<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 19:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 19:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว. ยกมือพรึ่บ 205 เสียง อนุมัติพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย.64 - ที่รัฐสภา ต่อมาเวลา 17.05 น. ภายหลังจากที่สมาชิกวุฒิสภาได้อภิปรายแสดงความเห็นหลากหลายแล้ว ที่ประชุมวุฒิสภาได้มติอนุมัติ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ 2564&amp;nbsp; ซึ่งเป็นการร่วมชี้แจงครั้งแรกในรอบปี 2564 ด้วยคะแนนเสียง&amp;nbsp; 205 เสีย ง งดออกเสียง 2 เสียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106369</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรก.กู้เงิน 5 แสนล้าน, ส.ว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c7441b44f7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้&#039;ป้องนายกฯไม่ได้ข่มขู่สมาชิกระหว่างอภิปรายพ.ร.ก.กู้เงินฯ ซัดฝ่ายค้านใช้วาจาสามหาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 มิ.ย.64 - นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายสุทิน คลังแสง ส.ส. พรรคเพื่อไทยวิพากษ์วิจารณ์การอภิปราย พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาทของนายกฯเป็นการใช้อารมณ์และข่มขู่สมาชิก ว่า​ นายกฯ ไม่เคยข่มขู่ใคร ซึ่งในการอภิปรายก็พูดแต่ข้อเท็จจริง และการที่นายสุทินมองว่านายกฯพูดใช้อารมณ์ คงเป็นความคิดของคนที่เป็นฝ่ายค้านมากกว่า ที่ไม่ว่านายกฯจะทำอะไรหรือพูดอะไร ก็ไม่เข้าตา ออกมากล่าวหาโจมตีไม่หยุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกล&amp;nbsp; กล่าวว่า​ ยืนยันว่าการอภิปรายฯของนายกฯ มีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ ชี้แจงได้อย่างครบถ้วน รอบด้านแล้ว ซึ่งที่ผ่านมานายกฯยังได้ชี้แจงในเรื่องต่างๆเหล่านี้ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้งบประมาณในการบริหารสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; การนำงบประมาณไปช่วยเหลือประชาชนในเรื่องใดบ้าง รวมถึงการบริหารจัดการวัคซีน แต่ฝ่ายค้านก็ยังนำมาอภิปรายในเรื่องเดิมๆ อภิปรายซ้ำซาก ไม่สนใจข้อเท็จจริง และไม่ยอมรับความเป็นจริงด้วย​ จากที่ดูการอภิปรายฯ ตนเองมองว่าคนที่ใช้อารมณ์ในการอภิปรายฯน่าจะเป็น ส.ส.จากพรรคฝ่ายค้านมากกว่า เพราะ มีบางคนเก็บอาการไม่อยู่ มีพฤติกรรมก้าวร้าว มีการฉีกร่าง พ.ร.ก.ในที่ประชุมสภาฯ อีกหลายคนก็อภิปรายฯเสียงดัง&amp;nbsp; แต่เหตุใดนายสุทินกลับไม่รู้สึกอะไร และยังบอกว่าพอใจในการอภิปรายของฝ่ายค้าน​ ซึ่งตนเองมองว่านายสุทินน่าจะไม่มีเรื่องอื่นจะนำมาโจมตีนายกฯมากกว่า จึงได้นำเรื่องการอภิปรายฯของนายกฯออกมาโจมตี เป็นถึงประธานวิปฝ่ายค้านและสส.มาหลายสมัย กลับมีมุมมองที่ถือว่า ไม่ได้มีความคิดเป็นผู้ใหญ่การกล่าวหานายกฯเล่นนี้เหมือนคนที่ มีวิสัยทัศน์มีมุมมองที่เป็นผู้ใหญ่ ที่เป็นอนาคตนักการเมืองที่มีคุณภาพได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มีสส.พรรคร่วมฝ่ายค้านหลายคนกริยาวาจาไม่สุภาพไม่เหมาะสมกับการเป็นตัวแทนประชาชนเลยสักนิดใช้วาจาสามหาว ด่าทอ ขับไล่นายกฯ ในสภาอันทรงเกียรติ สภาไม่ใช่เวทีข้างถนนมาเล่นการเมืองเหมือนเคยด่าบนเวทีข้างถนนไม่ได้ นายสุทินว่าเหมาะสมหรือไม่แล้วเกี่ยวข้องกับพรก.เงินกู้หรือไม่ พฤติกรรมเช่นนี้ นายสุทินเห็นดีด้วยใช่ไหม ทำไมนายสุทินไม่ห้ามสส.ฝ่ายค้านที่เลวๆเช่นนั้นบ้าง หรือว่านายสุทินรู้เห็นเป็นใจด้วย ทั้งที่นายกฯถูกอภิปรายโจมตีด่าทอมาทั้งวันยังอดทนได้ แต่พอนายกฯชี้แจงบ้าง นายสุทินกลับมา กล่าวหาว่านายกฯอย่างนี้ใช้ได้ที่ไหน เสียชื่อความเป็นนักการเมืองที่มีคุณภาพในสายตาประชาชน ไม่สมราคาความเป็นประธานวิปฝ่ายค้านเลย ถ้ามีความคิดต่ำต้อยด้อยค่าเพียงแค่นี้&amp;quot;นายเสกสกล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106001</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุทิน คลังแสง, นายเสกสกล อัตถาวงศ์, พรก.กู้เงิน 5 แสนล้าน, พล.อ.ประยุทธ์ จัทนร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f82a09d1be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 12:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การเดินหมากล็อกดาวน์ วัคซีน และ พ.ร.ก.กู้เงิน      </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้มาเลเซียต้องยอมหันกลับมาประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์เต็มรูปแบบทั่วประเทศอีกครั้ง หลังจากที่พบว่ายอดผู้ติดเชื้อโควิดได้พุ่งเป็น 8,000 คนต่อวัน ญี่ปุ่นเองที่กำลังจะจัดแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ในอีกสองเดือนข้างหน้า ก็กลับมีประชาชนกว่าร้อยละ 80 จากการสำรวจที่ต้องการให้ยกเลิกหรือเลื่อนการแข่งขันโอลิมปิก-พาราลิมปิกออกไป เพราะกังวลว่าอาจจะก่อให้เกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ตามมา ไต้หวันก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ประสบความสำเร็จสูงในการควบคุมโควิดเมื่อปีที่แล้ว แต่ล่าสุดก็พบว่ามีผู้ติดเชื้อใหม่สะสมเพิ่มขึ้นเป็น 2,260 รายในอาทิตย์ที่สามของเดือนที่แล้วหรือเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับสามอาทิตย์ก่อนหน้านั้น &amp;nbsp;สิงคโปร์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องความเข้มงวดของการรักษากฎระเบียบ ก็ยังเกิดมีช่องโหว่เรื่องการจัดการบริหารสนามบิน &amp;lsquo;Changi&amp;rsquo; ที่ทำให้มีผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นในเดือนที่แล้ว และเวียดนามที่เคยคุมโควิดได้ดีมากในช่วงที่ผ่านมา ก็ต้องหันมาขยายมาตรการล็อกดาวน์ในบางจังหวัดนิคมอุตสาหกรรมทางเหนือและพบยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มจากเดิมทีเคยมีอยู่เพียง 190 คนมาเป็น 457 คนเมื่อกลางเดือนที่แล้ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อะไรคือสาเหตุที่ทำให้กลุ่มประเทศเหล่านี้ที่เคยคุมโควิดได้ดีด้วยการเดินหมาก &amp;ldquo;ล็อกดาวน์&amp;rdquo; และเสริมด้วยมาตรการใส่หน้ากากและการเว้นระยะห่างทางสังคมนั้น ต้องพลาดท่าเสียทีให้กับเชื้อโควิดในรอบนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำอธิบายที่ดูมีเหตุมีผลก็คือ ประเทศเหล่านี้ได้เริ่มผ่อนคลายความเข้มงวดในการควบคุมโควิดเพราะความชะล่าใจ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า หลายประเทศมีความจำเป็นต้องเริ่มเปิดกิจกรรมเชิงเศรษฐกิจให้มีมากขึ้นด้วย เช่น กรณีของรัฐบาลญี่ปุ่นที่อยากจัดโอลิมปิกเกมส์ แม้จะมีความเสี่ยงเรื่องการระบาดของเชื้อโควิดก็ตาม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของความเพลี่ยงพล้ำที่มองข้ามไม่ได้ คือการเดินหมาก &amp;ldquo;วัคซีน&amp;rdquo; ที่ผิดพลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวบลูมเบิร์ก ได้รายงานเมื่อไม่นานมานี้ว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้หลายประเทศในกลุ่มเอเชียและแปซิฟิกต้องพากันเพลี่ยงพล้ำให้กับโควิด-19 ในปีนี้ ก็เพราะว่าประเทศเหล่านี้ขาดแรงจูงใจที่มากพอในการสั่งจองซื้อวัคซีน (ที่มีอุปทานจำกัด) ให้เพียงพอไว้ล่วงหน้า ซึ่งต่างจากกลุ่มประเทศตะวันตกที่เร่งกักตุนวัคซีนกันเป็นจำนวนมาก เพราะเคยถูกเชื้อโควิดโจมตีอย่างหนักเมื่อปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยเองก็ได้เลือกเดินหมาก &amp;ldquo;ล็อกดาวน์&amp;rdquo; ในระยะแรก และสามารถคุมโควิดได้ดีเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก สำหรับเรื่องของวัคซีนนั้น เราก็มีจุดอ่อนทั้งในเรื่องจำนวนจอง ประเภทวัคซีนที่จอง และจังหวะเวลาในการจองวัคซีนที่ไม่ทันกับสถานการณ์ ซึ่งต่อมารัฐบาลก็ได้มีการปรับแผนวัคซีนใหม่เพื่อให้มีวัคซีนเพิ่มขึ้นเป็น 150 ล้านโดส และล่าสุดก็มี &amp;ldquo;วัคซีนทางเลือก&amp;rdquo; ที่เป็นจริงแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยยังมีความเสี่ยงในเรื่องการฉีดวัคซีนฟรีแก่ประชากรจำนวนมากในประเทศให้ได้ทันเวลา เพื่อหยุดยั้งการระบาดรอบใหม่ โดยไม่ต้องพึ่งมาตรการล็อกดาวน์อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และการเดินหมากเรื่อง &amp;ldquo;วัคซีน&amp;rdquo; ที่ได้ผลนั้น ยังจะเปิดโอกาสให้เราสามารถเดินหมากเรื่อง &amp;ldquo;นโยบายทางการคลังเชิงรุก&amp;rdquo; เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเยียวยาให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากโควิดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างความสำเร็จในเรื่องนี้ อาจดูได้จากกรณีของประเทศสหรัฐเอมริกา ที่เมื่อปลายปีที่แล้วก็ยังประสบปัญหาเรื่องการระบาดหนักของโควิดอยู่ แต่ทว่ารัฐมนตรีคลังคนใหม่ของสหรัฐคือ นางเจเน็ต เยลเลน ที่อาศัยจังหวะการใช้ยุทธศาสตร์การกระจายฉีดวัคซีนจำนวนมากเพื่อช่วยสกัดการระบาดของโควิค-19 ของสหรัฐมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินนโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิค-19 โดยไม่กังวลเรื่อง &amp;ldquo;เสถียรภาพทางการคลัง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;เสถียรภาพราคา&amp;rdquo; ให้มากนักในตอนแรก เพราะเชื่อว่าการเร่งฉวยโอกาสแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้าในทันทีที่หยุดโควิดได้นั้น จะเป็นยุทธวิธีที่สำคัญกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลปรากฏว่า สหรัฐสามารถใช้วัคซีนสกัดกั้นโควิดได้เป็นที่น่าพอใจ และระบบเศรษฐกิจโดยรวมของสหรัฐก็สามารถฟื้นกลับมาขยายตัวได้ดีด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุผลดังกล่าว พ.ร.ก.กู้เงิน (เพิ่มเติม) จึงมีความสำคัญต่อประเทศไทยมากในเวลานี้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าหากเราพิจารณาจากรายละเอียดของ พ.ร.ก.กู้เงิน (เพิ่มเติม) ที่ได้กำหนดแผนการใช้เงินกู้ตามวัตถุประสงค์เป็น (1) โครงการเพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของโควิด-19 วงเงิน 30,000 ล้านบาท&amp;nbsp; (2) โครงการเพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชนในทุกสาขาอาชีพซึ่งได้รับผลกระทบ วงเงิน 300,000 ล้านบาท และ (3) โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 170,000 ล้านบาท เพื่อรักษาระดับการจ้างงาน กระตุ้นการลงทุนและการบริโภค แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็จะเห็นได้ว่า การใช้เงินกู้ตามวัตถุประสงค์ข้อ (1) เพื่อหยุดการระบาดของโควิด-19 ให้สำเร็จได้โดยเร็วเท่าไหร่ ก็จะสามารถหยุดความเสียหายที่จะมีต่อชีวิตผู้คนและระบบเศรษฐกิจได้เร็วขึ้นเท่านั้น ประตูสู่ความสำเร็จ คงหนีไม่พ้นต้องใช้ยุทธศาสตร์เร่งฉีดวัคซีนโควิดฟรีให้กับประชาชนทั่วไปที่ควบคู่ไปกับยุทธศาสตร์ &amp;ldquo;วัคซีนทางเลือก&amp;rdquo; ที่ภาคเอกชนรับภาระเรื่องค่าใช้จ่ายวัคซีนให้กับแรงงานของตน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวัตถุประสงค์ข้อ (2) และ (3) ของ พ.ร.ก. กู้เงิน (เพิ่มเติม) นี้ หากไม่นับเรื่องการแจกเงินด้วยวิธีแบบเดิม ๆ และโครงการสร้างงานที่มักซ้ำซ้อนกับโครงการในงบประมาณปกติที่เป็นเบี้ยหัวแตกกันแล้ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาครัฐควรมุ่งใช้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วนสามประการคือ (ก) การหาแนวทางเพื่อช่วยลดภาระหนี้ของครัวเรือนยากจนที่ต้องขาดรายได้ในช่วงการระบาดของโควิด (ข) การหามาตรการช่วยเหลือที่ปฏิบัติได้จริงสำหรับธุรกิจขนาดกลางและย่อมที่มีศักยภาพแต่ประสบปัญหาการขาดสภาพคล่องอันเป็นผลจากวิกฤติโควิด เพื่อไม่ให้ต้องล้มหายตายจากไปมากกว่านี้ และ (3) การเร่งรีบช่วยเหลือชดเชยค่าแรงให้กับแรงงานอุตสาหกรรมตลอดช่วงการหยุดงานเพราะมีการแพร่ระบาดเป็นคลัสเตอร์ในโรงงาน ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างแรงจูงใจให้แรงงานเหล่านั้นไม่ต้องดิ้นรนหนีไปแพร่กระจายเชื้อโควิดยังพื้นที่อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดจบของหมากเกมนี้จะเป็นอย่างไร เราคงได้เห็นกันในไม่ช้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวทีพิจารณ์นโยบายสาธารณะ วันพุธที่ 2 มิถุนายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ. ดร.อาริยะ ปรีชาเมตตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กนิษฐา หลิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105027</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนิษฐา หลิน, พรก.กู้เงิน 5 แสนล้าน, วัคซีน, ศ. ดร.อาริยะ ปรีชาเมตตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d215282198.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104897</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2021 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรก.เงินกู้ 5 แสนล้านถึงสภาฯแล้ว จ่อถก 9 มิ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย.64- นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม วงเงินไม่เกิน 500,000 ล้านบาท ส่งถึงสภาเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม และนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรสั่งให้บรรจุระเบียบวาระเพื่อให้สภาพิจารณาอนุมัติพ.ร.ก.ดังกล่าว ในวันที่ 9 มิ.ย.64 ตั้งแต่เวลา 09.30 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104897</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรก.กู้เงิน 5 แสนล้าน, สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201116/image_big_5fb2894aa1d65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039; เผยเตรียมส่งร่าง พรก.กู้เงิน 5 แสนล้าน ​หากไม่ผ่านอาจยุบสภาตามธรรมเนียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.64 - เวลา 08.45 น.​ ที่ทำเนียบรัฐบาล​ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงร่างพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท รัฐบาลจะส่งให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาได้เมื่อใด ว่า ไม่ทราบ แต่คาดว่าอาจจะส่งให้สภาบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมในช่วงวันที่​ 27-28 พ.ค.นี้ โดยสามารถพิจารณาต่อจากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ซึ่งวันที่จะพิจารณาก็แล้วแต่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯจะกำหนด​ ความจริงพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทมีความสำคัญ ก่อนร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ด้วยซ้ำไป เพราะในรัฐธรรมนูญใช้คำว่า เสนอในโอกาสแรก แต่เผอิญร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ฯได้จัดคิวไว้แล้ว และส่งวาระแล้ว​ ตอนนี้เสียเวลาไปแล้ว 15 วัน ดังนั้น​ เมื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ เสร็จแล้วจะพิจารณาพ.ร.ก.เงินกู้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า​ หากร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เข้าหลังการพิจารณาพ.ร.บ.งบประมาณฯจะถือว่าล่าช้าหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ล่าช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ทางฝ่ายค้านท้วงติงมาว่าหากพิจารณากฎหมายทั้ง 2 ฉบับติดกันจะทำให้เหลือเวลาดูรายละเอียดน้อย นายวิษณุ กล่าวว่า ก็ด้วยเหตุผลอันนี้ หากรัฐบาลรีบส่งร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทเลยจะทำให้ประธานสภาฯ ลำบากใจในการบรรจุวาระการประชุม เพราะหากส่งเร็วต้องบรรจุเร็ว และเมื่อบรรจุเร็วจะไม่ได้ทำการบ้าน ดังนั้น​ คาดว่าจะส่งไปให้สภาบรรจุในวาระถายใน 1-2 วันนี้ เมื่อขอบรรจุไปแล้วจะไปต่อกับร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2565 โดยสภาฯ จะพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. จากนั้นจะเป็นวันหยุด หากสะดวกและพร้อมพิจารณาต่อในวันที่ 4 มิ.ย.ได้เลย แต่ถ้าไม่พร้อมก็แล้วแต่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า คาดว่าจะใช้เวลาในการพิจารณาร่างพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทกี่วัน นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องให้วิปแต่ละฝ่ายตกลงกันเอง จะกี่วันไม่เป็นไร เพราะเรื่องวันรัฐบาลไม่ได้ไปตกลงอะไรทั้งนั้น ยกตัวอย่าง พ.ร.กจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฉบับ คือ พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2564 และพ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019 พ.ศ.2564 ที่จะพิจารณาในวันนี้และวันพรุ่งนี้ ก็ตกลงว่าจะพิจารณาวันละ 1 ฉบับ และจะพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 3 วัน หากพิจารณาไม่เสร็จสามารถต่อไปเป็น 4 วันก็ได้ หลังจากนั้นจะไปเจอกับร่างพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ซึ่งแล้วแต่จะกี่วัน โดยผู้ชี้แจ้งหลักคือ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เพราะพ.ร.ก.ระบุว่าให้อำนาจกระทรวงการคลังเป็นผู้กู้เงิน ส่วนนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน อาจจะไปช่วยในการชี้แจงภาพรวมเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การผ่านหรือไม่ผ่านร่างพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ถือว่ามีผลกับรัฐบาลหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้าผ่านก็มีผล​ ถ้าไม่ผ่านก็ไม่มีผล ซึ่งพ.ร.ก.ที่ผ่านไปก็มีผลบังคับใช้แล้ว เพียงแต่ว่าหากสภาไม่อนุมัติหรือไม่เห็นชอบ​แปลว่าต้องหยุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากร่างพ.ร.ก.กู้เงินไม่ผ่านต้องยุบสภาหรือไม่​ นายวิษณุ​ กล่าวว่า &amp;ldquo;ใช่ ถูก โดยธรรมเนียม&amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เบื้องต้นจะไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ เพราะดูเหมือนว่าเสียงส.ส.รัฐบาลยังเหนียวแน่นอยู่​ นายวิษณุ กล่าวว่า &amp;quot;ก็ไปถามฝ่ายค้านด้วยแล้วกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104333</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรก.กู้เงิน, พรก.กู้เงิน 5 แสนล้าน, ยุบสภา, วิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af0beb86d90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
