<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการแดงนำทีมบุกทำเนียบให้รัฐบาลรับผิดชอบโทษฐานฉีดน้ำใส่ม็อบ3นิ้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.63- ช่วงเช้าที่ผ่านมา เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง(คนส.) ที่นำโดย นายอนุสรณ์ อุณโณ อดีตคณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมด้วยอาจารย์และนักศึกษาประมาณ 50 คน ได้รวมตัวกันที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ และเดินเท้ามาถึงทำเนียบรัฐบาลเวลา 09.00น. เพื่อยื่นแถลงการณ์ต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายอนุสรณ์ ได้อ่านแถลงการณ์บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ หน้าทำเนียบรัฐบาลมีเนื้อหาสรุปว่า เราขอประณามการใช้กำลังสลายการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่แยกปทุมวันที่ไม่เป็นไปตามหลักสากล รัฐบาลต้องรับผิดชอบกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้ง รัฐบาลจะต้องหยุดใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือขจัดผู้เห็นต่างอาทิ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ให้ยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่กทม. &amp;nbsp;และยกเลิกการตั้งข้อกล่าวหาและปล่อยผู้ถูกจับกุมจากการชุมนุมทุกคนโดยไม่มีเงื่อนไข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้รัฐบาลต้องรับฟังข้อเสนอของผู้ชุมนุมไปพิจารณาอย่างจริงจังเช่นนายกฯต้องลาออก แก้ไขรัฐธรรมนูญและปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ให้สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยอันเป็นสากล โดยจัดตั้งคณะกรรมการศึกษาและให้ข้อเสนอแนะโดยประกอบด้วยภาควิชาการประชาชนและนิสิตนักศึกษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์กล่าวด้วยว่า ในแถลงการณ์ดังกล่าวมีรายชื่ออาจารย์มหาวิทยาลัยต่างๆร่วมลงชื่อแนวท้ายจำนวน1,118 คน และทราบว่ามีอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏหลายแห่งอยากร่วมลงชื่อแต่มีการสั่งห้ามไว้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังอ่านแถลงการณ์ เสร็จสิ้น นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกฯฝ่ายการเมือง และ นายธีรภัทร ประยูรศรี ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นตัวแทนรับแถลงการณ์ดังกล่าว .
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81214</URL_LINK>
                <HASHTAG>1118 อาจารย์, พรก.ฉุกเฉิก, สลายการชุมนุม, อนุสรณ์ อุณโณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201020/image_big_5f8e57796b254.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80766</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2020 17:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2020 17:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  ขนส่งฯปรับแผนจัดเดินรถสาธารณะภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.63-นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)ได้ออก ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง มาตรการพึงปฏิบัติด้านการจัดการเดินรถสาธารณะภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ลงวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2563 และมีข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 ประกอบมาตรา 11 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2563 นั้น เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศและข้อกำหนดดังกล่าว

ทั้งนี้อธิบดีกรมการขนส่งทางบกจึงออกประกาศ ดังนี้

ข้อ 1 ให้ผู้ประกอบการขนส่งรถโดยสารสาธารณะ ผู้ให้บริการรถยนต์สาธารณะ และผู้ให้บริการรถจักรยานยนต์สาธารณะ หลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางหรือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 36/2563 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2563) ประกาศกำหนดเกี่ยวกับการห้ามใช้เส้นทางคมนาคมหรือยานพาหนะ

ข้อ 2 ให้ บริษัท ขนส่ง จำกัด ควบคุมกำกับดูแลความปลอดภัยบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารที่อยู่ในความรับผิดชอบในเขตกรุงเทพมหานคร ดังนี้

(1) เพิ่มความเข้มข้นและยกระดับมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงโดยจัดเจ้าหน้าที่ดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยให้เพียงพอ

(2) ตรวจสอบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) และระบบสื่อสารให้ใช้งานได้ตลอดเวลา พร้อมทั้งตรวจสอบอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยให้มีความพร้อมในการใช้งาน รวมถึงเตรียมการด้านการอพยพผู้โดยสารในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

(3) ให้มีการประชาสัมพันธ์แนะนำแนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยภายในสถานีให้ประชาชนทราบ หากพบเห็นสิ่งผิดปกติหรือพบสิ่งของที่วางไว้โดยไม่มีผู้ครอบครองให้แจ้งเจ้าหน้าที่ประจำสถานี

(4) ประสานให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 36/2563 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2563 เพื่อดำเนินการตามประกาศตามมาตรา 11 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2563

ข้อ 3 ให้ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการสถานีขนส่งผู้โดยสารให้ความร่วมมือแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 36/2563 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2563 เพื่อดำเนินการตามประกาศตามมาตรา 11 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2563

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครหรือมีประกาศเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80766</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก (ขบ.), จิรุตม์  วิศาลจิตร, พรก.ฉุกเฉิก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5cb387495a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2020 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2020 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่ามาด่าผม!&#039;หมอเหรียญทอง&#039;ของขึ้น ยันเลิกระดมพลถูกต้องแล้ว เพราะรัฐบาลใช้พรก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.63- &amp;nbsp;พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ และผู้ก่อตั้งองค์กรเก็บขยะแผ่นดิน โพสต์เฟซบุ๊กว่า เมื่อสถานการณ์มีแนวโน้มยกระดับการคุกคามพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์โดยมีความเสี่ยงว่าผู้ชุมนุมอาจบุกรุกพระราชฐาน ผมก็ต้องเตรียมพล ระดมประชาชนเพื่อพร้อมปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;hellip;แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนและผมทราบแน่ชัดว่ารัฐบาลเตรียมการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว ผมก็ยกเลิกการเตรียมพล ผมจะดันทุรังไปเตรียมพล ระดมประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉินต่อไปกันทำไมล่ะครับ ผมประกาศยกเลิกนั้นมันก็ถูกต้องและสมควรอย่างยิ่งแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นท่านที่มาต่อว่า มาด่าว่า เปลี่ยนไป เปลี่ยนมา ไม่แน่นอน เอาแน่อะไรกับคนอย่างผมไม่ได้ ดังเช่น นาย อรุณ แก้วมาลา ฯลฯ ...ได้โปรดอย่ามาติดตามผมเลยครับ ผมรำคาญไอ้พวกเอาแต่วิจารณ์หน้าจอ ... ใครที่จะติดตามผม กรุณารู้จักคำว่า &amp;lsquo;ประเมินและประมาณสถานการณ์-ปรับเปลี่ยนและยกเลิกแผนการปฏิบัติ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์&amp;rsquo; ด้วยครับ&amp;hellip;ไม่ใช่ว่าเอาแต่ดันทุรังเตรียมพลจนกลายเป็นผู้กระทำผิดประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเสียเอง มันโง่มากนะครับ รบอย่างโง่ๆ มันก็พาคนไปตาย ไปสูญเสียเพราะความโง่ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอประทานโทษที่จำเป็นต้องขอบล๊อคคนจงรักภักดี ดังเช่น นาย อรุณ แก้วมาลา ฯลฯ ที่มาระบายความโกรธแค้นผิดที่ผิดทางกับผมนะครับ ผมก็โกรธแค้นเหมือนท่าน แต่ผมเอาจริง ผมเตรียมพลเพื่อพร้อมเข้าเผชิญหน้า แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปในทางที่ไม่จำเป็นแล้ว ผมก็ประกาศยกเลิก...นี่แหละครับคือ ตัวอย่างของ &amp;lsquo;ประเมินและประมาณสถานการณ์-ปรับเปลี่ยนและยกเลิกแผนการปฏิบัติให้สอดคล้องกับสถานการณ์&amp;rsquo; ครับ รู้ไว้ด้วยครับ...ไม่ใช่เอาแต่ใช้อารมณ์ เอาแต่วิจารณ์ ด่าคนทำงาน คนทำจริงผ่านหน้าจอ ให้เสียกำลังใจกันอย่างนี้ มันใช้ไม่ได้ครับ กรุณาอย่าติดตามและไปให้ไกลๆตีนด้วย ผมต้องเผชิญหน้ากับอริราชศัตรู แล้วยังต้องมาเผชิญหน้าคนจงรักภักดีแบบ &amp;#39;โง่ บ้า เซ่อ&amp;#39; อย่าง นาย อรุณ แก้วมาลา แล้ว บอกตรงๆว่ารำคาญมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอประทานอภัยาธารณชทุกท่านที่ต้องระบายอารมณ์บ้างนะครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80585</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรก.ฉุกเฉิก, พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา, เก็บขยะแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200820/image_big_5f3e76daa8f78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2020 07:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2020 07:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รังสิมึน&#039;ประณามพรก.ฉุกเฉินจับแกนนำม็อบคุกคามเจ้า อ้างไม่ต่างรัฐประหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.63- นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Rangsiman Rome - รังสิมันต์ โรม ว่า ผมขอประณามการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ของพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา รวมทั้งการเข้าสลายการชุมชุม จับตัวแกนนำ ในช่วงเช้ามืด ทั้งที่ฝ่ายผู้ชุมนุมได้ประกาศยุติการชุมนุมในเวลา 6.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ไม่ต่างกับการรัฐประหาร และยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายไปกว่าเดิม.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80568</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายรังสิมันต์ โรม, พรก.ฉุกเฉิก, รัฐประหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201015/image_big_5f8799874ce49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80566</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2020 07:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2020 07:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชมภาพชุดทำเนียบรัฐบาลกลับเข้าสู่ภาวะปกติ &#039;ม็อบ&#039;ไปแล้วทิ้งขยะไว้ดูต่างหน้า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.63- หลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และจับกุมแกนนำม็อบบางรายไปแล้วนั้น บรรยากาศรอบๆทำเนียบรัฐบาลกลับเข้าสู่ภาวะปกติ มีเจ้าหน้าที่ของกทม.เข้าทำความสะอาด และเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนเข้าตรึงพื้นที่เรียบร้อยแล้ว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวเลา 06.54&amp;nbsp;&amp;nbsp;น.​ ทำเนียบรัฐบาล​ แจ้งว่า​ ในวันที่​ 15​ ต.ค.​เจ้าหน้าที่กลับเข้าทำงานทำเนียบฯตามปกติ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80566</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำเนียบรัฐบาล, พรก.ฉุกเฉิก, สลายการชุมุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201015/image_big_5f8793b12d557.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67032</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 07:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 07:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมชาย&#039;แนะอ่านให้เกิน 8 บรรทัดแล้วจะรู้ทำไมยังต้องคงใช้พรก.ฉุกเฉินสู้โควิดต่อไป </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.63- นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา โพสต์ข้อความอธิบายว่า ทำไมยังต้องคงใช้พรกฉุกเฉินสู้โควิดต่อไป โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#อยากให้คนไทยอ่านทั้งหมดเกิน8บรรทัดและพิจารณาดู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปย่อๆคือนายกลุงตู่และรัฐบาลใช้พรก ฉุกเฉิน ในการตั้งศบค เพื่อสู้กับโควิด ถ้ายกเลิกพรก ยุบศบคต้องไปใช้กฎหมายปกติคือพรบควบคุมโรค
ใช้คณะกรรมการควบคุมโรคแทน
ซึ่งอาจเกิดปัญหาการสั่งการเหมือนก่อน ที่มีปัญหาเช่นการขาดหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ การไม่สามารถห้ามการสัญจ การไม่สามารถปิดสนามบินและพรมแดนได้ ฯลฯ
มีปัญหารการบริหารแยกกันระหว่างกระทรวงอาทิ สาธารณสุข พาณิชย์ คลัง มหาดไทย ต่างประเทศ กลาโหม เกษตร แรงงาน พัฒนาสังคมฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรบควบคุมโรค2558 . แทบทำอะไรโควิดไม่ได้.
เพราะพรบนั้นใช้ควบคุมโรคระบาดทั่วไปเช่นไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก ไข้เลือดออก อหิวาตกโรค พอได้
เปรียบเหมือนแค่ระดับใช้ตำรวจจับโจรหรือปราบจราจล ในเมือง
แต่โควิดเป็นสงครามโลกครั้งที่3ที่เกิดขึ้นทั่วโลก
จึงใช้เครื่องมือแค่พรบควบคุมโรคไม่พอ.
วันนี้มหาอำนาจในโลกอย่างสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส ยุโรปฯลฯ ยังเอาไม่อยู่ คนป่วยทั้งโลกเกือบ6ล้าน. ตายได้ทุกเมื่อ
เราจึงเดินแบบประมาทไม่ได้เลย
ขืนปล่อยมือ คนไทยคงตายเป็นเบือ. ใครจะรับผิดชอบ
ฝ่ายค้านฝ่ายแค้นคงไม่รับผิดแน่นอน
ได้แค่ตะโกนด่ารัฐบาลต่อไป ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชีวิตคนไทยทุกชีวิตสำคัญ ครับแม้จะเห็นด้วยเห็นต่างกันก็ตาม
ผมจึงเห็นว่าการใช้พรกฉุกเฉินเพื่อคงการรวมศูนย์การแก้ปัญหา
&amp;ldquo;สงครามโควิด &amp;ldquo;จึงมีความจำเป็นยิ่ง
เพราะใช้พรกฉุกเฉินแล้วแต่ยังสามารถลดมาตรการลงเป็นระยะๆได้
ในแต่ละจวก็ลดดีกรีตามความพร้อมของแต่ละจว ให้อำนาจผู้ว่าเพิ่มมาตรการผ่อนคลายแยกในแต่ละจังหวัดได้มากขึ้น
เช่นการอนุญาตร้านค้า กิจกรรมออกกำลังกาย ร้านตัดผมเสริมสวย โรงเรียนสอนพิเศษ กิจกรรมบันเทิง บางประเภท ที่มีความเสี่ยงน้อยและปานกลางภายใต้มาตรการควบคุมที่ผ่อนปรน.
และมีการประเมินสถานการณ์ทุกวันทุกสัปดาห์
ถ้าสถานการณ์ในประเทศและสถานการณ์โลกดีขึ้น&amp;hellip;
ก็ผ่อนปรนมากขึ้นเรื่อยๆ. ถ้ากลับมาติดเพิ่มก็ปรับเข้มมาตรการขึ้น
ซึ่งศบคภายใต้พรกฉุกเฉินจะคล่องตัวกว่าพรบควบคุมโรคที่ใช้ระบบราชการปกติเป็นร้อยเท่าครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลองใช้วิจารณญาณพิจารณากฎหมายทั้ง2ฉบับนี้ดูครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ประเทศไทยต้องชนะคนไทยทุกคนจะชนะไปด้วยกันครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67032</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200501/image_big_5eabd0f18cdd0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2020 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2020 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา &#039;สมช.&#039; ถกต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่​ ยันยึดหลักสาธารณสุขเป็นสำคัญ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.63 - พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยว่า เวลา 11.00 น.วันที่ 21 พ.ค.สมช.มีกำหนดการประชุมเพื่อพิจารณาการประกาศใช้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินตามที่ได้มีประกาศในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และได้ขยายเวลาประกาศบังคับใช้จะครบกำหนดวันที่ 31 พ.ค.นี้ ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมจะมีการแถลงข่าว &amp;nbsp;โดยการพิจารณาของสมช.ไม่ได้ใช้โพลใดๆเป็นตัวตัดสิน แต่ใช้สถานการณ์โควิด-19 ด้านสาธารณสุข เป็นสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจก่อนว่า สถานการณ์โควิด-19 ที่ดีขึ้น ณ วันนี้ มีผลจากมาตรการต่างๆเดือนที่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่ดีขึ้นในวันนี้เป็นผลจากห้วงที่ผ่านมา ถ้าเราจะตัดสินใจทำอะไรเพื่อทำให้อนาคตดีขึ้น ต้องดูสถานการณ์ดีหรือไม่ดีวันนี้เป็นตัวตัดสิน รวมถึงมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 ดูหลายอย่างด้วย สำคัญต้องถามจากสาธารณาสุขเป็นหลัก เพราะตนให้ความสำคัญสาธารณสุขเป็นหลัก ถ้าต้องการเครื่องมือนี้ต่อไปก็โอเค หรือถ้าพ.ร.บโรคติดต่อทำได้ก็ได้โอเค โดยการประชุมได้เชิญตัวแทนจากสาธารณสุขและภาคเอกชนเข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่างไรก็ตาม ผลการประชุมวันที่ 21 พ.ค.ถือเป็นแค่มติสมช.ต้องเข้าที่ประชุมศบค.ก่อนนำเข้าที่ประชุมครม.แต่หากครม.เห็นเป็นอย่างอื่นก็แล้วแต่ สำหรับการประชุมศบค.ปกติที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค.จะประชุมทุกวันศุกร์ ซึ่งต้องรอหนังสือยืนยันการประชุมศบค.อย่างเป็นทางการก่อน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66440</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรก.ฉุกเฉิก, พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา, สมช., เคอร์ฟิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec1321a0f942.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
