<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104352</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 13:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชลน่าน&#039; ซัดเปรี้ยง พรก.กู้เงินช่วยโควิด 5 แสนล้าน ปชช.ได้แค่เศษเนื้อข้างเขียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.64 - นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงการจัดทำงบประมาณประจำปี 2565 ว่า หลายฝ่ายท้วงติงเรื่องการจัดทำงบประมาณว่าไม่เหมาะสม ไม่เข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่พลเอกประยุทธ์ ยังคงจัดงบประมาณแบบเดิมๆ ดื้อดึง และไม่ฟังเสียงประชาชน เพราะเชื่อมั่นว่าสามารถคุมเสียง ส.ส.และส.ว.ในสภาให้เห็นตามที่รัฐบาลเสนอทุกเรื่อง และสนับสนุนรัฐบาลอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงไม่สนใจว่าประชาชนจะรู้สึกอย่างไร.การจัดงบประมาณเช่นนี้มีนัยยะซ่อนเร้น หวังแอบไปใช้พระราชกำหนดกู้เงินมากกว่า เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ เพราะการออกพระราชกำหนดเป็นการใช้กฏหมายพิเศษ รัฐบาลจะใช้ภาษีประชาชนอย่างไรก็ได้ตามใจชอบ การอ้างเรื่องการฟื้นฟูและเยียวยา เป็นเพียงวาทกรรมเท่านั้น แต่การเลี่ยงการตรวจสอบจากตัวแทนประชาชน คือเท่ากับว่าไม่ให้เกียรติประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลน่าน กล่าวว่า การใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านที่ผ่านมา รัฐบาลใช้เงินกู้เพื่อสร้างระบอบประยุทธ์ ผ่านการซื้อเสียงล่วงหน้า ตามโครงการของรัฐบาล ดังนั้นมีความเป็นไปได้ว่า เงินกู้ 500,000 ล้านบาท จะนำไปสร้างโครงการประชานิยม ขยายฐานเสียงทางการเมืองให้กับรัฐบาล รวมทั้งเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องนายทุนที่ใกล้ชิดระบอบประยุทธ์ ได้ประโยชน์มหาศาล มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่นำไปช่วยเหลือประชาชน นี่คือผลของระบอบประยุทธ์ มองผลประโยชน์ตัวเอง มากกว่าผลประโยชน์ของประชาชน สร้างหายนะให้ประเทศ ขยายความเหลื่อมล้ำในสังคม จนยากที่จะฟื้นฟูในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104352</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, พรก.กู้เงิน, พรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60ab1d8367b17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039; เผยเตรียมส่งร่าง พรก.กู้เงิน 5 แสนล้าน ​หากไม่ผ่านอาจยุบสภาตามธรรมเนียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.64 - เวลา 08.45 น.​ ที่ทำเนียบรัฐบาล​ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงร่างพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท รัฐบาลจะส่งให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาได้เมื่อใด ว่า ไม่ทราบ แต่คาดว่าอาจจะส่งให้สภาบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมในช่วงวันที่​ 27-28 พ.ค.นี้ โดยสามารถพิจารณาต่อจากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ซึ่งวันที่จะพิจารณาก็แล้วแต่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯจะกำหนด​ ความจริงพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทมีความสำคัญ ก่อนร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ด้วยซ้ำไป เพราะในรัฐธรรมนูญใช้คำว่า เสนอในโอกาสแรก แต่เผอิญร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ฯได้จัดคิวไว้แล้ว และส่งวาระแล้ว​ ตอนนี้เสียเวลาไปแล้ว 15 วัน ดังนั้น​ เมื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ เสร็จแล้วจะพิจารณาพ.ร.ก.เงินกู้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า​ หากร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เข้าหลังการพิจารณาพ.ร.บ.งบประมาณฯจะถือว่าล่าช้าหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ล่าช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ทางฝ่ายค้านท้วงติงมาว่าหากพิจารณากฎหมายทั้ง 2 ฉบับติดกันจะทำให้เหลือเวลาดูรายละเอียดน้อย นายวิษณุ กล่าวว่า ก็ด้วยเหตุผลอันนี้ หากรัฐบาลรีบส่งร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทเลยจะทำให้ประธานสภาฯ ลำบากใจในการบรรจุวาระการประชุม เพราะหากส่งเร็วต้องบรรจุเร็ว และเมื่อบรรจุเร็วจะไม่ได้ทำการบ้าน ดังนั้น​ คาดว่าจะส่งไปให้สภาบรรจุในวาระถายใน 1-2 วันนี้ เมื่อขอบรรจุไปแล้วจะไปต่อกับร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2565 โดยสภาฯ จะพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. จากนั้นจะเป็นวันหยุด หากสะดวกและพร้อมพิจารณาต่อในวันที่ 4 มิ.ย.ได้เลย แต่ถ้าไม่พร้อมก็แล้วแต่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า คาดว่าจะใช้เวลาในการพิจารณาร่างพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทกี่วัน นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องให้วิปแต่ละฝ่ายตกลงกันเอง จะกี่วันไม่เป็นไร เพราะเรื่องวันรัฐบาลไม่ได้ไปตกลงอะไรทั้งนั้น ยกตัวอย่าง พ.ร.กจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฉบับ คือ พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2564 และพ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019 พ.ศ.2564 ที่จะพิจารณาในวันนี้และวันพรุ่งนี้ ก็ตกลงว่าจะพิจารณาวันละ 1 ฉบับ และจะพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 3 วัน หากพิจารณาไม่เสร็จสามารถต่อไปเป็น 4 วันก็ได้ หลังจากนั้นจะไปเจอกับร่างพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ซึ่งแล้วแต่จะกี่วัน โดยผู้ชี้แจ้งหลักคือ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เพราะพ.ร.ก.ระบุว่าให้อำนาจกระทรวงการคลังเป็นผู้กู้เงิน ส่วนนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน อาจจะไปช่วยในการชี้แจงภาพรวมเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การผ่านหรือไม่ผ่านร่างพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ถือว่ามีผลกับรัฐบาลหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้าผ่านก็มีผล​ ถ้าไม่ผ่านก็ไม่มีผล ซึ่งพ.ร.ก.ที่ผ่านไปก็มีผลบังคับใช้แล้ว เพียงแต่ว่าหากสภาไม่อนุมัติหรือไม่เห็นชอบ​แปลว่าต้องหยุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากร่างพ.ร.ก.กู้เงินไม่ผ่านต้องยุบสภาหรือไม่​ นายวิษณุ​ กล่าวว่า &amp;ldquo;ใช่ ถูก โดยธรรมเนียม&amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เบื้องต้นจะไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ เพราะดูเหมือนว่าเสียงส.ส.รัฐบาลยังเหนียวแน่นอยู่​ นายวิษณุ กล่าวว่า &amp;quot;ก็ไปถามฝ่ายค้านด้วยแล้วกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104333</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรก.กู้เงิน, พรก.กู้เงิน 5 แสนล้าน, ยุบสภา, วิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af0beb86d90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2021 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2021 19:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก้าวไกล&#039; ฉะรัฐบาลไร้น้ำยาดูแลเงินกู้ก้อนใหม่ 7 แสนล้าน ส่องกองทัพของบลับคุมม็อบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค.64 - น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า สิ่งที่อยากให้ประชาชนช่วยกันจับตาให้ดีคือ การประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งกระทรวงการคลังได้ขออนุมัติ พ.ร.ก. เงินกู้เพิ่มเติมอีก 700,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการกู้เงินเพิ่มเติมจากวงเงินกู้เดิมตาม พ.ร.ก. 1 ล้านล้านบาท ที่ได้มีการอนุมัติงบประมาณไปเกือบเต็มวงเงินแล้ว โดย ร่าง พ.ร.ก. กู้เงิน ดังกล่าวเป็นเอกสารแค่ 4 หน้า กรอบแผนงานการใช้เงิน เขียนสั้นๆ แบ่งเป็น 3 แผนเหมือน พ.ร.ก. เงินกู้เดิมทุกประการ เพียงแต่ปรับลดวงเงินลง มาแบ่งเป็นแผนงานด้านสาธารณสุข ลดลงเหลือ 30,000 ล้านบาท, แผนงานเยียวยาประชาชน ลดลงเหลือ 400,000 ล้านบาท และแผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ลดลงเหลือ 270,000 ล้านบาท

&amp;ldquo;การออก พ.ร.ก. เงินกู้ครั้งนี้น่าเป็นห่วง เพราะโครงสร้างแผนงานและกลไกการอนุมัติโครงการแทบจะเหมือน พ.ร.ก. 1 ล้านล้าน ทุกประการ ดังนั้น เราคงคาดหวังได้ยากว่าใน พ.ร.ก. เงินกู้ตัวใหม่รัฐบาลจะมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้งบประมาณให้ดีขึ้น พ.ร.ก. เงินกู้ 1 ล้านล้าน ที่รัฐบาลออกมาในปีที่แล้วเห็นได้ชัดแล้วว่า นอกจากโครงการที่เป็นเงินโอนโครงการอื่น โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศอนุมัติได้น้อย การเบิกจ่ายล่าช้า ตัวโครงการไม่มีความสมเหตุสมผล ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือแผนงานด้านสาธารณสุขที่งบประมาณเดิมมีการเบิกจ่ายแค่ไม่ถึง 30% อุปกรณ์การแพทย์กว่า 2,500 รายการ ในจำนวนนี้มีเครื่องช่วยหายใจ 1,000 เครื่อง งบวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ 170 ล้านชิ้น ที่ได้รับการอนุมัติไปแล้ว ทั้งหมดนี้ยังไม่มีการเบิกจ่ายเงินเลย แม้แต่เพียงบาทเดียว&amp;rdquo;

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า แผนงานฟื้นฟูและเยียวยาเศรษฐกิจผ่านมาแล้ว 1 ปี เป้าหมายที่รัฐบาลตั้งเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น การจ้างงานใหม่ 400,000 ตำแหน่ง, เกษตรกร 95,000 ราย มีรายได้เพียงพอที่จะเลี้ยงตนเองได้, มีพื้นที่เกษตรสมัยใหม่เพิ่มขึ้น 5 ล้านไร่ พื้นที่ป่าไม้เพิ่มขึ้น 1.7 แสนไร่ และพื้นที่กักเก็บน้ำเพิ่มขึ้น 7,900 ล้าน ลบ.ม. ก็เป็นได้แค่ลมปาก ยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

โครงการเรือธงอย่าง &amp;quot;โคก หนอง นา โมเดล&amp;quot; มีถึง 2 โครงการใช้ชื่อต่างกัน มี 2 หน่วยงานที่ทำเรื่องเดียวกัน เรื่องนี้ สตง. ได้ออกมาชี้เป้าแล้วว่าโครงการภายใต้ พ.ร.ก. เงินกู้ 1 ล้านล้าน มีความเสี่ยงในการใช้เงิน เพราะมีการแก้ไขไม่ว่าจะเป็น การดำเนินโครงการล่าช้ากว่าแผน หน่วยงานไม่พร้อมในการดำเนินการ และการดำเนินโครงการมีความเสี่ยงที่จะไม่มีประสิทธิภาพหรือไม่สัมฤทธิ์ผล เพราะมีการแก้เงื่อนไขการดำเนินงานหลังอนุมัติ เช่น ลดเป้าหมายเกษตรกรตำบลละ 16 คน เหลือตำบลละ 2 คน เป็นต้น

&amp;ldquo;เรามีบทเรียนการใช้เงินกู้ของประชาชนที่ไม่มีประสิทธิภาพมาแล้ว 1 ปี ในสถานการณ์ปัจจุบัน การกู้เงินเพิ่มเพื่อเยียวยาฟื้นฟูเศรษฐกิจมีความจำเป็น แต่เราอยากเห็นการกู้แบบมีความรับผิดชอบ ที่มีการคิดเสร็จแล้ว มีรายละเอียดพร้อม มีกลไกเร่งรัดการเบิกจ่าย มีการประเมินกำลังหน่วยงานรัฐว่าไหวไหม ถ้าไม่ไหวอย่าเอาไป เสียของ! ซึ่งยืนยันอีกครั้งว่ารัฐบาลนี้ไม่มีความสามารถมากพอที่จะดูแลเงินกู้ก้อนใหม่ให้ประชาชนได้&amp;rdquo;

อีกเรื่อง น.ส.ศิริกัญญา ทิ้งท้ายว่า ให้จับตาในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่กำลังจะเกิดขึ้น คือการที่กระทรวงกลาโหมทำหนังสือลับมาก ด่วนมาก ถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายแก้ปัญหาโควิด-19 ของกระทรวงกลาโหม การของบประมาณในครั้งนี้ กระทรวงกลาโหมขอใช้งบกลางประมาณ 387 ล้านบาท หลายเรื่องเป็นภารกิจของกองทัพอยู่แล้ว เช่น การสกัดกั้นแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายที่บริเวณชายแดน 80 ล้านบาท การเตรียมความพร้อมโรงพยาบาลสนามของกองทัพ 100 ล้านบาท

&amp;ldquo;แต่ที่น่าติดใจเท่ากับส่วนที่ใหญ่ที่สุด 207 ล้านบาท ที่เป็นค่าใช้จ่ายของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ที่เป็นการใช้เงินเพื่อเตรียมความพร้อมของกำลังพลในการรับมือกับสถานการณ์ชุมนุม ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับการรับมือแก้ปัญหาโควิด-19 เลย รัฐบาลต้องตอบคำถามเรื่องนี้กับประชาชนให้ชัดด้วย&amp;rdquo; น.ส.ศิริกัญญา กล่าวสรุป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103350</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., พรก.กู้เงิน, พรก.กู้เงิน 7 แสนล้าน, พรรคก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_607931d5b0ca4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72527</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2020 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2020 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อสม.&#039;บุกทำเนียบ29ก.ค.นี้ทวงสัญญานายกฯขอเบี้ย500บาท19เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค. 2563 จากกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและผู้บริหาร ขอใช้งบ พรก.กู้เงิน ในส่วนของกระทรวงฯ เพื่อสนับสนุนเป็นค่าตอบแทนอสม.คนละ 500 บาท เป็นระยะเวลา 19 เดือน แต่ต่อมามีข่าวว่าทางสภาพัฒน์และสังคมแห่งชาติ ในฐานะคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้งบฯ ขอตัดการช่วยเหลือจาก 19 เดือน เหลือ 7 เดือน สร้างความไม่สบายใจให้กับ อสม.ทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดวันที่ &amp;nbsp;26 กค. ที่โรงแรมเลกาซี่ นนทบุรี นายจำรัส คำรอด ประธาน อสม.แห่งประเทศไทย ได้นำสมาชิก อสม.หลายสิบคน มาแถลงข่าว เพื่อแสดงจุดยืนของ อสม.ทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจำรัส กล่าวว่า ทางตนได้ฉันทามติจาก อสม.ทั่วประเทศ ให้มาสื่อสารกับสภาพัฒน์ฯว่า เราไม่กังวลเรื่องที่ท่านจะตัดงบเรา แต่เราอยากให้ท่านมาหารือกับเรา เพื่อฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ผ่านมา อสม.ทำอะไร ในการควบคุมโควิด-19 และเราต้องเสียสละอะไรบ้าง&amp;nbsp;
ท่านรู้หรือไม่ว่ามี อสม.เสียชีวิตขณะเดินทางไปตรวจคัดกรอง ท่านทราบหรือไม่ว่าอสม.ต้องออกค่าใช้จ่ายเอง อุปกรณ์บางชิ้น ก็หลักหลายพันบาท ในหลายครั้งที่ต้องปฏิบัติภารกิจ และภารกิจจำนวนมาก เกิดขึ้นในช่วงเวลาดึก แต่เมื่อมีรายงานว่ามีคนนอกเข้ามาในพื้นที่ อสม.ต้องไปตรวจทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่หลังปฏิบัติภารกิจ อสม.ต้องรู้สึกอย่างไร ที่ต้องแยกตัวจากครอบครัวครอบครัวเองก็รู้สึกวิตกกับงานที่ อสม. ปฏิบัติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับสภาพัฒน์ที่ทำงานในห้องแอร์ ท่านคงไม่รับทราบปัญหาของคนทำงานด่านหน้า เราจึงขอโอกาสอธิบาย เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องร่วมกัน จะได้เห็นใจกันบ้าง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจำรัส กล่าวว่า ขอขอบคุณท่านรองนายกฯอนุทิน และผู้บริหารท่านอื่นๆ ที่เข้าใจให้เกียรติ อสม.ขณะที่หน่วยงานไหน ที่ตั้งคำถามกับ อสม.ขอให้มาคุยกัน ทั้งนี้ ในเวลา07.30น.วันที่ 29 กรกฎาคม ตัวแทน อสม.4 ภาค ทั่วประเทศ จะเดินทางไปที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สธ. โดยหวังว่าเอกสารจะไปถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ท่านจะได้เข้าใจงาน และความทุ่มเทของ อสม.และให้เบี้ยเลี้ยงภัยที่เคยสัญญาไว้จำนวน19เดือน
ด้านนายอมรินทร์ นิ่มนวล ประธานชมรม อสม.ภาคกลางกล่าวว่า ไม่ว่าสภาพัฒน์ จะเห็นคุณค่าของเราหรือไม่ เราก็จะต้องทำงานต่อไป และไม่ว่าใคร จะไม่เห็นใจ อสม. อสม.ก็พร้อมเป็นกำลังใจให้กันและกัน เรารู้ตัวเองดีว่าเรามีเกียรติในการทำงาน เป็นนักรบด่านหน้า ทำงานจริง ที่พวกนักรบห้องแอร์ ไม่มีทางเข้าใจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72527</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัดเบี้ย อสม., พรก.กู้เงิน, สภาพัฒน์, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200726/image_big_5f1d19b30a41c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67898</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 14:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก้าวไกล&#039;เอะใจเปลี่ยนหัวหน้า-เลขาฯพปชร.สอดรับปรับครม.-เคาะงบฟื้นฟู4แสนล้านหวั่นกินหัวคิวทั่วแผ่นดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.63 -นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกระแสการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคและผู้บริหารของพรรคพลังประชารัฐ จากการลาออกของกรรมการบริหารพรรค 18 คน ว่า ดูผิวเผิน นั้นอาจจะเป็นแค่เรื่องภายในของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง แต่ถ้าพิจารณาเทียบเคียงกับเหตุการณ์ 3 เหตุการณ์ ดังต่อไปนี้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องช่วยกันจับตาอย่างใกล้ชิด คือ 1) การปรับ ครม. ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นรัฐมนตรีที่มีบทบาทอย่างมากใน พ.ร.ก 3 ฉบับ ซึ่งมีวงเงินรวมกันสูงถึง 1.9 ล้านล้านบาท ในการกลั่นกรอง วินิจฉัย กำหนดระเบียบหลักเกณฑ์ต่างๆในทางปฏิบัติ โดยวงเงินที่สูงถึง 1.9 ล้านล้านบาทเป็นเป้าหมายอันหอมหวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) การพิจารณาโครงการกรอบวงเงินฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท ที่จะเสนอเข้า ครม. ในวันที่ 7 ก.ค. นี้ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า กรอบหลักเกณฑ์ของโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาทเป็นกรอบที่กว้างมากๆและเอื้อให้ฝ่ายต่างๆจากหลายมุ้งการเมือง พยายามที่จะวิ่งเอาโครงการสัพเพเหระทั่วไปมาปัดฝุ่น ยัดไส้ เติมคำว่า &amp;ldquo;สู้ภัยโควิด&amp;rdquo; ต่อท้ายที่ชื่อโครงการ แล้วเอามาของบประมาณเพื่อนำไปแบ่งกันปันหัวคิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ช่วงนี้เป็นช่วงที่หลายมุ้งทางการเมือง วิ่งเต้นแย่งงบ วิ่งกันล็อคสเป๊คกันให้วุ่น ประกอบกับการที่มีข่าวที่ลือกันในสภาว่า มีการฮั้วกัน เพื่อปิดปาก ส.ส. โดยมีการกันงบประมาณไว้ให้กับ ส.ส. คนละ 80 ล้านบาท โดยจะฝากงบประมาณเอาไว้ที่งบจังหวัด แล้วให้ ส.ส. วิ่งเข้าไปชี้ เข้าไปล็อคสเป๊ค ว่าจะทำโครงการอะไร ให้ผู้รับเหมาคนไหนเป็นคนทำ ซึ่งสุดท้ายก็คงหนี้ไม่พ้นค่าหัวคิว และเงินทอนต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมา&amp;rdquo; นายวิโรจน์ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ ตั้งข้อสังเกตว่า ด้วยเงื่อนเวลาที่พอเหมาะพอเจาะและปรากฏการณ์ชุลมุนวิ่งแย่งงบ 4 แสนล้านบาท จึงเป็นข้อสังเกตที่ประชาชนต่างจับจ้อง และสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการวิ่งเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และคณะผู้บริหาร ของพรรคพลังประชารัฐหรือไม่&amp;nbsp; และสิ่งที่ประชาชนทุกๆ คน ต้องร่วมกันติดตามต่อไปจากนี้ก็คือ โครงการเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท ที่กำลังจะเกิดขึ้นเต็มไปหมดนั้นมีโครงการอะไรบ้าง เป็นโครงการที่ตรงกับความต้องการของท้องถิ่นหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่โครงการละลายงบ ที่เอาคำว่า &amp;ldquo;สู้ภัยโควิด&amp;rdquo; มาต่อท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เช่น เปลี่ยนหลอดไฟสู้ภัยโควิด ขุดบ่อน้ำบาดาลสู้ภัยโควิด ศาลาพักใจสู้ภัยโควิด ขุดลอกคูคลองสู้ภัยโควิด เดินท่อประปาใหม่สู้ภัยโควิด ฯลฯ หรือเปล่า&amp;nbsp; มีการกำหนดสเป๊คที่เกินจำเป็น เพื่อล็อคสเป๊คให้กับผู้รับเหมา หรือผู้ประกอบการรายใดหรือไม่ ราคาในการจัดซื้อจัดจ้าง และเงื่อนไขในการบริการหลังการขาย เมื่อเทียบกับราคาตลาด แล้วเป็นอย่างไร และผู้ที่ชนะการประมูล นั้นมีความสัมพันธ์กับนักการเมืองคนใด&amp;rdquo; นายวิโรจน์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ กล่าวทิ้งท้ายว่าเงิน 4 แสนล้านบาทนี้ มีบางคนเคยเถียงกับผมว่า ที่ผ่านๆมา ไม่เห็นต้องมีประชาชนควักสตางค์ไปจ่ายหนี้ให้กับรัฐบาลเลย แต่การใช้หนี้ของรัฐบาลจะต้องเบียดบังเอาเงินงบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนไปจ่ายชำระหนี้และดอกเบี้ยที่เคยกู้มา ซึ่งถ้ารัฐบาลไม่ต้องนำเอาเงินไปชำระหนี้ รัฐบาลก็จะมีงบประมาณที่มากขึ้น ในการพัฒนาประเทศ เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประชาชนคนไทย มีงบประมาณมากขึ้นที่จะนำมาอุดหนุนเพื่อปรับปรุงสวัสดิการ และคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคนให้ดีขึ้น ดังนั้นภาระของการใช้หนี้ก้อนหนี้ของประชาชนคนไทย ก็คือ การต้องยอมให้ประเทศชาติล้าหลัง ต้องพัฒนาได้ล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น ต้องยอมให้ลูกหลานของพวกเราต้องทนกับสภาพความเป็นอยู่ที่มันควรจะดีกว่านี้ได้ไปอีกนับสิบๆปี นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญ ที่ประชาชนคนไทยทุกคน ต้องร่วมกันตั้งข้อสังเกต และติดตาม กำกับเรื่องราวทุกเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับเงินกู้ก้อนมหาศาลในครั้งนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67898</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบฟื้นฟู4แสนล้าน, นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร, ปรับครม., พรก.กู้เงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200409/image_big_5e8e70f2bcc2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2020 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉลุย!วุฒิสภาลงมติผ่านพรก.กู้เงิน 3 ฉบับ ส.ว.กังวลคอร์รัปชั่นฉุดดัชนีความโปร่งใสลดลงเหมือนยุค&#039;ยิ่งลักษณ์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
2 มิ.ย.63- ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา เพื่อพิจารณาพ.ร.ก.กู้เงิน 3ฉบับ ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง มีนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยบรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างราบเรียบ ส.ว.ส่วนใหญ่อภิปรายท้วงติงให้รัฐบาลมีความระมัดระวังในการใช้งบประมาณจากเงินกู้ และการทำโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่มาจากความต้องการของประชาชน ไม่ใช่ความต้องการของส่วนราชการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาทิ นายสมชาย แสวงการ ส.ว. อภิปรายว่า การใช้เงินจากพ.ร.ก.กู้เงินจะเป็นตัววัดความเชื่อมั่นประเทศจะลดลงหรือไม่ โดยเฉพาะดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น ถ้ามีเม็ดเงินรั่วไหล ความโปร่งใสประเทศจะยิ่งลดลงเหมือนปี2556 ยิ่งที่ผ่านมาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ(ป.ป.ท.)พบการทุจริตการใช้งบประมาณโควิด-19 หลายรูปแบบ ทั้งการจัดซื้อจัดจ้างแพงเกินจริงของอบจ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น การจัดซื้อถุงยังชีพ การจัดซื้อเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิเครื่องละ 5,000 บาท แต่ราคาจริงเครื่องละไม่กี่ร้อยบาท การจัดซื้อแอลกอฮอล์ลิตรละเกือบ 300 บาท มีการนำนอมินีที่เป็นพวกพ้องตัวเองไปโฆษณาขายสินค้าเหล่านี้ในราคาสูงตามเว็บซื้อขายของออนไลน์ชื่อดัง แล้วส่วนราชการไปเปรียบเทียบราคาจัดซื้อจากเว็บไซด์เหล่านี้ เป็นการรุมทึ้งงบโควิด-19 ดังนั้นต้องวางมาตรการเพื่อป้องกันการทุจริตให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลอากาศตรีเฉลิมชัย เครืองาม ส.ว.อภิปรายว่า เป็นห่วงการใช้งบประมาณจากเงินกู้ จะเป็นแค่ปรากฏการณ์ปืนฉีดน้ำคือ ยิงไปเรื่อย แต่หกเรี่ยราด ยิงไปแล้วได้แค่เปียก แต่ไม่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ทราบว่า ขณะนี้เริ่มมีการจับคู่ฮั้วกันแล้วในโครงการตามพ.ร.ก.กู้เงิน โดยเฉพาะการใช้งบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆที่จะใช้วิธีเฉพาะเจาะจง โดยอ้างปรากฏ การณ์โรคติดต่ออันตราย ตามมาตรา 56(2) ของพ.ร.บ.การจัดซื้อจ้างภาครัฐ เพื่อใช้วิธีเฉพาะเจาะจงในการจัดซื้อจัดจ้าง แทนการใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป ซึ่งจะเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ทั่วทุกหัวระแหงในการจัดซื้อจัดจ้างหลังจากนี้\&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.อภิปรายว่า ปฏิเสธไม่ได้พ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับมีความเป็นจำเป็น หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อรักษาความปลอดภัยสาธารณะของประเทศ วิกฤตนี้ยิ่งกว่าสงคราม ไม่ใช่แค่คนที่เดือดร้อน แม้แต่เทพเทวาสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายองค์ไม่ว่า ศาลพระพรหม หลายหลวงพ่อ ต้องปิดตัวเองหยุดให้คนกราบไหว้ เป็นภัยมืดที่ไม่รู้ว่า ใครเป็นใคร ไว้ใจไม่ได้ ต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน อยู่ห่างกัน เพราะแยกกันเราอยู่ รวมหมู่เราตาย คนเดือนร้อนกันทั้งแผ่นดิน การแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องใช้เงิน เหมือนคนป่วยที่ต้องใช้เงินเพื่อรักษาฟื้นฟูตัวเอง แต่การกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ทำให้พวกเราเป็นลูกหนี้ร่วม ส่งมรดกหนี้ให้คนรุ่นหลัง จึงจำเป็นมากที่คนรุ่นเรา โดยเฉพาะรัฐบาลต้องใช้เงินกู้มาแก้ไขวิกฤตให้ตรงเป้า ไม่ให้ทุจริต เพื่อไม่ให้เด็กรุ่นหลังมาชี้หน้าด่าว่า เราสร้างภาระให้พวกเขา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอุตตม เสาวนายน รมว.คลัง ชี้แจงว่า รัฐบาลออกพ.ร.ก.บนความตั้งใจ โดยมีเจตนารมณ์เร่งเยียวยาอย่างทั่วถึงเพื่อไม่ให้สถานการณ์วิกฤตบานปลาย รวมถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิด รัฐบาลตระหนักดีว่า การบริหารงาน จำเป็นต้องติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด ตามหลักวินัยการเงินการคลัง และระเบียบที่ถูกต้อง ส่วนข้อห่วงใยต่างๆของส.ว.นั้น รัฐบาลขอรับไปใช้ประโยชน์ด้วยความละเอียดรอบคอบ จะส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชนให้มีส่วนร่วมอย่างทั่วถึงตลอดการดำเนินการ และจะประเมินประสิทธิผลทุกโครงการตามมาตรฐานสากล รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลเพื่อป้องกันการทุจริต ทำให้การใช้งบประมาณก้อนนี้เป็นไปอย่างคุ้มค่าที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเวลา 13.20 น. หลังจากส.ว.อภิปรายพ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 3ฉบับครบทุกคนแล้ว ที่ประชุมจึงลงมติให้ความเห็นชอบพ.ร.ก.กู้เงินทั้งฉบับ โดยพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อโคโรน่า 2019 พ.ศ.2563 วงเงิน 1.1 ล้านล้านบาท ลงมติเห็นชอบด้วยคะแนน 241 ต่อ0 งดออกเสียง 4 &amp;nbsp;ส่วนพ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อโคโรน่า 2019 พ.ศ.2563 วงเงิน 5แสนล้านบาท เห็นชอบด้วยคะแนน243 ต่อ 0 งดออกเสียง 3 และพ.ร.ก.รักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เห็นชอบด้วยคะแนน 242 ต่อ 0 งดออกเสียง 4.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67636</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรก.กู้เงิน, วุฒิสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200602/image_big_5ed608bd55bc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2020 10:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2020 10:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วุฒิสภาถกพรก.กู้เงิน9ชม.วันเดียวจบ กั๊กตั้งกมธ.ตรวจสอบใช้งบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย. 63 - ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงการพิจารณาของวุฒิสภาในส่วนของพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน ว่า วุฒิสภาวางกรอบการอภิปราย พ.ร.ก. ไว้ 2 วัน โดยวันนี้จะพิจารณา 3 ฉบับแรกรวมกัน ประกอบด้วย 1.พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 2.พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 และ3.พ.ร.ก.การรักษาเสถียรภาพระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจพ.ศ. 2563 โดยมีส.ว.ขอใช้สิทธิอภิปราย 48 คน รวมเวลาประมาณ 9 ชั่วโมง จากนั้นจะลงมติทีละฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการพิจารณาพ.ร.ก.ว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563 จะมีการพิจารณาในวันที่ 2 มิ.ย. คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเที่ยง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความเป็นไปได้ในการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อตรวจสอบการใช้เงินตามพ.ร.ก.นั้น จะต้องรอการอภิปรายของส.ว.ก่อน อย่างไรก็ตาม คิดว่าจะดำเนินการตรวจสอบตามกลไกของรัฐบาล ขณะเดียวกันได้รับทราบมาว่าสภาผู้แทนราษฎรกำลังพิจารณาตั้งคณะกมธ.วิสามัญเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67514</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งกมธ., นายพรเพชร วิชิตชลชัย, พรก.กู้เงิน, ส.ว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200407/image_big_5e8c8209952f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
