<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2020 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2020 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัยการ&#039;ชี้มธ.ต้องยึดพรบ.ข้อมูลข่าวสารฯคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ย.63-ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม สถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด และกรรมการวินิจฉัยเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวให้ความเห็นข้อกฎหมาย กรณีมีการตรวจเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เข้าร่วมงานที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กับผู้เข้าร่วมงานพระราชทานปริญญาบัตร ระบุว่า ข้อมูลส่วนบุคคล ที่อาจไม่ส่วนบุคคล กรณีรับปริญญาธรรมศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ธนกฤต ระบุว่า ตามที่มีข่าวปรากฏตามสื่อต่าง ๆ ถึงกรณีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ดำเนินมาตรการตรวจคัดกรองบุคคลผู้เข้าร่วมงานพระราชทานปริญญาบัตร ด้วยการตรวจและเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เข้าร่วมงาน เช่น บัตรประจำตัวประชาชน ข้อมูลส่วนตัว และรูปถ่ายบุคคล รวมทั้งข้อห่วงกังวลของผู้เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ต่อกรณีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปยังหน่วยงานภายนอกและเจ้าหน้าที่รัฐในหน่วยงานอื่นนั้น &amp;nbsp;ผมขอให้ความเห็นส่วนตัวเป็นข้อสังเกตทางวิชาการในประเด็นข้อกฎหมายเรื่องข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถึงแม้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ที่เป็นกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรงจะยังไม่นำมาใช้บังคับกับหน่วยงานของรัฐและกิจการอย่างอื่น รวมทั้งสิ้น 22 หน่วยงานและกิจการ ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานและกิจการที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 &amp;nbsp;พ.ศ. 2563 ทำให้ในช่วงเวลาดังกล่าว หน่วยงานของรัฐและกิจการที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติในเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จะยังไม่มีโทษทางอาญา ความรับผิดทางแพ่ง หรือโทษปรับทางปกครองก็ตาม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เช่น หากฝ่าฝืนมาตรา 24 ที่กำหนดห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้น ก็ยังไม่ต้องรับโทษปรับทางปกครอง หรือหากฝ่าฝืนมาตรา 27 ที่กำหนดห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้น ก็จะยังไม่ต้องรับโทษทางอาญาและโทษปรับทางปกครอง อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐก็ยังคงต้องถือปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ในส่วนที่บัญญัติคุ้มครองข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลไว้ ดังจะกล่าวต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ธนกฤต ระบุว่า ตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 4 บัตรประจำตัวประชาชน ข้อมูลส่วนตัว และรูปถ่ายบุคคล ถือเป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ซึ่ง พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการฯ มาตรา 23 (5) กำหนดหลักเกณฑ์ในการขอและจัดเก็บข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลไว้ ดังนี้ 1.หน่วยงานของรัฐต้องจัดระบบรักษาความปลอดภัยให้แก่ระบบข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตามความเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำไปใช้โดยไม่เหมาะสมหรือเป็นผลร้ายต่อเจ้าของข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ในกรณีที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ข้อมูลบัตรประชาชน ข้อมูลส่วนตัว รูปถ่าย โดยตรงจากเจ้าของข้อมูล หน่วยงานของรัฐต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบล่วงหน้า 3. หากมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า หน่วยงานรัฐต้องแจ้งพร้อมกับการขอข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ถึงวัตถุประสงค์ที่จะนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ ซึ่งก็ต้องมาพิจารณาดูว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ดำเนินการขอและจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล เช่น บัตรประจำตัวประชาชน ข้อมูลส่วนตัว รูปถ่ายบุคคลที่มาร่วมงานพระราชทานปริญญาบัตร เป็นไปตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการฯ มาตรา 23 (5) ดังที่กล่าวมาข้างต้นหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการฯ มาตรา 24 วรรคหนึ่ง ยังได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลไว้ ดังนี้ หลัก- หน่วยงานของรัฐจะเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของตนต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นหรือผู้อื่น โดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือของเจ้าของข้อมูลไม่ได้ &amp;nbsp;ข้อยกเว้น-ในกรณีที่เป็นการเปิดเผยดังต่อไปนี้ หน่วยงานของรัฐได้รับการยกเว้นให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของตนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เปิดเผยต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานของตนเพื่อนำไปใช้ตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐแห่งนั้น 2. เป็นการใช้ข้อมูลตามปกติภายในวัตถุประสงค์ของการจัดให้มีระบบข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลของหน่วยงานรัฐนั้น 3. เปิดเผยต่อหน่วยงานของรัฐที่ทำงานด้านการวางแผนหรือการสถิติหรือสำมะโนต่าง ๆ ซึ่งมีหน้าที่ต้องรักษาข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลไว้ไม่ให้เปิดเผยต่อไปยังผู้อื่น 4. เป็นการให้ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัยโดยไม่ระบุชื่อหรือส่วนที่ทำให้รู้ว่าเป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับบุคคลใด 5. เปิดเผยต่อหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร หรือหน่วยงานอื่นของรัฐตามมาตรา 26 วรรคหนึ่ง เพื่อการตรวจดูคุณค่าในการเก็บรักษา 6. เปิดเผยต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อการป้องกันการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย การสืบสวน การสอบสวน หรือการฟ้องคดี ไม่ว่าเป็นคดีประเภทใดก็ตาม 7. เป็นการให้ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลซึ่งจำเป็นเพื่อการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิตหรือสุขภาพของบุคคล 8. เป็นการให้ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลต่อศาล และเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐหรือบุคคลที่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะขอข้อเท็จจริงดังกล่าว 9. กรณีอื่นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงื่อนไขการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล - การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตามข้อยกเว้นในข้อ 1 และข้อ 2 ข้างต้น ไม่น่าจะทำให้มีข้อห่วงกังวลและปัญหาตามมานัก เนื่องจากเป็นการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลภายในหน่วยงานรัฐที่เป็นผู้ขอและจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเอง ซึ่งก็ย่อมมีความต้องการนำเอาข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานรัฐแห่งนั้น &amp;nbsp;แต่ในกรณีที่เป็นการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลไปยังบุคคลภายนอกและหน่วยงานรัฐแห่งอื่น ตามข้อยกเว้นในข้อ 3-8 มีข้อที่หน่วยงานของรัฐผู้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล พึงต้องกระทำด้วยความระมัดระวังมากยิ่งกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการฯ มาตรา 24 วรรคสอง จึงกำหนดให้ต้องมีการจัดทำบัญชีแสดงการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลนั้น ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งก็คือ กฎกระทรวง (พ.ศ. 2541) ออกตามความใน พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กฎกระทรวงฉบับดังกล่าวกำหนดให้ต้องมีการจัดทำบัญชีแสดงการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ที่อย่างน้อยต้องมีรายการตามที่กฎกระทรวงกำหนดไว้ เช่น วันเดือนปีที่ขอตรวจดูหรือยืมข้อมูล วัตถุประสงค์ในการขอตรวจดูหรือยืมข้อมูล ชื่อผู้ขอตรวจดูหรือยืมข้อมูลและหลักฐานแสดงตัวบุคคล ลายมือชื่อผู้ขอตรวจดูหรือยืมข้อมูล วันเดือนปีที่คืนข้อมูล ชื่อผู้คืนข้อมูลและลายมือชื่อผู้คืน และหน่วยงานของรัฐต้องเก็บรวบรวมบัญชีแสดงการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล เพื่อให้บุคคลสามารถตรวจสอบดูข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนเองได้
&amp;nbsp;
ในกรณีของการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนี้ หากปรากฏข้อเท็จจริงว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้มีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของนักศึกษาและประชาชนที่มาร่วมงานพระราชทานปริญญาบัตรไปยังหน่วยงานรัฐแห่งอื่น หรือไปยังบุคคลภายนอกที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานอื่น ก็ควรต้องมาพิจารณาดูว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีนี้ โดยใช้ข้อยกเว้นข้อใด เป็นไปตามข้อยกเว้นที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการฯ มาตรา 24 วรรคหนึ่ง หรือไม่ อย่างไร &amp;nbsp;และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 24 วรรคสอง และกฎกระทรวง (พ.ศ. 2541)ฯ ที่กำหนดให้ต้องจัดทำบัญชีแสดงการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล และต้องมีรายการตามที่กฎกระทรวงกำหนดไว้ ดังที่ได้กล่าวไปแล้วหรือไม่ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82469</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล, พรบ.ข้อมูลข่าวสาร, มธ., อัยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c6a2b8c2fbeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13340</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2018 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2018 03:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขบวนองค์กรชุมชนจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติ  10 ปี ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน/ พอช.จัดสัมมนาขบวนองค์กรชุมชนกับการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp; และจัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม&amp;nbsp; ระยะ 10 ปี (พ.ศ.2562-2571) เป้าหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรม&amp;nbsp; ลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ &amp;nbsp;&amp;lsquo;เอ็นนู&amp;rsquo; ประธานคณะจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสฯ เผยจะนำข้อเสนอและความเห็นของผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนไปจัดทำร่างยุทธศาสตร์ให้แล้วเสร็จภายในกันยายนนี้&amp;nbsp; และจะนำเสนอ ครม.-สนช.พิจารณาได้ภายในช่วงต้นปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามที่รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติ &amp;nbsp;6 ด้าน&amp;nbsp; ประกอบด้วย 1.ด้านความมั่นคง &amp;nbsp;2.ด้านความสามารถในการแข่งขัน&amp;nbsp; 3.ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์&amp;nbsp; 4.ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม&amp;nbsp; 5. ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; และ 6.ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ&amp;nbsp; โดยให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp; เพื่อนำยุทธศาสตร์ทั้ง 6 ด้านไปปฏิรูปประเทศตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ต่อไป

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดวันนี้ (13 กรกฎาคม)&amp;nbsp; ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ถนนนวมินทร์&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; มีการจัดสัมมนาขบวนองค์กรชุมชนกับการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp; และการระดมความเห็นจากผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; เพื่อนำมาจัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ 4&amp;nbsp; การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม&amp;nbsp; ระยะ 10 ปี&amp;nbsp; (พ.ศ.2562-2571) โดยมีผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; และคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคเข้าร่วมประมาณ&amp;nbsp; 60 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายเอ็นนู&amp;nbsp; ซื่อสุวรรณ&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม &amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; เป้าหมายการพัฒนาประเทศโดยรวมตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20&amp;nbsp; ปี&amp;nbsp; ประกอบด้วย 1.ประเทศชาติมั่นคง&amp;nbsp; 2.เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; 3.ประชาชนมีความสุข&amp;nbsp; 4.สังคมเป็นธรรม&amp;nbsp; และ 5.ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ 4&amp;nbsp; การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม &amp;nbsp;มีขอบเขตเกี่ยวกับผู้สูงวัย &amp;nbsp;ความยากจน &amp;nbsp;คนด้อยโอกาส &amp;nbsp;บริการสาธารณสุข &amp;nbsp;ประชารัฐ &amp;nbsp;ตลาดชาวบ้าน &amp;nbsp;เศรษฐกิจฐานราก &amp;nbsp;เศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp; ความเข้มแข็งของสังคม&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายระยะยาว&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1.สร้างความเป็นธรรม&amp;nbsp; และลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ&amp;nbsp; 2.กระจายศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp; เพิ่มโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามาเป็นกำลังการพัฒนาประเทศในทุกระดับเพื่อสร้างความสมานฉันท์&amp;nbsp; และ 3.เพิ่มขีดความสามารถของชุมชนท้องถิ่นในการพัฒนาตนเองและการจัดการตนเองเพื่อสร้างสังคมคุณภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเอ็นนู&amp;nbsp; ซื่อสุวรรณ&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนประเด็นยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ 4&amp;nbsp; มี 4 ประเด็นหลัก&amp;nbsp; คือ 1.การลดความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp; สร้างความเป็นธรรมในทุกมิติ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp; การปฏิรูประบบภาษีและการคุ้มครองผู้บริโภค&amp;nbsp; กระจายการถือครองที่ดินและการเข้าถึงทรัพยากร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; 2.การกระจายศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp; สังคม&amp;nbsp; และเทคโนโลยี&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การพัฒนาศูนย์กลางความเจริญในด้านต่างๆ ไปสู่ภูมิภาค&amp;nbsp; กำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละกลุ่มจังหวัดในมิติต่างๆ&amp;nbsp; จัดระบบเมืองที่เอื้อต่อการสร้างชีวิตและสังคมที่มีคุณภาพและปลอดภัย&amp;nbsp; เพื่อตอบสนองต่อสังคมสูงวัยและการขยายตัวของเมืองในอนาคต&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;3.การเสริมสร้างพลังทางสังคม &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; สร้างสังคมที่เข้มแข็ง&amp;nbsp; แบ่งปัน&amp;nbsp; ไม่ทอดทิ้งกัน&amp;nbsp; และมีคุณธรรม&amp;nbsp; การรองรับสังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ&amp;nbsp; ส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศและบทบาทของสตรีในการสร้างสรรค์สังคม&amp;nbsp; ฯลฯ &amp;nbsp;และ 4.เพิ่มขีดความสามารถของชุมชนท้องถิ่นในการพัฒนาตนเองและการจัดการตนเอง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมการปรับพฤติกรรมในระดับครัวเรือน&amp;nbsp; ให้มีขีดความสามารถในการวางแผนชีวิต&amp;nbsp; สุขภาพ&amp;nbsp; ครอบครัว&amp;nbsp; การเงิน&amp;nbsp; และอาชีพ&amp;nbsp; สร้างการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ เพื่อสร้างประชาธิปไตยชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายเอ็นนูกล่าวในตอนท้ายว่า&amp;nbsp; ข้อเสนอของผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนที่ได้จากการสัมมนาในวันนี้จะนำไปรวมกับข้อเสนอจากหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อนำไปจัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมต่อไป&amp;nbsp; โดยคาดว่าจะจัดทำร่างฯ ดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้&amp;nbsp; หลังจากนั้นจะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาและอนุมัติ&amp;nbsp; และเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ภายในช่วงต้นปี 2562&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัมพร&amp;nbsp; แก้วหนู&amp;nbsp; รอง ผอ.พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายอัมพร&amp;nbsp; แก้วหนู&amp;nbsp; รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การวางแผนงานเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์ชาติจะต้องมีข้อมูลที่ถูกต้อง&amp;nbsp; หากข้อมูลไม่ถูกต้องก็จะทำให้การวางแผนงานผิดพลาด&amp;nbsp; นอกจากนี้จะต้องคำนึงถึงสถานการณ์สำคัญที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในช่วง 10 ปีข้างหน้าเพื่อนำมาใช้ประกอบในการวางแผน&amp;nbsp; เช่น ประชากรสูงอายุของประเทศไทยจะเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp; ในขณะที่คนเกิดใหม่จะน้อยลง&amp;nbsp; ส่งผลให้โรงเรียนและมหาวิทยาลัยจะปิดตัวลง&amp;nbsp; โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยเอกชน,&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงข่ายรถไฟความเร็วสูงทั่วประเทศ&amp;nbsp; และการเชื่อมโยงทางรถไฟอาเซียนและอินเดีย&amp;nbsp; ซึ่งอาจจะส่งผลทำให้เกิดอาชญากรรมเพิ่มมากขึ้น,&amp;nbsp;&amp;nbsp; การนำหุ่นยนต์มาทดแทนแรงงานในโรงงาน&amp;nbsp; ทำให้จำนวนคนตกงานเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp; คนงานถูกกดค่าแรง&amp;nbsp; เกิดปัญหาอื่นๆ ติดตามมา,&amp;nbsp; จำนวนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่มาเมืองไทยเพิ่มขึ้นเป็นปีละ 40 ล้านคน&amp;nbsp; ซึ่งจะส่งผลกระทบในด้านต่างๆ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ในช่วงบ่ายของการสัมมนา&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศได้แบ่งกลุ่มย่อยเพื่อเสนอความเห็น&amp;nbsp; และจะนำความเห็นและข้อเสนอของแต่ละกลุ่มมาประมวลผลและสังเคราะห์&amp;nbsp; และนำเสนอต่อคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม&amp;nbsp; เพื่อนำไปรวบรวมจัดทำเป็นร่างยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ 4 (ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม) ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับข้อเสนอและความเห็นของผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนที่เข้าร่วมสัมมนามีทั้งหมด &amp;nbsp;5 &amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp; ดังนี้&amp;nbsp; 1.การสื่อสาร&amp;nbsp; เทคโนโลยีสารสนเทศ&amp;nbsp; องค์ความรู้&amp;nbsp; ข้อมูลข่าวสาร&amp;nbsp; มีข้อเสนอ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จัดตั้งศูนย์ข้อมูลและสารสนเทศระดับตำบล&amp;nbsp; เป้าหมาย 6,000 ตำบล&amp;nbsp; ภายใน 10 ปี&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;2.การถือครองที่ดินและการเข้าถึงทรัพยากร การจัดระบบเมืองที่เอื้อต่อการสร้างชีวิตและสังคมที่มีคุณภาพ&amp;nbsp; มีข้อเสนอ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กระจายการถือครองที่ดิน&amp;nbsp; ออกกฎหมายจำกัดการถือครองที่ดิน&amp;nbsp; และผลักดันให้มีการใช้กฎหมายอย่างแท้จริง, มีการสำรวจข้อมูลที่ดินทุกประเภทก่อนที่รัฐจะประกาศใช้&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;3.สร้างหลักประกันทางสังคมที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับคนทุกช่วงวัย&amp;nbsp; ทุกเพศภาะ&amp;nbsp; และทุกกลุ่ม&amp;nbsp; มีข้อเสนอ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผลักดันร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมระบบสวัสดิการชุมชน, แต่งตั้งคณะทำงาน พ.ร.บ.ส่งเสริมระบบสวัสดิการฯ, การขับเคลื่อนตามรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; เรื่องสิทธิชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;4.การสร้างสังคมเข้มแข็งที่แบ่งปัน&amp;nbsp; ไม่ทอดทิ้งกัน&amp;nbsp; และมีคุณธรรม&amp;nbsp; มีข้อเสนอ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมการใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่และการผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบาย, พัฒนาผู้นำชุมชนในมิติต่างๆ&amp;nbsp; และพัฒนาให้เป็นผู้นำมืออาชีพ, สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;5.ส่งเสริมการปรับพฤติกรรมในครัวเรือน ให้มีขีดความสามารถในการวางแผนชีวิต&amp;nbsp; สุขภาพ&amp;nbsp; ครอบครัว&amp;nbsp; งานเงิน&amp;nbsp; และอาชีพ &amp;nbsp;มีข้อเสนอ &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; สร้างเศรษฐกิจชุมชนครบวงจร&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; เกษตร&amp;nbsp; แปรรูป&amp;nbsp; ท่องเที่ยว&amp;nbsp; และการตลาด&amp;nbsp; โดยมีฐานข้อมูลการผลิตและการตลาดให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทุกตำบล,&amp;nbsp; เสนอให้มีหน่วยงานรับผิดชอบเรื่องการจัดทำฐานข้อมูลโดยตรง&amp;nbsp; โดยมีบทบาทร่วมกับกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;&amp;nbsp; เชื่อมโยงข้อมูลด้านการผลิต&amp;nbsp; การตลาด,&amp;nbsp; สร้างระบบเครือข่าย&amp;nbsp; การรวมกลุ่มผลิต&amp;nbsp; แปรรูป&amp;nbsp; จำหน่าย&amp;nbsp; มีศูนย์กระจายสินค้าระดับจังหวัด&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13340</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดระบบเมือง, ผอ.พอช., พรบ.ข้อมูลข่าวสาร, ยุทธศาสตร์ชาติ, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), องค์กรชุมชน, อัมพร  แก้วหนู  รอง ผอ.พอช., เอ็นนู  ซื่อสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180713/image_big_5b48791e314c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11574</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2018 11:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2018 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้กองทัพคายหลักฐานกล้องวงจรปิดยิง&#039;ชัยภูมิ ป่าแส&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทนายความชัยภูมิ ป่าแส&amp;rdquo; ยื่นหนังสือ ผบ.ทบ.ทวงภาพกล้องวงจรปิด ณ จุดเกิดเหตุ เดินหน้าใช้ช่องทาง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารงัดหลักฐานสำคัญ
&amp;nbsp;
18มิ.ย.61- ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียนการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ กองบัญชาการกองทัพบก &amp;nbsp;(บก.ทบ.) นายรัษฎา มนูรัษฎา ทนายความของนายชัยภูมิ ป่าแส นักกิจกรรมชาวลาหู่ ที่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารวิสามัญฆาตกรรม เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560 เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.เฉลิม ชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) &amp;nbsp;เพื่อให้เปิดกล้องวงจรปิดในวันที่เกิดเหตุ บริเวณ ด่านตรวจถาวรบ้านรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ &amp;nbsp;โดยมี พล.ต.ปัณณทัต กาญจนะวสิต เลขานุการกองทัพบก เป็นตัวแทนรับหนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรัษฎา กล่าวว่า &amp;nbsp; การมายื่นหนังสือวันนี้ต้องการให้ผบ.ทบ.สั่งการให้หน่วยงานรับผิดชอบดูแลกล้องวงจรปิด เปิดภาพดังกล่าวให้ญาติ และทนายความ ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร พ.ศ. 2540 &amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทุกฝ่าย รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐด้วย ในเมื่อทางเจ้าหน้าที่อ้างว่าเป็นการป้องกันตัว ดังนั้นพยานวัตถุดังกล่าวจึงสำคัญในการต่อสู้คดีว่าการป้องกันตัวชอบธรรมหรือไม่ ทั้งนี้นายทหารผู้บังคับกองร้อยให้การในชั้นสอบสวนได้ดูภาพดังกล่าวแล้ว พร้อมทำสำเนาภาพในวันที่ 25 มีนาคม 2560 เพื่อส่งให้พนักงานสอบสวน ดังนั้นข้อมูลภาพจึงมีอยู่แน่นอน อย่างน้อยต้องมีสำเนาภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายชัยภูมิ ป่าแส นักกิจกรรมเยาวชนชาติพันธุ์ลาหู่ ถูกทหารสังกัดกองร้อยทหารม้าที่ 2 บก. ควบคุมที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจกรรมทหารม้าที่ 5 ที่ตั้งจุดตรวจค้นยาเสพติดบริเวณด่านตรวจบ้านรินหลวง โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่านายชัยภูมิมียาเสพติดและต่อสู้ขัดขวาง และจะใช้อาวุธระเบิดขว้างใส่เจ้าหน้าที่ทหาร จึงทำให้เจ้าหน้าที่ทหารจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนยิงสังหารนายชัยภูมิ จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
.
โดยเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ทีผ่านมา ศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้อ่านคำสั่งไต่สวนการชันสูตรพลิกศพ โดยระบุว่า ผู้ตายคือ นายชัยภูมิ ป่าแส &amp;nbsp;ถูกยิงจากอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ทหาร และเสียชีวิตบริเวณด่านรินหลวง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนพฤติการณ์แห่งการตายที่เจ้าหน้าที่ทหารอ้างว่านายชัยภูมิจะใช้อาวุธมีดและระเบิดทำร้ายเจ้าหน้าหน้าที่ อันเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนยิงเพื่อป้องกันตัวหรือไม่นั้น ศาลไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นนี้
.
แม้ศาลจะมีคำสั่งไต่สวนการชันสูตรพลิกศพออกมาแล้ว แต่ความจริงเกี่ยวกับการตายของนายชัยภูมิ ป่าแส ก็ยังคงมีความคลุมเครือ และสร้างความเคลือบแคลงใจให้แก่ฝ่ายญาติผู้ตายอย่างยิ่ง และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีประเด็นที่ถูกพูดถึงและเรียกร้องมาตลอดจากทางฝ่ายญาติผู้ตายและสาธารณะชนคือ การขอให้มีการเปิดเผยภาพจากกล้องวงจงปิดในวันเกิดเหตุ รวมถึงขอให้มีการนำภาพจากกล้องวงจรปิดดังกล่าวมาใช้พิสูจน์ความจริงในชั้นไต่สวนการชันสูตรพลิกศพของศาลด้วย แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้มีการเปิดเผยภาพวงจรปิดดังกล่าวแต่อย่างใด.
.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11574</URL_LINK>
                <HASHTAG>กล้องวงจรปิด, กองทัพบก, ชัยภูมิ ป่าแส, ด่านแม่ริน, ผบ.ทบ., พรบ.ข้อมูลข่าวสาร, วิสามัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180618/image_big_5b27386f03e1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
