<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหวตงบฯวาระ2,3หืดจับ นับหนึ่งใหม่ก่อนผ่านฉลุย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สภาเสียงปริ่มน้ำหืดจับโหวตงบประมาณ 2563 วาระ 2-3 ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญแล้ว &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; กรีดเมื่อส่งเรื่องให้ศาลตีความคำตัดสินย่อมผูกพัน ไม่ใช่ก้าวก่าย แต่สภา ต้องร่วมรับผิดชอบ ที่ประชุมเกือบสะดุดหลังมาตรา 6 องค์ประชุมไม่ครบ สุดท้ายโหวตนับหนึ่งใหม่ตั้งแต่มาตราแรกก่อนฉลุย อึ้ง! ส.ส.ต้องอั้นอึอั้นฉี่ กระทั่งปั๊มนมก็ไม่กล้าหายหัว ส.ว.เตรียมรับไม้ต่อทันที 14 ก.พ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้นัดประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในระเบียบวาระการประชุมครั้งที่ 28 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้วใหม่ในวาระ 2 และ 3 ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจากกรณีเสียบบัตรแทนกัน
โดยก่อนการประชุม นายชวนให้สัมภาษณ์ว่า เชื่อว่าสมาชิกคงไม่อภิปรายต่อ การพิจารณาจึงน่าจะจบได้เร็วขึ้น แต่จะจบหรือไม่ ไม่ทราบ หากไม่จบก็อภิปรายต่อวันที่ 14 ก.พ. เพราะเป็นสิทธิ์ของสมาชิก ส่วนจะมีปัญหาเรื่องเสียบบัตรอีกหรือไม่นั้น เราก็มีบทเรียนอย่างแรงมาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลา 09.30 น. ก่อนเปิดประชุม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย (พท.) &amp;nbsp;กล่าวว่า แปลกใจว่านายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เลขานุการ กมธ.วิสามัญฯ มานั่งบนบัลลังก์ในห้องประชุมทำไม ทั้งที่หน้าที่น่าจะหมดไปแล้ว ขณะเดียวกัน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลยังมาลงชื่อเป็นองค์ประชุมไม่ถึง 200 คน แต่ฝ่ายค้านมาลงชื่อให้ครบแล้ว ดังนั้นฝ่ายค้านจะปล่อยให้รัฐบาลทำหน้าที่ลงมติในวาระที่ 2 และ 3 จึงขออนุญาตออกจากห้องประชุม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า ขณะนี้อยู่นอกระหว่างการประชุม จึงยังไม่มีการบันทึกการประชุมอะไรทั้งสิ้น และแจ้งต่อที่ประชุมว่ามีผู้เข้ามาลงชื่อเป็นองค์ประชุมแล้ว 281 คน จึงขอเปิดการประชุมในเวลา 09.47 น.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ขอหารือว่า เนื่องจากฝ่ายค้านได้ออกจากห้องประชุมไปแล้ว จึงอยากสอบถามว่าซีกรัฐบาลไปนั่งเพื่อใช้ช่องเสียบบัตรเพื่อลงมติหรือไม่ ซึ่งนายชวนแจงว่าไม่ควร เพราะจะโดนว่าเป็นคนกดบัตรแทน เชื่อว่าเดือน พ.ค.นี้เราจะใช้ห้องประชุมใหญ่ได้แล้ว ทั้งนี้เห็นใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เราอาสาประชาชนมาแล้ว เรื่องแค่นี้เราไม่ต้องบ่น
สภาต้องร่วมรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายชวนได้ดำเนินตามระเบียบวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯ โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า เราใช้สิทธิ์ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย สิ่งที่เราต้องทำคือคำวินิจฉัยมีผลผูกพันรัฐสภา ซึ่งไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ส่วนเรื่องความชอบหรือไม่ชอบก็ขึ้นอยู่กับความคิดเห็นของแต่ละคน และกรณีไม่ได้เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาก้าวก่ายฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะมาจากการที่ประธานสภาฯ ส่งเรื่องไปให้ศาลวินิจฉัย ก็ต้องร่วมรับผิดชอบ ถ้าการทำงานผิดพลาดก็ร้องเรียนมากันมาได้ แต่ยืนยันการดำเนินการประชุมวันนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ส่วนเรื่องกรอบเวลา 105 วันที่สภาต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จแล้ว และสิ้นสุดไปตั้งแต่เดือน ม.ค.แล้วนั้น ขอชี้แจงว่าประเด็น 105 วัน สภาได้ดำเนินการครบถ้วนแล้วตั้งแต่ 11 ม.ค.2563 แต่การประชุมวันนี้ไม่ได้เกี่ยวข้อง 105 วัน เพราะเป็นกระบวนการใหม่ที่เกิดมาจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ขออย่าไปกังวลว่าเราเสียเกียรติหรือไม่ เพราะการเคารพกฎหมายบ้านเมืองเป็นการกระทำที่มีเกียรติอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ บรรยากาศที่ประชุมสภาในการพิจารณามาตรา 1 ว่าด้วยชื่อร่าง พ.ร.บ. นายเรืองไกรและนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รองประธาน กมธ.วิสามัญฯ พยายามเปิดประเด็นเรื่องการพิจารณาเกิน 105 วัน จน ส.ส.ซีกรัฐบาลยกมือประท้วง ทำให้นายชวนระบุว่า สองคนนี้อภิปรายนอกประเด็น อยากให้ กมธ.ช่วยอภิปรายอยู่ในประเด็น ไม่เช่นนั้นประชาชนจะมองว่าเป็นการยื้อเวลาผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากที่อภิปรายมาตรา 1 เสร็จ ที่ประชุมได้เช็กองค์ประชุมก่อนโหวตลงมติ ปรากฏว่ามี ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลแสดงตนเป็นองค์ประชุม 250 เสียง ถือว่าเกินองค์ประชุมมาอย่างฉิวเฉียดเพียง 1 เสียง จาก ส.ส.ที่มีอยู่ในสภาขณะนี้ 498 คน ที่ต้องมีองค์ประชุมตั้งแต่ 249 เสียงขึ้นไป ก่อนที่ประชุมจะลงมติเห็นชอบมาตรา 1 ด้วยคะแนน 245 ต่อ 0 งดออกเสียง 6
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และระหว่างพิจารณามาตรา 2 ไปจนถึงมาตรา 8 นายเรืองไกรที่ขอสงวนความเห็นอภิปรายไว้เกือบทุกมาตรา ก็ยังคงอภิปรายตามที่สงวนไว้ และมีบางมาตราที่นายเรืองไกรแฉลบออกไปพูดนอกประเด็น ทำให้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลต้องคอยประท้วงเป็นระยะๆ แต่บรรยากาศยังเดินไปได้ด้วยดี จนกระทั่งเข้าสู่มาตรา 9 ว่าด้วยกระทรวงการคลัง นายเรืองไกรได้ขอถอนในสิ่งที่สงวนความเห็นขออภิปรายไว้ ทำให้การประชุมลงมติตั้งแต่มาตรา 9 เป็นต้นไป เป็นไปด้วยความรวดเร็ว เพราะไม่มี กมธ.และ ส.ส.คนใดอภิปราย แต่ละมาตรา ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็ลงมติผ่านความเห็นชอบไปได้ราบรื่น โดยแต่ละมาตรามี ส.ส.รัฐบาลแสดงตนเป็นองค์ประชุมอยู่ระหว่าง 250-254 เสียง และมีเสียงให้ความเห็นชอบระหว่าง 244-245 เสียง และงดออกเสียงอยู่ 5-6 เสียง ไม่มีเสียงไม่เห็นชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแสดงตนเป็นองค์ประชุมนั้น มี ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลแสดงตนเป็นองค์ประชุมพร้อมเพรียง ส่วนคะแนนงดออกเสียงที่มีผู้งดออกเสียงในแต่ละมาตราอยู่ที่ประมาณ 7 คน พบว่าเป็น ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ 5 คน ที่ประกาศตัวแยกการทำงานจากการเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน ส่วนคะแนนงดออกเสียงอีก 2 เสียงคือนายชวน และนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ กระทั่งเวลา 12.45 น. ที่ประชุมผ่านมาตรา 30 นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ขอพักการประชุม เนื่องจาก ส.ส.ต่อคิวเข้าห้องน้ำกันเป็นจำนวนมาก ทำให้นายชวนสั่งพักประชุม และนัดประชุมอีกครั้งในเวลา 13.15 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หลังพักประชุมไปนานกว่า 1 ชั่วโมง ปรากฏว่าที่ประชุมไม่สามารถกลับมาเปิดประชุมได้ เนื่องจากต้องไปหารือถึงปัญหาการลงมติมาตรา 6 งบกลางที่อาจเกิดข้อผิดพลาด มีองค์ประชุมไม่ครบระหว่างโหวตลงมติ เนื่องจากตอนโหวตลงมติด้วยคะแนนเสียง 237 ต่อ 0 นั้น มีผู้อยู่ในห้องประชุมแค่ 245 คน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม จนนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรค พปชร. ต้องทักท้วง แต่นายชวนยืนยันว่าดำเนินการถูกต้องแล้ว และให้ดำเนินการประชุมต่อไป ทั้งนี้ ที่ประชุมใช้เวลาหารือเรื่องดังกล่าวเป็นเวลา 1.30 ชั่วโมง จึงมาประชุมใหม่
มาตรา 6 พาโหวตใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.15 น. ที่ประชุมกลับมาเปิดประชุมใหม่ นายวิรัชได้ขอหารือว่ามีข้อเคลือบแคลงเรื่องการโหวตมาตรา 6 ที่มีปัญหาเรื่ององค์ประชุมครบถ้วนหรือไม่ เนื่องจากเมื่อเวลา 11.17 น. ได้เช็กองค์ประชุมก่อนลงมติ พบว่ามีองค์ประชุม 253 เสียง ถือว่าครบองค์ประชุม แต่ต่อมาเวลา 11.18 น. ซึ่งห่างกันเพียง 1 นาที ได้โหวตลงมติมาตรา 6 ปรากฏว่ามีองค์ประชุมเหลือแค่ 245 เสียง หายไป 8 เสียง ซึ่งได้สอบถามทั้ง 8 คนแล้ว ยืนยันว่าอยู่ในห้องประชุมครบโดยตลอด จึงเป็นไปได้อาจเกิดข้อผิดพลาดได้ใน 3 ประการ ได้แก่ 1.ปัญหาเครื่องลงคะแนนที่กดบัตรแล้ว คะแนนไม่ขึ้น 2 ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนผิด และ 3.เสียบบัตรแสดงตนเป็นองค์ประชุมแล้ว แต่ลืมกดปุ่มตอนลงมติ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะลืมกดพร้อมกัน 8 คน เพื่อให้การดำเนินการถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ จึงขอหารือให้โหวตลงมติกันใหม่ตั้งแต่มาตรา 6 เป็นต้นไป จะได้ไม่มีใครไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาฯ ชี้แจงเช่นกันว่า การแสดงตนเป็นองค์ประชุมในทุกมาตราที่ผ่านมามีเสียงเกิน 249 เสียงมาตลอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายชวนได้ขอความเห็นจากสมาชิกว่า ควรย้อนกลับไปลงมติใหม่ตั้งแต่มาตรา 6 เป็นต้นมาหรือไม่ เพื่อมิให้ใครไปยื่นร้องต่อศาล ซึ่งสมาชิกได้แสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง และในท้ายที่สุดนายชวนเสนอให้ไปโหวตใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่มาตรา 1 ซึ่งนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรค พท. ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านก็เห็นด้วยกับแนวทางของนายชวน ในที่สุดที่ประชุมจึงเห็นพ้องต้องกันให้ไปเริ่มโหวตลงมติใหม่ตั้งแต่มาตรา 1 ในเวลา 15.00 น. ในขณะที่นายเรืองไกรได้ขอถอนการอภิปรายที่สงวนความเห็นไว้ตั้งแต่มาตรา 1-31 เพื่อให้การประชุมเป็นไปด้วยความราบรื่นและรวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้ ส.ส.ในห้องประชุมพากันปรบมือแสดงความพอใจ ก่อนเริ่มลงมติใหม่ ซึ่งก็เป็นไปอย่างรวดเร็วตั้งแต่มาตรา 1 และเสร็จสิ้นมาตรา 55 ในเวลา 16.17 น. จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติวาระ 3 ทันที โดยที่ประชุมมีมิติเห็นชอบ 257 ไม่เห็นด้วย 1 และงดออกเสียง 3 คน จากที่ประชุมทั้งหมด 261 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ &amp;nbsp;และ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ทำหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีติดภารกิจไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพผู้เคราะห์ร้ายที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งนายกฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญและซาบซึ้งถึงความทุ่มเทของ ส.ส.ทุกท่าน ที่ร่วมกันพิจารณาลงมติผ่านร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 แม้จะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ในที่สุดก็ได้รับความเห็นชอบจากสภา รัฐบาลขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินการบริหารงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อประเทศชาติและพี่น้องประชาชน ทั้งใช้จ่ายงบของรัฐด้วยความระมัดระวังตามหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด และขอให้ความมั่นใจว่า เงินทุกบาททุกสตางค์ซึ่งมาจากภาษีของประชาชนจะถูกนำไปใช้จ่ายพัฒนาประเทศเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น &amp;nbsp;
ต่อมาประธานสภาฯ ได้สั่งปิดประชุมในเวลา 16.31 น. ขณะที่นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรค พปชร. ในฐานะ กมธ. ได้ร้องขอให้ กมธ.วิสามัญฯ ร่วมถ่ายรูปบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ก่อนกลับบ้าน&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 14 ก.พ. เวลา 14.00 น. วุฒิสภาได้นัดประชุมพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;
มีรายงานบรรยากาศการประชุมสภาพบว่า จากภาวะเสียงปริ่มน้ำของรัฐบาล ทำให้การโหวตรายมาตรามีความตะกุกตะกักอยู่เป็นระยะ จน ส.ส.ฝั่งรัฐบาลไม่กล้าลุกออกจากห้องประชุม แม้แต่การรับประทานอาหารหรือเข้าห้องน้ำ เพราะกลัวจะกลับมาลงคะแนนไม่ทัน โดยในช่วงเวลาประมาณ 10.45-12.50 น. ขณะที่ประชุมพิจารณาลงมติในมาตรา 2 น.ส.ศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลเมืองไทย ต้องนั่งปั๊มนมในห้องประชุม เพื่อเก็บไว้ให้บุตรชายอายุ 8 เดือน เนื่องจากไม่สามารถออกไปพักนอกห้องประชุมได้
เด็กส้มหวานขอสร้างสีสัน
ทั้งนี้ ในการลงมติในวาระ 3 ซึ่งมี ส.ส. 1 เสียงที่ไม่เห็นชอบ คือนายนิรามาน สุไลมาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) &amp;nbsp;ซึ่งถือว่าฝืนมติวิปฝ่ายค้านที่ไม่เข้าร่วมพิจารณาและลงมติ โดยนายนิรามานชี้แจงว่า รู้อยู่แล้วว่าร่างงบประมาณดังกล่าวจะผ่านวาระ 3 &amp;nbsp;จึงลงมติไป ซึ่งไม่ซีเรียสและต้องการสร้างสีสันเท่านั้น และยังอยู่ฝ่ายค้านเหมือนเดิมทั้งตัวและใจ ส่วนจะถูกมองว่าเป็นงูเห่าหรือไม่ ขอยืนยันว่าให้เงินเป็น 100 ล้านบาทก็ไม่ไป เพราะเติบโตมาจากบ้านหลังนี้ และจะไม่มีการทำร้ายพรรค อนค.อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค. กล่าวถึงสาเหตุที่ อนค.และพรรคฝ่ายค้านไม่เข้าร่วมโหวตในวาระ 2 และ 3 ว่า อนค.และพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาล ซึ่งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และที่ผ่านมาได้ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการผ่านร่าง พ.ร.บ.นี้อย่างเต็มที่แล้ว แต่ก็มีปัญหาเรื่องเสียบบัตรแทนกัน ซึ่งยังไม่มี ส.ส.หรือตัวแทนรัฐบาลออกมาแสดงความรับผิดชอบที่เกิดขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากวิงวอนสังคมร่วมกันกดดันไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้นำรัฐบาล ต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก ถ้าจะเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำแบบนี้ ประเทศเดินหน้าต่อไปไม่ได้&amp;quot; นายพิจารณ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง ก่อนเดินทางไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ยิงกราด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณีที่เกิดปัญหาระหว่างการประชุมสภาในการลงมติในวาระ 2 และ 3 ในมาตรา 6 ที่องค์ประชุมไม่ครบ โดยนายกฯ เพียงแต่พยักหน้าโดยไม่ได้ตอบคำถามใดๆ ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ไม่ตอบคำถามเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวนกล่าวถึงความคืบหน้าผลสอบ ส.ส.เสียบบัตร ว่าเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ส่งผลสอบกรณีนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง &amp;nbsp;และนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย มาให้เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ซึ่งได้บอกแล้วว่าเราต้องสอบ ส.ส.คนอื่นที่มีข่าวด้วย เพราะข้อมูลนี้อยู่ที่สภา จึงไม่มีใครอยากเปลืองตัวเรื่องนี้ แม้แต่ประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาฯ ก็ไม่อยากทำ แต่อย่างน้อยสภาต้องรับผิดชอบ เพราะทั้งวงจรปิดและเรื่องบัตร เจ้าหน้าที่สภาเป็นผู้เก็บรักษา ดังนั้นสภาจึงเป็นผู้ที่น่าจะสอบได้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในรายงานส่วนของนายฉลอง ไม่มีปัญหา เพราะยอมรับว่าไม่อยู่ในห้องประชุม ส่วนนางนาทียังไม่ปรากฏในข้อมูล แต่สภาก็ส่งเรื่องไปยังการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ว่าขึ้นเครื่องบินตอนกี่โมง แล้วเอามาเทียบเวลาในสภาว่าลงคะแนนตอนกี่โมง&amp;rdquo; นายชวนกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรค พท. กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยัง พล.อ.ประวิตร, นายอนุทิน และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้เร่งเอาผิดกับ ส.ส.ที่เสียบบัตรแทนกัน เพราะถือเป็นการจงใจกระทำความผิดกฎหมายเสียเอง ซึ่งผู้นำพรรครัฐบาลทุกท่านต้องกล้าที่จะดำเนินการกับลูกพรรคของตนเอง เพื่อรักษาหลักการทางกฎหมาย จะปล่อยให้ ส.ส.เห็นรัฐสภาอันศักดิ์สิทธิ์เป็นเหมือนสนามเด็กเล่น นึกอยากจะทำผิดก็ปล่อยให้ทำกันตามอำเภอใจโดยไม่มีมาตรการลงโทษ และปล่อยให้คนทำผิดลอยนวลแบบนี้ไม่ได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57143</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณรายจ่าย, ชวน หลีกภัย, พรบ.งบประมาณรายจ่าย, พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563, รัฐสภา, ศาลรัฐธรรมนูญ, สภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกียกกาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e455e0ee0d31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
