<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59939</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2020 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2020 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิ่งลักษณ์เฮ! ป.ป.ช.ตีตกข้อกล่าวหาออกกม.กู้เงิน2ล้านล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค. 63 - นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงว่า เรื่องกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กับคณะรัฐมนตรีรวม 35 คน กรณีร่วมกันมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศพ.ศ. ....และเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2550 มาตรา 169 และมาตรา 170 เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เรื่องนี้คณะกรรมการป.ป.ช.ทั้งคณะเป็นองค์คณะในการไต่สวนข้อเท็จจริง โดยมีนายณรงค์ รัฐอมฤตเป็นกรรมการ ป.ป.ช. ผู้รับผิดชอบสำนวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการไต่สวนข้อเท็จจริงได้ความว่าเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2556 น.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกับพวกในฐานะคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ... น.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา และต่อมาสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิวุฒิสภาได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาจำนวน6 คนได้ร่วมกันเข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานรัฐสภา เพื่อให้ส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2550 มาตรา 169 วรรคหนึ่งและมาตรา 170 ประธานรัฐสภาจึงได้มีหนังสือลงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2556&amp;nbsp; ส่งเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยที่ 34/2557 ลงวันที่ 12 มีนาคม 2557 ว่าร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ..... ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 169 วรรคหนึ่ง และมาตรา 170 วรรคสอง ซึ่งข้อความดังกล่าวเป็นสาระสำคัญมีผลให้ร่างพระราชบัญญัตินี้เป็นอันตกไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 154 วรรคสาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวิทย์ กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาจากสำนักงานคณะกรมการกฤษฎีกาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยในขั้นตอนการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังกล่าว ไม่ได้มีการหยิบยกประเด็นเรื่องการขัดรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตร 169 และมาตรา 170 มาพิจารณา เนื่องจากเนื้อหาตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ได้เคยมีการตราไว้เป็นกฎหมายในทำนองเดียวกันมาหลายครั้งโดยรัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับในช่วงเวลาเดียวกันก็มีข้อความในทำนองเดียวกันกับมาตรา 169 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และที่ผ่านมาไม่มีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องการขัดรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหากับพวกเชื่อว่าการเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ อีกทั้งในการเสนอร่างพระราชบัญญัติของผู้ถูกกล่าวหากับพวกในฐานะคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหารเป็นไปตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาอันไม่ใช่หน้าที่ทั่วไปหรือตามที่กฎหมายกำหนด ตามองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157และมาตรา 123/1 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเมื่อมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไปยังรัฐสภา ฝ่ายนิติบัญญัติมีหน้าที่โดยตรงในการพิจารณาและตรากฎหมาย มีอำนาจพิจารณาเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบหรือมีอำนาจการแก้ไขได้เป็นการตรวจสอบ ถ่วงดุลและคานอำนาจฝ่ายบริหารของฝ่ายนิติบัญญัติ โดยเป็นไปตามหลักการแบ่งแยกการใช้อำนาจอธิปไตย และเป็นการกระทำของรัฐบาลที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับรัฐสภาเป็นไปตามหลักทฤษฎีการกระทำของรัฐบาลซึ่งโดยหลักการศาลปกครองหรือศาลยุติธรรมจะไม่เข้าไปตรวจสอบ เว้นแต่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบว่าพระราชบัญญัติใดมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งถ้ามีบทบัญญัติใดที่รัฐบาลเสนอมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ต้องรับผิดชอบในทางการเมืองในเรื่องกระบวนการถอดถอนหรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือการตั้งกระทู้ถามอันเป็นการตรวจสอบโดยฝ่ายนิติบัญญัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คณะกรรมการป.ป.ช.จึงมีมติด้วยคะแนนเสียง 5 ต่อ 1 ว่าการกระทำดังกล่าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 และผู้ถูกกล่าวหาที่ 2-35 ไม่มีมูลความผิดตามที่กล่าวหา ให้ข้อกล่าวหาเป็นอันตกไป&amp;quot; นายวรวิทย์ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59939</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตีตก, ป.ป.ช., พรบ.กู้เงิน2ล้านล้าน, ยิ่งลักษณ์, วรวิทย์ สุขบุญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200316/image_big_5e6f3975cce6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
