<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120069</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป้าเป้า&#039;รับทราบข้อหาฝ่าพรก.ฉุกเฉิน-เปลื้องผ้าแยกนางเลิ้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 - ที่ สน.นางเลิ้ง&amp;nbsp; นางวรวรรณ แซ่อั้ง หรือ &amp;quot;ป้าเป้า&amp;quot; เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ผ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) และกระทำขายหน้าต่อธารกำนัล โดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย หรือกระทำการลามกอย่างอื่น ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ที่เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มทะลุฟ้าที่แยกนางเลิ้ง และถลกกระโปรงต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่พอใจถูกสลายการชุมนุมวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย &amp;quot;ป้าเป้า&amp;quot; เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ สน.นางเลิ้ง ได้ส่งหมายเรียกมาให้ตนเองที่บ้านแล้ว 2 ครั้ง แต่ตนเองพักอาศัยอยู่อีกบ้านหนึ่งตามที่อยู่ในบัตรประชาชน ทราบเรื่องเพราะทนายความโทรมาแจ้ง ครั้งนี้ถูกหมายเรียกเป็นครั้งที่ 3 ป้าไม่เคยคิดหนี เพราะไม่ได้ฆ่าใครตาย ไม่ได้ค้ายาเสพติด เป็นสิทธิในการแสดงออกเพื่อเรียกร้องความถูกต้อง และต้องการขับไล่นายกฯ ที่ใช้เงินภาษีของประชาชนไม่ถูกต้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สาเหตุที่เปลื้องผ้า เพราะหมดปัญญาจะสู้ คิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง แม้จะไม่มีอาวุธ อยากเรียกร้องให้ทุกคนออกมาต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และเพื่อชีวิตของตนเอง&amp;quot; ป้าเป้า ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120069</URL_LINK>
                <HASHTAG>3นิ้ว, ถลกกระโปรง, ป้าเป้า, พรก.ฉุกเฉิน, วรวรรณ แซ่อั้ง, สน.นางเลิ้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616d0f67e947c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119981</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 14:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 14:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจจับร้านอาหารดังย่านสุขุมวิทฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;17 ต.ค.64- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.45 น.ของวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ รอง ผบก.สส.บช.น./รรท.ผกก.ดส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี สนธิกำลัง เข้าตรวจสอบร้านอาหาร XOXO ชั้น 3 อาคารสุขุมวิทพลาซ่า (โคเรียทาวน์) ปากซอยสุขุมวิท 12 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ หลังได้รับเบาะแสว่ามีการมั่วสุมเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ร้านดังกล่าวมีลักษณะเป็นร้านอาหาร 2 ชั้น แต่ละชั้นขนาดประมาณ 40&amp;nbsp; ตารางเมตร ภายในร้านพบนักท่องเที่ยวชาย-หญิงเป็นชาวไทย 89 คน และต่างชาติ 27 คน รวม 116&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; รวมกลุ่มกันอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว นอกจากนี้ ยังพบกระบอกใส่เบียร์จำนวน 50 ใบ และแก้วบรรจุเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จํานวน 60 ใบ กระจายอยู่ตามโต๊ะของกลุ่มนักท่องเที่ยว ขวดเบียร์สิงห์เปล่าจำนวน 6 ลัง อยู่หลังบริเวณเคาน์เตอร์จำหน่ายเครื่องดื่มและบิล(ใบเสร็จ)รายการอาหารระบุชื่อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จํานวน 85 ใบ อยู่บนเคาน์เตอร์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่เป็นไปตามประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวับความมั่นคง เรื่องห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรมการมั่วสุมที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ฉบับที่ 11&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จับกุม นายสิริชัย สามนคร ผู้จัดการร้าน ในความผิดฐาน จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้านอาหารอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.ฉุกเฉิน 2548, ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามความในมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ 2558, เปิดให้บริการร้านอาหารเกินระยะเวลาตามคำสั่งประกาศ กทม.ฉบับที่ 44 ลง 15 ตุลาคม 2564 พร้อมดำเนินคดีผู้มาใช้บริการ จำนวน 116 คน ในความผิดฐาน มั่วสุม ในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค และรวมกลุ่มกันมากกว่าห้าสิบคน ในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศ หรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119981</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, พรก.ฉุกเฉิน, ร้านอาหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211017/image_big_616bd4950f314.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 07:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 07:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ชะอำ เร่งสอบคลิปปาร์ตี้ฝ่า พรก.ฉุกเฉิน อยู่ในพื้นที่ดูแลหรือไม่ เผยกวดขันบ้านพักพูลวิลล่า จับแล้ว 2 คดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเมื่อกลางดึก 13&amp;nbsp;ตุลาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;เพจ เจ๊ม้อยv plus&amp;nbsp;ได้โพสต์คลิปพร้อมข้อความว่า ปาร์ตี้มั่วสุม!!! ทุกคนต่างช่วยกันเฝ้าระวัง พยายามทำตามกฎระเบียบ แต่คนกลุ่มนี้กลับไม่สนใจ จัดปาร์ตี้สนุกสนาน ดูลักษณะแล้วยังคงเป็นเยาวชน ปาร์ตี้เขย่าหัว ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบด้วยค่ะ&amp;nbsp;พูลวิลล่าแห่งหนึ่ง ชะอำ เพชรบุรี&amp;nbsp;เยาวชนชาย-หญิงจัดปาร์ตี้มั่วสุม และก็ฝ่าฝืน พรก. ฉุกเฉิน&amp;nbsp; เหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดขึ้นค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปหมู่บ้านชัชพลี บ้านพักพลูวิลล่า ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อไปตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าวที่เป็นคลิป&amp;nbsp;พบเพียงนักท่องเที่ยวชาวไทยพาครอบครัวมาพักผ่อนเล่นน้ำจำนวนหนึ่ง จากนั้นได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรชะอำ จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;พบกับ พ.ต.อ.ปัญญา กุลไทย ผกก.สถานีตำรวจภูธรชะอำ ได้เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนได้รับรับทราบข้อมูลแล้ว&amp;nbsp;ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนดำเนินการตรวจสอบว่าคลิปดังกล่าวอยู่ในพื้นที่หรือไม่&amp;nbsp;จากการตรวจสอบยังไม่แน่ชัดว่าอยู่ในพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากคลิปสั่น หรือเป็นคลิปเก่าหรือคลิปใหม่&amp;nbsp;แล้วยังไม่ชัดเจนว่าตรงจุดไหน ในพื้นที่ชะอำมีบ้านพูลวิลล่าประมาณ 300 หลัง&amp;nbsp;แต่ที่จดทะเบียนขออนุญาตถูกต้องแล้วมีประมาณกว่า 100 หลังเท่านั้น&amp;nbsp;ส่วนตำรวจได้ดำเนินการกวดขันตรวจสอบอยู่ตลอด ในเรื่องของการจัดปาร์ตี้พูลวิล่าในพื้นที่ โดยก่อนหน้านี้ได้ดำเนินคดีการมั่วสุดจัดปาร์ตี้ไปแล้ว 2 คดี&amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่&amp;nbsp;18 กันยายน เวลา&amp;nbsp;22.30 น.จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมยาเสพติด รถกระบะ&amp;nbsp;1คัน ในข้อหาครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหนน่าย&amp;nbsp; และข้อหาฝ่าฝืนพรก.ฉุกฉินออกนอกเคหะสถานฯ&amp;nbsp;และวันที่&amp;nbsp;8 ตุลาคม จับผู้ต้องหาได้อีก 1 ราย ครอบครองเคตามีน โดยผู้ต้องหามาปาร์ตี้แต่หาบ้านไม่เจอและมาเจอเจ้าหน้าที่ก่อนจนถูกจับกุมดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนของมาตรการป้องกันโควิด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอชะอำ จัดชุดออกตรวจบ้านพักพูลวิลล่าในพื้นที่&amp;nbsp;จุดที่มีการร้องเรียนเข้ามา&amp;nbsp;หรือจุดต่างที่สุ่มเสี่ยง ประชาสัมพันธ์จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางได้หลายรายการที่ผ่านมา&amp;nbsp; และฝากถึงแม่บ้านหรือผู้ดูแลบ้านพักพูลวิลล่าในพื้นที่ ควรประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวที่มาพักได้ทราบ ถึงมาตรการป้องกันโควิด19ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้อย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด19&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119690</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเพชรบุรี, ปาร์ตี้, พรก.ฉุกเฉิน, มั่วสุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_6167779bcde4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119500</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2021 11:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสี่ยไก่ไทยสร้างไทย&#039;วิเคราะห์เฉียบ!รัฐบาลเปิดประเทศได้จังหวะ ถ้าให้ดีเลิกพรก.ฉุกเฉินด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.64- นายวัฒนา เมืองสุข สมาชิก พรรคไทยสร้างไทย &amp;nbsp;โพสต์เฟซบุ๊กว่าผมฟังแถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรีแล้ว เห็นด้วยว่ารัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องรีบเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว เพราะช่วงเวลาจากเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไปคือโอกาสทองที่จะเกิดพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการแรก เป็นช่วงเวลาเริ่มต้นของปีงบประมาณแผ่นดินที่จะมีเม็ดเงินจากงบลงทุนภาครัฐไหลเข้าสู่ตลาด ประการต่อมาจะมีข้าวเปลือกประมาณ 24-26 ล้านตันเข้าสู่ตลาดซึ่งหากรัฐบาลผลักดันให้ได้ราคาจะเป็นกำลังซื้ออย่างมหาศาล นอกจากนี้ยัง High Season ของฤดูกาลท่องเที่ยวของทั้งคนไทยและต่างประเทศ จึงเป็นช่วงเวลาที่จะเกิดพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจสูงที่สุดที่จะกระตุ้นการบริโภคภายใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้ารัฐบาลปล่อยให้เลยเวลาช่วงนี้ก็จะเลยฤดูหนาวที่นักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อจะหนีหนาวมาเที่ยวบ้านเรา หากจะกระตุ้นการท่องเที่ยวใหม่ก็จะต้องรอเวลาเป็นปลายปี 2565 แปลว่าเราต้องปิดประเทศต่อซึ่งจะต้องดูแลประชาชนไม่ให้อดตาย แต่ด้วยฐานะทางการคลังของรัฐบาลที่เปราะบาง หรือรัฐบาลไม่มีเงินเพราะกู้จนเต็มเพดานจนต้องขอขยายเพดานการก่อหนี้เป็น 70% ของจีดีพีแล้ว รัฐบาลจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องรีบเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สิ่งที่ผมรอฟังคือการยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพราะจะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเฉพาะการค้าขายของคนจน เช่น ร้านลาบส้มตำ หรือร้านอาหารข้างทางซึ่งเป็นร้านอาหารของคนจน หรือสตรีทฟู้ดที่หากไม่ยกเลิกเคอร์ฟิวจะค้าขายไม่ได้ เนื่องจากจะไม่คุ้มทุนเพราะกว่าจะเปิดร้านก็ตอนหัวค่ำแต่จะต้องรีบปิดเพราะติดเคอร์ฟิว รวมถึงมาตรการที่จะช่วยเหลือคนจนที่หมดเนื้อหมดตัวไปแล้วให้มีโอกาสกลับมาค้าขายเพื่อรองรับการเปิดประเทศ รัฐบาลจึงควรเร่งสร้างกำลังซื้อให้เกิดขึ้นกับประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกร รวมทั้งให้โอกาสคนยากจนได้มีทุนรอนในการทำมาหากินเพื่อให้เกิดการกระจายรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้กำลังใจคนไทยทุกคนรวมทั้งบุคลากรสาธารณสุขทุกท่าน ตั้งแต่รัฐมนตรีอนุทินจนถึง อสม. ที่ยังจะต้องทำงานหนักอีกต่อไปเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งคนไทยและต่างประเทศเพื่อไม่ให้ต้องกลับมาปิดประเทศกันใหม่อีกครั้ง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119500</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรก.ฉุกเฉิน, วัฒนา เมืองสุข, สร้างไทย, เปิดประเทศ, เสี่ยไก่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_6066f163bf16d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 16:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไอลอว์&#039; แห้ว! ศาลแพ่งยกคำร้อง ขอคุ้มครองชั่วคราว เพิกถอนพรก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.64 - ที่ศาลเเพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาบเเพ่งได้ออกเอกสารข่าวความว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวต่อสาธารณะว่าเมื่อวันที่ 4ต.ค.ที่ผ่านมา ศาลแพ่งมีคำสั่งให้รับคำฟ้องในคดีหมายเลขดำที่ 4639/2564 ที่นายยิ่งชีพอัชฌานนท์ กับพวกรวม 3 คนยื่นฟ้องพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับพวกรวม 5 คนขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 15) ข้อ 3และประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงฉบับที่ 3ข้อ 2ข้อ 3 และข้อ 4 ,ฉบับที่ 5และฉบับที่ 11และให้ไม่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้น และขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ทั้ง3 พร้อมรับคำร้องขอให้ศาลไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว ในกรณีฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขอให้ศาลมีคำสั่งให้ระงับการบังคับใช้ข้อกำหนดและประกาศดังกล่าวและห้ามมิให้นำมาตรการคำสั่งหรือการกระทำใด ๆ ที่สั่งการตามประกาศดังกล่าวมาใช้กับโจทก์ทั้ง3 และประชาชนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดและศาลนัดฟังคำสั่งวันที่ 8 ต.ค.64 เวลา 13.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ศาลแพ่ง ได้ออกนั่งพิจารณาไต่สวนพยานหลักฐานแล้วมีคำสั่งอันสรุปใจความได้ว่า&amp;ldquo; จำเลยที่ 1 ออกข้อกำหนดดังกล่าวห้ามมิให้มีการชุมนุมการทำกิจกรรมหรือการมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ ในสถานที่แออัดหรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยเพื่อป้องกันและระงับยับยั้งการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยปัจจุบันยังพบการติดเชื้อไวรัสดังกล่าวของบุคคลกลุ่มต่าง ๆ ภายในประเทศอีกทั้งสถานการณ์ยังคงมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าวอย่างต่อเนื่องจำเลยที่ 2 จึงออกประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบดังกล่าวมาบังคับใช้มาตรการด้านสาธารณสุขในการเว้นระยะห่างและการป้องกันการสัมผัสของบุคคลอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่องทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าวในลักษณะกลุ่มก้อน (Cluster) ภายในประเทศกระจายไปในวงกว้างและสร้างความเสียหายให้แก่ระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ แต่ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าวยังพบว่ามียอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต โจทก์ทั้ง3จะอ้างว่าไม่มีหลักฐานใดชี้ให้เห็นว่าการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าวมาจากการชุมนุมสาธารณะการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมของบุคคลจำนวนมากย่อมเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าวได้ง่ายเจือสมกับที่โจทก์ที่ 2 เบิกความว่ารู้สึกกลัวการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าว จึงต้องใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือและหน้ากากอนามัยในการมาชุมนุมยิ่งแสดงให้เห็นว่ายังมีความจำเป็นต้องบังคับใช้มาตรการด้านสาธารณสุขในการเว้นระยะห่างเพื่อป้องกันมิให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าวในลักษณะกลุ่มก้อน (Cluster) ภายในประเทศกระจายไปในวงกว้างแม้ แต่กรณีตามคำร้องของโจทก์ทั้ง3 จึงยังไม่มีเหตุผลเพียงพอและยังไม่มีความจำเป็นเพื่อคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษายกคำร้องของโจทก์ทั้ง3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคดีโจทก์ทั้ง 3 คือนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) , นางชุมาพร แต่งเกลี้ยง ตัวแทนกลุ่มเฟมินิสด์ปลดแอก และ นายอรรถพล บัวพัฒน์ &amp;nbsp;หรือครูใหญ่ แนวร่วมม็อบคณะราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำเลยที่ 1-6 ประกอบด้วยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา,พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์,สำนักนายกรัฐมนตรี ,กองบัญชาการกองทัพไทย,กระทรวงการคลัง ,สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้เพิกถอนข้อกำหนดที่ออกตามความมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ พ.ศ.2548 &amp;nbsp;และละเมิด เรียกทุนทรัพย์ชดใช้ 4,500,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี ฟ้องเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 64 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119168</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรก.ฉุกเฉิน, ศาลแพ่ง, ไอลอว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211008/image_big_61601164ea33f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119051</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 14:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 14:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกตรวจสถานบริการ ฝ่าพรก.ฉุกเฉิน เปิดเกินเวลา-ขายเหล้า จับนักเที่ยวได้ 38 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 6 ตุลาคม&amp;nbsp;เวลา 22.30 น. นายณรงชนนฐ์ ดีปู่ ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองนครราชสีมา รักษาการนายอำเภอเมืองนครราชสีมา มอบหมายให้ นายศตพรรษ เพ็งแจ่มศรี ปลัดอำเภอเมืองนครราชสีมา ฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง จำนวนกว่า 30 นาย เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นสถานบริการฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดนครราชสีมา เรื่อง มาตรการในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด 19) และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวด หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนมีการกระทำความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกำลังของเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการตรวจค้น ร้านละเมอ ริมถนนศิรินคร เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งเปิดเป็นร้านอาหาร มีการเล่นดนตรีสด ซึ่งผลจากการตรวจค้นพบว่า สถานบริการดังกล่าวได้เปิดให้บริการลูกค้าเกินเวลากำหนด และมีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับนักท่องเที่ยว เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดนครราชสีมา และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบภายในร้านยังพบว่า มีนักท่องเที่ยวเข้าไปใช้บริการอยู่ในร้านรวมจำนวน 38 คน ทุกคนกระทำการฝ่าฝืนคำสั่งห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานตั้งแต่เวลา 22.00-04.00 น. โดยทั้งหมดให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้กระทำผิดทั้ง 38 คน ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์กลางดำเนินการตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119051</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครราชสีมา, พรก.ฉุกเฉิน, ร้านอาหาร, เคอร์ฟิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615e9779a03b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118855</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรุปตั้งด่านเคอร์ฟิวทั่วประเทศ 11 ก.ค.-5 ต.ค. ดำเนินคดีในด่าน มีเหตุจำเป็น-ตักเตือน 5.3 แสนราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.64 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณี ที่ทาง ศบค. ได้มีมติขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ถึง 30 พ.ย. 64 และผ่อนคลายมาตรการและอนุญาตให้เปิดกิจการเพิ่ม ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 64 ที่ผ่านมานั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีความห่วงใยประชาชน จึงได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลและ ศบค. ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่ไปด้วย จึงได้มีมติขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ถึง 30 พ.ย. 64 และผ่อนคลายมาตรการและอนุญาตให้เปิดกิจการเพิ่ม ตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 64 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล โดยมอบหมาย พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงไปกำกับดูแล พร้อมกำชับการปฏิบัติของหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องทุกพื้นที่ ให้ประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานทหาร สาธารณสุขในพื้นที่ ฝ่ายปกครองและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบสถานประกอบการต่าง ๆ ให้ปฏิบัติตามประกาศคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละพื้นที่อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในพื้นที่ 29จังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ยังคงมาตรการเคอร์ฟิว ห้ามออกจากเคหะสถาน ระหว่างเวลา 22.00 &amp;ndash; 04.00 น. ต่อไปอย่างน้อย 15 วัน ในส่วนของร้านอาหารที่มีการผ่อนปรน ให้บริโภคอาหารภายในร้าน และให้เล่นดนตรีได้ ยังคงห้ามจำหน่ายหรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้าน อีกทั้งมีการผ่อนปรนให้สามารถใช้บริการศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ร้านเสริมสวย ร้านนวด สปา สถานเสริมความงาม สถานที่เล่นกีฬา หรือแข่งกีฬา เปิดได้ไม่เกิน 21.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค. 64 ถึง 5 ต.ค 64 ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; (ศปม.ตร.) ได้มีการสรุปผลการปฏิบัติดังนี้ ตั้งจุดเคอร์ฟิว จำนวน 355 จุด มีการเรียกตรวจยานพาหนะ 819,388 คัน&amp;nbsp; เรียกตรวจบุคคล 1,066,032 คน ตั้งจุดตรวจชะลอการเดินทางตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค. &amp;ndash; 5 ต.ค. 64 รอยต่อจังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวดไปยังพื้นที่ควบคุมสูงสุด จำนวน 115 จุด , จุดตรวจชะลอการเดินทาง รอยต่อจังหวัดควบคุมสูงสุดไปยังพื้นที่อื่น&amp;nbsp;จำนวน 28 จุด , มีการเรียกตรวจยานพาหนะ 1,243,904 คัน , เรียกตรวจบุคคล 1,662,890 คน , แสดงเอกสารรับรอง 512,617 คน , ใช้ QR CODE หยุดเชื้อเพื่อชาติ 164,665 คน แนะนำตักเตือนลง App Covid Control 393,009 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการดำเนินคดีภาพรวมทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค. 64 &amp;ndash; 5 ต.ค. 64 ดำเนินคดีในด่าน มีเหตุจำเป็นและตักเตือน 538,989 ราย ออกนอกเคหสถาน 1,490 ราย ดื่มสุรา 101 ราย เสพยาเสพติด 253 รายและอื่นๆ 153 ราย ดำเนินคดีนอกด่าน ออกนอกเคหสถาน 2,298 ราย ดื่มสุรา 320 ราย มั่วสุม 438 ราย เสพยาเสพติด 738 ราย เล่นการพนัน 360ราย และอื่นๆ 327 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่ออีกว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังกำชับให้ทุกหน่วยในสังกัด เคร่งครัดในการปฏิบัติสำหรับภารกิจตามนโยบายรัฐบาล และ ศบค. พร้อมออกตรวจพื้นที่ เพื่อให้คำแนะนำแก่ประชาชนในการปฏิบัติตาม ประกาศ ข้อกำหนด มาตรการ ของ ศบค. และคำสั่งจังหวัดที่เกี่ยวข้อง อย่างถูกต้อง อีกทั้งยังคงมาตรการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ออกตรวจสอบ สถานประกอบการ สถานบันเทิง&amp;nbsp; ร้านอาหารที่ลักลอบจำหน่ายสุรา จุดที่สุมเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; รวมถึงให้ผู้บังคับบัญชาในแต่ละพื้นที่คอยควบคุมกำกับการปฏิบัติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด หากมีการปล่อยปละละเลย ก็จะพิจารณาความบกพร่องทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาดต่อไป นอกจากนี้หากพบเห็นเบาะแสการกระทำควาผิด สามารถแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง มายังหมายเลขสายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118855</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, พรก.ฉุกเฉิน, ล็อกดาวน์, เคอร์ฟิว, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c178ce12e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
