<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67242</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2020 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2020 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรรกะนรกที่ไหน!อ่านซะ&#039;ศิลปินแห่งชาติ&#039;แล้วจะรู้ หนี้ที่&#039;บิ๊กตู่&#039;บอกว่าเกิดมาตั้งนานแล้วคือหนี้อะไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.63- นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตรรกะนรก เงินกู้ 1.9 ล้านล้านที่จะกู้ใหม่นี้ มันไม่ใช่หนี้ใหม่ที่สร้างขึ้นจากรัฐบาลนี้หรอกหรือ มันกลายเป็นหนี้ที่ &amp;quot;--มันเกิดมาตั้งนานแล้ว&amp;quot; ได้อย่างไร ท่านผู้รู้ให้การชี้แนะด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถ้อยความที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ชี้แจงระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรภายหลังถูกส.ส.อภิปรายกล่าวหาว่ารัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพในการทำงานเมื่อวันที่ 27 พ.ค.นั้น พบว่ามีการตัดต่อสร้างความเข้าใจผิด เพราะเรื่องหนี้นั้น พล.อ.ประยุทธ์พูดถึงหนี้สาธารณะที่เกิดมาหลายรัฐบาล ไม่ได้พูดถึงหนี้เงินกู้ 1 ล้านล้านที่รัฐบาลนี้จะกู้แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงกับสภาข้อความดังนี้ &amp;quot;ทุกคนเสียภาษีหมดผมยอมรับ ผมก็เสีย ท่านเป็นหนี้ตนเองก็เป็นหนี้ด้วย แล้วหนี้ตรงนั้นมันต้องมาชดใช้ด้วยอะไร &amp;nbsp;ก็ด้วยเรื่องการทำประโยชน์ให้มากขึ้น ให้ประเทศก้าวหน้ามีรายได้ &amp;nbsp;มีผลผลิตมากขึ้น เขาจึงมีกำลังทรัพย์ ในการเสียภาษี หนี้จำนวนนี้ไม่ได้เกิดสมัยรัฐบาลนี้ &amp;nbsp;หนี้นี้มันเกิดมาก่อนแล้ว 40 กว่าเปอร์เซ็นต์มันเกิดมาตั้งนานแล้ว &amp;nbsp;รัฐบาลนี้มาทำจนเหลือ 41 เปอร์เซ็นต์ &amp;nbsp;ต่ำกว่าเดิมอีก จนวันนี้ต้องขึ้นมา 50 กว่าเปอร์เซ็นต์ เพราะเงินจำนวนนี้ (พรก.เงินกู้) &amp;nbsp;1.เพื่อรักษา 2.เยียวยา 3.ฟื้นฟูให้ประเทศเข้มแข็ง เขาแยกชัดเจนแล้วจะต้องทำอย่างไร มีกรอบชัดเจน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารเห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ชี้แจงถึงพรก.เงินกู้ ว่า ไม่ได้กู้ 1.9 ล้านล้าน อย่างที่ฝ่ายค้านและกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองนำไปโจมตีแต่อย่างใด มีการกู้เพียง 1 ล้านล้านเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายวิรไทได้ชี้แจงรายละเอียดเอาไว้ว่า ได้ยินหลายท่านอภิปรายในสภาว่า รัฐบาลเสนอ พรก.กู้เงิน 3 ฉบับ รวม 1.9 ล้านล้านบาท ขอเรียนยืนยันอีกครั้งว่า พรก. ที่ ธปท. เสนอ &amp;ldquo;ไม่&amp;rdquo; ควรเรียกว่าเป็น พรก. กู้เงิน เพราะหัวใจของ พรก. ทั้งสองฉบับคือการให้อำนาจ ธปท. เข้าไปบริหารจัดการสภาพคล่องได้ตรงจุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อครบเวลาสองปี เงินที่ ธปท. ปล่อย soft loans ผ่านสถาบันการเงินไปให้ SMEs สถาบันการเงินก็ต้องเอากลับมาคืน ธปท. ส่วนเงินที่ ธปท. จะลงทุน ผ่านกองทุน BSF เป็นการให้ bridge financing ชั่วคราว เมื่อครบกำหนดก็เอาเงินกลับมาคืน ธปท. (ธปท. ถึงต้องเน้นเรื่องคุณภาพของตราสารที่กองทุน BSF เข้าไปลงทุน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งกลไกของ soft loans และกองทุน BSF ไม่ใช่การกู้เงิน 900,000 ล้านบาทมาใช้จ่าย หรืออีกนัยหนึ่ง ไม่ได้สร้างภาระการคลัง 900,000 ล้านบาท หรือไม่ได้สร้างภาระภาษี 900,000 ล้านบาทให้ลูกหลานเหมือนกับที่หลายท่านกังวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งสองกลไกอาจจะสร้างภาระการคลังในอนาคตได้บ้าง ถ้าสินเชื่อ soft loans ที่ปล่อยให้ SMEs จำนวนมากเกิดกลายเป็นหนี้เสีย หรือตราสารหนี้ที่กองทุน BSF เข้าไปลงทุนไม่ได้รับชำระหนี้คืน ซึ่งตาม พรก. แล้วรัฐบาลจะชดเชยความเสียหายให้เพียงบางส่วนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธปท. ตระหนักดีว่าทั้งสองกลไกที่ ธปท. เสนอไม่พึงสร้างภาระการคลังให้กับคนไทยในอนาคต จึงต้องมีเงื่อนไขด้านคุณภาพอย่างรัดกุมทั้งการปล่อยสินเชื่อผ่าน soft loans และการลงทุนผ่านกองทุน BSF.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67242</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรรกะนรก, พรก.กู็เงิน, ศิลปินแห่งชาติ, สุชาติ สวัสดิ์ศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b694ae952180.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66957</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2020 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2020 11:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรณ์&#039;แนะ&#039;4 กำแพง&#039;กั้นโกงพรก.กู้ 1 ล้านล้าน รัฐบาลต้องทำเพื่อความโปร่งใส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.63- &amp;nbsp;นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า โพสต์คลิปวิดีโอ &amp;quot;4 กำแพงกั้นโกง&amp;quot; ถึงการพิจารณาพระราชกำหนด(พรก.) เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ว่า สภาฯ จะพิจารณา พรก. เงินกู้ 1 ล้านล้าน ซึ่งเป็นการกู้เงินครั้งประวัติศาสตร์ ของประเทศไทย ทั้งในแง่จำนวนมูลค่า และความสำคัญในการนำมาใช้ดูแลคนไทยจากวิกฤตโรคระบาดที่ไม่มีใครคาดคิด ตนได้แสดงความเห็นชัดเจนแต่แรกว่าสนับสนุนการกู้ด้วยอำนาจพิเศษนี้ 600,000 ล้านบาท เพื่อเยียวยาประชาชนที่เดือดร้อนแสนสาหัสจากภัยโควิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่รัฐบาลได้แบ่งส่วนเงินกู้ไว้อีก 400,000 ล้านบาทเพื่อใช้ในโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจทั่วไป ซึ่งเป็นการใช้เงินที่มีกติกาการใช้เงินที่กว้าง และสุ่มเสี่ยงต่อการรั่วไหล เพราะการใช้อำนาจ พรก. นั้นไม่มีสภาฯ กลั่นกรองความเหมาะสมของโครงการเหมือนการใช้เงินงบประมาณปกติ ตนเอง เคยผ่านประสบการณ์การใช้เงินกู้ พรก. มาก่อนในสมัยที่เราใช้ พรก.ไทยเข้มแข็ง ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจในวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ เมื่อปี 2552-2553&amp;rdquo; นายกรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวต่อว่า จากประสบการณ์นั้น จึงขอเสนอ &amp;lsquo;4 กำแพง&amp;rsquo; เพื่อปกป้อง และป้องกันการใช้เงินภาษีประชาชนส่วนนี้ให้มีความคุ้มค่าที่สุด ลดโอกาสทุจริต ซึ่งจะเป็นภูมิคุ้มกันให้แก่รัฐบาลได้เอง หากมองว่าการป้องกันทุจริตคอร์รัปชั่นคือสิ่งสำคัญ โดย &amp;lsquo;4 กำแพง&amp;rsquo; นี้คือ 1. รัฐบาลต้องให้ &amp;#39;ACT : องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น&amp;#39; ส่งตัวแทนอย่างน้อย 2 คน มาร่วมทำหน้าที่เป็นกรรมการกลั่นกรองโครงการ โดยให้กรรมการจากภาคีนี้มีอำนาจในการออกเสียงเท่ากับกับกรรมการสายราชการ (ที่ปกติจะทำตามรัฐมนตรีที่มาจากการฝั่งการเมือง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรณ์ กลาวต่อว่า 2.กระทรวงการคลัง ควรทำ website เสนอข้อมูลต่อสาธารณะ โดยระบุรายละเอียดโครงการที่ทุกหน่วยราชการนำเสนอ และทุกโครงการที่ได้รับการพิจารณา รวมไปถึงรายชื่อผู้เสนอโครงการ ราคากลาง และราคาประมูลของผู้ประมูลทุกราย และรายละเอียดแผนการดำเนินงานของแต่ละโครงการ ซึ่ง 10 ปีที่แล้วผมเคยทำเอาไว้เป็นตัวอย่าง &amp;nbsp;3. รัฐบาลควรจัดงบประมาณเพื่อสนับสนุนการเปิดรับเบาะแสการทุจริตการใช้เงินกู้ (พร้อมเงินรางวัล) &amp;nbsp;และ4. รัฐบาลควรต้องมีการรายงานผลการใช้งบทุกสามเดือน ชี้แจงผลการฟื้นฟูจากภัยโควิดทางเศรษฐกิจตามรายละเอียดในพรก.ทุกโครงการที่ใช้เงินกู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรณ์ เชื่อว่า 4 กำแพงนี้ จะช่วยคุ้มกันรัฐบาลเอง และจะช่วยปกป้องเงินภาษีของประชาชนให้มีการใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ และมีความโปร่งใส ประเทศไทยของเรามีวิกฤตโรคระบาดหนักมากพอแล้ว อย่าให้การคอร์รัปชั่นจากการใช้งบแบบ &amp;#39;พิเศษ&amp;#39; เปิดช่องทุจริตจนเป็นวิกฤตการเมืองมาซ้ำเติมรัฐบาลทำได้ทันทีด้วยหลักของ4กำแพง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66957</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาติกวณิช, พรก.กู็เงิน, พรรคกล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5ecc9552bc21d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2020 10:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2020 10:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ภูมิธรรม&#039;จี้รัฐบาลยกเลิกพรก.ฉุกเฉินทันที ป้องกันเศรษฐกิจหายนะ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค. 2563 นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊คว่า รัฐบาลต้องยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินทันที ก่อนที่เศรษฐกิจประเทศจะล้มละลาย &amp;nbsp;เกินเยียวยา ยื้อไว้ทำไมเพื่อประโยชน์ตนหรือเพื่อประชาชน วันนี้ตัวเลขการระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย อยู่ในเกณฑ์ที่เรียกว่า สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ค่อนข้างดีมาก แต่โรคภัยทางเศรษฐกิจที่ผู้คนในประเทศนี้กลังเผชิญ นับวันจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพเชิงประจักษ์ที่ดีที่สุดซึ่งอธิบายได้ดีกว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจไหนๆ คือ ภาพที่ผู้คนจำนวนมากมายต่อแถวเพื่อยื่นเรื่องขอทบทวนสิทธิ์ในการรับเงินช่วยเหลือจากรัฐ 5,000 บาท และภาพของการเข้าคิวเพื่อรอรับบริจาคอาหาร รวมถึง ข่าวตัวเลขของการฆ่าตัวตายอันเนื่องจากพิษเศรษฐกิจที่พุ่งสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือภาพสะท้อนความจริงทางเศรษฐกิจที่เป็นยอดของภูเขาน้ำแข็ง ซึ่งทุกฝ่ายตระหนักดีว่า ปัญหานั้น มีความรุนแรง เพียงใด วิธีการแก้ปัญหาส่วนหนึ่งของรัฐบาลคือการ ออก พรก.เงินกู้ จำนวนมหาศาล เพื่อมาแก้ไขเยียวยาปัญหา ซึ่งยังต้องตั้งข้อสังเกตถึงแผนการใช้จ่ายเงินที่มีประสิทธิภาพและสร้างผลลัพธ์ที่คืนคุณค่ากลับมาได้จริง.มีความเห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลควรต้องทำอย่างเร่งด่วน คือ การยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน เพื่อเร่งคลายล็อคให้การดำเนินเศรษฐกิจในประเทศ ได้ลื่นไหลไปตามระบบกลไกปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ สังคมไทยกำลังจ่ายต้นทุนที่แพงมาก หากจะยังคงยืนยันใช้ พรก.ฉุกเฉิน ต่อเนื่องไปอีก ด้วยข้ออ้างในการควบคุมการระบาดของโควิด ทั้งๆที่มีกฎหมายซึ่งเกี่ยวข้อง อย่างเช่น พ.ร.บ.ควบคุมโรคระบาด ก็สามารถนำมาใช้ ให้มีผลในการควบคุม ป้องกันโรคได้ ไม่แตกต่างกัน เพราะหากยังคงพ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายลงมากแล้ว นอกจากไม่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาโอกาสทางเศรษฐกิจแล้ว รัฐบาลต้องตอบคำถามถึงนัยยะที่ซ่อนอยู่ของการควบคุมอำนาจทางการเมือง เศรษฐกิจ และการเคลื่อนไหวทางสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากรัฐบาลอาศัยเงื่อนไขพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของคณะตน โดยพยายามดิ้นรนรวบอำนาจการบริหารมาอยู่ที่นายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว อำนาจนี้จะกลับกลายมาเป็นเครื่องมือ ที่กัดเซาะและบ่อนทำลาย ภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของประเทศ และที่สำคัญจะกลายเป็น ปัจจัยที่เสริมสร้างความยากลำบากและปิดกั้นโอกาสในการทำมาหากินของพี่น้องประชาชนมากขึ้น นายกรัฐมนตรีอย่าคิดสั้นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าเห็นแต่ประโยชน์เฉพาะหน้า มุ่งรักษาแต่อำนาจของตน &amp;nbsp;รีบปลดล็อคยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ก่อนที่เศรษฐกิจของประเทศ จะหายนะ จนเกินเยียวยา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66132</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายภูมิธรรม เวชยชัย, พรก.กู็เงิน, พรก.ฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200429/image_big_5ea97bc728273.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;เผยครม.เคาะพ.ร.บ.โอนงบฯดึงเงินเข้างบกลาง 8หมื่น-1แสนล้าน พร้อมออกพ.ร.ก. 3 ฉบับสู้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย.63- &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ที่ประชุมมีการพิจารณาการแก้ปัญหาโควิด-19 ตนในฐานะนายกฯ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานไปคิดมาตรการต่างๆออกมา ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องใช้จ่ายเงินจำนวนหนึ่ง โดยวันนี้มีการหารือในประเด็นการจัดทำพ.ร.บ.การโอนงบประมาณปี 63 เพื่อนำเงินส่วนหนึ่งกลับมาใช้ในระบบ โดยเติมที่งบกลางให้มากยิ่งขึ้น แต่งบประมาณปี 63 ได้ใช้จ่ายไปพลางก่อนมากพอสมควรแล้ว และยังเหลืออีกจำนวนหนึ่งประมาณ 8 หมื่น ถึง 1 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นก้อนแรกที่จะมาเพิ่มเติมในงบกลางที่เหลืออยู่ปัจจุบันประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยในส่วนนี้ที่ใช้จ่ายไปแล้วคืองบกลางที่ตั้งไว้ในปี 63 ประมาณ 69,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้พูดกันถึงเรื่องพ.ร.บ.การโอนงบกลาง ซึ่งจะต้องนำเสนอเข้าครม. สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาอีกครั้งหนึ่ง โดยดาดว่ามีผลบังคับใช้ต้นเดือนมิ.ย. อย่างไรก็ตามก็มีหลายข้อกำหนดว่าจะเอาเงินอะไรมาใช้ได้บ้าง โอนส่วนไหนได้บ้าง เพราะบางอย่างไม่โอนไม่ได้ เช่น งบฯบุคลากรอะไรต่างๆ ที่บางอย่างโอนไม่ได้ ดังนั้นขอให้ทราบว่าการเอาตัวเลขใหญ่ๆมาทั้งหมดแล้วเอา10% ไปตัดทีเดียวทำได้ยาก ไม่เป็นไปตามกฎหมายและพ.ร.บ.งบประมาณที่มีอยู่แล้วเดิม&amp;quot;นายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมได้พิจารณา พ.ร.ก.ให้อำนาจ ธปท.สามารถออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟท์โลน) และพ.ร.ก.ให้อำนาจ ธปท.สามารถเข้าไปซื้อตราสารหนี้เอกชนคุณภาพดีที่ครบกำหนดชำระ โดยมีวงเงิน 9 แสนล้าน ซึ่งในส่วนนี้ไม่ได้เป็นการกู้เงิน ไม่ได้ใช้เงินของรัฐบาล แต่เป็นการให้อำนาจ ธปท. ขณะเดียวกันที่ประชุมครม.ได้พิจารณาพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อเยียวยาและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งตั้งวงเงินไว้ที่ 1 ล้านล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในระยะที่ 1 ประมาณ 6 แสนล้านบาท เป็นการเยียวยาและใช้ในด้านสาธารณสุข ระยะที่ 2 จำนวน 4 แสนล้านบาท เป็นการฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจที่ต้องดำเนินการคู่ขนานกันไป อย่างไรก็ตามต้องรอพ.ร.บ.งบประมาณมีผลบังคับใช้ต้นเดือนมิ.ย.นี้ โดนหลังจากนี้ต้องเร่งดำเนินการเรื่องพ.ร.ก.เงินกู้ให้เรียบร้อย ซึ่งขณะนี้ก็ได้มีการพิจารณามาตรการต่างๆไว้แล้วว่าจะใช้เงินตรงไหนอย่างไรบ้าง แต่ก็สามารถปรับโอนกันได้ ซึ่งวันนี้หลายอย่างมีความจำเป็นอยู่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62394</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200407/image_big_5e8c3b49badc4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
