<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2021 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 14:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุทธพงศ์งานงอก! เรืองไกรร้องบิ๊กตู่สอบพ่วงเพื่อไทยตรวจงบลับไม่ตรงเอกสาร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.64- นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณพ.ศ.2565 กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นเดือนมิ.ย. ได้ติดตามข่าวที่นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทยแสดงความเห็นเรื่องงบลับใน พรบ.งบประมาณ2565 โดยตลอด จนพบประเด็นเกี่ยวกับงบลับที่นายยุทธพงศ์ แถลงข่าวแล้วมีการโพสต์ในเฟซบุ๊กของพรรคเพื่อไทยด้วย จำนวน 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. เป็นคลิปที่นายยุทธพงศ์ กับส.ส.อีกคน แถลงข่าวที่พรรคเพื่อไทย มีการกล่าวถึงเงินงบลับในร่าง
&amp;nbsp;พรบ.งบประมาณ2565 ด้วย ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. มีการโพสต์ข้อมูลในเฟซบุ๊กของพรรคเพื่อไทย โดยลงข้อมูลในทำนองที่ว่า งบลับ แทรกซึมไปในทุกกระทรวงทุกสำนัก ทบวง กรมต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ครั้งที่ 3 วันที่ 7 มิ.ย. 64 มีการโพสต์ข้อมูลในเฟซบุ๊กของพรรคเพื่อไทย โดยลงข้อความระบุว่า งบลับ อยู่ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรีโดยตรง มีเงินราชการลับ 19 รายการ รวมทั้งสิ้นถึง 558 ล้านบาท
&amp;nbsp;นายเรืองไกร กล่าวว่า เมื่อนำคลิปและข้อมูลงบลับดังกล่าวไปตรวจสอบกับเอกสารงบประมาณ ปี 2565 (เล่มขาวคาดแดง) พบว่า ไม่มีงบลับแทรกซึมไปในทุกกระทรวงทุกสำนัก ทบวง กรมต่างๆ แต่อย่างใด แต่มีเพียงบางหน่วยเท่านั้น อีกทั้งยังพบว่า สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี อยู่ในร่างพรบ.งบประมาณ2565 มาตรา 7 รายการที่ 1 และในเอกสารงบประมาณ ฉบับที่ 3 เล่ม1 พบว่า สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีไม่มีรายการงบลับ 19 รายการ รวมทั้งสิ้น 558 ล้านบาท ตามที่แถลงข่าวและโพสต์ลงในเฟซบุ๊กของพรรคเพื่อไทย แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่า &amp;nbsp; จากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่า งบลับดังกล่าวมีการตั้งไว้ที่ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ในมาตรา 7 รายการที่ 15 &amp;nbsp;ตามรายละเอียดในฉบับที่ 3 เล่ม 1 หน้า 345 เมื่อคลิปแถลงข่าวและข้อมูลงบลับที่อยู่ในเฟซบุ๊กของพรรคเพื่อไทย เป็นข้อมูลที่ไม่ตรงกับเอกสารงบประมาณรายจ่าย 2565 กรณี จึงมีเหตุต้องตรวจสอบว่า คลิปและข้อมูลในเฟซบุ๊กของพรรคเพื่อไทย ทั้ง 3 ครั้งดังกล่าวข้างต้น จะเข้าข่ายเป็นความผิดตามความในมาตรา 14 และหรือมาตรา 15 ของพรบ.คอมพิวเตอร์ 2550 หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่า เมื่อมีการนำคลิปและข้อมูลงบลับดังกล่าวลงในเฟซบุ๊กพรรคเพื่อไทย ซึ่งเผยแพร่สู่สาธารณะ ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ &amp;nbsp;และเป็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืน พรบ.คอมพ์ฯ เกิดขึ้นแล้ว และงบลับเป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งไม่ทราบว่า กระทรวงดีอีฯ ได้ดำเนินการ หรือไม่ ประกอบกับนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารที่ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบการกระทำใดๆ ที่อาจฝ่าฝืนกฎหมาย กรณีนี้เป็นเรื่องที่นายยุทธพงศ์กับพรรคเพื่อไทย นำข้อมูลเรื่องงบลับมากล่าวอ้างแล้วเผยแพร่ในเฟซบุ๊กดังกล่าว แต่ข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในเอกสารงบประมาณ 2565 ของทางราชการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร ระบุว่า &amp;nbsp;ประกอบกับแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่นำมาศึกษาเทียบเคียง กรณีจึงมีเหตุต้องขอให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบว่า นายยุทธพงศ์ กับพรรคเพื่อไทย มีการกระทำที่จะเข้าข่ายฝ่าฝืน พรบ.คอมพ์ หรือไม่ วันที่ 14 มิ.ย. จะไปส่งเรื่องนี้ทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบกรณีดังกล่าวโดยเร็ว พร้อมทั้งขอให้สั่ง กระทรวงดีอี ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไปอีกทางหนึ่งด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106213</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรบ.งบประมาณ, ยุทธพงศ์, เรืองไกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210613/image_big_60c5ab85b65ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2021 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มือเศรษฐกิจปชป.&#039;ติงนายกฯทำผิดกม.วินัยการคลังฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย.64- นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรมช.คลัง อภิปรายว่า ขณะนี้เรากำลังประสบกับภาวะวิกฤตงบประมาณ ตามกฏหมายวินัยการเงินการคลัง มาตรา 20 ระบุชัดเกี่ยวกับการขาดดุล และงบลงทุน ซึ่งเราทำผิดข้อนี้ แม้จะบอกว่าได้แก้ไขโดยมีการแจ้งกล่าวก็ตาม แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบงบประมาณขณะนี้เข้าสู่จุดบอด เรากำลังจะประสบปัญหาชนเพดาน ตนไม่ได้ตำหนิรัฐบาล เพียงแต่อยากให้เราดูแลระบบงบประมาณให้ดีจะได้เป็นเครื่องมือสำคัญของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเป็นห่วงที่นายกฯชี้แจงเรื่องงบลงทุน โดยเพิ่มแหล่งลงทุน โดยเฉพาะการกู้เงินตามพ.ร.บ.หนี้ ยืนยันว่าไม่ใช่การแก้ไขปัญหางบประมาณ และจะยิ่งทำให้ระบบงบประมาณอ่อนแอลง การที่พยายามจะหลบโดยไปใช้พ.ร.ก.กู้เงิน จะทำให้รัฐสภาไม่ได้ตรวจสอบ ประชาชนไม่ทราบ การประกาศใช้พ.ร.ก. แล้วนำงบไปใช้เลย จะทำให้ระบบงบประมาณเกิดความเสียหายมาก ดังนั้น ยืนยันว่าพ.ร.ก.กู้เงินไม่ใช่หลักงบประมาณที่ดี&amp;rdquo; &amp;nbsp;อดีตรมช.คลัง กล่าว และว่า ในระยะสั้นเห็นด้วยที่รัฐบาลจะจัดงบให้เศรษฐกิจที่ขาดการใช้จ่าย ที่เศรษฐกิจกำลังฝืดเคือง และอยากเห็นคนจัดสรรงบนำงบไปช่วยโควิดโดยตรง งบที่ยังไม่จำเป็นก็อาจรอก่อนได้ ที่สำคัญ ถ้าโควิดหายไป เราต้องกลับฟื้นมาได้ &amp;nbsp;หลายประเทศไม่อาจฟื้นระบบการคลังเป็นปกติได้ และเจอวิกฤตใหม่ ดังนั้น ตนจึงอยากให้สังคยนาระบบงบประมาณใหม่ ทบทวนว่าถูกต้องหรือไม่ที่บอกว่าการสร้างรั่ว สร้างป้ายขนาดใหญ่ สร้างถนนที่ไม่มีรถวิ่งคือการลงทุน สิ่งเหล่านี้ต้องทบทวน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิสิฐ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ระบบงบประมาณกำลังอยู่ในวิกฤต เพราะค่าใช้จ่ายกำลังบวมขึ้น ทำให้เม็ดเงินที่จะใช้ให้เกิดประโยชน์ในการลงทุนน้อยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบกลาง กว่า70เปอร์เซ็นต์ เป็นสวัสดิการข้าราชการ ฐานะการคลังและหนี้ของรัฐบาลกำลังจะเป็นตัวปัญหาใหญ่ เพราะเรื่องการใช้จ่ายโควิดที่มีการกู้ 1 ล้านล้านบาท กับกู้อีก 5 แสนล้านบาท ประกอบกับรายได้ของรัฐบาลที่ตกต่ำ เพราะเศรษฐกิจฝืดเคือง แม้เจ้าหน้าที่พยายามจะบอกว่าหนี้สาธารณะยังไม่เกินเพดานที่กำหนดไว้ที่ 60 เปอร์เซ็นต์ และปั่นตัวเลขจีดีพี ตนไม่อยากให้เราทำผิดกฎหมายโดยอนุมัติงบประมาณไป เพราะงบประมาณรายจ่ายปี65 จะขาดดุลถึง 7 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิสิฐ กล่าวด้วยว่า ถ้าสภาฯอนุมัติงบปี65 เท่ากับเป็นการเปิดทางให้รัฐบาลทำผิดพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 10 (1) กำหนดให้นายกฯต้องแถลงฐานะการคลัง แต่การแถลงของนายกฯเมื่อวันที่ 31 พ.ค. ยังมีความไม่สมบูรณ์ หรือไม่แน่ใจว่านายกฯจงใจทำผิดพ.ร.บ.หรือไม่ นายกฯแถลงเพียงตัวเลขหนี้ และตัวเลขไม่กี่ตัวที่ไม่ใช่ฐานะการคลัง ประกอบกับในมาตรา 11 กำหนดว่าต้องแถลงวิธีการหาเงินด้วย แต่นายกฯไม่แถลง ตนไม่อยากเห็นเราทำผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นกฎหมายที่นายกฯเซ็นเอง รัฐบาลไม่แสดงฐานะการคลัง ไม่อธิบายหนี้ที่เสนอเพิ่มเติม และไม่แสดงวิธีการหาเงินชดเชยการขาดดุล.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104894</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรบ.งบประมาณ, พิสิฐ ลี้อาธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b5bdef0d71c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ้างทำงบ&#039;65แบบศรีธนญชัยมติ&#039;พท.&#039;คว่าร่างตั้งแต่วาระแรก  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.64-&amp;nbsp; นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการพิจารณาร่างพ.ร.บ.รายจ่ายปี 2565 ว่า ที่ผ่านมาเวลาพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ส.ส.ฝ่ายค้าน มักใช้วิธีการงดออกเสียงในการพิจารณาวาระแรก เพื่อให้งบประมาณผ่านไปได้ แต่จากการประชุมของพรรคเพื่อไทย พบว่าการจัดทำงบประมาณปีนี้ ทำแบบศรีธนญชัย ซับซ้อนซ่อนเงื่อน หลอกลวงประชาชนที่รู้ไม่ทัน โดยเฉพาะใช้เงื่อนไขและช่องว่างทางกฎหมาย ที่พรรคพวกของตัวเองได้ทำไว้เมื่อปี 61-62 ในช่วงสนช. เช่นพ.ร.บ.หนี้สาธารณะ พ.ร.บ.ระเบียบวินัยการเงินการคลัง เน้นไปที่การเปิดช่องว่างในการกู้ ดูได้จากการจัดทำงบประมาณปีนี้ ส่งผลไปในทางไทยจุก ไทยเจ๊ง ไทยไม่มีเจ๊า เนื่องจากเป็นการตั้งงบขาดดุลอย่างน่าตกใจ การตั้งงบประมาณขาดดุลนั้นสามารถทำได้ แต่ที่น่าตกใจคือปีนี้แม้จะตั้งงบขาดดุลแล้ว ก็ยังไม่เพียงพอต่อส่วนต่าง งบประมาณกับรายได้ที่คาดการว่า จะมีช่องว่างมากกว่างบขาดดุลที่ตั้งไว้ แล้วไปซ่อนไว้ใน พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ซึ่งพ.ร.ก.ตัวนี้ ใช้แทคติคในการกู้ ส่วนการจัดสรรงบประมาณรายกระทรวง พบว่าไม่มีอะไรแตกต่างไปจากปี 2563-2564 ทำให้เห็นว่าถ้าปีนี้ประชาชนรู้สึกว่าหนักแค่ไหนปลายปีนี้และปีหน้าก็ให้คูณไปอีก10 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พรรคฝ่ายค้านจึงไม่สามารถไว้วางใจให้ผ่านงบประมาณไปได้ เนื่องจากหากผ่านไปจะเป็นปัญหาให้ประชาชนทั้งประเทศ พรรคเพื่อไทยจึงมีมติไม่การคว่ำร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวตั้งแต่วาระหนึ่ง และจากพูดคุยกับพรรคอื่นก็มีความเห็นทิศทางเดียวกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104674</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรายุ ห่วงทรัพย์, พรบ.งบประมาณ, พรรคเพื่อไทย, วาระแรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b353207610d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 09:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาธิปัตย์ตั้ง 6 ขุนพลนั่งกรรมาธิการงบประมาณฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.64 -&amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลการประชุม ส.ส.ของพรรค ประจำวันที่ 26 พ.ค. 64 ว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้อนุมัติพระราชกำหนด (พ.ร.ก.)แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2564 และพ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ส่วนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในวาระที่หนึ่งเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;พรรคได้รับการจัดสรรเวลาให้อภิปราย 138 นาที มี ส.ส.แจ้งความประสงค์อภิปรายหลายคน ซึ่งจะมี นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นายกนก วงษ์ตระหง่าน นายเกียรติ สิทธีอมร นำทีม ส.ส.รวม 13 คน ในการอภิปรายอย่างสร้างสรรค์และยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นสำคัญ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในแต่ละพื้นที่จะได้อภิปรายเพื่อใช้ประโยชน์ในชั้นกรรมาธิการในวาระ2 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวด้วยว่า สำหรับส.ส.ของพรรคที่จะเป็นกรรมาธิการงบประมาณฯ นั้น มีจำนวน 6 คน ประกอบด้วย น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลาและน.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ กรรมการบริหารพรรค.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104326</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชาธิปัตย์, พรบ.งบประมาณ, ราเมศ รัตนะเชวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_6072a1ad0edf7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103890</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2021 15:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2021 15:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039;เล็งคว่ำพรบ.งบปี65วาระแรกกระตุ้นพรรคร่วมอย่าพายเรือให้ประยุทธ์นั่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค.64-นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวกรณีพิจารณาพ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 ว่า วันที่ 31 พ.ค. งบประมาณปี 65 จะเข้าสู่การพิจารณาของสภา วาระ 1 พรรคเพื่อไทยจะใช้เวทีนี้ในการซักฟอกรัฐบาล ถึงความล้มเหลวแก้ปัญหาด้านต่างๆ รวมถึงเรียกร้องพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาล ที่มีพรรคการเมืองบางพรรค ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายพล.อ.ประยุทธ์ ในการแก้ปัญหาเรื่อโควิด วัคซีน อย่าพายเรือให้พล.อ.ประยุทธ์นั่งอีกต่อไป ให้ยกมือไม่รับหลักการวาระ 1 พรบ.งบประมาณ2565 เมื่อรวมเสียงในสภาฯ รวมมือได้มากกว่านายกฯ จะมี 2 ทางเลือกคือ ลาออกหรือยุบสภาฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103890</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรบ.งบประมาณ, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210523/image_big_60aa0df4edec1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2020 17:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2020 17:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯเผยทูลเกล้าฯพ.ร.บ.งบปี 64 แล้ว ส่วน &#039;ขุนคลังคนใหม่&#039; เดี๋ยวก็ออกมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค.63 - &amp;nbsp;ที่ท่าเรือแหลมฉบัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงการนำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี 2564 ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมแล้วหรือยังว่า &amp;quot; น่าจะทูลเกล้าฯแล้วนะ ผมเซ็นไปหลายอย่าง อะไรเร็วสุดก็ลง เอาน่า เดี๋ยวก็ออกมา&amp;quot; เมื่อถามว่า ได้มีการนำชื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯแล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ หันมาตอบว่า เดี๋ยวก็ออกๆ วันนี้พวกเราต้องช่วยกันเดินไปข้างหน้าอย่ามาดึงกันไปเรื่อยทุกเรื่องบ้านเมืองก็ไปไม่ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79232</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คลัง, พรบ.งบประมาณ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201001/image_big_5f75b09526278.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79231</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2020 17:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2020 17:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯเผยทูลเกล้าฯพ.ร.บ.งบปี 64 แล้ว ส่วน &#039;ขุนคลังคนใหม่&#039; เดี๋ยวก็ออกมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค.63 - &amp;nbsp;ที่ท่าเรือแหลมฉบัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงการนำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี 2564 ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมแล้วหรือยังว่า &amp;quot; น่าจะทูลเกล้าฯแล้วนะ ผมเซ็นไปหลายอย่าง อะไรเร็วสุดก็ลง เอาน่า เดี๋ยวก็ออกมา&amp;quot; เมื่อถามว่า ได้มีการนำชื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯแล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ หันมาตอบว่า เดี๋ยวก็ออกๆ วันนี้พวกเราต้องช่วยกันเดินไปข้างหน้าอย่ามาดึงกันไปเรื่อยทุกเรื่องบ้านเมืองก็ไปไม่ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79231</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คลัง, พรบ.งบประมาณ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201001/image_big_5f75b09526278.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
