<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2018 09:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2018 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ.ร.บ.การศึกษาชาติเสร็จสมบูรณ์&quot; หมอจรัส&quot;มั่นใจเกินร้อยปฎิรูปได้ตามสังคมคาดหวัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอร์ด อิสระฯ เห็นชอบ ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เตรียมเสนอ ครม.ภายในเดือนก.ค.นี้ &amp;ldquo;หมอจรัส&amp;rdquo; มั่นใจเกินร้อยปฏิรูปการศึกษาได้ตามที่สังคมคาดหวัง ด้าน &amp;ldquo;หมอจิรุตม์&amp;rdquo; เผยวางกลไก ให้สามารถขับเคลื่อนได้ตามเป้าตามที่พ.ร.บ.กำหนด&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน &amp;ldquo;ชัยพฤกษ์&amp;rdquo; ชี้ทั้งฉบับมี 104 มาตรา เตรียมเสนอ 2 ทาง ทั้งครม. และ คกก.ยุทธศาสตร์ชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... พร้อมทั้งจัดเตรียมรายละเอียดเอกสารประกอบ เพื่อที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยคณะกรรมการอิสระฯ ได้ศึกษาพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 นำปรับปรุงตามการเปลี่ยนแปลงของโลกและการเปลี่ยนแปลงภายในประเทศ มุ่งให้การศึกษาเป็นเรื่องในระดับสากล การสร้างความมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ เรานำสิ่งต่างๆ ที่ไม่สามารถจะดำเนินการได้ในพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 เช่น การกระจายอำนาจไปสู่สถานศึกษา เป็นต้น ซึ่งร่างพ.ร.บ.ใหม่นี้จะมีการกำหนดคสามช่วยเหลือต่างๆ ที่จะลงไปสู่สถานศึกษา ซึ่งตนมั่นใจเกิน 100 ว่าร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้จะสามารถปฏิรูปการศึกษาได้ตามที่สังคมคาดหวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการจัดทำ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ กล่าวว่า จากการประชุมเชิงปฏิบัติการนำข้อเสนอแนะจากการรับฟังความคิดเห็นมาปรับปรุงร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น โดยในร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ จะมีสาระสำคัญที่จะข่วยในเรื่องการปฏิรูปการศึกษา 5 ประเด็น คือ 1.การวางระบบการศึกษาที่รองรับความหลากหลาย ความแตกต่างและเริ่มพัฒนาระบบการศึกษาตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนถึงการศึกษาเพื่อการดำรงชีวิต 2.การยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งในส่วนของครู ที่จะมีการจัดตั้งกองทุนการผลิตและพัฒนาครู ซึ่งจะเข้ามาช่วยระบบการผลิตครู คัดกรองผู้ที่มีความเหมาะสม เข้าสู่กระบวนการพัฒนาและคัดเลือกสถาบันผลิตครูที่มีความเหมาะสมด้วย เพื่อที่จะได้ผู้ที่มีความเหมาะเข้ามาศึกษา รวมถึงจะมีการวางระบบสนับสนุนและพัฒนาครูอย่างต่อเนื่องด้วย ทั้งนี้สำหรับหลักสูตรและการจัดการศึกษา จะให้ความสำคัญกับการเน้นสมรรถนะที่จะสร้างคนดีและเก่งให้กับสังคม และเปิดโอกาสให้สถานศึกษามีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการจัดหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อให้การศึกษาที่มีคุณภาพ มีการดึงระบบสารสนเทศเข้ามาใช้เพื่อการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จิรุตม์ กล่าวต่อว่า 3.การให้ความเป็นอิสระกับสถานศึกษา โดยกฎหมายจะกำหนดให้มีกระบวนการและกลไกต่างๆ เข้ามาช่วยให้สถานศึกษามีอิสระในการดำเนินการ 4 ด้านหลัก ได้แก่ วิชาการ การบริหารงานบุคคล การบริหารงบประมาณและการบริหารงานทั่วไป และในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ยังให้ความสำคัญกับผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาและระบบสนับสนุนสถานศึกษา ที่จะทำให้เกิดความยืดหยุ่นและสามารถบริหารจัดการงานตามบริบทพื้นที่ได้ เพื่อที่จะเป็นการสร้างความมั่นใจว่า ครูจะมีเวลาอย่างเต็มที่ในการดูแลนักเรียน และการที่จะทำให้เด็กได้พัฒนาศักยภาพตามความสามารถ ปละหระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะต้องมีการกระจายอำนาจลงไปอย่างมีแผนและขั้นตอน 4.การบริหารจัดการระบบคุณภาพในองค์รวม ที่จะมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพไม่ใช่การตรวจสอบ นำผลการประเมินมาใช้พัฒนาขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพทั้งระบบ ซึ่งในร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวจะมีเครื่องมือที่จะทำหน้าที่ตรงนี้ เช่น การประกันคุณภาพที่มุ่งเน้นการพัฒนา เป็นต้น และ 5.การให้มีแผนการศึกษาแห่งชาติ ดำเนินการและประเมินผล ซึ่งประเด็นนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฯ ด้วย ซึ่งคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ จะเป็นผู้ที่ดำเนินการยกร่างแผนฯ นี้ และจะต้องเป็นแผนที่มีความรอบด้าน รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาและยกระดับระบบการศึกษาของประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม ในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ยังมีการวางกลไกสำคัญ เพื่อที่จะทำให้เกิดความมั่นใจว่าเมื่อได้มีการยกร่างแผนการศึกษาแห่งชาติแล้ว การดำเนินการจะสอดคล้องกับแผนที่กำหนดไว้ ทั้งด้านการบูรณาการงบประมาณการศึกษา ด้านการให้ความเห็นต่อการจัดสรรงบฯ และอื่นๆ ด้านการจัดการอัตรากำลังคน รวมถึงกลไกในการติดตามประเมินผล กลไกด้านวิชาการ การมีส่วนร่วมของประชาชน สำหรับในส่วนของบทเฉพาะกาลในระยะสั้น คงจะเป็นเรื่องการกำหนดให้มีสำนักงานคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ที่จะให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษามาทำหน้าที่นี้ ภายใต้สังกัด ศธ.และยังมีรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการเพื่อให้สามารถดำเนินการต่อเนื่องต่อไปได้&amp;rdquo;นพ.จิรุตม์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า ในร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... จะมีทั้งหมด 104 มาตรา แบ่งเป็นเนื้อหา 92 มาตราและบทเฉพาะกาล 12 มาตรา ทั้งนี้สำหรับการเสนอจะดำเนินการ 2 ทาง คือ เสนอให้สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อเข้าพิจารณาในที่ประชุม ครม. และ เสนอให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13190</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการอิสระปฎิรูปการศึกษา, นพ.จรัส สุวรรณเวลา, นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลลังล์, พรบ.การศึกษาแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180711/image_big_5b4566c4b21b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2018 19:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2018 19:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อประชาพิจารณ์พรบ.ศึกษาชาติ15มิ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
5มิ.ย.61- บอร์ด อิสระฯ เตรียม เปิดรับฟังความคิดเห็น ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ 15 มิ.ย.นี้ คาด ประกาศใช้ได้ ธ.ค.ปีนี้ &amp;ldquo;หมอจิรุตม์&amp;rdquo; เผย สาระสำคัญมีทั้งเรื่องการจัดระบบการศึกษาใหม่ ให้ความอิสระกับโรงเรียน การปฏิรูปการเรียนการสอน การพัฒนาและผลิตครู และการพัฒนาคุณภาพระบบสารสนเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการจัดทำพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ กล่าวว่าในที่ประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ที่มีนพ.จรัส สุวรรณเวลา เป็นประธาน ได้มีการหารือปรับปรุงแก้ไขร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ....เพื่อนำเข้าคณะกรรมการอิสระฯ พิจารณาในสัปดาห์หน้า และในวันศุกร์ที่ 15 มิถุนายนนี้ จะสามารถเปิดรับฟังความคิดเห็นได้ ทั้งในช่องทางออนไลน์ที่เว็บไซค์http://www.thaiedreform.org และจัดเวทีการรับฟังความคิดเห็น สำหรับเนื้อหาในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ อาจจะไม่ได้มีทุกเรื่องที่จะปฏิรูป แต่จะเป็นการกำหนดเรื่องที่จะเป็นเครื่องมือในการกำจัดอุปสรรคสำหรับการปฏิรูปในอนาคต รวมถึงเปิดโอกาสให้เกิดการดำเนินการปฏิรูปในอนาคต ประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพ.ร.บ.ฉบับนี้ มีบางเรื่องได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นมาแล้ว เช่น เรื่องที่เกี่ยวข้องกับครู กระบวนการจัดการเรียนการสอน เด็กเล็ก เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จิรุตม์ กล่าวต่อว่า โดยสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาตินี้ จะมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เช่น การจัดระบบการศึกษาใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่ต้องการให้รัฐสนับสนุนให้เราสามารถเรียนได้ตามความถนัด สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ การเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นต้น และยังมีข้อกฎหมายที่ให้ความอิสระกับโรงเรียน เพื่อการจัดการศึกษาอย่างมีประสิทธิผล จัดระบบการสนับสนุนให้กับโรงเรียน ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้บริหารของโรงเรียน รวมถึงการกำหนดเรื่องเกี่ยวกับการปฏิรูปการเรียนการสอน เช่น หลักสูตรแกนกลาง และหลักสูตรที่ดูแลเด็กที่มีความต้องการเป็นพิเศษด้วย นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่เกี่ยวข้อวกับการพัฒนาและผลิตครูด้วย อีกทั้งยังมีการกำหนดเรื่องการพัฒนาคุณภาพระบบสารสนเทศที่จะบูรณาการและเอื้อกับการจัดการศึกษา และยังมีเรื่องประสิทธิภาพในการจัดสรรงบประมาณต่างๆ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า สำหรับปฏิทินการดำเนินการยกร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... จะเปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 15-30 มิถุนายน จากนั้นจะนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุง และเสนอร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา 17 กรกฎาคม ซึ่งคาดว่าจะเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในช่วงเดือนกันยายน ทั้งนี้คาดว่าจะประกาศใช้ได้ในเดือนธันวาคม ถือเป็นของขวัญปีใหม่ ในปี 2562 แก่ประชาชนชาวไทย อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการยกร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว คณะกรรมการอิสระฯ ก็จะดำเนินการใน 3 เรื่องควบคู่ไปด้วย คือ การออกกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้อง เตรียมจัดทำแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และจัดทำโครงการที่ดำเนินการสำเร็จเป็นรูปธรรมได้ทันทีเสนอต่อ ครม.เพื่อมีมติเห็นชอบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10749</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์, ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์, ประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการจัดทำพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ, พรบ.การศึกษาแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b1681493452e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot; หมอจรัส&quot;วอนสังคมอย่าดูดายช่วยกันผลักดันปฎิรูปการศึกษา       </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;
หมอจรัส แถลงผลงานครบรอบ 1 ปี การทำงานคณะกรรมการอิสระปฎิรูปการศึกษา &amp;nbsp;เข้ามาแก้ปัญหาวิกฤติการศึกษาไทยที่รุนแรงทั้งคุณภาพและเหลื่อมล้ำ เตรียมคลอด พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ภายใน 2 เดือน กม.ลูก 5 ฉบับ ย้ำการปฎิรูปการศึกษาต้องสำเร็จให้ได้ &amp;nbsp;ไม่อย่างนั้นประเทศไทยไม่มีที่ยืน และคนในสังคมต้องตื่นตัว ไม่ดูดาย แต่ต้องร่วมมือร่วมใจเห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวในการแถลงผลงานในรอบ 1 ปี ของคณะกรรมการอิสระฯ ว่า ภาพรวมของการดำเนินงาน 1 ปีที่ผ่านมา เป็นในส่วนของการแก้ปัญหาวิกฤตการศึกษาไทยที่มีความรุนแรงทั้งในเรื่องคุณภาพ ความเหลื่อมล้ำ ความเป็นเลิศ และประสิทธิภาพของระบบ ซึ่งมีหลักฐานมากมายยืนยันสภาพวิกฤตเหล่านี้ ด้วยเหตุนี้ ทำให้เกิดสภาวะที่ไม่ตื่น ไม่ตระหนัก ธุระไม่ใช่ ดูดายและไม่รับผิดชอบ แต่การปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ จะต้องสำเร็จ เพราะถ้าไม่สำเร็จประเทศจะไม่มีที่ยืน ดังนั้น วิกฤตเหล่านี้จะแก้ไขได้ต้องอาศัยรัฐธรรมนูญ สังคม รวมถึงรัฐบาลต้องยืนยันว่าจะปฏิรูปการศึกษา ซึ่งคณะกรรมการอิสระฯ ได้มีการจัดทำพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ... ซึ่งคาดว่าจะเสร็จภายใน 1-2 เดือนหลังจากนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยขณะนี้ ได้มีการจัดทำกฎหมายลูก พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฏ.) และนวัตกรรมต่างๆ เสร็จไปบางส่วนแล้ว ประมาณ 5 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ.2561 ซึ่งขณะนี้ได้มีการประกาศใช้แล้ว ส่วนร่างพ.ร.บ.พัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ..., ร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษาแห่งชาติพ.ศ... ,ร่างพ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ...ได้จัดทำเสร็จและเสนอรัฐบาลแล้ว และพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฏ.)สถาบันหลักสูตรและการเรียนการสอน ได้ดำเนินการยกร่างเสร็จเรียบร้อยกำลังเสนอรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขณะนี้โลกกำลังเปลี่ยนเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 จำเป็นต้องเน้นสร้างสมรรถนะแก่ผู้เรียน เพราะความรู้หาได้ง่าย รวมถึงต้องมุ่งความสนใจไปที่โรงเรียน ครู และนักเรียน แต่โรงเรียนไม่สามารถเดินไปเองได้ ต้องมีการช่วยเหลือ คือหลักสูตร สถาบันการเรียนการสอน ต้องมีแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ ถ้ามองสภาพการศึกษาไม่ใช่เฉพาะเด็กอยู่ในโรงเรียนเท่านั้น แต่หมายถึงเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ถึงผู้สูงอายุ อีกทั้งมีเรื่องของพื้นที่ มิติอื่นๆ มากมาย ที่มีสภาพซับซ้อน ดังนั้น การแก้ปัญหาการศึกษา จึงไม่สามารถใช้คำตอบเดียวแล้วแต่ต้องให้มีความหลากหลายคล่องตัว โดยการปฎิรูปการศึกษา คือการเปลี่ยนแปลง ต้องมีการเปลี่ยนแปลงทุกภาคส่วนในสารบบ การปฎิรูปการศึกษาครั้งนี้จะไม่สำเร็จไม่ได้ เพราะถ้าไม่สำเร็จประเทศไทยจะไปอยู่ที่ไหน&amp;rdquo;ประธาน คกก.อิสระฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จรัส กล่าวต่อว่า ตลอดระยะ 1 ปีที่ผ่านมา คณะกรรมการอิสระฯ ได้วิเคราะห์โอกาสในการปฏิรูปการศึกษา การแสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การวางแนวทางการปฏิรูปการศึกษา เน้นที่ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน ครู และผู้อำนวยการโรงเรียน การรวมโรงเรียนเป็นพื้นที่นวัตกรรม รวมถึงมีการเชื่อมโยงการศึกษากับอาชีพ การปฏิรูปอุดมศึกษาที่ต้องเน้นนโยบายชาติด้านอุดมศึกษา และแผนการศึกษาชาติด้านอุดมศึกษา การสร้างอัตลักษณ์ของสถาบันอุดมศึกษา การกำกับคุณภาพ และมีการจัดทำแผนปฏิรูปการศึกษา ไปส่วนหนึ่งแล้ว นอกจากนั้น ยังมีแผน Quick Win สิ่งที่เกิดประโยชน์กับประชาชนได้ในระยะสั้น ได้แก่ Digital Learning Platform เป็นการใช้ดิจิทัลให้ความรู้ไปสู่นักเรียนทั่วประเทศผ่านการใช้สื่อการเรียนรู้ สื่อพัฒนาครู สื่อในการประเมินสมรรถนะนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนต้น ตอนปลาย รวมถึงสื่อการพัฒนาครูให้สอนอย่างมีสมรรถนะ และการบุกเบิกให้เกิดพื้นที่นวัตกรรมต่างๆ นำกิจกรรมในการพัฒนาไปสู่มือนักเรียน และยังมีการปฎิรูปที่เกิดขึ้นในส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นครู อาชีวศึกษา การศึกษาเอกชน การศึกษาตามอัธยาศัย อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้จะสำเร็จได้ สังคมไทยทุกภาคส่วนต้องตื่นขึ้น ตระหนักในสภาพและผลจากปัญหาการศึกษาของไทย ทั้งปรับใจ ปรับพฤติกรรมมาร่วมแรงร่วมใจกัน ไม่ดูดาย โดยรับผิดชอบและเห็นประโยชน์ส่วนร่วมเป็นที่ตั้ง หากสังคมไทยปรับได้การปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10338</URL_LINK>
                <HASHTAG>1ปีคณะกรรมการอิสระปฎิรูปการศึกษา, พรบ.การศึกษาแห่งชาติ, ร่างพรบ.ปฐมวัยห้ามเด็กสอบเข้าป.1, หมอจรัส สุวรรณเวลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180123/image_big_5a671b111a659.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9738</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2018 18:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2018 18:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดอิสระปฎิรูปการศึกษาบูรณะกฎหมายดูแล3กลุ่มบุคคลพิเศษ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอร์ดอิสระฯ ปฏิรูปการศึกษา 3กลุ่มบุคคลพิเศษ &amp;nbsp;ทั้งกลุ่มเด็กพิการ กลุ่มเด็กที่มีความสามารถพิเศษ กลุ่มเด็กด้อยโอกาส เล็ง กำหนดมาตรการดูแลในพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการปฏิรูปการศึกษา สำหรับบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ เพราะคณะกรรมการอิสระฯ ให้ความสำคัญกับการดูแลเด็กพิเศษ โดยการมุ่งดูแลให้เด็กเหล่านี้มีคุณภาพและได้รับโอกาสในการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ รวมถึงดูแลไปถึงเด็กที่มีความเปราะบางทางสังคม เช่น พ่อแม่หย่าร้าง ลูกติดเชื้อเฮชไอวี เป็นต้น ซึ่งเด็กกลุ่มนี้จะต้องหาวิธีการบริหารจัดการที่แตกต่างอย่างหลากหลาย พร้อมกับหากระบวนการคัดกรองที่ถูกต้อง หรือจัดทำแผนปฏิรูปการศึกษาเฉพาะกลุ่มเด็กเหล่านี้ เพราะไม่อยากให้เด็กเหล่านี้เป็นตัวปัญหาของสังคม และปัญหาที่พบในปัจจุบัน คือ มีโรงเรียนบางแห่งอยากให้โรงเรียนมีลำดับคะแนนการทดสอบทางการศึกษาต่างๆ ที่สูงก็พยายามกันเด็กเหล่านี้ไม่ให้มาเข้าสอบ เพื่อเป็นตัวถ่วง ฉะนั้นใน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ....ที่กำลังจัดทำจะมีการกำหนดเป็นมาตราหนึ่งสำหรับดูแลเด็กพิการ เด็กความสามารถพิเศษ และเด็กกลุ่มที่มีความต้องการดูแลเป็นพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางดารณี อุทัยรัตนกิจ รองประธานคณะกรรมการอิสระฯ ว่า ที่ผ่านมา พ.ร.บ.การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ.2551 ซึ่งดูแลเด็กกลุ่มนี้ แบ่งกลุ่มเด็กพิการออกเป็น 9 ประเภทเท่านั้น แต่ในร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... นี้ จะมีการแบ่งเป็น 10 ประเภท โดยจะเพิ่มบุคคลที่มีความพิการทั้งหูหนวกและตาบอดในคนๆ เดียวกัน ซึ่งเดิมอยู่ในความพิการซ้ำซ้อน และแม้จะมีการบรรจุการดูแลเด็กพิการเหล่านี้อยู่แล้ว แต่ในสภาพความเป็นจริงการดูแลยังไม่ครอบคลุม ส่งผลให้เด็กพิการ หรือเด็กพิเศษยังไม่ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ เกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา นอกจากนั้น ปัจจุบันนี้มีเด็กพิการที่เกิดความพิการแบบไม่เห็นเด่นชัด ได้แก่ เด็กโรคการเรียนรู้บกพร่อง (แอลดี) เด็กที่มีความบกพร่องและพฤติกรรม มีปัญหาทางการสื่อสาร และเด็กสมาธิสั้น ด้วย ดังนั้นจึงต้องมีการบรรจุในร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... ให้ครอบคลุมเด็กพิเศษทุกกลุ่มอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางดารณี กล่าวต่อว่า ขณะนี้ประเทศไทยระบุว่ามีเด็กแอลดี จำนวน 300,000 คน แต่เมื่อคณะทำงานได้ทำการสำรวจเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์ พบว่าเด็กที่เป็นแอลดีจริงๆ มีเพียงร้อยละ 37 เท่านั้น ซึ่งสาเหตุที่มีเด็กแอลดีจำนวนมาก เนื่องจากโรงเรียนไม่มีระบบคัดกรอง และเมื่อเห็นว่าเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ก็ระบุว่าเป็นเด็กแอลดีทั้งหมด เพราะเด็กกลุ่มนี้ไม่ต้องสอบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) อีกทั้งยังพบว่า โรงเรียนผลักให้เด็กแอลดีไปอยู่ในกลุ่มพิการ เพื่อให้ได้รับเงินอุดหนุนรายหัวเด็กพิการ 2,000 บาท หรือในส่วนของเด็กออทิสติกในโรงเรียนยังขาดครูที่คอยดูแล ทั้งที่เด็กกลุ่มนี้หลายคนมีความอัจฉริยะ แต่เมื่อโรงเรียนไม่สามารถดูแลได้ก็จะผลักเด็กกลุ่มนี้ออกจากโรงเรียน หรือ เด็กสมาธิสั้นที่ตอนนี้มีจำนวนเพิ่มจากเดิมร้อยละ 5-10 เมื่อครูไม่เข้าใจพยายามผลักเด็กกลุ่มนี้ออกจากโรงเรียนเช่นกัน ทั้งที่เด็กกลุ่มแอลดี เด็กออทิสติก และเด็กสมาธิสั้น มีความสามารถสูง บางคนเป็นเด็กอัจฉริยะ ดังนั้นจึงถือว่าเด็กเหล่านี้เป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพ หากได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คณะกรรมการอิสระฯ จะให้ความสำคัญกับระบบคัดกรองเด็กช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ โดยจะมอบให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ไปคัดเลือกโรงเรียนที่มีความพร้อม เพื่อสร้างห้องเรียนพิเศษให้แก่เด็กเหล่านี้ที่อยู่ในบริบทของโรงเรียนทั่วไปก่อนเคลื่อนเด็กเข้าสู่ระบบการเรียนร่วมปกติ พร้อมกับให้ สพท.จัดหานักจิตวิทยาประจำโรงเรียน รวมถึงอาจมีการอบรมให้ความรู้เพิ่มเติมแก่ครูแนะแนวในเรื่องนี้ และการสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้ให้เกิดขึ้น&amp;rdquo;รองประธานคกก.อิสระฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า พ.ร.บ.การศึกษาปี 2542 ได้กำหนดในการดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเด็กพิการ กลุ่มเด็กที่มีความสามารถพิเศษ และกลุ่มเด็กด้อยโอกาส ซึ่งที่ผ่านมาเกือบ 20 ปี การจัดการศึกษาเด็กพิการเป็นไปอย่างดี แต่ในกลุ่มเด็กที่มีความสามารถพิเศษ และกลุ่มเด็กด้อยโอกาสกลับไม่ได้รับการดูแล ตอบสนองตามความต้องการเท่าที่ควร ทางคณะกรรมการอิสระฯ และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จึงได้ทำงานร่วมกัน และพิจารณาว่าจะดูแลเด็กทั้ง 3 กลุ่มอย่างจริงจัง โดยในกลุ่มของที่ 3 หรือกลุ่มเด็กด้อยโอกาส ได้มีนิยามใช้ชื่อใหม่ว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ซึ่งมีขอบเขตกว้างขึ้น มีหลักการดูแลเด็กทุกคนตั้งแต่แรกเกิดจนถึงตลอดชีวิต โดยใช้วิธีการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ภายใต้เป้าหมายเน้นเรื่องการเรียนร่วมกัน พัฒนาให้ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล ทั้งเรื่องหลักสูตร การสอน การดูแล สนับสนุนส่งเสริมต่างๆ เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเอง ทักษะชีวิต และทักษะอาชีพ พร้อมจัดระบบการสนับสนุนให้เอื้อ ทั้งระบบการคัดกรอง การวินิจฉัย มีครูและนักวิชาชีพ การบริหารจัดการที่จะเอื้อ การพัฒนาเด็กกลุ่มนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9738</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ปฎิรูปการศึกษา, 3กลุ่มเด็กพิเศษ, นพ.จรัส สุวรรณเวลา, บอร์ดอิสระปฎิรูปการศึกษา, พรบ.การศึกษาแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180213/image_big_5a82c42f959e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
