<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 14:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 14:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชือดแล้ว 2พันร้านค้า ผิดเงื่อนไข &#039;เราชนะ&#039; ร่อนหนังสือเรียกเงินคืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค. 2564 นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้ดำเนินการตรวจสอบผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขในโครงการเราชนะ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน และมีส่วนช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนและผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ โดยประชาชนผู้ได้รับสิทธิ จำนวน 33.2 ล้านคน จะได้รับเงินช่วยเหลือจำนวนไม่เกิน 9,000 บาท ตลอดโครงการ ด้วยการใช้จ่ายกับผู้ประกอบการร้านค้าในโครงการ 1.3 ล้านราย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แอปพลิเคชันเป๋าตัง และบัตรประจำตัวประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีการประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือให้ประชาชนและผู้ประกอบการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการเราชนะมาโดยตลอด รวมถึงขอให้ประชาชนที่พบเห็นพฤติกรรมที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของโครงการ สามารถแจ้งเบาะแสและส่งหลักฐานการกระทำที่ฝ่าฝืนหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขโครงการ ให้ สศค. ทราบ และได้มีประชาชนส่งเบาะแสและหลักฐานมาให้ ซึ่ง สศค. จะได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายสำหรับผู้ที่กระทำผิดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของโครงการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สศค. ได้กำหนดแนวทางเพื่อควบคุมและป้องกันการกระทำผิดวัตถุประสงค์ของโครงการเราชนะอย่างเข้มงวด เพื่อรักษาสิทธิของประชาชนที่ได้รับในโครงการ และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในโครงการ ที่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคำยินยอม (Consent) ที่ได้ตกลงไว้ จึงได้จัดตั้งคณะทำงานพิจารณาตรวจสอบข้อมูลและเรื่องร้องเรียนสำหรับโครงการเราชนะเพื่อติดตามตรวจสอบการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการ
อย่างใกล้ชิด โดยในกรณีที่พบการกระทำที่ฝ่าฝืน เช่น การรับแลกวงเงินสิทธิเป็นเงินสด เป็นต้น ก็จะดำเนินการระงับสิทธิการเข้าร่วมโครงการ และร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและขยายผลการสืบสวนสอบสวนต่อไป&amp;rdquo; นายพรชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานกับผู้ที่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของโครงการเราชนะ มีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การระงับสิทธิชั่วคราวการใช้แอปพลิเคชันถุงเงิน เมื่อพบพฤติกรรมที่ผิดปกติในธุรกรรมการใช้จ่าย เช่น จุดรับเงินของแอปพลิเคชันถุงเงิน ขยับไปมาระยะไกล ธุรกรรมเต็มจำนวนวงเงินสิทธิเป็นจำนวนมาก เป็นต้น และแจ้งให้ผู้ประกอบการให้ติดต่อกลับเพื่อชี้แจงโต้แย้ง ภายใน 14 วัน ซึ่งเมื่อครบกำหนดแล้ว จะนำเอกสารชี้แจงโต้แย้งของผู้ประกอบการที่ได้รับเข้าสู่การพิจารณาของคณะทำงานฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เมื่อได้พิจารณาเอกสารหลักฐานของผู้ประกอบการแล้วเห็นว่า ผู้ประกอบการกระทำการฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ดังกล่าวจริง หรือกรณีที่ผู้ประกอบการไม่ชี้แจงโต้แย้งพร้อมส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องภายในระยะเวลาที่กำหนด จะได้มีหนังสือประทับตราแจ้งผลวินิจฉัยและขอให้ชำระเงินคืนให้แก่โครงการ และผู้ประกอบการสามารถอุทธรณ์ได้ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือประทับตรา ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนดังกล่าวนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เมื่อพ้นกำหนดเวลาตามข้อ 2. แล้ว กรณีไม่มีการชี้แจงหรือข้อมูลหลักฐานประกอบการอุทธรณ์ หรือไม่มีการชำระเงินคืนให้แก่โครงการเราชนะ รวมถึงกรณีอุทธรณ์มาแต่คณะทำงานฯ พิจารณาแล้วเห็นว่ายังมีพฤติกรรมฝ่าฝืนหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของโครงการก็จะได้มีหนังสือแจ้งผู้ประกอบการอีกครั้ง โดยหากผู้ประกอบการยังไม่ชำระเงินคืน ก็จะต้องดำเนินการเรียกร้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โครงการเราชนะได้ระงับสิทธิถาวรผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการ แล้ว จำนวน 2,099 ราย และได้ออกหนังสือประทับตราแจ้งผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และความยินยอมสำหรับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเราชนะเพื่อคืนเงินที่ได้รับ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดให้ผู้ประกอบการขออุทธรณ์ได้ ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือประทับตรา (ขั้นตอนตามข้อ 2)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษาสิทธิ จึงขอให้ผู้ประกอบการชี้แจงเหตุผล พร้อมยื่นเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อ สศค. ภายในระยะเวลาที่กำหนด (เช่น ใบเสร็จรับเงินเพื่อแสดงต้นทุนสินค้า หลักฐานการจัดส่งสินค้า เอกสารแสดงสินค้าคงคลัง รวมถึงภาพถ่ายสถานประกอบการ เป็นต้น) เพื่อนำสู่กระบวนการพิจารณาของคณะทำงานฯ และกระบวนการขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119411</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผิดเงื่อนไข, พรชัย ฐีระเวช, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.), เราชนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_6035028c9a15f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 14:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คลัง&#039;ปลื้มยอดคนละครึ่งพุ่งพรวด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค. 2564 นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 ว่า จากข้อมูล ณ วันที่ 10 ต.ค. 2564 พบว่า มีผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวน 24.92 ล้านราย จากผู้ได้รับสิทธิรวม 27.55 ล้านราย โดยมียอดการใช้จ่ายสะสมรวม 87,124.3 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายสะสม 44,291.7 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 42,832.6 ล้านบาท ขณะที่การใช้จ่ายสะสมผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มล่าสุด (08.00 น.) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีการใช้จ่ายสะสมประมาณ 214 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 110.3 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่าย 103.7 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีประชาชนผู้ใช้สิทธิจำนวน 80,793 คน จากจำนวนผู้ได้รับสิทธิกว่า 4.7 แสนราย โดยมียอดใช้จ่ายสะสมรวมทั้งหมด 2,551 ล้านบาท โดยมีมูลค่าการใช้จ่ายสะสมที่นำมาคำนวณสิทธิ e-Voucher 2,006 ล้านบาท และคิดเป็นมูลค่าสะสม e-Voucher ทั้งสิ้นกว่า 218 ล้านบาท และมูลค่าการใช้จ่ายส่วน e-Voucher สะสมกว่า 122 ล้านบาท ขณะที่ข้อมูลการใช้จ่ายสะสมผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มล่าสุด (08.00 น.) โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้มีการใช้จ่ายสะสมกว่า 176,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประชาชนสามารถใช้จ่ายในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2564 และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 ยังสามารถลงทะเบียนอย่างต่อเนื่องได้ตั้งแต่เวลา 06.00 &amp;ndash; 22.00 น. ของทุกวัน จนกว่าจะครบ 28 ล้านสิทธิ ซึ่งยังมีสิทธิเหลือกว่า 3.6 แสนสิทธิ ส่วนโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้จนกว่าจะครบ 1 ล้านสิทธิ ซึ่งยังมีสิทธิคงเหลือกว่า 5.2 แสนสิทธิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประชาชนผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ สามารถใช้สิทธิซื้ออาหารและเครื่องดื่มจากร้านอาหารและเครื่องดื่มที่เข้าร่วมโครงการผ่านผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มทั้ง 2 ราย ในขณะนี้ ได้แก่ Grab และ LINEMAN โดยรัฐจะสนับสนุนเงินในส่วนค่าอาหารและ/หรือเครื่องดื่มเท่านั้น ไม่รวมถึงค่าจัดส่งหรือค่าใช้จ่ายอื่นใด โดยสามารถใช้บริการได้ตั้งแต่เวลา 06.00 &amp;ndash; 20.00 น. ของทุกวัน&amp;rdquo; นายพรชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในส่วนของผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ที่ขายอาหารและเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มขณะนี้ มีจำนวนกว่า 58,000 ราย โดยผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มในโครงการ ที่ประสงค์จะขายอาหารและเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มสามารถสมัครผ่านแอปพลิเคชันถุงเงินได้อย่างต่อเนื่อง โดยสามารถเลือกเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มเพื่อขายอาหารและเครื่องดื่มตามโครงการได้เพียงรายเดียวและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงภายหลังได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119407</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรชัย ฐีระเวช, ยอดใช้คนละครึ่ง, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_6163e40ec59d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118791</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สศค.เปิดยอด &#039;คนละครึ่ง&#039; สั่งอาหารผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่วันแรกเฉียด 12 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค. 2564 นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า จากข้อมูล ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2564 โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวน 24.52 ล้านราย &amp;nbsp;จากผู้เข้าร่วมโครงการรวม 27.31 ล้านราย โดยมียอดการใช้จ่ายสะสมรวม 72,726 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายสะสม 37,004.3 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 35,721.7 ล้านบาท และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีประชาชนผู้ใช้สิทธิจำนวน 78,451 คน จากจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ 496,336 ราย โดยมียอดใช้จ่ายสะสมรวมทั้งหมด 2,444 ล้านบาท โดยมีมูลค่าการใช้จ่ายสะสมที่นำมาคำนวณสิทธิ e-Voucher 1,911 ล้านบาท และคิดเป็นมูลค่าสะสม &amp;nbsp;e-Voucher ทั้งสิ้นกว่า 208 ล้านบาท และมูลค่าการใช้จ่ายส่วน e-Voucher 102 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ โฆษกกระทรวงการคลังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในวันนี้ (4 ตุลาคม 2564) ประชาชนผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ (โครงการฯ) สามารถใช้สิทธิซื้ออาหาร และเครื่องดื่มจากร้านอาหารและเครื่องดื่มที่เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มได้เป็นวันแรก ซึ่งขณะนี้มีผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการฯ แล้ว 2 ราย ได้แก่ Grab และ LINEMAN และมีผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มในโครงการฯ สามารถขายอาหารและเครื่องดื่ม ผ่านผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มแล้วกว่า 47,000 ราย จากผู้ลงทะเบียน 57,000 ราย โดยประชาชนสามารถใช้บริการ เวลา 06.00 &amp;ndash; 20.00 น. ของทุกวัน ตามขั้นตอนดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) เข้าแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; กดแถบแบนเนอร์ (Banner) ฟู้ดเดลิเวอรี่ในหน้าแรก หรือสามารถเข้าผ่าน g-Wallet กด Banner โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 หรือโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ แล้วจึงกด Banner ฟู้ดเดลิเวอรี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) กด &amp;ldquo;สั่งผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์ม&amp;rdquo; บนแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; แล้วจึงเลือกผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มที่ต้องการใช้งาน หรือสามารถกด &amp;ldquo;ค้นหาเมนูหรือร้านอาหาร&amp;rdquo; เพื่อเลือกซื้ออาหาร/เครื่องดื่มได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) หลังจากเลือกตามข้อ 2 ระบบจะเชื่อมไปที่แอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มเพื่อสั่งอาหาร/เครื่องดื่มจากร้านอาหาร/เครื่องดื่มที่เข้าร่วมโครงการฯ โดยประชาชนจะต้องชำระค่าส่งที่แอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) ประชาชนจะได้รับการแจ้งเตือนให้ชำระค่าอาหาร/เครื่องดื่มบน g-Wallet และกดปุ่มชำระค่าอาหาร/เครื่องดื่มพร้อมใช้สิทธิผ่าน g-Wallet โดยต้องชำระเงินภายใน 5 นาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5) สำหรับกรณีที่มีการยกเลิกคำสั่งซื้อประชาชนจะได้รับเงินคืน โดยมีรายละเอียดดังนี้&amp;nbsp;
5.1) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 จะได้รับเงินคืนใน g-Wallet และวงเงินสิทธิของโครงการคืนประมาณ 30 - 60 นาที&amp;nbsp;
5.2) โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ จะได้รับเงินคืนใน g-Wallet และวงเงินสิทธิ e-Voucher คืนประมาณ 30 - 60 นาที&amp;nbsp;
5.3) ค่าส่งที่ได้ชำระให้กับผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มจะได้รับคืนประมาณ 30 - 60 นาที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รัฐจะสนับสนุนเงินในส่วนค่าอาหารและ/หรือเครื่องดื่มเท่านั้น ไม่รวมถึงค่าจัดส่งหรือค่าใช้จ่ายอื่นใด โดยผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มในโครงการฯ ที่ประสงค์จะขายอาหารและเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มสามารถสมัครผ่านแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;ถุงเงิน&amp;rdquo; ได้อย่างต่อเนื่อง โดยสามารถเลือกเชื่อมต่อกับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มเพื่อขายอาหารและเครื่องดื่มตามโครงการฯ ได้เพียงรายเดียว ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขได้ที่ www.คนละครึ่ง.com และ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อมูลการใช้จ่ายผ่านฟู้เดลิเวอรี่แพลตฟอร์มล่าสุด (16.00 น.) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิแล้ว 80,852 คน มีการใช้จ่ายประมาณ 11.67 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 5.97 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่าย 5.70 ล้านบาท ในส่วนโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้มีผู้ใช้สิทธิแล้ว 45 คน และมีการใช้จ่ายประมาณ 10,000 บาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนสามารถใช้จ่ายในโครงการฯ ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 ยังสามารถลงทะเบียนอย่างต่อเนื่องได้ตั้งแต่เวลา 06.00 &amp;ndash; 22.00 น. &amp;nbsp;
ของทุกวัน จนกว่าจะครบ 28 ล้านสิทธิ ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com หรือผ่าน g-Wallet บนแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; สำหรับโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com หรือผ่าน g-Wallet บนแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; จนกว่าจะครบ 1 ล้านสิทธิ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118791</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่ง, พรชัย ฐีระเวช, ฟู้ดเดลิเวอรี่, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_6156d41b5f92d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85764</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2020 18:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2020 17:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; หัวโต๊ะ ศบศ.เห็นชอบ &#039;คนละครึ่ง&#039; เฟส 2 ให้ลงทะเบียนใหม่อีก 5 ล้านสิทธิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบศ. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน ว่า ที่ประชุม ศบศ.เห็นชอบมาตรการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 และมาตรการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามที่กระทรวงการคลัง โดยใช้เงินรวมประมาณ 43,500 ล้านบาท โดยขั้นตอนจากนี้จะเสนอให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้พิจารณารายละเอียดต่างๆ โดยเฉพาะวันเวลาของการเริ่มมาตรการ จากนั้นจึงเสนอที่ประชุมครม.เห็นชอบภายในเดือนธ.ค.นี้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพรชัย กล่าวว่า สำหรับคนละครึ่ง ระยะที่ 2 จะทำเหมือนกับระยะแรก โดยเปิดให้ลงทะเบียนเพิ่มเติมอีก 5 ล้านคน ได้รับวงเงินคนละ 3,500 บาท ซึ่งผู้ที่ถูกตัดสิทธิจากโครงการระยะแรก เพราะไม่ได้ใช้จ่ายภายในวันที่กำหนด ยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการระยะที่ 2 ได้ โดยจะเริ่มใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 31 มี.ค.64 ส่วนผู้ได้รับสิทธิอยู่แล้วก็เพิ่มวงเงินให้อีกคนละ 500 บาท และขยายเวลาใช้สิทธิออกไปจนถึงวันที่ 31 มี.ค.64 เช่นกัน โดยผู้ที่มีสิทธิอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องใช้จนหมดเหมือนที่มีข่าวลือออกมา โดยในขั้นตอนการขยายสิทธิให้จะเปิดให้ทำด้วยวิธีที่ง่ายที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ส่วนมาตรการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะเพิ่มวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นสำหรับผู้ถือบัตรคนละ 500 บาทต่อคน เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 31 มี.ค.64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ที่ประชุม ศบศ.เห็นชอบปรับปรุงโครงการเราเที่ยวด้วยกัน โดยเพิ่มจำนวนห้องพักในโครงการจากเดิม 5 ล้านคืน เป็น 6 ล้านคืน โดยจำนวนห้องที่เพิ่มมาจะสนับสนุนเฉพาะ&amp;nbsp;E-voucher&amp;nbsp;แต่ไม่อุดหนุนเรื่องค่าที่พัก และขยายสิทธิห้องพักต่อคืนจากที่ได้คนละ 10 คืนต่อ 1 สิทธิ เพิ่มเป็น 15 คืน และขยายช่วงเวลาการจองที่พัก จากเวลา 06.00 &amp;ndash; 21.00 น. เป็นเวลา 06.00 &amp;ndash; 24.00 น. และยังขยายระยะเวลาการใช้สิทธิโครงการไปจนถึง 30 เม.ย.64 จากเดิมที่สิ้นสุด 31 ม.ค.64 ให้ครอบคลุมไปถึงช่วงสงกรานต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าฯ ททท. กล่าวว่า และยังเพิ่มโรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาตฯ แต่มีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและมีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)&amp;nbsp;ให้สามารถเข้าร่วมโครงการได้ และอนุมัติธุรกิจการขนส่งภาคท่องเที่ยว ธุรกิจสปาหรือนวดเพื่อสุขภาพใช้&amp;nbsp;E-Voucher&amp;nbsp;พร้อมกับปรับปรุงเกณฑ์สนับสนุนค่าบัตรโดยสารเครื่องบินจากเดิมสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาทต่อ 1 สิทธิ เป็นสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อ 1 สิทธิ เฉพาะการเดินทางไปท่องเที่ยวในจังหวัดที่ภาคท่องเที่ยวพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงและเจอผลกระทบจากโควิด ทั้งภูเก็ต พังงา กระบี่ สุราษฎร์ธานี สงขลา เชียงใหม่ และเชียงราย สุดท้ายได้กำหนดหลักเกณฑ์การลาสำหรับข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และพนักงานรัฐวิสาหกิจ สามารถลาพักร้อนในวันธรรมดาเพิ่มได้ 2 วัน โดยไม่ถือเป็นวันลาเมื่อใช้สิทธิในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธศักดิ์ กล่าวอีกว่า อีกทั้งยังปรับปรุงโครงการกำลังใจ โดยเปิดให้บริษัทนำเที่ยวที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ พร้อมกับเห็นชอบโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวกลุ่มผู้สูงอายุ 55 ปีขึ้นไป และจะต้องเดินทางท่องเที่ยวผ่านบริษัทนำเที่ยวโดยมีระยะเวลาของโปรแกรมการท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 3 วัน 2 คืน และเดินทางท่องเที่ยวได้เฉพาะวันธรรมดา (เข้าพักในวันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี) โดยมีราคาค่าใช้จ่ายต่อโปรแกรมไม่น้อยกว่า 12,500 บาทต่อคน รัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายผ่านบริษัทนำเที่ยวในลักษณะร่วมจ่ายคนละ 5,000 บาท ส่วนบริษัทนำเที่ยวที่จะเข้าร่วมโครงการจะต้องจดทะเบียนทำธุรกิจ ก่อนวันที่ 1 ม.ค.63 และรายสามารถรับนักท่องเที่ยวผ่านโครงการได้ไม่เกิน 3,000 ราย โดยโครงการมีระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ครม.อนุมัติ ตั้งเป้าหมายมีคนกลุ่มนี้เที่ยว 1 ล้านคน&lt;/p&gt;


	&amp;#39;เพื่อไทย&amp;#39; จี้ &amp;#39;ประยุทธ์&amp;#39; ตอบคำถามจะบริหารประเทศต่อไปอย่างไร หลังหมดสิ้นความชอบธรรม
	&amp;#39;บิ๊กกวิ้น&amp;#39; ควันออกหู
	&amp;#39;บิ๊กไมค์&amp;#39; ยึดอำนาจการ์ด 3 นิ้ว
	เดือดจริง!การ์ดอาชีวะฟิวส์ขาด ขู่ล่าการ์ด wevo &amp;#39;โตโต้&amp;#39; โวยอันธพาล(คลิป)
	&amp;#39;ดร.นิว&amp;#39;จับโป๊ะแตก!เกือบ 80%รีทวิตของม็อบ3นิ้ว
	สงสารผู้ปกครองเด็กด้วย&amp;nbsp;
	&amp;#39;การ์ด&amp;#39; ไม่เท่ากัน! แฉ Wevo ปิดห้องเลี้ยงสนุกสุดเหวี่ยง ฮือฮาคนหน้าคล้าย ส.ส.ร่วมวงด้วย

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85764</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่ง, พรชัย ฐีระเวช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201125/image_big_5fbe0d35dd41c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2020 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2020 16:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คลัง&#039;สอบแม่ค้าคนละครึ่งชาร์จราคาเพิ่มจ่ายค่าเน็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ธ.ค. 2563 นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ได้ขอความร่วมมือประชาชนและร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอให้ร้านค้าอย่าฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าหรือดำเนินการด้วยวิธีการอื่น ๆ ที่ส่งผลให้ราคาสินค้าสูงขึ้น เนื่องจากเป็นการเอาเปรียบประชาชนและทำลายบรรยากาศของการจับจ่ายใช้สอย &amp;nbsp;อีกทั้ง ยังเป็นการดำเนินการที่ผิดเงื่อนไขของโครงการซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน ตลอดจนช่วยให้ร้านค้ามีรายได้เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหากประชาชนพบพฤติกรรมการขึ้นราคาสินค้าหรือมีการใช้จ่ายที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขโครงการ อาทิ การรวมค่าบริการอินเตอร์เน็ตมือถือของร้านค้าอยู่ในราคาสินค้า สามารถแจ้งเบาะแสการกระทำผิดเงื่อนไขโครงการสามารถส่งข้อมูลมาที่ halfhalf@fpo.go.th &amp;nbsp;หรือติดต่อสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 02 273 9020 ต่อ 3697 3527 3548 3509 (เวลาราชการ) หรือ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-111-1144 (24 ชั่วโมง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กระทรวงการคลังได้มีการประสานขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามและตรวจสอบประเด็นดังกล่าวด้วยแล้ว หากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำที่ผิดเงื่อนไขจริง จะระงับการใช้แอปพลิเคชันตลอดจนการจ่ายเงินของร้านค้าทันที และอาจจะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป จึงขอความร่วมมือร้านค้าให้ซื่อสัตย์ต่อประชาชนและขอให้ประชาชนรักษาสิทธิของตัวเองด้วย โดยขอให้ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของโครงการอย่างเคร่งครัด&amp;quot; นายพรชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าล่าสุด ณ วันที่ 30 พ.ย. 2563 เวลา 12.00 น. มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 8.7 แสนร้านค้า และผู้ใช้สิทธิแล้วจำนวน 9,515,956 คน โดยมียอดการใช้จ่ายสะสม 31,777 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 16,226 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 15,551 ล้านบาท ยอดใช้จ่ายเฉลี่ย 184 บาทต่อครั้ง โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชลบุรี ตามลำดับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85632</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่ง, พรชัย ฐีระเวช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180219/image_big_5a8af458ce89f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังเตรียมเปิดลงทะเบียนเก็บตกคนละครึ่งรอบ 3  อีก 7.22 แสนสิทธิ์ ในวันที่ 19 พ.ย. นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 พ.ย. 63 - นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้สั่งการในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2563 ให้กระทรวงการคลังเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเพิ่มเติมอีกครั้งในวันที่ 19 พ.ย. นี้ จำนวน 722,598 สิทธิ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเป็นการรวบรวมสิทธิ์คงเหลือจากผู้ลงทะเบียนที่ไม่ผ่านการตรวจสอบสิทธิในรอบที่ผ่านมา จึงขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจเตรียมลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ระหว่างเวลา 06.00 น. - 23.00 น. จนกว่าจะครบจำนวน โดยผู้ลงทะเบียนจะต้องไม่เคยได้รับสิทธิิ์โครงการคนละครึ่งมาก่อน และผู้ประสงค์จะใช้สิทธิ์โครงการคนละครึ่งจะไม่สามารถใช้สิทธิ์มาตรการช้อปดีมีคืนได้ สำหรับการเปิดให้ลงทะเบียนเพิ่มเติมจำนวนกว่า 722,598 สิทธิ์ดังกล่าว เป็นการเปิดให้ลงทะเบียนเพื่อให้ครอบคลุมผู้เข้าร่วมโครงการตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ 10 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกรัฐมนตรีได้สั่งการเพิ่มเติมให้กระทรวงการคลังพิจารณารายละเอียดหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่เหมาะสมสำหรับโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 ตลอดจนพิจารณาความเป็นไปได้ในการขยายโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีกด้วย&amp;rdquo; นายพรชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าล่าสุด ณ วันที่ 18 พ.ย. 2563 เวลา 12.00 น. มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 7.17 แสนร้านค้า และมีผู้ใช้สิทธิแล้วจำนวน 8,773,534 คน โดยมียอดการใช้จ่ายสะสม 18,797 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 9,581 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 9,216 ล้านบาท ยอดใช้จ่ายเฉลี่ย 200 บาทต่อครั้ง ซึ่งจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่ ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังได้ขอความร่วมมือประชาชนและร้านค้าให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของโครงการ และอย่าหลงเชื่อการเชิญชวนของผู้ไม่หวังดีที่เสนอจะช่วยหาประโยชน์จากโครงการโดยไม่ได้ทำการซื้อขายสินค้าจริง ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้มีการระงับสิทธิร้านค้าที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำผิดเงื่อนไขโครงการแล้ว พร้อมทั้งได้ส่งเอกสารหลักฐานให้แก่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) เพื่อสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับร้านค้าต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังได้รับความร่วมมือจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่กวดขันไม่ให้ร้านธงฟ้าและร้านค้าทั่วไปที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าซึ่งเป็นการเอาเปรียบประชาชนผู้บริโภค&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84267</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่ง-ช้อปดีมีคืน, พรชัย ฐีระเวช, ลงทะเบียนคนละครึ่ง, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191206/image_big_5de9ec65d6784.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2020 16:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2020 16:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังสั่งลุยโอนเงินร้านคนละครึ่งทุกวันปลื้มยอดใช้จ่ายสะสมพุ่ง1.3หมื่นล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ย. 2563 นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังและธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้จัดทำระบบเพื่อรองรับ การโอนเงินในส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่ายให้ผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ จากเดิมที่โอนให้ในวันทำการถัดไป เนื่องจากกระทรวงการคลังได้คำนึงถึงความสำคัญในการช่วยเหลือร้านค้ารายย่อย โดยเฉพาะหาบเร่ แผงลอย ที่จำเป็นต้องมีเงินหมุนเวียนในการค้าขายได้ต่อเนื่องทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะเริ่มโอนเงินในวันหยุด ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 14 พ.ย. นี้ ซึ่งยอดใช้จ่ายของประชาชนครึ่งหนึ่งที่ใช้จ่ายกับร้านค้า ร้านค้าจะได้รับยอดรวมโอนเข้าบัญชีที่ลงทะเบียนทุกสิ้นวัน ในช่วง 02.00 น. - 6.00 น. ตามระบบชำระเงินของธนาคาร สำหรับส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่ายอีกครึ่งหนึ่ง ร้านค้าจะได้รับในวันถัดไป ในช่วง 17.30 - 19.00 น. โดยไม่เว้นวันหยุด
สำหรับความคืบหน้าล่าสุด ณ วันที่ 13 พ.ย. 2563 เวลา 12.00 น. มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 6.5 แสนร้านค้า และมีผู้ใช้สิทธิแล้วจำนวน 7,832,522 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมียอดการใช้จ่ายสะสม 13,764 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 7,012 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 6,752 ล้านบาท ยอดใช้จ่ายเฉลี่ย 207 บาทต่อครั้ง โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่ ตามลำดับ ทั้งนี้ ยอดการใช้จ่ายของเมืองรองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นลำดับด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประชาชนที่ลงทะเบียนสำเร็จและได้รับเอสเอ็มเอสยืนยันสิทธิแล้ว ขอให้รีบติดตั้งแอปพลิเคชันเป๋าตัง รวมทั้งยืนยันตัวตนให้เรียบร้อย และขอให้เริ่มใช้สิทธิในการใช้จ่ายภายใน 14 วัน ตามที่กำหนด เพื่อรักษาสิทธิการใช้จ่ายตามโครงการจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2563&amp;rdquo; นายพรชัย กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83735</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่ง, พรชัย ฐีระเวช, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190805/image_big_5d47a5c178f51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
