<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งทีมชำแหละพรบ.งบฯ อัดพรก.ซอฟต์โลนทิพย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เผยรัฐบาลส่งร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านเข้าสภา 27 พ.ค.นี้ ไปอภิปรายหลัง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ยอมรับหากถูกคว่ำต้องยุบสภาตามธรรมเนียม ประชาธิปัตย์คึกคักตั้งทีม&amp;nbsp; ส.ส.อภิปรายงบฯ 13 คน ปชป.ไม่ไว้หน้า อัด พ.ร.ก.ซอฟต์โลน รัฐบาลจะทำตัวเป็นผู้รู้ทุกอย่างไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทว่า คาดว่าอาจจะส่งให้สภาบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมในช่วงวันที่? 27-28 พ.ค.นี้ โดยสามารถพิจารณาต่อจากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ซึ่งวันที่จะพิจารณาก็แล้วแต่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ จะกำหนด? ความจริงมีความสำคัญก่อนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯด้วยซ้ำไป เพราะในรัฐธรรมนูญใช้คำว่า เสนอในโอกาสแรก แต่เผอิญร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ได้จัดคิวไว้แล้ว และส่งวาระแล้ว? ตอนนี้เสียเวลาไปแล้ว 15 วัน ดังนั้น?เมื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เสร็จแล้ว จะพิจารณา พ.ร.ก.เงินกู้เลย ไม่ถือว่าล่าช้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ทางฝ่ายค้านท้วงติงมาว่าหากพิจารณากฎหมายทั้ง 2 ฉบับติดกันจะทำให้เหลือเวลาดูรายละเอียดน้อย รองนายกฯ ตอบว่า ก็ด้วยเหตุผลอันนี้ หากรัฐบาลรีบส่งร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทเลยจะทำให้ประธานสภาฯ ลำบากใจในการบรรจุวาระการประชุม เพราะหากส่งเร็วต้องบรรจุเร็ว และเมื่อบรรจุเร็วจะไม่ได้ทำการบ้าน ดังนั้น? คาดว่าจะส่งไปให้สภาบรรจุในวาระภายใน 1-2 วันนี้ เมื่อขอบรรจุไปแล้วจะไปต่อกับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2565 โดยสภาจะพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ วันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. จากนั้นจะเป็นวันหยุด หากสะดวกและพร้อมพิจารณาต่อในวันที่ 4 มิ.ย.ได้เลย แต่ถ้าไม่พร้อมก็แล้วแต่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าการผ่านหรือไม่ผ่านร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ถือว่ามีผลกับรัฐบาลหรือไม่ นายวิษณุแจงว่า ถ้าผ่านก็มีผล? ถ้าไม่ผ่านก็ไม่มีผล ซึ่ง พ.ร.ก.ที่ผ่านไปก็มีผลบังคับใช้แล้ว เพียงแต่ว่าหากสภาไม่อนุมัติหรือไม่เห็นชอบ ?แปลว่าต้องหยุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า หากร่าง พ.ร.ก.กู้เงินไม่ผ่านต้องยุบสภาหรือไม่? นายวิษณุกล่าวว่า &amp;quot;ใช่ ถูก โดยธรรมเนียม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลการประชุม ส.ส.ของพรรคว่า พรรคได้รับการจัดสรรเวลาให้อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 138 นาที มี ส.ส.แจ้งความประสงค์อภิปรายหลายคน ซึ่งจะมีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ, นายกนก วงษ์ตระหง่าน, นายเกียรติ สิทธีอมร นำทีม ส.ส.รวม 13 คน ในการอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ และยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นสำคัญ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในแต่ละพื้นที่จะได้อภิปรายเพื่อใช้ประโยชน์ในชั้นกรรมาธิการในวาระ 2 ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศกล่าวด้วยว่า สำหรับ ส.ส.ของพรรคที่จะเป็นกรรมาธิการงบประมาณฯ นั้น มีจำนวน 6 คน ประกอบด้วย น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม, นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายสาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่, นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช, นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา และ น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ กรรมการบริหารพรรค
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลจะใช้ภาษีประชาชนอย่างไรก็ได้ตามใจชอบ การอ้างเรื่องการฟื้นฟูและเยียวยา เป็นเพียงวาทกรรมเท่านั้น แต่การเลี่ยงการตรวจสอบจากตัวแทนประชาชน คือเท่ากับว่าไม่ให้เกียรติประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านที่ผ่านมา รัฐบาลใช้เงินกู้เพื่อสร้างระบอบประยุทธ์ ผ่านการซื้อเสียงล่วงหน้า ตามโครงการของรัฐบาล ดังนั้นมีความเป็นไปได้ว่าเงินกู้ 500,000 ล้านบาท จะนำไปสร้างโครงการประชานิยม ขยายฐานเสียงทางการเมืองให้กับรัฐบาล รวมทั้งเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องนายทุนที่ใกล้ชิดระบอบประยุทธ์ ได้ประโยชน์มหาศาล มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่นำไปช่วยเหลือประชาชน นี่คือผลของระบอบประยุทธ์ มองผลประโยชน์ตัวเอง มากกว่าผลประโยชน์ของประชาชน สร้างหายนะให้ประเทศ ขยายความเหลื่อมล้ำในสังคม จนยากที่จะฟื้นฟูในอนาคต&amp;quot; ส.ส.น่านกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันเดียวกันนี้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.)การให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2564 (พ.ร.ก.ซอฟต์โลน) โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการตรา พ.ร.ก.ดังกล่าวว่า สืบเนื่องจากการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านเครดิตการเงินของประเทศปรับสูงขึ้นมาก ที่ผ่านมาแม้ภาครัฐจะให้การช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาผลกระทบ แต่ผู้ประกอบการต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูกิจการนาน จึงต้องมีมาตรการเพิ่มสภาพคล่องให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจโลก และลดภาระหนี้ มาตรการต่างๆ ต้องทำโดยเร่งด่วนเพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลามบานปลาย จึงจำเป็นต้องตรา พ.ร.ก.ฉบับนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.การคลังกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ประกอบด้วย 2 มาตรการคือ 1.มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ (มาตรการสินเชื่อฟื้นฟู) วงเงิน 2.5 แสนล้านบาท เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อในอัตราที่เหมาะสม และ 2.มาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้ โดยให้ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิซื้อทรัพย์สินนั้นคืนในภายหลัง (มาตรการพักหนี้) วงเงิน 1 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า รัฐบาลจะทำตัวเป็นผู้รู้ทุกอย่างไม่ได้ แต่ต้องฟังทุกภาคส่วน การปล่อยกู้ผ่านสถาบันการเงิน เราไม่มีการกำหนดเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อเชิงนโยบาย จึงไม่มีการจัดลำดับความสำคัญ แต่เป็นนโยบายของแต่ละธนาคารที่กำหนดเอง และแม้ว่าการแก้ไขปัญหาเฉพะหน้าเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องทำ แต่ต้องมองระยะยาวต่อไปในวันข้างหน้าด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลเคยออก พ.ร.ก.ซอฟต์โลน มาแล้ว แต่ไม่ตอบโจทย์ ครั้งนี้เป็นรอบที่ 2 แต่กลับไม่มีเป้าหมาย ไม่มีการอธิบายว่า อยากเห็นการปล่อยกู้เท่าไหร่อย่างไร มีแต่การบอกวัตถุประสงค์คร่าวๆ ดังนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการกำกับธนาคารต่างๆ ให้ปล่อยกู้ตามเป้าหมาย ธปท.ต้องเพิ่มมาตรการสร้างแรงจูงใจให้ธนาคารต่างๆ ในการปล่อยสินเชื่อ เช่น ให้มีค่าธรรมเนียมพิเศษกรณีลูกหนี้ขอวงเงินต่ำกว่า 2 ล้านบาท ให้สถาบันการเงินของรัฐมีความเข้มแข็งมากขึ้นในการปล่อยสินเชื่อ ตั้งคอลเซ็นเตอร์รวมถึงโครงการคลินิกช่วยกู้ เพื่อรับเรื่องให้คำปรึกษาระหว่างเอสเอ็มอีกับสถาบันการเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า เท่าที่ทราบและพูดคุยกับผู้ประกอบการมา ได้ยินถึงขนาดว่าคนที่เดินเข้ามาหาแบงก์เพื่อขอกู้&amp;nbsp; ร้อยทั้งร้อยแทบไม่มีใครได้กู้ ได้ยินแล้วพูดตรงๆ ว่าฟังแล้วทั้งเจ็บ ทั้งจุก ครั้งแล้วครั้งแล้ว ที่ธุรกิจเล็กๆ ธุรกิจที่เดือดร้อน ไม่มีโอกาสได้เข้าถึงวงเงินเยียวยาจริงๆ รัฐบาลสู้อุตส่าห์เตรียมวงเงินสูงถึง 350,000 ล้าน เพื่อพยุงธุรกิจ เขียน พ.ร.ก.อย่างสวยหรู อ่านแล้วดูดีมีความหวัง แต่มันไม่สำคัญ ในความเป็นจริงแบงก์ก็ไม่ได้ปฏิบัติตามได้อย่างที่เขียน ขอให้นิยามซอฟต์โลนฉบับใหม่นี้ว่าซอฟต์โลนทิพย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า เชื่อว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวยังไม่สามารถทำให้สถาบันการเงินคลายความกังวลในการปล่อยกู้ได้ อีกทั้งการประกอบธุรกิจขณะนี้ พบว่าเกิดลักษณะซอมบี้ คอมปานี หรือธุรกิจผีดิบ ที่ไม่เติบโต และไม่ตาย เชื่อว่าธนาคารจะไม่ปล่อยเงินให้กู้ ซึ่งจากการติดตามของกรรมาธิการ พบว่ามีกลุ่มธุรกิจรายย่อยมาร้องเรียนกับกรรมาธิการ และเมื่อกลับไปยังภูมิลำเนา พบว่าธนาคารปฏิเสธไม่ร่วมทำการค้าด้วย ดังนั้นความคิดและทัศนคติของธนาคารไม่เหมาะสม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104431</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านเ, พ.ร.บ.งบประมาณ, พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565, พรก.ซอฟต์โลน, วาระการประชุม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60afb55b84ac2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 21:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 21:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาฯรุมสับ &#039;พ.ร.ก.ซอฟต์โลน&#039; ไม่เอื้อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี แนะให้กู้ผ่านธนาคารรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.64 - เมื่อเวลา 13.10 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)การให้ความช่วยเหลือ และฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2564 (พ.ร.ก.ซอฟต์โลน) โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการตราพ.ร.ก.ดังกล่าว ว่า สืบเนื่องจากการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;19 ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านเครดิตการเงินของประเทศปรับสูงขึ้นมาก ที่ผ่านมาแม้ภาครัฐจะให้การช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาผลกระทบ แต่ผู้ประกอบการต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูกิจการนาน จึงต้องมีมาตรการเพิ่มสภาพคล่องให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจโลก และลดภาระหนี้ มาตรการต่างๆต้องทำโดยเร่งด่วนเพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลามบานปลาย จึงจำเป็นต้องตราพ.ร.ก.ฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.คลัง กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ประกอบด้วย 2 มาตรการ คือ 1.มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ (มาตรการสินเชื่อฟื้นฟู) วงเงิน 2.5 แสนล้านบาท เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อในอัตราที่เหมาะสม และ2.มาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้ โดยให้ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิซื้อทรัพย์สินนั้นคืนในภายหลัง (มาตรการพักหนี้) วงเงิน 1 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายสนับสนุนพ.ร.ก.ซอฟต์โลน ว่า เนื่องจากมีความจำเป็นเร่งด่วน และมีการปรับปรุงข้อเสียของพ.ร.ก.เมื่อปี 63 ทำให้แก้ปัญหาได้ตรงจุด เพื่อให้ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่ลูกค้าธนาคารสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งเชื่อว่าวงเงินจะเพียงพอต่อการแก้ไขสถานการณ์ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะได้รับการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า รัฐบาลจะทำตัวเป็นผู้รู้ทุกอย่างไม่ได้ แต่ต้องฟังทุกภาคส่วน การปล่อยกู้ผ่านสถาบันการเงิน เราไม่มีการกำหนดเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อเชิงนโยบาย จึงไม่มีการจัดลำดับความสำคัญ แต่เป็นนโยบายของแต่ละธนาคารที่กำหนดเอง และแม้ว่าการแก้ไขปัญหาเฉพะหน้าเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องทำ แต่ต้องมองระยะยาวต่อไปในวันข้างหน้าด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลเคยออกพ.ร.ก.ซอฟต์โลน มาแล้วแต่ไม่ตอบโจทย์ ครั้งนี้เป็นรอบที่ 2 แต่กลับไม่มีเป้าหมาย ไม่มีการอธิบายว่า อยากเห็นการปล่อยกู้เท่าไหร่อย่างไร มีแต่การบอกวัตถุประสงค์คร่าวๆ ดังนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการกำกับธนาคารต่างๆ ให้ปล่อยกู้ตามเป้าหมาย ธปท.ต้องเพิ่มมาตรการสร้างแรงจูงใจให้ธนาคารต่างๆในการปล่อยสินเชื่อ เช่น ให้มีค่าธรรมเนียมพิเศษกรณีลูกหนี้ขอวงเงินต่ำกว่า 2 ล้านบาท ให้สถาบันการเงินของรัฐมีความเข้มแข็งมากขึ้นในการปล่อยสินเชื่อ ตั้งคอลเซ็นเตอร์รวมถึงโครงการคลินิคช่วยกู้ เพื่อรับเรื่องให้คำปรึกษาระหว่างเอสเอ็มอีกับสถาบันการเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประชาชนทำธุรกิจอยู่ดีๆกลับกลายต้องมีปัญหา โดยที่รัฐหยิบยื่นซอฟต์โลนและความเป็นหนี้ให้ ทั้งที่ผลกระทบเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการบริหารธุรกิจผิดพลาด แต่เป็นรัฐบาลที่ล้มเหลวผิดพลาดไม่รอบคอบ ไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ ปล่อยให้ลักลอบเข้าเมืองจนนำมาสู่การแพร่ระบาดระลอกใหม่ และเป็นรัฐบาลเองที่การ์ดตก ดังนั้น รัฐจึงจำเป็นต้องช่วยเหลือผู้ประกอบการ และต้องเยียวยาโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ท่านต้องกล้าจ่ายเงินให้ผู้ประกอบการโดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนตำหนิ ว่าให้เงินแก่ผู้ที่ไม่สมควรได้ เพื่อช่วยกู้สถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายพิจารณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า พลอ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ จัดว่าล้มเหลวในการบริหารระบบสาธารณสุข การบริหารจัดการวัคซีน และการจัดการเศรษฐกิจของประเทศ จนทำให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อมไปไม่รอด ในปีก่อน ธปท.ออกพ.ร.ก.ซอต์ฟโลน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แสนล้านบาท &amp;nbsp;แต่หลังจากดำเนินโครงการไป มีการอนุมัติสินเชื่อไปเพียง&amp;nbsp;138,200&amp;nbsp;แสนล้าน คิดเป็น27.64%&amp;nbsp;ของวงเงินสินเชื่อ ถือว่าล้มเหลวและพลาดเป้าไปมาก&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;ที่เดือดร้อนไม่สามารถเข้าถึงวงเงินนี้ได้จริง ส่วนพ.ร.ก.ฟื้นฟูฉบับใหม่นี้อาจจะทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ยังเข้าถึงได้ยากขึ้นไปอีก เนื่องจากในประกาศของแบงค์ชาติที่กำหนดมาให้ธ.พาณิชย์ ระบุว่า ให้ธ.พาณิชย์ให้ความช่วยเหลือกับ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้ประกอบการธุรกิจที่มีศักยภาพ เพื่อช่วยประคับประคองฟื้นฟูธุรกิจให้สามารถดำเนินกิจการการต่อไปได้&amp;rdquo;&amp;nbsp;ซึ่งแบงก์พาณิชย์จะนำในส่วนนี้ไปตีความเพื่อปล่อยกู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เท่าที่ดิฉันทราบและพูดคุยกับผู้ประกอบการมา ได้ยินถึงขนาดว่า คนที่เดินเข้ามาหาแบงค์เพื่อขอกู้ ร้อยทั้งร้อย แทบไม่มีใครได้กู้ ดิฉันได้ยินแล้วพูดตรงๆว่าฟังแล้วทั้งเจ็บ ทั้งจุก ครั้งแล้วครั้งแล้ว ที่ธุรกิจเล็กๆ ธุรกิจที่เดือดร้อน ไม่มีโอกาสได้เข้าถึงวงเงินเยียวยาจริงๆ รัฐบาลสู้อุตสาห์เตรียมวงเงินสูงถึง&amp;nbsp;350,000&amp;nbsp;ล้าน เพื่อพยุงธุรกิจ เขียนพรก.อย่างสวยหรู อ่านแล้วดูดี มีความหวัง แต่มันไม่สำคัญ ในความเป็นจริง แบงค์ก็ไม่ได้ปฏิบัติตามได้อย่างที่เขียน ขอให้นิยามซอฟต์โล ฉบับใหม่นี้ว่าซอฟโลนทิพย์&amp;rdquo;&amp;nbsp;ส.ส.กทม. กล่าว และ เสนอว่ารัฐบาลควรตั้งวงเงินออกมา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท จากวงเงิน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แสนล้านบาทตาม พ.ร.ก. เพื่อช่วยพยุงธุรกิจขนาดเล็ก โดยเฉพาะธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์โควิด ระบุกลุ่มธุรกิจให้ชัด เช่น ร้านอาหาร โรงแรม บริการ ให้ทั้งที่มีวงเงินและไม่มีวงเงินกับธนาคาร โดยตั้งเป็นกองทุนพิเศษ ให้กู้ผ่านธนาคารรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน&amp;nbsp;SME bank&amp;nbsp;และควรมีข้อยกเว้นในเรื่องคุณสมบัติผู้กู้ที่ต้องยืดหยุ่น &amp;nbsp;ซึ่งสามารถพิจราณาเป็นรายกรณีได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายกนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า เชื่อว่าพ.ร.ก.ดังกล่าวยังไม่สามารถทำให้สถาบันการเงินคลายความกังวลในการปล่อยกู้ได้ อีกทั้งการประกอบธุรกิจขณะนี้ พบว่าเกิดลักษณะ ซอมบี้ คอมปานี หรือธุรกิจผีดิบ ที่ไม่เติบโต และไม่ตาย เชื่อว่าธนาคารจะไม่ปล่อยเงินให้กู้ ซึ่งจากการติดตามของกรรมาธิการฯ พบว่ามีกลุ่มธุรกิจรายย่อยมาร้องเรียนกับกรรมาธิการ และเมื่อกลับไปยังภูมิลำเนา พบว่าธนาคารปฏิเสธไม่ร่วมทำการค้าด้วย ดังนั้นความคิดและทัศนคติของธนาคารไม่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากเอสเอ็มดีตาย เศรษฐกิจอยู่ไม่ได้ และธนาคารอยู่ไม่ได้ ดังนั้นผมขอให้กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยคิดให้มาก ผมเห็นด้วยกับพ.ร.ก.ฉบับนี้ ผมยกมืออนุมัติให้&amp;nbsp; แต่ พ.ร.ก.ฉบับนี้มีจุดอ่อน คือไม่ช่วยธุรกิจเอสเอ็มอีให้เข้มแข็ง ดังนั้นควรใช่ธนาคารพาณิชย์ของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารธกส. ธนาคารกรุงไทย เป็นต้น กล้าเสี่ยงเพื่อช่วยเอสเอ็มอี ทั้งนี้ต้องออกระเบียบคู่ขนานเพื่อช่วยปรับโมเดลธุรกิจของเอสเอ็มอี&amp;quot; นายกนก กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104421</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรก.ซอฟต์โลน, ฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจ, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60afa7a852158.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
