<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 18:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คุณหมอ&#039;ออกโรง!ประกาศแถลงการณ์ขอให้คุ้มครองผู้ปฏิบัติงานในสถานการณ์โควิด 19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.64-ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยผู้บริหารประกอบด้วย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีทุกกรม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา สถาบันวัคซีนแห่งชาติ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ องค์การเภสัชกรรม แพทยสภา สภาการพยาบาล ทันตแพทยสภา สภาเภสัชกรรม สภาเทคนิคการแพทย์ สภากายภาพบำบัด และแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ร่วมประกาศแถลงการณ์ขอให้คุ้มครองผู้ปฏิบัติงานในสถานการณ์โควิด 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์เกียรติภูมิ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขและสภาวิชาชีพด้านสุขภาพ เห็นพ้องต้องกันว่า โรคโควิด 19 เป็นโรคอุบัติใหม่ร้ายแรง ที่มีผลกระทบในวงกว้างทุกมิติ ทำให้มีผู้คนเจ็บป่วยจำนวนมาก และบางครอบครัวต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ระบบสาธารณสุขของไทยได้ต่อสู้กับโรคนี้มานานเกือบ 2 ปี ด้วยสรรพกำลังทั้งภาครัฐ เอกชน จิตอาสา ประชาสังคม และประชาชน ด้วยสถานการณ์ทุกด้านที่มีความเร่งด่วน ต้องการความร่วมมือร่วมใจในการควบคุมป้องกันโรค การรักษาพยาบาลในทุกวิถีทางที่จะทำได้ รวมทั้งการจัดหายา เวชภัณฑ์และวัคซีน ซึ่งการตัดสินใจ และการทำงานในภาวะเร่งด่วน รวมทั้งมีข้อจำกัดในเรื่องขององค์ความรู้และทรัพยากร อาจก่อให้เกิดความไม่สมบูรณ์ หรืออาจเกิดข้อผิดพลาดจากการปฏิบัติงานโดยสุจริตใจได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพข้างต้น ขอเสนอให้รัฐบาลได้โปรดพิจารณาดำเนินการหามาตรการในการปกป้องคุ้มครองผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจนนักวิชาการต่าง ๆ เพื่อลดความวิตกกังวล และสร้างความมั่นใจในการทำงานที่จะเป็นประโยชน์สูงสุดกับประชาชนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112994</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุ้มครองผู้ปฏิบัติงานในสถานการณ์โควิด 19, พรก., เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_6113ad7183f9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67929</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 18:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 18:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯเผยแพร่ประกาศอนุมัติพระราชกำหนด  4 ฉบับ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.63 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง การอนุมัติพระราชกำหนด รวม ๔ ฉบับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓. พระราชกำหนดการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๓&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔. พระราชกำหนดว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๓รวม๔ ฉบับ ไปเพื่อรัฐสภาพิจารณาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่๑ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษวันพุธที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติอนุมัติพระราชกำหนด รวม๔ ฉบับดังกล่าว และในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่๓(สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วันจันทร์ที่๑ มิถุนายน ๒๕๖๓ และครั้งที่๔(สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วันอังคารที่๒ มิถุนายน ๒๕๖๓ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติอนุมัติพระราชกำหนด รวม๔ ฉบับดังกล่าวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงประกาศมาตามความในมาตรา ๑๗๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ประกาศณ วันที่ ๕ มิายน พ.ศ. ๒๕๖๓
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67929</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรก., พระราชกำหนด, ราชกิจจานุเบกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44898</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2019 12:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2019 12:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านล่าชื่อส่ง&#039;ชวน&#039;ชงศาลวินิจฉัย พรก.แก้ไขพรบ.คุ้มครองสถาบันครอบครัว  บอกถ้าถูกตีตกรัฐบาลต้อง&#039;ลาออก&#039;ห้าม&#039;ยุบสภา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.62 - ที่พรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ในฐานะประธานการประชุมวิปฝ่ายค้าน กล่าวที่ประชุมวิปร่วมฝ่ายค้านตอนหนึ่งว่า การเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา&amp;nbsp;152&amp;nbsp;ได้รับแจ้งจากนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯว่า จะมีการบรรจุระเบียบวาระตามขั้นตอน แต่ยังไม่ได้กำหดนวัน ฝ่ายค้านจะมีการอภิปราย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประเด็นคือ การกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วนตามมาตรา161&amp;nbsp;&amp;nbsp;และการไม่ชี้แจงที่มารายได้ในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของคณะรัฐมนตรี(ครม.)มาตรา&amp;nbsp;162&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันได้ประสานงานกับคณะทำงานของประธานสภาฯ ถึงกรอบการอภิปราย ว่าจะทำได้ประการใด ซึ่งได้รับการประสานงานเบื้องต้นว่าเนื่องจากการอภิปรายตามมาตรา&amp;nbsp;152&amp;nbsp;เป็นเรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ อาจต้องใช้หลักเกณฑ์ระหว่างการตั้งกระทู้ถามสด กับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในส่วนของฝ่ายค้าน การอภิปรายไม่น่าจะถูกจำกัดกรอบมากนัก ขออภิปรายให้กว้างมากที่สุด โดยขยายจากสองประเด็นหลัก ซึ่งกรอบเวลาจะใช้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;2 วัน นั้นขึ้นอยู่กับเนื้อหาเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทินกล่าวอีกว่า พรรคฝ่ายค้านจะดำเนินการรวบรวมรายชื่อส.ส.ไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ของทั้งหมด เพื่อยื่นเรื่องผ่านนายชวน ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า การออกพระราชกำหนด แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ.&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;คาดว่าจะรวบรวมรายชื่อได้ภายในวันนี้&amp;nbsp;14.00&amp;nbsp;น. และยื่นให้นายชวนเวลา&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น. ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;เราต้องทำเป็นบรรทัดฐาน จัดระเบียบนิติรัฐนิติธรรมกันใหม่ เมื่อยื่นให้กับประธานสภาไปแล้ว สภาก็จะต้องชะลอการพิจารณาพ.ร.ก.ฉบับดังกล่าวออกไปก่อน เพื่อรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย หากศาลชี้ว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ก็จะเข้าสู่การพิจารณาต่อไป แต่หากขัดรัฐธรรมนูญก็ถือว่าพ.ร.ก.ตกไป ซึ่งตามวัฒนธรรมการเมือง หากถูกสภาตีตก รัฐบาลก็จะรับผิดชอบด้วยการลาออก แต่หากถูกตีตกโดยศาลรัฐธรรมนูญนั้นยังไม่เคยมี แต่ไม่ว่าพ.ร.ก.จะตกไปในชั้นศาลรัฐธรรมนูญหรือสภา ก็ถือเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล รัฐบาลต้องลาออก ไม่ใข่ยุบสภา&amp;rdquo;ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทิน กล่าวว่าเบื้องต้นทั้งพรรคเพื่ออไทยและอนาคตใหม่เห็นตรงกันว่า การตราพ.ร.ก.ดังกล่าว ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ม.172&amp;nbsp;ที่มีเงื่อนไข&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ประการคือ&amp;nbsp;1.เพื่อรักษาความปลอดภัยของประเทศ&amp;nbsp;2.ความปลอดภัยสาธารณะ&amp;nbsp;3.ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;4.การปัดป้องภัยพิบัติสาธารณะ ซึ่งจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นของการตราพ.ร.ก.ดังกล่าว เกิดจากความไม่พร้อมของภาครัฐในการปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ถือว่าเป็นการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44898</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝ่ายค้าน, พรก., พระราชกำหนด, สุทิน คลังแสง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190815/image_big_5d552e6e1c26d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44811</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2019 12:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2019 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กล้าหรือไม่กล้า! &#039;อรรถวิชช์&#039;ท้ารัฐบาลบิ๊กตู่ออก&#039;พระราชกำหนด&#039;ยกเลิก&#039;พาราควอต&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.62 - นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีตส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า พาราควอต ยาฆ่าหญ้า ราคาถูก ออกฤทธิ์เร็ว อันตราย โดนผิวเป็นแผลพุพอง ตกค้างในพืชผักสะสมส่งผลต่อตับ ไต ทำลายสมอง ถ้าเข้าสู่ร่างกายตรงถึงตาย ชัดเจนถึงความร้ายแรงภาคประชาชนเคลื่อนไหว ขอให้ยกเลิกใช้พาราควอต แต่ก็ไม่เป็นผล ขนาดรัฐบาล คสช. ที่เคยสัญญาว่าจะแก้ปัญหา แต่ก็ไม่เคยใช้เครื่องมือพิเศษมาตรา 44 มาจัดการเรื่องนี้ มิหนำซ้ำ ปี 2560 กลับมีการนำเข้าพาราควอตสูงถึง 44,501 ตัน มูลค่าถึง 3,816 ล้านบาท ครองแชมป์นำเข้าวัตถุอันตรายที่มีมูลค่าสูงสุด ซ้ำเติมก่อนเลือกตั้ง ด้วยมติคณะกรรมการวัตถุอันตราย 14 ก.พ.62 ยืนยันไม่แบนพาราควอตอ้างต้องใช้เวลาศึกษาหาสารทดแทน แล้วค่อยตัดสินอีกทีภายใน 2 ปี จนถูกวิจารณ์ว่ามีกรรมการเกี่ยวข้องกับบริษัทสารพิษเข้าไปตัดสินใจด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยืดเยื้อถึงปัจจุบัน หลายพรรคการเมืองหาเสียงยกเลิกพาราควอตจนกลายมาเป็นนโยบายเร่งด่วนข้อที่ 4 ที่แถลงต่อรัฐสภา สัญญาณเหมือนจะดี เมื่อท่านมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งเป้ายกเลิกพาราควอตให้ได้ภายในมกราคม 2563 แต่ตามมาตรา 18 ของ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย การตัดสินใจมันไปอยู่กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และต้องเป็นไปโดยคำแนะนำของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็คือคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่เคยมีมติไม่ยกเลิกพาราควอตเมื่อต้นปีมานี้เอง เทศกาลรำวงวนไปวนมาข้ามกระทรวง มันเคยมีให้เห็นแล้วสมัยรัฐบาล คสช. เรื่องยกเลิกพาราควอตที่ดูเหมือนง่ายจึงทำได้ยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนตายผ่อนส่ง รัฐบาลควรจัดการปัญหานี้เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน ด้วยการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ออก พระราชกำหนด เฉพาะเรื่องการยกเลิกพาราควอต เพื่อความปลอดภัยสาธารณะ ปกป้องประชาชน รักษาผลผลิตสินค้าเกษตรไม่ให้มีสารปนเปื้อน เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การออกพระราชกำหนดเป็นอำนาจตรงของคณะรัฐมนตรีที่ทำได้ทันที ไม่ต้องยื้อกันไปอีก 2 ปี ตามมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย และถ้ารอสภาออกพระราชบัญญัติ เป็นปีก็ยังยกเลิกไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;51 ประเทศห้ามใช้พาราควอตแล้ว เช่น กลุ่มสหภาพยุโรป จีน คูเวต เกาหลีใต้ ศรีลังกา ซีเรียเวียดนาม กัมพูชา และลาว &amp;nbsp;ส่วนไทย ผมฝากแนวทางการออกพระราชกำหนดยกเลิกสารเคมีนี้โดยด่วน การจะยกเลิกพาราควอต มันไม่ยาก แต่อยู่ที่...กล้าหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44811</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชาธิปัตย์., พรก., พาราควอต, ม.44, มาตรา172, รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์, อรรถวิชช์  สุวรรณภักดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190902/image_big_5d6ca0842583a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2018 23:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2018 06:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เห็นชอบพรก.คุมเงินดิจิทัล &#039;ใครใคร่ค้า’ต้องตีทะเบียน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีประจำวันอังคารที่ 13 มีนาคม เห็นชอบในหลักการร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยระหว่างนี้ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปพิจารณาในรายละเอียด คาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนทั้งหมดภายใน 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นหากจะมีการออกกฎหมายลูกเพื่อมาสอดรับตาม พ.ร.ก. ดังกล่าว ให้เป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลัง และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นผู้พิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับวัตถุประสงค์ของการออก พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการคุ้มครองประชาชน เนื่องจากปัจจุบันธุรกิจดิจิทัลมีการแพร่หลายอย่างมาก รัฐบาลกังวลว่าธุรกิจดังกล่าวอาจเป็นช่องทางให้ประชาชนโดนฉ้อโกง หรือเป็นช่องทางในการฟอกเงินได้ จึงจำเป็นต้องเข้าไปดูแลในเรื่องนี้โดยเร่งด่วน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หลักการเบื้องต้นของ พ.ร.ก. ดังกล่าว คือ ผู้ประกอบธุรกิจดิจิทัล ซึ่งหมายถึงคนที่เป็นตัวกลาง เป็นแพลทฟอร์ม ผู้ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล โบรกเกอร์ หรือผู้ค้า เป็นต้น บุคคลเหล่านี้จะต้องมาลงทะเบียนกับภาครัฐเพื่อเป็นการแสดงตัวตน ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ คงต้องรอกฤษฎีกาพิจารณาให้เรียบร้อยก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจะมีการพิจารณาครอบคลุมถึงการจัดเก็บภาษีที่เกิดจากการทำธุรกรรมดิจิทัล ซึ่งเบื้องต้นอาจแบ่งการจัดเก็บออกเป็น 2 แนวทาง ได้แก่ 1. จัดเก็บจากกำไรที่เกิดจากการซื้อ-ขายสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งในส่วนนี้เหมือนธุรกิจทั่วไป และ 2. จัดเก็บจากปันผลที่จ่ายให้กับนักลงทุน โดยการดำเนินการทั้งหมดจะยืนอยู่บนพื้นฐานของความเท่าเทียม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4944</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายคุมเงินดิจิทัล, ครม., คลัง, พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล, พรก., มติครม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180313/image_big_5aa7f79db197c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2018 23:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2018 23:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้ขาดกม.เงินดิจิทัล  ‘วิษณุ’มีคำตอบสุดท้าย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กำกับดูแลการซื้อขายสกุลเงินดิจิตอล (คริปโตเคอเรนซี) และการกำกับดูแลเรื่องการระดมทุนด้วยเงินดิจิทัล (ไอซีโอ) จะมีการพิจารณาเข้าสู่วาระการประชุมคณะรัฐมนตรี ประจำวันอังคารที่ 13 มีนาคมหรือไม่นั้น นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นคนดูภาพรวมของกฎหมายทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การเสนอร่าง พ.ร.ก. ดังกล่าวให้ ครม. พิจารณาเป็นความลับ โดยที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการประชุมสรุปรายละเอียดกันอยู่ต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับร่าง พ.ร.ก.การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อต้องการให้มีกฎระเบียบออกมากำกับดูแลเรื่องเงินดิจิทัลอย่างเร่งด่วน โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เนื่องจากขณะนี้มีภาคธุรกิจสนใจระดมทุนกันมาก และนักลงทุนรายย่อยก็สนใจจำนวนมาก ทำให้ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งออกกฎหมายออกมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4849</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายคุมเงินดิจิทัล, พรก., พระราชกำหนด, วิษณุ เครืองาม, สกุลเงินดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa69592bdb7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
