<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23709</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2018 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2018 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.เต็งจ๋า!&#039;สมศักดิ์&#039;เปิดตัว 3 ว่าที่ผู้สมัครส.ส.สุโขทัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ธ.ค.61 - นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) พร้อมคณะยังคงลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยวันนี้ ได้ลงพื้นที่ มาที่ ศูนย์การเรียนรู้เทิดไทฟาร์ม ตำบลวังใหญ่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย เพื่อมาพบปะประชาชน และรับฟังความคิดเห็นกว่า 1000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวว่าการเมืองเวลานี้มีกำหนดเวลาที่ชัดเจนแล้ว ดังนั้นการโจมตีกันไปมาจึงเป็นเรื่องธรรมดาจึงอยากให้ประชาชนแยกแยะว่าเรื่องใดจริง หรือ เรื่องใดเป็นเพียงการตีกินทางการเมืองเวลานี้พรรคพลังประชารัฐกำลังเร่งทำนโยบายที่เกี่ยวกับปากท้องของประชาชนอดทนรออีกนิด เชื่อว่าทุกคนจะชื่นชอบ ขณะเดียวกันตนยังสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย เพราะที่ผ่านมาท่านทำให้บ้านเมืองสงบสุข และยังอยากให้สานต่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนนี้ นายสมศักดิ์ ยังได้มีการเปิดเผยรายชื่อผู้เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.จังหวัดสุโขทัย ทั้ง 3 เขต ของพรรคพลังประชารัฐ ประกอบด้วย นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ เขต 1 นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย ซึ่งเป็นน้องสาวของนายสมศักดิ์, นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง เขต 2 และนายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล เขต 3 รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ ได้ชี้แจงถึงกรณีการแบ่งเขตเลือกตั้งที่หลายฝ่าย โจมตีว่า พรรคพลังประชารัฐได้เปรียบ ว่า ตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแบ่งเขตเลือกตั้งเพราะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เขตเลือกตั้งที่บอกมีปัญหานี้สอดคล้องกับที่รัฐธรรมนูญ 2560 ที่กำหนดไว้ให้จำนวนประชากรในแต่ละเขต มีความใกล้เคียงกันมากที่สุด ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่า มีการเอา อ.ทุ่งเสลี่ยม มาเชื่อมกับเขต 2 ทั้งที่มีอาณาเขตติดต่อกันเพียง 500 เมตรเท่านั้น ก่อนหน้านี้ในการเลือกตั้งปี 2554 และ ปี2557 กกต.เคยกำหนดลักษณะนี้ และส่วนตัว ก็ถือว่า เสียเปรียบ เนื่องจากต้องเริ่มกันใหม่ทั้งหมด ส่วนที่ผู้สมัครบางพรรคการเมืองออกมาโวยวาย ก็ขอให้ย้อนกลับไปดูว่า การเลือกตั้งเมื่อปี 2557 ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งเวลานี้ ควรหยุดโวยวาย และเดินหน้าลงพื้นที่ได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนตัวเสียเปรียบเช่นกัน ไม่ได้ประโยชน์ใดใดทั้งสิ้น เพราะการลดจำนวน ส.ส. เหลือ 3 คน จึงเป็นการตัดสินใจนำ นายก อบจ. และ รองนายก อบจ. มาลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งการหาเสียง ก็ทำด้วยความลำบาก เพราะต้องใช้เวลาหลังราชการ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23709</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้สมัครส.ส.สุโขทัย, พปชร., พรคคพลังประชารัฐ, สมศักดิ์ เทพสุทิน, หาเสียง, เลือกต้ัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181207/image_big_5c0a0404dd8e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2018 08:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2018 08:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มคนรักเฉลิมชัยลั่นกวาด &#039;ส.ส.ภาคกลาง&#039; เกิน30คนชนะพลังประชารัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ธ.ค.61 - รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่าวันพรุ่งนี้ (7 ธ.ค.) เวลา 18.00 น. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ จะเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ในกลุ่มกว่า 40 คน จะลงสมัครในพื้นที่ภาคกลาง ในนามกลุ่มคนรักเฉลิมชัย ที่ร้านดาวล้อมเดือน ย่านราชพฤกษ์ ซึ่งนายเฉลิมชัยใช้เป็นห้องประชุมลับในการทำงานของกลุ่มคนรักเฉลิมชัยในพื้นที่ภาคกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยงานนี้จะมีการเปิดใจและตอบข้อซักถามถึงกระแสข่าวต่างๆโดยแหล่งข่าวระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ นายเฉลิมชัย จะเป็นผู้นำการต่อสู้ชิงชัยเลือกตั้งอย่างเต็มที่และไม่มีการอ่อนข้อให้กับคสช.และพรรคพลังประชารัฐอย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;โดยมั่นใจว่าตัวผู้สมัครแต่ละคนล้วนมีฝีมือและมีฐานคะแนนเสียงอยู่ในพื้นที่ คาดว่าน่าจะสามารถชิงพื้นที่กวาดส.ส.เข้ามาในมือได้ไม่ต่ำกว่า 30 คน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23608</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มคนรักเฉลิมชัย, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน, พรคคพลังประชารัฐ, พรรคประชาธิปัตย์, ส.ส.ภาคกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181206/image_mid_5c08774677746.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชู‘บิ๊กตู่’เหยียบ‘แม้ว’ สมศักด์ิมั่นใจนายกฯรอบ2ซัดระบอบทักษิณสร้างหนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;เสี่ยอ้วน&amp;quot; ปฏิเสธลั่น สมาชิกเพื่อไทยวางมวยชิงพื้นที่เลือกตั้งแค่พูดเสียงดัง แต่ &amp;quot;หัวเขียง&amp;quot; ยันมีใช้เท้าแหย่ ไม่ได้เจ็บอะไรมากมาย ขณะที่พลังประชารัฐลงพื้นที่เช็กเสียง อ้างประชาชนฝากขอบคุณ &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; ช่วยเพิ่มเงินเดือน อสม. &amp;quot;สมศักดิ์&amp;quot; ลั่นกวาดแน่ถล่มทลาย อย่างน้อยก็ 125 เสียง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เหมาะสุดนายกฯ คนต่อไป เหยียบ &amp;quot;แม้ว&amp;quot; สร้างหนี้รัฐบาลนี้สอนวิธีหาเงินใช้หนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังพรรคเพื่อไทยตกเป็นข่าวอื้อฉาวจาก กรณีนายนวัธ เตาะเจริญสุข อดีต ส.ส.ขอนแก่น ทำร้ายร่างกายนายธนิก มาสีพิทักษ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งมีสาเหตุมาจากแย่งพื้นที่เลือกตั้งกัน โดยต่างฝ่ายต่างอ้างว่าตัวเองมีความเหมาะสมกว่านั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;เผยว่า ข่าวที่ออกมาเกินเลยความเป็นจริง ตนอยู่ในเหตุการณ์ ไม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือ เพียงแต่มีปากเสียงกันนิดหน่อย เป็นการตะโกนถามกันเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า วันดังกล่าวยืนคุยกับนายนวัธ ที่มาสอบถามความชัดเจนเกี่ยวกับผู้สมัคร ส.ส.เขต 7 ขอนแก่น ที่นายนวัธเป็น ส.ส.เก่า แล้วนายธนิกเดินผ่านมา นายนวัธเลยตะโกนถามมายุ่งอะไรในเขต 7 ซึ่งตามภาษาผู้ชายจะเสียงดังหน่อย เลยบอกให้ใจเย็นๆ ตอนนี้คณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคกำลังให้สมาชิกส่งประวัติแจ้งความประสงค์เข้ามาแล้ว จะเริ่มพิจารณาหลังวันที่ 15 ธ.ค. ที่คาดว่าจะมีการปลดล็อกทางการเมืองแล้ว จากนั้นก็ให้นายนวัธ ก็นั่งลงร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับสมาชิกคนอื่น ขณะที่นายธนิกก็เดินออกไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องประชุมที่ชั้น 2 เสร็จแล้วก็เดินทางกลับต่างจังหวัดทันที เลยไม่ได้ขึ้นไปในห้องอาหารชั้น 7 ที่เกิดเหตุด้วย จึงไม่สามารถบอกรายละเอียดได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ฟังจากเขาเล่ามาเหตุการณ์เหมือนใช้เท้าแหย่กัน ไม่ถึงขึ้นลงไม้ลงมือกันรุนแรง คุณธนิกไม่ได้เจ็บอะไรมากมาย แม้จะแจ้งความกันได้ แต่ก็ได้พูดคุยกับคุณธนิกแล้วว่าขอให้ทุกอย่างจบๆ กันไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธ์กล่าวว่า นายธนิกเองก็ไม่ถือเป็นคนหน้าใหม่ที่ไหน เป็นอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ คนพื้นที่และตอนนี้ก็ยังมีบ้านพักใน อ.มัญจาคีรี ซึ่งเป็นอำเภอในเขตเลือกตั้งและการสรรหาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นั้น ขณะนี้ยังไม่มีการวางตัวบุคคล เนื่องจากคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครของพรรคจะพิจารณาอย่างรอบด้าน จึงคิดว่าเรื่องนี้จะไม่กลายเป็นปัญหาความขัดแย้งของสมาชิกพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ยอมรับว่ามีความขัดแย้งจริงจำนวน 10 เขตที่มีผู้ต้องการลงสมัครซ้ำกันเป็นจำนวนมาก กำลังพยายามเคลียร์ในเขตที่ยังมีความซ้ำซ้อนอยู่ โดยจะใช้โพลสำรวจความนิยมและการรับฟังความคิดเห็นในการคัดเลือกผู้สมัคร คาดว่าจะสามารถทยอยประกาศผลชัดเจนได้ในเร็วๆนี้
แค่น้อยอกน้อยใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าไม่มีการใช้กำลัง เป็นเพียงการแสดงความน้อยอกน้อยใจ กรรมการยุทธศาสตร์ที่หัวหน้าพรรคเป็นประธานจะให้ความเป็นธรรมกับทุกคน ในระหว่างนี้พรรคก็ได้ประชุมกับ กกต. ซึ่งยอมรับว่าความขัดแย้งเกิดมาจากการแบ่งเขต พื้นที่ที่เรามี ส.ส.อยู่ถูกแบ่งกระจาย การแบ่งเขตใหม่จึงเป็นปัญหาที่เราต้องเร่งแก้ไข&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เตรียมประกาศความชัดเจนทางการเมืองร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ และควรแสดงสปิริตลาออกหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องของจิตสำนึกและความนึกคิดของแต่ละท่าน คงไปตอบแทนไม่ได้ ส่วนเรื่องความเหมาะคงต้องดู ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่ใช้งบประมาณของรัฐ ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับพรรคการเมือง เป็นนายกฯ และแคนดิเดตน ายกฯ ด้วย มีรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอยังกล่าวถึงการไม่เข้าร่วมประชุมร่วมระหว่างรัฐบาล กกต.และพรรคการเมืองในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ว่า &amp;nbsp;กกต.มีหน้าที่จัดการการเลือกตั้ง กกต.เป็นองค์กรอิสระ พรรคจึงพร้อมสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับกกต.ในการจัดประชุมทุกครั้ง แต่รัฐบาลและ คสช.โดยมี ม.44 ที่ต้องการจัดการเลือกตั้ง ไม่ใช่หลักเกณฑ์ &amp;nbsp;เราจะไปก็ไปตามหลักเกณฑ์ อะไรที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ไม่ทราบว่าไปแล้วจะเกิดประโยชน์อะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอสนันสนุนให้ กกต.ใช้ความกล้าหาญ เสียสละ จัดการเลือกตั้งอย่างอิสระ และบริสุทธิ์ยุติธรรม ปลอดจากการใช้อำนาจรัฐและการซื้อเสียง&amp;quot; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จะลงสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ เพื่อช่วยสมาชิกพรรครณรงค์หาเสียงการเลือกตั้งทั่วประเทศ ซึ่งกฎหมายเขียนไว้ว่า หัวหน้าพรรคสามารถลงบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการประชุมระหว่างแม่น้ำ 5 สาย กับพรรคการเมือง ในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่าไม่เข้าร่วมประชุม เพราะไม่เห็นประโยชน์ที่จะเข้าร่วม เนื่องจากหนังสือเชิญของ คสช.ระบุว่าเป็นเพียงการรับฟังการชี้แจงแนวทางการจัดการเลือกตั้ง ไม่ใช่การร่วมหารือเพื่อกำหนดแนวทางการเลือกตั้ง ทำให้เราไม่แน่ใจว่าจะได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือไม่ เพราะหัวใจสำคัญของการเลือกตั้งนั้น ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมตามระบอบประชาธิปไตย เพื่อกำหนดอนาคตประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์จะไม่เข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐนตรีอีกสมัย เพราะไม่ใช่เวลาที่จะมาคุยเรื่องขั้วอำนาจสนับสนุนใคร แต่ต้องให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน และแนวทางของพรรคพลังประชารัฐ ในการบริหารงาน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การโยกย้ายฝ่ายการเมือง และการรวมศูนย์อำนาจ มีแนวทางไม่สอดคล้องกับพรรคประชาธิปัตย์
ชาติพัฒนาไปแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายดล เหตระกูล เลขาธิการพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) เปิดเผยว่า พรรคชาติพัฒนายินดีที่จะไปร่วมการประชุม ซึ่งถือว่าเป็นการเสริมสร้างบรรยากาศของความร่วมมือกันในการเข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไปที่จะมาถึงนี้ และจะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมทั้งข้อเสนอแนะจากฝ่ายต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการเลือกตั้ง การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญต่อประเทศมาก ถ้ามีความร่วมมือกันจากทุกฝ่าย ช่วยกันทำให้กระบวนการที่เกี่ยวข้องในทุกส่วนของการเลือกตั้งเป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อย สุจริต เป็นธรรม ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ว่า พรรค พปชร. จะเข้าร่วมการหารืออย่างแน่นอน ซึ่งตัวแทนของพรรคที่จะเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ ได้แก่ ดร.อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค และนายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนสมาชิกพรรค เพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อเสนอกับทาง คสช.และ กกต. โดยยืนยันว่าในการหารือครั้งนี้ พรรคจะไม่สร้างเงื่อนไขเพื่อต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พรรค พปชร.ขอยืนยันจะร่วมกับพี่น้องประชาชนก้าวข้ามความขัดแย้งและสลายสีเสื้อต่างๆ &amp;nbsp;เพื่อสร้างรอยยิ้ม สร้างโอกาส สร้างงาน สร้างอาชีพ ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนนำพาประเทศไทยและคนไทยไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนให้ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีบางฝ่ายระบุว่าการที่พรรคจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในบัญชีรายชื่อเพื่อเป็นนายกฯ จะเป็นการสืบทอดอำนาจนั้น กรรมการบริหารพรรค พปชร.กล่าวว่า กกต.เพิ่งจะรับรองพรรค พปชร.ได้ไม่ถึงเดือน ดังนั้นเราไม่ได้มีส่วนร่วมในการวิกฤติการเมืองในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา เมื่อรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศได้ดี มีนโยบายประชารัฐที่ทำให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ดังนั้นการที่แกนนำพรรคจะยอมรับในตัว พล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติทางการเมือง และจะตีความว่าเป็นเรื่องการสืบทอดอำนาจไม่ได้ เพราะผู้ที่จะตัดสินให้พรรคไหนชนะการเลือกตั้งเข้ามาบริหารประเทศ ไม่ใช่รัฐบาลชุดนี้หรือ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ฉันทามติอยู่ที่คนไทยทุกคนที่มีสิทธิลงคะแนน และเมื่อถึงวันเลือกตั้งจะเป็นตัวตัดสินพรรคการเมืองต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร พร้อมด้วยแกนนำพรรคพลังประชารัฐ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จากหลายจังหวัด ได้ร่วมกันเปิดสำนักงานพรรคพลังประชารัฐประจำจังหวัดพิจิตร โดยนายสมศักดิ์กล่าวว่า การเลือกตั้งในเร็ววันนี้ เชื่อมั่นว่า พล.อ.ประยุทธ์จะได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อบริหารประเทศอีกครั้งด้วยคะแนนเสียงสนับสนุนจาก ส.ว.ทั้ง 250 คน รวมถึงมั่นใจอีกว่าผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐจะได้ไม่น้อยกว่า 125 เสียง หรืออาจจะได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายก็ได้
ชู&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;เหยียบ&amp;quot;แม้ว&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย เกิดความปรองดองสามัคคี อีกทั้งมีการกระตุ้นเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ซึ่งจะเห็นได้จากราคาข้าวเปลือก ราคาอ้อย รวมถึงสินค้าภาคการเกษตรอีกหลายรายการที่มีการปรับราคาสูงขึ้น และเรื่องบัตรสวัสดิการของรัฐในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย รวมถึงเบี้ยผู้สูงอายุ ฯลฯ ก็มีการช่วยเหลือเพิ่มขึ้น จึงเป็นเหตุผลว่าพรรคพลังประชารัฐจะได้รับคะแนนนิยมจากประชาชน จนส่งผลให้ได้เป็นผู้นำและเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า ที่ผ่านมานโยบายของนายทักษิณ ชินวัตร ส่วนใหญ่จะให้กู้จนเวลานี้ชาวบ้านเริ่มเป็นหนี้สะสมในกองทุนหมู่บ้าน จนอยากให้รัฐผ่อนผันด้วยการพักชำระหนี้ แต่พรรคพลังประชารัฐมีแนวคิดสร้างอาชีพเสริมเพื่อประชาชน จะได้มีเงินไปใช้หนี้ โดยเรื่องนี้พรรคพลังประชารัฐกำลังรวบรวมความเห็นของพี่น้องไปทำนโยบาย เราแตกต่างและเราต้องทำให้สำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เวลานี้มีการกล่าวให้ร้ายเพื่อให้ตัวเองได้คะแนนเสียงไปจัดตั้งรัฐบาลและประชาชน คงเห็นว่าการหาเสียงเมื่อ 2 ครั้งที่ผ่านมา มีคนพูดจะเอาคุณทักษิณ กลับบ้าน ซึ่งก็ยังไม่สามารถจะทำได้ เมื่อมีการพยายาม ความขัดแย้งก็จะเกิดขึ้นในบ้านเมือง อย่างเช่นในสมัยของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็เคยจะออกกฎหมายนิรโทษกรรม จึงเกิดการประท้วงของกลุ่ม กปปส. จนท้ายสุดลุงตู่ต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์ และถ้าไม่เข้ามาในวันนั้น ประเทศเราจะเป็นอย่างไร และเมื่อลุงตู่เข้ามา ก็มาทำสำเร็จในเรื่องความสงบเรียบร้อย และปัจจุบันก็มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ช่วยเหลือประชาชนอีกด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ยังกล่าวอีกว่า จากประสบการณ์ทางการเมืองเวลานี้ พล.อ.ประยุทธ์มีโอกาสง่ายกว่าคนอื่นที่จะเป็นนายกฯ อีกสมัย เพราะ คสช.มีอำนาจในการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิภา (ส.ว.) ตามรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดในบทเฉพาะกาล และ ส.ว.เป็นผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกนายกฯ ร่วมกับ ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกคณะกรรมการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ชาวบ้านฝากขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ดำเนินโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พี่น้องคนยากคนจนได้ประโยชน์มาก และล่าสุด ครม.อนุมัติเพิ่มค่าตอบแทนอสม.จาก 600 บาท เป็น 1,000 บาท เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับ อสม.ในการช่วยเหลือชาวบ้านอย่างมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ในฐานะประธานคณะทำงานรณรงค์เชิญชวนประชาชนสมัครสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) พร้อมด้วยนายประสาร มฤคพิทักษ์, นายสำราญ รอดเพชร, นายอุทัย ยอดมณี, นายสุริยะใส กตะศิลา เดินทางไปกราบ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ (หลวงปู่พุทธะอิสระ) ที่บริเวณโรงเจหอคุณธรรมฟ้า วัดอ้อน้อย (ธรรมอิสระ) &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อร่วมงานอัญเชิญองค์พระมหาพุทธพิมพ์ &amp;quot;ปกเกล้า ปกแผ่นดิน&amp;quot; ขึ้นประดิษฐานบุษบกโลหะ
กำนันศิษย์หลวงปู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อเดินทางไปถึง นายสุวิทย์ที่การเดินยังไม่ปกติ ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน พานายสุเทพชมบริเวณโดยรอบมูลนิธิฯ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทั้ง 2 คน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายสุเทพให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางมาร่วมงานว่า ตนเป็นลูกศิษย์หลวงปู่พุทธะอิสระ และในชีวิตได้ร่วมทำงานเพื่อชาติ เพื่อแผ่นดินกับหลวงปู่ วันนี้หลวงปู่มีงานพิเศษ คือ งานอัญเชิญองค์พระมหาพุทธพิมพ์ &amp;quot;ปกเกล้า ปกแผ่นดิน&amp;quot; ขึ้นประดิษฐานบุษบกโลหะ พอทราบเรื่องจึงได้มาร่วมงาน และร่วมทำบุญด้วยเป็นธรรมดา แต่บังเอิญว่าเวลานี้ไปไหนก็ไปคารวะแผ่นดิน คารวะประชาชน วันนี้เลยถือโอกาสมาคารวะประชาชนที่วัดอ้อน้อยด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในงานดังกล่าวเดิมที่กำหนดการว่านายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จะเดินทางมาร่วมงาน แต่ปรากฏว่าได้แจ้งทางวัดมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ว่าไม่สามารถมาร่วมงานได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า หลังสำนักงานได้มีประกาศการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.แล้ว และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม จึงได้รับสมัครบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง หรือ ผอ.กต.เขต โดยจะมีเขตเลือกตั้งละ 1 คน &amp;nbsp; &amp;nbsp;และคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง &amp;nbsp;หรือ กกต.เขต ซึ่งจะมีเขตเลือกตั้งละ 3 คน ประจำจังหวัดทุกจังหวัดและ กทม. ซึ่งกำลังมีการเปิดรับสมัครในช่วงวันที่ 3-7 ธ.ค.นี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนขั้นตอนการสรรหา ผอ.เลือกตั้งประจำจังหวัด &amp;nbsp;จะพิจารณาคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามและมีความเหมาะสมจำนวน 2 เท่า คือผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง จำนวน 2 คน และคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง จำนวน 6 คน เพื่อส่งให้ กกต.กลางคัดเลือกบุคคลที่เห็นสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็น ผอ.กต.เขต และ กกต.เขต ภายในช่วงสิ้นเดือน ธ.ค. &amp;nbsp;โดยคาดว่าจะมีคำสั่งแต่งตั้งได้ภายในช่วงต้นเดือน ม.ค.2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ประสงค์จะสมัครต้องยื่นใบสมัครด้วยตนเองต่อ ผอ.เลือกตั้งประจำจังหวัด พร้อมเอกสารหลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย ใบสมัคร รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 2 นิ้ว โดยการเกิด มีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี มีภูมิลำเนาในจังหวัดนั้น และจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม คือ ติดยาเสพติดให้โทษ เป็นบุคคลล้มละลาย หรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต เป็นต้น โดยสามารถดาวน์โหลดใบสมัครและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ect.go.th&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ และนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ เป็นกรรมการการเลือกตั้งแล้ว ประกาศ ณ วันที่ &amp;nbsp;4 ธันวาคม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23598</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;แม้ว&quot; สร้างหนี้, กวาดแน่ถล่มทลาย, พรคคพลังประชารัฐ, ยันมีใช้เท้าแหย่, รัฐบาลนี้สอนวิธีหาเงินใช้หนี้, สมาชิกเพื่อไทยวางมวยชิงพื้นที่เลือกตั้ง, หนังสือพิมพ์, เพิ่มเงินเดือน อสม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181205/image_big_5c07e0b9181f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท้าวัดกันหลังปิดหีบ พท.-ปชป.ฉะคุยโต‘พปชร.’/‘อ๋อย’ลั่นกวาด251</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ปชป.-พท.&amp;rdquo; ฉะคำโอ่ พปชร.กวาด ส.ส. 350 เก้าอี้ ชี้ต้องวัดหลังปิดหีบถึงรู้พรรคไหนใหญ่ &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข&amp;rdquo; ยกครัวเข้าพลังประชารัฐ ชี้ ปชช.ฉลาดเลือกพรรคตอบสนองดีสุด ไม่มีพลิก &amp;ldquo;จาตุรนต์-ณัฐวุฒิ&amp;rdquo; ขนแกนนำ นปช.ในเพื่อไทยเข้าคอก &amp;ldquo;ไทยรักษาชาติ&amp;rdquo; ฟุ้งอุดมการณ์เดียวกัน พร้อมแก้กับดักสืบทอดอำนาจกวาดชัย 251 เสียง เต้นขออยู่สู้จนได้ ปชต. แย้มอดีต &amp;ldquo;บิ๊กทหาร-ทูต&amp;rdquo; เตรียมตบเท้าเข้าอีก &amp;ldquo;ภูมิธรรม&amp;rdquo; กัดฟันเชื่อ พท.ยังได้ที่หนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันจันทร์ยังคงมีความต่อเนื่องในกรณีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน นำกลุ่มสามมิตร 60 คนเข้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมระบุว่ายิ่งใหญ่กว่าพรรคไทยรักไทย (ทรท.) &amp;nbsp;ในอดีตและจะกวาดที่นั่ง ส.ส.ได้ถึง 350 เก้าอี้
โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า คงได้สมัคร 350 คน ถ้าคนฟังฟังไม่ผิด คนที่พูดก็คงพูดผิด ส่วนจะเป็นความได้เปรียบของ พปชร.เพราะเป็นรัฐบาลนั้นก็อยู่ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลว่าจะเป็นแบบอย่างที่ดีในการทำการเมืองที่ไม่ใช้อำนาจรัฐเข้ามาเอารัดเอาเปรียบหรือไม่ เพราะเป็นสาเหตุหนึ่งที่เป็นวิกฤติทางการเมืองของไทยมาจนถึงปัจจุบัน ถ้า คสช.และรัฐบาลไม่ยึดถือหลักการนี้ ก็อยู่ที่ประชาชนจะยอมรับพฤติกรรมหรือไม่
นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า นักการเมืองอย่าหลงตัวเอง คิดว่าพรรคของตัวเองใหญ่กว่าพรรคนั้นพรรคนี้ ในความเป็นจริงความใหญ่ของพรรคการเมืองไม่ใช่ดูจำนวนนักการเมืองก่อนวันเลือกตั้ง แต่หลังปิดหีบบัตรและสรุปผลการนับคะแนนวันนั้นถึงจะรู้ว่าพรรคไหนใหญ่ที่สุด มติของประชาชนต่างหากจะจัดขนาดของพรรคการเมือง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;วันที่ 24 ก.พ.62 จะเป็นวันตอบโจทย์ของคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่า ว่าจะใช้สิทธิ์ของตัวเองสนับสนุนให้พรรคการเมืองใดใหญ่ที่สุด ได้จำนวน ส.ส.มากที่สุด&amp;rdquo; นางลดาวัลลิ์กล่าว
นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พท.และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวตำหนิกลุ่มสามมิตรว่า เป็นนักการเมืองที่ยอมเป็นนั่งร้านให้เผด็จสืบทอดอำนาจและได้ประโยชน์จากกติกา ส่วนที่มีการระบุว่า พปชร.ยิ่งใหญ่กว่าไทยรักไทยนั้น การเลือกตั้งสมัย ทรท.อยู่บนกติกาที่มาจากประชาธิปไตย ไม่ได้เขียนด้วยอำนาจเผด็จการ ดังนั้นคำว่ายิ่งใหญ่ของนายสุริยะคือยิ่งใหญ่ของระบบเผด็จการ ไม่ได้ยิ่งใหญ่ตามความหมายของประชาธิปไตยที่มาจากประชาชน และการจะยิ่งใหญ่หรือไม่อยู่ที่ประชาชนตัดสิน รอให้ถึงวันนั้นก่อนแล้วค่อยมาดูกันจะดีกว่าว่า พปชร.ที่เป็นตัวแทนเผด็จการกับพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยใครจะยิ่งใหญ่กว่ากัน
เชื่อ ปชช.ฉลาดเลือก
ยังคงมีความเคลื่อนไหวที่พรรค พปชร.ต่อเนื่อง โดยนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีตรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมนางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ภรรยาได้สมัครเป็นสมาชิกพรรค โดยนายปรีชากล่าวว่าที่เลือกมาทำงานกับ พปชร.เพราะนโยบายตอบโจทย์ ซึ่งจะเป็นทางเลือกให้ประชาชน เพราะที่ผ่านมาประเทศชาติบอบช้ำมากว่า 10 ปี&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมเล่นการเมืองมากว่า 30 ปี ไม่เคยเห็นความแตกแยกแบบนี้ สามีภรรยาและลูกอยู่กันคนละสี &amp;nbsp;แต่มั่นใจว่าวันนี้ประชาชนฉลาดที่จะตัดสินใจได้ว่าพรรคไหนนำนโยบายไปสู่ประชาชน โดยผมได้รับผิดชอบให้ดูแลพื้นที่ 5 จังหวัดภาคอีสานตอนบน ซึ่งมี ส.ส. 19 คน ไม่มีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนโดยเฉพาะ จ.เลย เชื่อว่าจะได้รับการรับเลือกยกทีมทั้ง 3 เขต และไม่กังวลว่าพื้นที่ภาคอีสานจะไม่เอาทหาร เพราะพรรคขับเคลื่อนด้วยนโยบายเป็นหลัก&amp;quot; นายปรีชากล่าว
ต่อมานายสดใส รุ่งโพธิ์ทอง นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง อดีตผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี พรรคชาติไทยพัฒนา &amp;nbsp;และนายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา อดีต ส.ส.สุรินทร์ พรรคพลังประชาชน เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิก พปชร.ด้วย
ขณะเดียวกันที่พรรคเพื่อไทย นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรค พท.ได้เดินทางมาอำลา &amp;nbsp;พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค และนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค เพื่อไปร่วมงานกับพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โดยระบุว่าไม่ได้มีเรื่องขัดแย้งหรืออึดอัดไม่สบายใจ ที่ผ่านมาร่วมงานกันด้วยดีมาตลอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรมยอมรับว่า สาเหตุที่มีสมาชิกพรรคลาออกไปนั้นเนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อพวกเรา เป็นธรรมดาที่สมาชิกต้องหาเส้นทางเพื่อมาทำงานทางการเมืองตามระบบรัฐสภา &amp;nbsp;แม้จะรู้สึกใจหายที่สมาชิกลาออกไปจำนวนมาก แต่เชื่อว่าพรรคจะยังคงได้รับความนิยมจากประชาชนได้คะแนนเสียงสูงสุดเป็นอันดับ 1 จึงไม่กังวลใดๆ โดยนอกจากนายจาตุรนต์ที่ลาออกแล้ว ยังมีสมาชิกที่ลาออกอีก อาทิ น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รองเลขาธิการพรรค, นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง อดีต รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, นางฐิติมา ฉายแสง อดีตโฆษกประจำสำนักนายกฯ และ น.ส.กุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีต ส.ส.มหาสารคาม&amp;nbsp;
ต่อมาที่พรรค ทษช.ย่านแจ้งวัฒนะ นายจาตุรนต์, นายวุฒิพงศ์, นางฐิติมา, นางอนุตตมา, นายนิคม &amp;nbsp;ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา, นายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าฯ รฟม., นายประเสริฐ พัฒนผลไพบูลย์, นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เหวง โตจิราการ, นายก่อแก้ว พิกุลทอง &amp;nbsp;แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายกลุ่ม นปช.ได้เข้าสมัครสมาชิกก่อนตั้งโต๊ะแถลงข่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายจาตุรนต์ระบุว่า การลาออกจากเพื่อไทยไม่ได้ขัดแย้งหรือมีปัญหาความแตกต่างทางอุดมการณ์หรือนโยบาย แต่สถานการณ์ประเทศอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ คือฝ่ายเผด็จการต้องการสืบทอดอำนาจกับฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งโจทย์คือจะหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจได้อย่างไร หากหยุดยั้งไม่ได้ ประเทศไทยอาจตกอยู่ภายใต้ คสช. 10-20 ปี เพราะรัฐธรรมนูญนี้ถูกออกแบบมาเพื่อพวกเขา รวมทั้งพรรคการเมืองใหญ่ถูกสกัดไม่ให้มีเสียงข้างมาก เป็นประตูกลเป็นกับดักที่เล่นงาน เมื่อเรารู้เท่าทัน เราเชื่อว่าสามารถทำให้พรรคการเมืองพ้นและฝ่าจากกับดักนี้ไปได้ ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มโอกาสฝ่ายประชาธิปไตย ลดโอกาสที่เขาจะสืบทอดอำนาจ&amp;nbsp;
อ๋อยโวกวาด 251 เก้าอี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ที่มาร่วมงานกับพรรคไทยรักษาชาติ เนื่องจากได้รวมผู้สนใจ มีวิสัยทัศน์มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยตรงกัน ไม่ใช่เพราะหนีกับดักส่วนตัว แต่ต้องการพัฒนาบ้านเมืองด้วยวิสัยทัศน์ใหม่ๆ เพื่อให้พรรคนี้เป็นยานพาหนะที่ทำให้พรรคนักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยหลีกเลี่ยงกับดักที่ออกแบบไว้ &amp;nbsp;เพื่อไปสู่จุดหมายปลายทางพัฒนาประเทศร่วมกัน โดยตั้งเป้านำพาพรรคในฝ่ายประชาธิปไตยให้ได้ 251 เสียง&amp;rdquo; นายจาตุรนต์ระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ตลอดเวลาที่ร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยมีแต่ความรักอบอุ่น ถึงทุกวันนี้ก็รู้สึกดีไม่เสื่อมคลาย โดยได้พูดคุยกับหัวหน้าและกรรมการบริหาร ทษช.ต่างมองไปในทางเดียวกันในการต่อสู้ตามแนวทางประชาธิปไตย จึงเดินทางมาพรรคนี้โดยไม่มีเงื่อนไข ข้อเรียกร้อง สถานะใดๆ แต่ขอเพียงอย่างเดียวไทยรักษาชาติต้องไม่เปลี่ยนแปลงจุดยืน หลักการ และหวังว่าประชาชนจะให้โอกาส ทษช. แม้เป็นพรรคใหม่แต่จิตวิญญาณยังคงเดิม ชอบที่พรรคนี้เป็นศูนย์รวมของคนมีความคิดทันสมัยบนรากฐานประชาธิปไตย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่าคนเสื้อแดงมีทั้งไปอยู่ทั้งพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) และ ทษช. นายณัฐวุฒิกล่าวว่า นปช.ได้หารือจะไม่ตั้งพรรคการเมืองในนาม นปช. ส่วนสมาชิกจะไปร่วมงานพรรคใดถือเป็นเสรีภาพ ตราบใดยืนยันตามหลักประชาธิปไตยก็ถือเป็นแนวร่วม แต่ถ้าใครไปร่วมกับฝ่ายเผด็จการถือว่าขาดกัน ข้อเท็จจริงที่เคยพูดไว้วันนั้นยังยืนยันมาถึงทุกวันนี้ นายจตุพรไปเป็นกองเชียร์พรรคเพื่อชาติ เรามาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้เป็นความขัดแย้ง เพราะไม่ได้ไปร่วมงานกับพรรคใดในนามองค์กร นปช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเฟซบุ๊กแฟนเพจนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้เผยแพร่คำชี้แจงของนายณัฐวุฒิกรณีย้ายพรรคเพื่อไทยเข้าสังกัด ทษช. โดยระบุว่าจะร่วมภารกิจทางการเมืองกับพรรคไทยรักษาชาติตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ผ่านการเลือกตั้ง หลังการเลือกตั้ง จนกว่าบ้านเมืองจะกลับคืนสู่ความเป็นประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจาก ทษช.แจ้งว่า ในวันที่ 20 พ.ย. เวลา 11.00 น. พล.อ.ยศนันทน์ หร่ายเจริญ อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (รอง ผบ.ทสส.) จะเดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค นอกจากนี้ยังจะมีอดีตนายทหารอากาศและอดีตนักการทูตเดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่านายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินทางมายังประเทศสิงคโปร์และยังปักหลักอยู่อีกระยะ นอกจากจะมีอดีต ส.ส.เพื่อไทยบางคนเดินทางไปร่วมหารือถึงการกำหนดยุทธศาสตร์เลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้าแล้ว ยังต้องรอต้อนรับครอบครัวของคู่หมั้น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง บุตรสาวคนเล็กที่จะมาสู่ขออย่างเป็นทางการด้วย
วันเดียวกันในกิจกรรมเดินคารวะแผ่นดินของพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ในวันที่ 24 &amp;nbsp;ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ร่วมจัดตั้งพรรค รปช.พร้อมแกนนำ รปช.ได้เดินทางไปสักการะศาลหลักเมือง จ.นครศรีธรรมราช ก่อนเริ่มเดินเชิญชวนประชาชนที่บริเวณตลาดแขก และบริเวณย่านท่าวัง โดยมีนายวิทยา แก้วภราดัย อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช ปชป. และนายยุทธพันธุ์ มีชัย &amp;nbsp;อดีตที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.ร่วมเดินด้วย
ทั้งนี้ นายจิมมี่ ชวาลา มหาเศรษฐีเจ้าของร้านขายผ้าชื่อดังของ จ.นครศรีธรรมราช ได้มารอพบนายสุเทพและพากันเข้าร้าน ซึ่งนายจิมมี่กล่าวให้กำลังใจว่า &amp;ldquo;สู้ๆ และขอให้ทุกคนอดทน และสู้เพื่อประชาชนต่อไป อย่าทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;quot;
มาร์คลั่นเลี้ยงข้าวได้
ด้านนายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีมอบหมายให้นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค สอบข้อเท็จจริงกรณีนายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา เปิดบ้านให้นายสุเทพใช้สาขาพรรคหาสมาชิกว่า เรื่องนี้นายนิพิฏฐ์จะเป็นผู้รวบรวมข้อมูลว่าเกิดอะไรขึ้นและจะรายงานมา แต่ต้องย้ำว่าการที่สมาชิกพรรคไปต้อนรับบุคคลที่มีความผูกพันไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม ไม่เป็นปัญหา แต่ประเด็นที่ต้องระมัดระวังคือ การทำกิจกรรมร่วมกับพรรคการเมืองอื่น เพราะมีคนของประชาธิปัตย์ไปเกี่ยวข้อง เนื่องจากมีเรื่องวินัยพรรค และเป็นประเด็นข้อกฎหมายด้วย&amp;nbsp;
ถามอีกว่าล่าสุดมีกรณีที่นายวิทยาไปร่วมเดินหาสมาชิกกับนายสุเทพ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่ายังไม่ได้ยินข่าว ได้ยินแค่ว่ามีการเลี้ยงข้าว ซึ่งย้ำไปแล้วว่าการต้อนรับไม่มีปัญหา แต่การเกี่ยวข้องกับกิจกรรมพรรคการเมืองอื่นคือปัญหา ทุกคนต้องเข้าใจง่ายๆ ไม่ซับซ้อน คงไม่ต้องย้ำอะไร เพราะกฎหมายชัดเจนอยู่แล้ว &amp;nbsp;
ส่วนนายธนา ชีรวินิจ โฆษก ปชป.กล่าวถึงกรณีผลโพลมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา &amp;nbsp;ที่โหวตให้นายอภิสิทธิ์เหมาะเป็นนายกฯ มากที่สุด และจะเลือก ปชป.มากที่สุด ว่าขอขอบพระคุณพี่น้องประชาชนที่ไว้วางใจ ซึ่งคะแนนนิยมที่มอบให้นายอภิสิทธิ์และ ปชป.มาจากเหตุผลที่นายอภิสิทธิ์ทำงานการเมืองมา 27 ปี โดยยึดหลักผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก ทำงานการเมืองอย่างโปร่งใส ให้ความเคารพหลักกฎหมายและประชาชน แต่ที่ผ่านหลายพรรคทำเพื่อคะแนนนิยมและจำนวน ส.ส. ไม่ว่าจะแตกพรรคหรือสาขาพรรค เป็นเรื่องที่ขัดต่อกฎหมาย และคิดว่าเป็นเรื่องที่พี่น้องไม่น่าจะยอมรับ ดังนั้น ปชป.จึงยืนยันว่าจะมีพรรคเดียว มี ปชป.เป็นหลักเท่านั้น
&amp;ldquo;ที่สำคัญนายอภิสิทธิ์ติดดิน สัมผัสได้ กระแสนักเรียนคนนอกหายไปแล้ว และเชื่อมั่นที่สุดว่านายอภิสิทธิ์จะสามารถเป็นผู้นำระดับโลกและภูมิภาคได้อย่างสง่างาม&amp;rdquo; นายธนากล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22311</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท้าวัดกันหลังปิดหีบ, ปชป., พท., พปชร., พรคคพลังประชารัฐ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181119/image_big_5bf2c802e288f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20422</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อุตตม&#039;ลั่น&#039;พปชร.&#039;ไม่สืบทอดอำนาจให้ใครทั้งสิ้น-ปัดดูดหัวละ 50 ล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค.61 - นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ว่าที่หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์พิเศษไทยโพสต์&amp;nbsp;คลิกอ่านทั้งหมดว่าแม้ พปชร.จะเปิดตัวพรรคช้ากว่าพรรคการเมืองอื่นๆ แต่ถึงตอนนี้ พรรค พปชร.มีความพร้อมในการเข้าสู่สนามเลือกตั้ง เพราะที่ผ่านมาผู้ร่วมก่อตั้งพรรคช่วยกันทำงานเตรียมพร้อมกันมาเต็มที่ ตั้งแต่ก่อนเปิดตัววันประชุมใหญ่พรรคเมื่อ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านั้น ทางพรรคมีการเตรียมการมาต่อเนื่อง และหลังจากนี้ก็จะเดินหน้าต่อไปเพื่อเข้าสู่สนามเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลัง กกต.รับรองการขอจัดตั้งพรรค แต่ระหว่างรอ กกต. พรรคได้มีการวางแผนงานเรื่องแนวทางบริหารจัดการพรรค แนวทางการทำงานของพรรคเพื่อให้เป็นพรรคของประชาชน ซึ่งหลัง กกต.รับรองแล้วจะเริ่มสมัครสมาชิกเป็นทางการ&amp;quot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าพรรค พปชร.ถูกมองว่าเป็นพรรคเฉพาะกิจเป็นพรรคทหารและพรรคของ คสช. นายอุตตม ชี้แจงไม่ได้เป็นเช่นนั้น พรรคนี้เกิดจากการรวมตัวจากทุกคนที่มีเจตนารมณ์ร่วมกัน ไม่มีเจ้าของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่สืบทอดอำนาจให้ผู้ใดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น คสช. หรือใครก็ตาม เป็นพรรคที่ตั้งขึ้นมาให้อยู่ถาวร กลไกถึงทำถาวร ไม่มีคนไหนมาตัดสินใจให้ เพราะฉะนั้นไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ&amp;rdquo;ว่าที่หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าตอนเลือกตั้งคงถูกโจมตีหนักว่าเป็นพรรคทหาร นายอุตตม กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของใครๆ ที่จะพูดขึ้นมาได้ว่าจะเป็นตัวแทนหรือไม่เป็น แต่เหตุผลผมได้ยืนยันไปแล้ว ขอให้รอดูเชิงปฏิบัติ รอดูจากนี้ไป รวมถึงช่วงลงสนามหาเสียง แต่ผมยืนยันว่าไม่ใช่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การโจมตีกันทางการเมืองในการต่อสู้เป็นเรื่องปกติ แต่ผมคิดว่าสุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าพฤติกรรมเหล่านี้เป็นไปตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ หรือเป็นอย่างที่ผมพูดว่าคำกล่าวหานั้นเลื่อนลอย ให้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่าช่วงตั้งแต่เริ่มมีข่าวการตั้งพรรค ก็มีข่าวออกมามากเรื่องพรรคพลังดูด นายอุตตม พูดเรื่องนี้ว่า เห็นได้ว่าเมื่อมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นครั้งใด การเปลี่ยนกลุ่มเปลี่ยนขั้วเป็นวิถีที่เกิดขึ้นในการเมืองไทย ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดอะไร เพราะว่าการตัดสินใจเป็นเรื่องของบุคคล อีกทั้งคนที่เป็น ส.ส.มาก็เป็นคนมีประสบการณ์ ก็อ่านการเมือง และดูว่าอะไรที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนและตัวท่านเอง ในฐานะนักการเมืองท่านอยากได้อย่างไรในการที่ท่านจะลงสนาม อันนี้ถือเป็นสิทธิ์ของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคเปิด เพราะฉะนั้นใครที่สนใจเข้ามาคุย เราคุยได้ สุดท้ายจะตกลงกันอย่างไรขึ้นอยู่กับเหตุผล 2 ประการ คือ เป้าหมายด้วยการเข้ามารับใช้บ้านเมือง นอกจากนั้นยังมีขั้นตอนในการเข้าพรรค ผมหรือเลขาธิการพรรคจะไปชี้ให้ใครเข้ามาไม่ได้ ต้องเข้ามาคุยกันในกรอบของพรรค&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักว่าในวงการการเมืองมีการพูดกันไปว่าใครมาอยู่กับพลังประชารัฐจะได้เงิน มีการซื้อตัว ส.ส. 50 ล้าน หรือจะให้ตำแหน่งต่างๆ ว่าที่หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อันนั้นผมไม่ทราบว่าใครพูด และผมไม่ได้พูด ยืนยันว่าเราไม่ได้ดำเนินการอย่างนั้น ส่วนการเปิดตัวของ พปชร.ที่เปิดไปเมื่อ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา มองว่าไม่ช้าก็เป็นช่วงเวลาที่กลุ่มผู้ก่อตั้งได้วางไว้ ที่เขาทำกันไว้เดิม ส่วนผมไม่ได้มาตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้นเขาก็ทำของเขาไว้ เมื่อเขามาชวนผมไปร่วมแล้ว ผมพิจารณาแล้วก็เข้าร่วม คิดว่าไม่ช้า&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20422</URL_LINK>
                <HASHTAG>4รมต.พลังประชารัฐ, การเมือง, พปชร., พรคคพลังประชารัฐ, อุตตม สาวนายน, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc43d858ba95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 11:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;สนธิรัตน์&#039;ย้ำไม่ใช้เวลาราชการคุยการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.61- นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ในฐานะว่าที่เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการวางตัวในบทบาทรัฐมนตรีและผู้บริหารพรรคหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ระบุไม่ควรใช้ที่และเวลาราชการในการสัมภาษณ์การเมืองว่า เราเข้าใจบทบาทตัวเองอยู่แล้ว จึงใช้โอกาสในวันหยุดมารับฟังประชาชน เพราะภาคประชาชนและหัวหน้าพรรคสนใจมาก เราเป็นพลังประชารัฐต้องฟังทุกภาคส่วน ยืนยันว่าไม่ได้ใช้เวลาหรือทรัพยากรของรัฐมาใช้ ในเวลาราชการจะไม่คุยเรื่องการเมือง เราระมัดระวังมากเรื่องการตอบคำถาม เพราะอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎกติกา จึงขอให้สบายใจได้ว่าจะเข้มงวด ไม่คิดจะใช้ความได้เปรียบของตำแหน่งและบทบาทหน้าที่รัฐมนตรีไปสร้างผลประโยชน์ทางการเมือง แต่จะเดินหน้าทำงานโดยไม่เอาบทบาทรัฐมนตรีไปสร้างประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ 4 รัฐมนตรี เข้าไปพูดคุยกันห้องทำงานของนายสมคิด จาตุศรีทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นสถานที่ราชการ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ไปคุยกันเรื่องงาน ต้องดูว่าทำในบทบาทใด ถ้าคุยการเมืองเราจะไปประชุมข้างนอก เพราะไม่ถูกต้องที่จะใช้สถานที่ราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงเสียงวิจารณ์ว่าการลงพื้นที่ต่างๆเป็นการหาเสียงล่วงหน้า นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ไม่ได้หาเสียง เพียงแต่มาประชุม เพราะตลาดน้ำแห่งนี้ต่างเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป การจะไปใช้ที่อื่นประชาชนคงไม่สะดวก หากกลุ่มใดเชิญไปเราก็จะไป ซึ่งกลุ่มต่างๆเขาก็มีการประชุมกันอยู่แล้ว เมื่อพรรคพปชร.สนใจ ภาคประชาสังคม จึงต้องมารับฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ากลัวว่ากระแสต่อต้านการดำเนินงานของพรรคจะบานปลายและกระทบกับพรรคหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ทุกอย่างต้องมีกรอบและหลักเกณฑ์ ที่การเมืองบอบซ้ำนั้นเพราะเราไม่ได้อยู่บนหลักการ สิ่งที่เราทำในอดีตก็เคยทำกันมา เราเข้ามาทำถือเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ย่อมมีความลำบากใจมากกว่านักการเมืองในอดีตแน่นอน ซึ่งเราจะระมัดระวังให้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม เวลาที่เหลืออยู่จะทำหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรีให้ดีที่สุด ซึ่งจะต้องรอดูผลงานอีก 3 เดือนที่เหลือ และไม่อยากให้ใช้ความรู้สึกมาวิจารณ์ แต่ควรดูพฤติกรรมและหลักการเป็นตัวตั้ง จากนั้นจะสรุปให้ทราบว่าที่ต้องการทำให้สูงกว่ามาตรฐานของนักการเมืองเดิมๆ อย่างไรก็ตามขอย้ำว่าจะยุติบทบาทรัฐมนตรีเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เมื่อถึงเวลานั้นจะเดินหน้าทางการเมืองเต็มตัว เวลานี้ยังไม่ถึงเวลา ก็จะทำงานในตำแหน่งต่อไปให้ดีที่สุด เพราะเราทั้ง 4 คน รับผิดชอบงานจำนวนมาก ต้องใช้เวลาสะสางงานที่ค้างคาอยู่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19936</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., การเมือง, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, พรคคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc415edcd2e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
