเงินไปใช้ส่วนตัว โดยมีผู้เสียหายราว 150 คน คิดเป็นมูลค่า 6 ล้านบาท ที่ผ่านมาพยายามรวบรวมผู้เสียหายกดดันให้นายชัยชนะกลับตัว แต่ก็ไม่เป็นผล ผู้เสียหายบางคนต้องการขอเงินคืน กระทั่งไม่ตอบเฟซบุ๊ก ขาดการติดต่อ และเกิดเรื่องดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จนถึงช่วงบ่ายวันที่ 23 เม.ย. นายชัยชนะยังคงพูดจาวกไปวนมา เนื่องจากยังไม่สร่างจากฤทธิ์ยาบ้า โดยขณะถูกคุมตัวอยู่ที่ห้องขัง สน.บึงกุ่ม ถูก พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 เข้าไปสอบสวน ทราบว่าเรื่องข่าวลือฝ่ายหญิงแอบโอนหุ้นฝ่ายชายไปจำนวนถึง 40 ล้านบาท ยังไม่มีพยานหลักฐานที่ชัดเจน ต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดก่อน ขณะที่ครอบครัวหรือญาติพี่น้องไม่มีใครเดินทางมาเยี่ยมนายชัยชนะแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ธีระพงษ์เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ประสานไปตามโรงพักต่างๆ เพื่อเช็กข้อมูลว่าเคยมีผู้เสียหายเดินทางมาลงบันทึกประจำวันหรือแจ้งความเอาผิดกับนายชัยชนะ หรือเอ็ม บ้างหรือไม่ แต่ดูจากพฤติกรรมล่าสุดแล้ว นายเอ็มน่าจะเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้ว ส่วนอาการแฟนสาวของนายเอ็ม ยังให้การไม่ได้ พักอยู่ที่โรงพยาบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เพื่อเยี่ยมอาการบาดเจ็บหญิงสาวที่ถูกนายชัยชนะทำร้ายร่างกาย ทราบว่าหญิงสาวได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้า ศีรษะ และนิ้วก้อยมือซ้ายหัก ถือว่าบาดเจ็บสาหัส จึงต้องเปลี่ยนข้อหาจากทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับอันตรายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 มีโทษจำคุก 6 เดือน-10 ปี ส่วนข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันปรากฏภาพผู้อื่นโดยประการจะทำให้ผู้นั้นเสื่อมเสียหรือ อับอาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมตแอมเฟตามีน) ยังคงไว้เช่นเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้เสียหายทราบว่า ก่อนหน้านี้ฝ่ายหญิงมีแฟนแล้วเลิกกัน จากนั้นมาคบกับนายชัยชนะเป็นเวลา 8 เดือน โดยพฤติการณ์ของนายชัยชนะ เวลาที่จะทำร้ายแฟนสาว มีลักษณะเสพยาเสพติด และเกิดอาการเมายาเสพติด มีภาพหลอน ไม่รู้ตัวว่าตนเองทำอะไรลงไป ในขณะทำเหมือนไม่ใช่ตนเอง รำพึงรำพันว่าตนเองเป็นโจ๊กเกอร์ และเคยทำร้ายร่างกายแฟนมาแล้ว 6 ครั้ง แฟนไม่เคยแจ้งความ ซึ่งเหตุการณ์ล่าสุด ทำร้ายมาประมาณ 6-8 ชั่วโมง มีการทำร้ายในรูปแบบต่างๆ เช่น เอาที่หนีบผมที่มีความร้อนสูงมาจี้ตามร่างกาย ใช้มีดปาดคอจะให้ถึงแก่ความตาย แต่โชคดีปาดไม่เข้า ใช้ขาตั้งกล้องฟาดไปตามลำตัว ใช้สายไฟลอก อีกด้านเชื่อมต่อกับไฟฟ้าและจี้ตามร่างกาย มีเจตนาจะเอาลูกตาทั้ง 2 ข้างออก แต่เอาออกไม่ได้ ขณะนี้ตาทั้งสองข้างเขียว มีรอยมีดตีที่ตา มีรอยมีดจิ้มที่หน้าผากและคอ ตามร่างกายมีรอยแผลเป็นโดยฟาดด้วยสายไฟ เห็นได้ชัดว่ามีความพยายามเจตนาฆ่า ซึ่งร่องรอยการถูกทำร้ายยังไม่หายดี เป็นแผลฉกรรจ์ โดยแผลที่ถูกทำร้ายไม่ได้รับการรักษา ปล่อยให้หายไปตามกาลเวลา สาเหตุที่ฝ่ายหญิงทน เพราะรักฝ่ายชายมาก ในขณะนี้ก็ต้องชั่งใจว่าระหว่างชีวิตที่ปลอดภัยและความรัก จะต้องเลือกอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวอีกว่า เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงเช่นนี้ จึงเตรียมแจ้งข้อหาพยายามฆ่า และดำเนินคดีกับนายชัยชนะ ในเหตุการณ์ทำร้ายแฟนสาวถึง 6 ครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.สมบูรณ์ ทศบวร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กล่าวว่า อาการของ น.ส.กุลดารามีใบหน้าบวม ตาบวม คอมีรอยถูกบาด จมูกหัก แขนขวาหัก กระดูกฝ่ามือซ้ายหัก มีรอยฟกช้ำและรอยไหม้ตามร่างกาย มีทั้งรอยแผลใหม่และรอยแผลเก่า คาดว่าเมื่อวันที่ 22 เม.ย.นี้ถูกทำร้ายประมาณ 8-10 ชั่วโมง ซึ่งขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว แต่ยังคงต้องใช้เวลาในการพักรักษาตัว ส่วนสภาพจิตใจสามารถพูดคุยได้ตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.กุลดาราเปิดเผยว่า สาเหตุที่นายชัยชนะไลฟ์สดขณะทำร้ายเธอ เป็นเพราะต้องการให้กลุ่มผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้มาเรียนฟอเร็กซ์เข้าใจว่าเธอเป็นผู้นำเงินไปใช้ จนนายชัยชนะไม่สามารถสอนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.ต.อ.วิระชัยได้ไปตรวจห้องพักนายเอ็มอีกครั้ง พบอุปกรณ์ที่ใช้ทำร้ายและทรมานแฟนสาวเป็นจำนวนมาก ได้แก่ สายไฟที่ใช้สำหรับนำไปเสียบไฟบ้าน 220 โวลต์ เอาไปชอร์ตตามตัว, ด้ามไม้ถูพื้นสภาพหัก 2 ท่อนจากการใช้ตีอย่างรุนแรง, สายไฟที่ใช้รัดคอผู้เสียหาย, มีด 2 ด้ามเต็มไปด้วยคราบเลือดที่ใช้ปาดคอฝ่ายหญิง, เตารีดและเครื่องม้วนผมใช้นาบตามลำตัว นอกจากนี้ยังพบคราบเลือดกระเซ็นอยู่ทั่วทั้งห้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรพบว่า นายชัยชนะ หรือเอ็ม เคยก่อคดีมาแล้วถึง 2 คดี ขณะที่ยังใช้ชื่อนายสมใจ ศิริชาติ ถูกแจ้งข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร&amp;rdquo; ทั้ง 2 ครั้ง ในท้องที่ สน.บึงกุ่ม โดยคดีที่ 1 ถูกจับเมื่อวันที่ 1 มี.ค.2550 ในข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร ซึ่งก่อเหตุเมื่อวันที่ 22 ต.ค.2548 และคดีที่ 2 ถูกแจ้งข้อหาเพิ่ม ในวันที่ 2 มี.ค.2550 ข้อหาเดิมคือ ร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร ที่ถูกแจ้งข้อหาวันที่ 25 ก.พ.2550 และตำรวจนำตัวดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากถูกดำเนินคดีแล้ว นายเอ็มก็ได้เปลี่ยนชื่อ จากนายสมใจ ศิริชาติ เป็น นายชัยชนะ ศิริชาติ เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2557 ในท้องที่เขตบึงกุ่ม จนมาก่อเหตุขึ้นในครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมัย ศิริทองถาวร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้คนทั่วไปได้เห็นเหตุการณ์จริงของภัยจากยาเสพติด ซึ่งเมื่อเสพเข้าไปแล้ว ผู้เสพจะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และคนทั่วไปหรือคนใกล้ชิดก็ไม่สามารถทำนายเหตุการณ์ความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นได้ จึงย้ำเตือนประชาชนว่า เมื่อมีปัญหาเครียด ไม่สบายใจ อย่าพึ่งยาเสพติด เนื่องจากจะยิ่งเป็นการซ้ำเติมปัญหา และอาจกลายเป็นผู้ป่วยโรคทางจิตได้ง่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองอธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า การใช้สารเมตแอมเฟตามีน หรือยาบ้า มีความสัมพันธ์กับการเกิดอาการทางจิต หรือเรียกว่าเกิด &amp;ldquo;ภาวะโรคร่วมจิตเวชสารเสพติด&amp;rdquo; โดยเมื่อยาบ้าผ่านเข้าสู่สมองจะมีผลทำให้สารสื่อนำประสาท &amp;ldquo;โดปามีน&amp;rdquo; (Dopamine) ในสมองผิดปกติ เกิดอาการทางจิตแบบมีภาวะหวาดระแวง ได้แก่ อาการหลงผิด ประสาทหลอน หูแว่ว หวาดระแวง เช่น กลัวจะมีคนมาทำร้าย คนรักนอกใจ เป็นต้น ซึ่งจะนำไปสู่พฤติกรรมที่ใช้ความรุนแรง มีการทำร้ายตนเอง ทำร้ายบุคคลใกล้ชิด ดังเหตุการณ์ข่าวที่เกิดขึ้น ในปีที่ผ่านมามีผู้ป่วยโรคจิตเวชที่เกิดจากการใช้ยาเสพติดเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรัฐสูงถึง 359,257 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7702</URL_LINK>
                <HASHTAG>Global Fx Investment, ทารุณแฟนถ่ายทอดสด, นายชัยชนะ ศิริชาติ, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พยายามฆ่า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หนุ่มสุดโหด, เมายา, แหม่มโพธิ์ดำ, ใช้กำลังบังคับ ข่มขู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180423/image_big_5addf4b28932f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
